วันศุกร์, มีนาคม 13, 2569

อีกละ ชงฟอกขาวให้พวกคนดีย์สีน้ำเงิน ยกแผง ๒๒๙ คน ที่โดนข้อหา ‘ฮั้ว’ กันมาเป็น สว. อนุกรรมการชุดใหม่บอก “ไม่มีมูลความผิด” ใดๆ

อ๊ะ อีกละ ชงฟอกขาวให้พวกคนดีย์สีน้ำเงิน ยกแผง ๒๒๙ คน ที่โดนข้อหา ฮั้ว กันมาเป็น สว. ซึ่งจะมีสัก ๑๓๘ คนที่อยู่ในข้องเดียวกัน ที่เหลือกว่า ๙๐ แม้เป็นคนนอกองค์กร ต่างประเด็น แต่ก็มีหลักฐานโทนโท่ร่วมด้วยช่วยกัน

ทำให้ดิ้นไม่ออก เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ ๒๖ วินิจฉัยชี้ชัดว่าทั้งหมดนั้นร่วมกันกระทำความผิดไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แต่ก่อนเลขาธิการ กกต.คนก่อนจะหมดวาระ เมื่อเดือนกันยา ได้ทิ้งทวนตั้งอนุกรรมการชุดใหม่มาชำระชะล้าง

อนุกรรมการที่นายอิทธิพร บุญประคองตั้งขึ้นมาฟอกนี้ มีด้วยกัน ๗ คน คัดสรรมาจากหลากแหล่ง สองคนเป็นอธิบดีกรมต่างทักษะ ด้านขนส่งทางบกและพัฒนาแรงงาน สองคนเป็นที่ปรึกษาและอดีตที่ปรึกษาของ กกต.เองนั่นหละ

อีกสองคนมาจากสายการบังคับใช้กฎหมาย เป็นอดีตอธิบดีอัยการเกี่ยวกับคดีเศรษฐกิจ กับอดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และมาจากศาลรัฐธรรมนูญหนึ่งคน เคยเป็นเลขาธิการ ทั้งเจ็ดมีมติ ๕ ต่อ ๒ พลิกคำตัดสินกรรมการชุดก่อน

ตอนนี้ก็เลยมีตำตัดสินจากกรรมการสองคณะแย้งกัน ชุดหลัง (คณะที่ ๓๖) ที่มติเพิ่งออกมา (๑๒ มีนา) นี่บอกว่าผู้ที่โดนกล่าวหาทั้ง ๒๒๙ คน “ไม่มีมูลความผิด” ส่วนเสียงข้างน้อย ๒ คนเห็นว่าควรชี้มูลฟ้องแค่ ๑๓๔ คนจาก ๑๓๘ คนที่ต้องคดีอยู่

ทั้งนี้ทำให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่มีสองแนวทางการวินิจฉัยไว้ใช้ประกอบการพิจารณา ว่าผิดหรือไม่ผิด เป็นคำตัดสินสุดท้ายอีกที เป็นการหาทางออกให้คณะ กกต.ชุดปัจจุบัน ที่ความประพฤติในทางไม่ค่อยบริสุทธิ์ยุติธรรมกำลังอยู่ในหว่างขาหว่างเขา

นอกจากชอบวางอุเบกขา ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ กกต.ท้องที่ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปถึงหมู่บ้าน เล่นแร่แปรธาตุกับบัตรเลือกตั้งที่ประชาชนลงคะแนนไปแล้ว ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการซื้อเสียงขายเสียง จนได้ชื่อว่าการเลือกตั้ง ๘ กุมภา อัปลักษณ์ที่สุดหาไหนเทียบ

อนุกรรมการเสียงข้างมาก ๕ คนไม่รู้เขาวินิจฉัยจากหลักฐานและหลักการอะไร อย่างน้อยๆ ก็ควรที่จะเงี่ยหูฟังการเปิดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. ของ ลอย ชุนพงษ์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์เสียบ้าง

เขาเอาหลักฐาน “จากกล้องซีซีทีวี ๑๒๐ ตัว ที่บันทึกต่อเนื่อง ๒๐ ชั่วโมง กว่า ๒๐๐ ล้านภาพ มาถอดรหัสการลงคะแนนรายใบ” พบว่า “มีบัตรลงคะแนนที่กาแบบเดียวกันเป๊ะๆ เหมือนลอกกันมาเลย...ที่เรียกว่าบล็อกโหวต หรือโพย” ทำให้ได้คนกลุ่มเดียวกันเข้ามาทั้งหมด

(https://www.matichon.co.th/politics/news_5631141, https://prachatai.com/journal/2026/03/116707 และ https://www.khaosard.com/news/2026/03/0aa261a4-11089)

"ผืนดินไม่เคยถามว่าเรามาจากเผ่าไหน สายน้ำไม่เคยถามว่าเราพูดภาษาอะไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ตั้งกำแพงขึ้นระหว่างกัน" เครือข่ายกะเหรี่ยง ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรง ต่อบุคคลชาติพันธุ์กระเหรี่ยง


IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง
Yesterday

rtnpsdSeoo ic0ym ar19h925g8e3389a1s0t307Yf56M ef56aA01:1d2lt ·

เชียงใหม่ – จากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพการทำร้ายร่างกาย การบังคับให้ขอโทษ และการกล่าวอ้างว่าพฤติกรรมดังกล่าวคือการ “สั่งสอน” หรือ “กู้ศักดิ์ศรีคนไทย” นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม - KNCE ซึ่งเป็นตัวแทนของเครือข่ายชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงดังกล่าว โดยตั้งคำถามสำคัญต่อสังคมว่า เราจะเลือกยืนอยู่บนหลักการของความยุติธรรม หรือจะปล่อยให้ความเกลียดชังและการตั้งศาลเตี้ยกลายเป็นเครื่องมือของสังคม

ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ประธานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม - KNCE ได้เน้นย้ำจุดยืนสำคัญ 4 ประการ ได้แก่:
• กะเหรี่ยงคือส่วนหนึ่งของแผ่นดิน: ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มดั้งเดิมที่ร่วมสร้างบ้านเมืองและดูแลผืนป่ามาตั้งแต่ก่อนการเกิดรัฐชาติ กะเหรี่ยงจึงไม่ใช่ "คนนอก" แต่คือพลเมืองสยามและพลเมืองไทย
• การทำร้ายคนต่างวัฒนธรรมไม่ใช่ความรักชาติ: การสร้างวาทกรรมว่าทำร้ายกะเหรี่ยงเพื่อ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" เป็นแนวคิดที่อันตรายต่อสังคมพหุวัฒนธรรม เพราะความเป็นไทยควรหล่อหลอมจากการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ความเกลียดชัง
• ศาลเตี้ยไม่ใช่ความยุติธรรม: การรุมทำร้าย ใช้ความรุนแรง หรือประจานผ่านสื่อ ไม่ใช่กระบวนการทางกฎหมาย ในรัฐนิติธรรม ไม่มีใครมีสิทธิ์ตั้งตนเป็นผู้พิพากษาเหนือกฎหมายได้
• ศักดิ์ศรีมนุษย์ไม่มีลำดับชั้น: เครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยกับการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ผ่านการเหมารวมทางอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเรียกว่า "คนไทย" หรือ "คนกะเหรี่ยง" ก็ตาม

ข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐและสังคม
ทางเครือข่ายฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิดจนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ในเชิงนโยบาย เครือข่ายฯ ได้เสนอให้มีการนำ "พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์" มาเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพิจารณาในกรณีนี้ เพื่อสร้างรากฐานของสังคมที่เคารพความหลากหลายและเป็นธรรมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกเชื้อชาติที่ออกมาร่วมกันแสดงจุดยืนปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในครั้งนี้

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม: https://drive.google.com/.../1aXQY--bt.../view...

"ผืนดินไม่เคยถามว่าเรามาจากเผ่าไหน
สายน้ำไม่เคยถามว่าเราพูดภาษาอะไร
มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ตั้งกำแพงขึ้นระหว่างกัน"

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1490261256439802&set=a.505732428226028
.....


สมชาย แซ่จิว
18 hours ago
·
เต้-ตี๋ ไทยไม่ทน
เคยชนกับคนต่างด้าว
แบบมาเฟียรัสเซีย พัทยา
หรือแก๊งจีนเทา ไหมจ๊ะ
หรือเก่งได้แต่ยกพวกรุม
คนเล็กคนน้อย คนกลุ่มชาติพันธุ์
ตามตลาด

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10164270012044040&set=a.10150221188839040



การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ‘ภูมิใจไทย’ และ ‘กล้าธรรม’ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มีการทำงานอย่างเป็นระบบของเครือข่ายท้องถิ่น วันโอวันชวน ศุทธิกานต์ มีจั่น อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม ฉายภาพการกำเนิด ‘นีโอบ้านใหญ่’


The101.world

20 hours ago
·
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ‘ภูมิใจไทย’ และ ‘กล้าธรรม’ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มีการทำงานอย่างเป็นระบบของเครือข่ายท้องถิ่น
.
วันโอวันชวน ศุทธิกานต์ มีจั่น อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม ฉายภาพการกำเนิด ‘นีโอบ้านใหญ่’ พร้อมทำความเข้าใจระบบอุปถัมภ์และวิถีการเมืองแบบภูมิใจไทยกับกล้าธรรม
.
อ่านได้ที่: https://www.the101.world/suthikarn-meechan-interview/
.
“ระบบอุปถัมภ์ในช่วง คสช. ไม่ได้อ่อนแอลง หากแต่ปรับสมดุลให้สอดคล้องกับรัฐรวมศูนย์ และเมื่อการเลือกตั้งกลับมา เครือข่ายเหล่านี้จึงพร้อมกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยทรัพยากรและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกว่าเดิม”
.
“การเติบโตของภูมิใจไทยไม่ใช่ปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่มาจากความสามารถของพรรคในการแปลงอำนาจรัฐเป็นทุนทางการเมือง พรรคนี้ไม่ได้ชนะด้วยกระแส แต่ชนะด้วยโครงสร้าง”
.
“ในอดีตภาพจำของการซื้อเสียงคือจ่ายเงินสดก่อนเลือกตั้งครั้งเดียวแล้วจบ แต่ปัจจุบันเป็นการดูแลแบบต่อเนื่องผ่านเครือข่าย ...นี่คือการเปลี่ยนจาก ‘เงินสดรายครั้ง’ เป็น ‘ความสัมพันธ์ระยะยาว’”
.
“เราหมกมุ่นกับการซื้อเสียงมากเกินไป…การซื้อเสียงเป็นปัญหาหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ของการเลือกตั้งรอบนี้เป็นเรื่องโครงสร้างรัฐทั้งหมดที่ถูกกุมโดยบางพรรค”
.
“นีโอบ้านใหญ่ไม่ใช่บ้านใหญ่ที่แอบอิงแค่สายเลือด แต่รวมไปถึงเครือข่ายกลุ่มคนของตัวเองที่เลี้ยงดูเหมือนลูก…นีโอบ้านใหญ่จะขยายขอบข่ายออกไปได้เรื่อยๆ เขาไม่ต้องพึ่งพาพรรคใดพรรคหนึ่ง สามารถย้ายพรรคข้ามไปมาได้และข้ามจังหวัดได้”
.
“ระบบอุปถัมภ์แบบเดิมเชื่อเรื่องความจงรักภักดี มีนายได้คนเดียว แต่นีโอบ้านใหญ่ไม่ใช่ มันปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ นี่คือผลจากการรัฐประหารที่เขาทำเพื่อให้อยู่รอดได้”
.
เรื่อง: วจนา วรรลยางกูร
ภาพถ่าย: เมธิชัย เตียวนะ
 
https://www.the101.world/suthikarn-meechan-interview/




นักวิเคราะห์บีบีซีชี้ ทรัมป์ควรระวังบทเรียนจากอิรัก หากจะเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มระบอบอิสลาม



นักวิเคราะห์บีบีซีชี้ ทรัมป์ควรระวังบทเรียนจากอิรัก หากจะเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มระบอบอิสลาม

เจเรมี โบเวน
บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ
บีบีซี
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว

ผมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประชาชนของประเทศหนึ่ง ลุกฮือขึ้นต่อต้านโค่นล้มระบอบการปกครองที่กดขี่ตนเองอยู่ แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือสนับสนุน ในตอนที่การปฏิวัติของประชาชนนั้นได้เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ

ผมเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ปี 1991 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน เมื่ออดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ ผู้เป็นบิดาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช กล่าวสุนทรพจน์ที่อาจจะทำให้เขาต้องเสียใจไปจนวันตาย

การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งประวัติศาสตร์นั้นเกิดขึ้น ที่โรงงานผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตในรัฐแมสซาชูเซตส์ ในงานเปิดตัวอาวุธอันล้ำสมัยที่สุด สำหรับสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก

ปัจจุบันขีปนาวุธแพทริออต ซึ่งมีไว้ยิงสกัดขีปนาวุธที่ศัตรูฝ่ายตรงข้ามยิงโจมตี ยังคงมีบทบาทสำคัญยิ่งยวด ทั้งในสงครามยูเครนและสงครามที่สหรัฐฯ กับอิสราเอล ผนึกกำลังโจมตีอิหร่าน

ในตอนที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ เดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ที่โรงงานผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออต ปฏิบัติการ "พายุทะเลทราย" (Desert Storm) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งมโหฬาร ที่มุ่งขับไล่กองทัพอิรักออกไปให้พ้นจากดินแดนคูเวตก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยกองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรอื่น ๆ ร่วมกันกระหน่ำโจมตีกองทัพอิรัก และเมืองสำคัญต่าง ๆ ของอิรักหลายแห่ง

ในขณะเดียวกัน กองกำลังชาติพันธมิตรที่มีทหารราบหลายหมื่นนาย ก็ได้รวมพลรอคอยจะเปิดฉากการโจมตีภาคพื้นดิน อยู่ที่แนวพรมแดนระหว่างอิรักกับคูเวต โดยปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินนี้เริ่มขึ้นในอีก 9 วันต่อมา ในตอนนั้นผมประจำการอยู่ที่ศูนย์ข่าวในกรุงแบกแดดของอิรัก และกำลังยุ่งหัวหมุนกับการรายงานข่าวสงคราม

สองสามวันก่อนหน้านั้น กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่ศูนย์พักพิงของผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองอามีริยาห์ เป็นเหตุให้มีพลเรือนถูกสังหารไปกว่า 400 คน แต่กองกำลังร่วมของสหรัฐฯ และอังกฤษกลับกล่าวอ้างว่า สถานที่แห่งนั้นคือศูนย์บัญชาการของกองกำลังอิรัก

ทว่าสิ่งที่นักข่าวอย่างผมเห็นด้วยตาตนเองนั้น คือร่างของผู้เสียชีวิตที่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก, สตรี, และคนชราเกือบทั้งหมด ผมยังได้เห็นซากปรักหักพังของค่ายผู้ลี้ภัยที่ยังมีควันไฟคุกรุ่น ดังนั้นผมจึงรู้แน่แก่ใจว่า สิ่งที่กองกำลังชาติพันธมิตรกล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องจริง

แม้ว่าในตอนนั้น ผมจะไม่ได้ใส่ใจกับสุนทรพจน์ที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ กล่าวมากนัก แต่ในอีก 35 ปีต่อมา ผมกลับหวนนึกถึงถ้อยแถลงนั้นทุกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล พร่ำบอกกับประชาชนชาวอิหร่านว่า ตอนนี้พวกเขาได้รับโอกาสทองที่จะมีเพียงครั้งเดียวในหนึ่งชั่วอายุคน เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลามลงเสีย แม้สหรัฐฯ และอิสราเอลจะไม่ได้ให้คำมั่นว่า จะมอบการสนับสนุนช่วยเหลือทางทหารโดยตรงให้แก่ประชาชนแต่อย่างใด

ย้อนไปเมื่อตอนที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ กล่าวสุนทรพจน์ชื่นชมคนงานผู้ผลิตอาวุธมหัศจรรย์แห่งยุค เขากล่าวสรรเสริญผู้ผลิตขีปนาวุธแพทริออตเพียงสั้น ๆ ไม่กี่ประโยค ก่อนจะหันไปเอ่ยเรียกร้องให้ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำเผด็จการของอิรัก ปฏิบัติตามข้อมติของสหประชาชาติ ที่ให้อิรักถอนกำลังทหารออกจากคูเวตทันที

สถานการณ์ของสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก แตกต่างไปจากสงครามในยูเครนและสงครามในอิหร่านอย่างมาก เพราะในตอนนั้นคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ ได้อนุมัติเห็นชอบให้กองกำลังชาติพันธมิตร สามารถทำสงครามได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ถ้อยแถลงสำคัญในสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซีเนียร์ มีอยู่ว่า "มีอีกทางหนึ่งที่จะหยุดยั้งการนองเลือดได้... นั่นคือกองทัพอิรักและประชาชนชาวอิรัก ลุกขึ้นมาจัดการเรื่องนี้ด้วยน้ำมือของตนเอง และบีบบังคับให้จอมเผด็จการซัดดัม อุสเซน ต้องลงจากอำนาจ"

บรรดาคนงานผู้ผลิตระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต พากันปรบมือและส่งเสียงโห่ร้องชื่นชมสุนทรพจน์ดังกล่าวกันดังสนั่น หลังจากนั้นท่านประธานาธิบดีก็อำลาจากไป เพื่อเดินสายปลุกระดมและโน้มน้าวใจให้คนอเมริกัน สนับสนุนการทำสงครามครั้งใหญ่ครั้งแรก นับตั้งแต่ประสบหายนะจากความพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม


ทหารสหรัฐฯ ขณะออกลาดตระเวนในอิรัก เมื่อปี 2003

อย่างไรก็ตาม มีคนบางกลุ่มในอิรักที่เชื่อถือคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะหลังจากที่กองทัพอิรักถูกขับไล่ออกพ้นจากดินแดนคูเวตแล้ว ซัดดัม ฮุสเซน กลับยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำอิรักอยู่ต่อไป ทำให้ชาวมุสลิมชีอะห์ในทางตอนใต้ของประเทศกับชาวเคิร์ดในทางตอนเหนือ ซึ่งต่างก็ถูกระบอบเผด็จการของซัดดัมกดขี่ เริ่มจับอาวุธขึ้นก่อการกบฏ

ทว่ารัฐบาลของสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, และชาติพันธมิตรอื่น ๆ ที่ได้ผนึกกำลังกันทำสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก ต่างก็เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวนี้อยู่เงียบ ๆ โดยไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเลยแม้แต่น้อย ทำให้ระบอบเผด็จการของซัดดัม ฮุสเซน ที่ยังคงมีฝูงเฮลิคอปเตอร์โจมตีอยู่ สามารถต้านทานตอบโต้กลุ่มกบฏ จนมีชาวเคิร์ดและชาวมุสลิมชีอะห์เสียชีวิตไปหลายพันคน แม้ในขณะนั้นกองทัพอิรักเพิ่งจะได้รับความเสียหายใหญ่หลวงจากสงครามมาก็ตาม

ชาวมุสลิมชีอะห์กล้าลุกฮือขึ้นงัดข้อกับซัดดัม เพราะเชื่อมั่นว่าตนมีผู้นำสหรัฐฯ คอยหนุนหลังอยู่ แต่พวกเขาก็คาดการณ์ผิดถนัด เนื่องจากในภายหลังบรรดาชาติพันธมิตรต่างไม่เข้ามายื่นมือแทรกแซง เพื่อช่วยเหลือให้การปฏิวัติของพวกเขาประสบความสำเร็จเลย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับวาจาของผู้นำสหรัฐฯ ที่ได้เคยกล่าวให้ความหวังไว้

ในตอนนั้นผมอยู่ที่ภูมิภาคอันหนาวเย็น ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหิมะทางตอนเหนือของอิรัก บริเวณนี้เป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของชาวเคิร์ด และมีชาวเคิร์ดในอิรักหลายหมื่นคนอพยพลี้ภัยทางการเมืองมาที่นี่ พวกเขาต่างบอกเล่าถึงเรื่องราวอันโหดร้าย จากการถูกคนของซัดดัมไล่ล่าสังหาร ทุกเช้าผมจะเห็นพ่อของเด็ก ๆ หลายคน อุ้มเอาศพลูกลงมาจากภูเขา ร่างเล็ก ๆ นั้นห่อหุ้มด้วยผ้าห่มเก่า ๆ หลังจากโลกนี้ไปเพราะทนความหนาวเหน็บบนภูเขาไม่ไหว หรือไม่ก็ล้มป่วยด้วยโรคท้องร่วงอย่างหนัก

ในที่สุดพวกชาวอเมริกัน, ชาวอังกฤษ, ชาวฝรั่งเศส, และชาติอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกละอายใจ จนต้องลงมือดำเนินปฏิบัติการมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมครั้งใหญ่ เพื่อช่วยชีวิตชาวเคิร์ดในทางตอนเหนือของอิรัก ส่วนชาวมุสลิมชีอะห์ในทางตอนใต้นั้น พวกเขาก็พบเจอกับชะตากรรมที่ไม่ได้ดีไปกว่าชาวเคิร์ดเท่าใดนัก


ขบวนยานยนต์หุ้มเกราะของกองทัพสหรัฐฯ ในปฏิบัติการทางทหารเพื่อขับไล่กองทัพอิรักออกจากคูเวต เมื่อปี 1991

ผลกระทบที่เกิดจากสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากนั้นอีกนานหลายปี ส่งผลให้มีการตั้งฐานทัพสหรัฐฯ อย่างถาวรในซาอุดีอาระเบีย, มีการบินลาดตระเวนเป็นประจำของทหารอเมริกัน เพื่อคุ้มกันเขตห้ามบินที่กำหนดขึ้นใหม่, ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงให้กับโอซามา บิน ลาเดน ในวัยหนุ่ม เพราะดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิม ต้องมาถูกเหยียบย่ำทำลายด้วยกองกำลังต่างชาติ ปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้งกลุ่มก่อการร้ายอัลไคดา หรืออัลกออิดะห์ขึ้นในที่สุด

แท้จริงแล้วสงครามอ่าวเปอร์เซียในแต่ละครั้ง ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ของสงครามครั้งใหม่ให้ปะทุขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด โดยในปี 2003 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้เป็นบุตรชายของจอร์จ บุช ซีเนียร์ ก็ได้ลงมือทำสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สอง โดยตัวเขาเชื่อว่ากำลัง "ปิดบัญชี" เพื่อจบสิ้นภารกิจที่ยังค้างคา ซึ่งบิดาของเขาได้เริ่มต้นไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน

ในคราวนี้สหรัฐฯ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารเพื่อโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน อย่างเต็มใจ จนสามารถขจัดศัตรูตัวฉกาจของชาวอเมริกันและชาวอิรักบางส่วนออกไปได้ ส่วนอิหร่านซึ่งเป็นศัตรูกับอิรัก ก็พลอยได้รับผลประโยชน์เสมือนเป็นผู้ชนะรายใหญ่ของสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สองไปด้วย

ทว่าสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สาม ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มีเป้าหมายในการหยุดยั้งความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ที่เร่งเติบโตและเพิ่มพูนกำลังอำนาจขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สอง ในปี 2003 เป็นต้นมา

การระดมโจมตีด้วยขีปนาวุธและระเบิดจำนวนมาก คือแผนที่วางไว้เพื่อทำลายความทะเยอทะยานทางทหาร และความใฝ่ฝันที่จะเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของประเทศตนอย่างยิ่ง

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันล่าสุด ชี้ว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะทำสงครามกับอิหร่านโดยร่วมรบกับอิสราเอลเป็นครั้งแรก ไม่ได้รับความนิยมและมีผู้คัดค้านจำนวนไม่น้อย การตัดสินใจนี้ยังสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาติพันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐฯ (แน่นอนว่ายกเว้นอิสราเอล) อีกด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เสียงวิจารณ์ในแง่ลบนี้จะผิดถนัด เพราะบรรดานักวิเคราะห์และผู้วิจารณ์ข่าวต่างก็เกลียดทรัมป์ จนอคติจากความชังบดบังการวิเคราะห์ด้วยเหตุผลเสียสิ้น ? บางทีมันอาจจะไม่สำคัญอะไรเลยที่ทรัมป์ดูหมิ่นเหล่าชาติพันธมิตร ซึ่งได้เคยส่งทหารไปร่วมรบ และพลีชีพในสงครามภูมิภาคตะวันออกกลางมาหลายต่อหลายครั้ง

บางทีมันอาจจะไม่สำคัญอะไรเลยที่ทรัมป์โกหก เรื่องอิหร่านเป็นฝ่ายยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เพื่อโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งของตนเอง ซึ่งทางการอิหร่านแถลงว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ไปถึง 165 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหญิง

ข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่ว่า อิหร่านไม่มีขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ ในครอบครองเลย แต่ทรัมป์กับบรรดาผู้สนับสนุนของเขาพากันแก้ต่างเป็นเสียงเดียวกันว่า รายงานที่กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธใส่โรงเรียนของอิหร่านนั้นเป็น "ข่าวปลอม"

ทรัมป์กับกลุ่มผู้สนับสนุนบอกว่า การปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นชั่วคราวเพราะสงคราม เป็นนโยบายที่คุ้มค่าและยอมรับได้ หากในที่สุดแล้วมันทำให้อิหร่านไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง ไม่เพียงต่อชาติในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวอาหรับและอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชาติต่าง ๆ ในยุโรปและทวีปอเมริกาด้วย



พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งตั้งชื่อตำแหน่งของตนเองเสียใหม่ว่า "รัฐมนตรีสงคราม" ได้กล่าวประณามหยามเหยียดท่าทีกระมิดกระเมี้ยนของชาติต่าง ๆ ในยุโรป ที่วิจารณ์ตำหนิการใช้กำลังของสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสหประชาชาติเสียก่อน ทั้งยังบอกว่าสหรัฐฯ ไม่อยู่ในฐานะที่จะอ้างเหตุผลได้ว่า ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้เพื่อป้องกันตนเอง

นายเฮกเซธกล่าวว่า "พันธมิตรดั้งเดิมของเราหลายชาติ ซึ่งพากันกำหมัดและตกตะลึงเหมือนกำไข่มุกในมือเอาไว้แน่น พวกเขาต่างก็เม้มปากและลังเลอ้ำอึ้ง ในเรื่องของการใช้กำลังทหาร"

ทว่าในตอนนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การยุติสงครามจะไม่ใช่เรื่องง่าย ผลที่จะเกิดตามมาหลังการทำสงครามครั้งนี้ อย่างดีที่ที่สุดก็คือความไม่แน่นอนและภาวะไร้เสถียรภาพ และอย่างเลวร้ายที่สุดก็คือการแผ่ขยายของความขัดแย้ง ที่สุดแสนจะอันตรายเกินจินตนาการ

ในสงครามกับอิหร่านครั้งนี้ อิสราเอลมีแผนการและจุดมุ่งหมายเป็นของตนเองโดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู รู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใด เขาเชื่อว่าตนเองสามารถบรรลุถึงความใฝ่ฝันที่มีมาตลอดชีวิตได้ นั่นก็คือการทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ในสุนทรพจน์ที่เขากล่าวในวันที่สองของสงคราม เนทันยาฮูบอกว่าด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐฯ อิสราเอลสามารถจะ "ทำสิ่งที่ผมต้องการทำมานานถึง 40 ปี ฟาดโจมตีระบอบก่อการร้ายเข้าที่รากฐานสำคัญของมัน นี่คือสิ่งที่ผมให้คำมั่นและเป็นสิ่งที่พวกเราควรทำ"

เนทันยาฮูนั้นไม่ต่างจากทรัมป์ ตรงที่เรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นโค่นล้มระบอบการปกครองแบบรัฐอิสลาม แต่อิสราเอลนั้นดูจะไม่ยี่หระต่อความเป็นไปได้ ที่สังคมอิหร่านอาจตกไปอยู่ในภาวะปั่นป่วนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความรุนแรง เพราะนั่นอาจจะเป็นผลดีต่ออิสราเอลด้วยซ้ำ

สหรัฐฯ – อิสราเอล และกลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรคู่นี้ ต่างเชื่อว่าการโค่นล้มระบอบการปกครองของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะทำให้โลกปลอดภัยและสงบสุขขึ้น คนเหล่านี้อาจจะคิดถูกแล้ว เมื่อพิจารณาว่ารัฐบาลอิหร่านที่โหดร้ายทารุณ ได้เข่นฆ่าประชาชนไปหลายพันคนเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังคนเหล่านี้พากันออกมาเดินขบวนประท้วงไปตามท้องถนน เพื่อต่อต้านระบอบการปกครองที่กดขี่ เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน จนทำให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย นอกจากนี้ อิหร่านยังหมกมุ่นกับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จนถึงขั้นที่สามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และกลุ่มผู้สนับสนุนนั้นคิดผิด ในเรื่องที่คาดการณ์ว่าผลของการทำสงครามครั้งนี้ จะสามารถลบล้างชดเชยหายนะในระดับมโหฬาร ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่การรุกรานอิรักเมื่อปี 2003

การกำจัดซัดดัม ฮุสเซน จอมเผด็จการของอิรัก โดยไม่มีแผนรองรับที่ปฏิบัติได้จริง ในการตั้งรัฐบาลซึ่งจะมาแทนที่ระบอบซัดดัมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสังหารผู้คนนับแสน ในช่วงสงครามกลางเมืองและการสู้รบระหว่างนิกายต่าง ๆ ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางการเมือง ที่ไม่มีผู้ใดสามารถยึดครองอำนาจได้อย่างเด็ดขาด เหตุการณ์นี้ได้บ่มเพาะกลุ่มนักรบจีฮัดที่มีแนวคิดสุดโต่งรุนแรง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น "ขบวนการรัฐอิสลาม" หรือไอเอสที่รู้จักกันดี ปัจจุบันสมาชิกของกลุ่มไอเอสรุ่นล่าสุด กำลังเฝ้าจับตามองหาโอกาส ที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤตของสงครามครั้งล่าสุดนี้อยู่


ชาวอิหร่านออกมารวมตัวเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน เมื่อ 9 มี.ค.

ในอดีตเนทันยาฮูเคยคิดจะทำสงครามกับอิหร่านมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ตระหนักได้ในที่สุดว่า อิสราเอลจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้นำสหรัฐฯ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สงคราม ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว อิสราเอลก็ประสบความสำเร็จในการขอความร่วมมือจากทรัมป์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนในอดีต รวมถึงบิล คลินตัน ซึ่งเนทันยาฮูเจรจาด้วยเป็นคนแรก หลังขึ้นนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อสามสิบปีก่อน ต่างก็ปฏิเสธที่จะทำสงครามกับอิหร่าน เพราะพวกเขาพอใจกับนโยบายปิดกั้นและยับยั้งอิหร่าน ซึ่งได้ผลดีพอสมควรอยู่แล้ว หากอิหร่านไม่พยายามอย่างโจ่งแจ้งที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ จะไม่ทำสงครามอย่างเด็ดขาด

ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาผู้นำสหรัฐฯ ในอดีต ต่างเกรงกลัวสภาพการณ์อันเลวร้ายสุดขั้ว อย่างที่โลกกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ นั่นคือการแผ่ขยายลุกลามของสงครามในตะวันออกกลางเป็นวงกว้าง เนื่องจากอิหร่านลงมือทำตามแผนการที่วางไว้ล่วงหน้า เพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง และกระทบต่อความเป็นพันธมิตรที่สหรัฐฯ เพียรพยายามสร้างไว้อย่างระมัดระวังกับหลายชาติในแถบอ่าวอาหรับ

ขณะนี้อิหร่านหันมาใช้ประเทศเหล่านี้เป็นเป้าโจมตีเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ส่วนจีนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านก็กำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ ทำให้ชาติในอ่าวอาหรับเริ่มจะประเมินและชั่งน้ำหนักความคุ้มค่า ในเรื่องของความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เสียใหม่ และอาจจะพิจารณาคืนดีกับอิสราเอลด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ทรัมป์ประกาศชัยชนะ แล้วลอยตัวปล่อยให้ซาอุดีอาระเบียและชาติในอ่าวอาหรับอื่น ๆ จัดการกับความยุ่งเหยิงวุ่นวายที่ชาวอเมริกันทิ้งไว้เบื้องหลังกันเอาเอง

ทรัมป์ซึ่งเคยให้คำมั่นกับชาวอเมริกันว่า จะไม่ก่อสงครามยืดเยื้อยาวนานที่ไม่มีวันสิ้นสุดขึ้นมาอีก อาจพบว่าตนเองจำต้องคงกำลังทหารเอาไว้ในตะวันออกกลางอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่า ต้องการจะเป็นอิสระจากภาระหนักตรงนี้เพื่อเผชิญหน้ากับจีนก็ตาม

แต่สำหรับอิสราเอลแล้ว เรื่องนี้พวกเขาไม่ต้องคิดมากเหมือนกับบรรดาผู้นำของสหรัฐฯ เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่สุด ในการจัดระเบียบอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลางเสียใหม่ โดยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเอง จนสามารถขึ้นสู่ฐานะผู้ครองอำนาจนำทางทหาร ที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายในภูมิภาคนี้

ตอนนี้อิสราเอลยังมีเป้าหมายในการทำลายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอนให้สิ้นซาก เนื่องจากอิสราเอลไม่เคยทำเรื่องนี้ได้สำเร็จเลย นับตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา และในขณะที่ทั่วโลกกำลังมุ่งให้ความสนใจกับการสู้รบในอิหร่าน อิสราเอลก็ยังคงเดินหน้าผนวกดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน หรือเขตเวสต์แบงก์อย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้ทรัมป์อาจได้เรียนรู้แล้วว่า การก่อสงครามนั้นง่ายดายยิ่งกว่าการยุติสงครามมาก เพราะมันยากที่จะทราบได้ว่าควรต้องหยุดรบเมื่อใด หากผู้ก่อสงครามไม่รู้ทิศรู้ทางว่าตนเองกำลังจะมุ่งหน้าไปไหนกันแน่

การยุติสงครามจะยากยิ่งกว่าที่กล่าวมาหลายเท่า หากสหรัฐฯ ที่เป็นชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก เข้าสู่สงครามโดยไม่มีแผนยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ชัดเจนและอยู่กับร่องกับรอย และเข้าสู่สงครามภายใต้การนำของประธานาธิบดีจอมโกหก ที่มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าเขากำลังปั้นน้ำเป็นตัว พร้อมกับลงมือทำสงครามไปด้วย

https://www.bbc.com/thai/articles/c795g2vxqq0o







ทำไมทรัมป์ถึงทำสงครามกับอิหร่าน? วุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญชาวอิหร่าน






https://x.com/SenSanders/status/2032098202762035243



 

รองผู้บัญชาการกองพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน อาลี ฟาดาวี กล่าวในวันนี้ว่า อิหร่านมีขีปนาวุธที่ยิงจากใต้น้ำด้วยความเร็ว 100 เมตรต่อวินาที (ประมาณ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ) ซึ่งมีเพียงรัสเซียและอิหร่านเท่านั้นที่มี





https://x.com/VOS201020/status/2032148993963131134



ran’s Hoot Torpedo: World’s Fastest Underwater Weapon? | Iran Naval Power 2026

NEWS MILITARY

Premiered Feb 26, 2026

Iran’s Hoot Torpedo: World’s Fastest Underwater Weapon? | Iran Naval Power 2026 

Imagine a torpedo that races underwater at speeds rivalling jets one so fast that traditional defenses struggle to react. Welcome to the world of Iran’s Hoot supercavitating torpedo one of Tehran’s most talked-about underwater weapons. Today, we’ll explore how it works, why it’s significant, and what it means for naval warfare in 2026 and beyond. 

The Hoot Persian for Whale is an Iranian supercavitating torpedo capable of underwater speeds far greater than conventional torpedoes. 

Supercavitation is the physics trick that makes it possible: the torpedo travels wrapped inside a bubble of gas, drastically reducing drag. This allows it to reach speeds of up to 360 kilometers per hour several times faster than traditional underwater missiles.


https://www.youtube.com/watch?v=hICz8cBHgus






 

อัพเดท ข่าวใหญ่สำหรับทุกท่านที่ติดตาม #มหากาพย์นายหน้า จาก Tom Wright นับตั้งแต่หลบหนีออกจากประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Benjamin Mauerberger) ได้ไปกบดานอยู่ในดูไบ เขาได้รีบขายเรือยอชต์หรูให้บริษัทบังหน้า และหายตัวไปในมหาสมุทรอินเดีย





เธรด : https://x.com/TomWrightAsia/status/2031934295103979844


 

เมื่อการโจมตีเรือขนส่งสินค้าทวีความรุนแรงขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะสามารถหยุดยั้งอิหร่านจากการทำให้เศรษฐกิจโลกเป็นอัมพาตได้หรือไม่? อัลจาซีรา อธิบายปัญหาที่จะเจอ





https://x.com/AJEnglish/status/2032147672899969282


 

เสวนา "อนาคตเศรษฐกิจและพลังงานไทย ภายใต้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและระเบียบโลกใหม่"


เสวนา "อนาคตเศรษฐกิจและพลังงานไทย ภายใต้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและระเบียบโลกใหม่"

JustPow

Mar 12, 2026

จากสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานที่สำคัญของโลก โดยเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบราว 1 ใน 5 ของการค้าพลังงานโลก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลกที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง และสร้างความกังวลว่าจะก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานไปทั่วโลกหรือไม่

ประเทศไทยเองก็พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากตะวันออกกลางเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต โอมาน รวม 62.96% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งก่อให้เกิดสถานการณ์ความกังวลว่าน้ำมันจะขึ้นราคาและจะมีไม่เพียงพอหรือไม่หากการสู้รบในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อออกไป

และไม่เพียงแค่น้ำมัน ไทยเองก็นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์สูงที่สุด 21.1% ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด โดยส่วนใหญ่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ในขณะที่กาตาร์เองก็เพิ่งจะประกาศหยุดการผลิตและส่ง LNG เนื่องด้วยปัญหาความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น การที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้า LNG จากกาตาร์สูงที่สุด จึงอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหากราคา LNG สูงขึ้นก็จะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
.
จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคพลังงานที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ครั้งนี้ JustPow แพลตฟอร์มที่ทำงานสื่อสารประเด็นเรื่องพลังงานในประเทศไทย จึงได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง “อนาคตเศรษฐกิจและพลังงานไทย ภายใต้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและระเบียบโลกใหม่” เพื่อนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมค้นหาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต 
โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ 
.
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร .
รศ.ดร.รักไทย บูรพ์ภาค อาจารย์พิเศษ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย .

ดร.ศุภวรรณ แซ่ลิ้ม หัวหน้าโครงการนโยบายพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Agora Energiewende .

อาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100)

https://www.youtube.com/watch?v=wcpqKEzJbVU




รายงานข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ ประเมินว่า หลังจากการปฏิบัติการ Epic Fury มาเกือบสองสัปดาห์ ผู้นำรัฐบาลอิหร่านยังไม่ตกอยู่ในอันตรายที่จะล่มสลายในเร็ววัน

US intelligence report suggests Iranian regime is not at risk of imminent collapse

Recent U.S. intelligence reports have assessed that after nearly two weeks of Operation Epic Fury, Iran’s government leadership is not in danger of imminent collapse. 

The evaluation comes after 12 days of regular military strikes by United States and Israeli forces, which led to the deaths of Iran’s Ayatollah Ali Khamenei, his wife, daughter, son-in-law, daughter-in-law, and three grandchildren. Iran’s successor, Mojtaba Khamenei, son of the former ayatollah, was also injured in the strikes. 

Read more here: 
https://www.washingtonexaminer.com/news/4489227/intelligence-report-iranian-regime-not-risk-of-collapse/

https://www.youtube.com/shorts/W58bEfkWke4








 

คลิปข่าว จาก CBS และ Al Jazeera รายละเอียดเกี่ยวกับแถลงการณ์ฉบับแรกจากผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี


Details on first statement from new Iranian Supreme Leader Mojtaba Khamenei

CNS News

Mar 12, 2026

Iran's new supreme leader, Ayatollah Mojtaba Khamenei, released his first public statement through Iranian state media on Thursday. CBS News' Anna Schecter, Aaron Navarro and Charlie D'Agata have the latest on the statement and the war in Iran.

https://www.youtube.com/watch?v=sMgMap71rFM


(Gemini สรุป)

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับแรกที่อ้างว่าเป็นของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ อยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี

ข้อความดังกล่าว ซึ่งอ่านโดยผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ แทนที่จะกล่าวด้วยตนเอง ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่หลังจากการเสียชีวิตของบิดาของเขา อาลี คาเมเนอี ในระหว่างการโจมตีครั้งแรกของปฏิบัติการ Epic Fury เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

คำสั่งเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
ช่องแคบฮอร์มุซ: แถลงการณ์สั่งให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยอธิบายว่าเป็น "คานงัด" ที่ต้องใช้เพื่อกดดันสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอย่างแน่นอน

ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค: คาเมเนอีออกคำเตือนอย่างเข้มงวดต่อประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่อยู่ใกล้เคียง โดยเรียกร้องให้พวกเขาปิดฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในดินแดนของตน เขาอธิบายว่าฐานทัพเหล่านี้เป็น "เป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย" และปฏิเสธการรับประกันความมั่นคงของตะวันตกว่าเป็น "เรื่องโกหก"


การขยายขอบเขตความขัดแย้ง: ข้อความดังกล่าวกล่าวถึง "การเปิดแนวรบอื่น" ที่ศัตรูอ่อนแอ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนไปสู่สงครามแบบไม่ธรรมดาหรือแบบไม่สมมาตร นอกเหนือจากการโจมตีในระดับภูมิภาคในปัจจุบัน

น้ำเสียงและหัวข้อ
ความต่อเนื่องเหนือการประนีประนอม: แถลงการณ์เน้นหนักไปที่หัวข้อ "ความต่อเนื่อง" ซึ่งบ่งชี้ว่าระบอบการปกครองจะยังคงรักษาท่าทีที่แข็งกร้าวต่อไป แม้จะสูญเสียผู้นำคนก่อนไปแล้วก็ตาม

คำมั่นสัญญาแห่งการแก้แค้น: คาเมเนอีสัญญาว่าจะแก้แค้นให้กับผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีโรงเรียนมินาบ (ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 165 คน) และการเสียชีวิตของบิดาของเขา เขากล่าวว่าแม้การแก้แค้นบางส่วน "ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว" แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสมบูรณ์

ความสามัคคีภายในประเทศ: ข้อความส่วนใหญ่เน้นไปที่ภายในประเทศ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านรักษาความสามัคคีและเข้าร่วมพิธีวันกุดส์ที่จะมาถึงเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่ง







https://x.com/AJEnglish/status/2032113294647923107


 

วันที่ผี 229 ตัวถูกปล่อย บางที ผีที่แท้จริงของการเมืองไทย อาจไม่ใช่ 229 รายชื่อในสำนวนคดี


พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
8 hours ago
·
มีเรื่องด่วน

#วันที่ผี 229 ตัวถูกปล่อย: บันทึกการเมืองในฤดูร้อนปี 2569

ในบางประเทศ เรื่องราวของ “ผี” มักถูกเล่าในคืนเดือนมืด
แต่ในประเทศไทย เรื่องของผีบางครั้งถูกเล่ากลางวันแสก ๆ
ผ่านเอกสารราชการที่มีตราครุฑประทับอยู่ด้านบน

คดีที่ผู้คนเรียกกันว่า “ฮั้ว ส.ว.” ซึ่งมีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาถึง 229 คน เคยถูกนำเสนอราวกับเป็นมหากาพย์ของการสืบสวนทางการเมือง
รายชื่อเหล่านั้นประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมาก นักการเมือง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ตัวเลข 229 ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก ๆ หากมันคือเงาของคำถามใหญ่เกี่ยวกับความสุจริตของกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจ

แต่เมื่อเรื่องเดินทางมาถึงจุดล่าสุด
สิ่งที่ปรากฏกลับคล้ายฉากหนึ่งในละครเหนือจริง

อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง มีมติว่าไม่มีใครผิด

เหมือนกับว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยถูกพูดถึง
เป็นเพียงหมอกบางที่ลอยอยู่เหนือทุ่งนา
และเมื่อแดดเช้าส่องลงมา หมอกนั้นก็หายไป

229 คน
หายไปจากสถานะ “ผู้ถูกกล่าวหา”
เหมือนผีที่ถูกปลดปล่อยจากโลกวิญญาณ

แต่คำถามที่ยังลอยอยู่เหนือสังคมไทยคือ

ถ้าไม่มีใครผิด
แล้วเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร

หรือบางที ในระบบการเมืองบางแบบ
ความจริงไม่ได้หายไป
เพียงแต่ถูกทำให้ “ไม่จำเป็นต้องมีอยู่”

นี่คือโศกนาฏกรรมเงียบของสถาบันที่เรียกว่า
องค์กรอิสระ

องค์กรที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความสุจริตของระบอบประชาธิปไตย
กลับต้องเผชิญคำถามจากสังคมว่า

กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจ
หรือกำลังช่วยทำให้ข้อกล่าวหาทั้งหมด “ระเหย” ไปจากประวัติศาสตร์การเมือง

ในทางทฤษฎี องค์กรอิสระดำรงอยู่ได้ด้วยทุนสำคัญเพียงอย่างเดียว
นั่นคือ ความเชื่อถือของประชาชน

แต่ความเชื่อถือเป็นสิ่งประหลาด
มันไม่ได้หายไปทันทีเหมือนตึกที่พังลงมา
มันค่อย ๆ ร้าว

เหมือนรอยแตกเล็ก ๆ บนกำแพง
ที่วันหนึ่งอาจทำให้กำแพงทั้งผืนถล่มลงมาโดยไม่มีใครทันตั้งตัว

คดีฮั้ว ส.ว. จึงอาจไม่ใช่แค่คดีหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แต่มันอาจกลายเป็น สัญลักษณ์ของยุคสมัยหนึ่ง

ยุคที่คำถามมากมายเกิดขึ้นในสังคม
แต่คำตอบที่ได้รับกลับเงียบงัน

และในความเงียบนั้น
ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มสงสัยว่า

บางที
ผีที่แท้จริงของการเมืองไทย
อาจไม่ใช่ 229 รายชื่อในสำนวนคดี

แต่อาจเป็น

“โครงสร้างของอำนาจที่ไม่มีใครสามารถเอาผิดได้เลย
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1452081293040771&set=a.189546429294270



อ.พิชายฉายภาพ 4 เงื่อนไข ที่ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยอาจเป็นรัฐบาลไม่ครบ 4 ปี





https://x.com/thestandardth/status/2032089087612445014