Yaowalak Anuphan
·
ทุกๆ ปี ชาวควังจูจะจัดงานรำลึกเหตุการณ์การลุกขึ้นสู้ของ นักเรียน นศ.ประชาชน ที่ต่อต้านเผด็จการทหาร ทุกปีประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะมาเปิดงานเคารพด้วยตนเอง
ปีนี้ครบรอบ 46 ปี ตึกขาวข้างหลังที่เห็นเป็นตึกฐานที่มั่นสุดท้ายที่ชาวควังจูต่อสู่กับทหาร คนทีอยู่ในตึกเสียชีวิตทั้งหมด ตึกถูกปิดมา 46 ปี
วันนี้ ตึกเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้/การเสียชีวิต เป็นวันแรกที่เปิดให้เข้าไปศึกษา
ดูไปคิดถึงเหตุการณ์ 14 ตค 16 , 6 ตค.19 ,พฤษภาทมิฬ 35 บ้านเราทำไมถึงทำพิพิธภัณฑ์แบบนี้ไม่ได้
หากใครมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้กับเผด็จการของคนเกาหลี จะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงออกมาต่อต้านการที่ ปธน.ประกาศกฎอัยการศึก จน ปธน.ติดคุก
...
Pipob Udomittipong
·
ในไทยมีเหตุการณ์นองเลือดเพื่อประชาธิปไตยในเดือยพฤษภาคมหลายครั้ง คนตายหลายร้อย มาก พอ ๆ กับที่กวางจู แต่คนเกาหลีมีการจัดงานรำลึกที่ใหญ่โตมาก มีพิพิธภัณฑ์ถาวรด้วย ทำใมเราไม่มี?
.....
President Lee vows to uphold spirit of May 18 at the 46th Gwangju commemoration
Arirang News
May 18, 2026
https://www.youtube.com/watch?v=3GawJvhX_zo
.....

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
8 hours ago
·
“เก็ท โสภณ” เขียนถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่กวางจูสู่ราชประสงค์ ความหมายของการรำลึกถึงความรุนแรงโดยรัฐ
.
.
วันที่ 18 พ.ค. 2569 “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขียนจดหมายในโอกาสครบรอบเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนที่เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ จนถึงการสังหารคนเสื้อแดงในการชุมนุมที่ราชประสงค์ ที่ครบรอบ 16 ปี เพื่อกล่าวถึงความสำคัญของการรำลึกเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีต การหันไปมองประวัติศาสตร์และการถอดบทเรียนจากมัน
.
เก็ทเห็นว่า ผลลัพธ์ของการต่อสู้อาจไม่ได้อยู่ที่ห้วงขณะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่อยู่ที่ขบวนการรักษาหลักการให้สาธารณชนได้เห็นโครงสร้างอันไม่ยุติธรรมของแต่ละสังคมต่อไปได้อย่างไร
.
———————————–
.
The Greater Good.
วันที่ 18 พฤษภาคม เป็นวันรำลึกเหตุการณ์กวางจูที่เกาหลีใต้ เหตุการณ์นี้ย้อนไปเมื่อ ค.ศ. 1980 หรือ พ.ศ. 2523 ชาวเมืองกวางจูได้ลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการทหารที่นำโดย “ชุน ดู วาน” การลุกฮือต่อสู้ในครั้งนั้น แม้จะมีผู้ล้มตายและบาดเจ็บไปจนถึงมีผู้สูญหายจำนวนมาก แต่ชาวเกาหลีใต้ก็ได้นำเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาเป็นบทเรียนในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
.
คนทั่วไปรู้จักเหตุการณ์ครั้งนั้นในนาม “May18th” หรือ “Gwangju Uprising” ในทุก ๆ ปีเมื่อถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ประชาชนชาวเกาหลีใต้จะหลั่งไหลไปรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่ชาวบ้านเท่านั้นที่ไป เจ้าหน้าที่รัฐก็ยังไปรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
.
ตัดกลับมาบ้านเรา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถูกสร้างขึ้นเล็ก ๆ ตรงมุมแยกคอกวัว อนุสรณ์สถานรำลึกพฤกษา 35 ถูกสร้างไว้หลัง สน.ชนะสงคราม ก่อนที่ผมจะเข้ามาในคุก มีการกั้นรั้วในฝั่งฟุตบาท หากจะเข้าไปรำลึกเหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถาน ก็ต้องผ่านด้านหน้า สน.ชนะสงคราม ไม่รู้ว่าผ่านมาหลายปีแล้ว รั้วกั้นฝั่งฟุตบาทถูกเอาออกไปหรือยัง
.
ส่วนการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น แม้จะมีการสังหารหมู่ที่แยกราชประสงค์ยาวไปจนถึงหน้าวัดปทุมวนาราม ซึ่งขณะนี้พิสูจน์ทราบได้แล้วว่า ผู้ปฏิบัติการคือทหารและเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กลับไม่มีอนุสรณ์สถานหรือหมุดหมายไว้ใช้รำลึกคนเสื้อแดง ทั้งที่คนเหล่านั้นคือสามัญชนคนธรรมดาที่ออกไปเรียกร้องประชาธิปไตย แม้วันนี้ ผมจะไม่ได้ไปงานรำลึกคนเสื้อแดง แต่ผมก็พอคาดเดาได้ว่าผู้คนที่มารำลึกเหตุการณ์นี้ ถ้าไม่ยืนบนฟุตบาทก็ต้องลงมามายืนบนท้องถนน พื้นที่ประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็มีเท่านี้
.
บางคนอาจจะตั้งคำถามว่า เหตุการณ์มันผ่านมาตั้ง 16 ปีแล้ว จะเอาอะไรอีก คนตายก็ตายไปแล้ว ปรองดองกันดีกว่า สำหรับคนที่ยังฝังใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึงผมด้วย ก็มักจะสวนกลับยังทันควันว่า คนสั่งฆ่ายังลอยนวล สรุปแล้วอะไรคือประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าระหว่างการฝังกลบความทรงจำ หรือการหันหน้าเข้าหามันเพื่อถอดบทเรียน
.
สำหรับแนวคิดเรื่องการขอโทษในพื้นที่สาธารณะ ผมขอนำแนวคิดของ ไมเคิล แซนเดล (Michael J. Sandel) นักปรัชญาการเมืองชาวอเมริกัน มานำเสนอ เขากล่าวว่า การขอโทษในพื้นที่สาธารณะ หรือคือการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นมีผู้เสียหายจริง ญาติและครอบครัวของผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบก็มีอยู่จริง ๆ การกล่าวคำขอโทษจะช่วยปิดปากแผลให้กับผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียหาย สร้างมาตรฐานสังคมสาธารณะว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ควรทำและสิ่งใดคือสิ่งที่ไม่ควรทำ
.
แนวคิดของ ไมเคิล แซนเดล คงทำให้เห็นบ้างว่าคำขอโทษนั้นสำคัญอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่า ถึงวันนี้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำรัฐบาลขณะนั้น จะกล้ามาขอโทษผู้เสียหายแล้วหรือยัง
.
ความรับผิดชอบต่อคนเสื้อแดงนั้นไม่ได้ตกอยู่เพียงแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น เพราะในห้วงขณะนั้นมีการปะทะกันทางอุดมการณ์อย่างหนัก ดังที่เราเคยเห็นข่าวข้อขัดแย้งแดง-เหลือง เราได้เห็นภาพหลายอย่างชัดขึ้น หลังวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่มีการทำ Big Cleaning Day การทำกิจกรรมหลังสังหารหมู่ในครั้งนั้นไม่ได้ก่อการโดยเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนด้วย
.
คนที่เข้าร่วมทำกิจกรรม Big Cleaning Day เค้าจะรู้สึกอย่างไร ผมนึกไม่ออกเพราะเค้าไม่ได้ไปเก็บขยะหลังการชุมนุมเท่านั้น แต่เขาเข้าเช็ดคราบเลือดของคนเสื้อแดง เก็บกระสุน คนที่ร่วมในครั้งนี้ก็คือประชาชนด้วย
.
ในการถกเถียงเรื่องความยุติธรรมมันไม่มีตรงกลางหรอก คิดตามก็ได้ว่าระหว่างความยุติธรรมและความอยุติธรรมคืออะไร ตรงกลางระหว่างความถูกต้องคืออะไร สำหรับผม ผมก็พูดตรง ๆ ว่าผมไม่ได้อยู่ตรงกลาง สถาบันที่ผมเคารพคือสถาบันประชาชน หลักการที่ผมศรัทธาคือหลักการประชาธิปไตย หากประชาชนปกครองกันเองได้ เราก็จะมีเสรีภาพในการพูดคุยกัน มีการถ่วงดุลอำนาจ มีการตรวจสอบกระบวนการทำงานของรัฐอย่างเป็นกลาง พัฒนาการของสังคมย่อมเกิดขึ้นได้บนหลักการประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับคนเสื้อแดง
.
ทีนี้ผมก็ต้องถามผู้คนที่มีอุดมการณ์ตรงผมว่า ผู้คนที่ชูสถาบันของอภิสิทธิ์ชนและหวังอำนาจคุ้มครองจากระบอบอุปถัมภ์ สถาบันของคุณได้ให้คุณค่าอะไรกับสังคม แล้วคุณมีความชอบธรรมอะไรในการยกสถาบันของคุณเทิดไว้ในหัว แล้วเข้าปราบปรามคนที่เห็นต่างจากคุณ
.
เมื่อกล่าวยืดยาวมาถึงจุดนี้ ผู้อ่านก็คงได้เห็นเค้าร่างว่าอะไรคือ “The Greater Good” ของสังคม ในสังคมประชาธิปไตยคนเห็นต่างควรถูกปราบปรามอย่างนั้นหรือ และการกดขี่ข่มเหงคนเห็นต่างนั้น ก็มีถึงขั้นฆ่ากันกลางถนน หากจะฝังกลบความทรงจำเพียงให้หลงลืมและพร่ำพูดว่าปรองดองกัน มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะผู้เสียหายนั้นมีอยู่จริง ครอบครัวของพวกเขาก็มีอยู่จริง การหันไปมองประวัติศาสตร์และร่วมกันถอดบทเรียน น่าจะเป็นทางที่ดีกว่าเพราะเราจะได้ตั้งคำถามว่าคุณค่าของความเป็นคนคืออะไร กระบวนการประชาธิปไตยควรจะเป็นอย่างไร ทุกคนก็คงรู้แล้ว “The Greater Good” คืออะไร
.
การต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่ใช่เรื่องง่าย คงมีคนตั้งคำถามอย่างท้าทายว่าไม้ซีกจะงัดไม้ซุงได้อย่างไร สามัญชนจะสู้อภิสิทธิ์ชนได้อย่างไร แต่ผมว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้ไม่ได้อยู่ที่ห้วงขณะนั้นเท่านั้น แต่อยู่ที่ขบวนการรักษาหลักการให้สาธารณชนได้เห็นโครงสร้างของสังคมว่าอภิสิทธิ์ชนนั้นกดขี่คนธรรมดาอย่างไร
.
ก็คงไม่ต่างจากกวางจู คนเสื้อแดงยังคงสร้างบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง
.
“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง
----------------------------------
.
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/83629.
เก็ท โสภณ ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 8 เดือนเศษ เขาถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คดี ในแต่ละคดี ถูกศาลพิพากษาจำคุกรวมโทษเป็น 10 ปี กับอีก 6 เดือน.
สามารถเขียนจดหมายถึงเก็ท ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล https://freeratsadon.amnesty.or.th/list
https://www.facebook.com/photo?fbid=1391428579494275&set=a.656922399611567




.webp)
.webp)


คดีทวิตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” ในช่วงวันที่ 4-5 สิงหาคม 2564 เล่าเรื่องไสยศาสตร์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพรัชกาลที่ 9 และเล่าประสบการณ์การถูกทำโทษ ด้วยการคุมขังใน “คุกวังทวีวัฒนา” จนเกิดเป็นกระแสแฮชแท็ก 
