วันพุธ, กันยายน 16, 2569

ไทยแลนด์ดินแดนขยะลักลอบนำเข้า อีกแล้ว! 😏

https://www.facebook.com/DecodeThaiPBS/posts/1395859162697206

Decode.plus
a day ago ·

ไทยแลนด์ดินแดนขยะลักลอบนำเข้า อีกแล้ว!
เฮลโล่ หนีห่าว คอนนิจิวะ เปิดปุ๊บเจอปั๊บ แล้วอีกหลายตู้ที่ไม่ถูกตรวจจะขนาดไหน ขยะ E-Waste ลักลอบนำเข้ามาจากแหล่งใด? ทั้ง ๆ ที่ไทยหยุดนำเข้ามานานแล้ว
.
ปรากฏการณ์ลักลอบทิ้งขยะของเสียอันตราย ซึ่งเป็น ‘กากสุดท้าย’ ของขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมจำนวนมากที่เกิดขึ้นในเวลาที่ผ่านมา แท้จริงแล้วต้นตอมาจากที่ใด

14 กันยายน 2569 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในการบูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย “การกระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล” โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และพ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าว

แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ตรงหน้าจะดูไม่แตกต่างจากตู้ใบอื่น ๆ หลายหมื่นหลายพันที่ถูกนำเข้ามายังประเทศไทย ทว่า เมื่อเปิดออกมา กลับพบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก บ้างก็หลอมเป็นแทงยาว บ้างก็หลอมเป็นก้อนอิฐสีเงิน แต่ 6 ใน 10 ตู้ที่ทำการเปิดตรวจสอบในวันนี้ พบว่าเป็นเศษซากวัสดุ ที่มีแผงวงจรผสมอยู่มากและผ่านการคัดแยกมาแล้วชั้นหนึ่งก่อนจะถูกนำมายังประเทศไทย

เฉพาะผลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 (เดือนตุลาคม 2568 - เดือนสิงหาคม 2569) หรือ 11 เดือนที่ผ่านมา กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 187 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวม 234.20 ล้านบาท แบ่งได้ดังนี้

ของเสียอันตราย: 98 คดี | ปริมาณ 6,675,279 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 170.56 ล้านบาท
ขยะอิเล็กทรอนิกส์: 56 คดี | ปริมาณ 2,618,531 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 28.69 ล้านบาท

CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าต่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์): 18 คดี | ปริมาณ 2,765 ชิ้น/ตัว | มูลค่าการจับกุม 31.07 ล้านบาท

เศษพลาสติก: 15 คดี | ปริมาณ 369,164 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 3.86 ล้านบาท

ทางด้าน รัฐมนตรีฯ สุชาติ ซึ่งเป็นประธานในคณะทำงานครั้งนี้ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการ ‘ยาแรง’ แก้ปัญหาการนำเข้าและลักลอบทิ้งขยะพิษ โดยให้หลายหน่วยงานทำงานร่วมกัน ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ DSI พร้อมตั้งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และพบปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในหลายพื้นที่

แต่ยาแรงที่ว่าจะทำได้จริงไหม หรือเป็นรูปธรรมอย่างไร?

เมื่อสังคมไทยอาจไม่ได้ขาดยาแรง แต่คือการกำกับใช้ยาแรงตัวนี้อย่างโปร่งใสและใช้ได้จริง

“มันไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นทั้งภูมิภาคอาเซียน สิ่งนี้คือการทำให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นรัฐอาณานิคมในยุคสมัยใหม่ หรือที่เรียกกันว่าอาณานิคมขยะ(Waste Colonialism)”
 
Wong Pui Yi ในฐานะ Researcher Consultant จาก BAN Malaysia กล่าว

10 ตู้ที่ถูกเปิดออก ณ ท่าเรือแหลมฉบังในวันนี้อาจเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมหาศาลที่ยังถูกปกปิดไว้ มันทำให้ชี้ชัดแล้วว่าในวันที่รัฐไทยอ่อนแอ ระบบการกำกับดูแลไม่แข็งแรง
 
ท่ามกลางกระแสสงครามมหาอำนาจ สังคมไทยจะถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับของเสียเหล่านี้ไปอีกเรื่อย ๆ วันนี้อาจกระจุกตัวในภาคตะวันออก แต่ในอนาคตอาจกระจายตัวอยู่หน้าบ้านใครต่อใครก็เป็นได้

และการรื้อฟื้นประเทศชาติจากการกลายเป็นอาณานิคมขยะอาจใช้เวลามากเกินกว่าที่จะจบในคนรุ่นเดียว
.
เขียน : นทธร เกตุชู
ภาพ : พันวิทย์ ภู่กฤษณา
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
'ย้อนรอยลอบทิ้งกากฯ จากซากขยะสำแดงเท็จ ก่อนที่ไทยจะกลายเป็น ‘อาณานิคมขยะ’ ของมหามิตรจีน-อเมริกา' ได้ที่ : https://www.thaipbs.or.th/.../20260904-illegal-imported-e...






รายงาน OECD Tourism Trends and Policies ฉบับปี 2026 วิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนานโยบายในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD และประเทศพันธมิตร วิเคราะห์ว่า ประเทศอิสราเอล นักท่องท่องเที่ยวจะลดลงมากที่สุดถึง 71% ส่วนไทย อยู่ในอันดับ 5 จะลดลง 17%








https://x.com/TheDataHubX/status/2099716736128057774
.....

รายงาน OECD Tourism Trends and Policies ฉบับปี 2026 วิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนานโยบายในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD และประเทศพันธมิตรรวม 53 ประเทศ 

รายงานฉบับนี้สำรวจแนวทางการปรับเปลี่ยนนโยบายของภาครัฐเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับวิกฤต (resilience) และสร้างผลลัพธ์ที่สมดุลยิ่งขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลง 

รายงานเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายที่ยืดหยุ่นและมีการประสานความร่วมมือกัน เพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไปสู่เส้นทางที่ยั่งยืน มั่นคง และมีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับขนาด โครงสร้าง และความสำคัญของระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญและการปฏิรูปนโยบายการท่องเที่ยว รวมถึงยกตัวอย่างแนวปฏิบัติของประเทศต่างๆ ส่วนเนื้อหาเฉพาะประเด็นยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเพิ่มประโยชน์ทางสังคมจากการท่องเที่ยว และการเสริ




ProPublica รายงานว่า นักธุรกิจชาวรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ร่วมออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในงานฉลองวิวาห์ของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยทั้งประธานาธิบดีและบุตรชายต่างออกมาปกป้องการรับของขวัญชิ้นนี้ - ทำไมมีเสียงวิจารณ์ว่าการกระทำเช่นนี้ "ไม่เหมาะสม"






https://x.com/ABC/status/2099872525274550386
.....

รายงานเชิงสืบสวนจาก ProPublica ระบุว่า อูมาร์ เครมเลฟ (Umar Kremlev) นักธุรกิจชาวรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับวลาดีมีร์ ปูติน ได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายหลายแสนดอลลาร์สำหรับงานฉลองวิวาห์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ (Donald Trump Jr.) และ เบตตินา แอนเดอร์สัน (Bettina Anderson) ในหมู่เกาะบาฮามาส โดยครอบคลุมค่าเช่าเกาะส่วนตัว และค่าจัดแสดงพลุดอกไม้ไฟ ผ่านนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (IBA) ในดูไบ

ความเป็นมาของบุคคล (Background)
  • อูมาร์ เครมเลฟ: ประธานสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (IBA) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Gazprom บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลรัสเซีย เครมเลฟเป็นผู้มีอิทธิพลในรัสเซีย เคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากปูติน และอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน
  • ความสัมพันธ์กับทรัมป์ จูเนียร์: โฆษกของทรัมป์ จูเนียร์ ระบุว่าทั้งสองรู้จักกันผ่านเพื่อนในวงการล่าสัตว์และชื่นชอบกีฬามวยเหมือนกัน โดยยืนยันว่าเป็นเพียง "เพื่อนสนิทส่วนตัว" และไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกัน
ปฏิกิริยาและการปกป้อง

  • ทรัมป์ จูเนียร์ และภรรยา: ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าพิธีแต่งงานจริงจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัวเฉพาะครอบครัว ส่วนงานเลี้ยงฉลองถัดมาอีก 2 วันนั้น เครมเลฟมอบให้เป็น "ของขวัญวันแต่งงานจากมิตรภาพ" โดยไม่มีวาระทางการเมืองหรือเงื่อนไขแอบแฝง
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์: ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าร่วมงานและไม่รู้จักเครมเลฟ โดยระบุว่างานแต่งงานจัดคนละวันและคนละสถานที่กับที่กล่าวอ้าง

ประเด็นความเหมาะสมและความมั่นคง

มิติความเหมาะสมรายละเอียดและข้อกังวล
ความมั่นคงและการต่อต้านการข่าวกรองอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่อต้านการข่าวกรอง (FBI และ NSC) เตือนว่า สายลับหรือเครือข่ายของรัสเซียมักใช้ช่องทางความสัมพันธ์ส่วนตัวและของขวัญมูลค่าสูงเพื่อสร้างอิทธิพลหรือข้อผูกมัดกับบุคคลในครอบครัวของผู้นำระดับสูง
อิทธิพลทางการเมืองทรัมป์ จูเนียร์ ไม่ใช่เพียงบุตรชาย แต่เป็นที่ปรึกษาทางการเมืองคนสำคัญที่มีส่วนในการคัดเลือกคัดสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐบาล การรับประโยชน์มูลค่าสูงจากบุคคลใกล้ชิดเครมลินจึงถูกตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
กฎหมายการรับของขวัญแม้ทรัมป์ จูเนียร์ จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลโดยตรง (จึงไม่อยู่ภายใต้กฎหมายข้อบังคับการรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ) แต่ในเชิงจริยธรรมทางการเมือง ถือเป็นช่องว่างที่สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

อูมาร์ เครมเลฟ (Umar Kremlev) เป็นมหาเศรษฐีและนักบริหารจัดการด้านกีฬาชาวรัสเซีย วัย 43 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะประธานสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (IBA) และเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครมลินและประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน

จุดเริ่มต้นและการก้าวสู่อำนาจ
  • ความเป็นมาในอดีต: เครมเลฟเกิดที่ทาจิกิสถาน โดยมีชื่อเดิมว่า อูมาร์ ลุตฟุลโลเยฟ (Umar Lutfulloyev) ก่อนจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น "เครมเลฟ" ในช่วงปี 2010 ในวัยหนุ่มเขาเคยมีประวัติคดีอาญาข้อหากรรโชกทรัพย์และทำร้ายร่างกาย
  • เครือข่ายความสัมพันธ์กับรัฐบาลรัสเซีย: เขาเคยเข้าร่วมกลุ่มแก๊งมอเตอร์ไซค์ "Night Wolves" ซึ่งเป็นกลุ่มสายอนุรักษนิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย ทำให้เขาได้รู้จักและสนิทสนมกับ อเล็กเซย์ รูเบซนอย (Alexei Rubezhnoi) หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำตัวประธานาธิบดีปูติน (Presidential Security Service)
การเข้าควบคุมวงการมวยและอำนาจทางการเงิน
  • ก้าวสู่ประธาน IBA: ด้วยการสนับสนุนของรูเบซนอย ทำให้เครมเลฟเข้ามาบริหารสหพันธ์มวยสากลแห่งรัสเซียในปี 2017 และต่อมาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (IBA) ในปี 2020
  • ใช้พันธมิตรรัฐวิสาหกิจรัสเซียหนุนหลัง: ภายใต้การนำของเขา เขาได้นำ Gazprom บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลรัสเซีย เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินหลัก อัดฉีดเงินหลายสิบล้านดอลลาร์เข้า IBA และย้ายศูนย์กลางการดำเนินงานหลายส่วนไปยังรัสเซีย จนทำให้ผู้สังเกตการณ์และอดีตบอร์ด IBA มองว่าเขาใช้กีฬาเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ (Soft Power) ของปูติน
ความสัมพันธ์กับเครมลินและธุรกิจในรัสเซีย
  • เกียรติยศและบทบาททางการเมือง: เครมเลฟได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งมิตรภาพ (Order of Friendship) จากปูติน และเคยเดินทางร่วมคณะกับปูตินในการเยือนต่างประเทศ เช่น การเยือนจีน นอกจากนี้เขายังขยายอาณาจักรธุรกิจในรัสเซีย โดยเข้าซื้อกิจการ "Rolf" ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย
  • มาตรการคว่ำบาตร: รัฐบาลยูเครนได้ประกาศลงโทษคว่ำบาตรต่อตัวเขาโดยตรง เนื่องจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับปูตินและฝ่ายความมั่นคงของรัสเซีย




ปฏิบัติการรุกคืบอย่างรวดเร็วเลียบชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเตหะรานในสงคราม โดยเปิดโอกาสให้อิหร่านสามารถข่มขู่เส้นทางเดินเรือที่มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งสินค้าทั่วโลกยิ่งกว่าช่องแคบฮอร์มุซเสียอีก

เรือพาณิชย์ลำหนึ่งทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเยเมนบริเวณช่องแคบบับอัลมันดับ ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและพยานในพื้นที่เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า กลุ่มฮูตีของเยเมนได้เข้ายึดครองเกาะมายยูน (Mayyun) ในทะเลแดง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเส้นทางเดินเรือช่องแคบบับอัลมันดับ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนนับตั้งแต่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเริ่มปฏิบัติการรุกคืบในพื้นที่รอบช่องแคบบับอัลมันดับ ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย (ภาพโดย AFP ผ่าน Getty Images)

เหตุใดการที่กลุ่มฮูตีเข้าควบคุม "ประตูแห่งน้ำตา" (Gate of Tears) อาจเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

ปฏิบัติการรุกคืบอย่างรวดเร็วเลียบชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเตหะรานในสงครามบั่นทอนกำลังทางเศรษฐกิจกับวอชิงตัน โดยเปิดโอกาสให้อิหร่านสามารถข่มขู่เส้นทางเดินเรือที่มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งสินค้าทั่วโลกยิ่งกว่าช่องแคบฮอร์มุซเสียอีก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้บุกยึดเมืองชายฝั่งอย่างโมคา (Mokha) และดาบับ (Dhabab) รวมถึงเกาะเพริม (Perim) ส่งผลให้พวกเขากระชับอำนาจเหนือช่องแคบับอัล-มันดับ (Bab al-Mandab) ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ทะเลแดงและเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ประตูแห่งน้ำตา" (Gate of Tears) ได้อย่างมั่นคง

"นี่ถือเป็นความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับอิหร่านและกลุ่มฮูตี" เดนนิส ซิตริโนวิช (Dennis Citrinowicz) ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจากสถาบันเพื่อการศึกษาความมั่นคงแห่งชาติ (INSS) ในกรุงเทลอาวีฟ และอดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองทางทหารของอิสราเอลกล่าว "ในจังหวะเวลาที่เตหะรานกำลังพยายามเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจจากการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ การรุกคืบของกลุ่มฮูตีช่วยให้อิหร่านมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล"

ข้อมูลจากสหประชาชาติในปี 2023 ระบุว่า ประมาณร้อยละ 8.7 ของการค้าทางทะเลทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบับอัล-มันดับ ทำให้ช่องแคบแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ (chokepoint) ที่มีการสัญจรทางทะเลหนาแน่นที่สุด โดยตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมถึงสัดส่วนร้อยละ 20 ของการขนส่งรถยนต์และตู้คอนเทนเนอร์ ร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์น้ำมัน และร้อยละ 13 ของน้ำมันดิบ

ช่องแคบแห่งนี้เชื่อมต่อทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย โดยมีความกว้างประมาณ 18 ไมล์ ณ จุดที่แคบที่สุด และมีพรมแดนติดกับประเทศจิบูตีและเอริเทรียทางทิศตะวันตก รวมถึงเยเมนทางทิศตะวันออก

เกาะเพริมทำหน้าที่แบ่งช่องแคบออกเป็นสองเส้นทางสำหรับการเดินเรือตามธรรมชาติ เรือที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้จะขนส่งสินค้าเทกอง (bulk commodities) สินค้าสำเร็จรูป และพลังงาน ซึ่งหมายความว่าหากเกิดการหยุดชะงักขึ้น ณ จุดคอขวดแห่งนี้ ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก

ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ในภูมิภาคและมีพื้นที่ติดทะเลแดงทางฝั่งตะวันตกและอ่าวเปอร์เซียทางฝั่งตะวันออก ตกอยู่ในสถานะที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้โดยตรงในฐานะตัวกลาง

ในขณะนี้ ความเสี่ยงที่กองกำลังซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านจะเข้าควบคุมช่องแคบทั้งสองแห่ง คือช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบับอัล-มันดับ อาจเปิดช่องให้เตหะรานใช้ยุทธศาสตร์หลายด้านเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อวอชิงตันได้ สงครามกับอิหร่านที่ไม่ได้รับความนิยมและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นได้กลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพันธมิตรพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส ในช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงสองเดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวหาว่าอิหร่านพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอม และยอมรับว่าเขาไม่มีแนวโน้มที่จะยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือน หรือลดราคาเชื้อเพลิงหน้าปั๊มได้จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว

ท่ามกลางการรุกคืบของกลุ่มกบฏฮูตี ราคาน้ำมันดิบได้พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและยังคงยืนอยู่ในระดับดังกล่าว ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่เยเมนรายหนึ่งซึ่งสังกัดรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย กล่าวกับหนังสือพิมพ์ The Washington Post ว่า วันศุกร์ถือเป็น "วันแรกที่อิหร่านเริ่มเป็นฝ่ายชนะสงครามอย่างแท้จริง" โดยเจ้าหน้าที่ผู้นี้ขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากสถานการณ์มีความละเอียดอ่อน

เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์แสดงท่าทีประนีประนอมโดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "กลุ่มฮูตีเป็นฝ่ายติดต่อเรามา" และบอกว่า "พวกเขาไม่อยากสู้รบกับเรา"

"พวกเขาคงพอใจมากกว่าหากเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว" ทรัมป์กล่าวระหว่างการหารือกับนายมิเชล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ "พวกเขาปล่อยให้เรือส่วนใหญ่แล่นผ่านไปได้"

ดูเหมือนว่าอิหร่านจะแสดงอิทธิพลในภูมิภาคให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อโดรนที่ถูกปล่อยจากดินแดนอิรักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว—ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นฝีมือของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง—ได้โจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย ท่อส่งดังกล่าวทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันดิบปริมาณสูงสุดถึง 7 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังทะเลแดง การโจมตีครั้งนี้จึงยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์อุปทานน้ำมันโลกให้ตึงตัวขึ้นไปอีก

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่งชี้ถึงการประสานงานของอิหร่านในช่วงเวลาสำคัญ ในขณะที่เตหะรานพยายามกอบกู้อำนาจต่อรองคืนมา หลังจากที่ทรัมป์และรัฐบาลของเขาได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงเพื่อบีบคั้นเศรษฐกิจอิหร่าน และเริ่มใช้กำลังทางเรือและทางอากาศคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ร็อบ ฮาเวิร์ธ นักยุทธศาสตร์จาก U.S. Bank กล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนแสดงให้เห็นว่า "อุปทานพลังงานมีความเปราะบางอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะขนส่งทางทะเลหรือผ่านท่อส่งน้ำมัน"

ในขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่ากลุ่มฮูตีจะใช้ความได้เปรียบจากการยึดครองพื้นที่เพื่อปิดกั้นเส้นทางขนส่งในวงกว้างหรือไม่ หรือทรัมป์จะมีท่าทีตอบโต้อย่างไร

ฮาเวิร์ธกล่าวว่า หากสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อบังคับให้เปิดช่องแคบ Bab al-Mandab อีกครั้ง หรือหากท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ต้องปิดทำการเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น "มากกว่าระดับที่เราเห็นกันในสัปดาห์นี้อย่างมาก" ในเดือนกรกฎาคม กลุ่มฮูตีได้ประกาศว่าจะปิดกั้นการเข้าถึงทะเลแดงของเรือซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักได้ยิงใส่ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย แต่ไม่โดน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่ประสานงานกัน

ซีมา ไชน์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อการศึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และอดีตหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของมอสสาด กล่าวว่า อิหร่านกำลังใช้โอกาสก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน เพื่อผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นและกดดันทรัมป์ด้วยกลยุทธ์หลายด้าน

แม้ในอดีตกลุ่มฮูตีจะไม่ได้มีความร่วมมือกับเตหะรานอย่างใกล้ชิดเท่ากับกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในตะวันออกกลางที่อิหร่านให้การสนับสนุน แต่เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าผลประโยชน์ของอิหร่านสอดคล้องอย่างลงตัวกับกลุ่มติดอาวุธชาวเยเมนกลุ่มนี้ ซึ่งต้องการโค่นล้มรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการหนุนหลังจากซาอุดีอาระเบีย ส่วนในอิรัก กลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มที่อิหร่านหนุนหลังต่างพยายามขัดขืนความพยายามของรัฐบาลในการปลดอาวุธพวกเขาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

"มีความร่วมมือกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดระหว่างอิหร่าน กลุ่มติดอาวุธในอิรัก และกลุ่มฮูตี" Shine กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) จะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง แต่กลุ่มฮูตีก็ยังคงสามารถคุกคามการเดินเรือขนส่งน้ำมันได้ด้วยการวางกำลังโดรนและปืนใหญ่ไว้ใกล้กับชายฝั่งช่องแคบบับอัลมันดับ (Bab al-Mandab)

นักวิเคราะห์ระบุว่ายังไม่ชัดเจนในทันทีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันอย่างไร

ซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันเมื่อวันศุกร์ และรัฐบาลอิรักระบุว่าได้เริ่มดำเนินการสอบสวนแล้ว การโจมตีครั้งนี้ส่งสัญญาณว่าท่อส่งน้ำมันทั่วภูมิภาค ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะสร้างขึ้นในอนาคต ล้วนตกเป็นเป้าหมายที่อาจถูกโจมตีได้

บรรดาประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้เดินหน้าแผนการสร้างท่อส่งน้ำมันทางเลือก เช่น เส้นทางผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเส้นทางที่ตัดผ่านอิรักและซีเรีย เพื่อหลีกเลี่ยงจุดยุทธศาสตร์ที่เสี่ยงต่อการถูกปิดกั้นเส้นทางขนส่ง (chokepoint) แห่งนี้

Abdullah al-Junaid นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบาห์เรน กล่าวว่าไม่น่าจะมีการรณรงค์หรือปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านกลุ่มฮูตี ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในช่วงไม่กี่เดือนแรกของวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับควรตระหนักว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่อยู่ในสถานะที่จะเปิดแนวรบเพิ่มขึ้นอีกได้

"ในขณะนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ มีภารกิจล้นมือและกำลังพลไม่เพียงพอต่อภารกิจต่างๆ ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามหลายด้านพร้อมกัน ทั้งจากอิหร่านและล่าสุดคือเยเมน" al-Junaid กล่าว "ชาติมหาอำนาจในภูมิภาคจำเป็นต้องก้าวเข้ามาจัดการปัญหานี้ เราจะพึ่งพาสหรัฐฯ ในการแก้ไขปัญหาของภูมิภาคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปไม่ได้แล้ว"

ทะเลแดงถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จนในอดีตชาติมหาอำนาจต่างๆ เคยร่วมมือกันเพื่อรักษาพื้นที่ดังกล่าวให้ปลอดจากการโจมตีของโจรสลัด เช่น กลุ่มโจรสลัดจากโซมาเลีย สหรัฐฯ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และอิตาลี ต่างมีฐานทัพเรือตั้งอยู่ในประเทศจิบูตี ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเยเมนโดยมีช่องแคบบับอัลมันดับคั่นกลาง และในปี 2017 จีนก็ได้เลือกพื้นที่ชายฝั่งของประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้เป็นที่ตั้งฐานทัพในต่างประเทศแห่งแรกของตน

หากกลุ่มฮูตีขยายขอบเขตการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว เรือขนส่งสินค้าที่เดินทางระหว่างยุโรปและเอเชียจะไม่สามารถเข้าถึงคลองสุเอซได้ และจำเป็นต้องอ้อมไปทางแหลมกู๊ดโฮปที่ปลายสุดทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งจะทำให้การเดินทางใช้เวลานานขึ้นอีกหลายสัปดาห์

Citrinowicz กล่าวว่า ขณะนี้อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะที่เกือบจะสามารถตัดช่องทางส่งออกสินค้าทั้งหมดของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ได้

"สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้มีความร้ายแรงเป็นพิเศษคือ ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทหารหรือเศรษฐกิจ" เขากล่าว "นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะในสนามรบในเยเมนอีกครั้งหนึ่งของกลุ่มฮูตีเท่านั้น แต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจต่อรองของอิหร่านในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ และสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบพลังงานของโลก"

ที่มา The Washington Post
Why Houthi control of the 'Gate of Tears' may be Iran's biggest victory yet

https://www.yahoo.com/news/world/articles/why-houthi-control-gate-tears-113217901.html
September 15, 2026




สว.ในนามแรงงาน ได้อำนาจในชื่อแรงงาน ทำวีรกรรมที่แรงงานไม่เคยร้องขอ


Pimwadee Charoensawad
AI content ·
a day ago ·

สว.ในนามแรงงาน กับวีรกรรมที่แรงงานไม่เคยร้องขอ

เมื่อวานเราได้นั่งทานข้าวกับพี่ศรีไพร นนทรีย์ คนงานโรงงานที่ทำงานขับเคลื่อนสิทธิแรงงานและสหภาพแรงงานมาหลายสิบปี แล้วเราก็นึกขึ้นได้ว่า คนที่นั่งทานข้าวตรงข้ามเราเมื่อวานก็เคยเกือบได้เข้าไปนั่งอยู่ในวุฒิสภา

วุฒิสภาชุดนี้มี 20 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน โดยหนึ่งในนั้นคือกลุ่ม ‘พนักงานหรือลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน’ ที่ควรจะเป็นตัวแทนของแรงงาน แต่พี่ศรีไพรไม่ได้ถูกเลือกให้เข้าไปทำงานในนั้นและเข้าไปอยู่ในรายชื่อบัญชีสำรอง ในขณะที่ สว.ที่ได้รับเลือกให้เข้าไปนั่งในชื่อ "ผู้ใช้แรงงาน" 7 ใน 10 คน มีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามสำนวน/การดำเนินการของ กกต. กรณีการเลือก สว.

แต่เรื่องที่เราอยากให้ทุกคนรู้ ไม่ใช่แค่ว่า สว.เหล่านี้เข้ามาได้อย่างไร แต่อยากให้ดูด้วยว่า พอเข้าไปแล้วพวกเค้าทำเหี้ยอะไรไว้กับแรงงานบ้าง

- หนึ่งใน สว.กลุ่มแรงงานคือ ชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ปัจจุบันเป็นรองประธานกรรมาธิการการแรงงาน และประธานอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม
พูดง่าย ๆ คือ คนที่แรงงานทั้งประเทศไม่ได้เลือก กลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจศึกษาและเสนอความเห็นเรื่องระบบประกันสังคมของแรงงาน

ชินโชติไม่ได้เพิ่งปรากฏอยู่ในพื้นที่อำนาจนี้หลังเป็น สว. ปี 2565 เขากับ พนัส ไทยล้วน เคยนำสมาชิกไปยื่นคัดค้านร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับรัฐบาลร่วมกัน และเสนอชื่อตัวเองทั้งสองคนเข้าเป็นกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนรัฐบาล

หลายปีต่อมา ชินโชติเข้าไปเป็น สว.ในชื่อ “กลุ่มแรงงาน” ส่วนพนัสก็กลับมาปรากฏในเรื่องประกันสังคม ในฐานะหนึ่งในผู้นำแรงงานที่ออกมาคัดค้านสูตรบำนาญ CARE ขณะที่ สาวิทย์ แก้วหวาน และเครือข่าย สสรท. ก็เคลื่อนไหวคัดค้าน CARE อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยื่นหนังสือถึงกระทรวงแรงงาน ไปจนถึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม.

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า “แรงงานเหลือง” ผู้นำแรงงานที่อยู่ใกล้รัฐ อยู่ในกลไกไตรภาคี เข้าถึงประกันสังคม และบางคนเดินต่อเข้าไปถึงวุฒิสภา ปัญหาคือคนเหล่านี้พูดในชื่อแรงงาน ใช้อำนาจในชื่อแรงงาน และคัดค้านการเปลี่ยนแปลงในชื่อแรงงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่แรงงานส่วนใหญ่ไม่เคยเลือกให้พวกเขาพูดแทนเลย

- ปริญญา วงษ์เชิดขวัญ เข้าไปเป็น สว. แล้วตั้งกระทู้เสนอประเด็นแยกสิทธิประกันสังคมของแรงงานข้ามชาติออกจากคนไทย ทั้งที่แรงงานข้ามชาติทำงานเหมือนกัน ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเหมือนกัน และในข้อเสนอที่ปรากฏก็ไม่เห็นการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงกับแรงงานข้ามชาติและระบบประกันสังคมรองรับ
ยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดนี้ขัดกับหลักพื้นฐานของขบวนแรงงานที่ว่า แรงงานคือหนึ่งเดียวกัน ไม่ควรถูกแบ่งแยกด้วยเชื้อชาติหรือสัญชาติ

เมื่อแนวคิดที่ขัดกับหลักพื้นฐานเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวกันของแรงงาน ถูกเสนอโดยคนที่เข้าไปอยู่ในตำแหน่งซึ่งมีอำนาจตั้งคำถามและเสนอแนวทางเกี่ยวกับสิทธิของแรงงาน ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเห็นส่วนตัว แต่สามารถกลายเป็นความเสี่ยงต่อสิทธิของคนทำงานทั้งกลุ่มได้

จนวันที่ 27 เมษายน 2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้องชี้แจงต่อวุฒิสภาว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน ตามหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติที่ไทยยึดตามหลัก ILO

สุดท้ายสิ่งที่เราเห็นก็ยังเป็นภาพเดิมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ แรงงานเหลืองยังเข้าไปอยู่ในองค์กรแรงงาน เข้าไปอยู่ในกลไกไตรภาคี เข้าถึงกระทรวงแรงงาน เข้าไปแตะระบบประกันสังคม และสุดท้ายบางคนก็เดินเข้าไปนั่งอยู่ในวุฒิสภาในชื่อของ “ผู้ใช้แรงงาน” วนกลับเข้าไปมีอำนาจในรัฐซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่แรงงานส่วนใหญ่ไม่เคยเลือกให้คนเหล่านี้พูดแทนตัวเอง

แรงงานที่ไร้จิตสำนึกทางแรงงานได้พูดแทนแรงงาน
ส่วนแรงงานจริงๆ ยังต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิขั้นต่ำที่มนุษย์ควรพึงมี ไม่ใช่สิทธิพิเศษ ไม่ใช่อภิสิทธิ์เหนือใคร แค่สิทธิขั้นต่ำของความเป็นมนุษย์เท่านั้นเอง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=28723381437280392&set=a.227392460639337





หยุดเถิดการกระทำที่คลั่งชาติหน้ามืด เพราะสื่อไปสัมภาษณ์ทูตหรือคนที่คุณไม่ชอบ เลิกโจมตีเขา เขาทำหน้าที่ปรกติของสื่อในการนำเสนอข่าวสาร - ลองอ่าน #คนข่าวเล่าเรื่อง

https://www.facebook.com/reel/1610003044250724

Watcharin Setakudan
September 8 at 5:24 AM ·

ชั่วชีวิตการทำหน้าที่สื่อมวลชน ไม่เคยรับเงิน รับงาน PR ค่ะ

แม้ว่า วัชรินทร์​ เศรษฐกุดั่น ไม่ได้สำเร็จการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ หรือ สื่อสารมวลชน แต่ก็มีความเคารพและยึดมั่นในจรรยาบรรณ จริยธรรมวิชาชีพสื่อ ผ่านการเรียนรู้จากสื่อรุ่นพี่ที่เคารพและศรัทธามาตลอด รวมทั้งได้เรียนและรู้จากการทำงานแรมเดือน แรมปี ร่วมกับสำนักข่าวขั้นนำในต่างประเทศ เช่น CNN และ NHK นับตั้งแต่ดิฉันเข้าเป็นพนักงาน สำนักข่าวไทย บมจ. อสมท หรือ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ในชื่อเดิมก่อนแปรรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ ..​ไม่ว่าจะในตำแหน่งผู้สื่อข่าว หรือ ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศ
 
ที่สำคัญ ดิฉันได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัว ให้เคารพในศักดิ์ศรีของตัวเองและเคารพในสิทธิของผู้อื่น
 
ในกรณีที่ข่าวการสัมภาษณ์เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ซึ่งออกอากาศทางช่อง 9 สำนักข่าวไทย กลายเป็นประเด็นที่องค์กรวิชาชีพอันเป็นที่รักของดิฉัน ถูกกล่าวพาดพิงไปในทางที่เสื่อมเสีย และเสียหายโดยไม่มีมูลความจริงนั้น นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่วิชาชีพและความตั้งใจของสื่อ ในองค์กรชั้นนำด้านการนำเสนอข่าวอย่างถูกต้อง เที่ยงธรรม เป็นกลาง และเชื่อถือได้ อย่างสำนักข่าวไทย อสมท ถูกกล่าวหาว่า รับงาน PR ของสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ผู้กล่าวหา คงไม่ทราบว่า ที่ผ่านมา สำนักข่าวไทย บมจ.อสมท เป็นสื่อแรกที่เริ่มนำเสนอและเปิดประเด็นทุน nominee ข้ามชาติ บนเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 โดยชี้ให้สังคมเห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมชุมชนคนไทย ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของคนอิสราเอลผู้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากนั้น สำนักข่าวไทย ยังได้ขยายผลการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ ของไทย ด้วยเช่นกัน ทั้งใน จ.ภูเก็ต เกาะสมุย เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา ทั้งยังเป็นสื่อแรก ที่เปิดประเด็นว่า นายทุนใหญ่ของธุรกิจอิสราเอล และคาบัด ในไทย ได้รับสัญชาติไทยจากกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ พ.ศ.​2560

ความตั้งใจที่จะนำเสนอรายงานสัมภาษณ์พิเศษ Dr.Alona Fisher-Kamm เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ผ่านความคิดและกลั่นกรองอย่างรอบด้านแล้วโดยผู้บริหารสำนักข่าวไทย ที่ประสงค์นำเสนอข้อมูล 2 ด้าน, มุ่งที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเสนอข้อมูลอย่างสมดุล-รอบด้าน ปราศจากอคติ เพื่อให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากทุกมุมมอง อันเป็นแนวปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพสื่อสารมวลชน นี่เป็นพันธกิจของสำนักข่าวไทย ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด ฉันใดก็ฉันนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของดิฉัน วัชรินทร์​ เศรษฐกุดั่น ก็ดำเนินไปโดยยึดมั่นในความเป็นสื่อที่มีจรรยาบรรณเช่นกัน

ด้านล่างนี้ นอกจากคลิปรายงานสัมภาษณ์พิเศษ H.E. Dr. Alona Fisher-Kamm เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่ดิฉันเป็นผู้สัมภาษณ์โดยหยิบประเด็นคำถามซึ่งเป็นที่กังวลใจแทนสาธารณชน และเป็นผู้ถอดเสียง เรียบเรียง เขียนบท voice over เองแล้ว ยังมีลิงค์ผลงานอีกหลายเรื่องที่ สำนักข่าวไทย เปิดประเด็น ทุนนอมินีข้ามชาติ การทำธุรกิจโดยชาวอิสราเอล และ chabad ศาสนสถานของชาวยิวในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วไทย ...​ เชิญชมกันได้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สำนักข่าวไทย ไม่ได้รับงาน PR ค่ะ
 
ถอดรหัสชาบัด เมื่อ “สัญชาติไทย” กลายเป็นตั๋วทองทุนข้ามชาติ (สกู๊ป-เพลินพิศ) วันที่ 7 ส.ค.69
https://www.facebook.com/reel/4663901563933875
https://youtu.be/glzg5e0wRRw?si=kLz6TAJGz09c348V
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/164439

เมื่อสัญชาติไทยเป็นตั๋วทองให้ทุนต่างชาติชาวยิว (สกู๊ป-เพลินพิศ) วันที่ 10 ส.ค.69
https://www.facebook.com/reel/1049988567428181
https://youtu.be/E62UB6-2stI?si=ndE6ZwM76a_6ZBH6
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/164683

ทุนยิว ช่องโหว่กฎหมาย หรือการยึดครองเศรษฐกิจ ? (สกู๊ป-เพลินพิศ) วันที่ 19 ส.ค.69
https://www.facebook.com/reel/1085946453787901
https://youtu.be/m1kRaJQZAJw?si=Sog_zI4iT_lLXkm6
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/165615

อิสราเอลตั้งกลุ่มชวนย้ายมาไทย มีโบสถ์ยิวในคอนโดครบ (สกู๊ป-เพลินพิศ) วันที่ 26 ส.ค.69
https://www.facebook.com/share/v/1CaZZF3r25/
https://youtu.be/70n1AzL9Xl0?si=oeVRAjoooUZM54fi
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/166384

“ชาบัด” วิถีชาวยิวในเชียงใหม่ (สกู๊ป-รวีวรรณ) วันที่ 13 ส.ค.69
https://www.facebook.com/reel/1209307431377028
https://youtu.be/cdcCuCArBtQ?si=7Efxn3brNuTpomyD
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/165006

“ชาบัด” อาณาจักรใหม่ชาวยิว ใจกลางกรุง (สกู๊ป-จามร) วันที่ 25 ส.ค.69
https://www.facebook.com/share/v/1BvoK6HQgm/
https://youtu.be/JYq1dKvrqv8?si=TCuZrolciZCkEeeB
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/166266

ทูตเปิดใจเคลียร์ปมต้านคนอิสราเอล (TALK-วัชรินทร์)
https://www.facebook.com/share/v/1DPsv7yd4W/
https://youtu.be/9EHPI-ygwpE?si=IkjHXJwq29YUIFEZ
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167339
มท.2 ลุยสอบย้อนหลัง ชาวยิวได้สัญชาติไทย

“เต้ อาชีวะ” ทวงถามสถานทูตอิสราเอล จี้ปมชาวอิสราเอลคุกคามคนไทย (1 ก.ย.69)
https://www.facebook.com/share/v/1bVAKxkP4t/
https://youtu.be/CjEFgwkUL1Q?si=2HzGQDHoDK54XL5s
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167028

กลุ่มปกป้องภูเก็ตยืนยันร่วมผนึกกำลังต่อต้านยิว (4 ก.ย.69)
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167335
https://www.facebook.com/reel/4463668517112159
https://youtu.be/ROT4lDq_yKI?si=hAMqvIxSZBzm0611

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อสุสานยิว–ย้ายศพออก ขีดเส้น 7 วัน (7-8 ก.ย.69)
https://youtu.be/_ZwlLqoP7nI?si=ydRUcrEjMSdXsnGQ
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167580

บางคล้าคุมเข้มสุสานยิว ติดกล้องวงจรปิด จับตาคำสั่งรื้อ 7 วัน (8 ก.ย.69)
https://youtu.be/5SR0UV4Msuk?si=ROs8FVuO_rLijWko
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167617

กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ตยื่นค้านจัดงานปีใหม่ยิวป่าตอง (8 ก.ย.69)
https://www.facebook.com/reel/1393858562859028
https://youtu.be/Gd-79mPQf_E?si=JVljXQApkO8n2UOO
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167615

“สีหศักดิ์” หารือทูตอิสราเอลฯ เร่งแก้ปัญหาชาวยิวทำผิดกฎหมาย (8 ก.ย.69)
https://youtu.be/tT63XMroRUA?si=ezjmBHIzLiHGyCzq
https://www.facebook.com/reel/957139343329790
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/167620

ถ้าไม่มี กกต. ที่ตัวเองเลือกมา น้ำเงินเกมไปแล้ว คือใน กกต. 7 คน มีกกต. 3 คน ที่ สว. ชุดที่แล้วตั้ง และ กกต. 4 คน ที่ สว. ชุดปัจจุบันตั้ง (มีวุฒิสภาเพื่อคานอำนาจของรัฐบาล แต่ตอนนี้วุฒิสภากลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาลไปแล้ว ยุบวุฒิสภา!)






https://x.com/captainnerd23/status/2099816120634978459

ถ้าไม่มี กกต. ที่ตัวเองเลือกมา น้ำเงินเกมไปแล้ว

คือใน กกต. 7 คน มีกกต. 3 คน ที่ สว. ชุดที่แล้วตั้ง และ กกต. 4 คน ที่ สว. ชุดปัจจุบันตั้ง

ถ้าเอากันตามหลักจริงๆ กกต. 4 คนหลัง ไม่ควรมีส่วนร่วมในการพิจารณาเลย เพราะผลประโยชน์ทับซ้อนจัดๆ คนเราจะสอยคนที่ตั้งตัวเองมาหรอ

ซึ่งถ้าไม่นับ กกต. 4 คนหลัง คะแนนจะเป็น 2:1 ให้ฟ้องนะ

แต่ก็นั่นแหละ เป็นบั๊กของ รธน. 60 ที่ทุเรศมากๆ








 

“สิทธิโชติ”ชี้แจงรายละเอียดเสียงข้างน้อยมติฟันโกงสว.-ยันหลักฐานชัดจนเห็นช้างทั้งตัว!! และบอกว่า พอได้พูดออกไปแล้วก็สบายใจขึ้น


“สิทธิโชติ”ชี้แจงรายละเอียดเสียงข้างน้อยมติฟันโกงสว.-ยันหลักฐานชัดจนเห็นช้างทั้งตัว!!: Matichon TV

Sep 15, 2026 #

เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมติเสียงข้างน้อยในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยืนยันเป็น 2 เสียงข้างน้อยในมติ 5:2 ที่ยกคำร้องไม่เอาผิดนักการเมือง

https://www.youtube.com/watch?v=SVnW_4UVdD4









 


เมื่อ“ระบบตรวจสอบถ่วงดุล” ถูกครอบงำ “คนมีอำนาจที่ทุจริต รอดการตรวจสอบทุกกรณี” เพราะคนที่ถูกตรวจสอบ เป็นคนเลือกคนที่มาตรวจสอบตัวเอง เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ กันจริงหรือ?







https://x.com/sudaratofficial/status/2099694950900486536

เมื่อ“ระบบตรวจสอบถ่วงดุล”
ถูกครอบงำ

“คนมีอำนาจที่ทุจริต รอดการตรวจสอบทุกกรณี”

เพราะคนที่ถูกตรวจสอบ เป็นคนเลือกคนที่มาตรวจสอบตัวเอง
 
เมื่อกลไกตรวจสอบอยู่ใต้อาณัติ
คนมีอำนาจที่โกง…ก็ไม่กลัวการตรวจสอบ
คนโกง…ก็ยิ่งกล้าโกงมากขึ้น
คอรัปชั่นก็ยิ่งเบ่งบาน

เมื่อคอรัปชั่นเบ่งบาน
คนต้องจ่ายราคา
ไม่ใช่นักการเมือง
ไม่ใช่ข้าราชการ
ไม่ใช่กกต.
 
แต่คือ“ประชาชนทั้งประเทศ”

ตัวอย่างที่เห็นชัดในขณะนี้ก็คือ การโกงสอบท้องถิ่นระดับหมื่นล้าน แต่จับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ผู้มีอำนาจที่รับผลประโยชน์หมื่นล้านกลับลอยนวล
หรือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ที่ปล้นประชาชนไปกว่า 50,000 ล้าน วันนี้ยังจับผู้มีอำนาจ
ที่เสกนำ้มันเป็นเงินสด
เข้ากระเป๋าตัวเองไม่ได้

เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้
กันจริงหรือ?

#การเมืองสุจริต




เกมที่ยืดเยื้อมา 20 ปี ❝ 20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ ❞

https://www.facebook.com/matichonweekly/posts/1476961437799384

Matichon Weekly - มติชนสุดสัปดาห์
4 hours ago ·

❝ 20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ
วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ ❞
.
สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองที่เคยเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศลงถนน ทวงคืนประเทศไทย พร้อมทั้งชี้ข้อเสียและปัญหาของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
.
นี่เป็นจังหวะก้าวทางการเมืองที่น่าสนใจของแต่ละฝ่าย
.
เพราะขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ความเชื่อถือของประชาชนต่อรัฐบาลมีน้อยมาก
.
สนธิเป็นคนที่รู้จังหวะการเมือง ดังนั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ทำอย่างเปะปะ ใครๆ ก็ประเมินได้ว่าเขาคงจะต้องรอดูผลที่ กกต.จะประกาศดำเนินการในคดีโกงเลือก ส.ว.อย่างไร ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ถ้าสิ่งที่ กกต.ประกาศขัดกับความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การเคลื่อนไหวก็จะมีต่อและหนักขึ้น
.
งานนี้สนธิไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้มากกับได้น้อย เพราะจุดอ่อนของรัฐบาลอนุทินมีมากมาย แตะตรงไหนก็ยุบตรงนั้น
.
ยิ่งสนธิเสนอประเด็นข้อเรียกร้องหลายปัญหา คนที่เห็นด้วยก็ยิ่งมากขึ้น แต่การเคลื่อนไหวจะทำให้แรงหรือหยุดก็สามารถทำได้ เพราะทุกประเด็นสามารถให้เวลารัฐบาลในการแก้ไข
.
ถ้าย้อนกลับไปก่อนการรัฐประหาร 2549 วันที่สนธิเคลื่อนไหว กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองกดดันรัฐบาลทักษิณในปลายปี 2548 อนุทินคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สังกัดพรรคไทยรักไทย และเมื่อเกิดการรัฐประหารและยุบพรรค อนุทินก็เป็นหนึ่งใน 111 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง กว่าจะกลับมาเล่นการเมืองได้ก็ปี 2555
.
20 ปีการเมืองผันแปรอย่างหนัก จากการต่อสู้กับทักษิณ แต่เกมไม่สามารถปิดลงได้ กลับยืดเยื้อยาวนานถึง 20 ปี
.
ตอนนี้ทักษิณอายุมากแล้ว ไม่ใช่นักมวย เป็นผู้จัดการ แต่กลุ่มอำนาจเก่าต้องต่อสู้กับประชาชนหลายสิบล้านคน
.
ลองย้อนศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง 20 ปี จาก 2549 เพื่อประเมินสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569

20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
คอลัมน์หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_911209
.....

เกมที่ยืดเยื้อ 20 ปี

เมื่อมองผ่านมิติทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย การยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และผลลัพธ์ที่ตกค้างมาถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึง "วงจรอุบาทว์รูปแบบใหม่" (Modern Vicious Cycle) ที่วิวัฒนาการจากการใช้อาวุธปฏิวัติ สู่การใช้อำนาจผ่านกติกาและสถาบันทางกฎหมาย ซึ่งสามารถแบ่งลำดับประวัติศาสตร์ออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ ดังนี้:

1. จุดเปลี่ยนจาก "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" สู่ "ยุคทหารนำการเมือง" (2540–2549)
  • การพังทลายของเจตนารมณ์พฤษภา 35: รัฐธรรมนูญ 2540 เกิดขึ้นเพื่อกระจายอำนาจสู่ประชาชนและสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันทหารแทรกแซง แต่เมื่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ในปี 2548 โครงสร้างอำนาจดั้งเดิมมองว่าระบบรัฐสภาเข้มแข็งเกินไปจนควบคุมไม่ได้
  • การคืนชีพของรัฐประหาร: การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 โดย คปค. ถือเป็นการทำลายวงจรประชาธิปไตยตามระบบสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี (นับจากปี 2535) และเปิดประตูให้กองทัพกลับเข้ามามีบทบาทในฐานะ "ผู้กรรมการทางการเมือง" อีกครั้ง
2. วิวัฒนาการจาก "เครื่องแบบ" สู่ "ตุลาการภิวัฒน์" และ "องค์กรอิสระ" (2550–2562)

  • เปลี่ยนรูปแบบการยึดอำนาจ: บทเรียนจากการรัฐประหารปี 2549 ทำให้ฝ่ายอำนาจเก่าตระหนักว่าการใช้รถถังสร้างแรงต้านทางสังคมสูงและถูกต่อต้านจากต่างชาติ จึงเปลี่ยนมาใช้อำนาจผ่านกติการัฐธรรมนูญ (ฉบับ 2550 และ 2560)
  • การแช่แข็งผลการเลือกตั้ง: ประวัติศาสตร์ช่วงนี้บันทึกปรากฏการณ์ที่นโยบายหรือเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้งถูกลบล้างด้วยอำนาจนอกสภาหลายครั้ง เช่น
    • การยุบพรรคการเมืองขนาดใหญ่ (ไทยรักไทย, พลังประชาชน, ไทยรักษาชาติ, อนาคตใหม่, ก้าวไกล)
    • การถอดถอนนายกรัฐมนตรีโดยศาลและองค์กรอิสระ
    • การใช้อำนาจของ ส.ว. แต่งตั้ง เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล
3. การเปลี่ยนผ่านของ "คู่ขัดแย้ง" ในทางประวัติศาสตร์ (2549 สู่ ปัจจุบัน)
  • จาก "ตัวบุคคล" สู่ "โครงสร้าง": ในปี 2549 ความขัดแย้งถูกอธิบายว่าเป็นเรื่องระหว่าง กลุ่มอำนาจเก่า vs ทักษิณ ชินวัตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองทศวรรษ ประชาชนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามต่อ โครงสร้างเชิงสถาบัน กติการัฐธรรมนูญ และความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ โดยตรง
  • การยึดอำนาจประชาชนที่เงียบเชียบ: ในมิติประวัติศาสตร์ ข้อความ "วันนี้...ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ" จึงอธิบายถึงภาวะที่ประชาชนยังคงมีสิทธิไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่อนุรักษนิยมเชิงโครงสร้างและองค์กรอิสระกลับเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์สุดท้ายทางการเมือง ทำให้เจตนารมณ์ของเสียงส่วนใหญ่ไม่มีผลบังคับใช้จริง
การเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560 ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าใจการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทยตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับถูกออกแบบด้วยโจทย์ทางสังคมและการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

ตารางเปรียบเทียบโครงสร้างอำนาจ 2540 vs 2560

มิติการเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ("ฉบับประชาชน")รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ("ฉบับปราบโกง")
แนวคิดและโจทย์หลักกระจายอำนาจ เสริมสร้างเสถียรภาพฝ่ายบริหาร และสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งควบคุมพรรคการเมือง เพิ่มอำนาจกลไกตรวจสอบ และกระจายอำนาจฝ่ายบริหารออกไป
ที่มาของ ส.ว.เลือกตั้งโดยตรง 100% จากประชาชนในแต่ละจังหวัดแต่งตั้ง/เลือกกันเอง (ในบทเฉพาะกาลให้ ส.ว. 250 คนมาจากการเลือกของ คสช.)
อำนาจของ ส.ว.กลั่นกรองกฎหมายและแต่งตั้งองค์กรอิสระ (ไม่มีสิทธิโหวตนายกรัฐมนตรี)ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี (ในบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก) และถือกฎเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ
ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.บัตร 2 ใบ (แบ่งเขต 400 + บัญชีรายชื่อ 100) เอื้อให้เกิดพรรคการเมืองขนาดใหญ่จัดสรรปสรรส่วนผสม (MMP - บัตรใบเดียวปี 2562) หรือบัตร 2 ใบแบบหาร 100/500 ที่เอื้อพรรคขนาดกลาง-เล็ก
น้ำหนักอำนาจฝ่ายบริหารและสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากเจตนารมณ์ของประชาชนองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจทางการเมือง

1. การเคลื่อนย้ายศูนย์กลางอำนาจ (Shift of Power Center)
  • ฉบับ 2540 (สภาและประชาชนเป็นศูนย์กลาง): การมีระบบเลือกตั้งที่สร้างพรรคการเมืองเข้มแข็ง ส่งผลให้ฝ่ายบริหารมีเสถียรภาพสูง สามารถผลักดันนโยบายสาธารณะระดับชาติได้จริง อำนาจตัดสินใจอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ผ่านการลงคะแนนของประชาชน
  • ฉบับ 2560 (องค์กรตรวจสอบและอนุรักษนิยมเป็นศูนย์กลาง): ย้ายอำนาจตัดสินใจชี้ขาดทางการเมืองไปไว้ที่ องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ส.ว. โดยกำหนดให้มีอำนาจตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองอย่างเข้มงวด ทำให้เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจากการเลือกตั้งถูกคานอำนาจได้โดยง่าย
2. เสถียรภาพของรัฐบาลและการจัดตั้งรัฐบาล
  • ฉบับ 2540: เกิดรัฐบาลพรรคเดียวหรือรัฐบาลผสมขนาดเล็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้การบริหารประเทศมีทิศทางชัดเจน
  • ฉบับ 2560: ส่งผลให้เกิด "รัฐบาลผสมหลายพรรค" (Coalition Government) ที่ขาดเอกภาพและถูกแทรกแซงได้ง่าย การจัดตั้งรัฐบาลต้องพึ่งพาการสร้างพันธมิตรข้ามขั้วหรือได้รับการยินยอมจากบทเฉพาะกาลของ ส.ว.
3. ความยืดหยุ่นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • ฉบับ 2540: แม้กำหนดกระบวนการแก้ไขไว้อย่างเป็นระบบ แต่ยังเปิดช่องให้กระบวนการทางสภาสามารถแก้ไขกติกาเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้
  • ฉบับ 2560: ถูกออกแบบให้แก้ไขได้ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ (Hard-to-amend Constitution) เนื่องจากต้องใช้เสียง ส.ว. อย่างน้อย 1 ใน 3 ร่วมเห็นชอบ ซึ่งกลายเป็นปมความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่คาราคาซังมาจนถึงปัจจุบัน