Thousands joined anti-racism demonstrations across the UK after days of anti-immigration unrest.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) June 13, 2026
Large crowds gathered in Belfast and Glasgow to reject racism and far-right mobilisation following riots that targeted ethnic minorities, homes and businesses. pic.twitter.com/ekX3FSBhgJ
https://x.com/AJEnglish/status/2065894516196876606
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ก่อให้เกิดทั้งเหตุจลาจลต่อต้านผู้อพยพอย่างรุนแรงและการประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติครั้งใหญ่
บริบทเบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้นในเบลฟาสต์และกลาสโกว์เน้นให้เห็นว่าสถานการณ์กำลังพัฒนาไปอย่างไรในปัจจุบัน
📍 เบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ
ต้นตอ
ความไม่สงบในเบลฟาสต์เริ่มต้นจากเหตุการณ์แทงด้วยมีดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งทำให้ชายท้องถิ่น สตีเฟน โอกิลวี อายุ 44 ปี ตาพร่ามัว ชายชาวซูดานอายุ 30 ปีถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า
การจลาจลของกลุ่มขวาจัด
หลังจากการโจมตี กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบฝ่ายขวาจัดและต่อต้านผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลเท็จทางออนไลน์ ได้ปลุกปั่นความตึงเครียดทางเชื้อชาติ ตลอดหลายคืน กลุ่มชายสวมหน้ากากได้ก่อจลาจลอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึง:
การขว้างปาอิฐ ระเบิดเพลิง และขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ (ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บอย่างน้อย 12 นาย)
การจุดไฟเผารถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ และบ้านเรือนหลายหลังที่เชื่อว่าเป็นของผู้อพยพ ทำให้ผู้คนกว่าสองโหลไร้ที่อยู่อาศัย
มิเชล โอ'นีล นายกรัฐมนตรีแห่งไอร์แลนด์เหนือ ประณามการจลาจลว่าเป็น "ความขี้ขลาดที่น่ารังเกียจ" ในขณะที่นาโอมิ ลอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผู้กระทำความผิดทางออนไลน์จงใจใช้โศกนาฏกรรมนี้เป็นอาวุธเพื่อปลุกปั่นความเกลียดชัง
การตอบโต้
ผู้ประท้วงอย่างสันติหลายพันคนรวมตัวกันนอกศาลาว่าการเมืองเบลฟาสต์เพื่อชุมนุม "รวมพลังต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ" การชุมนุมครั้งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนถือป้ายที่มีข้อความว่า "การเหยียดเชื้อชาติของคุณไม่ใช่ความรักชาติ" และ "ปกป้องผู้คน ไม่ใช่ความลำเอียง" เป็นความพยายามโดยตรงของคนในท้องถิ่นที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ของเมืองและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชุมชนชนกลุ่มน้อยที่เปราะบาง
📍 กลาสโกว์ สก็อตแลนด์
ความไม่สงบ
เหตุการณ์ความไม่สงบต่อต้านผู้อพยพได้พุ่งเป้าไปที่ชนกลุ่มน้อยในกลาสโกว์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนท้องถิ่นต้องอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูง ในกรณีหนึ่ง ผู้ที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในมัสยิดท้องถิ่นถูกบังคับให้ปิดล้อมเนื่องจากภัยคุกคามในบริเวณใกล้เคียง
การตอบโต้กลับ
ผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติหลายพันคนรวมตัวกันที่ใจกลางเมือง (โดยเฉพาะบริเวณบันได Buchanan Steps) เพื่อร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ในชื่อ "Reclaim Our Streets" (ทวงคืนท้องถนนของเรา) ซึ่งจัดโดยกลุ่ม Stand Up to Racism Scotland
สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน
การเผชิญหน้า: จำนวนผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติที่มีอยู่หลายพันคนนั้นมีจำนวนมากกว่ากลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายขวาจัดที่มาตอบโต้อย่างเห็นได้ชัด โดยกลุ่มฝ่ายขวาจัดมีจำนวนเพียงประมาณ 30 ถึง 50 คนและถูกกั้นแยกพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน
ความตึงเครียด: ผู้ประท้วงฝ่ายขวาจัดส่วนใหญ่สวมหน้ากากคลุมหน้าหรือผ้าปิดบังใบหน้า โบกธงยูเนียนแจ็ค (ธงชาติสหราชอาณาจักร) อีกทั้งยังมีการทำท่าวันทยาหัตถ์แบบนาซีและตะโกนถ้อยคำต่อต้านชาวมุสลิม
การเข้าควบคุมสถานการณ์ของตำรวจ: เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากสามารถแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันได้สำเร็จ แม้สถานการณ์จะทวีความตึงเครียดขึ้นเมื่อกลุ่มฝ่ายขวาจัดพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจและขว้างปาสิ่งของ เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม เข้าใส่ ในขณะที่มีการขว้างไข่ตอบโต้กลับไปเช่นกัน
ภาพรวมสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร
เหตุการณ์ที่เมืองเบลฟาสต์และกลาสโกว์ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง การปะทะในลักษณะเดียวกันระหว่างกลุ่มต่อต้านผู้อพยพและกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงที่เมืองไบรตัน ลิเวอร์พูล เชฟฟิลด์ และเซาแทมป์ตัน
รัฐบาลสหราชอาณาจักรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นต่างใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับความรุนแรงที่ก่อโดยกลุ่มฝ่ายขวาจัด โดยมีการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็วและประณามเหตุจลาจลดังกล่าวว่าเป็นพฤติกรรมอันธพาลอย่างชัดแจ้ง ในขณะเดียวกัน กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติจากภาคประชาชนยังคงระดมพลผู้คนนับพันเพื่อแสดงพลังให้มีจำนวนมากกว่ากลุ่มผู้ก่อความวุ่นวาย

วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569
เวลา 08.30 น.
ห้องแถลงข่าว 1 อาคารรัฐสภา




