วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2569

กกต.ถูกฟ้องแล้ว 3 ศาล ศาลปกครอง-ระงับผลเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ-การเลือกตั้งโมฆะ ศาลอาญา-กกต.ผิด ม.157


.....

ภาคประชาชน-นักการเมือง รุมฟ้อง กกต. ปมความไม่โปร่งใสจัดการเลือกตั้ง



16 กุมภาพันธ์ 2026
บีบีซีไทย

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นมีไว้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและทุจริต แต่ภาคประชาชนจากส่วนต่าง ๆ รวมถึงพรรคการเมืองบางส่วนมองว่าส่อละเมิดหลักการลงคะแนนในทางลับ

ในวันนี้ (16 ก.พ.) มีความเคลื่อนไหวจากหลายเครือข่ายที่มุ่งหน้าทวงถามความรับผิดชอบจากองค์กรอิสระที่มีหน้าที่จัดการการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยแต่ละฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าการทำงานของ กกต. ในครั้งนี้ส่อเค้าถึงความไม่โปร่งใส ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตัวองค์กรเอง และทำให้สาธารณชนยังมีความเคลือบแคลงในผลการเลือกตั้ง

ภาคประชาชน ระบุ การจัดเลือกตั้งของ กกต. ขัดต่อหลักการพื้นฐานการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง

ปมบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. ทำให้ฝ่าย ๆ ต่างยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองและผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณาว่าขัดกับหลักรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยทางตรงและทางลับหรือไม่

ในช่วงเช้าวันนี้ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย หรือ We Watch (วีวอทช์) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องให้ กกต. รับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีปัญหาอย่างมาก
  • กระบวนการเลือกตั้งส่อให้เห็นการขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
น.ส.ธนาพร จูฑะสมพากร คณะทำงานฝ่ายรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล (data and analytics) ของวีวอทช์ แถลงต่อสื่อในฐานะตัวแทนจากวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาชนที่มายื่นข้อร้องเรียนต่อ กกต. ว่ากระบวนการเลือกตั้งส่อให้เห็นการขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เช่น การตัดคำว่า "โปร่งใส" ออกจากสโลแกนขององค์กร ซึ่งจากเดิมระบุว่า "สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม" เป็น "สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย"

เธอไล่เรียงว่าปัญหาว่าในหลายกรณีที่บางหน่วยเลือกตั้งเก็บเอกสารผลการนับคะแนนออกจากหน่วยในระยะเวลาอันสั้น ทั้งที่ควรเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ในหลายกรณี

ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหา "บัตรเขย่ง" หรือปัญหาที่จำนวนบัตรเลือกตั้ง ผลคะแนน และผู้ใช้สิทธิไม่สอดคล้องกัน ที่สำคัญคือผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการนับคะแนนได้อย่างต่อเนื่องชัดเจน หรือถูกจำกัดการสังเกตการณ์

นอกจากนี้ ยังพบว่าระบบรายงานผลคะแนนหลังปิดหีบไม่ส่งตรงสู่สาธารณะทันที แต่ต้องผ่านตัวกลางซึ่งเปิดทางให้มีการปรับแก้ข้อมูลได้โดยปราศจากกลไกการตรวจสอบที่มีความอิสระ

"แม้ปกติเราจะอ้างว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคหรือการตรวจสอบข้อมูล แต่เมื่อกระบวนการดังกล่าวไม่ถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้โดยเป็นธรรม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามว่าประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคะแนนที่ปรากฏเป็นคะแนนจริง ถูกต้อง และไม่ถูกแทรกแซง" น.ส.ธนาพร ตั้งคำถาม
  • กกต. ทำงานไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีความเป็นมืออาชีพ เมื่อเทียบกับงบกว่า 7,824 ล้านบาท
เธอกล่าวต่อว่า กกต.เพิกเฉยต่อข้อผิดพลาดและข้อร้องเรียนของประชาชนหลายกรณีด้วยกัน เช่น การวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียที่ผิดพลาด แม้จะมีการทักท้วงจากผู้สังเกตการณ์ แต่ก็ไม่มีการแก้ไข รวมถึงมีการยืนคุมการลงคะแนนในลักษณะที่กระทบต่อเสรีภาพของประชาชน และไม่มีการตรวจสอบกรณีที่เข้าข่ายการซื้อเสียงหรือทุจริตอย่างจริงจัง

เมื่อพิจารณาจากงบประมาณกว่า 7,824 ล้านบาทที่ กกต. ใช้จัดการเลือกตั้ง กลับพบความผิดพลาดมากมายซึ่งสะท้อนถึงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีความเป็นมืออาชีพของ กกต. เช่น การจัดหน่วยเลือกตั้งที่ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะต่อกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจนและมีข้อมูลคลาดเคลื่อน การย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างทั่วถึง กรณีการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งบนซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด

ประเด็นสำคัญที่ทางวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาสังคมเน้นย้ำ คือ การใช้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อกังวลว่าอาจเชื่อมโยงกลับไปยังต้นขั้วบัตรและข้อมูลผู้ลงคะแนนได้

"แม้ กกต.ชี้แจงว่าจะมีมาตรฐานในการแยกเก็บข้อมูล แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าโครงสร้างของระบบดังกล่าวเปิดโอกาสให้หลักการลงคะแนนโดยลับถูกละเมิดหรือไม่" น.ส.ธนาพร กล่าว

เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย หรือ We Watch (วีวอทช์) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนยื่นข้อร้องเรียนและข้อเสนอต่อ กกต.
  • กกต. ภายใต้โครงสร้างปัจจุบันไม่ยึดโยงประชาชน ขัดกับหลักถ่วงดุลและการตรวจสอบ
เธอยังกล่าวด้วยว่าในเชิงโครงสร้างของ กกต. ยังขาดความยึดโยงกับประชาชน เพราะมาจากการสรรหาโดยวุฒิสภา (สว.) ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น กลไกการตรวจสอบของ กกต. ยังอยู่ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งได้รับการสรรหาและต่อมาได้รับความเห็นชอบโดย สว. ส่งผลให้โครงสร้างดังกล่าวขัดแย้งกันเองในการตรวจสอบถ่วงดุลและทำให้การเอาผิดหรือการเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรจัดการการเลือกตั้งเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ

"ความเป็นอิสระขององค์กรจัดการเลือกตั้งภายใต้โครงสร้างปัจจุบันจึงถูกตั้งคำถามว่ามิได้เป็นไปตามความอิสระเพื่อคุ้มครองเจตจำนงของประชาชน แต่เป็นความอิสระที่ไม่ถูกเลือก ไม่ถูกตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน" น.ส.ธนาพร แถลงต่อสื่อ โดยเน้นย้ำว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของผลพวงที่เกิดขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างเชิงสถาบันและพัฒนาการของกฎหมายที่ผ่านการรัฐประหาร รวมถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน
  • ข้อเสนอต่อ กกต. และสาธารณชน 2 ระยะ เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของ กกต.
ด้านนายพงศธร กันทวงค์ คณะทำงานฝ่ายรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของวีวอทช์ แถลงต่อสื่อในฐานะตัวแทนวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาสังคมว่า ทางกลุ่มมีข้อเรียกร้องต่อ กกต. และข้อเสนอต่อสาธารณะ 2 ระยะ เพื่อแก้ไขวิกฤตความเชื่อมั่นและความผิดพลาดในการจัดเลือกตั้ง ดังนี้

ในระยะเร่งด่วน พวกเขาเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด รวมถึงเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วยและภาพกระดานขีดคะแนน เพื่อให้สาธารณชนร่วมตรวจสอบได้

กกต.ควรชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดกรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน รวมถึงต้องชี้แจงเชิงเทคนิคเมื่อระบบรายงานผลขัดข้อง และต้องเปิดเผยว่าใครมีอำนาจเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลเบื้องหลังได้บ้าง

กกต.ควรชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทั้งจุดประสงค์ ขอบเขต และขั้นตอนการใช้ระบบดังกล่าวในทุกระดับมาตรการป้องกัน เนื่องจากสาธารณชนจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลเรื่องสิทธิในความลับของการลงคะแนน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กลไกทางเทคนิคและกฎหมายที่รับประกันว่าความลับจะไม่ถูกละเมิด กระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง และทำลายข้อมูล รวมถึงผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมาตรการรับมือหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล" นายพงศธร กล่าว



ทางวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาชนยังเห็นว่าการนับคะแนนใหม่ในจุดที่มีปัญหา ควรนับต่อหน้าประชาชน สื่อมวลชน และมีการถ่ายทอดสดเพื่อความโปร่งใส หรือบันทึกภาพไว้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบัตรไม่มีการปนเปื้อน

เขากล่าวต่อว่า กกต. ควรมีทัศนคติที่เปิดรับการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่สร้างความหวาดกลัวหรือฟ้องร้องประชาชน และควรดึงเครือข่ายผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมกระบวนการการตรวจสอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

"หากมาตรการทั้งหมดไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ ผู้ดำรงตำแหน่งควรพิจารณาความรับผิดชอบของตนเองอย่างจริงจัง อาทิ การลาออก เพราะองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่ามีความผิดชอบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะอย่างจริงใจ" นายพงศธร กล่าว

ส่วนข้อเสนอปฏิรูปโครงสร้างของ กกต. ระยะยาวนั้น ได้แก่ ปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้มีความเป็นอิสระ เป็นกลาง และยึดโยงกับประชาชนผ่านกระบวนการสรรหาที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน

ทางวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาชนยังเห็นว่าควรลดการรวมอำนาจของ กกต. ไว้ที่ส่วนกลาง และควรฟื้นฟูบทบาท กกต. ระดับจังหวัด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการตอบสนองต่อข้อสงสัยของประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ควรลดอำนาจของ กกต. ที่ปัจจุบันเปรียบเสมือนเป็นทั้งผู้ถืออำนาจ 3 ฝ่าย ไว้ในองค์กรเดียว ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ เช่น การออกระเบียบ คำสั่ง และประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง, อำนาจฝ่ายบริหาร อาทิ การทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ และอำนาจตุลาการ, และอำนาจตุลาการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวน สอบสวน วินิจฉัยข้อร้องเรียน รวมถึงสั่งระงับหรือเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร

ทางวีวอทช์และเครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่าทั้งหมดนี้อาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนและการตรวจสอบที่ยากลำบาก ขัดต่อหลักการตรวจสอบถ่วงดุล

ตัวแทนจากภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา ยืนฟ้องศาลปกครองกลาง กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด


ตัวแทนเครือข่าย 9 สถาบันการศึกษา นำโดยนายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานธรรมศาสตร์และการชุมนุม (หมวกเขียว) พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ (ชายใส่สูท) เดินทางมายังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง

จากนั้นในเวลา 13.00 น. ตัวแทนภาคประชาชน นิสิต และนักศึกษา จาก 9 สถาบัน ได้แก่ ม.ธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.รามคำแหง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.ขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ เดินทางมายังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองว่ากรณีจัดทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับหรือไม่

พวกเขาเห็นว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ทาง กกต. อ้างว่ามีไว้บนบัตรเลือกตั้งเพื่อความปลอดภัยนั้น หากดูบัตรออกเสียงประชามติก็จะเห็นว่าไม่มีระบบติดตามดังกล่าว ดังนั้นคำกล่าวอ้างของ กกต. จึงฟังไม่ขึ้น และตามหลักการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับทั้งโดยวิสัยและพฤติการณ์

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่าเหตุผลที่มายื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลางอีกประการหนึ่ง คือ การกำหนดรูปเเบบบัตรเลือกตั้งเป็นคำสั่งหรือการกระทำทางปกครองไม่ใช่การกระทำในทางรัฐธรรมนูญ จึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองกลาง ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีแนวคำวินิจฉัยเดิมของศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 607-608/2549 เพื่อยืนยันว่าศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้

"ถ้าใช้คำพูดให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ ก็คือว่าคำสั่งหรือวิธีการดำเนินการให้ออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มันมีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด แล้วสามารถสืบย้อนกลับไปได้ ถือเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ เมื่อคำสั่งหรือการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้ บัตรเลือกตั้งดังกล่าวเมื่อถูกนำไปใช้ในวันที่ 1 ก.พ. หรือ 8 ก.พ. ปี 69 ก็อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย"

เขาบอกว่ายังไม่อาจพูดได้ว่าสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะเห็นว่ามีการใช้บัตรเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากศาลเห็นดังนั้น ศาลอาจสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ห้ามใช้บัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบไปถึงตัวตนผู้มาลงคะแนนได้

พร้อมกันนี้ พวกเขายังยื่นขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ กกต. ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้วไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากเกินจะเยียวยาในภายหลัง

นอกจากนี้ นายนรเศรษฐ์บอกด้วยว่าเครือข่ายนิสิต-นักศึกษา จาก 9 สถาบัน ยังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางแยกต่างหาก ขอให้ศาลสั่งให้ กกต. ดำเนินการแยกต้นขั้วบัตรออกจากตัวบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหา เนื่องจากตามระเบียบเดิมระบุให้เก็บรักษาไว้ด้วยกัน อันเสี่ยงต่อการถูกสืบย้อนข้อมูลตัวตนผู้ลงคะแนน

นักการเมืองทยอยฟ้อง-ยื่นข้อร้องเรียน ต่อ กกต.


(จากซ้ายไปขวา) นายวีระภัทร คันธะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน เขต 6 สมุทรปราการ และ นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต 8 จ.ปทุมธานี

นอกจากความเคลื่อนไหวของภาคประชาชน นิสิต และนักศึกษาแล้ว ในวันนี้ นายวีระภัทร คันธะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน เขต 6 สมุทรปราการ ยังเดินทางมายื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบกระดาษเลือกตั้งที่พบในกองขยะ จ.สมุทรปราการ รวมถึงคัดค้านผลการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่

ด้านนายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต 8 จ.ปทุมธานี ยื่นข้อร้องเรียนให้ กกต. ตรวจสอบว่ากรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายความผิดกฎหมาย PDPA หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา 26 ที่ห้ามเก็บรวมรวมข้อมูลความเห็นทางการเมือง โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้า ซึ่งมีโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท

โดยส่วนตัวแล้วประสิทธิ์โต้แย้งว่า กกต. ไม่สามารถอ้างอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้ จึงยื่นเรื่องต่อศาลปกครองควบคู่กัน เพราะกังวลว่าพรรคการเมืองที่อาจได้ข้อมูลเหล่านี้ไป อาจทำให้การซื้อเสียงในสมัยหน้า "ตรงเป้ามากขึ้น" และทำให้ชนะการเลือกตั้งได้อีกหลายครั้ง

"การที่รู้ทัศนคติทางการเมือง รู้ว่าข้าราชการคนไหนเลือกพรรคอะไร มีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายด้วย ถือว่าเป็นอันตรายมาก และประชาชนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน คูหาเลือกตั้งควรจะเป็นที่ปลอดภัย ไม่ใช่คูหาสอดแนม" นายประสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ บอกว่าวันนี้ (16 ก.พ.) จะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีที่บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เพราะขัดกับหลักลงคะแนนโดยตรงและโดยลับตามมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเสนอต่อศาลปกครองหรือยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ทันที

ในวันเดียวกัน นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสำรอง แถลงข่าวว่าได้ยื่นฟ้อง กกต., สำนักงาน กกต., และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครอง ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จากกรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งสอบแบบ

โดยเขาได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อแบบแบ่งเขต ซึ่งใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และ 8 ก.พ. เป็นบัตรเสีย ไม่ให้นับเป็นคะแนน รวมทั้งให้ กกต. เผาหรือทำลายบัตรดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ และสั่งลงโทษให้ กกต., สำนักงาน กกต., และเลขาธิการ กกต. ร่วมชดใช้ค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด รวมถึงโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

นายอัครวัฒน์ยังขอให้ศาลเร่งพิจารณคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ก่อน กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. ใหม่ และขอให้ศาลสั่งไม่ให้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา


นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อแสดงจุดยืนค้านการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าววันนี้ว่า พรรคประชาชนจะทำในสิ่งที่พรรคการเมืองทำได้ คือ ดำเนินคดีอาญามาตรา 157 (ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ) และ มาตรา 172 (แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน) ต่อ กกต. พร้อมกับเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้มีความโปร่งใสมากที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าปัญหาต่าง ๆ จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่าเป็นหน้าที่ของศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาเรื่องนี้

"หลายคนอาจจะมองว่าเรามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเราแพ้การเลือกตั้งแล้วออกมาเรียกร้องหรือไม่ สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ การเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสยุติธรรม ปกป้องสิทธิของประชาชนให้ถึงที่สุด" นายณัฐพงษ์ กล่าว

ในเวลาเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อแสดงจุดยืนค้านการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเสียงประชาชนหลายล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ และเชื่อว่าทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมีไว้เพื่อป้องกันการทุจริต ไม่สามารถสแกนระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้

https://www.bbc.com/thai/articles/cm2r13n0p1go



ตัวแทนภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา ยื่นหนังสือต่อศาลปกครองกลาง ขอคุ้มครองฉุกเฉิน ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง ชี้บัตรมี QR Code–บาร์โค้ด อาจเชื่อมโยงถึงผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ

https://www.facebook.com/reel/1127811499358032








https:

//x.com/ThaiPBS/status/2023318480544821371


 

หากเรามีรัฐบาลอนุทิน รัฐบาลอนุทินมีความชอบธรรมหรือไม่ เพียงใด

https://www.facebook.com/reel/1247563574105291




“คณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ” กว่า 200 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบการเลือกตั้ง 69 เพราะมีคำถามและข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นไปโดยทุจริตและฉ้อฉล ซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด


“คณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ” แถลงข่าว เรียกร้อง กกต. ชี้แจงทุกปัญหาเลือกตั้ง 69

Prachatai

Streamed live 12 hours ago

“คณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ” แถลงข่าว เรียกร้อง กกต. ชี้แจงทุกปัญหาเลือกตั้ง 69 
“คณาจารย์-นักกฎหมาย-นักวิชาการ” กว่า 208 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ห่วงใยต่อการเลือกที่สุจริตและเที่ยงธรรม เรียกร้อง กกต. รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. ต้องชี้แจงต่อประเด็นปัญหาต่างๆ ในการเลือกตั้ง 69 และต้องเปิดโอกาสให้มีการซักถาม ตรวจสอบ ได้อย่างเต็มที่ เพื่อทำให้เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ดำเนินไปอย่างสุจรติและเที่ยงธรรมตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้อย่างชัดเจน หาก กกต.ไม่สามารถชี้แจงประเด็นต่างๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือก็ต้องดำเนินการให้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้สังคมไทยว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดย “เสรีและเป็นธรรม” 
ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลา 13.00 น.



The MATTER
11 hours ago
·
BRIEF: นักวิชาการกว่า 209 คนร่วมลงชื่อในแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบการเลือกตั้ง 69
.
“หากปราศจากการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและเป็นเสรี ก็จะส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย”
.
วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ นักกฎหมาย และนักวิชาการกว่า 209 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ห่วงใยต่อการเลือกที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) “รับผิดชอบ” ในการจัดการเลือกตั้ง 2569
.
“ภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ได้ปรากฏข้อมูลเผยแพร่และนำมาซึ่งข้อกังขาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งส่อให้เห็นถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าอาจไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองไว้” ตัวแทนกลุ่มนักวิชากล่าว
.
พร้อมระบุประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
.
1. การลงคะแนนของบุคคล อาจไม่ได้เป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบบประชาธิปไตย เพื่อให้บุคคลสามารถแสดงเจตจำนงทางการเมืองได้อย่างเสรี ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 85 ได้รับรองว่า การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ
.
ทั้งนี้ มีการตั้งคำถามถึงการทำเครื่องหมาย ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้มีการสืบค้นกลับไปที่ผู้ทำการลงคะแนนได้ ซึ่งหากเป็นความจริง ก็ย่อมทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปโดยลับแต่อย่างใด
.
2. การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง อาจไม่ได้ดำเนินไปอย่างสุจริต ดังที่จะพบว่า มีกระบวนการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้ง ก่อให้เกิดคำถามว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
.
เช่น การนับคะแนนระหว่างไฟดับ การขีดคะแนนบนกระดาษที่ทับซ้อนกัน การประกาศคะแนนของแต่ละหน่อยเลือกตั้ง กระทั่งการรวมคะแนนที่แสดงให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก
.
3. การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติ ที่ดำเนินไปอย่างล่าช้าและคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ ดังจะพบว่า การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติหยุดที่จำนวน 94% ทั้งที่การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ต้องเสร็จไปภายหลังการเลือกตั้งแล้ว แต่แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันแล้ว ทาง กกต.ก็ยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการออกมา
.
ขณะที่ผลการเลือกตั้ง (ไม่เป็นทางการ) ก็สร้างปัญหาขึ้น ดังจะพบว่า จำนวนของบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งที่เมื่อบุคคลเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง จะได้รับบัตรเลือกตั้งมาจำนวน 2 ใบ ซึ่งหากจำนวนมีความคลาดเคลื่อนระหว่างจำนวนบัตร ก็ไม่ควรเกิดความแตกต่างมากมายดังที่เกิดขึ้น
.
4. การรวบรวมและการจัดเก็บกล่องคะแนน ที่อาจไม่ได้ทำอย่างถูกต้องและมีเงื่อนงำ ดังจะพบว่า การยุบรวมและการจัดเก็บของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หรือการเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บกล่องคะแนน ที่ทำให้เกิดความสงสัยว่า อาจเป็นโอกาสให้มีการใส่บัตรเลือกตั้ง ใส่บัตรลงคะแนน ลงไปในกล่องเพิ่มเติมได้
.
จากประเด็นที่กล่าวมา ทำให้เกิดความเคลือบแคลงต่อการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างรุนแรง
.
แถลงการณ์ระบุว่า “การเลือกตั้งถือเป็นสถาบันการเมืองสำคัญของระบบประชาธิปไตย หากปราศจากการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและเป็นเสรี ก็จะส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบการเมือง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย”
.
อีกทั้งย้ำว่า “การเลือกตั้งที่เป็นไปโดยมิชอบหรือการจัดการเลือกตั้งแบบฉ้อฉล ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ระบอบประชาธิปไตย ตกอยู่ในสถานะที่เลวร้ายลง” ซึ่ง กกต.เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง อย่างไม่อาจปฏิเสธต่อหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ให้เป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม
.
แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีคำถามและข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นไปโดยทุจริตและฉ้อฉล ซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด
.
แถลงการณ์ย้ำว่า กกต.จำเป็นต้องให้คำอธิบายและคำชี้แจงต่อกรณีต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจอย่างกว้างขวาง บนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และไม่ควรที่จะใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากคนในการตั้งคำถามต่อข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดจากการเลือกตั้งครั้งนี้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1477656100585752&set=a.813354760349226
https://www.youtube.com/watch?v=M-LsPMHwMfg


ดูรายชื่อได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1371312398374706&set=a.472177154954906




ประเทศไทยมีหวังไหมน๊อ - จอร์เจียมี ‘โกงเลือกตั้ง’ เมื่อ 23 ปีก่อน ประชาชน ‘ประท้วงใหญ่’ จนได้ ‘รัฐบาลใหม่’ ซึ่ง ‘ปลดตำรวจทั้งประเทศ’ และ ปราบคอร์รัปชันแทบหมดสิ้นใน 10 ปี


BrandThink
9 hours ago
·
SOCIETY: จอร์เจียมี ‘โกงเลือกตั้ง’ เมื่อ 23 ปีก่อน
ประชาชน ‘ประท้วงใหญ่’ จนได้ ‘รัฐบาลใหม่’
ซึ่ง ‘ปลดตำรวจทั้งประเทศ’ และ
ปราบคอร์รัปชันแทบหมดสิ้นใน 10 ปี
.
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ค่าดัชนีคอร์รัปชั่นโลก (CPI) ของทาง Transparency International ออกมาอีกครั้ง และครั้งนี้ประเทศไทยก็คะแนนลดลงอีก และความเป็นจริงคะแนนของไทยก็แย่ลงอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าย้อนไป 20 ปีก่อน ประเทศไทยช่วง 'คอร์รัปชันน้อย' นั้นอยู่อันดับ 50 กว่าของโลก แต่ ณ วันนี้ ไทยตกลงมาอันดับ 100 กว่าเรียบร้อย
.
จะบอกว่าโลกแย่ลงทั้งหมดก็ไม่ใช่ เพราะหลายประเทศก็ได้อันดับดีขึ้นในรอบ 20 ปี และประเทศที่เราน่าพูดถึงมากๆ คือ ‘จอร์เจีย’ ประเทศที่คนไทยเข้าได้แบบไม่ต้องทำวีซ่า และเหล่า 'อินฟลูอินเซอร์' ก็เคยฮิตไปกันอยู่พักหนึ่ง
.
แม้ว่าคนมักจะจดจำจอร์เจียว่าเป็นประเทศค่าครองชีพต่ำ ทิวทัศน์สวย และจะบรรยายกันว่าเป็นประเทศที่ 'วิวสวยแบบสวิส แต่ค่าครองชีพแบบไทย' อะไรแบบนี้ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่จริงๆ แล้วในสายตาชาวโลก สิ่งที่คนจดจำไม่ใช่ในฐานะเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นตำนานของการปราบคอร์รัปชัน
.
ยกตัวอย่างง่ายๆ ย้อนไป 20 ปี จอร์เจียติดอันดับคอร์รัปชันท็อปๆ ของโลก อันดับแย่กว่าไทยปัจจุบัน แต่พลิกมาปัจจุบัน จอร์เจียเป็นประเทศติดอันดับคอร์รัปชันที่ประมาณ 50 ของโลก คืออยู่ในระดับเดียวกับประเทศยุโรปจำนวนมาก และจริงๆ นี่คือระดับที่ไทยเคยอยู่เมื่อ 20 ปีก่อน
.
แน่นอนในไทย เรารู้ว่าการคอร์รัปชันมากขึ้นเกิดจากวังวนของรัฐประหารและการขยายอำนาจของเครือข่ายชนชั้นนำตลอด 20 ปี แต่คำถามคือ ใน 20 ปีที่ผ่านมา จอร์เจียทำอย่างไรถึงลดคอร์รัปชันลงได้?
.
เรื่องนี้ต้องย้อนไปในปี 1991 ตอนโซเวียตแตก รัฐเล็กรัฐน้อยก็กลายมาเป็นประเทศปกครองตัวเอง จอร์เจียก็เป็นหนึ่งในนั้น
.
และแน่นอนมันมาพร้อมกับระบบราชการและการเมืองที่เน่ามากๆ ข้าราชการโกงทุกระดับ ตำรวจไถเงินคนเป็นเรื่องปกติ ส่วนนักการเมืองก็คือเหล่าผู้มีอำนาจของโซเวียตเก่าที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เรียกว่าเลือกตั้งกี่รอบ บ้านเมืองก็ยังเหมือนเดิม
.
ในปี 2001 เกิด 'พรรคการเมืองใหม่' แห่งความหวังที่กล้าท้าชนผู้มีอำนาจที่สืบทอดอำนาจมาตั้งแต่ยุคโซเวียต โดยพรรคการเมืองนี้นำโดยนักการเมืองหนุ่มวัย 34 ปีนามว่า ‘มิเคล ซากาชวีลี’ (Mikheil Saakashvili) ที่ตั้งพรรค United National Movement ขึ้นเพื่อลงท้าชิงการเลือกตั้งในปี 2003
.
ในการเลือกตั้งปี 2003 ผลเลือกตั้งออกมา 'ค้านสายตา' ประชาชนมาก คนบอกว่าการเลือกตั้งโกงแน่นอน เพราะพรรคการเมืองที่เป็นความหวังของประชาชน อย่าง United National Movement ได้คะแนนน้อยมาก ผลรวมๆ คือ ประชาชนประท้วงให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า 'การปฏิวัติดอกกุหลาบ' (Rose Revolution) ซึ่งชื่อนี้ก็ได้มาจากการเปลี่ยนถ่ายอำนาจโดยสันติ
.
แน่นอนมันมีรายละเอียดอีกมาก แต่ถ้าให้สรุปสั้นๆ ผลของ 'การปฏิวัติดอกกุหลาบ' คือทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2004 พรรค United National Movement ชนะเลือกตั้งได้กลายมาเป็นรัฐบาล และมิเคล ซากาชวีลี ก็ได้เป็นประธานาธิบดี
.
และนี่คือ 'จุดเริ่มการเปลี่ยนแปลง' ของจอร์เจีย
.
คนจอร์เจียรู้ว่าจอร์เจียคอร์รัปชันเละเทะมากในทุกระดับ ปัญหาคือเอาผิดใครไม่ได้ สิ่งที่ซากาชวีลีทำก็คือสิ่งที่ไม่มีประเทศไหนทำมาก่อน คือการไล่ตำรวจประดับปฏิบัติการออกถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ (คิดเป็น 25,000-30,000 คน) เพราะถ้าตำรวจ 'รักษากฎหมาย' ไม่ได้ การปฏิรูปด้านอื่นเป็นไปไม่ได้ โดยมีการยึดทรัพย์พวกตำรวจที่โกงไปเข้ารัฐด้วย
.
สิ่งที่รัฐบาลใหม่ทำคือตั้งวิทยาลัยตำรวจใหม่เพื่อฝึกตำรวจพันธุ์ใหม่ ให้เงินเดือนสูงขึ้น 10 เท่าจากเดิม เพื่อให้ตำรวจไม่ต้อง 'คอร์รัปชันเพื่อประทังชีวิต' และดึงดูด 'คนเก่ง' จากทั่วทุกสารทิศมาทำงานตำรวจ และที่สำคัญนี่เป็นการ 'ทำตามตำรา' เป๊ะๆ เพราะเวลาเราพูดถึงคอร์รัปชัน เราไม่ได้พูดถึง 'คน' เท่ากับ 'เครือข่าย' และการจะหยุดคอร์รัปชัน แค่ไล่คนออก ย้ายคน มันทำอะไรไม่ได้ แต่มันต้อง 'ถอนราก' ระดับไล่ออกทั้งหมด แบบที่จอร์เจียทำเป๊ะๆ คือไล่ตำรวจออกทั้งโรงพัก ไล่ออกทั้งกรม
.
ไม่มีใครเคยทำมาก่อน แต่มันเวิร์ก
.
เพราะ ใน 2 สมัยของการเป็นประธานาธิบดีของซากาชวีลี อันดับคอร์รัปชันของจอร์เจียพลิกผัน จากต่ำระดับประเทศโลกที่ 3 เป็นขึ้นไประดับเดียวกับประเทศยุโรป ซึ่งตอนพีกๆ คืออันดับสูงกว่าประเทศในสหภาพยุโรปหลายๆ ประเทศอีก และนี่เองทำให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนานของจอร์เจียเลย
.
และทุกวันนี้ ถ้าใครไปเที่ยวจอร์เจีย ก็จะเห็น 'โรงพัก' ทำจากกระจก นี่ก็เป็นผลของการ 'ปฏิรูปตำรวจ' เพราะเขาไม่ได้แค่ไล่ตำรวจออก แต่ยังสร้างโรงพักใหม่ที่ทำจากกระจกล้วนๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชนเห็นว่าต่อจากนี้จะไม่มีการคอร์รัปชัน จะมีแต่ความ 'โปร่งใส'
.
นี่อาจฟังดูว่าซากาชวีลีน่าจะกลายเป็นรัฐบุรุษหรือเป็นวีรชนทางการเมืองของประเทศ แต่ความจริงมันไม่สวยงามแบบนั้น
.
ซากาชวีลีและ United National Movement ได้ขึ้นสู่อำนาจแบบล้นหลาม และได้เสียงสนับสนุนระดับออกนโยบาย 'รื้อกรมตำรวจ' ได้ มันคืออำนาจมหาศาล และก็ไม่แปลกที่ในที่สุดเขาและเครือข่ายก็กลายมาเป็น 'ผู้มีอำนาจ' ที่ประชาชนสงสัยในความไม่ชอบมาพากลเสียเอง และนี่เองทำให้การเลือกตั้งในปี 2012 พรรค United National Movement ก็แพ้เลือกตั้งในที่สุด และผลสุดท้ายผู้ปฏิรูปประเทศอย่างซากาชวีลี ก็โดนสอบสวนว่าเขามีการให้อำนาจ 'ปราบศัตรูทางการเมือง' ทำให้ต้องลี้ภัยในทางการเมืองในต่างประเทศก่อนโดนดำเนินคดี และสุดท้ายถึงกับโดน 'ถอดสัญชาติ' ในที่สุด
.
ทั้งหมดเป็นรายละเอียดการเมืองจอร์เจีย แต่ความเป็นจริงคือสิ่งที่รัฐบาลซากาชวีลีทำในการปราบคอร์รัปชั่น ยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน กลไกอำนาจรัฐที่ลงใหม่หมดหลังรื้อถอนเครือข่ายคอร์รัปชันเดิมไม่ได้หายไปไหน และมันยังทำให้ประชาชนเชื่อใจในภาครัฐมาถึงทุกวันนี้
.
และเรื่องราวของจอร์เจียก็น่าจะเป็น 'บทเรียน' ให้หลายชาติเห็นว่าการ 'พลิกสถานการณ์คอร์รัปชัน' ภายใน 10 ปี หรือภายใน 2 รัฐบาล โดยไม่ต้องมีการปฏิวัตินองเลือดใดๆ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่นั่นอาจต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าประชาชนเหลืออด กับสภาพที่เป็นอยู่จริงๆ ระดับพร้อมที่จะเลือกพรรคการเมืองที่มุ่งจะถอดรากถอนโคนการคอร์รัปชันให้ชนะเลือกตั้งแบบ 'แลนด์สไลด์'

อ้างอิง: Foreign Policy. I Abolished and Rebuilt the Police. The United States Can Do the Same. https://shorter.me/huBIX
NPR. Georgia's National Police Corruption Project. https://shorter.me/UZp3h
The Unravel. How Georgia Abolished its Police. https://shorter.me/3fQLb
Transparency International. Corruption Perceptions Index 2025. https://shorter.me/fsEhK

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1483635843324747&set=a.811136580574680




6 ความบังเอิญ สร้างความฉิบหาย อย่างเป็นระบบของระบอบประชาธิปไตยประเทศไทย


Thicha Nanakorn
13 hours ago
·
ความหายนะ ความฉิบหาย ความล้มละลาย …
อย่างเป็นระบบของระบอบประชาธิปไตยประเทศไทย
ลิงค์ต้นทาง
https://www.facebook.com/share/p/1BrQ8EYiEs/?mibextid=wwXIfr

https://www.facebook.com/photo/?fbid=34002362096077420&set=a.209924755747921





อย่างที่เคยมีคนโพสต์ไว้ เลือกตั้งครั้งนี้ผ่านเครือข่ายมหาดไทยและอสม.- กกต. แต่งตั้ง กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และ ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เป็นนายอำเภอ ขณะที่ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ เป็น ผอ.เขต และผู้ช่วย ผอ.เขต

สันติวิธี พ. 
7 hours ago
·
เมื่อย้อนไปดูไทม์ไลน์ก่อนการเลือกตั้งอีกครั้ง เอาเฉพาะที่เกิดขึ้นใกล้ๆ วันยุบสภา
4 ธ.ค.68 คำสั่งกรมการปกครอง ย้ายนายอำเภอ 196 คน มีผล 15 ธ.ค.68
9 ธ.ค. 68 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธาน กกต. และ กกต. 3 คน ซึ่งมีที่มาจากมติเห็นชอบของ สว. ชุดปัจจุบัน
11 ธ.ค.68 นายกฯ อนุทิน ทูลเกล้าฯ ยุบสภา
20 ธ.ค.68 กกต. แต่งตั้ง กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และ ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง จำนวน 76 จังหวัดและ กทม. รวมจำนวน 400 เขตเลือกตั้ง ซึ่งพบว่า ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้งในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นนายอำเภอ ขณะที่ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ เป็น ผอ.เขต และผู้ช่วย ผอ.เขต
ถือว่าต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ใช้วิธีเปิดรับสมัคร ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง
22 ธ.ค. 68 กรมการปกครอง ย้ายปลัดอำเภอ 61 คน

https://www.facebook.com/juwithi/posts/25703312422630716



ใกล้ตรุษจีนมารู้จักคำว่า “จีนโพ้นทะเล” กัน


ไปด้วยกัน Variety
Yesterday
·
รู้จัก “จีนโพ้นทะเล”

ใกล้วันตรุษจีนมารู้จักคำว่า “จีนโพ้นทะเล” กันครับ จีนโพ้นทะเล คือชาวจีนผู้อพยพออกนอกประเทศจีนเพื่อหนีภัยสงครามและความอดอยาก กระจัดกระจายไปอยู่ตามประเทศต่างๆในหลายภูมิภาค เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19-20 (อพยพครั้งใหญ่สุด) พบว่าโดยส่วนใหญ่ยังคงมีความผูกพันกับแผ่นดินจีนด้วยสายใยของแซ่ตระกูล และมีบทบาทสนับสนุนการปฏิวัติจีน รวมทั้งการฟื้นฟูพัฒนาแผ่นดินแม่ในเวลาต่อๆมา

ชาวจีนโพ้นทะเลจะรวมตัวกันเป็นชุมชนตามเมืองต่างๆ เรียกว่า ชุมชนชาวจีน หรือ ไชน่าทาวน์ และมีการยึดถือวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนา เช่น การไหว้เจ้า การทำพิธีกรรมต่างๆ รวมถึงความยึดถือเรื่องบรรพบุรุษเป็นสำคัญ และคนจีนส่วนใหญ่ก็มักจะมีความกลมกลืนกับชาวพื้นเมืองในดินแดนแต่ละประเทศแตกต่างกันไปอีกด้วย

ชาวจีนโพ้นทะเลที่พลัดถิ่นฐานมานี้ ยังมีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนมากที่สุด ชาวจีนเข้ามาประกอบการค้าขาย งานช่างฝีมือ จนในปัจจุบันพัฒนามาเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและความร่ำรวยเป็นลำดับต้นๆของประเทศต่างๆ เช่น ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น

#ภูมิศาสตร์ศาสตร์มนุษย์

Cr เพจ #ภูมิศาสตร์น่ารู้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=887792590776381&set=a.106121302276851




‘คูหาเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบจำเป็นของประชาธิปไตย แบบเดียวกับที่ดาบปลายปืนจำเป็นสำหรับระบอบเผด็จอำนาจ’ — วอลเทอร์ โธมัส มิลล์ส (1856–1942) นักสังคมนิยมชาวอเมริกันและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคแรงงานสหภาพในนิวซีแลนด์


Paragraph Publishing
Yesterday
·
‘คูหาเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบจำเป็นของประชาธิปไตย แบบเดียวกับที่ดาบปลายปืนจำเป็นสำหรับระบอบเผด็จอำนาจ’

— วอลเทอร์ โธมัส มิลล์ส (1856–1942)
เจ้าของสำนักพิมพ์นักสังคมนิยมชาวอเมริกันและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคแรงงานสหภาพในนิวซีแลนด์
#ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยฉบับสุดสั้น

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1220849783489139&set=a.397489942491798

"The ballot is as essential to democracy as the bayonet is to despotism".
โควตนี้มาจากหนังสือของเขา Democracy or Despotism (1916)




MatiTalk ธิดา ถาวรเศรษฐ อ่านกลศึกหลังเลือกตั้ง 2569 ชัยชนะฝ่ายจารีต-อนุรักษนิยม บทเรียนคนอยากทำ Grand Compromise ?


ชนชั้นนำยังไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน อ่านกลเกมหลังเลือกตั้ง69 บทเรียนส้ม ไม่ควรGrand Compromise?

มติชนสุดสัปดาห์

Premiered Feb 11, 2026 

#MatiTalk ธิดา ถาวรเศรษฐ อ่านกลศึกหลังเลือกตั้ง 2569 ชัยชนะฝ่ายจารีต-อนุรักษ์นิยม บทเรียนคนอยากทำ Grand Compromise ?

https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_882339
https://www.youtube.com/watch?v=uOW0Y73R3Xg




“แฮชแท็กตัวย่อ” รหัสลับแห่งความโกรธ แชร์ความรู้สึก



จาก #ผนงรจตกม สู่ “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” ปรากฏการณ์ตัวย่อบนโลกโซเชียล ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่เคยหยุดสร้างภาษาใหม่ ไม่ต้องแปล แต่แชร์ความรู้สึกร่วมกันได้

16 ก.พ. 69
ณัฐนนท์ เจริญชัย
Thairath Plus

Summary
  • การใช้แฮชแท็กตัวย่อ เช่น #ผนงรจตกม และ #กกตหค ไม่ใช่แค่เทรนด์คนรุ่นใหม่ แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อหลบการเซนเซอร์ของปัญญาประดิษฐ์ เลี่ยงข้อกฎหมายที่เข้มงวด และใช้ระบายความอัดอั้นตันใจต่อรัฐได้อย่างปลอดภัย
  • ภาษาด่าทอได้กลายเป็นมีมที่ซับซ้อนขึ้น อย่างกรณี "กินก๋วยเตี๋ยวหกคน" แสดงให้เห็นว่าภาษาสามารถดิ้นได้และทรงพลังพอที่จะขับเคลื่อนคนจากหน้าจอไปสู่การประท้วงในโลกจริง
  • การใช้ตัวย่อทำหน้าที่คัดกรองคนและสร้างชุมชนทางการเมืองที่มีความเข้าใจร่วมกัน ผู้ที่แปลรหัสออกจะรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทันที พิสูจน์ว่ามนุษย์จะสรรหาวิธีสร้างภาษาใหม่เพื่อสื่อสารกันได้เสมอ
การใช้ “แฮชแท็กตัวย่อ” (Acronym Hashtags) อาจดูเหมือนรหัสลับ แต่ความจริงกลับทรงพลังจนเขย่าโลกออนไลน์ได้ในเวลาอันสั้น

จาก #ผนงรจตกม ที่ผุดขึ้นในบริบทการเมืองร้อนแรงปี 2563 มาจนถึง #กกตหค ในการเลือกตั้ง 2569 ต่อยอดกลายเป็นวลี “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” เรากำลังเห็นวิวัฒนาการของภาษาในฐานะเครื่องมือทางการเมือง ภายใต้ข้อจำกัดทั้งกฎหมาย เทคโนโลยี และอำนาจรัฐ

นี่คือสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า “Digital Language Activism” หรือการเคลื่อนไหวผ่านภาษาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

รหัสลับแห่งความโกรธ กับโจทย์เติมคำในช่องว่าง

เมื่อป้ายผ้า #ผนงรจตกม ปรากฏในขบวนล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 มันคือพยัญชนะไม่กี่ตัว ไม่มีสระ ไม่มีคำอธิบาย แต่กลับสื่อสารได้กว้างขวางและรวดเร็ว เข้าใจได้ทั้งกับผู้คนบนสนามศุภชลาศัย และในภาพข่าวหลายสำนักอีกหลายวันต่อมา

เทียบเคียงกรณีต่างประเทศก็มีแฮชแท็ก #BLM หรือ Black Lives Matter บน Facebook ตั้งแต่ปี 2013 แล้วเริ่มเป็นกระแสประท้วงความรุนแรงของตำรวจที่เลือกปฏิบัติด้วยชนชาติสีผิวหลายครั้ง จนจุดติดเป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวระดับโลก

ตัวย่อเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน Catharsis หรือพื้นที่สำหรับระบายความอัดอั้นตันใจที่ประชาชนมีต่อโครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งผู้อ่านก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกจากตัวย่อเหล่านี้ ไม่น้อยไปกว่าประโยคเต็ม ดังนั้น ยิ่งตัวย่อถูกส่งต่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนถึงมวลความไม่พอใจที่ถูกกดทับไว้ในสังคมมากเท่านั้น

เมื่อ กกต. กลายเป็น “กินก๋วยเตี๋ยว”

วิวัฒนาการของตัวย่อเดินทางมาถึงแฮชแท็ก #กกตหค ซึ่งสะท้อนความไม่พอใจต่อการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่คำเต็มที่หยาบคาย แต่มันถูกบิดผันกลายเป็นวลี “กินก๋วยเตี๋ยวหกคน” จากกรณีเว็บไซต์ผลการนับคะแนนของสำนักงาน กกต. ฉะเชิงเทรา ปรากฏรายงานว่ามีภาพชามก๋วยเตี๋ยว 1 ชามถูกอัพโหลดอยู่ในไดรฟ์ ดังนั้น ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำเต็มที่หลายคนเข้าใจตรงกัน แต่อยู่ที่การสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์ภาษา และหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องได้จากกฎหมายที่เข้มงวด

นอกจากนี้ กลุ่มพลเมืองอิสระได้นัดกันไปกินก๋วยเตี๋ยวประท้วงที่หน้าหอศิลป์ฯ กทม. และสำนักงาน กกต. เชียงใหม่ หรือแม้กระทั่งยังมีการแต่งเพลงเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวเพื่อเสียดสีโดยเฉพาะ ทำให้เห็นว่าภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในยอดแชร์ แต่มันสามารถผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ในโลกจริงด้วย

ใช้ตัวย่อหลบเอไอ ไม่ต้องแปล แต่เข้าใจกันได้เอง

อุปสรรคของการแสดงความเห็นทางการเมืองไม่ได้มีแค่กฎหมาย แต่อีกผู้คุมกฎออนไลน์คืออัลกอริทึม ที่แพลตฟอร์มสามารถตรวจจับคำหยาบและคำต้องห้าม แล้วลดการมองเห็นหรือลบโพสต์ได้โดยอัตโนมัติ

การใช้ตัวย่อหรือสร้างคำใหม่ จึงเป็นเทคนิคหลบเลี่ยงระบบ AI ที่มักตั้งอยู่บนฐานข้อมูลคำ ทำให้ข้อความยังคงไหลเวียนในเครือข่ายได้ โดยเฉพาะในโครงสร้างของแพลตฟอร์มอย่าง X ซึ่งเน้นความเร็วและความกระชับ ตัวย่อ 4-6 ตัวอักษรคือสูตรสำเร็จของความไวรัล ยิ่งแฮชแท็กสั้น พิมพ์ง่าย จำง่าย ยิ่งมีโอกาสติดเทรนด์ได้รวดเร็ว

ภาษาแบบนี้จึงเป็นการสร้างชุมชนทางการเมืองย่อย ๆ ผูกพันกันผ่านความเข้าใจ เพราะการที่ใครสักคนเห็น #กกตหค แล้วเข้าใจได้ทันที คือการส่งสัญญาณว่า เราไม่พอใจในเรื่องเดียวกัน และกำลังอยู่ในวงสนทนาเดียวกัน

ความนิยมของตัวย่อจึงอาจไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เมื่อธรรมชาติของมันที่เก็บเนื้อหาทุกอย่างไว้ในแฮชแท็กเดียวกันแบบ #ผนงรจตกม ในอดีต ก็จะยิ่งเกิดการผลิตซ้ำในอนาคตได้เรื่อย ๆ เพื่อแชร์ภาพความผิดปกติของระบบ บอกเล่าประสบการณ์ที่ตนเองพบเจอ และเสนอทางออกที่น่าจะดีกว่านี้ได้ให้กับสังคม

และแม้จะมีข้อจำกัดด้วยโครงสร้างรัฐและกฎหมายแตกต่างตามแต่ละยุคสมัย คนรุ่นใหม่ก็ไม่เคยหยุดหาวิธีสื่อสาร แต่จะสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาเองได้อยู่เสมอ

อ้างอิง Black Lives Matter

Diana Dobrin (2020). The Hashtag in Digital Activism: A Cultural Revolution https://www.researchgate.net/publication/345339213_The_Hashtag_in_Digital_Activism_A_Cultural_Revolution

#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เลือกอีกสักตั้ง

https://plus.thairath.co.th/topic/politics&society/106016




กรณี บริษัท สเปกเตอร์ ซี. เป็นไอโอพรรคส้มหรือไม่ ให้ตัวแทน สเปกเตอร์ ซี. ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องใช้คนของพรรคประชาชน จะดีกว่ามั้ย ?!?


Wansao Sangmanee
14 hours ago
·
ด้วยความเคารพ, คือดูแล้วถ้าคุณช่ออธิบายยาว มันจะยิ่งเข้าใจยาก แล้วโดนจับบางคำบางประโยคไปบิดเบือนปั่นต่อไม่จบ (เพื่อกลบประเด็นสำคัญอื่นๆ)
.
ถ้าจะอธิบาย-น่าจะลองอธิบายสั้นๆ ตอบคำถามดังนี้
.
1. บริษัท สเปกเตอร์ ซี. จัดตั้งโดยใคร ชุดก่อตั้งใครเป็นกรรมการ สัดส่วนหุ้น / ชุดล่าสุด ใครเป็นกรรมการ สัดส่วนหุ้น

2. เปิดหลักฐานและชี้แจงให้ชัดเจนว่า คนก่อตั้ง-กรรมการ มีคุณสมบัติในการทำธุรกิจนี้ได้โดยถูกต้องใช่ไหม ไม่ได้ผิดกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

3. ทีม สเปกเตอร์ ซี. ดูแลคอนเทนต์ที่ป้อนเข้าไปใน Owned Media / Paid Media อะไรบ้างของพรรคประชาชน

4. ให้ทาง "ตัวแทน สเปกเตอร์ ซี." ออกมาตอบเป็นเรื่องเป็นราว อย่าใช้คนของพรรคประชาชน หรือคณะก้าวหน้า (หรือให้ตัวแทน สเปกเตอร์ ซี. กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันลงนาม มาแถลงร่วมกับคุณช่อก็ได้)

5. ประกาศไปเลย หรือตั้งโต๊ะแถลงครั้งสุดท้ายไปเลย จะวัน ว. เวลา น. / ให้สื่อขวา-ขวาจัดมารุมถามตามสะดวก และปิดจ๊อบ จบประเด็นไป ที่เหลือหลังจากนี้ ใครไม่เชื่อ กระสันต์อยากไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็เชิญได้ ไม่มีปัญหา (เพราะคงมีนักร้องไปยื่นแน่ๆ อยู่แล้ว และเราก็ทราบกันดีว่า ถึงที่สุดถ้า "รัฐพันลึก" เขาอยากยุบพรรคประชาชนด้วยเหตุนี้ หรือเหตุเรื่องไม่เป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม เขาก็หาเรื่องยุบอยู่ดี)
.
ผมว่าน่าจะประมาณนี้แหละ พรรคประชาชนจะได้ไปโฟกัสเรื่องสำคัญ-เรื่องใหญ่ ไม่เช่นนั้นเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10241736592341262&set=a.2519003264118




เดนมาร์กได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกประจำปี 2568 ในดัชนีการรับรู้การทุจริต ซึ่งจัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ - มองเขา แล้วดูเรา เราอยู่ที่ 116 ใน 182 ทุกคนคงมีคำตอบในใจ

ชมคลิป https://www.facebook.com/reel/2092852564804487