วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 25, 2560

หนังสือกรณีธรรมกาย วิเคราะห์ผิด อย่าเพิ่งเชื่อ โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย




https://www.facebook.com/dr.sopon4/videos/1176633285782589/

อรุณสวัสดิ์ครับทุกท่าน
ผมเอา clip ของผมเองมาให้ดูครับ "หนังสือกรณีธรรมกาย วิเคราะห์ผิด อย่าเพิ่งเชื่อ" www.facebook.com/dr.sopon4/videos/1176633285782589 อันนี้ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตามนะครับ ก็โปรดมองว่าเป็นนำเสนอหลักการวิจัยที่ถูกต้อง และฉุกคิดตามหลักกาลามสูตรนะครับผม ขอให้มีสุขสวัสดิ์นะครับ


Sopon Pornchokchai shared ดร.โสภณ พรโชคชัย's live video.

นักการศาสนา ฟันธง"พุทธแท้-พุทธเทียม"วาทกรรมสร้างศัตรู.ไม่มีใน"พุทธศาสนา" กำจัด"ธรรมกาย"ทำลาย"พุทธศาสนา"หนทางสร้างอำนาจควบคุมคนไทย




https://www.youtube.com/watch?v=KKQimm0FGBU

นักการศาสนา ฟันธง"พุทธแท้-พุทธเทียม"วาทกรรมสร้างศัตรู.ไม่มีใน"พุทธศาสนา"

jom voice

Published on Feb 24, 2017

นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านพุทธศาสนาและปรัชญา ให้สัมภาษณ์ Thaivoice ( ตอนที่ 1 ) กรณีข้อถกเถียงความเป็นพุทธ-พุทธเทียมของวัดพระธรรมกาย และข้อเรียกร้องขับวัดพระธรรมกายออกจากคณะสงฆ์ไทยว่า พุทธแท้ พุทธเทียม ไม่เคยมีในพุทธศาสนา มีเฉพาะในสังคมไทยตอนนี้เท่านั้นที่สร้างกันขึ้นมาเพื่อที่จะควบคุมการนับถือศาสนาของคนไทย "ธรรมกาย"ก็คือพุทธ คำสอนและแนวทางปฎิบัติของวัดพระธรรมกาย ประยุกต์มาจากพระไตรปิฏก อยู่ในพระธรรมวินัยทั้งสิ้น ซึ่งจะเป็นแนวมหายาน แต่คณะสงฆ์ไทยส่วนใหญ่เป็นเถรวาท ที่เชื่อว่ามีความเคร่งครัดต่อหลักคำสอนมากกว่า เช่นเดียวกันกับธรรมยุตินิกาย ขณะที่ มหายาน และมหานิกาย เป็นการนำเอาคำสอนจากพระไตรปิฎกมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับสังคม และมีความก้าวหน้ามากกว่า ขณะที่ความเคร่งของเถรวาท เมื่ออยู่ในสังคมไทยก็ผสมเข้ากับลัทธิความเชื่อของพราหมณ์ ความเชื่อเรื่องผี เข้าไปอีกจึงหาความแท้ ความเทียมกันไม่ได้ ดังนั้น พุทธแท้ พุทธเทียม รัฐไม่สามารถที่จะใช้อำนาจมาเป็นตัววัดหรือตัดสินได้ ยกเว้นมีการตีความคำสอนของพุทธศาสนา นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการทำร้าย เข่นฆ่าคนอื่น อย่างนี้ถึงจะใช้อำนาจรัฐเข้ามาจัดการได้ ( ตอนที่ 2. อาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ จะอธิบายถึงสิ่งที่ คสช.ไม่ควรปฎิรูปวงการคณะสงฆ์ เป็นเพราะเหตุใด และจะเกิดอะไรขึ้น...โปรดติตาม.)

ooo

กำจัด"ธรรมกาย"ทำลาย"พุทธศาสนา"หนทางสร้างอำนาจควบคุมคนไทย




https://www.youtube.com/watch?v=luK6CTybJog

jom voice

Published on Feb 24, 2017

นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านศาสนาและปรัชญา ให้สัมภาษณ์ Thaivoice (ตอนจบ) กรณีการใช้อำนาจ ม. 44 จัดการกับวัดพระธรรมกายว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างยิ่งของคสช.เพราะไม่สามารถใช้อำนาจทำลายความศรัทธาได้ เพราะจะสร้างความเสียหายต่อพุทธศาสนาในประเทศไทย ที่รัฐจะควบคุมคำสอนให้อยู่ในอำนาจรัฐ ทำให้พุทธศาสนากลายเป็นเครื่องมือควบคุมประชาชน และเกิดความเสื่อมถอยในสายตาชาวโลก และการที่ รัฐบาล คสช.จะปฎิรูปพุทธศาสนา และคณะสงฆ์ยิ่งเป็นเรื่องที่จะนำสังคมไทยถอยหลังเข้าคลอง เพราะเป็นการกระชับอำนาจโดยชนชั้นปกครอง และจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับสังคมโลกยุคใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาของสังคมไทยในอนาคต

#บันทึกกรรม สามปีที่แล้วของวันนี้(24 กพ 2014) จากแฟ้ม สงวน คุ้มรุ่งโรจน์





#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้(24 กพ 2014)

พิธีกร"สายล่อฟ้า"บูลสกวย2ตัว ต้อนรับมวลชนม๊อบเมือกที่เดินทางมาให้กำลังใจ ณ บางกอกทาวเวอร์ เพราะมีข่าวหนาหูว่าทางการจะมาปิดบูลสกวยซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรค100ศพ

ศิริโชค โสภาที่อ้างว่าเป็น"ไทยปนลาว"นั้น แท้จริงเป็นลูกเจ๊กมีชื่อจีนว่า"ก๊กทิ้ว แซ่ลิ้ม"(林國濤)ขึ้นเวทีบอกบลูสกายเสนอข่าวถูกต้องเที่ยงธรรมที่สุด!!??
ส่วนเทพทวยเสนพง เป็นลูกผสมตูนีเซีย+ไหหลำ

(ภาพ:สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

.....




#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้( 24 กพ 2014)

14.35 การ์ด ม๊อบโล้นอิสระ ปีนกำแพงด้านหลังออฟฟิต VoiceTV
พร้อมชี้หน้าตะโกนว่า"ถ้ามึงออกมามึงตาย" !

.....



#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้ ( 24 กพ 2014)
14:55 Voice TVถ่ายทอดสดโล้นมหาภัยนำม๊อบเมือกและชาวนาปิดล้อมทีวีแห่งนี้ โดยกล่าวหาว่าทีวีช่องนี้บิดเบือนและรับใช้ระบอบทักษิณ
(ภาพ:สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

.....



#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้ ( 24 กพ 2014)
14:55 Voice TVถ่ายทอดสดโล้นมหาภัยนำม๊อบเมือกและชาวนาปิดล้อมทีวีแห่งนี้ โดยกล่าวหาว่าทีวีช่องนี้บิดเบือนและรับใช้ระบอบทักษิณ
(ภาพ:สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

.....



#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้(24 กพ 2014)

หัวโจกคนดีของเจ๊กเมือกหำดำแห่งพรรค100ศพ สั่งบุกยึดกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีข้าราชการสลิ่มC10 และอดีตขี้ทูตบางตัวเปิดประตูต้อนรับให้คนเหล่านี้เข้ามา

(ภาพ:สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

.....



#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้(24 กพ 2014)

ม๊อบสลิ่มของเจ๊กเมือกหำดำแห่งพรรค100ศพ บุกยึดกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีข้าราชการสลิ่มC10 และอดีตขี้ทูตบางรายเปิดประตูต้อนรับให้คนเหล่านี้เข้ามา

(ภาพ:สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

.....




#บันทึกกรรม
สามปีที่แล้วของวันนี้( 24 กพ 2014)

กปปส. บุก กระทรวงต่างประเทศ
-การ์ด กปปส. กดดัน พนักงาน ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ กลับบ้านทันที
-กดดัน! การ์ด กปปส.จี้ให้ 3 พนักงานประชาสัมพันธ์กระทรวง ออกจากกระทรวงด้วย แม้ ผช.ปลัดขอไว้ให้รับโทรศัพท์ แต่ไม่เป็นผล
-การ์ด กปปส.กดดัน ให้ เจ้าหน้าที่ที่กำลังกินข้าวใน โรงอาหารกระทรวงการต่างประเทศ ออกจากกระทรวงทันที
-การ์ด บุกตรวจค้นทุกซอก กระทรวงการต่างประเทศ จี้ ข้าราชการออกจากกระทรวง หยุดรับใช้ทักษิณ และมาร่วมไล่ รบ.กับกปปส
(เรียงลำดับตามภาพ)
# Cr.ArmMatichon

.....

ไอ้เจ๊กเมือกหำดำแห่งพรรค100ศพ พร้อมด้วยโล้นมหาภัย หลอกสลิ่มไฮซ้อไฮซิ้ม สมคมคิดนักธุรกิจเจ๊กสถุลข้ามชาติป่วนชาติ เมื่อ3ปีที่แล้ว
ที่สุดได้รัฎฐาวิบัติสติแตก โง่บัดซบ มันคุ้มไหม??

ooo











ที่มา FB

Sa-nguan Khumrungroj


จะตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวรือ?....




ปย.
อายุครบรอบดวงแตก
หลวงปู่ ...
ขอทำนายต่อ ครั้งที่ ๒ ได้นิมิตว่า
///หลังจาก ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ คุณโยมปย. อายุ ครบรอบ ๖๓,๖๔ ปี บ้านเราเรียกว่าดวงแตก
ร้ายแรงกว่าดวงตก
(ดวงแตกมาจากคำว่า ดวงบาตรแตก ทำลายผู้มีศีล ทุบบาตรให้แตก ไม่มีที่กิน ที่อยู่ เพื่อปฏิบัติ พระสงฆ์องค์เณร เดือดร้อนทั่วประเทศ
กรรมนี้พอๆ กับอนันตริยกรรม
/ไทยสงบดีมีสุข ยิ้มเมืองสยาม ก็มาจากพระพุทธศาสนา)
///ดวง (จิต) จะตก ดวงนี้ขึ้น ๔ ปีสุดๆ, ลง ๓ ปีสุดๆ
ถ้าลงครั้งนี้ลงแบบไม่มีแผ่นดินอยู่ ต้องระเหเร่ร่อน ต่างภาษา
(วิธีแก้มี แต่เรามิอาจบอกได้ เพราะตอนนี้เขาเป็นผู้มีผงธุลีในดวงตามาก ทำให้ปัญญามืดบอด)
แต่ตอนนี้แก้ไม่ทันแล้ว..
///วิบากกรรม ที่ทำลายพระพุทธศาสนาทุกนิกายในไทย...
///ในอดีต คุณโยมปย. เคยเป็นทหารของพระนเรศฯ
หลังจากพระนเรศฯ สวรรคต คุณโยมปย. เป็นใหญ่ลืมตัว ใช้อำนาจทำลายพระพุทธศาสนา
อันเป็นศาสนาที่ร่วมกอบกู้ชาติกับพระนเรศฯ
(อย่างนี้เรียกว่า กบฏ...) สันดานยังเหมือนเดิม
///ด้วยบุญในอดีตยังมีอยู่จึงเกิดมาเป็นคนได้อีก..
ก่อนมาเกิดชาตินี้ ก็สัญญาว่า จะมารักษาพระพุทธศาสนา แต่ก็ตระบัดสัตย์เหมือนเช่นเคย..
...
///ณ บัดนี้ ก็ใกล้หมดเวลาแล้ว ถึงเวลาที่กรรมจะเอาคืนทั้งหมด
หมดพลัง
หมดอำนาจในจิต
หมดบารมีในใจ
หมดวาสนา
///ต่อไปมีแต่ปัญหา
...
ปัญหาการเงินคงคลังประเทศ
ปัญหาคอร์รัปชั่น
ปัญหาสุขภาพ หลอดเลือดสมอง และหัวใจ
ปัญหา ญาติพี่น้อง ลูกหลาน คนใกล้ชิดทำให้เสื่อมเสีย
จะเกิด ม๊อบต่างๆ อีกมากมาย
///นิมิต เมื่อ วันอังคารที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๐ เวลา ๐๔:๐๖ น.

เก็บตกจากเน็ต

"จาตุรนต์" อัดรัฐปฏิรูปล้มเหลว





"จาตุรนต์" อัดรัฐปฏิรูปล้มเหลว

24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
TV24

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เห็น สปท. ชี้แจงว่า มีการปฏิรูปไปมากแต่ไม่ได้ยกตัวอย่าง ผมอยากให้ยกตัวอย่างเรื่องปฏิรูปที่ถือได้ว่าเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบและเป็นความก้าวหน้ามาสักเรื่องหนึ่ง ผมยินดีรับฟัง
แต่ที่ผมอยากจะแสดงให้เห็นความล้มเหลวของการปฏิรูปที่ทำให้ผมเห็นว่า ไม่มีการปฏิรูปใดๆเกิดขึ้นและไม่มีแผนการใดๆที่เห็นได้ว่ามีอนาคต โดยขอยกตัวอย่างดังนี้

  - เรื่องที่สับสนขัดแย้งไม่ลงตัวไม่คืบหน้า ได้แก่ พลังงาน สาธารณสุข และตำรวจ

  - ที่ทำไปบ้าง แต่มีแนวโน้มว่าจะยิ่งเสียหายไม่มีทิศทาง คือ การศึกษา การกระจายอำนาจ การรักษาป่าและทรัพยากรธรรมชาติ

  - ที่มีแนวโน้มเสียหายร้ายแรงถึงขั้นเป็นอุปสรรค คือ เรื่องดิจิทัลอีคอนอมีและการปฏิรูปสื่อ ทั้งสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดีย

  - ที่ทำไปบ้าง แต่ไม่มีผลใดๆ คือการคลัง เช่น ภาษีมรดกและภาษีที่ดิน

  - ที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับไม่มีการปฏิรูปและไม่มีแผนใดๆเลย ได้แก่ ระบบยุติธรรม กองทัพ ระบบราชการและการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมสูงวัย

สปท.หรือแม่น้ำ 5 สายจะชี้แจงก็เชิญครับ

หากสนใจ ผมจะหาโอกาสขยายความให้ฟังครับ

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 24, 2560

มารู้จัก FireChat Thai โปรแกรมสร้างเครือข่ายสื่อสารหลังถูกตัดสัญญาณมือถือ หรือไม่มีอินเตอร์เน็ต


.....





https://www.youtube.com/watch?v=ZhvbiZWbO0w

ooo

เมื่อพูดถึงแอพพลิเคชั่นที่ใช้แชทกันคุณจะนึกถึงอะไรครับ? แอพพลิเคชั่น LINE หรือ Facebook Messenger ต้องเป็นคำตอบแรกที่คุณคิดขึ้นมาอย่างแน่นอนเลยแน่ๆ แต่ถ้าให้พูดถึงแอพพลิเคชั่นที่ใช้แชทกันแบบ “ไม่มีอินเตอร์เน็ต” แล้วคุณจะนึกถึงอะไร? คงต้องงงกันเป็นไก่ตาแตกเลยล่ะสิ มันจะมีที่ไหนแอพพลิเคชั่นที่แชทกันได้แม้ไม่มีอินเตอร์เน็ต และแอพพลิเคชั่นที่ว่าไม่ใช่แชทกันทิ้งไว้แล้วค่อยส่งให้ตอนต่อเน็ตได้นะครับ เพราะ “FireChat” ที่เรากำลังจะแนะนำกันในวันนี้ แชทได้แบบ Real-time

โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเลยจริงๆ

FireChat เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีให้บริการมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่กลับมาโด่งดังขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในประเทศฮ่องกง จากเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ไม่สนับสนุนการเข้าปกครองของประเทศจีน และต้องการประชาธิปไตยในบ้านของเขา แต่ทางการก็ปิดกั้นการชุมนุมด้วยการตักสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตเพื่อปิดกั้นช่องว่างทางการสื่อสารอันเป็นสิ่งสำคัญในการจัด

ยกตัวอย่างการชุมนุมประท้วงปฎิบัติการณ์กางร่มฮ่องกง เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ใช้ LINE หรือ Facebook ไม่ได้ FireChat จึงเข้ามามีบทบาทในงานนี้แบบเต็มตัวครับ

ที่มา http://www.wesmartphonechannel.com/firechat-thailand/

ooo



ชมคลิป Live! วัดพระธรรมกายแถลง หลังวัดถูกตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต + พระพม่าถามใจ คนไทยทำไมปล่อยรัฐประทุษร้ายพระ + AI แจงไม่ได้แถลงยืนหยัดร่วมธรรมกาย แต่จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/10158383505325085/

ooo

อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ OVERVIEW 24-2-2017



https://www.youtube.com/watch?v=KXED6xTM8sw

SHTV

Published on Feb 24, 2017

'พระพม่าถามใจ คนไทยทำไมปล่อยรัฐประทุษร้ายพระ อย่างเผด็จการทหารพม่า' OVERVIEW - VoiceTV21 @Voice_TV

ooo





วันนี้ (24 ก.พ.60) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ส่งคำชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่า ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยชี้แจ้งกรณีที่มีการนำเสนอข่าวระบุว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ให้การสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ร่วมกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนนั้น เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน แอมเนสตี้ได้รับการติดต่อทางอีเมลจากฝ่ายสำนักสื่อสารองค์กรของวัดพระธรรมกายจริง และได้ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุว่าทางแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลตระหนักและกำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้แจ้งข้อมูลว่าทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งส่งลิงค์แถลงการณ์ดังกล่าวของศูนย์ทนายเพื่อความสิทธิมนุษยชนไป
ดังนั้นทางองค์กรขอชี้แจ้งว่าแถลงการณ์ที่ทางพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายกล่าวถึง เป็นแถลงการณ์จากศูนย์ทนายเท่านั้น ไม่ได้เป็นแถลงการณ์ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยแต่อย่างใด

ที่มา ประชาไท

เผยศิษย์วัดธรรมกายในสวิตเซอร์แลนด์ นัดรวมตัวยื่นหนังสือถึงยูเอ็น 27 กพ.นี้ หลวงตาชี หรือ พระราชมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ประธานสงฆ์วัดไทยกรุงวอชิงตันดีซี ส่งจม.นายก ขอบิณฑบาตร ม.44




.....


.....

ที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา ร่อนจดหมายถึงนายกฯช่วยระงับใช้ม.44 กับวัดพระธรรมกาย

หลวงตาชี หรือ พระราชมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกา อายุ 90ปี พระผู้บุกเบิกพระพุทธศาสนาในแผ่นดินอเมริกา

เมื่อสมัยท่านเป็นพระหนุ่ม ถูกรัฐบาลทหารในขณะนั้นกลั่นแกล้ง ถูกควบคุมตัวอยู่ถึง5ปี โดยหาว่าท่านเป็นคอมมิวนิส ท่านจึงเข้าใจเป็นอย่างดียิ่งว่า รัฐใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมนั้นเป็นเช่นไร

เมื่อได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ที่ถูกทางรัฐบาลทหารประกาศใช้มาตรา44 อยู่ในขณะนี้ ท่านก็ได้เห็นอกเห็นใจกับทางวัดเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ร่อนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ช่วยระงับใช้มาตรา44 กับวัดพระธรรมกาย

เพราะกฏหมาย มาตรา44นี้ได้ส่งผลคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของพระภิกษุ สามเณรในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก จึงได้ขอบิณฑบาต มาถึงท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา
ให้ช่วยระงับใช้มาตรา44 กับวัดพระธรรมกายตั้งแต่บัดนี้

ทางวัดพระธรรมกายและ US-dhamma ซาบซึ้งใจและกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณพระราชมงคลรังษี เป็นอย่างยิ่ง
มา ณ โอกาสนี้ครับ

Wanvisa Raktam

.....

ภาพถ่ายจาก วัดธรรมกายดีซี












ooo

ooo




https://www.facebook.com/wat.dhammakaya.benelux/videos/914725582003523/

รู้ทันสถานการณ์วัด: หัวใจท่านน่ากราบ !!! .... รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ นำพระสงฆ์กว่า 200 รูป มุ่งสู่ศาลากลางเชียงใหม่ ถือป้ายขอบิณฑบาต ให้รัฐบาลหยุดใช้ ม.44 ทำร้ายพระสงฆ์ ... ขณะที่ประเทศเมียนมา คณะสงฆ์นำชาวพุทธรวมตัวเดินขบวนให้กำลังใจหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดทำลายพระพุทธศาสนาด้วยการยกเลิก ม.44 เช่นกัน

(Youtube - เป็นข่าว - Published on Feb 24, 2017)

น่าฟัง... เปิดใจ "ลีลาวดี วัชโรบล" ศิษย์เอกธรรมกาย




https://www.youtube.com/watch?v=kGC_MTbnNAs&app=desktop

สด! เปิดใจ "ลีลาวดี วัชโรบล" ศิษย์เอกธรรมกาย PPTVHD36 LIVE!

SuperBIG NEWS

Published on Feb 23, 2017

PPTVHD36 LIVE!
สด! เปิดใจ "ลีลาวดี วัชโรบล" ศิษย์เอกธรรมกาย

‘การกลั่นแกล้ง’ คือสิ่งที่เราเห็นจากคดีของโจนาธาน เฮด สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ ‘ไผ่ ดาวดิน’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา





เราเห็นอะไรจากคดีของโจนาธาน เฮด สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ ‘ไผ่ ดาวดิน’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

ทั้งสามคดีชี้ชัดว่ากระบวนการศาลไทยและระบบตุลาการทั้งหมด ยังไม่ได้มาตรฐานสากลแห่งหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย หรือ ‘Rule of Law’ ที่ภายในประเทศไทยมักจะอ้างกันนักกันหนาว่าคือ นิติธรรม

ความคล้ายคลึงของทั้งสามคดีอีกอย่างก็คือ การใช้กฎหมาย65gbvว่าด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งมีระวางโทษสูงเกินความเหมาะสม ควบเหมากับกฎหมายหมิ่นประมาทที่ขัดแย้งมาตรฐานโลก ไม่ว่าจะเป็นกรณีกระทบถึงบุคคลธรรมดา หรือต่อพระมหากษัตริย์และราชบัลลังก์

ในกรณีหลังยิ่งเป็นที่กล่าวขวัญ (สยอง) กันไปทั่วโลก ว่ามีความรุนแรงหาที่ไหนเปรียบปราน ด้วยโทษจำคุกอย่างสูง ๑๕ ปีต่อหนึ่งกระทง มีผู้ถูกตัดสินจำคุก ๖๐ ปีมาแล้วเพียงเพราะการนำลงข้อความบนเฟชบุ๊คซึ่งศาลเห็นว่ามีความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ของประมวลกฎหมายอาญา

คดีของโจนาธาน เฮด ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เคยประจำอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และเคยเป็นนายกสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเทพฯ เขาถูกฟ้องหมิ่นประมาทที่ภูเก็ตโดยทนายความชาวไทย ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากรายงานข่าวเรื่องชาวอังกฤษถูกกระบวนการเงินกู้นอกกฎหมายร่วมมือกับอดีตภรรยาชาวไทยฉ้อโกงเอาทรัพย์สินมูลค่าเกือบ ๑ ล้านปอนด์สเตอริงของเขาไปทั้งหมด

นายประทวน ธนารักษ์ โจทก์ ถูกระบุชื่อในรายงานข่าวว่าเป็นผู้ทำนิติกรรมโอนทรัพย์สินของนายเอียน แร้นซ์ ให้แก่อดีตภรรยาชาวไทย โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปรากฏร่างให้การรู้เห็น นายประทวนอ้างว่าการระบุชื่อเขาเช่นนั้นทำให้เสียชื่อเสียง

รายงานข่าวเอเอฟพี นำเสนอโดย นสพ.เดอะการ์เดียน เมื่อวานนี้ (๒๓ ก.พ.) กล่าวว่า “ภายใต้กฎหมายไทย ชาวต่างชาติไม่สามารถครอบครองที่ดินได้ แต่ก็มักจะใช้ทางอ้อมด้วยการนำทรัพย์สินเข้าเป็นสมบัติของบริษัทที่เขาเป็นเจ้าของ หรือไม่ก็ใส่ไว้ในชื่อของคนท้องที่ซึ่งไว้ใจได้”

(https://www.theguardian.com/…/bbc-journalist-faces-defamati…)

“ในปี ๒๕๕๓ นายแร้นซ์ค้นพบว่าภรรยาคนไทยของเขาได้ปลอมลายเซ็นต์เขาเพื่อถอนเขาออกจากการเป็นผู้อำนวยการ แล้วจัดการขายทรัพย์สินไปทั้งหมด ด้วยการช่วยเหลือของเครือข่ายเงินกู้และอสังหาริมทรัพย์บนเกาะภูเก็ต

เธอ (ภรรยานายแร้นซ์) ต้องติดคุกสี่ปีด้วยความผิดฐานฉ้อโกงนี้ แต่ตัวนายแร้นซ์พยายามที่จะเอาทรัพย์ของเขาคืนผ่านทางกระบวนการศาลไทยเป็นเวลาหลายปีแล้ว ป่านนี้ยังไม่สำเร็จ”

เขากลับกลายมาเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ร่วมกับนายเฮด ในคดีซึ่งทนายความไทยคนที่ช่วยภรรยาเขาทำนิติกรรมอำพราง เกิดอาการ “เสียหน้า ถูกจ้วงจาบ และทำให้เกลียดชัง” เพราะบทความของโจนาธาน เฮด เปิดโปงคดีนี้ในปี ๒๕๕๘

เป็นคดีที่จำเลยทั้งสองอาจต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง ๕ ปี ปรับอีก ๒ แสนบาท เพราะมีการแจกแถมโทษฐานความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย

(โทษหมิ่นประมาทคุก ๒ ปี ปรับ ๒ แสน ความผิดคอมพิวเตอร์คุก ๕ ปี ปรับ ๑ แสน ดูประชาไท http://prachatai.org/journal/2017/02/70241)

ข้อที่ทำให้คดีนี้มีความอัปลักษณ์ในสายตาวิญญูชนและอารยะชนทั่วโลกอยู่ที่ ศาลอายัติหนังสือเดินทางของนายโจนาธาน เฮด เอาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางไปทำงานในหน้าที่ผู้สื่อข่าวซึ่งจะต้องไปไหนต่อไหนทั่วภูมิภาคได้สะดวก

หากจำเป็นจะต้องเดินทางออกนอกประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้สื่อข่าวมักจะต้องเดินทางอย่างกระทันหัน เขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องขออนุญาตศาลทุกครั้งไป แม้ศาลอนุญาตก็จะต้องเดินทางไปภูเก็ตเพื่อรับหนังสือเดินทางก่อน แน่นอนว่าเมื่อต่อไปถึงสถานที่ทำข่าวเหตุการณ์คงจบไปแล้วไม่ทันการณ์

วิธีทำให้ลำบากลำบนแก่ผู้ต้องหา (ไม่ทุกคน เฉพาะที่ศาลหมายหัว) เช่นนี้ เป็นที่เข้าใจของผู้มีจิตสำนึกในสิทธิมนุษยชนว่าคือการ ‘กลั่นแกล้ง’





เช่นเดียวกับการกลั่นแกล้งไม่ให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราวแก่คดีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

นายสมยศถูกปฏิเสธประกันรวมแล้ว ๑๖ ครั้ง และติดคุกมาแล้ว ๕ ปี เพิ่งมีการตัดสินให้จำคุก ๖ ปี (ลดโทษฐานกรุณา) แต่แถมอีก ๑ ปี ฐานหมิ่นประมาทบุคคลยศ พล.อ. เมื่อวานนี้เช่นกัน

ถ้าจำกันได้ นายสมยศถูกข้อหาหมิ่นกษัตริย์จากบทความในนิตยสารที่เขาเป็นบรรณาธิการ ทั้งที “พ.ร.บ.การพิมพ์ ๒๕๕๐ กำหนดไว้ว่าเมื่อเกิดความผิดขึ้นจากสิ่งพิมพ์ บรรณาธิการไม่ต้องรับผิด ผู้เขียนเท่านั้นที่ต้องรับผิด” แต่ “ศาลตัดสินว่าสมยศกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่ พ.ร.บ.การพิมพ์”

(จากข้อเขียนของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี อ้างอิง ‘มิตรสหายท่านหนึ่ง’)

“ถาม (ศาล) อีกทีว่าสมยศ ‘ทำอะไร’ จึงตัดสินว่ามีเจตนาหมิ่น ศาลบอกว่าเพราะสมยศ ‘เป็นบรรณาธิการ’ถาม (ศาล) ว่าก็กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ยกเว้นความผิดให้บรรณาธิการแล้ว จะนับเป็นการกระทำผิดได้อย่างไร

ถาม (ศาล) ว่าสมยศ ‘ทำอะไร’ (ที่ไม่ใช่การบรรณาธิการ) จึงผิด? (ศาล) เขาจึงบอกว่าเพราะพยานโจทก์อ่านแล้วบอกว่า (มัน) มีเจตนา

ถาม (ศาล) ว่า แล้วคุณไปตรัสรู้ได้อย่างไรว่าบรรณาธิการอ่านแล้วต้องคิดเหมือนพยานโจทก์คิด คุณรู้ได้ยังไงว่าคนอ่านคนหนึ่งอ่านข้อเขียนชิ้นหนึ่งแล้วต้องคิดเหมือนกับคนอ่านอีกคนหนึ่ง คุณรู้ได้ยังไง...

(ศาล) เงียบ และยังไม่เคยมีคำตอบหรือพยานหลักฐานอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยมาจนถึงวันนี้”

ด้วยเหตุฉะนี้ (ละซี) สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติจึงได้ออกแถลงการณ์เรียกร้อง (อีกครั้ง) ให้ปล่อยตัวนายสมยศทันที

“แม้ว่าคำตัดสินของศาลฎีกาจะก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งที่จำทำให้สมยศได้รับการปล่อยตัวเร็วขึ้น แต่เราก็ยังคงเป็นกังวลในการลงโทษอย่างรุนแรงเช่นนี้” ลอเร้นซ์ มีลแลน รักษาการตัวแทนภาคพื้นเอเซียอาคเนย์ระบุ

“หน่วยงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่าให้รัฐบาลไทยยุติใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปิดปากคนเห็นต่าง

และยังได้แถลงซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าการกำหนดโทษรุนแรงในกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีความจำเป็น และไม่มีความเหมาะสม”

(https://www.facebook.com/UNHumanRightsAsia/photos/a.657330534369993.1073741828.654755261294187/926163867486657/?type=3&theater)





ข้อเรียกร้องทำนองเดียวกัน ได้มีองค์การสิทธิมนุษยชนนานาชาติแถลงไว้สำหรับคดีของ ไผ่ ดาวดิน แล้วเช่นกัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภา ศาลขอนแก่นปฏิเสธการยื่นหลักประกัน ๗ แสนบาทขอปล่อยตัวชั่วคราวเขา ที่มี ส. ศิวรักษ์ ร่วมเป็นผู้ค้ำประกัน อีกเป็นครั้งที่ ๗

แม้ว่าทนายของไผ่จะได้ชี้แจงต่อศาล “กระบวนการในการสอบสวนพยานหลักฐานได้สิ้นสุดไปแล้ว ฉะนั้นการที่จตุภัทร์จะได้รับการประกันตัว จึงไม่ส่งผลให้จำเลยสามารถที่จะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานและหลักฐานได้”

(http://news.voicetv.co.th/thailand/464118.html)

การได้ประกันตัวเป็นสิทธิที่จำเลยควรได้รับการปล่อยตัวออกมาเตรียมหลักฐานสู้คดี ตามหลักกฎหมายทั้งสากลและกฎหมายไทยเอง แต่ศาลก็ยืนกรานปฏิเสธอย่างขัดแย้งกับตรรกะเหตุผลทางกฎหมาย

ด้วยเหตุเบื้องต้นที่ศาลสั่งถอนประกันไผ่ด้วยคำร้องของอัยการอ้างว่าเขา ‘เหย้ยหยันอำนาจรัฐ’ การเก็บกักตัวไผ่ไว้ในคุกนานๆ กระทั่งเขาพลาดการสอบวิชาสุดท้าย หมดโอกาสได้รับปริญญา น่าจะเป็นเพราะเจตนา ‘กลั่นแกล้ง’ ให้เจ็บจำ อย่าได้ท้าทายอำนาจศาลและระบบตุลาการไทยเป็นอันขาด

ลักษณะความคิดแบบข่มเหงห้ำหั่นให้หวั่นเกรงหากเป็นเช่นนั้น มิใช่แบบแผนการคิดและใช้สติปัญญาอย่างมนุษย์ผู้ประเสริฐด้วยอารยธรรม รู้จักเคารพในสิทธิแห่งบุคคลซึ่งกันและกัน ปราศจากซึ่งเดรัจฉานวิชาอย่างแน่นอน

THAILAND: Somyot Phrueksakasemsuk’s sentence reduced, injustice continues





THAILAND: Somyot Phrueksakasemsuk’s sentence reduced, injustice continues


23/02/2017
Source: fidh


Geneva-Paris - Today’s decision by Thailand’s Supreme Court to reduce the prison sentence of human rights defender Somyot Phrueksakasemsuk does little to mitigate the prolonged injustice Somyot and his family have endured, the Observatory for the Protection of Human Rights Defenders (an FIDH-OMCT partnership) said. The Observatory reiterates its call for Somyot’s immediate and unconditional release.

Today, the Supreme Court reduced the sentence of activist Somyot from 10 to six years. Somyot has been in jail since April 30, 2011, and was convicted in January 2013 on charges of lèse-majesté under Article 112 of Thailand’s Criminal Code [1] for allowing the publication of two satirical articles in the now-defunct magazine Voice of Taksin, of which he was the editor. The articles were authored by a third party and deemed by Thai authorities to have insulted the late King Bhumibol Adulyadej.

" The Supreme Court’s decision to reduce Somyot’s jail sentence is too little, too late. Despite displaying a façade of compassion, the court should have made a just decision and acquitted Somyot of a crime he did not commit," said FIDH President Dimitris Christopoulos.

Somyot, 55, is currently the longest-serving lèse-majesté detainee. He remains incarcerated in the Bangkok Remand Prison, and will now have to serve the remaining two months and five days of his sentence, in addition to one more year, which stemmed from an earlier sentence for defamation in another case. The court justified the sentence reduction in consideration of Somyot’s age, the fact that he did not write the articles with lèse-majesté content, and the lengthy amount of time he had already spent in prison.

“We deplore today’s harsh sentence of Somyot, who should have never spent a day in jail under a draconian law that curtails freedom of opinion and expression. He should be released immediately and unconditionally,” said OMCT Secretary General Gerald Staberock.

Background information:

A former labour rights activist and magazine editor, Somyot Phrueksakasemsuk was arrested on April 30, 2011, five days after he launched a petition campaign to collect 10,000 signatures required for a parliamentary review of Article 112 of the Criminal Code.

Several United Nations (UN) human rights monitoring bodies have voiced concern over Somyot’s deprivation of liberty. In an opinion issued on August 30, 2012, the UN Working Group on Arbitrary Detention (WGAD) affirmed that Somyot’s detention was arbitrary, and called on Thai authorities to release Somyot and award him adequate compensation.

On January 23, 2013, the Bangkok Criminal Court sentenced him to 10 years in prison on two counts of lèse-majesté.

On September 19, 2014, the Court of Appeals upheld the Bangkok Criminal Court’s lèse-majesté conviction of Somyot. The Court of Appeals failed to notify Somyot, his lawyer, and his family that the hearing would take place on that day. On November 19, 2014, Somyot filed an appeal to the Supreme Court against his conviction. Somyot unsuccessfully petitioned for bail 16 times - the last time being in November 2014.

Somyot’s conviction and detention do not comply with Thailand’s international legal obligations. Article 19 of the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), to which Thailand is a State party, states that everyone has the right to freedom of expression. This right includes “freedom to seek, receive, and impart information and ideas of all kinds.”

In its General Comment on Article 19, the UN Human Rights Committee (CCPR), the body that monitors state parties’ compliance with the provisions of the ICCPR, affirmed that, “all public figures, including those exercising the highest political authority such as heads of state and government, are legitimately subject to criticism and political opposition.” The CCPR specifically expressed concern regarding lèse-majesté laws and stated that “imprisonment is never an appropriate penalty” for defamation.

The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders (the Observatory) was created in 1997 by the World Organisation Against Torture (OMCT) and FIDH. The objective of this programme is to intervene to prevent or remedy situations of repression against human rights defenders. OMCT and FIDH are both members of ProtectDefenders.eu, the European Union Human Rights Defenders Mechanism implemented by international civil society.

For more information, please contact:
• FIDH: Audrey Couprie: +33143551412
• OMCT: Delphine Reculeau: +41228094939

Footnotes

[1] Article 112 of the Criminal Code states that “whoever defames, insults or threatens the King, the Queen, the Heir to the throne or the Regent shall be punished with imprisonment of three to 15 years.”


ข้อความ จากใจ ธรรมกาย ถึง ทหารไทย ทั้งประเทศ!!!




ข้อความ จากใจ ธรรมกาย ถึง ทหารไทย ทั้งประเทศ!!!
.
#พิทักษ์หลวงพ่อด้วยชีวิต #ไล่ล่าธรรมกาย #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย #หลวงพ่อธัมมชโย #ธัมมชโย #คดีธรรมกาย #DSI

Pra Ruttrana Tri... ปัญหาธรรมกาย... ยิ่งปราบ สถาบันสงฆ์ยิ่งเสื่อม





ตรงข้ามกับที่หวังกันไว้ว่าการปราบปรามธรรมกายจะทำให้พุทธไทยเข้มแข็งขึ้น กระบวนการปราบธรรมกายครั้งนี้เปิดเผยจุดอ่อนของสถาบันสงฆ์ไทยมากขึ้นด้วยซ้ำ

ความหวังว่าการแต่งตั้งสังฆราชพระองค์ใหม่ที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรงกับธรรมกายจะนำไปสู่การปรองดองในสถาบันสงฆ์นั้นไม่เป็นความจริง ถึงแม้จะไม่ออกหน้า แต่ก็สนับสนุนการล้อมปราบแน่ๆ ทำให้ภาพความเป็นกลางสิ้นไป

ที่ร้ายแรงกว่านั้น คือ การที่สังฆราชไม่ออกหน้า แต่ให้พุทธอิสระเป็นหัวหอกฝ่ายสงฆ์ เทียบได้กับการใช้ทหารรับจ้างสู้รบ แม้จะได้รับชัยชนะ แต่ก็มีปัญหาเรื่องวินัย เรื่องความชอบธรรม

พุทธไทยจึงมีทีท่าพึ่งพิงอำนาจเผด็จการ และอำนาจพระเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ บทบาทของมหาเถรสมาคมที่จัดการคนในบังคับของตัวเองก็เลือนลางไป

สำหรับการเมืองระดับชาติ ความหวังว่ารูปแบบของการแต่งตั้งคนกลางเพื่อความปรองดอง ที่จะนำมาใช้กับการเมือง ก็สิ้นสุดลงไปด้วย

สรุปชัดๆว่า ปรองดองแบบ คสช คือ การกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่เหลือพื้นที่ให้อีกฝ่ายแน่นอน

ที่น่าห่วงกว่าคือ เริ่มเห็นชัดแล้วว่า ฝ่ายชนชั้นนำไทยนั้น มีการจัดตั้งกองกำลังสำหรับปราบปรามผู้เห็นต่างที่เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา รูปแบบซ้ำๆ คือ สื่อมวลชนปลุกระดมโดยใช้วาจารุนแรง ส่อเสียดและข่าวปลอม ผู้นำมวลชน ฝูงมวลชน เจ้าหน้าที่บางส่วน และสุดท้ายคือกลไกกฎหมาย

การโจมตีในครั้งหลังๆนั้น ประสานกันดีมาก ได้ผลสำเร็จทุกครั้ง

แต่การจะจัดตั้งกองกำลังแบบนี้ได้ จำเป็นต้องทุบทำลายคุณค่าต่างๆที่สังคมที่เจริญแล้วลงไป ไม่ว่าจะเป็นหลักนิติธรรม เสรีภาพในการแสดงออก ความจริง หรือความน่าเชื่อถือของกฎหมายและสถาบันตุลาการ ต้องทำลายสติปัญญามวลชนจำนวนมากในชาติด้วย ถึงที่สุด ทำลายความน่าเชื่อถือของชาติ ระบบเศรษฐกิจ

ที่สำคัญคือ กองกำลังแบบนี้ จำเป็นต้องมีเป้าหมายต่อไปตลอดเวลา ไม่อาจสลายกองกำลังได้ คราวหน้าจะเป็นใครก็ยังไม่รู้เลย



Khemthong Tonsakulrungruang

ooo




5555 พุทธแท้ต้องทำทัวร์.... ให้ถึงธรรม...เริ่มต้นแค่ 3,999



พุทธแท้ต้องทำทัวร์ช่ะ....


เครดิตภาพจากพี่จิว


Arunwatee Kong Li Chattay


สัมภาษณ์สด (คนวัดจัดเต็ม) พระจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ช่วยธรรมกาย




https://www.facebook.com/DhammakayaInside/videos/663592090509503/