
The Reporters
10 hours ago
·
PARLIAMENT: ‘กัณวีร์‘ เดือด ถามทำไมไทยไม่รู้จักมนุษยธรรม เห็นมนุษย์เป็นสิ่งของ หลังส่ง 48 อุยกูร์ กลับจีน ชง 3 ข้อเสนอถึง ครม. หวังแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างยั่งยืน
วันนี้ (27 ก.พ.68) นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริง และผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้กับคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ตามที่ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้เสนอ
นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า 1 ปี 9 เดือนที่ผ่านมาในอาชีพการเป็น สส. วันนี้เป็นวันที่อึดอัดมากที่สุดในการที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปราย และวันนี้หากจะร่ำไห้ในการอภิปราย จะไม่ให้ร่ำไห้ให้กับชาวมุสลิม จะไม่ร่ำไห้ให้กับชาวอุยกูร์ แต่จะร่ำไห้ให้กับการบริหารจัดการในรัฐบาลชุดนี้กับการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิด โดยต้องกลับไปเผชิญหายนะต่อชีวิตของพวกเขา
นายกัณวีร์ กล่าวว่า หนึ่งเหตุผลที่มาเป็นนักการเมืองคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์ ตนเองเข้ามาเป็นนักการเมืองจากคนที่ทำงานมนุษยธรรม จากคนที่พยายามแก้ไขปัญหาที่อยู่ใต้พรมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองไทย ไม่เคยได้ยินคำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับงานมนุษยธรรม ตนเองที่กระโดดเข้ามาสู่แวดวงทางการเมือง เพื่อที่จะเป็นคนที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะผู้ลี้ภัยมุสลิมอุยกูร์
วันนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ความพยายามไม่เคยเป็นผล เสียงสะท้อนจากสังคม เสียงสะท้อนจากเวทีระหว่างประเทศ ต่อให้ประเทศไทยช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยยึดหลักทางด้านมนุษยธรรม ไม่เคยเข้าไปในหูรัฐบาล ซึ่งข่าวลือทั้งหลายที่เอามาเมื่อปลายปีที่แล้ว โดนทุกคนตีหมดว่า “กัณวีร์ชอบออกข่าวลือว่าจะมีส่งกลับในการผลักดันชาวลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นกำเนิด“ จนข่าวลือทั้งหมดเป็นความจริง การผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิดไม่เอื้ออำนวยให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน
“หากพวกท่านไม่เข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย หากท่านไม่เข้าใจสถานการณ์ในเรื่องมนุษยธรรม ถามผู้รู้ ถามคนที่ทำงาน อย่าใช้ความมั่นคงมาพิจารณาในการตัดสินใจหาเหตุผลในการแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัย” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า ตนเองไม่อยากจะเอ่ยนามสำนักงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เสนอผลักดันผู้ลี้ภัยให้กับประเทศต้นกำเนิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายถ้าประเทศไทยยังไม่รู้จักคำว่ามนุษยธรรม ทำไมทุกคนถึงไม่เห็นว่า ‘มนุษย์ คือ มนุษย์’ ทำไมทุกคนชอบมองเห็น ‘มนุษย์ คือ สิ่งของ’ วันนี้เขาส่งคนกลับไปกว่า 40 ชีวิต ชีวิตเขาอยู่ตรงไหน ตอนนี้เขาก็คือคนอย่างพวกเรา มีครอบครัว ไม่รู้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ถามผู้รู้ เราในฐานะสภานิติบัญญัติจำเป็นต้องพิจารณาด่วนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
”เราไม่สามารถปิดหูปิดตาสาธารณะชน เราไม่สามารถปิดหูปิดตาเวทีระหว่างประเทศได้อีกต่อไป ลืมหูลืมตาเปิดดูว่าชีวิตนี้โลกนี้มันมีเรื่องอะไรอีกบ้าง” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทั้งหมด 3 แนวทาง
1. การเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดแบบสมัครใจ เมื่อเช้าชาวอุยกูร์เดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดด้วยความสมัครใจหรือไม่ ตนเองตอบได้เลยว่า “ไม่” นี่คือแนวทางแรกแต่ปรับใช้กับชาวอุยกูร์ไม่ได้
2. การผสมผสานกลมกลืนในประเทศที่ขอลี้ภัย เมื่อเขาลี้ภัยเข้ามาแล้ว หากเรามีกฎหมายรองรับให้เขาสามารถทำงานได้ ให้เขาสามารถอยู่ได้ ให้เขาสามารถมาเป็นแรงงานข้ามชาติได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเรียกว่าการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน หากเราสามารถทำได้ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนภาระเป็นพลัง
3. การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ การเดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม โดยใช้การรวมครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักมายาวนานถึง 11 ปี แต่ทำไมไม่คิด ถ้าไม่รู้ถามผู้รู้
นายกัณวีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า มุสลิมชาวอุยกูร์ถูกผลักดันกลับไป ชะตาชีวิตพวกเขาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ออกมาพูด และสุดท้ายข่าวลือเป็นความจริง ฉะนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่เสนอไปทั้ง 3 ข้อ ขอให้สภาฯ นำไปเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา
รายงาน: สุทธิดา บุญมณี
ภาพ: ธนทิพย์ เล้าสุทธิพงศ์
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #กัณวีร์สืบแสง #ชาวอุยกูร์ #ผู้ลี้ภัย #อุยกูร์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=998048125850556&set=a.534942252161148
PARLIAMENT: ‘กัณวีร์‘ เดือด ถามทำไมไทยไม่รู้จักมนุษยธรรม เห็นมนุษย์เป็นสิ่งของ หลังส่ง 48 อุยกูร์ กลับจีน ชง 3 ข้อเสนอถึง ครม. หวังแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างยั่งยืน
วันนี้ (27 ก.พ.68) นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริง และผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้กับคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ตามที่ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้เสนอ
นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า 1 ปี 9 เดือนที่ผ่านมาในอาชีพการเป็น สส. วันนี้เป็นวันที่อึดอัดมากที่สุดในการที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปราย และวันนี้หากจะร่ำไห้ในการอภิปราย จะไม่ให้ร่ำไห้ให้กับชาวมุสลิม จะไม่ร่ำไห้ให้กับชาวอุยกูร์ แต่จะร่ำไห้ให้กับการบริหารจัดการในรัฐบาลชุดนี้กับการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิด โดยต้องกลับไปเผชิญหายนะต่อชีวิตของพวกเขา
นายกัณวีร์ กล่าวว่า หนึ่งเหตุผลที่มาเป็นนักการเมืองคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์ ตนเองเข้ามาเป็นนักการเมืองจากคนที่ทำงานมนุษยธรรม จากคนที่พยายามแก้ไขปัญหาที่อยู่ใต้พรมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองไทย ไม่เคยได้ยินคำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับงานมนุษยธรรม ตนเองที่กระโดดเข้ามาสู่แวดวงทางการเมือง เพื่อที่จะเป็นคนที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะผู้ลี้ภัยมุสลิมอุยกูร์
วันนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ความพยายามไม่เคยเป็นผล เสียงสะท้อนจากสังคม เสียงสะท้อนจากเวทีระหว่างประเทศ ต่อให้ประเทศไทยช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยยึดหลักทางด้านมนุษยธรรม ไม่เคยเข้าไปในหูรัฐบาล ซึ่งข่าวลือทั้งหลายที่เอามาเมื่อปลายปีที่แล้ว โดนทุกคนตีหมดว่า “กัณวีร์ชอบออกข่าวลือว่าจะมีส่งกลับในการผลักดันชาวลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นกำเนิด“ จนข่าวลือทั้งหมดเป็นความจริง การผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิดไม่เอื้ออำนวยให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน
“หากพวกท่านไม่เข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย หากท่านไม่เข้าใจสถานการณ์ในเรื่องมนุษยธรรม ถามผู้รู้ ถามคนที่ทำงาน อย่าใช้ความมั่นคงมาพิจารณาในการตัดสินใจหาเหตุผลในการแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัย” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า ตนเองไม่อยากจะเอ่ยนามสำนักงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เสนอผลักดันผู้ลี้ภัยให้กับประเทศต้นกำเนิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายถ้าประเทศไทยยังไม่รู้จักคำว่ามนุษยธรรม ทำไมทุกคนถึงไม่เห็นว่า ‘มนุษย์ คือ มนุษย์’ ทำไมทุกคนชอบมองเห็น ‘มนุษย์ คือ สิ่งของ’ วันนี้เขาส่งคนกลับไปกว่า 40 ชีวิต ชีวิตเขาอยู่ตรงไหน ตอนนี้เขาก็คือคนอย่างพวกเรา มีครอบครัว ไม่รู้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ถามผู้รู้ เราในฐานะสภานิติบัญญัติจำเป็นต้องพิจารณาด่วนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
”เราไม่สามารถปิดหูปิดตาสาธารณะชน เราไม่สามารถปิดหูปิดตาเวทีระหว่างประเทศได้อีกต่อไป ลืมหูลืมตาเปิดดูว่าชีวิตนี้โลกนี้มันมีเรื่องอะไรอีกบ้าง” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทั้งหมด 3 แนวทาง
1. การเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดแบบสมัครใจ เมื่อเช้าชาวอุยกูร์เดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดด้วยความสมัครใจหรือไม่ ตนเองตอบได้เลยว่า “ไม่” นี่คือแนวทางแรกแต่ปรับใช้กับชาวอุยกูร์ไม่ได้
2. การผสมผสานกลมกลืนในประเทศที่ขอลี้ภัย เมื่อเขาลี้ภัยเข้ามาแล้ว หากเรามีกฎหมายรองรับให้เขาสามารถทำงานได้ ให้เขาสามารถอยู่ได้ ให้เขาสามารถมาเป็นแรงงานข้ามชาติได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเรียกว่าการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน หากเราสามารถทำได้ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนภาระเป็นพลัง
3. การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ การเดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม โดยใช้การรวมครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักมายาวนานถึง 11 ปี แต่ทำไมไม่คิด ถ้าไม่รู้ถามผู้รู้
นายกัณวีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า มุสลิมชาวอุยกูร์ถูกผลักดันกลับไป ชะตาชีวิตพวกเขาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ออกมาพูด และสุดท้ายข่าวลือเป็นความจริง ฉะนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่เสนอไปทั้ง 3 ข้อ ขอให้สภาฯ นำไปเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา
รายงาน: สุทธิดา บุญมณี
ภาพ: ธนทิพย์ เล้าสุทธิพงศ์
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #กัณวีร์สืบแสง #ชาวอุยกูร์ #ผู้ลี้ภัย #อุยกูร์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=998048125850556&set=a.534942252161148
https://www.facebook.com/watch/?v=996950212401951