วันพุธ, มกราคม 14, 2569

คนไทยไม่ได้ขาด “คนเก่ง” แต่ 👉คนเก่งไม่ได้เลือกเป็นคนตัดสินใจประเทศ ตำแหน่งรัฐมนตรีบ้านเรามาจาก •โควตาพรรค •สมดุลอำนาจ •การต่อรองทางการเมือง -- อยากเห็นสักครั้งในชีวิต Put the right man on the right job ประเทศจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน


เสียงในหัว
January 9
·
คนไทยไม่ได้ขาด “คนเก่ง”
เรามีหมอเก่ง วิศวะเก่ง นักกฎหมายเก่ง
นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเต็มไปหมด
แต่ปัญหาคือ…

คนเก่งไม่ได้เป็นคนตัดสินใจประเทศ
คนตัดสินใจประเทศ ไม่จำเป็นต้องเก่งในงานนั้น

เลยออกมาเป็นภาพคุ้นตาแบบนี้
•รมต.คมนาคม ไม่เคยทำระบบขนส่ง
•รมต.สาธารณสุข ไม่เคยอยู่ในระบบแพทย์
•รมต.ศึกษาฯ ไม่เคยเข้าใจห้องเรียนจริง
•รมต.เศรษฐกิจ ไม่เคยบริหารเศรษฐกิจระดับใหญ่

เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีบ้านเราไม่ได้มาจาก
“ความสามารถตรงสาย”แต่มาจาก
•โควตาพรรค
•สมดุลอำนาจ
•การต่อรองทางการเมือง
•ใครควรได้เก้าอี้ ไม่ใช่ใครควรทำงาน

เลยไม่แปลกที่ประเทศ “ไปได้แค่นี้” ทั้งที่ศักยภาพคนไทยไปได้ไกลกว่านี้มาก
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1392374142454885&set=a.553222476370060



มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร #บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักมาก ขอรัฐบาลใหม่ มีกฏหมายแรงงานคุ้มครองพวกเค้า มองเค้าเป็นคนที่มีสิทธิควรได้พักตามพื้นฐาน 🙏🏻


เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต
Yesterday
·
#บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักมาก ขอกฏหมายแรงงานคุ้มครองพวกเรา มองเราเป็นคนหนึ่งคนที่มีสิทธิควรได้พักตามพื้นฐาน

เลือกตั้งรอบนี้ ขอสักพรรคที่เห็นพวกเราเป็นคน ยื่นมือมาแก้ไขด้วยความจริงใจ
.

หมอทำงาน 32 ชั่วโมงมาราธอน อาชีพที่กฎหมายแรงงานไม่คุ้มครอง

พยาบาลก็ทำงานหนักมาก ทำงานจนคลอดลูกมีอยู่จริง ท้องโตๆยังขึ้นเวรดึก เห็นแล้วจุก

#ถามว่าง่วงไหม #พวกเราก็คน โคตรจะง่วง โคตรจะเบลอ

แต่ต้องฝืนสังขาร ชีวิตคนอยู่ตรงหน้า

สัญชาตญาณของหมอ เราไม่ปล่อยให้ใครตายต่อหน้าอยู่แล้ว

นักบินยังกำหนดชั่วโมงทำงาน ของหมอที่ต้องชี้เป็นชี้ตายคนเหมือนกัน กลับไม่มีการควบคุม

คนทำงานไม่พอ เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ

หน้างานจริงเครียดและกดดันมาก ต้องรับมือสารพัดเหตุการณ์ รับมือสารพัดรูปแบบคนที่เข้ามา
.

หมอรพ.รัฐ ที่ยังอยู่ในระบบ ส่วนหนึ่งต้องมีใจ เพราะงานหนักมาก ระบบควรเอื้อคนทำงานสักหน่อย แบบเป็นธรรม

หลายคนชอบบอก ไม่ไหวก็ลาออก

จะบอกว่า หมอลาออกเยอะมาก คนที่ซวยคือคนในพื้นที่น๊าา บางรพ.เหลือหมอไม่กี่คน แล้วคนไข้มหาศาล แนวโน้มเพิ่มเรื่อยๆ

ทางไปมีมากมายสำหรับอาชีพนี้ มีทางไปได้เยอะแยะมาก แล้วพื้นฐานบ้านรวยกันแทบทั้งนั้น ไม่ใช่สิ้นไร้ไม้ต่อ
.

หลายคนบอกว่า ทำงานเยอะ ได้เงินเยอะ รวย

จะบอกว่า ทำงานอยู่เวร 8 ชั่วโมงได้แค่ 800 บาท ที่ได้เยอะเพราะถูกให้อยู่ทั้งวันทั้งคืนแบบรัวๆ

เวลาจะขายเวรที่เพื่อแลกกับการนอน ต้องเพิ่มเงินจ้างคนมาอยู่ 3500-5000 บาท ต่อเวร
.

เวลาป่วยก็ยังทำงาน บางทีไข้สูง 40 หนาวสั่นงั๊กๆก็ยังมาทำงาน เพราะเรารู้ดีถ้าเราหยุด คนที่ยังอยู่จะทำงานหนักขึ้น 2 เท่า
.

วันหยุดไม่ได้หยุด โดยเฉพาะแผนกหนักๆเช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม กุมาร เป็นต้น ต้องมาดูคนไข้ทุกเช้า

ราวน์เช้าที่เวลาหายไปครึ่งวัน เท่ากับ ทำงานฟรี ตังค์ไม่ได้สักบาทนะ

อย่าบอกว่าทำบุญ ทำบุญทำประจำอยู่แล้ว แต่บางทีเราก็อยากพักบ้าง อยากมีเวลาเหมือนคนปกติ
.

ตีแผ่ชีวิตหมอมากๆ เด็กๆคนไหนก่อนจะเรียนมาอ่านโพสต์นี้ก่อน

ส่วนตัว ณ เวลานี้ที่ยังอยู่เพราะยังมีความสุขกับการดูคนไข้ ยังรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่

ยังอยากเห็น การแก้ไขเชิงระบบที่เป็นรูปธรรม คนไข้อยู่รอด คนทำงานก็อยู่รอด
….

#แล้วก็ได้โปรดเพิ่ม ความรู้พื้นฐานในการดูแลตัวเองให้คนไทยในหลักสูตรตั้งแต่ประถมเลย

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำยังไง

ภาวะฉุกเฉินคือยังไง

กินเหล้าส่งผลยังไง บุหรี่ส่งผลยังไง ยาบ้าส่งผลยังไง สารเสพติดต่างๆ เอาเคสจริงโชว์เลย

การดูแลตัวเอง การดูแลสุขภาพ

ความรู้พื้นฐานเรื่องโรคที่เจอบ่อย เช่น เบาหวานความดัน ไขมัน เป็นต้น

#บรรจุลงในหลักสูตรการเรียนเลย มันจำเป็นนะ จำเป็นที่สุดดดดดดดด


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1436487118486743&set=a.221891216613012



เมื่อปีที่แล้ว การนิรโทษกรรมประชาชนยังไม่สำเร็จ ปีใหม่รัฐบาลใหม่ การเรียกร้องนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองประชาชนต้องไปต่อ


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1287206016583199&set=a.656922399611567

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Yesterday
·
อัปเดต"รายชื่อผู้ต้องขังการเมือง ประจำปี 2569" บนหน้าเว็บไซต์ tlhr2014.com
.
.
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในปี 2569 ยังคงมีผู้ถูกคุมขังในเรือนจำในคดีจากการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง จำนวนอย่างน้อย 55 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 31 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็น
.
– ผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี อย่างน้อย 26 คน (เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 14 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน)
.
– เยาวชน 1 คน ถูกคุมขังในสถานพินิจฯ ตามคำพิพากษาของศาลเยาวชน
.
– ผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้วถูกคุมขังในเรือนจำ อย่างน้อย 28 คน (เป็นคดีตามมาตรา 112 จำนวน 17 คน)
.
เพราะตัวเลขเหล่านี้คือชีวิตจริง
และสิทธิเสรีภาพที่ยังถูกจำกัด
.

อ่านรายละเอียดรายชื่อได้ที่ https://tlhr2014.com/archives/80978



“เก็ท โสภณ” เขียนถึงการเลือกตั้งที่จะมาถึง บรรยายภาพฝันเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” และ “การเลือกตั้ง” ในระบอบประชาธิปไตยที่ ที่มาของกฎหมายสูงสุด ต้องสืบสาวไปถึงเจตจำนงของประชาชนให้ได้


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
15 hours ago
·
“เก็ท โสภณ”: แด่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการเลือกตั้งที่กำลังจะถึง
.
.
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 เมื่อโลกภายนอกเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง พร้อมกับการลงประชามติว่าสังคมไทยจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
.
“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 แม้ตัวเขาเองจะไม่สามารถออกไปร่วมออกเสียงเลือกตั้งและลงประชามติได้ก็ตาม แต่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้เขียนจดหมายสองฉบับต่อเนื่องกัน เป็นบทความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่เขาเห็นว่าจำเป็นต้องถูกร่างขึ้นใหม่ ไม่สามารถใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้อีกต่อไป พร้อมอยากให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงถึงความต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนร่วมกัน
.
———————-
.
จดหมายฉบับนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อบรรยายความจากคำตอบถึงภาพฝันเรื่อง“รัฐธรรมนูญ” และ “การเลือกตั้ง” ในระบอบประชาธิปไตยที่มาของกฎหมายสูงสุดก็ต้องสืบสาวไปถึงเจตจำนงของประชาชนให้ได้ การรณรงค์อภิปรายความเห็นต้องเป็นอย่างเสรี การทำประชามติต้องไม่ถูกบีบบังคับด้วยเงื่อนไขทางพฤตินัย ดังเช่นในสมัยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่หากประชาชนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญก็จะไม่ได้เลือกตั้ง ซ้ำร้ายรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบันนี้ ยังถูกแก้ไขหลังทำประชามติเสร็จ โดยไม่ได้นำฉบับที่แก้ไขแล้วมาให้ประชาชนลงประชามติใหม่ด้วย
.
ในคุกมีการเล่นฟุตซอล ตะกร้อ วอลเลย์บอล กันเป็นประจำ เมื่อการแข่งขันกีฬาเกิดขึ้น ผู้ต้องขังที่ดูอยู่รอบสนามจะสามารถดูออกว่าจังหวะไหนใครทำฟาวล์ เมื่อกรรมการตัดสินผิด ผู้ชมก็จะตะโกนทักท้วงอย่างทันท่วงที ที่เป็นเช่นนี้เพราะกติกาของกีฬาเหล่านั้นเข้าใจกันโดยทั่ว แล้วกติกาของรัฐธรรมนูญไทยละ?
.
ความพยายามสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเป็นงานสองด้าน ด้านหนึ่งคือการสื่อสารกับภาคประชาชน อีกด้านนึงคือการต่อสู้กับอภิสิทธิ์ชน ผู้ครองอำนาจนำ เขียนถึงตรงนี้ผมก็อดคิดถึงรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ไม่ได้
.
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยก็ควรมีการปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาชนควรเป็นผู้ครองอำนาจนำ มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์เราก็จะพบว่า อำนาจเก่าก็ยังกลับมาเถลิงอำนาจ เทคนิคหนึ่งที่เขาใช้ก็คือ การยึดอำนาจแล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่
.
————————
.
คำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่าควรจะแก้ไขหรือเขียนใหม่ทั้งฉบับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มันมีปัญหาจริง ๆ และไม่เหมาะที่จะใช้ต่อ ส่วนเรื่องรายละเอียดของรัฐธรรมนูญว่าจะเขียนอย่างไรให้ตอบโจทย์สังคมไทยนี้ คิดว่าผมพูดคนเดียวคงไม่เหมาะ และอยากให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงจะดีกว่า
.
แม้ผมจะเอากติการัฐธรรมนูญไปเทียบกับกติกากีฬา แต่ก็ทราบดีว่าระดับความซับซ้อนของกติกาทั้งสองต่างกันมาก อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดประชาชนควรเข้าใจแนวคิดและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญดังที่ควรเข้าใจแนวคิดและสาระสำคัญของประชาธิปไตย ประชาชนจะได้ทราบขอบเขตของความชอบธรรมของตนอยู่ตรงไหน การกระทำแบบใดเป็นการเอาเปรียบกัน
.
การบรรยายบัญญัติศัพท์แสงให้ยากต่อความเข้าใจหรือความพยายามประดิษฐ์คำจนเกินควร จะนำมาสู่ปัญหาการตีความและช่องว่างในการช่วงชิงนิยามความหมาย อันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการช่วงชิงอำนาจ เราไม่อาจมองรัฐธรรมนูญแบบมองภาพตัดขวางว่ารัฐธรรมนูญฉบับปีนี้มีลักษณะอย่างไรได้ เพราะบทบัญญัติหลายประการไม่ได้เกิดขึ้นและสิ้นสุดในฉบับเดียว หากแต่ส่งมรดกต่อไปยังรัฐธรรมนูญฉบับถัดไป หลายข้อความก็มีผลต่อการวางโครงสร้างร่างสังคม
.
การบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ไม่สามารถใช้อำนาจเองได้โดยตรง แต่ต้องใช้ผ่านองค์กรของรัฐ ถูกบัญญัติตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ถ้อยคำดังกล่าวถูกส่งต่อมายังปัจจุบัน โดยการบัญญัติว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่พระมหากษัตริย์ยังคงใช้อำนาจผ่านองค์กรของรัฐได้ อาจก่อความสับสนว่า สรุปแล้วองค์กรของรัฐต้องยึดโยงกับใครเป็นหลัก ความสับสนนี้สะท้อนผ่านงานของเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะ “ข้าราชการ” ศาลในพระปรมาภิไธย หรือสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่หัวเด็ดเท้าขาดก็จะปกปักษ์พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่คำนึงถึงเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
.
รัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นกฎหมายกำหนดโครงสร้างรัฐ เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดขอบเขตอำนาจของสถาบันต่าง ๆ ทางการเมือง เราพบว่าหลังการอภิวัฒน์สยามเมื่อปี 2475 ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชนนั้นไม่คงที่
.
คำกล่าวจากนิยาย 1984 ที่ว่า “ผู้ควบคุมอดีตย่อมควบคุมอนาคต ผู้ควบคุมปัจจุบันย่อมควบคุมอดีต” ยังคงเป็นคำคมที่จิกกัดความเป็นจริงได้อย่างเจ็บแสบเสมอมา
.
หลังรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 อำนาจของคณะราษฎรก็เริ่มเลื่อนลอย รัฐธรรมนูญแบบ “กษัตริย์นิยม” ก็เกิดขึ้น นั่นคือฉบับปี 2492 โดย มาตรา 2 บัญญัติไว้ว่า “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ถ้อยคำนี้ถูกปรับในปี พ.ศ. 2519 หลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 และรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2521 และถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน จากเรื่องนี้ทำให้ทราบว่าประชาธิปไตยแบบไทยสไตล์ (ที่ใครบางคนว่าไว้) เกิดขึ้นจากการยึดอำนาจล้มล้างเจตจำนงของคณะราษฎร
.
“ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ถูกตอกย้ำให้หยั่งลึกในโครงสร้างสภาพสังคมอีกครั้งในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ทั้งนี้ “ประเพณี” ดังกล่าวเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแน่ชัด
.
ปัญหาที่ตามมาก็คือ การตีความประเพณีอันขาดความเป็นเหตุเป็นผล และการนำบัญญัติดังกล่าวมาใช้โจมตีฝั่งประชาธิปไตย ดังเช่นการเรียกร้องนายกพระราชทาน หรือการปิดปากผู้เห็นต่างตามที่เราเผชิญกันอยู่
.
ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ก็ถูกขยายให้กว้างไกลอย่างเป็นประวัติการณ์ในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย
.
ระบอบพันทางและประเพณีที่จับต้องได้ยาก แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีผู้คนได้ง่ายเช่นนี้ จะสามารถกล่าวว่าเป็นฉันทามติของประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนก็อยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากแสดงสวนทางกับผู้มีอำนาจก็จะถูกโครงสร้างปิดปากในฐานะอาชญากรความมั่นคง
.
ปัญหาเรื่องอำนาจของสถาบันตุลาการก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องพูด ผมคาดการณ์ว่า หลังการเลือกตั้ง หากผู้แทนราษฎรหรือพรรคการเมืองใดเคลื่อนไหวต่อต้านเครือข่ายอภิสิทธิ์ชนอย่างแหลมคม ก็คงไม่วายถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค-ตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีก
.
เหตุที่สถาบันตุลาการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจได้เช่นนี้ ก็ทำให้ต้องมองย้อนไปถึงบ่อเกิด “ตุลาการภิวัตน์” เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะการแทรกแซงเช่นนี้มีให้เห็นในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 แล้ว
.
หากกล่าวให้ถึงที่สุด โดยพิจารณาจากอุดมการณ์เป็นตัวตั้ง รัฐธรรมนูญที่ชอบธรรมต้องมีการแบ่งอำนาจที่ชัดเจน มีการประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน เมื่อมองด้วยแว่นนี้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ไม่มีความชอบธรรมแต่อย่างใด
.
เราถูกหล่อหลอมด้วยมายาคติให้สวามิภักดิ์ต่ออภิสิทธิ์ชนจนหาทางออกจากหล่มปัญหาไม่ได้มาอย่างช้านาน ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องคำนึงเพื่อลงหลักปักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเพื่อน ๆ ข้างนอกได้สื่อสารกันไปแล้ว
.
ความท้าทายในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการรัฐประหาร คงอยู่ที่เรายังสามารถสร้างโครงสร้างสังคมที่สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
.
8 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีการเลือกตั้งแล้ว ผมเสียดายที่ไม่สามารถไปเลือกตั้งในครั้งนี้ ฝากเพื่อน ๆ ไปใช้สิทธิ เสรีภาพของเราให้เต็มที่นะครับ
.
สวัสดีปีใหม่และส่งความสุขให้ทุก ๆ คนนะ
โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง
.
----------------------------
.
ถึงต้นปี 2569 เก็ทถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 4 เดือนเศษ เขาถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คดี ในแต่ละคดี ถูกศาลพิพากษาจำคุกรวมโทษเป็น 10 ปี กับอีก 6 เดือน
.
#8กุมภากาเห็นชอบ
.
.
อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์



เกิดแคมเปญในหมู่ทหารชั้นผู้น้อย “ขออนุญาตเลือกพรรคประชาชน” หวังว่าไม่มีใครถูกคุกคามในแคมแปญนี้

https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/894542583107503
Album ทหารชั้นผู้น้อยประกาศเลือกพรรคประชาชน

รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork added 25 new photos.
15 hours ago
·
พูดมันออกมา แสดงออกมา อย่าไปเกรง อย่าไปกลัวฮะ
เพื่อให้รู้ว่าเราไม่ต้องการส่งต่อสังคมหรือระบบที่บิดเบี้ยวเช่นนี้
ให้คนรุ่นถัดไปอีกต่อไป พวกเราได้อยากสังคมที่เป็นธรรม
ตอนนี้อดีตทหารเกณฑ์จำนวนมาก ออกมาเล่าประสบการณ์
ว่าเจออะไรบ้างในกองทัพ แล้วใครกันแน่ที่ด้อยค่าพวกเค้า
และอีกจำนวนมากใช้แผ่นเสียง “ประเทศกูมี” โพสสนับสนุน
ให้เลือกพรรคประชาชนกันเลยตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม
หวังว่า ’ผู้หลักผู้ใหญ่’ ในกองทัพ จะไม่ให้ใคร
ไปตามคุกคามใครนะคะ คนเรามีสิทธิเสรีภาพในการแสดออก
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดมาแล้ว
#ทหารมีไว้ทําไม #ด้อยค่าทหาร



โจทย์ใหญ่การเมืองไทยในการเลือกตั้ง 69








https://x.com/the101world/status/2011015363795014002


 

Grok AI ของ Elon Musk กำลังถูกสอบสวนในสหราชอาณาจักร เรื่องการสร้างภาพอนาจารของสตรีและเด็ก โดยมีความสามารถในการถอดเสื้อผ้าในภาพออกได้

https://www.youtube.com/shorts/sIENwa1pSig

Grok Facing Investigation Over Digitally Undressing Women And Children

Elon Musk’s Grok AI is facing an official investigation in the United Kingdom over the creation of sexualized images of women and children. Women online had already sounded the alarm about Grok and its ability to create images of this nature. As the issue becomes more and more widespread, high-profile women, including Princess Kate have been targeted.





 

“ยศยิ่งต่ำ ราคาที่กองทัพต้องจ่ายจะยิ่งถูกลง ทหารเกณฑ์หนึ่งคนตาย ไม่ต้องตอบคำถามอะไร แต่ถ้านายพัน นายพลตาย ราคาที่ต้องจ่ายมันมากกว่านั้น จึงไม่แปลกที่จะส่งทหารยศต่ำไปตายที่แนวหน้า” บทความนี้เหมาะกับคนที่รักทหารแบบสุดอกสุดใจ



Death Hierarchy : ราคาชีวิตของ ‘พลทหาร’ ถึงเวลาทบทวนความสูญเสียในสนามรบ

13 มกราคม 2569
ประชาไท

รายงาน : รวิวรรณ รักถิ่นกำเนิด, ดลวรรฒ สุนสุข และ สพล ตัณฑ์ประพันธ์

อินโฟกราฟิก : ณขวัญ ศรีอรุโณทัย

20 ปี คือ อายุที่น้อยที่สุดของทหารที่ตายจากการปะทะกับกองทัพกัมพูชาในรอบหลายวันที่ผ่านมา ตลอดการรบพุ่งสองระลอก ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม และธันวาคม 2568 มีทหารเสียชีวิตไปแล้วกว่า 42 นาย ช่วงที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ 25 และ 27 กรกฎาคม เสียชีวิตวันละ 7 นาย ทั้งหมดเป็นทหารชั้นประทวน ที่มียศสุดท้ายคือ จ่าสิบเอก ในขณะที่นายทหารสัญญาบัตรคือเหล่านักเรียนนายร้อยที่รับราชการด้วยยศเริ่มต้นที่สูงกว่าเพื่อปูทางไปสู่การเป็นนายพลนายพันในกองทัพ [1]

12 ล้านบาท คือ มูลค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินที่ครอบครัวของทหารเกณฑ์ที่เสียสละได้รับ จากการพลีชีพในสนามรบในระลอกล่าสุด ซึ่งหากคำนวณตามเกณฑ์ “มูลค่าของชีวิตเชิงสถิติ” (VSL) ของชายไทยในตลาดแรงงาน [2] ซึ่งเป็นวิธีคิดค่าชดเชยเฉลี่ยที่ใช้แพร่หลายในแวดวงเศรษฐศาสตร์ และเป็นมาตรวัดสากลในการคำนวณค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตที่เหมาะสม กลับพบความจริงที่น่าใจหายว่า ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแรงงานถึง 3 เท่า ซึ่งตามเกณฑ์ควรจะอยู่ที่ประมาณ 33 - 39 ล้านบาท ซึ่งขอย้ำก่อนว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่รายได้จากเงินเดือน แต่เป็น “มูลค่าชีวิตของแรงงาน” ต่อสังคม

ยิ่งไปกว่านั้น หากลองจินตนาการว่าหากผู้เสียสละเหล่านี้มีโอกาสสอบเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตร และรับราชการไปจนเกษียณอายุ ผลประโยชน์รวมทั้งเงินเดือนและบำนาญตลอดช่วงชีวิตจะมีมูลค่าสูงถึง 41 - 50 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่ามูลค่าการสละชีพในฐานะทหารเกณฑ์ชั้นผู้น้อยถึง 3 - 4 เท่าตัว

เปรียบเทียบมูลค่าเงินตอบแทนสำหรับทหาร แยกตามกรณีต่างๆ



(ดูตัวเลขประมาณการมูลค่าเงินชดเชยที่ทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกัมพูชาได้รับ เทียบกับกรณีอื่นเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ในเมื่ออธิปไตยถูกนิยามว่าประเมินค่าไม่ได้ แต่ทำไมค่าตอบแทนของเหล่าแนวหน้าผู้รักษาอธิปไตยกลับถูกประเมินไว้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นนับเท่าตัว? ความไม่เท่ากันของมูลค่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากวิธีคิดที่ว่า กำลังพลชั้นประทวนคือ “'ทรัพยากรราคาถูก” ที่เรียกมาได้ผ่านระบบการเกณฑ์ทหาร ที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องสะท้อนผ่านจำนวนชายไทยที่ถูกเกณฑ์ไปเสี่ยงตาย เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 9 หมื่น - 1 แสนคน ลดหลั่นมากน้อยกันไปในแต่ละปี และไม่มีแนวโน้มจะลดลง ในวันที่การรบหลายสมรภูมิถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี คำถามที่เกิดขึ้นคือ เหตุใดหลักนิยมการรบไทยจึงยังใช้กำลังพลชั้นผู้น้อยเข้าไปรบระยะประชิด
 
ความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน ของทหารชั้นผู้น้อย

Death Hierarchy แนวคิดว่าด้วยการจัดลำดับชั้นการตายของผู้คนที่ถูกให้ความสำคัญแตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยมักจะเกี่ยวเนื่องกับการให้คุณค่าทางสังคม และความสัมพันธ์ทางอำนาจ แนวคิดเรื่องลำดับชั้นการตายมักถูกใช้มาเป็นกรอบในการศึกษาอัตราการตาย (Mortality Rate) ในสนามความขัดแย้งที่มีการพุ่งรบ Yagil Levy (2020) นักสังคมวิทยาชาวอิสราเอลศึกษาลำดับชั้นการตายของทหารอิสราเอล Levy พบว่า การตายในสงครามของทหาร สัมพันธ์กับโครงสร้างอำนาจในกองทัพ ทหารชั้นผู้น้อยจะถูกประเมินค่าต่ำกว่าทหารยศสูงที่มีภูมิหลังทางการศึกษาและความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกองทัพ ยิ่งทหารเหล่านั้นเข้าใกล้ศูนย์กลางอำนาจมากเท่าไร คุณค่าในการรักษาชีวิตจะยิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นในสนามรบคนที่ตายจึงมีแต่ชั้นผู้น้อย

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักวิชาการอิสระ ที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร อธิบายถึงวิธีคิดทางการรบของระบบทหารว่า แทบจะเป็นวิธีคิดเชิงสถาบันของทุกกองทัพในโลกรวมถึงไทย กองทัพสมัยใหม่ของไทยรับแนวคิด (Doctrine) การจัดรูปแบบกองทัพมาจากสหรัฐอเมริกาแทบจะ 100% กระทั่งการมีโรงเรียนเตรียมทหารก็รับจารีตการสอนมาจาก West Point ในยุคที่สหรัฐฯ ยังมีการเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามต่างๆ ขณะที่ปัจจุบันการเกณฑ์ทหารของสหรัฐฯ ถูกยกเลิกไปหลังจบสงครามเวียดนาม และยกเลิกอย่างเป็นทางการในปี 1973 เปลี่ยนมาใช้ระบบทหารอาชีพ แต่ยังคงไว้ซึ่งกำลังพลสำรอง ในขณะที่ไทยยังคงยึดถือจารีตเดิมไว้อย่างเคร่งครัด

ความแข็งตัวของลำดับชั้นยศในกองทัพไทยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านการจัดกำลังพลรูปแบบพิรามิด ทหารเกณฑ์ ทหารชั้นประทวน จะอยู่ท้ายสุดของลำดับชั้นที่วัดกันผ่านบั้งบนบ่า ทหารยศต่ำที่อยู่ลำดับท้ายสุดจะถูกส่งไปแนวหน้า เพราะไม่ต้องบังคับบัญชาอะไร ทำหน้าที่เพียงรับคำสั่งและถือปืนไปรบ และหากพวกเขาตายในสนาม ก็มีกำลังพลเพียงพอที่จะเติมเข้าไป เพราะถูกเกณฑ์มาแล้ว แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีประสบการณ์การรบในสนามจริงมาเลยก็ตาม เราจึงเห็นภาพของทหารที่ตายจำนวนมากเป็นพลทหารที่ผ่านการฝึกหลักเดือน บางคนอยู่ในวัยที่พวกเขาควรจะเรียนมหาวิทยาลัย

ในทางเศรษฐศาสตร์ การส่งทหารชั้นผู้น้อยไปรบในสนามนั้นคือต้นทุนที่ ‘ถูกที่สุด’ ของการรบ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่คำนวนออกมาเป็นตัวเงิน หรือต้นทุนทางการเมือง สุภลักษณ์วิเคราะห์ต่อว่า ในแง่ของรายจ่าย พลทหารไม่ใช่ข้าราชการ เงินเดือนคงที่ จนกว่าจะปลดประจำการ เฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท ไม่มีสวัสดิการที่รัฐต้องดูแลระยะยาว ที่สำคัญหากตายระหว่างการรบ โครงสร้างอำนาจในสายบังคับบัญชาจะไม่เปลี่ยนรวมถึงในแง่ของการบังคัญบัญชา หากนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาตาย ขวัญกำลังใจระหว่างการรบก็อาจสั่นคลอน

สุภลักษณ์ตั้งข้อสังเกตต่อว่า สิ่งที่เน้นย้ำถึงการจัดกำลังคนบนความคุ้มค่าในงบประมาณกองทัพแสดงออกอย่างเด่นชัดเรื่อผ่านการเลือกใช้ ‘คน’ ไปรับกระสุนบุกดงระเบิดแทน ‘เทคโนโลยี’

ตัวอย่างสำคัญ คือ การใช้ทหารพรานเข้าไปลาดตระเวนในพื้นที่รอยต่อเขตแดนแทนการใช้โดรนลาดตระเวน ( Surveillance Drone) เพราะกองทัพมองว่าต้นทุนที่เป็นมนุษย์มีราคาต่ำกว่ายุทโปกรณ์ราคาหลักหลายล้านบาท แม้ท้ายที่สุดชุดลาดตระเวนจะพลาดเหยียบทุ่นระเบิดก็ตาม

“ยศยิ่งต่ำ ราคาที่กองทัพต้องจ่ายจะยิ่งถูกลง ทหารเกณฑ์หนึ่งคนตาย ไม่ต้องตอบคำถามอะไร แต่ถ้านายพัน นายพลตาย ราคาที่ต้องจ่ายมันมากกว่านั้น จึงไม่แปลกที่จะส่งทหารยศต่ำไปตายที่แนวหน้า”

ปัจจุบันกองทัพทั้งสามเหล่ามีโดรนสำหรับการรบหลายประเภทแต่ เน้นหนักไปที่โดรนโจมตี ในขณะที่โดรนลาดตระเวน กองทัพไทยใช้ DP-20 ในการลาดตระเวน เข้าไปในฝั่งกัมพูชา แต่โดนยิงตกที่ปอยเปตเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 68 จุดอ่อนประการหนึ่งของโดรนรุ่นนี้คือขนาดที่ยังใหญ่และต้องมีรันเวย์ขึ้นบิน แม้จะมีข้อที่ตรงที่สามารถบังคับสั่งการจากระยะไกลได้ ที่ผ่านมาจึงอาศัยการประยุกต์โดรนพาณิชย์เข้าไปใช้กับการลาดตระเวน แต่ข้อเสียคือ ต้องบังคับในระยะใกล้

ดังนั้นสิ่งที่กองทัพควรคิดต่อหากจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้รักษาชีวิตคนอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับความสูญเสียตรงหน้า คือ การพัฒนาใช้โดรนตรวจการณ์ (Surveillance Drones) เพื่อบินลาดตระเวนแทนการเดินเท้า สำรวจเส้นทางและข้าศึก ร่วมกับโดรนไลดาร์ (Drone LiDAR) ใช้สำหรับทำแผนที่ภูมิประเทศ (Mapping) อย่างละเอียด เพื่อให้เห็นสภาพพื้นที่จริงโดยไม่ต้องส่งคนเข้าไปสำรวจ



ติดหล่มชั้นยศ เทคโนโลยีการรบ มีไว้ประดับบารมี

1:1 คือ อัตรากำลังพลที่ถูกส่งออกไปต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามในการปะทะกันของไทยกับกัมพูชาระลอกนี้ คิดบนฐานที่ว่า พลรบหนึ่งคนมีประสิทธิภาพการสังหารฝั่งตรงข้ามหนึ่งคนเป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นวิธีคิดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทหารมีเพียงปืนกลบรรจุกระสุนและระเบิดมือ แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการบจะรุดหน้าจนในบางสมรภูมิแทบไม่จำเป็นที่ต้องใช้มนุษย์ในการปะทะด่านหน้า แต่กองทัพไทยยังคงใช้กำลังพลเกือบเต็มรูปแบบในทุกปฏิบัติการ

ดร.ชัชฎา กำลังแพทย์ นักวิชาการอาคันตุกะ National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS), Japan ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมทางการทหาร วิเคราะห์ปฏิบัติการรบของกองทัพไทยว่า ไทยรับเอาเทคโนโลยีการรบด้วยเครื่องจักรแทนมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยเฉพาะรับการถ่ายทอดทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกองทัพสหรัฐฯ และปัจจุบันเทคโทโลยีทางการรบที่ไทยใช้ได้ดี และมีความพยามจะใช้แทนที่คน คือ การสำรวจและควบคุมการโจมตีระยะไกลด้วยระบบ C41I สั่งการด้วยมนุษย์ แต่มีปัญหาประดิษฐ์ช่วยชี้เป้าและโจมตี เช่น อากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone Capability) ซึ่งกองทัพไทยมีหน่วยงานที่พัฒนาเทคโนโลยีคือ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI)

ชัชฎาตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพไทยก่อรูปขึ้นมาโดยวางรูปแบบการรบโดยใช้กำลังพลเป็นหลัก เห็นได้จากการคงระบบเกณฑ์ทหารไว้ ซึ่งหมายถึงการมีพลทหารสำหรับออกรบในมือจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งที่ควบคุมกำลังพลเหล่านี้คือระบบการบังคับบัญชา แต่ในทางกลับกัน กองทัพในหลายประเทศที่ใช้ระบบทหารอาชีพจะถูกจำกัดด้วยกำลังพล การรบจึงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและรักษาชีวิตทหารไว้ให้มากที่สุดเพราะมีกำลังคนจำกัด ส่วนทหารอาชีพที่รับเข้ามาก็ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในระดับสูง เช่น วิศวกรรมเฉพาะด้าน

ในขณะที่กองทัพไทย แม้จะพยายามเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ แต่สิ่งทำให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การรบแบบเทคโนโลยีเต็มสูบไม่สามรถเกิดขึ้นจริงได้ หรือเป็นอย่างขยักหย่อน คือ ‘ระบบราชการ’ ที่แข็งตัว ให้ความสำคัญลำดับชั้นยศมากกว่าความเป็นมืออาชีพ ดังนั้นจึงแทบจะพูดได้เต็มปากว่า กองทัพไทยรับเอาเทคโนโลยีทางการทหารเข้ามาเพื่อเพิ่มแสนยานุภาพทางทหาร เพิ่มความน่าเกรงขาม แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้จริง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นจากการมียุทโธปกรณ์จำนวนมากคงค้างจนตกรุ่น เหตุเพราะไม่มีบุคลากรที่มีศักยภาพพอที่จะใช้ ทำให้ในหลายปฏิบัติการจึงยังต้องใช้ทหารราบเข้าไปรบแทน

“นวัตกรรมทางทหารจำนวนมากล้มเหลว ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีไม่พร้อม แต่เพราะองค์กรไม่สามารถปรับโครงสร้างการตัดสินใจ การบังคับบัญชา และวัฒนธรรมภายในให้รองรับรูปแบบการรบใหม่ได้” ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมทางการทหาร ระบุ
หากดึงดันจะนิยมการรบ ต้องยกเลิกหลักนิยมส่งคนไปตายแทน

“งาน เงิน คน” คือสามเสาค้ำยันระบบราชการไทย กองทัพคือราชการ การมีกำลังคนในมือหมายถึงตัวเลขงบประมาณที่ไหลเวียนในองค์กร และปริมาณคนใต้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้ สำหรับ ดร.ชัชฎา การเปลี่ยนผ่านรูปแบบองค์กรของทัพ คือความท้าทายที่หนักที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีใดๆ ที่ประดังเข้ามา เพราะเทคโนโลยีโดยตัวมันเองคือการแทนที่มนุษย์ หากแต่กองทัพไทยไม่ยอมให้เกิดสิ่งนั้น เพราะหากกำลังพลในมือหายไป นั่นหมายถึงสามเสาหลักของระบบราชการที่ค้ำยันอำนาจจะสั่นคลอนไปด้วย

ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ที่สุด คือ ภาคการเมือง ที่จะต้องเข้าไปเปลี่ยนวัฒนธรรมของกองทัพ ซึ่งเธอเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

เช่นเดียวกับสุภลักษณ์ที่เน้นย้ำว่า หลักนิยมการรบของกองทัพไทยที่เน้นกำลังพลจากทหารเกณฑ์ สุดท้ายจะถึงทางตัน เพราะต้องอย่าลืมว่ากองทัพยิ่งมีขนาดใหญ่ ใช้กำลังพลและงบประมาณมหาศาลในการรบแต่ละวันหลักพันล้าน หมายถึงงบประมาณประเทศที่ร่อยหรอลงไป หากมองในระยะยาว ไทยเข้าสู่สภาวะที่คนเกิดน้อยลง นั่นหมายถึง ประเทศจะกำลังจะมีคนหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปรบน้อยลงด้วย ยังไม่นับว่าพลทหารเหล่านี้ไม่ใช่ทหารอาชีพ อย่างไรเสียความคุ้มค่าทางการรบย่อมเทียบไม่ได้กับการส่งคืนสู่ตลาดแรงงาน

การปะทะใหญ่ของกองทัพไทยและกัมพูชาระลอกนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญครั้งใหญ่ให้หลายฝ่ายทบทวนถึงบทบาทและวิธีคิดทางทหารของกองทัพไทย เราจะจัดวางชีวิตคนในสนามรบออย่างไร ชีวิตพลทหารที่เสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่กับสิ่งที่ได้กลับคืนมา ในโลกที่เทคโนโลยีทางการรบก้าวหน้าพอที่จะรักษาชีวิตทหารชั้นผู้น้อยได้ แต่กองทัพไทยยังคงเลือกส่งคนออกไปตายที่แนวหน้า

____________________________________

[1] กลาโหมเปิดเผยล่าสุดปี 2566 กองทัพมีกำลังพลทั้งสิ้น 4 แสนนาย บรรจุเป็นราชการทหารกระจายอยู่ตามส่วนงานของกองทัพทั่วประเทศ บุคลากรเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งออกไปรบแต่อย่างใด และหากรับราชการจนครบอายุ รัฐบาลก็ยังต้องเลี้ยงดูกำลังพลในกองทัพต่อไปจนสิ้นอายุขัย

[2] ตัวเลข VSL อ้างอิงแบบจำลองมูลค่าชีวิตเชิงสถิติที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ด้านเศรษฐศาสตร์ (Witvorapong & Komonpaisarn, 2020) และปรับมูลค่าตัวเงินเทียบเท่ากับระดับราคาในปี 2567 นอกจากนี้ งานศึกษาเปรียบเทียบทีได้รับการตีพิมพ์ในต่างประเทศประเมินว่า VSL ของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 32.5 ล้านบาท (Viscusi & Masterman, 2017)

https://prachatai.com/journal/2026/01/116205




นายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์ กล่าวชัด : "หากเราต้องเลือกระหว่างสหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กในตอนนี้ เราจะเลือกเดนมาร์ก กรีนแลนด์จะไม่ตกเป็นของสหรัฐอเมริกา กรีนแลนด์จะไม่ถูกปกครองโดยสหรัฐอเมริกา กรีนแลนด์จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา"





 

จากข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐอิหร่านคนหนึ่ง ที่รอยเตอร์นำมาโพสต์ ในเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,000 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ






 

ICE หน่วยงานคล้ายเกสตาโปของอเมริกา กำลังถือกำเนิด การต่อต้านต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน





 

ถาม AI มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่จะช่วยให้ผู้ประท้วงในอิหร่านได้รับชัยชนะ?



For Iran's protesters to win and ultimately achieve a change in the political system, analysts and experts suggest several key conditions are necessary: 

Significant Fissures Within the Security Apparatus: 
The most crucial condition is the ability to compel elements of the security forces (such as the Basij or the Islamic Revolutionary Guard Corps - IRGC) to switch sides or refuse to obey orders to crack down on protesters. The 1979 revolution succeeded partly due to co-opting sections of the armed forces, a comparable split is not yet widely evident.

Organized and Unified Leadership: 
Sustained momentum requires unified organization and mobilization within the country, as opposed to relying solely on exiled political figures or foreign intervention. Protesters need to translate economic grievances and accumulated anger into coherent, unified political demands.

Sustained and Widespread Momentum: 
The protests need to generate enough ongoing momentum across different social classes and all of Iran's provinces to overcome the state's significant advantages in powerful institutions and a loyal constituency.

International Solidarity and Consequences: 
The international community must apply sustained, targeted sanctions against regime officials and diplomatic pressure for human rights, while avoiding actions like military intervention that could backfire and generate a "rally-around-the-flag" effect that unifies the regime. Tehran appears reassured by the current lack of consequences for its human rights abuses.

Information Flow: 
The ability to maintain internet access and communication, which the regime has repeatedly cut off to disrupt coordination, is vital for protesters to organize and for the world to witness the crackdown.
 
Currently, the structural realities still largely favor the regime, which has shown a willingness to use advanced suppression techniques and lethal force with no self-imposed limits on killing its own people.

(Google Translate)

เพื่อให้ผู้ประท้วงในอิหร่านประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขสำคัญหลายประการดังนี้:

ความแตกแยกอย่างมีนัยสำคัญภายในหน่วยงานด้านความมั่นคง: 
เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางส่วน (เช่น กองกำลังบาซิช หรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม - IRGC) เปลี่ยนข้างหรือปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งในการปราบปรามผู้ประท้วง การปฏิวัติปี 1979 ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งเนื่องจากการดึงเอาบางส่วนของกองทัพมาอยู่ฝ่ายตน แต่ความแตกแยกในลักษณะเดียวกันนี้ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างกว้างขวาง

ความเป็นผู้นำที่มีการจัดระเบียบและเป็นเอกภาพ: 
การรักษาโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบและการระดมพลที่เป็นเอกภาพภายในประเทศ แทนที่จะพึ่งพาบุคคลทางการเมืองที่ลี้ภัยหรือการแทรกแซงจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ผู้ประท้วงจำเป็นต้องเปลี่ยนความไม่พอใจทางเศรษฐกิจและความโกรธแค้นที่สะสมมาให้กลายเป็นข้อเรียกร้องทางการเมืองที่สอดคล้องและเป็นเอกภาพ

โมเมนตัมที่ยั่งยืนและแพร่หลาย: 
การประท้วงจำเป็นต้องสร้างโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสังคมต่างๆ และทุกจังหวัดของอิหร่าน เพื่อเอาชนะข้อได้เปรียบที่สำคัญของรัฐบาลในด้านสถาบันที่มีอำนาจและฐานเสียงสนับสนุนที่ภักดี

ความสามัคคีและผลกระทบระหว่างประเทศ: 
ประชาคมระหว่างประเทศต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่องและเจาะจงต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและใช้แรงกดดันทางการทูตเพื่อสิทธิมนุษยชน ในขณะที่หลีกเลี่ยงการกระทำเช่นการแทรกแซงทางทหารที่อาจส่งผลเสียและสร้างผลกระทบ "รวมใจเป็นหนึ่งเดียว" ที่ทำให้รัฐบาลแข็งแกร่งขึ้น รัฐบาลเตหะรานดูเหมือนจะมั่นใจในความไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปัจจุบัน

การไหลเวียนของข้อมูล: 
ความสามารถในการรักษาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร ซึ่งรัฐบาลได้ตัดการเชื่อมต่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขัดขวางการประสานงาน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประท้วงในการจัดระเบียบและเพื่อให้โลกได้เห็นการปราบปราม

ปัจจุบัน ความเป็นจริงเชิงโครงสร้างยังคงเอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะใช้เทคนิคการปราบปรามขั้นสูงและกำลังร้ายแรงโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการสังหารประชาชนของตนเอง



บทสัมภาษณ์ Crown Prince of Iran Reza Pahlavi จาก CBS เมื่อถูกถามว่า เขาควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการสูญเสียชีวิตของผู้ที่ออกมาประท้วงด้วยหรือไม่(จากการเรียกคนให้ออกมาประท้วง) Pahlavi หลีกเลี่ยงที่จะตอบโดยตรง (มีคลิปสัมภาษณ์เต็ม)

https://www.youtube.com/watch?v=pzqpitnbzng

Reza Pahlavi on whether he bears some responsibility for Iran protester deaths: "War has casualties"

CBS News

Jan 12, 2026

As exiled Crown Prince of Iran Reza Pahlavi encourages people in Iran to protest, the death toll is rising. When asked by CBS News' Norah O'Donnell if he bears some responsibility for the loss of life, Pahlavi dodged the question by saying, "The regime is going to try and brutalize its citizenry as it has always done."


https://www.youtube.com/watch?v=Qredqr9OVLw

Exiled Crown Prince Reza Pahlavi says he's willing to die for Iranian cause

CBS News

Jan 12, 2026
Exiled Iranian Crown Prince Reza Pahlavi tells Norah O'Donnell that despite not stepping foot in the country for 50 years, he's willing to die for Iran.


https://www.youtube.com/watch?v=1UebcjJDpf8

Full Interview: Exiled Iranian Crown Prince Reza Pahlavi

CBS News

Jan 12, 2026

Exiled Iranian Crown Prince Reza Pahlavi speaks with Norah O'Donnell about the deadly anti-government protests gripping Iran and President Trump leaving a possible U.S. military intervention on the table. Plus, why Pahlavi is stepping in "to lead this period of transition."