https://www.facebook.com/nonglak.trongselsat/posts/10228393697906488
Nok Peaceful 22 hours ago ·
ทำผิดเพราะยึดติดความถูกต้อง
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมเย็นวันที่ 6 ตุลาคม 2569
คนที่สนใจธรรมะอยู่บ้าง หรือแม้แต่คนที่สนใจธรรมะอยู่มากๆ เวลาได้ฟังธรรมเรื่องความไม่เที่ยงของชีวิต มีความตายเป็นที่สุด ก็ดูเหมือนว่าจะรับได้ ยอมรับได้ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตาย เวลาไปงานศพก็นึกว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องเดินตามคนที่อยู่ในหีบศพนั้นไป
แต่ว่าพอเวลาแก่ตัวลง กลับพบว่าทำใจยอมรับความตายของตัวได้ลำบาก บางทีแค่นึกถึงความตายของตัวก็รู้สึกเสียว ไม่อยากนึกถึง บางคนก็คิดว่ายอมรับความตายได้ แต่พอป่วยไม่อยากนึกถึงความตายเลย มันเหมือนกับว่าพอแก่พอป่วยก็กลายเป็นคนละคนไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนั้น
หลายสิ่งหลายอย่างที่เราคิดว่าเรายอมรับได้ แต่พอเวลาเราแก่ตัวลงหรือเจ็บป่วย กลับปฏิเสธผลักไสไม่อยากนึกถึง อาจเป็นเพราะว่าพอเราแก่ตัวลง มีความหดหู่ห่อเหี่ยวเกิดขึ้น ไม่เหมือนตอนที่ยังอายุไม่มาก ยังหนุ่มยังสาว ยังเป็นวัยกลางคน มีชีวิตชีวา สดชื่นแจ่มใส แต่พอเวลาแก่ตัว เคมีในร่างกายมันเปลี่ยนไป หดหู่ห่อเหี่ยวเป็นพื้นฐาน ก็เลยยอมรับความตายของตัวได้ลำบาก ใครพูดถึงก็ไม่อยากฟัง
ในขณะที่เรายังรู้สึกยอมรับได้กับความตายของเรา ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะตอนนี้เรายังไม่แก่มาก ยังไม่เจ็บไม่ป่วย ห่างไกลจากความตาย แต่เมื่อไรก็ตามแก่ชราเจ็บป่วย ตอนนั้นเราจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว สิ่งที่เคยคิดว่ารับได้ ก็รับไม่ได้ ที่จริงไม่ต้องรอให้แก่ชราหรือแก่ป่วย เวลาเจอเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าง คนๆ หนึ่งก็กลายเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย
มีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคิดว่าเธอเป็นคนใจเย็น สุภาพ มีความอ่อนโยน ใครๆ ก็พูดว่าเธอเป็นแบบนั้น แต่แล้ววันหนึ่งเธอพบว่าสามีของเธอนอกใจ โกรธมาก ด่าเขาด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ถึงกับคิดจะทำร้าย วางแผนที่จะเผาบ้านเพื่อแก้แค้น
แต่เธอมีสติทัน แล้วเกิดเอ๊ะขึ้นมาว่า ฉันคิดแบบนี้ได้ยังไง ตอนนั้นเธอรู้ว่าเธอกลายเป็นอีกคนไปแล้วแต่ว่ายังพอมีสติอยู่ ภาพคนสุภาพเรียบร้อยอ่อนโยน พูดจานิ่มนวล เจอความผิดหวังในความรัก อกหัก กลายเป็นอีกคนหนึ่งได้
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเรากลายเป็นอีกคนหนึ่ง ก็คือความโกรธ มันสามารถทำให้เรา ทำในสิ่งที่เราไม่คิดว่าเราจะทำได้ คิดว่าตัวเองเป็นคนดีมีเมตตา แต่พอมีความโกรธเกิดขึ้น ก็สามารถทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ เกือบถึงตายเลย อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เอาร่มจากถุงกอล์ฟฟาดเมียจนตายเลยทั้งที่สัตว์ก็ไม่เคยฆ่า กลายเป็นอีกคนไปแล้วเพราะความโกรธ
บางทีแม้กระทั่งคนที่เป็นลูกเป็นพ่อ พอมีความโกรธแล้วก็สามารถจะทำร้ายให้ถึงตายได้ อย่างเช่น สว. คนหนึ่ง อายุ 70 กว่า เป็นคนธรรมะธัมโม ให้เสียงบรรยายสารคดีธรรมะจนใครๆ ก็จำเสียงแกได้ พอแก่ตัวเริ่มเจ็บป่วย ก็ทำมรดกให้ลูกสาวที่รักมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปเมื่อไหร่
พอป่วยหนัก จำเป็นต้องใช้เงิน ขอเงินจากลูกสาวก็ได้ แต่ต่อมาได้บ้างไม่ได้บ้าง จนตอนหลัง ลูกสาวบ่ายเบี่ยง แกโกรธมาก ด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ลูกสาวก็ไม่ยั้งไม่ยอม แกโกรธมาก หาว่าลูกอกตัญญู ยิงลูกตายเลย พอรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เสียใจหรือกลัวอาญาบ้านเมืองก็เลยยิงตัวเองตาย คนที่ธรรมะธัมโมทำไมถึงกลายเป็นฆาตกรฆ่าลูกได้ ก็เพราะความโกรธ
หลวงพ่อคำเขียนเคยเล่าถึงเมียลูกชายครอบครัวหนึ่งมีปากเสียงกับพ่อผัวเป็นประจำ พ่อมักตำหนิเขาแล้วทะเลาะกันบ่อย ลูกชายก็บอกให้พ่อว่าอย่ามายุ่งกับเมียเขา จนวันหนึ่งเมียขี่มอเตอร์ไซค์ร้องไห้มาบอกว่าถูกพ่อสามีด่า ลูกชายโกรธมากไปที่บ้าน เอาปืนยิงใส่พ่อ พอรู้ว่าพ่อตายแล้วก็เสียใจ
คนเราพอมีความโกรธแล้วมันลืม ลืมพ่อลืมลูก ลืมความผิดชอบชั่วดี คนที่อาจจะเรียบร้อยชอบใส่บาตร แต่พอความโกรธครอบงำนี่มันลืมตัวกลายเป็นฆาตกรไป ฆ่าลูกหรือฆ่าพ่อ มันคงเป็นสิ่งที่เจ้าตัวนึกไม่ถึงว่าจะทำได้ ความโกรธนี่มันกลายเป็นสิ่งเปลี่ยนนิสัยคน หรือทำให้คนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง
ความโกรธเกิดขึ้นได้ด้วยหลายเหตุปัจจัย เช่น มาแย่งเอาทรัพย์สมบัติของเราไป แต่ความโกรธบางครั้งก็เกิดขึ้นจากการที่เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น ลูกทำไม่ถูกต้อง พ่อให้เงินลูก แต่พอพ่อจะขอเงินจากลูก ลูกไม่ยอม หรือว่าลูกชายบอกพ่อว่าอย่ามายุ่งกับเมียของตัวแต่ก็ไม่ฟัง คนเราเวลาเจอความไม่ถูกต้องของคนอื่น มันเกิดความโกรธได้ง่าย โกรธจัดจนขนาดลืมตัวกลายเป็นอีกคนไปเลย
ที่จริงอีกปัจจัยหนึ่ง ความไม่ถูกต้องของคนอื่นก็เป็นเรื่องปัจจัยภายนอก แต่ปัจจัยภายในคือความยึดติดในความถูกต้อง คนเราพอยึดติดในความถูกต้องแล้ว เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นนี่โกรธมาก โกรธจนลืมตัว และถ้าเกิดว่ามันมีเรื่องของความคิดทิฐิเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือนอกจากมีความยึดติดในความถูกต้องแล้ว ยังมีความยึดติดในความคิด อุดมการณ์ ศาสนา พอผสมกันแล้ว มันก็ยิ่งทำให้เกิดเชื้อแห่งความโกรธได้ง่ายมาก
เพราะเวลาเรามีความยึดติดในความเชื่อใด เราก็มักจะเห็นว่าความเชื่อเราถูก ใครที่คิดต่างจากเราก็ผิด แล้วยิ่งเขาทำบางสิ่งบางอย่างที่เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง มันก็ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความโกรธมากขึ้น แล้วก็สามารถทำให้คนๆ หนึ่งทำสิ่งที่เลวร้าย หรือไม่คาดคิดว่าตัวเองจะทำได้
เดี๋ยวนี้มันมีเหตุการณ์ทำนองนี้เยอะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เราไปให้ความสำคัญกับเรื่องของความคิดอุดมการณ์มาก เพราะฉะนั้นความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เป็นเรื่องของคน 2 คน บางทีมันกลายเป็นเรื่องของคนหมู่มาก เพราะมันเกิดความยึดติดรวมหมู่ เดี๋ยวนี้เราเห็นบ่อย การทำร้ายกันเพียงเพราะมีความคิดความเห็นที่แตกต่างกัน
ความคิดความเห็นที่แตกต่างกัน มันยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาเท่ากับเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือสองฝ่าย มีความยึดติดในความคิดความเห็น และยิ่งผสมกับความยึดติดในความถูกต้อง เห็นคนกลุ่มหนึ่งทำสิ่งที่ตัวเองมองว่าไม่ถูกต้อง ก็ยิ่งเกิดความโกรธความเกลียด จนสามารถทำสิ่งที่เลวร้ายหรือว่าน่าสยดสยองได้
อย่างเช่น วันที่ 6 ตุลา ห้าสิบปีที่แล้ว มันมีเหตุการณ์สังหารโหดเกิดขึ้นที่ธรรมศาสตร์แล้วก็สนามหลวง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ธรรมศาสตร์ ที่จริงนักศึกษาประชาชนที่เขาประท้วงที่ธรรมศาสตร์ เขาก็แค่ชุมนุมด้วยความสงบ แต่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือลูกเสือชาวบ้าน ตชด. ประชาชนผู้รักชาติ มองว่าพวกนักศึกษาประชาชนในธรรมศาสตร์ เป็นพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีความคิดความเห็นที่ไม่ถูกต้อง
ยิ่งถูกปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังคนเหล่านี้จนเกิดความโกรธ ก็เลยใช้ความรุนแรงที่เกินพิกัดของมนุษย์จะพึงทำต่อกัน เช่น ฆ่าคนตายไม่พอ เอาศพลากมาแล้วก็รุมทำร้าย นั่งยาง บางคนไม่ตายก็เอาไปแขวนคอ แล้วก็เอามีดทิ่มทำร้ายจนตาย เป็นภาพที่สยดสยองมาก
หลายคนก็คงคิดว่าตัวเองทำอย่างนี้ได้ยังไง แต่ตอนนั้นความโกรธมันรุนแรง เพราะคิดว่าต้องการที่จะจัดการกับคนที่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือมีความคิดความเห็นที่ไม่ถูกต้องในแบบของตัว ถ้าไม่มีความยึดติดในความถูกต้อง ไม่มีความยึดติดในอุดมการณ์ มันก็คงจะไม่เกิดความโกรธเกลียด จนถึงขั้นเห็นอีกฝ่ายหนึ่งเป็นศัตรูที่จะต้องฆ่า จะต้องทำร้าย หรือว่าทำความสยดสยองให้กับศพที่ไม่มีลมหายใจแล้ว
อันนี้มันก็เป็นอุทาหรณ์ว่าคนเราเวลามีความโกรธเกิดขึ้น มันสามารถจะทำสิ่งที่ชั่วร้ายได้ และการทำสิ่งชั่วร้ายนั้นก็ทำในนามของการพิทักษ์ความถูกต้อง ทำในนามความดีว่ากำลังปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำมันสวนทางกับความถูกต้อง มันสวนทางกับคำสอนของศาสนาที่ตัวเองอ้างว่ากำลังพิทักษ์รักษาให้มั่นคง
เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นไปทั่วเลย เพื่อนบ้านของเราพม่า เมื่อไม่ถึงสิบปีที่แล้ว คนที่อ้างว่าเป็นชาวพุทธก็รุมเข่นฆ่าคนที่นับถือศาสนาอิสลาม ก่อนเกิดโควิดคือปี 2561 มีคนมุสลิมโดยเฉพาะพวกโรฮิงญาตายราว 24,000 คน ผู้หญิงเด็กเกือบ 20,000 ถูกชำเราถูกข่มขืน อีกแสนถูกทุบตีจนกระทั่งคน 700,000 คนต้องอพยพหนีไป คนที่อ้างตัวว่าเป็นชาวพุทธเหล่านี้หลายคนก็อ้างว่าถือศีล 5 บางทีอาจจะไม่ตบยุงไม่บี้มด แต่ทำไมถึงทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้
อันนี้ก็เพราะความยึดติดในอุดมการณ์ ที่ทางพุทธเรียกว่า ทิฏฐุปาทาน มันไม่ใช่อุดมการณ์ทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของศาสนา ความคิดว่าศาสนาของกูถูก สูงส่ง ส่วนศาสนาของแกต่ำต้อยงมงาย และยิ่งมีความเชื่อว่าคนมุสลิมพวกนี้กำลังบ่อนทำลายศาสนา พม่าไม่มีสถาบันกษัตริย์ เขามีแต่ชาติกับศาสนา แต่แค่ยึดติดถือมั่นในชาติกับศาสนา 2 อย่างนี้ก็มากพอที่จะทำให้เกิดความโกรธเกลียด ถึงกับทำร้ายคนต่างศาสนาได้
พุทธศาสนาไม่เห็นด้วยอยู่แล้วกับการฆ่าฟันคน แต่ทำไมชาวพุทธเหล่านั้นทำอย่างนั้นได้ ก็เพราะความโกรธเกลียด โกรธเกลียดเพราะยึดมั่นในความถูกต้องในแบบของตัว พอเห็นคนต่างศาสนาเขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือคิดว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็เกิดความโกรธความเกลียด พอความโกรธครอบงำก็เหมือนกับปีศาจเข้าสิง กลายเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย สามารถจะทำร้ายฆ่าเพื่อนมนุษย์ได้ จากเป็นชาวพุทธที่ใฝ่การทำบุญทำกุศล ถือศีล 5 ก็กลายเป็นอมนุษย์ไปเสียแล้ว
อันนี้เป็นเรื่องอันตรายของความยึดติดถือมั่น แม้จะยึดติดถือมั่นในความถูกต้อง หรือยึดติดถือมั่นในศาสนา ในความคิด หรืออุดมการณ์ทางการเมือง แม้ศาสนาจะดีอย่างไร ความคิดทางการเมืองจะถูกต้องอย่างไร แต่พอยึดติดเข้าไปแล้วมันก็เป็นโทษมาก
หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก ท่านพูดดี บอกว่าความเห็นของเราแม้จะถูก แต่ถ้ายึดเข้าไว้มันก็ผิด สิ่งดีๆ แม้บุญกุศลถ้ายึดเอาไว้ก็กลายเป็นโทษได้ ความถูกต้องก็เหมือนกัน ความเห็นที่ถูกก็เหมือนกัน ยึดไว้เมื่อไหร่ก็ผิดเมื่อนั้น เพราะมันทำให้เห็นคนที่คิดต่างจากเราทำอะไรไม่ถูกต้องในแบบของเรา กลายเป็นตัวร้ายไป พอเห็นว่าเป็นตัวร้ายก็ต้องจัดการ หรือไม่ก็กำจัดไป ตรงนี้ที่มันเปิดช่องให้ความโกรธความเกลียดเข้ามาจนลืมตัว ลืมผิดชอบชั่วดี ทำให้กลายเป็นคนละคนไป
ความโกรธถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว มันสามารถจะทำลายความเป็นมนุษย์ของเราได้ จากคนที่มีคุณธรรม มีความเมตตา กลายเป็นคนโหดร้าย ในอินเดีย เพื่อนบ้านที่เพียงแค่นับถือต่างศาสนา ฮินดู อิสลาม ก็ฆ่ากันได้ ทั้งที่รู้จักกันมานาน แต่พอถูกปลุกปั่นให้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งเป็นตัวเลวร้าย เกิดความโกรธความเกลียดขึ้นมา ความเป็นเพื่อน ความเป็นมนุษย์ก็หายไป และสามารถที่จะลงมือฆ่าได้
พวกเราถ้าเป็นผู้ที่ใฝ่ธรรมต้องระมัดระวัง อย่าเปิดช่องให้ความโกรธมันครองใจเรา เพราะถ้ามันครอบงำใจเราเมื่อไหร่ ความเป็นมนุษย์ของเราก็จะหายไป ความเป็นชาวพุทธของเราก็จะหายไป แล้วก็จะกลายเป็นอสูร เวลามีความยึดติดถือมั่นในความถูกต้อง ก็ให้มีสติรู้ไว้ เวลามีความคิดความเชื่อ หรือนับถือศาสนาใดก็ให้มีสติ
เพราะถ้าหากว่าเราไม่มีสติ มันก็จะเผลอยึดติดถือมั่น ซึ่งเป็นเชื้อให้เกิดความโกรธ นำไปสู่ความรุนแรงกับคนที่เราเห็นว่าทำไม่ถูกต้อง หรือมีความคิดที่แตกต่างจากเรา แตกต่างจากเราในทางความคิดมันไม่ใช่ปัญหา แต่พอไปตัดสินว่าพวกนี้คิดชั่ว คนที่คิดต่างจากเราเป็นคนเลว มันก็เปิดช่องให้โทสะเข้ามาผลักดันให้เราทำในสิ่งที่เลวร้ายได้
ความโกรธมันเป็นอารมณ์ที่เปลี่ยนนิสัยคน ทำให้เรากลายเป็นอีกคนหนึ่งได้ พ่อจึงฆ่าลูก ผัวจึงฆ่าเมีย และลูกก็ฆ่าพ่อ ตอนนั้นมันลืมความผิดชอบชั่วดีไปแล้ว และที่น่าแปลกคือ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความยึดติดในความถูกต้อง ต้องการทำให้เกิดความถูกต้อง ก็เลยจัดการกับคนที่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง บางทีคนเราทำความชั่วในนามของความดี
อันนี้เพราะว่าไม่มีสติ แต่ยึดติดในความดี ใครทำอะไรไม่ดีเหมือนตัว ก็คิดแต่จะใช้ความรุนแรงจัดการ อย่างต่ำๆ ก็ด่าทอ นินทา ใส่ร้าย หรืออย่างหนักๆ ก็คือลงมือจัดการ ความยึดติดในความถูกต้อง ไม่ว่าถูกต้องตามระเบียบ ถูกต้องตามประเพณี ถูกต้องตามศาสนา ต้องระวังเพราะว่าพอเราเห็นความไม่ถูกต้องในแบบของเรา เราก็จะเกิดความโกรธ แล้วเราก็ลืมตัวทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมักจะไม่ถูกต้องยิ่งกว่าคนที่เราต้องการจัดการ
50 ปี 6 ตุลา มันเป็นโอกาสที่จะระลึกถึงอันตรายของความยึดติดในความถูกต้อง ยึดติดในความดี ยึดติดในอุดมการณ์ หรือความคิดทางการเมือง แต่ดูเหมือนคนเราจะไม่ค่อยได้เรียนรู้ เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดความรุนแรงเพราะความยึดติดที่ว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คนพม่าเขาก็ไล่ทำร้ายคนที่เป็นโรฮิงญาเพียงเพราะนับถือศาสนาต่างกัน แต่ของเราถ้าไม่ระวัง เราก็จะทำอย่างนั้นกับคนเขมร แม้จะศาสนาเดียวกัน แต่ว่าคนละเชื้อชาติคนละภาษา ทั้งหมดนี้ก็ทำในนามความถูกต้อง แต่สิ่งที่ทำไปมันมักจะไม่ถูกต้อง อันนี้ก็ต้องระวังแล้วก็เอามาเตือนใจของเราอยู่เสมอ อย่างน้อยก็อย่าให้ความโกรธครอบงำใจ ไม่ว่าความโกรธนั้นจะมีที่มาจากอะไรก็ตาม.
...
บันทึกเสียง Bird / ถอดเสียง Plia / เรียบเรียง Nok