วันศุกร์, สิงหาคม 01, 2557

ตั้ง สนช ทหาร-ตร 114 อีก 86 เป็น ขรก. พลเรือน +อื่นๆ นี่ผิด รธน ม.7 ไหม?



ตั้ง สนช ทหาร-ตร 114
อีก 86 เป็น ขรก พลเรือน+อื่นๆ
http://goo.gl/jPcfFG
.
นี่ผิด รธน ม.7 http://bit.ly/1ry00af
ที่ให้หลากหลายทุกภาคส่วนไหม


มาตรา ๗ การถวายคําแนะนําเพื่อทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้คํานึงถึงความรู้ความสามารถ ความหลากหลายของบุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคมภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สรุปผลงาน 2 เดือน คสช. - ข่าวไทยรัฐ VS อาณาจักรไบกอน Returns


คสช.สรุปผลงาน 2 เดือน ผ่านฉลุยทุกด้าน


คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สรุปผลการปฏิบัติงาน เดือนที่ 2 ผลงานเป็นที่น่าพอใจในทุกๆ ด้าน ประกอบด้วย ด้านฝ่ายบริหารจัดการน้ำ ด้านฝ่ายกฎหมายและยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและความมั่นคง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 ก.ค.57 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้สรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2 ในรายการ "เดินหน้าประเทศไทย" ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มีใจความบางตอนว่า ที่ผ่านมา 2 เดือน ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในด้านต่างๆ เช่น

ด้านฝ่ายบริหารจัดการน้ำ จะมีการสรุปแผนบริหารน้ำ โดยจะแถลงในเดือนตุลาคม พ.ศ.2557 โดยทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเร่งแผนงานน้ำปี 57 และประเมินน้ำต้นทุนมีน้อย พร้อมเตรียมกักเก็บน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการเกษตร

ด้านฝ่ายกฎหมายและยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ปราบปรามการค้ามนุษย์ แก้กฎหมายการทวงหนี้ หยุดยาเสพติด และอาวุธสงคราม โดยการแก้ไขปัญหาด้านฝ่ายกฎหมายและยุติธรรม ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ส่งผลให้การทำงานเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตั้งแก๊งทวงหนี้ รวมถึงคดียาเสพติดและอาวุธสงคราม ได้เป็นจำนวนมาก

ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย แก้ไขปัญหาปากท้อง สินค้าเกษตร แก้ไขปัญหาข้าวอย่างยั่งยืน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการลงทุน 2 แสนล้านบาท และลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดา/ นิติบุคคล /คงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7%

ด้านสังคมและความมั่นคง ประกอบด้วย แรงงานต่างด้าว จัดระเบียบรถตู้ และจับอาวุธสงคราม ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ได้กวดขัน และจับแก๊งรถตู้เถื่อน รวมถึงอาวุธสงคราม และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ โดยที่ผ่านมาผลงานก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ

...

อาณาจักรไบกอน Returns...

น่าปลื้มใจแทนคนไทยนะครับ!
สรุปผลงาน 2 เดือน คสช.

- ห้ามกดไลค์ให้กดแชร์แข่งกับ คสช.ทางทีวี (กลัวการต่อต้าน)
- ทหาร ค้ายาบ้า ถูกจับได้รายวัน (สั่งห้ามแถลงข่าว)
- ทหาร อนุมัติบ่อนไก่ ภายใต้อำนาจ คสช. ( หากินกับชาวบ้าน)
- คสช. สั่งสอบสื่อมวลชน เพราะลงปกไม่ถูกใจ (ออกหนังสือเตือน)
- ทหาร ตรวจค้นแฟลตตำรวจ ปส. (หมั่นใส้จับพวกกูบ่อยไป)
- ทหาร ถือปืนยืนคุม เวลาที่ประชาชน ไปทำบัตรประชาชน
- คสช. ส่งทหารประจำการโรงพักชั้นนำ ควบคุมสอดส่อง จนท.ตำรวจ (แย่งหน้าที่ตำรวจทำงาน)
- ทหาร ควักจู๋โชว์นักข่าวช่อง 9 ในห้องแต่งตัว แล้วกระโดดกำแพงหนีไป
- คสช. อนุมัติ งบสร้างโรงพัก 396 แห่ง รอบ 2 แถมบวกเพิ่ม
- ทหาร ข่มขืนเด็กนักเรียน
- ทหาร ขออึ๊บสาวผ่านเฟส

- คสช. คืนความสุขให้คนดูบอล และอาร์เอส (กี่ร้อยล้านจำไม่ได้)
- คสช. จ้างสำนักโพล ทำสำรวจ อวยตัวเอง ว่าเหมาะนั่งนายก (โยนหินถามทาง)
- คสช. ไม่เร่งรัดคดี ปรส 800,000 ล้าน ปล่อย คนชั่วให้ลอยนวล
- คสช. แต่งเพลง propaganda และซื้อโฆษณาบนรถเมล์ กับเครือข่ายพรรคพวก
- ทหาร ข่มขู่เด็ก อาทิ เนติวิทย์ และ นักศึกษาที่แจกแซนวิช เป็นต้น
- ทหาร จับคนเล่นการพนันแถลงข่าว แต่ภาพทหารเล่นพนันว่อนเน็ต
- คสช. จัดระเบียบบ่อนเถื่อน ให้มาจ่ายที่ทหารแทนตำรวจ อิอิ
- คสช. เรียกรับเงินค่าเป็น สนช. (ประยุทธ์บอกเองว่ารู้ตัวแล้ว)
- คสช. ย้ายประภัสร์ เพราะขุมทรัพย์ที่ดิน รฟท.
- คสช. สั่งเก็บส่วยวินมอเตอร์ไซค์
- คสช. สั่งเก็บส่วยรถตู้
- คสช. คืนตำแหน่งหมอพรทิพย์ ผู้มีส่วนได้เสียในการชันสูตรพลิกศพเสื้อแดง ปี 53
และยังเป็นคนออกมายืนยัน GT200 ว่าใช้การได้ และเคยเป็น กรรมการ ศอฉ. ที่สังยิงเสื้อแดงปี 53
- คสช. อนุมัติ BOI 18 โครงการ 1.2 แสนล้าน (ชักโครงการละ 5 %พอ)
- คสช. อนุมัติตัดถนน 3 กม. 2,900 ล้านบาท ผ่านป่าทับลาน
- คสช. ไม่สามารถจัดการขบวนการโจรก่อการร้าย 3 จว.ใต้ได้
- คสช. ย้ายข้าราชการโดยมิชอบ จำนวนมาก
- คสช. จัดซื้อเรือดำน้ำเก่า

- คสช. จัดซื้ออาวุธหลายพันล้านบาท (ชักกี่%ไม่รู้) อาทิ งบปืนสู้อากาศยานระยะกลาง-ไกล
2,588 ล้านบาท
- คสช. สั่ง ศธ.ทำสมุดความดี และโครงการโง่ๆ มากมาย
- คสช. ยกเลิก 30 บาท เตรียมทำระบบร่วมจ่ายขูดรีดปชช.
- ทหาร กร่างชักดาบค่าข้าวต้ม
- คสช. เปลี่ยนระบบการคัดเลือก ผบ.ตร.เอาทหารมาเสือก
- คสช. จัดโครงการ ดูหนังฟรี ภาษีพวกกู โกงภาษีให้หม่อมง่าว
- คสช. กระตุ้นนักท่องเที่ยว หายวูบกว่า 70%
- คสช. มาบริหารจน NPL พุ่งสูงขึ้น
- คสช. จ่ายเงินเดือนองค์กรอิสระ ที่ไม่ทำงาน

- คสช. ทำให้เกิดปัญหาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- คสช. เตรียมเอาหวยใต้ดินมาปัดฝุ่น เอื้อประโยชน์พรรคพวก
- คสช. จัดการราคาลอตเตอร์รี่ ให้เหลือ 80 บาทไม่ได้
- คสช. ไม่สามารถจัดการเรื่องราคายางพาราตกต่ำได้
- คสช. ตรวจสอบข้าว ปรากฎข้าวหาย 9 หมื่นกระสอบเพราะทหาร
- องค์การคลังสินค้า บอกข้าวไม่หาย อ้าว ป.ป.ช. ทำไงดี ?
- คสช. จับคนเห็นต่างเข้าคุก ยัดคดีหมิ่น ม.112 (คดีเพิ่ม300%)
- คสช. เรียกประชาชนกว่า ห้าร้อยคนเข้ารายงานตัว
- คสช. บุกไปเชิญตัวคนถึงบ้าน ให้มารายงานตัวหลายร้อยคน
- คสช. บุกค้นบ้านประชาชนยามวิกาลนับร้อยคน
- คสช. ปลดบอร์ดพลังงานหลายแห่ง ตั้ง คสช.ไปนั่ง
- คสช. ปลดบอร์ดการบินไทย ตั้งคนของตัวเอง

- คสช. เตรียมปลด จนท.การบินไทย 900 อัตรา (สมนํ้าหน้า)
- คสช. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท ขาดดุล 5 แสนล้าน
- คสช. ตั้งพี่สาวนายปณิธาน วัฒนายากร ขึ้นเป็นปลัดไอซีที
- คสช. โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 3 ล้านล้านบาท (กำลังดูว่าจะแดกยังไงบ้าง)
- คสช. กู้เงินมาจ่ายจำนำข้าว 90,000 ล้านบาท และไม่รู้จะขายยังไง
- คสช. เก็บภาษีไม่ตรงตามเป้า งบร่อยหรอเตรียมออกพันธบัตร
- คสช. โครงการบริหารจัดการน้ำยั่งยืน 4.4 ล้านล้านบาท
- คสช. โครงการจัดการน้ำเฉพาะภาคอีสาน 2.2 ล้านล้าน
- คสช. ตกแต่งทำเนียบรอรับบาลใหม่ 250 ล้านบาท
- คสช. โครงการศึกษาทางไกล ร.ร.วังไกลกังวล 1,300 ล้านบาท
- คสช. ค่าเชื้อเพลิง ซ่อมบำรุง ฯลฯ รถเมล์ ขสมก. 4,400 ล้านบาท
- คสช. โครงการอนุรักษ์พลังงาน 400 ล้านบาท
- คสช. กรมประมง กำจัดโรค "กุ้งตายด่วน" 96 ล้านบาท
- คสช. บอร์ด BOI โครงการส่งเสริมการลงทุน 15 โครงการ 51,226.5 ล้านบาท
- คสช. จัดซื้อรถเมล์ 3,500 คัน (คันละ 4 ล้านบาท) เท่ากับ 14,000 ล้านบาท
- คสช. คืนตำแหน่งพัชรวาท น้องชายประวิตร วงศ์สุวรรณ
- คสช. ทำ App * Army Sticker ล้วงข้อมูลผู้ใช้เน็ต

- คสช. หารือแนวทางการปกครองประเทศกับรัฐบาลทหารพม่า
- คสช. ยกเลิกการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ให้สรรหา เปิดโอกาสให้เกิดการคอรัปชั่น
ในระดับท้องถิ่นและตรวจสอบไม่ได้
- คสช. ร่วมยินดีวันเกิดชวน ส่งลิ่วล้อไปปลดรูปงานวันเกิดทักษิณ เพื่อความปรองดอง ?
- คสช. สั่ง กต.เดินสายโกหกรอบโลก แล้วกลับมาแถลงโกหกปชช.ไทย
- คสช. จัดทหาร ร่วม ก.ทรัพฯ ยึดชายหาดภูเก็ต จากร้านค้า
- คสช. ออกรัฐธรรมนูญ ชั่ว-คาว นิรโทษกรรมตัวเอง
- คสช.สั่งยกเลิก สามโครงการ sml กองทุนหมู่บ้าน
- คสช.ออกแถลงการณ์เรื่องให้รื้อสิ่งปลูกสร้างรุกลํ้าริมคลองทั่วกทม. (นั่นหมายถึงคนจนอาศัยอยู่)
- คสช.ยกเลิกสองล้านล้านรถไฟความเร็วสูง แต่เพิ่มเป็น 2.4 ล้านล้าน ได้รถไฟรางคู่แทน


ผลงานที่พระคุณเจ้าทิ้งไว้ให้พี่น้องไทยดูต่างหน้า สาธุ




ที่มา FB Kasian Tejapira
...

สาระ+ภาพ: การอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างๆ ของ คสช.



ที่มา ประชาไท

การอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างๆ โดยที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ถึง 28 กรกฎาคม 2557 มีรายละเอียดดังนี้

17 มิ.ย. 2557 - ภายหลังจากที่ คสช. อนุมัติช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว ต่อมาวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. แถลงปิดบัญชีหนี้้ค้างชำระโครงการจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 ให้ชาวนา 838,538 ราย รวม 89,931 ล้านบาท โดยมาจากเงินสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และ การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ (ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย [1], [2], ไทยพับลิกา)

17 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ 5.8 แสนราย ซึ่งเป็นโครงการตกค้างในการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2555 และปี 2556 จนถึงปัจจุบัน (เว็บไซต์รัฐบาลไทย, ผลการประชุม คสช. 24 มิ.ย. 2557)

24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 8,357 ล้านบาท ให้โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จำนวน 396 โครงการ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์)

24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบกลาง 96 ล้านบาท ให้กรมประมง กระทรวงเกษตรจัดหาพันธุ์กุ้ง แก้ปัญหาโรคกุ้งตายด่วนให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง

28 มิ.ย. 2557 - คสช. ให้ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณด้านบริหารจัดการน้ำในปีงบประมาณ 2557 ที่ค้างอยู่ 17,000 ล้านบาท ไปดำเนินการแก้ไขน้ำท่วมให้ทันปีงบประมาณ 2557 โดยงบประมาณก้อนนี้ให้กันไว้ 3,000 ล้านบาทเพื่อใช้จ่ายในปี 2558

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลอง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง (ที่มา: สำนักข่าวไทย)

4 ก.ค. 2557 - อนุมัติให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ใช้งบประมาณ 2,455 ล้านบาทเศษ ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 นี้ใช้งบกลางของรัฐบาล สำหรับงบประมาณปี 2558 - 2560 ให้บรรจุไว้ในงบประมาณปกติของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป (เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์)

9 ก.ค. 2557 - คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบช่วยเหลือชาวนาฤดูกาลผลิต 2557/58 โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตให้เกษตรปลูกข้าวนาปีลงร้อยละ 3 ต่อปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยรัฐบาลเป็นผู้จ่ายชดเชยค่าดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. แทนเกษตรกร คิดเป็นวงเงิน 2,292 ล้านบาท (คาดมีเกษตรเข้าร่วม 3.57 ล้านราย) (ธกส., รายการคืนความสุขให้คนในชาติ, 20 มิถุนายน 2557)

22 ก.ค. 2557 - ที่ประชุม คสช.ได้อนุมัติให้ ขสมก. กู้เงิน เพื่อนำไปชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าเหมาซ่อมสำหรับปีงบประมาณ 2558 จำนวน 4,401 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 2,870 ล้านบาทเศษ และค่าเหมาซ่อม 1,531 ล้านบาทเศษ เพื่อแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และให้เกิดการประหยัดดอกเบี้ยจ่ายกรณีผิดนัดชำระหนี้ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข รายละเอียดต่างๆ ในการกู้เงินตามที่ ขสมก.เสนอ (สำนักข่าวไทย)

22 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 252 ล้านบาท โครงการพัฒนาปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลก ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ เสนอขออนุมัติงบประมาณ โดยอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาล คสช. (ไทยรัฐ)

22 ก.ค. 2557 - คสช.เห็นชอบโครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสนับสนุนงบกลาง 1,300,624,760 บาท เพื่อการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 15,441 โรงเรียน ทั่วประเทศ (เว็บไซต์รัฐบาลไทย)

22 ก.ค. 2557 - ที่ประชุม คสช. อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 119,153,000 บาท ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทุน 300 คน ของปีการศึกษา 2556 และ 2557

ทั้งนี้สำนักงบประมาณได้ให้การสนับสนุนงบประมาณกับทางเอไอทีไปแล้ว 3 ปี คือปี 2553-2555 ต่อมาเอไอทีได้ปรับเปลี่ยนสถานะไปเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีการจัดทำกฎบัตรฉบับใหม่ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 มกราคม 2555 แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันกฎบัตรดังกล่าว และยังไม่มีการออก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่จะให้การรองรับการให้ความคุ้มครองเอไอที ในฐานะองค์การระหว่างประเทศ ทำให้สถานภาพความเป็นนิติบุคคลของเอไอทีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน สำนักงบประมาณจึงเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณให้แก่เอไอทีในฐานะรัฐภาคีสมาชิกได้ ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 56-57 ไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่เอไอที ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งยืนยันสถานภาพของเอไอที และองค์กรต่างๆ ภายใต้เอไอที รวมทั้งคณะกรรมการอำนวยการ มีสถานะตามเดิม และปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พ.ศ.2510 ในเรื่องดังกล่าว คสช.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ไปตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป (เอเอสทีวี)

25 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบผูกพันวงเงิน 200 ล้านบาท ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรและคอมพิวเตอร์ (SMART SME)

28 ก.ค. 2557 - ในรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2 (ห้วงวันที่ 21 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม 2557) มีการรายงานการใช้งบประมาณของ คสช. ในด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเช่น กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด 21 ครั้ง สามารถลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน คิดเป็นมูลค่า 27 ล้านบาท ทั้งนี้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีกค้าส่งกว่า 1,000 ราย ตรึงราคาจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นจำนวน 205 รายการเป็นเวลา 6 เดือน รวมทั้งขอความร่วมมือให้ลดราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จที่ประชาชนนิยมบริโภค 10 รายการอยู่ที่จานหรือ ชามละ 35 – 40 บาท

อนุมัติงบประมาณ 163 ล้านบาท เพื่อกระจายผลไม้ออกสู่ตลาดนอกแหล่งผลิต ได้แก่ ลำไยจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ 74.5 ล้านบาท เงาะและลองกองจากภาคตะวันออก 51 ล้านบาท มังคุดและลองกองจากภาคใต้จำนวน 37.5 ล้านบาท

อนุมัติงบประมาณกว่า 6,160 ล้านบาทให้กับเกษตรกรปลูกยางพารา 112,253 ราย เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ในอัตราไร่ละ 2,520 บาท เฉพาะที่เปิดกรีดแล้ว

ทั้งนี้ยังไม่รวมงบประมาณ ที่ใช้จัดกิจกรรมเสริมสร้างบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ โดย "ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป" ของ กอ.รมน. ภาค 1 – 4 รวม 84,252 ครั้ง จัดทำ MOU ระหว่างผู้นำทางความคิดที่เคยเห็นต่างกันในแต่ละพื้นที่ 177 ฉบับ ครอบคลุมกว่า 403 แกนนำ จัดเวทีเสวนา 176 เวที ครอบคลุม 30,842 หมู่บ้าน


ขอขอบคุณไอเดียคุณ GunGun Buriyer ที่มาของข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, ผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, สรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2, สำนักข่าวไทย และไทยรัฐออนไลน์


อานิสงส์รถไฟรางคู่ที่ "คืนความสุข" ให้กับผุ้ถือหุ้น "ปูนใหญ่" ทั่วหน้า...ต้องขอบคุณคณะรัฐประหาร 2557...


ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย และสื่อ...

ถึงที่สุด "เมกกะโปรเจตส์" ต้องสร้าง เพราะถ้าไม่สร้าง "ปูนใหญ่" จะขาดทุนหนัก

หลังจากวิกฤติการเมืองเริ้มต้นครึ่งหลังของปี 2556 ตัวเลขการลงทุนภาครัฐและเอกชนก็ชะลอตัวอย่างหนัก รวมถึงเมกกะโปรเจค ที่ถูกบรรดา ตลก.รัฐธรรมนูญ ยกเลิกเสีย "ปูนใหญ่" ถึงกับต้องลดเป้าการเติบโต

"ปูนใหญ่" ลดเป้ายอดขายรวมปีนี้ หลังหลายปัจจัยรุมเร้า
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1383133057

แต่เมื่อฟ้าเปิด จากการรัฐประหาร
พลิกโฉมประเทศอภิมหาลงทุนฉบับคสช.2.4ล้านล้าน
http://www.thaichamber.org/scripts/detail.asp?nNEWSID=12116
หุ้นลูกช.การช่างวิ่งดันมูลค่าพุ่ง3หมื่นล.
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140728/595510/หุ้นลูกช.การช่างวิ่งดันมูลค่าพุ่ง3หมื่นล..html

ปูนใหญ๋ก็กลับมาสดใสอีกครั้ง

SCGโอดรายได้เพิ่มกำไรหด14%
คุยรับอานิสงส์รถไฟรางคู่ หนุนยอดใช้ปูนซีเมนต์พุ่ง
http://www.thaipost.net/news/310714/93908

ต้องขอบคุณคณะรัฐประหาร 2557 ที่ "คืนความสุข" ให้กับผุ้ถือหุ้น "ปูนใหญ่" ทุกท่าน

ตกลงถนนลูกรังหมดประเทศแล้วเหรอ


ที่มา FB UDDThailand

ตกลงถนนลูกรังหมดประเทศแล้วเหรอ (วะ)

นี่คือข้อมูลส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ คสช.รีบเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่

ไม่แปลก ที่แผนรถไฟความเร็วสูงของไทยในเงื้อมมือ คสช.จะถูกเปลี่ยนเป็นรถไฟทางคู่ไฟฟ้า(electrified dual track) 160 kph

เพราะนั่นคือสเป็กที่จีนต้องการจะสร้างเพื่อส่งสินค้าจากตอนใต้ลงมายังท่าเรือแหลมฉบัง และรัฐบาลจีนกำลังต่อรองกับรัฐบาลลาวอย่างหนักหน่วงเรื่องสัมปทานที่ดินสองข้างทาง

และยิ่งพิจารณาถึงเส้นทางที่อนุมัติมาสองเส้นแรก คือ เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี และ หนองคาย-ระยอง ยิ่งชัดเจนว่า

เส้นทางเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้ให้คนไทยใช้เป็นหลัก แต่มีไว้เพื่อส่งสินค้าจีนทะลุผ่านลาวมา ซึ่งถ้าไทยตกลง จีนก็จะเอาหมากนี้ไปกดดันต่อรองกับลาวได้เต็มที่ กินสองต่อเข้าฮอร์ส เสียประโยชน์เสียเปรียบทั้งไทยและลาว

ซึ่งการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางแบบนี้ถือว่าไม่เสียหาย แต่ในงบ 2.4 ล้านล้านกลับตัดทิ้งพื้นที่คลังเปลี่ยนถ่ายสินค้าแบบ multi-modal ออกไป และการขยายด่านศุลกากรก็หายไป

มีแต่รางกับรถไฟ จะเปลี่ยนขนถ่ายกันอย่างไร ทำพิธีศุลกากรแยกของตรงไหน ยังไม่รู้? หรือต้องมาถ่ายลงรถบรรทุกมาใช้เครนขนขึ้นรถไฟอีกให้เสียเวลา

อีกประการหนึ่ง ซึ่ง สามารถ ราชพลสิทธิ์ ของ ปชป. ยังออกมาตั้งข้อสังเกตคือ ราคาเฉลี่ยของรถไฟรางคู่ไฟฟ้าของ คสช. 160 kph นี้ ถูกกว่ารถไฟความเร็วสูงระดับ 250 kph ตามแผนเดิมของชัชชาติแค่ประมาณ 10 ล้านบาท/กม.
และคงเป็นการปิดทางการประมูลและอำนาจต่อรองของไทยที่จะมีต่อญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ที่เคยเจรจากันไว้ก่อนจนหมด ต้องพึ่งเทคโนโลยีของจีนเพียงประเทศเดียว

สำหรับกรณีหากรถไฟต้องตัดผ่านภูเขาหรือป่าไม้ หากว่าตามรูปแบบสัญญาที่ลาวเกือบจะเซ็นต์กับจีนนั้น ป่าไม้ ทรัพสินหินแร่ ที่เกิดจากการตัดผ่านในพื้นที่โดยรอบของโครงการก่อสร้างและพื้นที่จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจีนทั้งหมด ตามสัญญาที่ลงนามไว้

"ฉุกใจได้คิดสิการแล้ว
ดังดวงแก้วตกต้องแผ่นผา
ร้าวระยำซ้ำเหน็บเจ็บอุรา
ประหนึ่งว่าจะวายชีวิ"
ไหมล่ะท่าน
ธีรภัทร์ เจริญสุข
...

คลิปทวนความจำ...
ศาลรัฐธรรมนูญ...รถไฟความเร็วสูง...ถนนลูกรัง...

ศาล รธน.ทำถนนลูกรังให้หมดก่อน รถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย

https://www.youtube.com/watch?v=H1T5KqkKFV0

Thai junta sets plan for fast rail links to China



In this photo taken July 10, 2014, motorcyclists and a pedestrian wait for a train to pass as they cross a rail track in Bangkok, Thailand. Thailand's military government approved a massive budget to upgrade the country's railways including high-speed rails that would eventually link with China as part of an eight-year plan to improve infrastructure, officials said Wednesday, July 30, 2014. (AP Photo/Apichart Weerawong)

Source: Yahoo News

BANGKOK (AP) — Thailand's military government approved a massive budget to upgrade the country's railways including high-speed rail that would eventually link with China as part of an eight-year plan to improve infrastructure, officials said Wednesday.

The junta approved 741.46 billion baht ($23.3 billion) to build two high-speed train routes that will connect Thailand's industrialized eastern seaboard with its northern and the northeastern borders, Transport Ministry permanent secretary Soithip Traisuth said.

Similar plans initiated last year by Thailand's elected government, which was ousted in a May 22 military coup, were scrapped by the Constitutional Court in March. It said the administration's bill to borrow 2 trillion baht ($63 billion) to fund transport and water infrastructure was unconstitutional.

The junta's high-speed trains will travel at 160 kilometers (99 miles) per hour, slower than proposed by the ousted government, and will eventually "provide links to the north to China and Laos and down to Malaysia and Singapore," said Soithip, who is also the acting transport minister.

China has deepened economic ties with many Southeast Asia countries despite tensions over Beijing's claims to most of the South China Sea. Rail links that extend deep into the region would boost trade and other commerce with China, the world's No. 2 economy.

The construction of the two routes, from Nong Khai in the northeast and Chiang Khong in the north, will start in 2015 and should be completed by 2021.

The officials didn't explain why the junta shelved the former's government plan for a high-speed rail line that would connect Bangkok with Chiang Mai, a stronghold of ousted prime minister Yingluck Shinawatra.

The junta has been considering total spending of 3 trillion baht ($94 billion) on transport and other infrastructure.

Under the junta's plans, Thailand will also expand dual-track railways. The spending also includes the development of inter-city trains, public transportation to ease congestion in Bangkok and its greater metropolitan area, expansion of nationwide highways to support border trade and upgrades of the capacity of ports and airports.

'กายฟอว์กส์' โผล่แฟลชม็อบต้านนิรโทษ คสช. ที่ BTS ช่องนนทรี




ที่มา ประชาไท

7 นักกิจกรรมสวมหน้ากากกายฟอว์กส์ ชูป้ายต้าน คสช.นิรโทษกรรมตัวเอง ชี้รัฐประหารละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน เชื่อคนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


หนึ่งในนักกิจกรรมให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ออกมาต่อต้านการนิรโทษกรรมตัวเองของ คสช. ในมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 เพราะการรัฐประหารเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและภายหลังการรัฐประหารยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายกรณี เช่น การเรียกรายงานตัว จับกุมโดยไม่ตั้งข้อหา ทั้งนี้ เมื่อครั้งมีความพยายามผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตนเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะมองว่าไม่ว่าใครกระทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษตามกฎหมาย

ผู้ร่วมกิจกรรมอีกคน เปิดเผยว่า พวกเขารวมตัวกันในนาม 'เครือขายคนไทยไม่มีความสุข' เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการนิรโทษกรรม และได้ยืนหยัดต่อต้านการนิรโทษกรรมมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จึงยังต้องการยืนยันว่าการนิรโทษกรรมตัวเอง ไม่ว่าจะทำโดยใครย่อมยอมรับไม่ได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้เขายังเชิญชวนคนที่เคยต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้ออกมารักษาจุดยืนด้วย
ooo

หน้ากากขาว ต้านนิรโทษกรรม ทุกฝ่าย 31/07/57

http://www.youtube.com/watch?v=5dbrGWYR__E

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 31, 2557

Twitter แนะนำ: Follow น้อง Farah Baker @Farah_Gazan เป็นนักเรียนมัธยมปาเลสไตน์อายุ 16 ปี ขยันทวีตมาก รายงานให้ชาวโลกรู้ว่าระเบิดลงมายังไงในแต่ละคืน


ที่มา FB George Orwell

แนะนำให้ follow น้อง Farah Baker @Farah_Gazan เป็นนักเรียนมัธยมปาเลสไตน์อายุ 16 ปี ขยันทวีตมาก รายงานให้ชาวโลกรู้ว่าระเบิดลงมายังไงในแต่ละคืน โดรนเป็นไง มีวิดีโอและเสียงประกอบ น้องฟาราห์บอกว่าในชีวิตผ่านสงครามมาสามครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คิดว่าตัวเองคงไม่รอด

“They hate Hamas, so they punish all of us. I want to stop that. That’s why I want to study law.” น้องฟาราห์ให้สัมภาษณ์ NBC ว่า “พวกเขาเกลียดฮามาส ก็เลยลงโทษเราทั้งหมด หนูอยากหยุดไม่ให้พวกเขาทำแบบนี้ เลยอยากเรียนกฎหมาย” มาถูกทางแล้วครับ ผมว่า

ช่วงนี้น้องฟาราห์บ่นว่าอาหารเน่าเสีย เพราะไฟดับมาเข้าวันที่สองแล้ว หลังจากเครื่องบินอิสราเอลถล่มโรงไฟฟ้าที่มีแห่งเดียวในฉนวนกาซ่า น่าเอ็นดูและน่าเห็นใจมาก

Gaza-Tweeting Teen Recounts 'Terrifying' Night http://nbcnews.to/1tX7HEL


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ : ติงค่าก่อสร้างรถไฟ 160 กม./ชม. และ เปรียบเทียบวงเงินโครงการรถไฟทางคู่กับไฮสปีดเทรน ปิดท้ายถามคำถามน่าคิด...


ที่มา FB ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ติงค่าก่อสร้างรถไฟ 160 กม./ชม.

เมื่อวานนี้ (29 ก.ค. 57) ปลัดกระทรวงคมนาคมแถลงข่าวว่า คสช. เห็นชอบยุทธศาสตร์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ปีงบประมาณ 2558 - 2565 รวม 4 ด้าน 5 แผนงาน

วันนี้ (30 ก.ค. 57) ผมขอพูดถึงแผนงานที่ 1 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ซึ่งประกอบด้วยโครงการดังต่อไปนี้

1. รถไฟทางคู่สายเดิม (สร้างทางรถไฟเพิ่มขึ้นอีก 1 ทาง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1 ทาง) ประกอบด้วย 6 เส้นทางดังนี้
(1) ชุมทางถนนจิระ (โคราช) - ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. วงเงิน 26,007.20 ล้านบาท
(2) ประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 17,292.53 ล้านบาท
(3) นครปฐม - หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,038.43 ล้านบาท
(4) ลพบุรี - ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. วงเงิน 24,842.44 ล้านบาท
(5) มาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ (โคราช) ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 29,855.08 ล้านบาท
(6) หัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 89 กม. วงเงิน 9,436.51 ล้านบาท

เส้นทางแต่ละเส้นทางดังกล่าวข้างต้นมีวงเงินโครงการ (ค่าก่อสร้าง + ค่าที่ดิน + ค่าที่ปรึกษา) เท่ากับวงเงินก่อสร้างรถไฟทางคู่ในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

2. รถไฟทางคู่สายใหม่ (สร้างทางรถไฟใหม่ 2 ทาง) เป็นการก่อสร้างรถไฟทางคู่โดยใช้รางกว้าง 1.435 เมตร ซึ่งเท่ากับรางของรถไฟความเร็วสูง แต่มีความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.ซึ่งน้อยกว่ารถไฟความเร็วสูงที่มีความเร็วสูงสุด 250 – 300 กม./ชม. ประกอบด้วย 2 เส้นทาง ดังนี้

(1) หนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด รวมระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท
(2) เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี-แหลมฉบัง รวมระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท

ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับวงเงินโครงการ (ค่าก่อสร้าง + ค่างานระบบรถไฟ + ค่าที่ดิน + ค่าที่ปรึกษา) ของรถไฟทางคู่สายใหม่ทั้ง 2 สาย กล่าวคือวงเงินโครงการมีราคาเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กม. เท่ากันทั้งสองเส้นทาง ซึ่งถือว่าเป็นราคาค่อนข้างสูง เพราะมีราคาพอๆ กับวงเงินโครงการรถไฟความเร็วสูงในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แต่การก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้งสองสายดังกล่าวไม่ใช่เป็นการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ดังนั้น วงเงินโครงการควรจะต้องถูกกว่า

วงเงินโครงการรถไฟความเร็วสูงในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีดังนี้
1. สายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 521 ล้านบาท/กม.
2. สายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา 666 ล้านบาท/กม.
3. สายกรุงเทพฯ – หัวหิน 553 ล้านบาท/กม.
4. สายกรุงเทพฯ – ระยอง 456 ล้านบาท/กม.

ผมอยากขอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมทบทวนวงเงินก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ทั้งสองสาย ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการคิดราคา

ติงมาด้วยความห่วงใยครับ
...

เปรียบเทียบวงเงินโครงการรถไฟทางคู่กับไฮสปีดเทรน


เช้าวันนี้ (30 ก.ค. 2557) ผมได้โพสต์เรื่อง “ติงค่าก่อสร้างรถไฟ 160 กม./ชม.” โดยมีข้อความสรุปได้ว่า โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. บนรางกว้าง 1.435 เมตร มีวงเงินโครงการเฉลี่ยพอๆ กับวงเงินโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250-300 กม./ชม. โดยที่วงเงินโครงการประกอบด้วยค่าก่อสร้าง ค่าระบบรถไฟฟ้า (รถไฟทางคู่สายใหม่ทั้ง 2 สาย จะขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า) ค่าที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา

ผมขอเพิ่มเติมรายละเอียดดังแสดงในตาราง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบวงเงินโครงการระหว่างรถไฟทางคู่ (160 กม./ชม.) กับไฮสปีดเทรน (250-300 กม./ชม.) สรุปได้ดังนี้

1. รถไฟทางคู่สายใหม่ (ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.)
มี 2 เส้นทาง ดังนี้

(1) หนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด รวมระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กม.)
(2) เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี-แหลมฉบัง รวมระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กม.)

วงเงินโครงการรวม 741,460 ล้านบาท ระยะทางรวม 1,392 กม. ดังนั้นวงเงินเฉลี่ยเท่ากับ 532.66 ล้านบาท/กม.

ข้อน่าสังเกตก็คือ วงเงินเฉลี่ยต่อกิโลเมตรเท่ากันทั้งสองเส้นทางคือ 532.66 ล้านบาท/กม. ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะลักษณะภูมิประเทศของเส้นทางทั้งสองต่างกัน

2. ไฮสปีดเทรน (ความเร็วสูงสุด 250-300 กม./ชม.)
ประกอบด้วย 4 เส้นทาง ดังนี้

1. สายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ระยะทาง 745 กม. วงเงิน 387,821 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 520.57 ล้านบาท/กม.)
2. สายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 256 กม. วงเงิน 170,450 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 665.82 ล้านบาท/กม.)
3. สายกรุงเทพฯ – หัวหิน ระยะทาง 225 กม. วงเงิน 124,327.90 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 552.57 ล้านบาท/กม.)
4. สายกรุงเทพฯ – ระยอง ระยะทาง 221 กม. วงเงิน 100,953.83 ล้านบาท (วงเงินเฉลี่ย 456.80 ล้านบาท/กม.)

วงเงินโครงการรวม 783,552.73 ล้านบาท ระยะทางรวม 1,447 กม. ดังนั้นวงเงินเฉลี่ยเท่ากับ 541.50 ล้านบาท/กม.

โดยสรุป ไฮสปีดเทรนมีวงเงินโครงการเฉลี่ยต่อ กม. สูงกว่าวงเงินเฉลี่ยต่อ กม. ของรถไฟทางคู่สายใหม่เพียงแค่ 10 ล้านบาท เท่านั้น

เห็นผลการเปรียบเทียบเช่นนี้แล้ว คุณคิดว่าทำไมวงเงินโครงการเฉลี่ยต่อ กม. ระหว่างรถไฟทางคู่สายใหม่กับไฮสปีดเทรนจึงใกล้เคียงกันครับ

บีบีซีไทย : ประชาธิปไตยในเอเชีย (1) ข้อคิดจากฟิลิปปินส์ถึงไทย (2) ประสบการณ์ของเนปาลและเกาหลี

ฟิลิปปินส์ล้มลุกคลุกคลานในเรื่องประชาธิปไตยไม่แพ้ไทย นักกิจกรรมที่นั่นเตือนไทยให้เร่งสร้างความยุติธรรม
ประชาธิปไตยในเอเชีย (1) ข้อคิดจากฟิลิปปินส์ถึงไทย

ที่มา บีบีซีไทย

เมื่อการวิเคราะห์วิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤติการเมืองไทย ไม่อาจทำได้ในประเทศไทย แวดวงเอ็นจีโอในภูมิภาคอาเซียนจึงไดัเชื้อเชิญกลุ่มคนต่างๆที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยแลกเปลี่ยน ให้กำลังใจ และวางแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อผลักดันประเด็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนกันต่อไป

แกนนำการหารือได้แก่ฟอรั่มเอชียและมูลนิธิศักยภาพชุมชน โดยมีเครือข่ายองค์กรที่ทำเรื่องคนหาย นักโทษการเมือง และสิทธิมนุษยชนทางฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเกาหลี ร่วมสนทนา

ฝั่งไทยมีผู้เข้าร่วมไม่ถึงสิบคน มาจากวงการสื่อมวลชน ทนายสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวประสานเยาวชนและชาวบ้านในเขตอีสาน

แอน โรซาเลซ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฟิลิปปินส์ กล่าวเปิดสัมนาว่า ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกถึงสี่ทศวรรษกว่าจะได้มาซึ่งประชาธิปไตย หลายฝ่ายต้องช่วยกันทั้งทางกฎหมายและการเมืองเพื่อเอาทรัพย์สินที่มาร์กอสได้มาโดยมิชอบ เกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐกลับคืนมา

มีการร้องเรียนคดีละเมิดสิทธิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจาก 600 เป็นกว่า 7,000 คดี ทุกวันนี้ยังต้องตามแก้ไขกฎหมายหรือสังคายนาปัญหาตกค้างอีกมากมาย เธอเองก็มีส่วนในการฟ้องคดีละเมิดสิทธิในสมัยท้ายๆของยุคมาร์กอสเช่นกัน จนเพิ่งมาชนะคดีเมื่อสามปีก่อน

สมัยเผด็จการมาร์กอส นักการเมืองและเอ็นจีโอต่างแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า มารวมกันได้หลังจากที่อะคิโนผู้พ่อของประธานาธิบดีคนปัจจุบันถูกสังหารเมื่อปี 2529 ก่อนจะมาเป็นการปฏิวัติประชาชนโค่นมาร์กอสได้ในที่สุด

โรซาเลซกล่าวว่า ถ้าหากคณะรัฐทหารไทยฉลาดพอไม่ทำทารุณกรรมต่อประชาชนอย่างมาร์กอส ก็ยังคงหวังได้ว่าประชาชนส่วนต่างๆจะพอหาทางมีสิทธิมีเสียงตกลงใจกันต่อไปว่าอยากจะมีรัฐบาลแบบไหนในอนาคต

ดังนั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีเรื่องวุ่นวายนัก ทุกฝ่ายในไทยควรจะได้หารือและหาทางที่จะนำมาซึ่งความยุติธรรมในระบอบสังคมและประชาธิปไตย

รายงานโดย เข็ม อิศรา

(ติดตามตอน 2 ประสบการณ์ของเนปาลและเกาหลี)

ประชาธิปไตยในเอเชีย (2) ประสบการณ์ของเนปาลและเกาหลี

เนปาล ความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยมาจากรากหญ้า
พัฒนาการประชาธิปไตยในหลายประเทศในเอเชียเต็มไปด้วยความยากลำบาก ฟิฟลิปปินส์เตือนไทยให้หลีกเลี่ยงการปราบปรามประชาชนอย่างสมัยมาร์กอส และให้รวมทุกฝ่ายหารือเพื่อสร้างความยุติธรรม นี่เป็นเวทีการเสวนาของกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอในหลายประเทศของเอเชียที่พิจารณาประเด็นการผลักดันประชาธิปไตย

ประสบการณ์จากเนปาลและเกาหลี

มุคุนดา คัตตัล จาก Informal Sector Services Center พูดถึงประวัติศาสตร์เนปาลจากระบอบกษัตริย์ครองราชย์ 240 ปี จนมาเป็น กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญรูปแบบการต่อสู้กว่าจะได้ประชาธิปไตยมา มีตั้งแต่สงครามกองโจรโดยลัทธิเหมาไปจนถึงสันติวิธี

ขบวนประชาชนเริ่มออกสู่ถนนครั้งแรกปี 2533 เพื่อเรียกร้องระบบกษัตริย์อยู่ใต้รธน. พอปี 2544 เกิดเหตุการณ์มกุฎราชกุมารสังหารครอบครัว นำไปสู่ความเสื่อมของสถาบัน และผู้คนออกสู้บนท้องถนน 19 วันจนในที่สุดกษัตริย์ยอมยกระบอบใหม่ให้ ในปี 2551

คัตตัลกล่าวว่าปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านคือความตื่นตัวในเรื่องประชาธิปไตย ทุกหย่อมหญ้าในชนบทไม่ใช่เฉพาะผ่านระบบพรรคการเมือง

องค์กรทางสังคมทำงานทั้งระดับชาติและกับชุมชนที่เข้มแข็ง และสถานีวิทยุชุมชนที่ระดมคนให้ร่วมชุมนุมโดยสงบ อีกทั้งสื่อมวลชนโดยรวม เหล่านี้คือรากฐานที่มั่นคงอุนจี กัง แห่ง Korea House for International Solidarity กล่าวว่าเกาหลีอยู่มา 39 ปีโดยไม่มีปฏิวัติ

จาก 2503 ที่มีปฏิวัติเมื่อ 19 เมษา มาสู่ระบอบยูชิน อีก 12 ปีถัดมา จนกระทั่งเกิดการสังหารปาค จุง ฮี ในปี 2522 ปลายปีนั้นก็เกิดปฏิวัติโดยประธานาธิบดีชุนดูฮวาน18 May 2533 เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่ มีการลุกฮือของประชาชนและนักศึกษาที่ถูกล้อมปราบอย่างโหดเหี้ยม ทารุณ

กว่าคนเกาหลีจะขับไล่เผด็จการชุนได้ก็ใช้เวลาอีก 7 ปี แต่ก็เจอเผด็จการรายใหม่อีก

กัง กล่าวว่า สิ่งที่เป็นบทเรียนสำคัญต่อขบวนประชาธิปไตยโดยทั่วไปคือการที่สังคมสามารถเอาผิดกับผู้นำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนได้

อดีตประธานาธิบดีชุนดูฮวาน และโรแตวู ต้องถูกดำเนินคดี ขึ้นศาลในปี 2538 และแม้ว่าจะได้รับอภัยโทษหลังคุมขังได้เพียงหนึ่งปี แต่บรรทัดฐานนี้ได้สร้างความมั่นใจแก่นักขับเคลื่อนสังคมทั้งหลายได้

เกาหลีได้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในระบอบประชาธิปไตยก็เมื่อปี 2541 และ 2547 จนมาถึง 2553 ที่ได้ลูกสาวอดีตประธานาธิบดีปาค มาเป็นผู้นำอีก

ยัพ สวี เซ็ง กรรมการอำนวยการ SUARAM มาเลเซีย เล่าถึงหมุดหมายที่รวมพลังฝ่ายประชาธิปไตย เข้าด้วยกันคือ การก่อตั้ง เบอเซห์ The Coalition for Clean and Fair Elections หรือ Bersih ในปี 2548 เพื่อเรียกร้องการปฏิรูประบบเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรม

ในปี 2550 การประท้วงสามารถระดมคนได้ครึ่งแสน ก่อนหน้ามีการเลือกตั้ง 2551ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญต่อรัฐบาลอุมโน

ปี 2552 ขบวนการเบอเซห์ ก็ขยับตัวใหม่โดยไม่อาศัยการนำจากพรรคการเมืองแต่อย่างใด โดยเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และสามารถจัดชุมนุมใหญ่ได้ทุกปี ตลอดสามปีที่ผ่านมา

เซ็ง กล่าวว่า ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และ กดดันจากฝ่ายรัฐบาลนั้น สิ่งสำคัญคือภาคประชาสังคมต้องสามารถเข้ามารวมตัวกัน เกื้อหนุนกันและค่อยๆสร้างเครือข่ายพลังขยับกิจกรรมกันต่อไปเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งกันและกัน

นอกจากนั้น การสร้างแนวร่วมกับกลุ่มองค์กรอื่นๆเช่นพรรคการเมืองก็มีความสำคัญ ด้วยการที่ก้าวออกมาจากความหวาดหวั่น และขยายฐานภาคประชาชนให้เป็นขบวน และร่วมมือกับฝ่ายค้านในสภา ในที่สุดก็สามารถกดดันให้มีการยกเลิกกฎหมายความมั่นคง ได้ในปี 2555

อีกปัจจัยแห่งการร้อยรัดของขบวนการประชาชนคือสื่อทางสังคมออนไลน์. การถ่ายและส่งต่อวิดีโอ บทละครล้อเลียนตลอดจนการ์ตูนไปในหมู่คนที่คิดคล้ายๆกันจนก่อกระแสวงกว้างขึ้นมาจนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ในที่สุด

เครือข่ายภาคประชาสังคมในภูมิภาคให้คำมั่นว่าจะช่วยกดดันรัฐบาลของไทยในทุกเวทีภูมิภาค เวทีโลก และวงประชุมต่างๆ เช่น ที่ทำไปแล้วคือ การออกแถลงการณ์ของหลายองค์กร การจัดขบวนประท้วงหน้าสถานทูตไทยที่กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา โซล เป็นต้น

เข็ม อิศรา รายงาน

ประชาธิปไตยในเอเชีย (1) ข้อคิดจากฟิลิปปินส์ถึงไทย อ่านได้ที่นี่ http://on.fb.me/1o5SuAd