วันจันทร์, กันยายน 07, 2569

ขยะโผล่บ้านฉาง ขยะอาจจะมาจากไซด์งาน Data Center จากการเข้าตรวจสอบกองขยะทั้งสองบ่อ พบหลักฐานสำคัญ ระบุถึงต้นทางอย่างชัดเจน

https://www.facebook.com/parkthevoiceth/posts/1729469625846416

ปาร์ค - วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ Watcharapong Sirirak
a day ago
·
บ้านฉางเอาแล้ว จากขยะน่าจะเป็นโรงงานจีนที่กำลังก่อสร้าง และอาจจะเป็นงานที่ต้องใช้ใยแก้วซับเสียงในงานด้วย เจ้าของที่ / ผู้รับกำจัด / โรงงานต้นทาง
ตอนนี้ชาวบ้านคันตามตัวเนื่องจากลมพัดแล้ว ใยแก้วเข้าบ้านประชาชน เรื่องนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ
โรงงานอะไรกำลังสร้างตอนนี้ รถคันขาวที่ขนมาทิ้งของใคร
#สสปาร์ค


https://www.facebook.com/parkthevoiceth/posts/1730406725752706

ปาร์ค - วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ Watcharapong Sirirak 
10 hours ago
·
สส.ปาร์ค วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ลงพื้นที่บ้านฉาง จบปัญหาขยะจาก Data Center มุ่งคืนความถูกต้องให้ประชาชน

จากกรณีประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ประสบปัญหาทางสุขภาพ มีอาการคันและระคายเคืองอย่างหนักจากการลักลอบทิ้งขยะไป

สส.ปาร์ค วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ (ระยอง เขต 5 พรรคประชาชน) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อเร่งช่วยเหลือและปกป้องสุขอนามัยของพี่น้องประชาชน

1.จากการตรวจสอบขยะในพื้นที่ พบฉนวนใยแก้วซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการระคายเคือง และพบจุดลักลอบทิ้งขยะในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมอีก 1 จุด เจ้าของที่ดินยอมรับว่าอนุญาตให้นำขยะมาฝังกลบเพื่อปรับพื้นที่บ่อน้ำ โดยเก็บค่าทิ้งเพียงเที่ยวละ 100 บาท

แต่การรับขยะจากผู้อื่นมาจัดการเพื่อผลประโยชน์ตอบแทน ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของเทศบาลในพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย

2. หลักฐานมัดตัวว่าขยะอาจจะมาจากไซด์งาน Data Center 
จากการเข้าตรวจสอบกองขยะทั้งสองบ่อ พบหลักฐานสำคัญ
เอกสารในกองขยะที่ระบุถึงต้นทางอย่างชัดเจน
 
พบใบผ่านการอบรมงานช่างของแรงงานต่างด้าว สังกัด บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างในเครือ CSCEC จากประเทศจีน) ขยะดังกล่าวมาจากพื้นที่ก่อสร้างของ บริษัท กาแล็กซี ดาต้า พีค เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโครงการ
Data Center ขนาดใหญ่ที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้

3. ภาพฝันที่สวยหรู กับ ความจริงที่ย้อนแย้ง
คำสัญญาที่กลุ่มทุนข้ามชาติเคยให้ไว้ว่าจะเข้ามา "สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้" ให้คนในพื้นที่ กลับสวนทางกับความจริงอย่างสิ้นเชิง:
แรงงาน: เลือกใช้แรงงานต่างด้าวเป็นหลัก
วัสดุก่อสร้าง: ชัดเจนว่านำเข้ามาจากประเทศจีนแทบทั้งหมด
สิ่งที่คนพื้นที่ได้รับไม่ใช่โอกาสทางเศรษฐกิจ
แต่คือ "ขยะมหาศาล“ ที่ทิ้งไว้ให้คนบ้านฉางรับกรรม

เทศบาลต้องร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทต้นทางตาม สิ่งที่เป็นผู้ก่อกำเนิดขยะในฐานะผู้สร้างขยะ /บริษัทรับกำจัด/เจ้าของที่ดิน พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 โดยไม่มีการละเว้น เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องและคืนความเชื่อมั่นในระบบราชการให้แก่ประชาชน

บริษัท Data Center ที่ขอข้อมูลไปแต่ยังไม่เคยส่งมอบให้ กลับส่งเพียงขยะจากไซด์งานมาให้คนในพื้นที่
 
ขนาดเพียงแค่เริ่มต้นก่อสร้างยังล้มเหลวและสร้างปัญหากระทบชีวิตประชาชนขนาดนี้ คำมั่นสัญญาและภาพฝันสวยหรูที่เคยให้ไว้ ประชาชนจะเชื่อใจได้อย่างไร

🚨 ของไทยไปจีน ต้องผ่านมาตรฐาน 108 ด่าน แต่ของจีนเข้าไทยแทบไม่เคยตรวจ “สุ่มตรวจตามความเสี่ยง”... คนไทยมีสิทธิ์ถามไหมว่า เราเข้มกับเขาเท่าที่เขาเข้มกับเราหรือยัง?


เกษตร นานา

AI content ·
14 hours ago
·

ของไทยไปจีน ต้องผ่านมาตรฐาน 108 ด่าน แต่ของจีนเข้าไทยแทบไม่เคยตรวจ “สุ่มตรวจตามความเสี่ยง”... คนไทยมีสิทธิ์ถามไหมว่า เราเข้มกับเขาเท่าที่เขาเข้มกับเราหรือยัง?

เกษตรกรไทยจะส่งผลไม้ไปจีน ไม่ใช่เก็บจากสวนแล้วขึ้นรถไปขายได้เลย

ผลไม้หลายชนิดต้องมาจากสวนที่ขึ้นทะเบียน ต้องผ่าน GAP โรงคัดบรรจุต้องผ่านเงื่อนไขที่กำหนด ต้องควบคุมศัตรูพืช ต้องมีข้อมูลสวนและโรงคัดบรรจุ ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช และบางชนิดมีพิธีสารเฉพาะที่จีนกำหนดไว้ชัดเจน

ทุเรียนไทยยิ่งเห็นภาพชัด ทั้งเรื่องความแก่ ศัตรูพืช สารต้องห้าม การตรวจโรงคัดบรรจุ และเงื่อนไขก่อนส่งออก

จีนตั้งกติกาเพื่อปกป้องตลาดและผู้บริโภคของเขา

แล้วคนไทยก็มีสิทธิ์ถามตรง ๆ ว่า

“เวลาของจีนเข้าประเทศไทย เราปกป้องคนของเราเข้มขนาดเดียวกันหรือยัง?”

.

มีกฎนำเข้าเหมือนกัน แต่คำถามอยู่ที่ “ตรวจจริงแค่ไหน”

ผลไม้จีนที่จะเข้าไทยก็มีเงื่อนไข ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช สวนและโรงคัดบรรจุบางชนิดต้องขึ้นทะเบียน และมีข้อกำหนดด้านศัตรูพืชเช่นกัน

แต่เรื่องสารพิษตกค้าง อย. ใช้ระบบบริหารความเสี่ยง สินค้ากลุ่มเสี่ยงสูงมากจึงถูกกักและส่งตรวจ ส่วนกลุ่มอื่นยังมีการสุ่มเก็บตัวอย่าง

ตรงนี้แหละที่ประชาชนควรถาม

ของเข้าทั้งหมดกี่ล็อต?
ส่งเข้าแล็บจริงกี่ล็อต?
ตรวจสารตกค้างกี่เปอร์เซ็นต์?
แล้วของที่ไม่ได้ถูกส่งตรวจในแต่ละวันมีเท่าไร?

เพราะคำว่า “มีกฎเหมือนกัน” กับ “บังคับใช้เข้มเท่ากัน” เป็นคนละเรื่อง

.

ผักจีนไม่ได้ถูกกว่าผักไทยตลอดเวลา แต่ของเข้าเยอะเมื่อไร ตลาดไทยมีสิทธิ์พัง

ราคาผักไทยขึ้นลงแรงตามฤดูกาลและปริมาณผลผลิต

ช่วงไหนผักไทยชนิดหนึ่งราคาดี ส่วนต่างราคาก็สร้างแรงจูงใจให้ผู้นำเข้านำสินค้าชนิดเดียวกันจากจีนเข้ามาขายมากขึ้น

ถ้าเข้ามาพอดี ตลาดก็รับได้

แต่ถ้าเข้ามามากในช่วงเดียวกับผลผลิตไทย ของก็ล้น การแข่งขันด้านราคาก็เริ่ม และสุดท้ายราคาสามารถร่วงลงทั้งตลาด

คนที่หนีไม่ได้คือเกษตรกรไทย

เพราะเขาลงทุนปลูกไปแล้วหลายเดือน และผักที่อยู่ในแปลงรอให้ราคากลับขึ้นไม่ได้

วันนี้ผู้บริโภคอาจดีใจที่ซื้อผักถูกลง

แต่ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำจนคนไทยเลิกปลูก เพราะทุกครั้งที่ราคากำลังดี ของนำเข้าก็เข้ามาเพิ่มจนตลาดพัง

วันหนึ่งเราอาจเหลือสินค้าเกษตรจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ และเหลือเกษตรกรไทยน้อยลงเรื่อย ๆ

ถึงตอนนั้นคำถามจะไม่ใช่

“วันนี้ผักถูกแค่ไหน?”

แต่จะเป็น

“ถ้าคนไทยเลิกปลูก แล้วตลาดอาหารอยู่ในมือของต่างประเทศมากขึ้นทุกปี วันหนึ่งใครจะเป็นคนกำหนดราคาของกินให้คนไทย?”

จีนรู้จักตั้งมาตรฐานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศตัวเอง

รัฐบาลไทยก็ต้องทำให้คนไทยมั่นใจได้เหมือนกันว่า

“ของที่จะเข้าประเทศไทย ต้องผ่านมาตรฐานที่เข้มจริง ไม่ใช่เข้มเฉพาะตอนเกษตรกรไทยเป็นฝ่ายส่งของออกไปขาย”

.
แหล่งข้อมูล : กรมวิชาการเกษตร, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
.
เพจ : เกษตร นานา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1494841129339584&set=a.547932954030411




เปิดหมุด Data Centers ตะวันออก ใน 3 พื้นที่ EEC มี Data Center ทั้งหมดกี่แห่ง และใครเป็นเจ้าของบ้าง?



เปิดหมุด Data Centers ตะวันออก ใน 3 พื้นที่ EEC มี Data Center ทั้งหมดกี่แห่ง และใครเป็นเจ้าของบ้าง?

Epigram News

ในโลกยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ AI, Cloud Computing และบริการดิจิทัล กำลังผลักดันให้ ‘Data Center’ กลายเป็นอุตสาหกรรมที่นานาบริษัท ต่างเร่งขยายการลงทุน ขณะเดียวกัน พื้นที่ภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะ 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก็กำลังถูกผลักดันจากรัฐให้กลายเป็นหมุดหมายของนักลงทุน ซึ่งมีทั้งกลุ่มทุนระดับโลกและกลุ่มทุนภายในประเทศ

แต่เมื่อ Data Center กำลังทยอยเข้ามาปักหมุดในภาคตะวันออก คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า การเติบโตของธุรกิจแห่งยุคสมัยใหม่จะนำผลประโยชน์อะไรมาสู่ประเทศ และผลประโยชน์เหล่านั้นต้องแลกมาด้วยอะไร ในเมื่ออุตสาหกรรมและชุมชนต่างกำลังอาศัยอยู่บนฐานทรัพยากรเดียวกัน

ในบทความชิ้นแรกนี้ Burapunch พาผู้อ่านสำรวจผ่านแผนที่ในแต่ละจังหวัด ตั้งแต่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ไปจนถึงระยอง เพื่อฉายภาพรวมให้เห็นว่าในพื้นที่ EEC มี Data Center อยู่ตรงไหนบ้าง แต่ละแห่งมีกำลังติดตั้งเท่าไร รวมถึงใครบ้างที่เป็นเจ้าของ และเมื่อเอาข้อมูลทั้งหมดมาจัดวางรวมกัน จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า Data Center กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ของการลงทุนและฐานทรัพยากรในภาคตะวันออกอย่างไร

Data Centers ในภาคตะวันออกอยู่ตรงไหนบ้าง?

จากการรวบรวมข้อมูลของ Burapunch (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน 2569) พบว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มี Data Center ที่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งได้ทั้งหมด 32 โครงการ จาก 26 บริษัท โดยมีข้อมูลกำลังติดตั้ง (IT Load) ที่สามารถระบุได้รวมประมาณ 3,702 เมกะวัตต์ (MW)

ตัวเลข IT Load ดังกล่าวเป็นกำลังติดตั้งของโครงการที่สามารถระบุได้ โดยอ้างอิงจากกำลังที่แต่ละโครงการประกาศไว้สำหรับการพัฒนา ‘ครบทุกเฟส’ ตามแผน ดังนั้น ตัวเลข IT Load ที่รวบรวมได้จึงหมายถึง ขนาดกำลังติดตั้งรวมของโครงการ Data Center หากทุกโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จครบทุกเฟส และเปิดดำเนินการตามแผนที่ประกาศไว้ต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามจังหวัด จะพบว่า Data Center ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ตามลำดับ โดยหากแยกตามตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Data Center จะพบว่า

‘ชลบุรี’ มากสุดในพื้นที่ EEC มีทั้งหมด 20 โครงการ จาก 15 บริษัท



สำหรับจังหวัดชลบุรีพบว่ามีโครงการ Data Center ทั้งหมด 20 โครงการ จากทั้งหมด 15 บริษัท โดยมีกำลังติดตั้ง (IT Load) ที่สามารถระบุได้ (16 จาก 20 โครงการ) รวม 2,190.50 เมกะวัตต์ ทั้งนี้หากแบ่งออกตามสถานะการดำเนินการของแต่ละไซต์จะพบว่า

เปิดดำเนินการแล้ว 6 โครงการ / กำลังก่อสร้าง 9 โครงการ / อยู่ระหว่างการขออนุมัติ 3 โครงการ / อยู่ในแผนพัฒนา 2 โครงการ

เมื่อเจาะลงไปในระดับพื้นที่จะพบว่า Data Center ในชลบุรีกระจายอยู่ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชลบุรี อ.ศรีราชา อ.หนองใหญ่ และ อ.พานทอง

ใน อ.เมืองชลบุรี มีทั้งหมด 10 โครงการ โดยอยู่ใน ต.คลองตำหรุ 4 โครงการ และ ต.ดอนหัวฬ่อ 6 โครงการ

ส่วน อ.ศรีราชา มีทั้งหมด 5 โครงการ โดยอยู่ใน ต.ทุ่งสุขลา 2 โครงการ, ต.บ่อวิน 2 โครงการ และ ต.เขาคันทรง 1 โครงการ

ขณะที่ อ.หนองใหญ่ มี 3 โครงการ โดยอยู่ใน ต.หนองเสือใหญ่ทั้งหมด 3 โครงการ

สำหรับ อ.พานทอง มีทั้งหมด 1 โครงการ โดยอยู่ใน ต.หนองตำลึง 1 โครงการ

รองลงมา ‘ระยอง’ มีทั้งหมด 10 โครงการ จาก 9 บริษัท



จังหวัดระยองมี Data Center ที่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งได้ทั้งหมด 10 โครงการ จาก 9 บริษัท โดยมีกำลังติดตั้ง (IT Load) ที่สามารถระบุได้ (6 จาก 10 โครงการ) รวม 1,311.50 เมกะวัตต์ (สามารถระบุ IT Load ได้ 7 จาก 10 โครงการ) ทั้งนี้หากแบ่งออกตามสถานะการดำเนินการของแต่ละไซต์จะพบว่า

เปิดดำเนินการแล้ว 3 โครงการ / กำลังก่อสร้าง 6 โครงการ / อยู่ระหว่างการขออนุมัติ 1 โครงการ

เมื่อเจาะลงไปในระดับพื้นที่ พบว่า Data Center ในจังหวัดระยองกระจายอยู่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นิคมพัฒนา อ.ปลวกแดง และ อ.บ้านฉาง

ใน อ.นิคมพัฒนา มีทั้งหมด 4 โครงการ โดยอยู่ใน ต.มาบข่า ทั้งหมด และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างทั้ง 4 โครงการ

ขณะที่ อ.ปลวกแดง มี 3 โครงการ โดยอยู่ใน ต.ตาสิทธิ์ 1 โครงการ และต.แม่น้ำคู้ 2 โครงการ โดยทั้งหมดเปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

และ อ.บ้านฉาง มี 2 โครงการ โดยอยู่ใน ต.บ้านฉาง ทั้งหมด โดยเปิดดำเนินการแล้ว 1 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 โครงการ

และยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของโครงการได้ 1 โครงการ

‘ฉะเชิงเทรา’ อันดับสุดท้าย ด้วย 2 โครงการ จาก 2 บริษัท



ในจังหวัดฉะเชิงเทราพบว่ามีทั้งหมด 2 โครงการ จากทั้งหมด 2 บริษัท โดยมีกำลังติดตั้ง (IT Load) ที่สามารถระบุได้ (1 จาก 2 โครงการ) รวม 200 เมกะวัตต์ ทั้งนี้หากแบ่งออกตามสถานะการดำเนินการของแต่ละไซต์จะพบว่า กำลังก่อสร้าง 2 โครงการ

และหากดูในระดับพื้นที่ จะพบว่า Data Center ทั้ง 2 โครงการ ตั้งอยู่ใน ต.บางวัว อ.บางปะกง

จากทั้งหมด 24 บริษัท ในพื้นที่ EEC พบว่าผู้ถือหุ้นหลักเป็นสัญชาติสิงคโปร์มากถึง 45.83% ตามมาด้วยไทย 41.67% อเมริกัน 4.17% อังกฤษ 4.17% และอีก 4.17% ที่ไม่สามารถระบุสัญชาติได้

หากขยับออกมามองในมุมของสัญชาติผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่มบริษัท Data Center ที่จดทะเบียนในไทยและลงทุนในพื้นที่ EEC จะพบว่า จากทั้งหมด 24 บริษัท มีบริษัทที่ผู้ถือหุ้นหลักเป็นสัญชาติสิงคโปร์มากถึง 11 บริษัท (45.83%) ขณะที่บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลักเป็นสัญชาติไทยมี 10 บริษัท (41.67%) ส่วนสัญชาติอเมริกันมี 1 บริษัท (4.17%) อังกฤษ 1 บริษัท (4.17%) และอีก 1 บริษัท (4.17%) ยังไม่สามารถระบุสัญชาติของผู้ถือหุ้นหลักได้

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การลงทุน Data Center ในพื้นที่ EEC ไม่ได้มาจากบริษัทไทยเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลักเป็นชาวสิงคโปร์ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมนี้

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก DBD DataWarehouse+ ยังระบุว่า บริษัททั้ง 24 แห่งที่ลงทุนในกิจการ Data Center ในพื้นที่ EEC มี ‘ทุนจดทะเบียน’ รวมกันประมาณ 143,864,640,588 บาท หรือราว 1.43 แสนล้านบาท

แกะให้ลึกกว่าบริษัทในไทย: กลุ่มทุน ‘เบื้องหลัง’ พบว่าจีน มีสัดส่วนมากสุดรองจากไทย



อย่างไรก็ตาม หากแกะโครงสร้างการลงทุนย้อนกลับไปถึงระดับ ‘บริษัทแม่’ ภาพของแหล่งทุนที่อยู่เบื้องหลัง Data Center ใน EEC กลับแตกต่างจากสิ่งที่เห็นจากทะเบียนบริษัทไทยอย่างมีนัยสำคัญ

จากบริษัททั้ง 24 แห่ง เมื่อจำแนกตามสัญชาติของบริษัทแม่ (นับเฉพาะกรณีสัญชาติเดียว) พบว่า ทุนไทยและทุนจีนมีจำนวนมากที่สุดเท่ากันที่ 5 บริษัท คิดเป็น 20.83% ของทั้งหมด ตามมาด้วยทุนสิงคโปร์และทุนอเมริกันที่ 3 บริษัท คิดเป็น 12.5% เท่ากัน ขณะที่ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีสัญชาติละ 1 บริษัท คิดเป็น 4.17% นอกจากนี้ยังมีบริษัทแม่ที่เป็นการร่วมทุนข้ามชาติ (Joint Venture) อีก 4 บริษัท หรือ 16.67% ได้แก่ ไทย-สิงคโปร์ 1 บริษัท, จีน-สิงคโปร์ 1 บริษัท, ไทย-จีน 1 บริษัท และไทย-อเมริกัน-สิงคโปร์ 1 บริษัท

หากนับรวมทุกกรณี ซึ่งนับรวมไปถึงการร่วมทุนหลายสัญชาติ (Joint Venture) ด้วย จะพบว่า ทุนไทยมีความเกี่ยวข้องในระดับบริษัทแม่มากที่สุดถึง 8 ใน 24 บริษัท ตามด้วยทุนจีน 7 บริษัท ทุนสิงคโปร์ 6 บริษัท และทุนอเมริกัน 4 บริษัท สะท้อนว่าทุนไทยและทุนจีนมีบทบาทเบื้องหลัง Data Center ในพื้นที่ EEC อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขนี้ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่าง ‘สัญชาติของบริษัทที่ปรากฏในไทย’ กับ ‘สัญชาติของกลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลัง’ ได้ชัดเจนขึ้น เพราะในระดับบริษัทที่จดทะเบียนในไทย สิงคโปร์ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นหลักมากที่สุดถึง 45.83% (11 บริษัท) แต่เมื่อไล่โครงสร้างย้อนกลับไปยังบริษัทแม่แบบสัญชาติเดียว สัดส่วนทุนสิงคโปร์กลับลดลงเหลือเพียง 12.5% ขณะที่ทุนไทยและทุนจีนกลับมีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ความแตกต่างระหว่างสองภาพนี้ชี้ให้เห็นว่า สัญชาติที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนบริษัทไทย อาจไม่ใช่ภาพเดียวกับสัญชาติของกลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลังการลงทุน บริษัทที่จดทะเบียนในไทยอาจเป็นเพียงแค่ระดับหนึ่งของโครงสร้าง ขณะที่อำนาจการควบคุม เงินทุน หรือผู้ลงทุนที่แท้จริงอาจอยู่ในบริษัทแม่ซึ่งตั้งอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง หรืออยู่ภายใต้โครงสร้างการร่วมทุนระหว่างหลายสัญชาติ

ไทยจะจัดวางตัวเองอย่างไร ในวันที่ข้อครหาเรื่องฐานทรัพยากรชุมชนยังคงเป็นประเด็นหลักที่กำลังถูกจับตา

คำถามถัดมาที่สำคัญ ในวันที่รัฐไทยกำลังเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรม Data Center คือ ประเทศไทยกำลังแลกอะไรกับการลงทุนเหล่านี้ และการเข้ามาของอุตสาหกรรม Data Center จะสร้างความขัดแย้งระหว่างฐานทรัพยากรชุมชนมากน้อยเพียงใด เพราะโครงการเหล่านี้ต้องพึ่งพาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับชุมชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง

สำหรับพื้นที่ EEC ข้อถกเถียงดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรเป็นทุนเดิม การเข้ามาของ Data Center จำนวนมากจึงยิ่งสร้างความท้าทายต่อระบบไฟฟ้าและแหล่งน้ำของพื้นที่ ในขณะที่รัฐก็กำลังเร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโต สวนทางกับแรงกดดันจากชุมชน

ท้ายที่สุด Data Center จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากเพียงใด จึงต้องมองควบคู่กับทรัพยากรที่แต่ละโครงการต้องใช้ ซึ่งในรายงานชิ้นถัดๆ ไป Burapunch จะพาผู้อ่านไปสำรวจว่า Data Center แต่ละแห่งใน EEC มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำเท่าไหร่ และตัวเลขเหล่านี้มีขนาดใหญ่เพียงใดเมื่อเทียบกับความพร้อมของแหล่งทรัพยากรในภาคตะวันออก

บทความและภาพประกอบบทความอินโฟกราฟิกโดย Burapunch

https://epigramnews.co/politics/data-centers-in-eastern-thailand/




Email Bombing กลยุทธใหม่ของพวกมิจฉาชีพที่โกงบัตรเครดิตกำลังใช้กลวิธีนี้ เพื่อกลบเกลื่อนการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางธนาคาร (อาจจะยังไม่เกิดในไทย แต่ในสหรัฐมีการเตือนกันแล้ว)



แทนที่จะใช้วิธีเจาะระบบโทรศัพท์หรือปลอมแปลงเบอร์โทรศัพท์ของธนาคาร มิจฉาชีพกลับใช้บอตอัตโนมัติเพื่อนำอีเมลของคุณไปลงทะเบียนในแบบฟอร์มสมัครสมาชิกออนไลน์นับร้อยแห่งพร้อมๆ กัน

มิจฉาชีพที่หลอกลวงเกี่ยวกับบัตรเครดิตกำลังใช้กลยุทธ์นี้เพื่อกลบเกลื่อนการแจ้งเตือนการทุจริตจากธนาคาร

พวกมิจฉาชีพอาศัยความน่ารำคาญที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวันมาเป็นเครื่องมือในการอำพรางร่องรอยของตน

พวกมันค้นพบวิธีซ่อนการทุจริตบัตรเครดิตที่ทั้งได้ผลอย่างน่าหงุดหงิดและมีความร้ายกาจในเวลาเดียวกัน

"ไม่แน่ใจว่าคุณเคยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับรูปแบบการทุจริตบัตรเครดิตวิธีนี้หรือยัง แต่ฉันอยากเล่าเรื่องราวของฉันให้ฟัง เผื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้บ้าง" ผู้อ่านท่านหนึ่งส่งอีเมลมาเล่าให้ฟัง

ผู้อ่านท่านนี้ ซึ่งขอสงวนนามเพื่อความเป็นส่วนตัวและป้องกันไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายซ้ำอีก ได้แบ่งปันกลยุทธ์ที่ฉันเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ

เธอได้รับข้อความ SMS จากธนาคารสอบถามว่าเธอได้ทำการสั่งซื้อแล็ปท็อปราคา 1,200 ดอลลาร์ทางออนไลน์หรือไม่ โดยรายการดังกล่าวถูกระงับไว้ชั่วคราวเพื่อรอการยืนยันจากเธอ ข้อความนั้นดูน่าเชื่อถือเพราะส่งมาจากหมายเลขเดียวกับที่เคยส่งข้อความแจ้งเตือนการทุจริตที่ถูกต้องมาก่อนหน้านี้ เธอจึงตอบกลับไปว่า "ไม่ได้ซื้อ"

ธนาคารส่งข้อความตอบกลับมาว่า เนื่องจากรายการสั่งซื้อดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต บัตรของเธอจึงถูกระงับการใช้งาน และแนะนำให้เธอโทรติดต่อแผนกตรวจสอบการทุจริตของธนาคาร

ขอหยุดตรงนี้สักครู่

หากคุณยังไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน ควรลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนผ่านข้อความ SMS อีเมล หรือแม้แต่โทรศัพท์จากสถาบันการเงินของคุณ เพื่อให้พวกเขาสามารถติดต่อคุณได้หลากหลายช่องทางเมื่อพบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย ตัวฉันเองได้อนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสารทั้ง 3 รูปแบบนี้กับบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต และบัญชีการลงทุนทุกบัญชีของฉัน

แต่ฉันเคยบอกคุณเสมอว่าอย่าเพิ่งเชื่อใจอะไรง่ายๆ ดังนั้น เมื่อได้รับข้อความ อีเมล หรือโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา ให้ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าเป็นสถาบันการเงินของคุณจริงๆ ที่กำลังติดต่อมา

แม้ว่าผู้อ่านท่านนี้จะมั่นใจว่าข้อความ SMS นั้นเป็นของจริง แต่เธอก็ไม่ได้โทรไปยังหมายเลขที่ระบุไว้ในข้อความนั้น

"ฉันค้นหาหมายเลขโทรศัพท์จากเว็บไซต์ของธนาคารแล้วค่อยโทรออกค่ะ" เธอกล่าว

นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว!

หากคุณค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ ต้องระวังไม่ให้หลงเข้าไปยังเว็บไซต์ปลอม ควรตรวจสอบหมายเลขติดต่อจากใบแจ้งยอดบัญชี (statement) ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน หรือดูที่ด้านหลังบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของคุณ

และนี่คือจุดหักมุมของเรื่องนี้ ระหว่างรอสายเพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ผู้อ่านท่านนี้ได้ตรวจสอบอีเมลเพื่อดูการแจ้งเตือนเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรที่ถูกนำไปใช้โดยมิชอบ แต่สิ่งที่เธอพบนั้นเป็นเรื่องที่เธอคาดไม่ถึง

“ฉันพบว่าพวกมิจฉาชีพได้นำอีเมลของฉันไปลงทะเบียนกับเว็บไซต์และจดหมายข่าวออนไลน์นับร้อยแห่งพร้อมๆ กัน ซึ่งทุกแห่งต่างก็ส่งอีเมลต้อนรับหรือข้อความให้ ‘ยืนยันอีเมล’ กลับมาหาฉันในเวลาไล่เลี่ยกัน” เธอเขียนเล่าเหตุการณ์

เธอได้รับอีเมลมากกว่า 600 ฉบับ ซึ่งรวมถึงอีเมลจำนวนมากที่ถูกคัดกรองไปยังโฟลเดอร์สแปม และยังมีอีเมลอีกหลายร้อยฉบับหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงถัดมา เนื่องจากอีเมลจำนวนมากมาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น จดหมายข่าวมหาวิทยาลัย องค์กรการกุศล และธุรกิจขนาดเล็กที่มีตัวตนจริง อีเมลเหล่านั้นจึงเข้าไปอยู่ในกล่องจดหมายหลัก (Inbox) แทนที่จะถูกจัดว่าเป็นสแปม

นี่คือกลโกงอันแยบยลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้: ท่ามกลางอีเมลจำนวนมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา มีอีเมลฉบับหนึ่งจากธนาคารแจ้งเตือนเกี่ยวกับรายการใช้จ่ายที่น่าสงสัยเป็นเงิน 1,200 ดอลลาร์ซ่อนอยู่

“เห็นได้ชัดว่าพวกมิจฉาชีพจงใจส่งสแปมถล่มกล่องจดหมายของฉัน เพื่อไม่ให้ฉันสังเกตเห็นการแจ้งเตือนการทุจริต” เธอตั้งข้อสังเกต

และเธอก็คิดถูก

เหตุการณ์ที่เธอเผชิญอยู่นี้เรียกว่า “Email Bombing” (การถล่มด้วยอีเมล) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Subscription Bombing หรือ Spam Bombing

แทนที่จะใช้วิธีแฮ็กโทรศัพท์หรือปลอมแปลงเบอร์โทรศัพท์ของธนาคาร มิจฉาชีพจะใช้บอตอัตโนมัติเพื่อนำอีเมลของคุณไปลงทะเบียนในแบบฟอร์มออนไลน์นับร้อยแห่งพร้อมกัน

เป้าหมายคือการทำให้อีเมลจำนวนมหาศาลท่วมท้นกล่องจดหมายของคุณ จนคุณมองข้ามการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์จากธนาคาร ซึ่งช่วยซื้อเวลาให้หัวขโมยหรือแก๊งอาชญากรสามารถทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เสร็จสิ้น ซ่อนการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี หรือเข้าถึงบัญชีอื่นๆ ที่ถูกเจาะข้อมูลไปแล้วได้

ในกรณีอื่นๆ เป้าหมายอาจไม่ใช่การฉ้อโกงบัตรเครดิต แต่มิจฉาชีพต้องการสร้างความวุ่นวายในกล่องจดหมายของคุณ เพื่อที่ว่าเมื่อมีคนโทรเข้ามาแอบอ้างว่าเป็น “เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค” และเสนอตัวช่วยหยุดสแปม คุณจะรู้สึกเครียดและยอมจ่ายเงินเพื่อใช้บริการกำจัดสแปมปลอมๆ ของพวกเขา

คลื่นการรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเสี่ยง มิจฉาชีพสามารถหาซื้อข้อมูลบัตรเครดิตได้ง่ายดายบนดาร์กเว็บ (Dark Web) โดยข้อมูลเหล่านี้มักประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่อีเมลของคุณ

เจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม

หากผู้อ่านท่านนี้ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐเวอร์จิเนียไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนทาง SMS จากธนาคาร เธออาจพลาดการแจ้งเตือนที่ผู้ออกบัตรเครดิตส่งมาทางอีเมลเกี่ยวกับรายการซื้อแล็ปท็อปมูลค่า 1,200 ดอลลาร์ที่เป็นการฉ้อโกง

“ฉันคงพลาดข้อความนั้นไปอย่างแน่นอน” เธอกล่าว “ฉันคงคิดไปเองว่ามีคนพยายามจะแฮ็กอีเมลของฉันเฉยๆ” แม้ว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางจะคุ้มครองผู้ถือบัตรจากการทำรายการซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การได้รับความคุ้มครองดังกล่าวขึ้นอยู่กับการรีบแจ้งปัญหาให้ทราบโดยเร็ว

ภายใต้กฎหมาย Fair Credit Billing Act ของรัฐบาลกลาง คุณสามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ หากคุณแจ้งให้ผู้ออกบัตรทราบภายใน 60 วันนับจากวันที่ผู้ออกบัตรส่งใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตมาให้คุณ

แม้ว่าการโจมตีแบบ Email Bombing (การส่งอีเมลจำนวนมหาศาลเข้ามาในกล่องจดหมายเป้าหมายในเวลาอันสั้น) จะไม่ใช่กลยุทธ์การหลอกลวงแบบใหม่ แต่ความถี่ในการเกิดเหตุการณ์นี้กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา eSentire บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รายงานว่า การโจมตีด้วยวิธี Email Bombing และการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวง (Impersonation attacks) เพิ่มขึ้นถึง 1,450 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมิจฉาชีพใช้การระดมส่งอีเมลจำนวนมากเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเหยื่อ

รายงานของ eSentire มุ่งเน้นไปที่การโจมตีภาคธุรกิจ ซึ่งมิจฉาชีพใช้ Email Bombing เป็นกลยุทธ์อำพรางเพื่อเจาะระบบของบริษัท จากนั้นจึงขู่กรรโชกให้องค์กรจ่ายค่าไถ่ก้อนโตเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม Spence Hutchinson ผู้จัดการอาวุโสทีมวิจัยข้อมูลเชิงลึกของ eSentire ระบุว่า ขณะนี้อาชญากรได้นำกลยุทธ์ระดับองค์กรดังกล่าวมาใช้โจมตีผู้บริโภคทั่วไปแล้ว

"ไอเดียดีๆ มักแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว" Hutchinson กล่าว

James E. Lee ประธานของ Identity Theft Resource Center ชี้ให้เห็นว่า แม้บริษัทหลายแห่งจะมีทีมงานด้านเทคโนโลยีคอยรับมือกับการโจมตีทางดิจิทัล แต่ผู้บริโภคทั่วไปมักตกเป็นเหยื่อโดยไม่ทันตั้งตัว

"และมันน่ากลัวกว่ามาก" Lee กล่าว "เมื่อผู้คนเห็นอีเมล ป๊อปอัป ข้อความ หรืออะไรก็ตามถาโถมเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล พวกเขามักจะรู้สึกสับสนและรับมือไม่ถูก ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เหล่ามิจฉาชีพต้องการให้เกิดขึ้น"

Lee กล่าวเสริมว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีส่วนช่วยให้การระดมส่งข้อความโจมตีผู้บริโภคทำได้ง่ายขึ้น

"ด้วยเครื่องมือ AI ที่มีให้ใช้งานสำหรับอาชญากรทั่วไป พวกเขาสามารถทำให้การโจมตีเหล่านี้เป็นระบบอัตโนมัติได้" เขากล่าว "คุณสามารถใช้ AI ทำสิ่งเหล่านี้ในปริมาณมหาศาลได้แม้ในยามวิกาล พวกเขาสามารถสั่งรันคำสั่งนับหมื่นรายการ โดยใช้คนเพียงคนเดียวในการเขียนโค้ดคำสั่งเหล่านั้น"

ต่อไปนี้คือวิธีป้องกันตนเองหากคุณตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว:

  • ให้ถือว่าการที่มีข้อความจำนวนมากถาโถมเข้ามาเป็นสัญญาณเตือนภัย หากคุณได้รับอีเมลจำนวนมหาศาลอย่างผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบัญชีการเงินหรือบัตรเครดิตของคุณอาจถูกเจาะระบบ และให้รีบตอบสนองต่อการแจ้งเตือนที่แท้จริงทันที
  • ตรวจสอบบัญชีของคุณทันที เข้าสู่ระบบแอปพลิเคชันธนาคารและบัตรเครดิตเพื่อตรวจสอบรายการเรียกเก็บเงินที่รอการดำเนินการซึ่งคุณไม่ได้เป็นผู้อนุมัติ
  • ค้นหาข้อมูลก่อนที่จะลบอีเมลทิ้งทั้งหมด ลองค้นหาคำสำคัญ เช่น "password" (รหัสผ่าน), "order confirmation" (การยืนยันคำสั่งซื้อ) หรือชื่อสถาบันการเงินของคุณ เพื่อเก็บรักษาการแจ้งเตือนที่สำคัญเอาไว้
  • จากนั้น ให้ตรวจสอบอีเมลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อค้นหาการแจ้งเตือนที่แท้จริงซึ่งอาจปะปนอยู่ท่ามกลางอีเมลขยะจำนวนมากเหล่านั้น หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่าไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องธุรกรรมทางการเงินปะปนอยู่ในกองอีเมลเหล่านั้น ผู้อ่านท่านนี้ก็กล่าวว่า "ฉันใช้วิธีลบอีเมลส่วนใหญ่ทิ้งไปพร้อมกันทีเดียวเลยค่ะ"
  • ข้อเสนอที่จะเข้ามา "ช่วยจัดการปัญหา" เป็นส่วนหนึ่งของกลโกงนี้ หากมีใครโทรมาหรือมีหน้าต่างป๊อปอัปเด้งขึ้นมาเสนอตัวช่วยเคลียร์กล่องข้อความของคุณ ให้เพิกเฉยเสีย เพราะนั่นไม่ใช่การติดต่อมาจาก Microsoft, Apple หรือ Google อย่างแน่นอน แต่เป็นมิจฉาชีพที่พยายามติดต่อเข้ามาหาคุณต่างหาก
  • จงหักห้ามใจไม่ให้ตอบกลับข้อความเหล่านั้น นอกเหนือจากการติดต่อสถาบันการเงินของคุณแล้ว ไม่ควรทำสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น "ปล่อยมันไปอย่างนั้นแหละ" Lee แนะนำ เขาเตือนว่าอาชญากรไซเบอร์มักใช้การโจมตีแบบ Email Bombing (การส่งอีเมลจำนวนมหาศาลเข้ามาในเวลาอันสั้น) ควบคู่ไปกับกลโกงที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่วยเหลือลูกค้า เป้าหมายของพวกมันคือการหลอกล่อให้คุณยอมให้พวกมันเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณจากระยะไกล เพื่อขโมยข้อมูลหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยมิชอบ หรือทำทั้งสองอย่าง "ขอร้องเถอะครับ อย่าคลิกอะไรทั้งสิ้น" เขากล่าว หากคุณไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร สามารถขอความช่วยเหลือได้ฟรีโดยติดต่อ Identity Theft Resource Center ที่หมายเลข 888-400-5530 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ idtheftcenter.org
ช่วยกันบอกต่อเรื่องนี้ให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้รับรู้ ผู้อ่านที่นำเรื่องนี้มาแจ้งให้ทราบทำเช่นนั้นเพราะเธอคาดว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ยินเรื่อง Email Bombing มาก่อน จงบอกทุกคนว่าหากพบเห็นอีเมลยืนยันการลงทะเบียนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา อย่ามองข้ามอีเมลเหล่านั้นว่าเป็นเพียงสแปมที่น่ารำคาญแต่ไม่อันตราย เพราะแท้จริงแล้วมันเป็นฉากบังหน้าที่แนบเนียนสำหรับอาชญากรรมที่ร้ายกาจมาก

ที่มา The Washington Post
Credit card scammers are using this tactic to bury bank fraud alerts

https://www.washingtonpost.com/business/2026/09/05/this-credit-card-scam-involves-spam-emails-here-what-know/
September 5, 2026



ภาคประชาชนจัดกิจกรรม #สั่งฟ้องสว เดินรณรงค์ 2.29 กม. สั่งพิซซ่า 229 บาท ส่งเสียงถึง กกต. ก่อนลงมติ 14 ก.ย.

https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/1384903180457900

ไข่แมวชีส added photos to the album: 6 ก.ย. 69 ลงประชามติสั่งฟ้อง สว. เดินเท้าไปสั่งพิซซ่า 229
12 hours ago
·
ภาคประชาชนจัดกิจกรรม #สั่งฟ้องสว เดินรณรงค์ 2.29 กม. สั่งพิซซ่า 229 บาท ส่งเสียงถึง กกต. ก่อนลงมติ 14 ก.ย.
.
6 ก.ย. 2569 บริเวณ MRT ลาดพร้าว ทางออก 4 มีกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ออกเสียงลงประชามติ #สั่งฟ้องสว 229 คน พร้อมทั้งเดินรณรงค์เป็นระยะทาง 2.29 กิโลเมตร เพื่อแสดงจุดยืนและเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คน โดย กกต. มีกำหนดประชุมเพื่อลงมติในวันที่ 14 กันยายน 2569
.
สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย House of Commons - BookCafe & Space และ Chakravan Universe ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 12.29 น. ภายในงานมีการปราศรัยและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยเปิดให้ประชาชนร่วมออกเสียงในคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีการสั่งฟ้อง สว. ทั้ง 229 คนหรือไม่” บริเวณ MRT ลาดพร้าว ทางออก 4 โดยให้มาแปะสติกเกอร์ใน 3 ตัวเลือก ได้แก่ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” และ “ไม่แสดงความเห็น” และหย่อนบัตรลงหีบ ก่อนปิดหีบในเวลา 02.29 PM (14.29 น.)
.
จากนั้นในเวลา 02.29 PM (14.29 น.) เริ่มเดินรณรงค์จาก MRT ลาดพร้าว ไปยัง Chakravan Universe เป็นระยะทาง 2.29 กิโลเมตร เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการสั่งฟ้อง สว. 229 คน
.
นอกจากนี้ที่ Chakravan Universe เตรียมพิซซ่าแป้ง Sourdough ในราคาพิเศษถาดละ 229 บาท สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
.
กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อส่งเสียงและแสดงจุดยืนไปยัง กกต. ให้สั่งฟ้องสว.ทั้ง 229 คน ก่อนมีการประชุมลงมติพิจารณาสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว.ต่อศาลฎีกาในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้
.
#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229 #ซีซี่สั่งฟ้องสว #เดินระยะทาง229ไปกินพิซซ่า229บาท




🔴CLIP กกต. สู้ๆ แปรอักษรเป็นรูป 💙 ส่งกำลังใจ กกต. ด้วยรอยยิ้ม “ทำงานให้เป็นกลาง (ด้วยนิ้วกลาง)”

https://www.facebook.com/reel/1669352151644441

ยูดีดีนิวส์ - UDD news
7 hours ago
·
CLIP แปรอักษรเป็นรูปหัวใจ ส่งกำลังใจ กกต. “ทำงานให้เป็นกลาง” ส่งเสียง กกต.สู้ๆ เป็นกลาง ๆ ชวนจับตาลงมติสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. 14 ก.ย.นี้
.
วันที่ 6 ก.ย. 2569 เวลา 17.00-17.50 น. กลุ่มศิลปะปลดแอก - FreeArts จัดกิจกรรม ”แปรอักษรภาพ ส่ง'ลังใจให้ กกต. ทำงานให้เป็นกลาง“ ในการ #สั่งฟ้องสว เพื่อประชาชนทุกคน บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) แยกปทุมวัน
.
สำหรับคดี #โกงเลือกสว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดประชุมลงมติพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาในวันที่ 14 ก.ย. 2569 โดยเป็นที่จับตาว่า กกต. จะมีมติสั่งฟ้องทั้ง 229 คนหรือไม่
.
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต
#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229




https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/1385012700446948

ไข่แมวชีส added photos to the album: 6 ก.ย. 69 แปรอักษรส่งกำลังใจให้ กกต. หน้าหอศิลป์
8 hours ago
·
FreeArts แปรอักษร ส่งกำลังใจ กกต. “ทำงานให้เป็นกลาง” จับตาลงมติสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. 14 ก.ย.
.
6 ก.ย. 2569 เวลา 17.00-17.50 น. กลุ่มศิลปะปลดแอก - FreeArts จัดกิจกรรม ”แปรอักษรภาพ ส่ง'ลังใจให้ กกต. ทำงานให้เป็นกลาง“ ในการ #สั่งฟ้องสว เพื่อประชาชนทุกคน บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) แยกปทุมวัน
.
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมผูกโบว์สีน้ำเงินที่ข้อมือ ก่อนเริ่มแปรอักษรเป็นรูปหัวใจพร้อมชูนิ้ว และกล่าวว่า “กกต. สู้ ๆ เป็นกลาง เป็นกลาง”
.
สำหรับคดี #โกงเลือกสว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดประชุมลงมติพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาในวันที่ 14 ก.ย. 2569 โดยเป็นที่จับตาว่า กกต. จะมีมติสั่งฟ้องทั้ง 229 คนหรือไม่




“ชุด 26” ฟ้อง 229 คน "ชุด 36" ไม่ฟ้องใครเลย อนุทิน/เนวิน อยากได้ทั้งหมด อาจเสียทั้งหมด - ร่วมแคมเปญ #สั่งฟ้องสว


Thanapol Eawsakul
2 hours ago
·
อยากได้ทั้งหมด ก็ต้องเสียทั้งหมด
อนุทิน/เนวิน กับกรณีโกงส.ว. 2567
ที่จะนำมาสู่ “มหกรรมยำตีนระบอบสีน้ำเงิน”
…..

วันนี้ดูคลิปการนำเสนอของพริษฐ์ วัชรสินธุ

แสวงหาความจริง: กกต. และ DSI องค์กรของใคร?
https://www.facebook.com/paritw/videos/2146341029392387/

ประกอบกับอาการสติแตกของอนุทิน ชาญวีรกุล กับกรณีถนนสุขุมวิท พระราม 4

แล้วยิ่งนึกในใจว่านี่คงเป็น “ขาลง” อย่างแท้จริงของระบอบสีน้ำเงิน

ขนาดจะแซะยังออกอาการขนาดนี้
........
‘ไอติม’ สวน ‘อนุทิน’ หลังบอก รัฐบาล กับ การโกง สว. ไม่เกี่ยวข้อง-เชื่อมโยงกัน "เหมือนถนนพระราม 4 กับถนนสุขุมวิท ไม่มีวันบรรจบกัน" ชี้ มีทั้งเชื่อมโยงตลอดทั้งเส้นทาง และบรรจบกันที่แยกพระโขนง
https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/pfbid02KNXA5PjyypsccNpNQGP7PN5Lh2BGQPUfXDqWpqRVBPebX84d3jDxGCfJedCt9gfFl
.....

กลับมาที่การเสนอของพริษฐ์ วัชรสินธุ กรณีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ชุด 26” กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ของ กกต. หรือ “ชุด 36” ส่วนใหญ่จะมองว่ามันมีความสุดขั้ว
ระหว่าง
“ชุด 26” ฟ้อง 229 คน อันประกอบด้วย
รมต. +สส. ภูมิใจไทย 21 คน สว. 138 คน ผู้สมัคร สว. 51 คน เครือข่าย 19 คน
กับ
"ชุด 36"
ไม่ฟ้องใครเลย

แต่จริงๆแล้วยังมีทางออกหนึ่งคือการฟ้องบางส่วน ตามความเห็นชองนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ที่ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. แสวง บุญมี

เหลือประมาณ >140 คน อันประกอบด้วย
รมต. +สส. ภูมิใจไทย 3 คน สว. 136+ คน ผู้สมัคร สว. ?? คน เครือข่าย ?? คน

แต่อย่างที่ทราบครับทางอนุทิน /เนวิน ไม่เลือกเส้นทางนี้
แต่เลือกเส้นทางที่ว่าไม่ฟ้องทั้งหมด 229 คน ตั้งแต่ต้นปี 2569

ซึ่งตอนนั้น ยังไม่ถึง “ขาลง” ของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งทั้งอนุทิน /เนวิน คงคิดว่าคดีนี้ก็คงถูกปัดเป่าไปตามกระบวนการอื่นๆเป็นปกติ เพราะระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศนี้ไว้แล้ว

แต่เมื่อมารวมกับขาลงของระบอบสีน้ำเงินและกระบวนการโกงอื่นๆที่นับไม่ถ้วนถึงเวลานี้

อนุทิน/เนวินก็คงทราบแล้วว่าถ้าตัวเองเลือกทางออกที่เป็น "ทางสายกลาง" ก็คงจะไม่ถึงวันนี้

หรือถ้าจะมีปัญหาอะไรก็ใช้กระบวนการศาลยื้อไปเรื่อย ๆ ก่อนได้

แต่มาถึงนาทีนี้
ถ้าวันที่ 14 กันยายน 2569
กกต. ส่งแค่บางส่วน เช่น เอาพวกสีน้ำเงินอ่อนไปสังเวย
ทางศาลฎีกาก็ต้องลากคนอื่น ๆ ที่อยู่ในสำนวนมาอยู่ดี

กกต. ยกคำร้องทั้งหมดเหมือนความเห็น กรรมการชุด 36
ก็เชื่อแน่ว่า “มหกรรมยำตีนระบอบสีน้ำเงิน” จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเช่นกัน และมันจะมากกว่ากระบวนการทางรัฐสภา

ถึงวันนั้น แม้จะกำแพงหนาแค่ไหน
ก็กั้นความอัปลักษณ์ของระบอบสีน้ำเงินไม่อยู่อย่างแน่นอน

แต่นั่นแหละครับการที่อยากจะได้ทั้งหมด ก็จะต้องเสียทั้งหมดเช่นกัน
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=28509785161994952&set=a.188049254595255
.....

https://www.facebook.com/reel/2895982647446452


https://www.facebook.com/reel/2117014439025979
.....



iLaw
a day ago
·
ร่วมออกแบบปฏิบัติการ #สั่งฟ้องสว ก่อนถึงวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้ ที่ กกต.จะลงมติพิจารณาสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว.ต่อศาลฎีกา แต่เนื่องจาก กกต.ถึง 4 ใน 7 ตำแหน่ง ผ่านความเห็นชอบให้ดำรงค์ตำแหน่งโดย สว.ชุดนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาในคดี นำมาซึ่งข้อครหาต่อ กกต. ว่าจะสามารถใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นกลางได้หรือไม่ ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการจะสร้างแรงกดดันส่งเสียงเรียกร้องถึง กกต.ได้อย่างไร?
.
ทำไมเรื่องการโกงสว.ถึงสำคัญ ?
.
ประชาชนมากกว่า 21 ล้านคนได้ร่วมกันแสดงพลังลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เพราะสว.สีน้ำเงินที่มีที่มาที่ "เสี่ยงผิดกฎหมาย" กำลังมีอำนาจทางกฎหมายในการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระและมีสิทธิยับยั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นอุปสรรคต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีส่วนร่วมจากประชาชน ทำลายสมดุลอำนาจทางการเมืองให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลถูกควบคุมโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไปโดยปริยาย
.
ถึงเวลาต้องส่งเสียงจากทุกคน
.
ชวนประชาชนร่วมคิดร่วมออกแบบกิจกรรม “ทำอะไรก็ได้ที่ถนัด” ด้วยข้อเรียกร้องง่ายๆต่อ กกต.ว่า #สั่งฟ้องสว ไปให้ศาลตัดสิน ใครมีไอเดียมาแบ่งปัน มีคำถามเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเข้ามาหารือพูดคุยแบบออนไลน์กันได้
.
ลงปฏิทินไว้เลยวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 19:00 – 20:30 น. ทาง https://actionnetwork.org/forms/senate2026
.
ชวนคิดชวนออกแบบโดยทีมงาน Daybreaker และ ทีมงาน iLaw

https://www.facebook.com/photo?fbid=1508442327996048&set=a.625664036273886




จดหมายจากณัฐสุต ถึงการเรียกร้องสิทธิประกันตัวของเขา “แต่ละคนที่ยื่นขอประกันตัวจากเหตุผลเล็ก ๆ จนไปถึงเหตุผลใหญ่ ฯ ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว” “ศาลให้เหตุผลเดิม ๆ ว่าไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ทั้งๆ ที่เหตุผลก็มีมากพอ แต่เพราะอะไรทำไมถึงไม่ได้การประกันตัว เป็นเพราะการเมืองเหรอ” “เราทุกคนอยากได้ความเป็นธรรมเรื่องนี้ครับ”


ThumbRights
September 4
·
“ผมรู้สึกปวดใจมากที่ประกันตัวไม่ได้ ผมไม่ได้ดูแลลูก ไม่ได้อุ้ม ไม่ได้เลี้ยง เป็นพ่อมันปวดใจมากครับ”: จดหมายจากณัฐสุต ถึงการเรียกร้องสิทธิประกันตัวในขณะที่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด

“สวัสดีครับผมณัฐสุต ผมได้รับจดหมายธรรมดาของพี่ที่ส่งมาให้ ผมได้รับวันที่ 23 จึงมาตอบกลับครับ”

“ตอนนี้เรื่องที่ ทุก ๆ คนอยากเรียกร้องก็คือ สิทธิการได้รับการประกันตัวผู้ต้องขังที่กำลังต่อสู้คดีอยู่ในเรือนจำ อยากให้มีความยุติธรรมกับการประกันตัว”

“แต่ละคนที่ยื่นขอประกันตัวจากเหตุผลเล็ก ๆ จนไปถึงเหตุผลใหญ่ ฯ ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว”

“ศาลให้เหตุผลเดิม ๆ ว่าไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ทั้งๆ ที่เหตุผลก็มีมากพอ แต่เพราะอะไรทำไมถึงไม่ได้การประกันตัว เป็นเพราะการเมืองเหรอ”

“เราทุกคนอยากได้ความเป็นธรรมเรื่องนี้ครับ”

“ผมยกตัวอย่างเรื่องของผมเองก่อนที่ผมจะเข้ามาในเรือนจำ แฟนผมท้องได้สามเดือน” “ผมยื่นเหตุผลว่าแฟนท้องและยังทำงานไม่ได้และมีภาระที่ต้องจ่าย ทั้งทางพ่อ แม่ และแฟนก็มีภาระหนี้สิน” ผมก็เลยขอประกันตัวออกไปโดยติด EM” “ทางศาลก็ให้เหตุผลว่าโทษสูงกลัวหลบหนี”

“ผมอยากจะจะถามว่าขนาดติด em ยังกลัวหลบหนี แล้วจะมี em ไว้ทำไม”

“ยังไงผมก็ไม่หนีเพราะที่ขอออกไป เพราะออกไปดูแลครอบครัว พ่อ แม่ ลูก เมีย”

“จนแฟนผมคลอดลูกออกมาตอนนี้ลูกผมสี่เดือนแล้วครับ” “ผมก็ให้เหตุผลว่าแฟนคลอดลูกทำงานไม่ได้มีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ จะขอประกันตัวออกไปเพื่อหางานดูแลลูกกับแฟน”

“ผมรู้สึกหัวใจมากที่ประกันตัวไม่ได้ ผมไม่ได้ดูแลลูก ไม่ได้อุ้ม ไม่ได้เลี้ยง เป็นพ่อมันปวดใจมากครับ”

“ณัฐสุต” (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องขังระหว่างฎีกา ในข้อหาหลักพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาเกี่ยวกับวัตถุระเบิด จากกรณีเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ16มกรา64 โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อสู้คดี

ในศาลชั้นต้น ศาลพิพากษายกฟ้องณัฐสุตทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามในชั้นอุทธรณ์ ศาลกลับคำ พิพากษาเป็น จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยศาลยังระบุว่าไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสามจะหลบหนี จึงทำให้ณัฐสุต ต้องถูกคุมขังถึงแม้ว่าคดีจะยังไม่ถึงที่สิ้นสุด

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีผู้ถูกคุมขังในเรือนจำในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง จำนวนอย่างน้อย 53 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 22 คน เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 12 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน

Reference
https://tlhr2014.com/archives/80978
https://tlhr2014.com/archives/77772

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122279868548184830&set=a.122110046162184830




"ฉันคือแม่แห่งความเจ็บปวด ฉันคือความเจ็บปวดทั้งมวล" ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกองทัพอิสราเอลสังหารจากการเข้ามาบุกรุกในเมืองกาซ่า มีการประกอบพิธีอำลาผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 70 ราย ในย่านอัล-ไซตูน เมืองกาซา

https://www.facebook.com/reel/1062088243403633

คาเมส อัลเรฟี
·
มีการประกอบพิธีอำลาผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 70 ราย หลังจากที่หน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนได้กู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกทำลายในย่านอัล-ไซตูน (Al-Zaytoun) ทางตะวันออกของเมืองกาซา



 
https://www.facebook.com/reel/1636576437828607

"ฉันคือแม่แห่งความเจ็บปวด ฉันคือความเจ็บปวดทั้งมวล"... หญิงชาวปาเลสไตน์ร่ำลาศพสามีและลูกทั้งสามคนของเธอที่เสียชีวิตท่ามกลางสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากมีการกู้ร่างของพวกเขาขึ้นมาจากย่านอัล-ไซตูนในเมืองกาซา

https://www.facebook.com/khames.said.56/posts/2772832389778118

ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีศพหมู่ในย่านอัล-ไซตูน (Al-Zaytoun) ทางตอนใต้ของเมืองกาซาซิตี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 โดยครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมไว้อาลัยและแสดงความเคารพเป็นครั้งสุดท้ายแก่ชาวปาเลสไตน์กว่า 100 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 70 ราย ที่ได้รับการกู้ร่างขึ้นมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่พักอาศัย หลังจากมีการปฏิบัติการค้นหาและกู้ร่างท่ามกลางเศษซากคอนกรีตที่ถล่มลงมาสืบเนื่องจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล (ภาพโดย Khames Alrefi)
.....

อัล-ไซตูน (Al-Zaytoun): หนึ่งในย่านที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองกาซาซิตี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดที่มีการปฏิบัติการทางทหาร การโจมตีทางอากาศ และการเคลื่อนกำลังพลภาคพื้นดินอย่างหนักหน่วงในช่วงเวลาของความขัดแย้ง



 
https://www.facebook.com/watch/?v=1487822716707424

รางวัล ICRC Humanitarian Visa d'or 🥇🏆 ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2011 เป็นรางวัลประจำปีที่มอบให้แก่ช่างภาพข่าวอาชีพผู้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นด้านมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ
ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งมาพร้อมกับเงินรางวัล 8,000 ยูโรที่สนับสนุนโดย ICRC (@icrc) ได้แก่ Khames Alrefi (@khames.alrefi) จากผลงานภาพถ่ายในฉนวนกาซา

รางวัล ICRC Humanitarian Visa d me d'or ( Humanitarian Visa d'or Award) ถือเป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลกด้านภาพถ่ายสารคดีและภาพถ่ายข่าวเชิงมนุษยธรรม โดยการจัดตั้งและมอบรางวัลมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

วัตถุประสงค์และการดำเนินงาน

หน่วยงานร่วมจัด: รางวัลนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และเทศกาลภาพถ่ายข่าวนานาชาติ Visa pour l’Image ณ เมืองแปร์ปิญอง (Perpignan) ประเทศฝรั่งเศส

จุดมุ่งหมาย: เพื่อสนับสนุนงานภาพถ่ายข่าวที่สะท้อนถึงผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธและความรุนแรงที่มีต่อมนุษยชาติ โดยเน้นย้ำถึงประเด็นทางมนุษยธรรมและการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL)

คุณสมบัติและเกณฑ์การพิจารณา

ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงาน: ช่างภาพข่าวอาชีพ (Professional photojournalists) จากทั่วโลก

หัวข้อการประกวด: ภาพถ่ายสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชะตากรรมของพลเรือน ผู้พลัดถิ่น ผู้ต้องขัง หรือผลกระทบทางสังคมและสุขอนามัยในพื้นที่ขัดแย้งด้วยอาวุธ

รางวัล: ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลสนับสนุน (จำนวน 8,000 ยูโร) เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินโครงการภาพถ่ายสารคดีชิ้นถัดไป พร้อมทั้งได้รับการจัดแสดงผลงานในเทศกาล Visa pour l’Image ในปีถัดไป




กิจกรรมน่าสนใจ ในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา ⚖️ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ⚖️ กับการนำสำนวนคดี 6 ตุลา มาสร้างเป็นละครเวทีศาลจำลอง


The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4
4 hours ago
·
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
กับการนำสำนวนคดี 6 ตุลา มาสร้างเป็นละครเวทีศาลจำลอง
.
“The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4”
.
หลังเหตุการณ์ล้อมปราบ นักศึกษาและประชาชน 18 คนถูกนำขึ้นศาลทหาร ด้วยข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ กบฏ และฆ่าเจ้าหน้าที่ พวกเขาต้องเริ่มต้นต่อสู้คดีโดยไม่มีแม้แต่ทนายอยู่ข้างตัว
.
ในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา ขอเชิญผู้ชมกลับเข้าไปนั่งใน “ห้องพิจารณาคดี” รับฟังคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านที่เรียบเรียงจากบันทึกการพิจารณาคดีและเอกสารร่วมสมัย…

— with เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ and จารุพงษ์ ทองสินธุ์.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122100530019468099&set=a.122100530067468099






อีก 1 เดือน จะครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ชวนลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ. เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา คืนอัตราโทษของความผิดฐาน "หมิ่น" กลับไปเป็นระบบไม่มีโทษขั้นต่ำตามกฎหมายเดิมก่อนปี 2519


iLaw
17 hours ago
·
ปี 2569 นับเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี จากเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และตามมาด้วยกันรัฐประหารยึดอำนาจ ของคณะทหารนำโดยพล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ อันเป็นการ "ทวงคืน" อำนาจของทหารจากยุคประชาธิปไตยที่กำลังเติบโต

.
ในปีนี้ เครือข่ายจัดงานรำลึกเหตุการณ​ 6ตุลาฯ จึงต้องการที่จะเคลื่อนไหวมากกว่าการรำลึกความสูญเสียจากเหตุความรุนแรง แต่ต้องการจะขยับไปพูดถึงเรื่องมรดกทางกฎหมาย ที่คณะรัฐประหารได้ทิ้งไว้ให้กับบ้านเมือง ต่อเนื่องกันมา 50 ปี นับจากวันนั้น เพื่อให้ความเจ็บปวดในช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีความหมายให้เกิดการเรียนรู้และก้าวต่อไป ไม่เพียงย่ำอยู่กับความเจ็บปวดเท่านั้น

หนึ่งในมรดกของเหตุการณ์ 6ตุลาฯ คือ การออกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมาย "หมิ่น" ทั้งระบบ เพื่อควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ให้มีอัตราโทษสูงขึ้นเป็นพิเศษ และทำให้กฎหมายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ดูหมิ่นศาล ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นธง ฯลฯ ในประมวลกฎหมายอาญาของไทย มีอัตราโทษสูง ซึ่งมาจากคำสั่งของคณะรัฐประหารในปี 2519 ไม่ได้มาจากการออกกฎหมายโดยสภาที่ชอบธรรม

กฎหมายมาตราที่สำคัญ คือ มาตรา 112 หรือความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก่อนปี 2519 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และไม่มีโทษขั้นต่ำ แต่หลังการยึดอำนาจในปี 2519 อัตราโทษถูกเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุก 3-15 ปี ด้วยความหวาดกลัวต่อแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์เมื่อ 50 ปีก่อน กฎหมายมาตรานี้ และอัตราโทษที่สูงจึงเป็นมรดกของเหตุการณ์ 6ตุลาฯ โดยแท้

ซึ่งถึงวันนี้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคดีทางการเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า เหลือเพียงคดีมาตรา 112 ที่มีคนอยู่ในเรือนจำอย่างน้อย 36 คน ยังไม่ได้รับนิรโทษกรรม และหลายคนต้องเผชิญอัตราโทษจำคุกที่สูง เป็นผลจากกฎหมายนี้

เครือข่ายจัดงานรำลึก 6ตุลาฯ จึงเชิญชวนประชาชนลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลบมรดกบาปจากการรัฐประหารในปี 2519 และคืนอัตราโทษของความผิดฐาน "หมิ่น" กลับไปเป็นระบบไม่มีโทษขั้นต่ำตามกฎหมายเดิมก่อนปี 2519

เหลือเวลาอีก 1 เดือนเต็มพอดีพอดี ก่อนที่จะถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 อันเป็นวันครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์ความสูญเสีย ชวนช่วยกันลงชื่อเพื่อให้ได้รายชื่อครบภายในวันดังกล่าว https://decoup6octsins.com/

https://www.facebook.com/photo?fbid=1509132621260352&set=a.625664036273886
July 22
·
เปิดข้อเสนอลบมรดก 6 ตุลา รื้ออัตราโทษที่รัฐประหารทิ้งไว้

6 ตุลาคม 2519 เหตุการณ์ที่หลายคนลืมไม่ได้ จำไม่ลง การล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตามมาด้วยการสลายการชุมนุม การสังหารโหด และการจับกุมคุมขังผู้ชุมนุม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในเย็นวันเดียวกัน คือ “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” ได้ทำการรัฐประหาร ภายใต้การนำของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้ และเข้าใช้อำนาจปกครองประเทศ

เพียง 15 วันหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้ออกคำสั่งไปถึง 47 ฉบับ! โดยครอบคลุมการแก้ไขกฎหมายหลายเรื่อง เช่น ให้คดีความผิดของพลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร ให้ยกเลิกกฎหมายเลือกตั้งส.ส. สั่งผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ต้องขออนุญาตจากคณะรัฐประหารทุกราย ฯลฯ เรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาของการใช้อำนาจคณะรัฐประหารเปลี่ยนแปลงกฎหมายจากระบอบประชาธิปไตยเข้าสู่ระบอบเผด็จการทหารเพื่อการควบคุมอำนาจโดยสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ

คำสั่งหลายฉบับถูกยกเลิกในเวลาต่อมา และบางฉบับก็สิ้นผลไปโดยปริยาย แต่มีฉบับหนึ่งที่ยังคงมีผลใช้บังคับต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน คือ คำสั่งฉบับที่ 41 ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาทั้งหมด 12 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นทั้งหมด ให้เพิ่มอัตราโทษให้สูงขึ้นเป็นเท่าตัว โดยให้เหตุผลในการออกคำสั่งเพียงสั้นๆ ว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเห็นว่า อัตราโทษในความผิดต่างๆ เหล่านี้ “ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน” จึงสมควรแก้ไขอัตราโทษให้สูงขึ้น

นั่นหมายความว่า อัตราโทษความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นที่สังคมไทยใช้ต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี เป็นอัตราโทษที่คณะรัฐประหารเมื่อปี 2519 กำหนดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ และสถานการณ์บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อัตราโทษเหล่านี้ยังไม่เคยถูกทบทวนหรือปรับลดให้สอดคล้องกับสังคมในระบอบประชาธิปไตย มีเพียงการขยับอัตราโทษปรับให้สอดคล้องกับค่าเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น กฎหมาย “หมิ่น” ทั้งระบบจึงกลายเป็น “มรดก” ที่ตกทอดมาจากคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจเพื่อควบคุมเหตุการณ์ความรุนแรงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา ซึ่งประกอบด้วยผู้คนหลากหลายรุ่น ทั้งผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาคมมาด้วยตนเอง และผู้ที่เกิดไม่ทันเหตุการณ์ เห็นร่วมกันว่า เสรีภาพในการแสดงออกเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย แต่จนถึงทุกวันนี้ กฎหมายและโครงสร้างอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อปี 2519 ยังทำหน้าที่เป็นโซ่ตรวนแน่นหนาถ่วงรั้งเสรีภาพของประชาชนคนไทย

พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกโดยคณะรัฐประหารและยังมีผลใช้บังคับมาจนถึงปัจจุบัน การยกเลิกคำสั่งฉบับนี้ไม่เพียงเป็นการลบล้างมรดกทางกฎหมายจากการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 แต่ยังเป็นการปรับอัตราโทษความผิดในประมวลกฎหมายอาญาให้เหมาะสมกับสังคมประชาธิปไตย ดังตารางในรูปภาพ

ร่วมเป็น 1 ใน 50,000 รายชื่อ เสนอยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41

ลงชื่อลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ

ไชยชนกอ้าง AI ลูกเทพคนใช้น้อย เพราะคนไทยยังไม่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (ข้อกล่าวนี้ ไม่เป็นความจริงตามข้อเท็จจริงทางสถิติ สาเหตุที่แท้จริง แต่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพ ความสะดวก ข้อจำกัดในการใช้งาน และการที่ประชาชนมีบริการ AI อื่นให้เลือกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)


News1
13 hours ago
·
ไชยชนกอ้าง AI ลูกเทพคนใช้น้อย เพราะคนไทยยังไม่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี วิพากษ์วิจารณ์คำชี้แจงของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีโครงการ TH-AI Passport มียอดผู้ใช้งานต่ำกว่าเป้าหมาย

นายไชยชนกระบุว่า โครงการมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.4 ล้านคน แต่มีผู้ใช้งานจริง หรือ Active User ราว 500,000 คน โดยมองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนบางกลุ่มยังเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่เพียงพอ จึงมีแนวคิดแก้ปัญหาด้วยอินเทอร์เน็ตราคาถูกหรืออินเทอร์เน็ตฟรี

ด้าน นพ.วรงค์เรียกร้องให้รัฐมนตรีดีอีตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติก่อนออกมาตรการใหม่ โดยอ้างผลสำรวจไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งระบุว่า ประชาชนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 61.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 92.8 ของประชากรกลุ่มดังกล่าว

ตัวเลขนี้ทำให้ นพ.วรงค์ตั้งคำถามว่า การที่ TH-AI Passport มีผู้ใช้งานจริงเพียงประมาณ 500,000 คน อาจไม่ได้เกิดจากปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพ ความสะดวก ข้อจำกัดในการใช้งาน และการที่ประชาชนมีบริการ AI อื่นให้เลือกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นพ.วรงค์ย้ำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องใช้ข้อมูลอย่างแม่นยำก่อนวางแนวทางแก้ไข เพราะหากวิเคราะห์ต้นเหตุผิด มาตรการที่ออกมาก็อาจหลงทิศและใช้งบประมาณโดยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศสะท้อนเพียงการเคยใช้งานหรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนมีอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม ขณะที่กระทรวงดีอียังควรเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า ผู้ลงทะเบียนไม่กลับมาใช้งานเพราะปัญหาค่าอินเทอร์เน็ต หรือเกิดจากตัวแพลตฟอร์มเองกันแน่

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1597745902383368&set=a.630649625759672
.....

(เพิ่มเติม)

ข้อวิจารณ์จากภาคประชาชนและนักวิชาการส่วนใหญ่ชี้ว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดผู้ลงทะเบียน TH-AI Passport ไม่เป็นไปตามเป้า ได้แก่:

ปัญหาด้าน User Experience (UX/UI): ขั้นตอนการลงทะเบียนที่ซับซ้อน และตัวระบบยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ความคุ้มค่าและความจำเป็น: ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง AI โมเดลระดับโลกที่เปิดให้ใช้ฟรีได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องผ่านระบบของรัฐ

ความเชื่อมั่นและความโปร่งใส: ข้อกังขาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โครงสร้างงบประมาณ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)




วันอาทิตย์, กันยายน 06, 2569

“ความรับผิดชอบต่ออดีตที่ดีที่สุด คือการแก้ไขที่อนาคต” วิโรจน์ ลักขณาฯ ตอบ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ “การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น”

“ความรับผิดชอบต่ออดีตที่ดีที่สุด คือการแก้ไขที่อนาคต” คำพูดทำนองนี้ คนของพรรคประชาชนต่างกล่าวกันไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งปี ยอมรับว่าการโหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คือความผิดพลาด แต่ก็จะไม่หยุดยั้งการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล หรือ วิโรจน์ ลักขณาอดิสร พูดกันมาแล้วบางคนมากกว่าหนึ่งครั้ง นี่มาได้ยิน พริษฐ์ วัชรสินธุ พูดอีกหลังเสร็จสิ้นรายการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวโยงคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ๒๕๖๗

สส.พรรคประชาชน ๓-๔ คน พร้อมด้วยแขกรับเชิญ อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ให้รายละเอียดกันอย่างเป็นจะเป็นโกลน จนเห็นชัดแจ้งว่าที่เรียกกันติดปากว่า การฮั้ว สว.นั้น เป็นกระบวนการโกงที่มีจุดมุ่งหมายให้ถึงที่สุดในการครอบครองประเทศเบ็ดเสร็จยาวนาน

ทว่า ข้อเขียนของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หลังสุด ที่ยกเอากรณี สส.พรรคประชาชน ๑๔๓ คน ทำให้อนุทินได้รับเลือกเป็นนายกฯ มาเจาะจงโจมตีอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่หลักฐานการฉ้อโกงต่างๆ ของรัฐบาลอนุทิน โดยเฉพาะหลายอย่างที่ทำให้ระบบยุติธรรมบิดเบี้ยว

โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นนั่งห้างร่วมรัฐบาลอยู่ ชักจะเข้าด้ายเข้าเข็มเต็มที่ ขนาดที่ นังแบก ตัวเอ้ เริ่มออกมาปกป้องระบอบสีน้ำเงินกันแล้ว ชวนให้เอะใจว่า เอ๊ะ เต้น ก็เป็นด้วยเหมือนกัน เปิดหน้าเล่นไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนอีกแล้ว

อีกครั้งที่ วิโรจน์ ลักขณาฯ ออกมาตอบโต้ด้วยความคมคาย กลมกลืน และเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะ โดยก่อนอื่นใดเขายอมรับหน้าชื่นต่อความผิดพลาดเมื่อวันที่ ๕ กันยา ๒๕๖๘ แต่ก็ไม่วายให้ข้อมูลครบกว่าณัฐวุฒิอีกว่า วันที่ ๔ กันยาปีนั้น ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง

ที่เป็นข้อจำกัดของการตัดสินใจในวันรุ่งขึ้น ที่ว่า “คุณชัยเกษม (นิติสิริ) ให้สัมภาษณ์ และสรุปปิดท้ายว่า ผมเป็นแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่ง” วิโรจน์ยังยกเอาหลักรัฐศาสตร์มาชี้ให้เห็นว่า การวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ต้องดูจุดเริ่มต้นใน Timeline ด้วย

“ในช่วงรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ (โกงเลือก สว.) ถูกผลักดันอย่างจริงจังจน DSI รับดำเนินการเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 และเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568” เขาไม่ได้ถามตรงๆ ว่าแล้วเวลานี้ กลับเงียบฉี่

เขากล่าว “ขอความร่วมมือ” จากพรรคเพื่อไทยอย่างตรงๆ เลยว่า “เราน่าจะร่วมมือกันได้ ร่วมกันเรียกร้องให้การสอบสวนเดินไปตามพยานหลักฐานอย่างเป็นอิสระ ไม่แทรกแซงเจ้าหน้าที่ ไม่ช่วยเหลือฝ่ายใด” แล้วปิดท้ายว่า

“การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในอำนาจต่อไป” แต่ก็นั่นละ นิยามของการไปสู่อำนาจของณัฐวุฒิอาจคล้ายกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน

(https://www.facebook.com/wirojlak/posts/hn7vafoqu8 และ https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/1699699807800721)