วันพฤหัสบดี, มีนาคม 19, 2569

ปัญหาหลักของพยาบาลตอนนี้ คือ ภาวะสมองไหล ประเด็นมันไม่ใช่ว่า มีการออกคำสั่ง “บังคับให้พยาบาลอยู่เวร 12 ชั่วโมง” แต่ปัญหามันคือ ในสภาพความเป็นจริง โรงพยาบาลขาดบุคลากร ขาดพยาบาลจำนวนมาก เลยต้องอยู่เวรถี่ขึ้น


แม่น้อง ลุ้งบิ้ง
17 hours ago
·
ว่าจะไม่วิจารณ์อะไรเพราะพูดไปหลายล้านรอบกับหลายองค์กรและหลายสื่อแล้วแต่อดไม่ได้
ปัญหาหลักของพยาบาลตอนนี้ ที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบดี คือ ภาวะสมองไหล เราผลิตพยาบาลทั้งประเทศปีละราว ๆ 10,000 คน สูญเสียออกจากระบบปีละกี่คน องค์กรสาธารณสุขรู้หมด รู้แม้กระทั่งว่า ใน 1-2 ปีแรก พยาบาลจบใหม่มีโอกาสลาออกกี่% ซึ่งสาเหตุหลักมันมีอยู่ไม่กี่ประเด็น เราจะไม่พูดถึงเรื่องความก้าวหน้า/การบรรจุในบริบทนี้นะ เพราะถือว่ายังไม่ใช่ปัจจัยที่มันส่งผลกระทบค่อนข้างเยอะ และจะขอเรียกมันว่า “วงจรอุบาทว์” ละกัน คือ อัตรากำลังคนไม่เพียงพอ ค่าตอบแทนไม่สมเหตุสมผล และ ไม่มีการกำหนดภาระงาน
1.อัตรากำลังคนไม่เพียงพอ
แน่นอนแหละว่าพอพยาบาลหลุดออกจากระบบไป คนในระบบก็น้อยลงอยู่แล้ว ซึ่งทุกวันนี้ระบบเราไม่ได้ผลิตพยาบาลออกมาให้แค่กับโรงพยาบาลเอกชน แต่ตอนนี้คนมองหาทางเลือกใหม่อย่างการ “ย้ายประเทศ” มากขึ้น ทำให้แนวโน้มการเสียบุคลากรออกไปมันมีมากขึ้นอีกแน่นอนในอนาคต พอบุคลากรไม่เพียงพอ คนที่ยังอยู่ในระบบก็ต้องแบกรับภาระงานที่มันมากขึ้น ซึ่งคนปกติจะทำงานอยู่ที่ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในขณะที่พยาบาลทำงาน 60-90 ชั่วโมง/สัปดาห์ และบางคนทำถึง >100 ชั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่าคุณแทบไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เลย เพราะอำนาจการจัดตารางเวรมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณ
2.ค่าตอบแทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
หลังการต่อสู้อันยาวนานเรื่องค่าตอบแทนมี่ไม่เคยมีการปรับเลยตั้งแต่ปี 2551 จนเราได้ประกาศการปรับค่าตอบแทนใหม่ในปี 2566 มา เรายังเจอปัญหาเดิม ๆ คือ การจ่าย OT ของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ไม่เท่าเทียมกัน เพราะเราใช้ระบบโรงพยาบาลไหนมีมากจ่ายมาก โรงพยาบาลไหนมีน้อยก็จ่ายน้อยกว่า ซึ่งมันเกิดความเหลื่อมล้ำในแต่ละโรงพยาบาล ทั้งที่ภาระงานไม่ต่างกัน แต่ค่าตอบแทนดันต่างกัน และคุณเชื่อไหมว่าทุกวันนี้ ค่า OT ของโรงพยาบาลสาธารสุข ยังไม่แตะ 1,000 ด้วยซ้ำ ในขณะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย/โรงพยาบาลสังกัดกทม. เขาได้ 1,200 บาทไปนานแล้ว ยอมรับกันตามตรง ว่าคนที่มาเรียนพยาบาลส่วนใหญ่ ไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอ เป็นคนชนชั้นกลางทั่วไปจนถึงชนชั้นล่างด้วยซ้ำ ซึ่งในเมื่อค่าตอบแทนด้วยการทำงานแบบมนุษย์แรงงานสายอื่น ๆ มันไม่เพียงพอให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ เขาจึงยอมเอาตัวเข้าแลก ขายแรงงาน ขายสุขภาพกาย สุขภาพจิต ด้วยการขึ้นเวรให้มากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พยาบาลขึ้นเวรเกิน 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ และเมื่อมองที่การคำนวนค่าตอบแทนแบบเวร 12 ชั่วโมงที่ได้เสนอมาแล้ว ขอใช้คำว่าทุเรศสิ้นดีได้เลย เพราะ 4 ชั่วโมงที่เกินมาจากเวร 8 ชั่วโมงนั้น ค่าแรงคุณต่อชั่วโมงคือ 45 บาท/ชั่วโมง ใช่ พูดไปใครจะเชื่อ ค่าแรงรายชั่วโมงน้อยกว่าเป็นพนักงานร้านกาแฟนางเงือกอีก ยิ่งเมื่อเอามาเปรียบเทียบกับกรณีที่ว่า ถ้า 1 วันนั้นคุณพยาบาลขึ้นเวร OTเช้า/OTดึก จากเดิมที่ค่าตอบแทนเขาอยู่ที่ ~1500-1600/16 ชั่วโมง เมื่อถูกลดลงเหลือเป็นเวร Day หรือ Night (12ชั่วโมง) ค่าตอบแทนมันจะลดลงเหลือแค่ 900-1,000 บาทเท่านั้น ไม่แปลกใจใช่ไหมล่ะ ที่คนจะลาออกไปรับ OT 1.5 เท่าที่โรงพยาบาลเอกชน
แน่นอนว่ามีประเด็นใหม่เข้ามาอีก อย่างเช่น เรื่องของการปรับลดค่า OT เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงิน หลายโรงพยาบาล หลังจากที่มีการกระกาศเพิ่มค่าตอบแทน OT ไปแล้ว ภายหลังพบว่ามีการปรับลดค่าตอบแทน OT ลง เนื่องจากเงินไม่พอจ่าย สิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากที่แรงงานคนหนึ่งต้องเจอ คนทำงานไม่มีสิทธิ์แม้จะปฏิเสธ คัดค้าน หรือต่อรองเรื่องค่าจ้างที่ลดลงด้วยซ้ำเพราะเขาไม่อนุญาตให้เกิดการรวมกลุ่มขึ้น
3.การกำหนดภาระงาน
ในอเมริกา มีการประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ ย้ำว่าเป็น “กฎหมาย” ว่าพยาบาล 1 คน สามารถดูแลคนไข้ได้กี่คน แตกต่างกันไปตามแผนก เช่น ICU พยาบาล 1 คนต่อคนไข้ไม่เกิน 2 คน หรือแผนกสามัญ พยาบาล 1 คน ต่อ คนไข้ 4-5 คน ซึ่งสิ่งนี้เราเรียกว่า Nurse to Patient Ratio มีงานวิจัยสนับสนุนด้วยซ้ำว่าการที่พยาบาลต้องดูแลคนไข้มากเกินไป ส่งผลให้คนไข้เกิดการติดเชื้อและแผลกดทับมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในไทยเราไม่สามารถทำได้เลย ในแผนกสามัญ มีพยาบาล 1 คน ที่ดูคนไข้ 10 คนจริง ๆ แล้วคุณคิดว่าคุณภาพบริการมันจะได้แค่ไหนล่ะ ในเมื่อคนทำงานถูกบีบให้ทำงานจนเกินความสามารถความเป็นมนุษย์ขนาดนี้ สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์มันก็ไปตกอยู่ที่พ่อแม่หรือลูกของใครสักคนในสังคม ที่เขาไม่มีทางเลือกมากพอที่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน แล้วคิดว่าภาระงานแบบนี้ การดูแลคนไข้ 10 คน แลกเงินไม่ถึง 1,000 บาทน่ะ ใครเขาจะอยู่ล่ะ
นี่คือพูดถึงแค่ปัญหาหลัก ๆ 3 ประเด็น ที่มันควรแก้ไขพร้อมกันนะ ยังไม่ได้พูดถึงประเด็นยิบย่อยอีกมากมายอย่างเรื่องของความก้าวหน้า, สัญญาการจ้างงาน, การบรรจุราชการ, ประชาธิปไตยในที่ทำงาน, สวัสดิการ อีกแปดพันล้านที่ระบบกำลัง abuse คนทำงานอยู่
จะบอกว่าที่พล่ามมา ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการปรับเป็นเวร 12 ชั่วโมง (เพราะไม่ได้เป็นคนขึ้นเวรอยู่แล้ว) แล้วก็ยอมรับว่าการปรับเวร 12 ชั่วโมงมันมีข้อดีเช่นกัน ทั้งเรื่องลดความผิดพลาดการสื่อสารตอนส่งเวร และแน่นอนว่ามันลดความเหนื่อยล้าของเวร 16 ชั่วโมงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในสภาพการทำงานที่ไม่มีการกำหนดภาระงานและค่าตอบแทนแบบนี้ การปรับเวรเป็น 12 ชั่วโมงมันแทบไม่ได้ลด burnout ในพยาบาลลงเลย มีวิจัยยืนยันก็จริง แต่อย่าลืมว่าบริบทระบบการทำงานของไทย มันไม่ได้ดีเท่าระบบของประเทศที่มีการทำวิจัยเรื่องนี้ หนำซ้ำในประเทศที่พัฒนาแล้ว ยังเจอว่าในช่วงเวรที่เกิน 8 ชั่วโมงไป มีโอกาสเกิด error จากความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน ICU ด้วย
นี่ก็ไม่ใช่ policy maker เป็นแค่คนคนนึงที่คอยรับเรื่องพวกนี้จากคนในระบบมาตีแผ่เท่านั้น ก็คงจะทำอะไรมากไปกว่ากระทุ้งในสาธารณสุขและองค์กรต่อไป ให้หาแนวทางแก้ปัญหา 3 ประเด็นข้างต้นไปพร้อมกัน หยุดวงจรอุบาทว์นี่ แล้วดึงคนนอกระบบให้กลับเข้าไปอยู่ในระบบให้ได้มากและเร็วที่สุด ก่อนที่ระบบสุขภาพไทยจะพังไปกว่านี้
ปล.สุดท้ายนี้ขอชื่นชมพยาบาลที่กล้าหาญที่จะรวมกลุ่มกันขึ้นมาเพื่อพูดถึงประเด็นนี้ มันคือสิ่งที่ล้ำค่ามาก เรามีจำนวนเยอะที่สุดในระบบ เสียงของเราแสนกว่าเสียงมันดังมากนะ และมันจะสามารถดังได้กว่านี้อีก ถ้าเราสามารถมีสหภาพพยาบาลของเราได้







Atukkit Sawangsuk 
6 hours ago
·
ชวนอ่านทำความเข้าใจ
สังคมไทยอ่านพาดหัวข่าวไม่ถึง 8 บรรทัดแล้วก็ดราม่า
ประเด็นมันไม่ใช่ว่า มีการออกคำสั่ง “บังคับให้พยาบาลอยู่เวร 12 ชั่วโมง”
แต่เป็นประกาศของสภาพยาบาล “ห้ามใช้พยาบาลอยู่เวรเกิน 12 ชั่วโมง เมื่อรวมโอที”
แต่ปัญหามันคือ ในสภาพความเป็นจริง
โรงพยาบาลขาดบุคลากร ขาดพยาบาลจำนวนมาก
ที่ผ่านมาเคยให้พยาบาลอยู่เวร 8 ชั่วโมง กับ 16 ชั่วโมง
พอต้องปรับเป็น 12 ชั่วโมง มันก็มีปัญหา
กลายเป็นต้องอยู่เวรถี่ขึ้น รวมถึงค่าโอที ที่จำเป็นสำหรับรายได้
มันจึงเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวพันทั้งเรื่องพยาบาลขาดแคลน ไหลไปเอกชน ย้ายประเทศ และค่าตอบแทน
ไม่ใช่จะพูดได้ง่ายๆว่า “ให้ยกเลิกการบังคับพยาบาลอยู่เวร 12 ชั่วโมง”

https://www.facebook.com/m.nxng.lung.bing/posts/1484260309994304