วันจันทร์, มกราคม 12, 2569

ป้าห่มขาว ยุคอินเดียโบราณ มาอีกแล้ว โพสต์ต่อว่าพาดหัวซะน่ากลัวว่า "สุนัขขี้เรื้อนใต้ปีกพญาอินทรีย์ เขาล้างสมองที่สถานทูตยังไง อ่านของจริงจากอดีตนิสิตจุฬา อ่านจบจะช่วยปกป้องลูกได้"


Paul Adithep
13 hours ago
·
อ่านแผนการล้างสมองของ (อดีต) อ.จุฬาฯ

เมื่อกี้ครับ เห็นมิตรฯ แชร์บทความหนึ่งมา พาดหัวซะน่ากลัวครับว่า "สุนัขขี้เรื้อนใต้ปีกพญาอินทรีย์ เขาล้างสมองที่สถานทูตยังไง อ่านของจริงจากอดีตนิสิตจุฬา อ่านจบจะช่วยปกป้องลูกได้" (https://www.facebook.com/MasterAcharavadeeTH/posts/pfbid02UJhQorMtMduj5Nf7Sdrer3tQSFXDqaQFW8pbBEugoVdNP9Dp7cVVj8Ldga1QAkpDl) ซึ่งเป็นโพสต์ที่ไวรั้ลมากๆ ครับ มีคนกดตุ่มแสดงอารมณ์หลากหลายนับหมื่นและกดเพยแพร่ต่อกว่าห้าพัน

ก่อนจะอ่านเนื้อหา ผมนึกในใจครับว่า “โอ้ว! ที่จุฬาฯ เค้ามีค่ายปรับทัศนคติบีบบังคับให้คนต้องยอมละทิ้งความเชื่อและอุดมคติที่ตนเองยึดถือเพื่อให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อผู้นำหรืออุดมการณ์ใหม่ด้วยหรือนี่? เค้าจะใช้วิธีการเช่นใดนะ?”

แต่พอเข้าไปอ่านจริงๆ กลับพบว่า มันไม่มีหลักฐานการบังคับขู่เข็ญนักศึกษาให้ต้องละทิ้งความเชื่อและอุดมคติที่ถูกรัฐและครอบครัวปลูกฝังและท่องจำมาตั้งแต่เด็กแต่ประการใดครับ

เบื้องต้นคือ บทความดังกล่าวฉายภาพให้ “ใจ อึ้งภากรณ์” เป็นตัวร้ายของเรื่อง (ตอนท้ายๆ ของบทความมีข้อความตอนหนึ่งว่า “อาจารย์เลวพวกนี้ปลุกปั่นหลอกใช้เด็กให้ล้มเจ้า ล้างสมองเด็กด้วยความเท็จ” แต่ก็ไม่มีตัวอย่างความเท็จที่ว่าให้ดู และคำว่า “อาจารย์เลวพวกนี้” น่าจะต้องหมายรวมถึง “ใจ” ด้วยเพราะเป็นอาจารย์คนเดียวที่ถูกเอ่ยชื่อ) ส่วนคนต้นเรื่องที่อ้างว่าเป็นลูกศิษย์ที่ถูก “ล้างสมอง” เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ครับ เราจึงไม่อาจแน่ใจได้ว่า เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้มาจากประจักษ์พยานตัวจริง

ในขณะที่บรรดาลูกเพจของหญิงนุ่งขาวห่มขาวรายนี้พากันแซ่ซ้องยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน แม้ว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่า “ใจ” ที่ถูกพาดพิงออกมาปฏิเสธหรือยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวเลยก็ตาม

(อัพเดต: อาจารย์ใจมาตอบเองแล้วนะครับว่า "มันเป็นนิยายจากต้นจนจบ และผมขี้เกียจเข้าไปแก้ตัวกับพวกหมาหอนในซอย")

อย่างไรก็ดีครับ ผมจะขอ “สมมติ” ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไว้ก่อน เพื่อพิจารณาต่อไปว่า ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้จริงการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ชั่วร้าย” เป็นภัยต่อสังคมหรือไม่?

อย่างแรกครับ การกระทำของ จ. มิได้มีการบังคับขู่เข็ญ ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยสมัครใจ และฟังดูเหมือน จ. พยายามคัดนักศึกษาออกตั้งแต่วันแรกให้มากที่สุดด้วยซ้ำ ซึ่งออกจะเป็นวิธีการที่เค้าเต้อโปรดั๊กถีบ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ จ. ต้องการคือการล้างสมองคนในวงกว้าง

ต่อมาครับ การพานักศึกษาไปพบกับนักวิชาการหรือนักศึกษานอกสถาบัน โดยหลักการแล้วไม่ผิดอะไรเลย หรือการ “ถกเรื่อง Rights สิทธิและความเท่าเทียม” มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติของการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต้องพัฒนาให้นักศึกษารู้จักการใช้เหตุผล และตัวนักศึกษาก็น่าจะไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ภยันตรายใดๆ จากการแสดงความเห็นที่แตกต่าง

(ในทางตรงกันข้ามชาวขวาไทยกลับเห็นว่าการอินด๊อกตริเนตความเชื่อให้กับเด็กๆ ที่ยังคิดไม่เป็น ครูว่ามาก็ท่องจำทำตามเป็นเรื่องที่ถูกต้องตราบใดที่ความเชื่อนั้นตรงกับหลัก “กรรมเก่า” ซึ่งเป็นฐานให้กับโครงสร้างทางสังคมที่เหลื่อมล้ำ)

เหตุการณ์ในสถานทูตที่พาดหัวอ้างว่าเป็นสถานที่ที่ถูกใช้ “ล้างสมอง” ก็เป็นแค่การไปร่วมงานอีแว๊นต์ของสถานทูตนั้นๆ การเดินทางก็ไม่น่าจะมีการใช้ถุงดำคลุมหัวจับขึ้นรถตู้ทึบแต่อย่างใด ไปถึงเค้าก็แค่ชวนคุยแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองต่างๆ นานา การที่ฝรั่งต่างชาติไม่ชื่นชมการรัฐประหาร และการแทรกแซงการเมืองของทหารก็เป็นเรื่องปกติของคนที่โตมาในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีสร้อยต่อท้าย

การแนะนำการทำโปรเจ๊กโดยอาศัยทุนจากต่างชาติก็ดูเหมือนทุนต่างชาติจะไม่ได้เอามีดมาจ่อคอให้นักศึกษาทำเช่นกัน แต่เป็นนักศึกษาที่ต้องยื่นเรื่องไปขอเงินเค้าเอง แล้วเค้าก็ยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าจะใช้เงินเค้าก็ต้องโปรโมตค่านิยมที่เค้ายึดถือด้วย และค่านิยมที่ถูกอ้างถึงอย่างประชาธิปไตย สิทธิ และความเท่าเทียม มันก็เป็นหลักการที่สอดคล้องกับการปกครองของไทยที่บอกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่หรือ? ก็่เลยไม่รู้ว่า การทำโปรเจ๊กแบบนี้มันผิดตรงไหน? ผิดที่การรับทุน? หรือผิดที่ทุนนั้นส่งเสริมค่านิยมที่ฝ่ายขวาต่อต้าน? (เพราะเอกชนไทยก็แจกทุนส่งเสริมค่านิยมต่างๆ ผ่านกิจกรรมทางสังคมที่หลากหลายเช่นกัน แต่ไม่เป็นปัญหาในสายตาขวาไทย เพราะเอกชนไทยไม่นิยมส่งเสริมหลักการในระบอบประชาธิปไตย)

ดังนั้นครับ ข้อกล่าวหาที่ว่ามาทั้งหมด “ต่อให้จริง” มันก็ไม่ขัดกฎหมายข้อไหนของบ้านเมืองเราเลยนะครับ ถ้าจะขัดก็คือขัดใจคนที่นิยมรัฐประหาร ยึดมั่นในลำดับชั้นทางสังคมตามความเชื่อเรื่องกรรมเก่า และต่อต้านความเท่าเทียม ด้วยความที่คนเหล่านี้น่าจะกลัวว่าลูกหลานที่ถูกอินด๊อกตริเนตหลักการเหล่านี้มาแต่เล็กแต่น้อยจะหวั่นไหวเมื่อเข้าสู่ชั้นมหาลัยหากความเชื่อเดิมถูกท้าทาย

https://www.facebook.com/photo?fbid=33878127678437643&set=a.106211759389335



หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ วิเคราะห์โพลสายอนุรักษ์นิยม Top News


สมบัติ บุญงามอนงค์
9 hours ago
·
Poll ของ Top News น่าสนใจมาก

ประการแรก ในมุมมองของคนดู Top News ที่เราเชื่อว่าเป็นสายอนุรักษ์นิยม สนับสนุนอนุทินเป็นอันดับ 1 ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้อนุทินไม่ได้อยู่ในกลุ่มคนที่คนดู Top News จะมองว่าเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนี้ได้ แซงหน้าพีระพันธุ์ซึ่งเป็นตัวแทนของประยุทธได้ด้วย

ประการที่สอง อภิสิทธิ์ได้คะแนนในระดับที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ ทั้งๆที่เคยเป็นตัวแทนนายกในดวงใจของคนในปีกอนุรักษ์นิยม คะแนนห่างจากพีรพันธุ์ชนิดไม่เห็นฝุ่น ในขณะที่กระแสข่าวการกลับมาของอภิสิทธิ์ที่บอกว่าร้อนแรงอย่างยิ่ง กลับยังได้คะแนนต่ำไม่ถึง 10 % จากสื่อที่เป็นตัวแทนของอนุรักษ์นิยม

ประการที่สาม หมอวรงค์ได้รับความนิยมน้อยกว่าเท้งในกลุ่มอนุรักษ์นิยม ดูแล้วรอบนี้น่าจะสอบตกเหมือนเดิม

ประการที่สี่ การลงทุนเต้นของพี่โอ๋กับอ.เจษฎ์ ไม่ได้คะแนนในกลุ่มอนุรักษ์นิยมเลยแม้แต่น้อย

ประการสุดท้าย เต้ มงคลกิต ก็ไม่ติดโผเลย ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ทั้งๆที่แสดงวิสัยทัศน์ในเชิงนโยบายได้หวือหวาสุดๆ และได้พื้นที่สื่อไปเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องวิดพื้นหรือการสร้างกองทัพอวกาศ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=26257454480506915&set=a.100112943334426



สิทธิประโยชน์ประชาชนที่ถูกลดในรัฐธรรมนูญ 60 - 8 กุมภา กาเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่


Gunna Jittranon
Yesterday
·
#โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มองในแง่ของ "สิทธิและเสรีภาพ" ของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 2560 มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนเคยได้รับจากปี 2540 อย่างมีนัยสำคัญ
.
​โดยหนึ่งในเทคนิคการเขียนที่เปลี่ยนไปคือการย้าย "สิทธิ" (สิทธิที่เราทวงถามได้) ไปไว้ในหมวด "หน้าที่ของรัฐ" (สิ่งที่รัฐจะทำเมื่อพร้อม) ซึ่งทำให้การฟ้องร้องเรียกสิทธิ์ทำได้ยากขึ้น นี่คือ
.
10 สิ่งสำคัญที่หายไปหรือถูกลดทอนลง
.
​1. สิทธิในการได้รับการศึกษา (ลดจำนวนปีที่รัฐรับรอง)
​ปี 40: ประชาชนมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐให้ได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยรัฐต้องจัดให้ "อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ"

​ปี 60: เปลี่ยนมาเน้นที่การศึกษาภาคบังคับและการศึกษาปฐมวัย (อนุบาล-ม.3) แม้ในทางปฏิบัตินโยบายเรียนฟรีจะมีอยู่ แต่ในเชิงกฎหมายแม่บท ความเป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" ในระดับมัธยมปลายถูกทำให้คลุมเครือขึ้น
.
​2. สิทธิในการรับทราบข้อมูลและการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing)
​ปี 40: ประชาชนมีสิทธิได้รับข้อมูลและ "แสดงความคิดเห็น" ก่อนที่รัฐจะอนุมัติโครงการที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพ (มาตรา 59)

​ปี 60: สิทธินี้ถูกลดทอนลงโดยกำหนดให้รัฐต้องรับฟังความคิดเห็นก็จริง แต่มีเงื่อนไขเรื่อง "ความจำเป็น" และ "ความมั่นคง" เข้ามาแทรกแซง ทำให้การคัดค้านโครงการรัฐทำได้ยากขึ้น
.
​3. สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
​ปี 40: ประชาชนมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่ "ได้มาตรฐาน" และผู้ยากไร้มีสิทธิรับการรักษา "ฟรี"

​ปี 60: ย้ายสิทธินี้ไปอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 55) ซึ่งเปลี่ยนจากการเป็นสิทธิที่ประชาชนจะเรียกเอาได้ มาเป็นการที่รัฐจะจัดให้ตามที่รัฐเห็นสมควร
.
​4. สิทธิของผู้บริโภคในการรวมกลุ่ม
​ปี 40: สนับสนุนการรวมตัวกันเป็น "องค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค" ที่มีความเข้มแข็งและมีงบประมาณสนับสนุนชัดเจน

​ปี 60: ความชัดเจนขององค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภคถูกลดระดับลง และกระบวนการจัดตั้งทำได้ยากขึ้นมากในทางปฏิบัติ
.
​5. สิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมือง
​ปี 40: ประชาชนจำนวน 50,000 คน สามารถเข้าชื่อเพื่อ "ถอดถอน" ส.ส., ส.ว. หรือรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งได้โดยตรงผ่าน ป.ป.ช.

​ปี 60: ช่องทางนี้ถูกยกเลิกไป โดยเปลี่ยนเป็นการร้องเรียนผ่านช่องทางอื่นที่ซับซ้อนและใช้เวลานานกว่ามาก
.
​6. สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐโดยตรง (มาตรา 28 ปี 40)
​ปี 40: ใครที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ สามารถยกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญขึ้นอ้างเพื่อฟ้องร้องต่อศาลได้ทันที

​ปี 60: การฟ้องร้องต้องอ้างอิงตาม "กฎหมายลูก" หากยังไม่มีกฎหมายลูกออกมารับรองสิทธินั้น ประชาชนจะฟ้องโดยใช้รัฐธรรมนูญเพียวๆ ได้ยากกว่าเดิม
.​
​7. สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก (ที่ถูกจำกัดด้วย "ความมั่นคง")
​ปี 40: การจำกัดเสรีภาพจะทำได้เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐในช่วง "ภาวะสงคราม" หรือสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น

​ปี 60: มีการเพิ่มคำว่า "ความสงบเรียบร้อย" และ "ศีลธรรมอันดี" เข้ามาเป็นเงื่อนไขกว้างๆ ที่รัฐสามารถนำมาใช้จำกัดเสรีภาพในการพูดหรือการชุมนุมได้ในเวลาปกติ
.
​8. สิทธิในการเลือก ส.ว. ของตัวเอง
​ปี 40: ประชาชนมีสิทธิเลือกตัวแทนในสภาสูง (ส.ว.) ด้วยมือตัวเอง เพื่อให้ไปทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบองค์กรอิสระ

​ปี 60: สิทธินี้หายไปโดยสิ้นเชิง ประชาชนไม่มีสิทธิโหวตเลือก ส.ว. แม้แต่คนเดียว (ใช้ระบบเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพหรือแต่งตั้ง)
.​
​9. สิทธิในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
​ปี 40: เปิดกว้างและมีกระบวนการที่ยึดโยงกับสถาบันที่มาจากการเลือกตั้ง

​ปี 60: แม้จะให้ประชาชนเข้าชื่อได้ แต่มีกำแพง "ส.ว. แต่งตั้ง 1 ใน 3" ขวางอยู่ ทำให้สิทธิในการเสนอแก้กฎหมายสูงสุดของประชาชนแทบจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ
.
​10. สิทธิในการได้รับการช่วยเหลือทางกฎหมาย
​ปี 40: บัญญัติเป็นสิทธิกว้างๆ ว่ารัฐต้องจัดหาทนายความและให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา

​ปี 60: เติมคำว่า "เฉพาะผู้ยากไร้" เข้าไป ซึ่งทำให้รัฐสามารถใช้เกณฑ์การวัดความยากจนมาจำกัดสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของคนชนชั้นกลางระดับล่างได้
.
​สรุปคือ: รัฐธรรมนูญปี 2560 เปลี่ยนจากหลักการ "ประชาชนเป็นเจ้าของสิทธิ" ไปสู่หลักการ "รัฐเป็นผู้สงเคราะห์"

https://www.facebook.com/photo/?fbid=4185572888328063&set=a.1511912449027467
.....

Puangthong Pawakapan 
4 hours ago
·
เริ่องประชามติ เราไม่ห่วงกรุงเทพเท่าไรแล้ว แต่ห่วงต่างจังหวัดมากกว่า ไม่เห็นแคมเปญเลย ทั้งสถาบันการศึกษา นวชก. นักศึกษาใน ตจว.ดูเงียบเชียบมาก
จะฝาก ผู้สมัคร สส.ให้ช่วย หลายพรรคก็ไม่สนใจ
#8กุมภาพันธ์ #กาเห็นชอบ #ร่างรัฐธรรมนูญใหม่



วาทกรรมที่ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับปราบโกง นั้นไม่จริง ! ผลจากการใช้งานอยู่นานกว่า 8 ปี มีกรณีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ไม่ควรได้ไปต่อ !!


iLaw
8 hours ago
·
วาทกรรมที่ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับปราบโกง การจะแก้ไขคือการช่วยคนโกง เป็นหนึ่งในวาทกรรมที่ถูก “ปั่น” ขึ้นโดยขบวนการปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้มีบางคนลังเลใจที่จะกา “เห็นชอบ” ในการออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
:
ซึ่งวาทกรรมดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” สามารถอธิบายสั้นๆ ได้ว่า “รัฐธรรมนูญนี้เขียนให้องค์กรตรวจสอบทุจริตไม่เป็นอิสระ จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนฝ่ายหนึ่งให้โกงได้ไม่จำกัดและไม่ถูกตรวจสอบ หากต้องการปราบโกงจริงๆ ต้องเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
:
มีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 เป็นผู้ตั้งชื่อเล่น และเชิดชูสิ่งที่ตัวเองเขียนขึ้นว่า “ฉบับปราบโกง” ซึ่งเป็นธรรมดาที่คนยกร่างต้องหาถ้อยคำมาชื่นชมผลงานของตัวเอง แม้จะเป็นจริงอยู่ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มเครื่องมือถอดถอนนักการเมืองที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตให้ต้องพ้นจากตำแหน่งได้ง่ายขึ้น แต่เครื่องมือเหล่านั้นล้วนมีกระบวนการบังคับใช้แบบขัดหลักการของกฎหมาย “มุ่งเป้าหมายทางการเมือง” และใช้งานโดยองค์กรที่มีที่มาไม่เป็นอิสระ
:
องค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบการทุจริต ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีที่มาที่ไม่ได้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง โดยกรรมการสรรหาประกอบไปด้วยตัวแทนขององค์กรเหล่านี้เวียนมาเลือกผู้สมัครในหมู่พวกเดียวกันเอง และส่งรายชื่อให้สว. ลงมติ “เห็นชอบ” ให้เข้าดำรงตำแหน่ง ซึ่งในช่วงก่อนมีสว. ชุดแรกก็ให้สภาแต่งตั้งของคสช. เป็นผู้ลงมติ ต่อมาในช่วง 5 ปีแรกของรัฐธรรมนูญนี้ สว. ก็มาจากการคัดเลือกของ คสช. โดยตรง องค์กรเหล่านี้จึงมาทำหน้าที่ปกป้องและไม่ตรวจสอบคนของคสช. ต่อมาสว. ก็มาจากระบบ “เลือกกันเอง” ที่ถูกพรรคการเมืองเข้าแทรกแซง จนได้ สว. ที่เสียงส่วนใหญ่เป็น “สีน้ำเงิน” และลงมติไปในทางเดียวกันเสมอ เลือกคนที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอย่างชัดเจนเข้ามาทำหน้าที่ “ไม่ตรวจสอบ”
;
มีกรณีตัวอย่างมากมายที่เห็นความไม่สุจริตของนักการเมืองฝ่ายเดียวกับคสช. แต่กลไกของรัฐธรรมนูญนี้กลับไม่สามารถตรวจสอบหรือถอดถอนนักการเมืองได้ เช่น กรณี “นาฬิกายืมเพื่อน” ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, กรณีให้ลูกชายใช้ที่อยู่ในค่ายทหารตั้งบริษัทของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สว. ชุดพิเศษ และน้องชายของพล.อ.ประยุทธ์, กรณีนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมออกจากบ้านพักหลวงของตำแหน่งข้าราชการทหาร, กรณีรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า มีประวัติเคยต้องโทษคดีค้ายาเสพติด, กรณีตึกสตง. ถล่มและไม่มีการรับผิดของหน่วยงานรัฐ, กรณีถนนยุบหน้าโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งบริษัทที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นของอนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้งกรณีการโกงเลือกสว. ซึ่งเป็นการทุจริตที่ชัดเจนแต่กลับเอาผิดใครไม่ได้ ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไม่สามารถ “ปราบโกง” ได้จริง ตรงกันข้ามกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐทั้งหลายกลับ “ไม่ทำงาน” เพื่อปกป้องพวกเดียวกันเอง
:
คำว่า “ปราบโกง” เป็นเพียงวาทกรรมสวยหรูที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ปั้นแต่งขึ้น เพื่อจะเพิ่มเครื่องมือสำหรับใช้กำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเท่านั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ไม่ได้มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตหรือการโกงร่วมด้วย รวมถึงการถอดถอนนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนด้วยข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรม เศรษฐา ทวีสินถูกข้อหาว่าแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีประวัติทุจริต ส่วนแพทองธาร ชินวัตร ถูกข้อหาโทรศัพท์คุยกับฮุนเซ็น ทั้งสองกรณีไม่ใช่ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต หรือก่อนหน้านี้การตัดสิทธิพรรณิการ์ วานิช ด้วยเรื่องมาตรฐานจริยธรรม รวมถึงคดี 44 สส. จากพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้ทุจริตคอร์รัปชั่น เพียงทำหน้าที่สส. ในการเสนอกฎหมายเท่านั้น แต่กลายเป็นกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำหน้าที่ถอดถอนนักการเมืองที่ “ไม่ถูกใจ” หรือเคลื่อนไหวประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์
:
ผลจากการใช้งานอยู่นานกว่า 8 ปี เห็นภาพชัดแล้วว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงรัฐบาลหรือกลุ่มการเมืองในขั้วเดียวกัน แทบไม่เคยถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ว่าพฤติกรรมที่ปรากฏจะสะท้อนความไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อราชการมากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าเป็นขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม กลับถูกตรวจสอบ ถอดถอน หรือถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าข้อกล่าวหาจะไม่ใช่เรื่องการ “โกง” หรือ “ทุจริต” ก็ตาม
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1300289552144661&set=a.625664036273886



https://www.facebook.com/reel/879162154835513



เด็กไทยสุขภาพใจพัง ! เหงา-โดดเดี่ยว-เครียดบ่อย 9 ล้านไม่พอใจชีวิตตัวเอง


กรุงเทพธุรกิจ
Yesterday
·
เด็กไทย 9 ล้านคน ไม่พอใจชีวิตตัวเอง ราว 29% รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว อีก 14% เครียดบ่อย เหตุจากขาดความผูกพันในครอบครัว
.
เปิดผลสำรวจ พบ เด็ก-เยาวชน 29% รู้สึกเหงา-โดดเดี่ยว 14% เครียดบ่อย น่าสนใจ เด็กไทย 9 ล้าน ไม่พอใจชีวิตตัวเอง เหตุจากขาดความผูกพันในครอบครัว “วันเด็ก ปี 69 ” สสส. สานพลังภาคี เปิดบ้านจัดกิจกรรม “ดูแลวัยเด็กด้วยศิลปะด้านใน” ชวนเด็ก- พ่อแม่-ผู้ดูแลเด็ก
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 2569 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรม “ดูแลวัยเด็กด้วยศิลปะด้านใน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569” เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน พ่อแม่ และผู้ดูแลเด็กได้เรียนรู้ศิลปะด้านใน ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการดีสมวัย พร้อมสร้างความผูกพันในครอบครัว
.
เด็กไทยเหงา โดดเดี่ยว เครียด ไม่พอใจชีวิตตัวเอง
.
นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เด็กมีความสุขในการใช้ชีวิตน้อยลง จากรายงานผลสำรวจเยาวชนไทย จำนวน 12,139 คนทั่วประเทศ ปี 2568 โดย สสส. และศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) พบเด็ก 29% รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว 14% เผชิญความเครียดบ่อย ที่น่าสนใจ พบเด็กและเยาวชน 7% หรือราว 9 ล้านคน ไม่พึงพอใจในชีวิตตัวเอง
.
โดยความเหงาและความเครียด ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการขาดความสัมพันธ์และขาดความเชื่อมโยงระหว่างกันภายในครอบครัว สอดคล้องกับรายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัว ปี 2568 พบว่า ไทยมีอัตราเยาวชนที่ต้องเผชิญเครียดเรื่องความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นจาก 43.5% ในปี 2566 เป็น 56.1% ในปี 2568
.
“เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม ดูแลวัยเด็กด้วยศิลปะด้านใน เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้เด็กและเยาวชนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผ่านการใช้กระบวนการศิลปะ เช่น การเล่านิทานเสริมสร้างจินตนาการ การวาดภาพระบายสีน้ำแห่งความสุข การเรียนรู้เชื่อมจิตใจกับศิลปะด้วยเสียง กิจกรรมประกอบหนังสือ รวมถึงสนุกกับนิทรรศการสืบสร้างสุข เพื่อสร้างทักษะการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เด็กๆ ที่เข้าร่วมจะได้พบกับความสงบภายในจิตใจ ได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัว ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก จะได้รับองค์ความรู้และแรงบันดาลใจในการนำพลังของศิลปะไปใช้ในการสร้างพัฒนาการของเด็กได้เหมาะสมตามช่วงวัย สร้างโอกาสให้เด็กมีสุขภาวะที่ดีอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1216002

https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1216002




คลิปว่าด้วยคนดีย์แตก โหนบังหน้า..ชั่วโดยสันดาน

https://www.facebook.com/watch/?v=3336017846546802
https://www.facebook.com/reel/3336017846546802



ทหารมีไว้ทำไม โพสต์ อาคม ซิดนี่ย์ ตอนนี้มี 2 ตอน

https://www.facebook.com/xakhm.si.d.ni.y/posts/2457738371363989
อาคม ซิดนี่ย์ 
January 7
·
ทหารมีไว้ทำไม?.....ตอนที่ 1
หลังการปฏิวัติสยามเมื่อวันที่24 มิถุนายน 2475 มีคณะนายทหารที่ก่อการรัฐประหารภายในราชอาณาจักรไทย รวม 13 ครั้ง สลับกับการรัฐประหารล้มเหลวที่เรียกว่ากบฏจำนวน 13 ครั้งเท่ากัน ตลอดจนการทำรัฐประหารเงียบ 2 ครั้งรวมทหารกระทำความชั่วฝากไว้ในแผ่นดิน 28 ครั้ง ในเวลา 94 ปี เฉลี่ย 3 ปีเศษต่อหนึ่งครั้ง นี่ไม่นับรวมการอุ้มหายและสังหารหมู่ประชาชน ตลอดจนซ้อมพลทหารเกณฑ์เสียชีวิต และมีการโกงกินในการจัดซื้อยุทโธ ปกรณ์ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คณะนายทหารก่อการรัฐประหารในราชอาณาจักรไทย 13 ครั้ง
1. รัฐประหาร 1 เมษายน พ.ศ. 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษ ฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา….ได้รับการสนับสนุนจากพ.อ.พระยาทรงสุรเดช (1ใน4สี่ทหารเสือที่ทำการเปลี่ยนแปลง)
2. รัฐประหาร 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 นำโดยพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
3. รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นำโดย จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
4. รัฐประหาร 6 เมษายน พ.ศ. 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จี้บังคับให้ พันตรีควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐ มนตรี และมอบตำแหน่งให้จอมพลแปลก พิบูลสงคราม
5. รัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 นำโดยจอมพลแปลก พิบูลสงครามยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
6. รัฐประหาร 16 กันยายน พ.ศ. 2500 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจรัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงคราม
7. รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร(ตามที่ตกลงกันไว้)
8. รัฐประหาร 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 นำโดย จอมพลถนอม กิตติขจรยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
9. รัฐประหาร 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เป็นช่วงที่ไม่มีรัฐบาลเพราะมรว.เสนีย์ ปราโมชนายกรัฐมนตรีชิงลาออกเมื่อวันที่ 25 กันยาน 2519
10. รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
11. รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 นำโดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ยึดอำนาจรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
12. รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นำโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร
13. รัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชายึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล (ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหลังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง
ทหารก่อการกบฏภายในราชอาณาจักร 13 ครั้ง
1. กบฏ ร.ศ. 130 หรือ กบฏเก็กเหม็ง (พ.ศ. 2454) โดย คณะ 130
2. กบฏบวรเดช (11 ตุลาคม พ.ศ. 2476) โดย คณะกู้บ้านกู้เมือง มีพลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เป็นหัวหน้า
3. กบฏนายสิบ (3 สิงหาคม พ.ศ. 2478) โดย สิบเอกสวัสดิ์ มะหะมัด เป็นหัวหน้า
4. กบฏพระยาทรงสุรเดช หรือ กบฏ 18 ศพ หรือ กบฏ พ.ศ. 2481 (29 มกราคม พ.ศ. 2482) มี พันเอกพระยาทรงสุรเดช เป็นหัวหน้า
5. กบฏเสนาธิการ หรือ กบฏนายพล หรือ กบฏ 1 ตุลาคม (1 ตุลาคม พ.ศ. 2491) โดย พลตรีหลวงศรานุชิต (สมบูรณ์ ศรานุชิต) และพลตรีเนตร เขมะโยธิน เป็นหัวหน้า
6. กบฏแบ่งแยกดินแดน (28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)
7. กบฏวังหลวง (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492) โดย ปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้ามีกองทัพเรือสนับสนุนการก่อการ
8. กบฏแมนฮัตตัน หรือ กบฏทหารเรือ (29 มิถุนายน พ.ศ. 2494) โดย นาวาเอกอานน บุญฑริกธาดา และ นาวาตรีมนัส จารุภา
9. กบฏสันติภาพ (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495)
10. กบฏ พ.ศ. 2507 หรือ กบฎนายทหารอากาศ (1 ธันวาคม พ.ศ. 2507) โดย พลอากาศเอกนักรบ บิณศรี เป็นหัวหน้า
11. กบฏ 26 มีนาคม 2520 (26 มีนาคม พ.ศ. 2520) โดย พลเอกฉลาด หิรัญศิริ เป็นหัวหน้า…..โดนประหารชีวิต
12. กบฏยังเติร์ก หรือ กบฏเมษาฮาวาย (1-3 เมษายน พ.ศ. 2524) โดย พันเอกมนูญ รูปขจร มีพลเอกสัณห์ จิตรปฏิมา เป็นหัวหน้า
13. กบฏทหารนอกราชการ หรือ กบฏ 9 กันยา (9 กันยายน พ.ศ. 2528) โดย พันเอกมนูญ รูปขจร มีพลเอกเสริม ณ นคร เป็นหัวหน้า
รัฐประหารเงียบ
1. จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ไปพบที่กองบัญชาการทหารบก พร้อมยื่นข้อเสนอให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและไปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี
2. ช่วงเดือนกรกฎาคมสว. ทหารสายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชารวมหัวกันไม่โหวดให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับไปสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน อันเป็นการทำรัฐปรหารโดยใช้วุฒิสมาชิกสายทหารที่มาจากการลากตั้ง
อาคม ซิดนี่ย์
6 มกราคม 2569
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพลหนักแผ่นดินเป็นเสาค้ำบัลลังก์สองแผ่น ที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย และหยุดยั้งความเจริญของประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยได้ทั่วทุกคน

https://www.facebook.com/xakhm.si.d.ni.y/posts/2460561384415021?

อาคม ซิดนี่ย์ 
Yesterday
·
ทหารมีไว้ทำไม....ตอนที่ 2
ตอนที่แล้วผมได้บันทึกผลงานการรัฐประหารและก่อการกบฏตลอดจนการทำรัฐประหารเงียบรวม 28 ครั้ง ของคณะนายทหารชั่ว ทหารมีไว้ทำไมตอนที่ 2 นี้ ผมจะได้เสนอบันทึกความเลวทรามต่ำช้าของทหารที่ทำทารุณกรรมเข่นฆ่าหมู่ประชาชนและการอุ้มฆ่าพี่น้องคนไทย ตลอดจนพฤติกรรมทหารโจรซึ่งมีดังต่อไปนี้
- ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ในเช้ามืดของ วันที่ 4 มกราคม 2547 มีผู้ก่อเหตุที่คาดว่าประมาณ 140 -150 คน บุกปล้นปืน ไปกว่า 413 กระบอก
- เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ที่จังหวัดปัตตานี มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่โจมตีจุดตรวจกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปในมัสยิดกรือเซะ และถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจู่โจมจนมีผู้เสียชีวิตรวม 32 คนในศาสนาสถานอันศักดิ์สิทธิ์
- วันที่ 25 ตุลาคม 2547 เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ที่มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่ม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 6 คน แต่บานปลายจนเกิดการใช้กระสุนจริงสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตที่จุดปะทะ 7 คน และอีก 78 คนเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจระหว่างการควบคุมตัว
- ทหารยังมีไว้อุ้ม-ฆ่าประชาชนเช่นนายทนง โพธิ์อ่าน ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย, นายสุรชัย แซ่ด่าน, สหายภูชนะ, สหายกาสะลอง, นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (นายโกตี๋), ลุงสนามหลวง,สหายข้าวเหนียวมะม่วง, ดีเจซุนโฮ และวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ (ต้าร์) นักเคลื่อนไหวการเมืองที่ถูกทำลายในต่างแดน ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังเชื่อมโยงถึงเครือข่ายสังหารของพล.อ.อ.จักรภพ ภูริเดชรองผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภฯและน้องชายพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดชผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ยังมีฆ่าหมู่ประชาชนที่ฝักใฝ่ประชาธิปไตย เช่น
- กรณี 14 ตุลาคม 2516 มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน บาดเจ็บกว่า 800 คน และมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก
- 6 ตุลาคม 2519 ข้อมูลของมูลนิธิร่วมกตัญญูระบุว่าผู้ประท้วงและประชาชนเสียชีวิตกว่า 500 คน บาดเจ็บกว่าพันคนและสูญหายหลายร้อยคน
- วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2535 – วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2535 (พฤษภาทมิฬ) มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูรนายกรัฐมนตรีแถลงว่ามีผู้เสียชีวิต 44 คน บาดเจ็บ 1,728 คนหรืออาจจะมากกว่านั้น
- เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 41 ราย ในจำนวนนี้ถึงขั้นนอนโรงพยาบาล 2 ราย
- เหตุการณ์ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมอาคารรัฐสภาในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551 มีผู้บาดเจ็บสาหัสถึงทุพพลภาพขาขาด ได้แก่ นาย ตี๋ แซ่เดียว นาย บัญชา บุญแก้ว ขาขาด นาย ธัญญา กุลแก้ว ขาขาด นางสาว นาฎยา ธิยา นิ้วเท้าขวาขาด นาย ชิงชัย อุดมเจริญกิจ ข้อมือขวาขาด และ นาย เสถียร ทับมะลิผล โดย นาย เสถียร ทับมะลิผล เสียชีวิต มีตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 ราย ได้แก่ ร.ต.ต.เกียงไกร กิ่งสามี, ส.ต.ท.พงษ์ไท เชื้อชุมสุข ส.ต.ต.พีรเชษฐ์ ธราปัญจทรัพย์, ส.ต.ท.เศรษฐวุฒิ บัวทุม และส.ต.ท.วุฒิชัย คำปงศักดิ์ เนื่องจาก นายปรีชา ตรีจรูญขับรถชน......สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานหน่วยพยาบาลเพื่อให้ทำการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนสามแสนบาทแก่โรงพยาบาลรามาธิ บดีเพื่อเป็นการค่าใช้จ่ายในการรักษา
- สงกรานต์เลือด (สลายกลุ่มคนเสื้อแดง) เป็นเหตุการณ์การเดินขบวนทางการเมือง และความไม่สงบตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552 ถึง 24 เมษายน พ.ศ. 2552 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สรุปผู้บาดเจ็บ 135 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 45 เสีย ชีวิต 2 ราย....แต่มีการประมาณการทางการข่าวผู้เสียชีวิตจริงไม่ต่ำกว่า 20 ราย
- 10 เม.ย.2553 เหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ กองทัพเริ่มใช้กระสุนจริงเข้าควบคุมการชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งขณะนั้นยังตั้งเวทีอยู่บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 30 คน เป็นประชาชน 24 คน (เสียชีวิตจากปืน 22 คน และจากแก๊สน้ำตา 2 คน) ทหาร 5 คน และสื่อมวลชนต่างชาติอีก 1 คน คือ ฮิโรยูกิ มูยาโมโต......มีคนเสื้อแดงถูกยิงกระโหลกเปิด
- เหตุการณ์ กระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 -19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 รัฐบาลรายงานมีผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ทั้งสิ้น 59 ศพได้รับบาดเจ็บ 480 คน และผู้ชุมนุมสูญหายอีกกว่า 51 คน
- สลายการชุมนุมที่ถนนอักษะตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2557มีการปะทะกันบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำ แหงตลอดทั้งวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงเช้าวันที่ 1 ธันวาคม มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 57 เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อที่สุดระหว่างกลุ่มกปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดินเป็นตัวขับเคลื่อน มีการปะทะหลายจุดตลอดการชุมนุมมียอดผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 20 ราย บาดเจ็บกว่าร้อย (จากการประเมินที่ไม่เป็นทางการ) ผลงานการทำชั่วของทหารเลวดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นที่มาของคำถาม “ทหารมีไว้ทำไม”
ข้อมูลทั้งหมดผมไม่ได้เขียนขึ้นมาด้อยค่าทหารไทย หากแต่รวบรวมข้อเท็จจริงที่พี่น้องแฟนๆสามารถเปิดดูได้จากวิกิพีเดีย
ฉบับหน้า “ทหารเสือราชินีที่ตระกวดเรียกพี่”
อาคม ซิดนี่ย์
11 มกราคม 2569


Large crowds gather for anti-ICE protests across U.S.


Large crowds gather for anti-ICE protests, march in downtown L.A.

KTLA 5

Jan 11, 2026

A dispersal order was issued after hundreds of people gathered in downtown Los Angeles to protest federal immigration enforcement activity Saturday night. KTLA's Chris Wolfe reports on Jan. 10, 2026.

https://www.youtube.com/watch?v=SIN03Btv8Cs







Transgender Law Center
January 9
·
We hold Keith Porter in our grief. Keith was killed by an ICE officer in Los Angeles: a life lost to a system that relies on detention, force, and criminalization to govern migration. His death, alongside the killing of Renee Nicole Good, reflects a pattern of harm that continues to devastate families and communities, particularly Black, trans, disabled, and immigrant folks.
We speak the names we know.
We honor the people whose names were never recorded, never released, or never made public. Every person lost to ICE custody and enforcement carried a history, relationships, and a future that mattered.
This violence is structural. It is upheld by policies that treat immigrant lives as disposable. Immigrant justice, racial justice, and trans justice are deeply connected, and our movements are strongest when we grieve together and organize together.
We remember Keith. We remember Renee. We honor all those taken, named and unnamed, and continue building a future rooted in dignity, safety, and freedom for all.




สว.มาร์ค เคลลี่ กล่าวกับ @HannaRosin ว่า การที่สหรัฐฯ ยึดครองกรีนแลนด์จะยิ่งทำให้จีนและรัสเซียกล้าที่จะเข้ายึดครองประเทศอื่นๆ ที่พวกเขาสนใจมากขึ้น ขณะที่ เดนมาร์กกำลังเรียกร้องให้สหภาพยุโรปส่งกองกำลังทหารไปยังกรีนแลนด์ เพื่อต่อต้านแผนการผนวกดินแดนของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา





 

คนนอร์เวย์ โพสต์ถึงทรัมป์ อายแทนที่คิดว่าตัวเองควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก้มตัวดูพฤติกรรมตัวเองเสียก่อน





https://x.com/IneBackIversen/status/2009903229421690907



(Google Translate)
ในฐานะชาวนอร์เวย์ ขอพูดกับชายคนนี้ถึง ความอับอายเดียวที่เราสัมผัสได้ คือความอับอายแทนที่คุณคิดว่าตัวเองควรได้รับรางวัลนี้

ชายผู้ที่ไปสนิทสนมกับอาชญากรสงครามที่เลวร้ายที่สุดในยุคของเรา ผู้ที่เพิ่งโจมตีประเทศอื่นเพื่อแย่งชิงทรัพยากร และตอนนี้ก็ขู่ว่าจะทำเช่นเดียวกันกับอีกหลายประเทศ รวมถึงการยึดครองประเทศเพื่อนบ้านของเรา

ถึงชายผู้ที่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากยกย่องรัสเซียที่กำลังทำสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุโรป และแม้แต่ปฏิเสธที่จะประณามรัสเซียว่าเป็นผู้รุกรานและรัฐก่อการร้าย

ชายผู้ที่ไม่เคยประณามการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียต่อยูเครนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อพวกเขาทิ้งระเบิดอาคารที่อยู่อาศัยและสังหารพลเรือน แต่กลับยังคงกดดันและดูหมิ่นเหยียดหยามเหยื่อของสงครามนี้ และกล่าวคำพูดที่ไร้สาระ เช่น การบอกว่ายูเครนก็ "ทำสิ่งเลวร้ายเช่นกัน" เพียงเพราะพวกเขาปกป้องตัวเองและประเทศของตน

ถึงชายผู้สร้างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ตอนนี้ไปเคาะประตูบ้านประชาชนในประเทศของตัวเอง ทำลายครอบครัวโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม ทำร้ายผู้คนที่ทำงานหนักเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรก เก็บเกี่ยวอาหาร และสร้างบ้านให้พวกเขา หน่วยงานที่ตอนนี้จะจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และแม้แต่ยิงและฆ่าพลเมืองของตนเอง และได้รับการยกย่องในเรื่องนั้นด้วย!

ชายผู้ที่ไม่ทำอะไรเลยเพื่อสวัสดิการและสุขภาพของประชาชน แต่กลับโอ้อวดเกี่ยวกับข้อตกลงที่ทุจริตของเขา สร้างอสังหาริมทรัพย์บนซากศพของเด็กๆ ในประเทศอื่น

ชายผู้ที่มอบหมายให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ทำการค้าขายระหว่างประเทศและแผนการเงินดิจิทัลเพื่อเพิ่มพูนชื่อเสียงของตนเอง

ชายผู้ที่อวดทองคำและสร้างห้องจัดเลี้ยงสำหรับเพื่อนมหาเศรษฐีของเขา ในขณะที่ประชาชนของเขาแทบจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าและต้องแบกรับภาระของประเทศด้วยภาษีที่พวกเขาจ่ายจากแรงงานที่หามาได้ยากลำบาก ในขณะที่เขาและพรรคพวกมหาเศรษฐีของเขากลับหลีกเลี่ยงภาษีและยังคงจัดงานปาร์ตี้ที่หรูหราฟุ่มเฟือยอย่างต่อเนื่อง!

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ไม่! พวกเราชาวนอร์เวย์ไม่ได้รู้สึกอับอายเลยที่คุณไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และประเทศของเราก็ไม่ได้ถูกทำลายล้างแต่อย่างใด ในความเป็นจริง ลองดูอันดับความเป็นอยู่ที่ดี ความปลอดภัย การเติบโต และความเท่าเทียมกันของประเทศเราเมื่อเทียบกับประเทศของคุณดูสิ บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่จะรู้สึกอับอายมากกว่า

https://x.com/IneBackIversen/status/2009903229421690907



Protests against the regime in Iran are much "bigger than before" and more focused on the economy. Will scale of Iran protests point to the end of Ayatollah's regime ?


Scale of Iran protests point to the end of Ayatollah's regime | Tim Marshall

Times Radio

Premiered Jan 9, 2026

"The reason I say it's different this time is that the economic situation is different this time." Protests against the regime in Iran are much "bigger than before" and more focused on the economy which is why this time it's "different", says former foreign correspondent and author of Prisoners of Geography, Tim Marshall.

https://www.youtube.com/watch?v=-qkat1IHG5s


เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน มีแผนจะกลับมาอิหร่าน ชาวอิหร่านต้องการให้เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี กลับมามีอำนาจปกครองประเทศจริงหรือ?


Do Iranians really want exiled Crown Prince Reza Pahlavi in power? | DW News

Jan 7, 2026 

Chants of 'Long live the Shah' have resurfaced during Iran's protests, sparking debate over exiled crown prince Reza Pahlavi's influence. Experts say his support inside Iran is unclear and amplified by the diaspora. Pahlavi, son of the last Shah, campaigns against the Islamic Republic and calls for free elections, not monarchy. Some protesters see him as a transitional leader amid a lack of alternatives, but many remain cautious given Iran's history.

https://www.youtube.com/watch?v=QE9_Uf8xH38



Iran Protests: Exiled Crown Prince Reza Pahlavi To Return & Topple Khamenei Regime? Who Is He?

Mirror Now

Jan 9, 2026 

Iran is on edge as economic collapse and soaring prices ignite nationwide protests. Crowds flooded Tehran, Mashhad, and beyond, chanting against the regime before authorities imposed a total internet blackout. Momentum surged after exiled Reza Pahlavi urged Iranians to protest, reviving memories of life before clerical rule. Security forces responded harshly; dozens are feared dead. With communications cut and leaders issuing warnings, the unrest signals a rare, volatile moment—an exiled prince as a rallying cry and a regime facing mounting pressure as protests test power amid fear and defiance nationwide. .

https://www.youtube.com/watch?v=C881R7mf2RI



คนเจ็บล้นโรงพยาบาล ห้องเก็บศพเต็มความจุ หลังเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่าน



คนเจ็บล้นโรงพยาบาล ห้องเก็บศพเต็มความจุ หลังเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่าน

โดย โซรูช ปักซาด, โรชา อัสซาดี,
บีบีซีนิวส์แผนกภาษาเปอร์เซีย, เฮเลน ซัลลิแวน
11 มกราคม 2026

เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจำนวน 3 แห่งในอิหร่านบอกกับบีบีซีว่าสถานพยาบาลของพวกเขากำลังจะรับมือกับจำนวนผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บไม่ไหว ขณะที่การประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป

แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานกล่าวว่า มี "การยิงตรงเข้าที่ศีรษะของชายหนุ่มรวมถึงยิงเข้าไปที่หัวใจด้วย"

ขณะที่แพทย์อีกคนระบุว่า โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจักษุในเมืองหลวงต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤต

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่การแพทย์ 2 คนที่ให้ข้อมูลกับบีบีซีกล่าวว่า พวกเขาต้องรักษาบาดแผลที่ถูกยิงโดยกระสุนปืนจริงและกระสุนลูกปราย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ม.ค.) สหรัฐอเมริกาเน้นย้ำว่าการสังหารผู้ประท้วงจะต้องถูกตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร

ด้านทางการอิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าทำให้การประท้วงอย่างสันติกลายเป็น "การกระทำบ่อนทำลายที่รุนแรงและทำให้เกิดการทำลายทรัพย์สินเป็นวงกว้าง"

เพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์โดยระบุว่า "อิหร่านกำลังแสวงหาความเสรีภาพ บางทีครั้งนี้อาจต้องการเสรีภาพนั้นมากกว่าที่เคย สหรัฐอเมริกาพร้อมให้ความช่วยเหลือ !!!"

คำเตือน: บทความนี้มีคำบรรยายเหตุการณ์ความตายและการบาดเจ็บอย่างรุนแรง

การประท้วงเริ่มขึ้นในกรุงเตหะรานเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เนื่องจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

จากนั้นได้ขยายไปยังเมืองและเขตต่าง ๆ มากกว่า 100 แห่งทั่วทุกจังหวัดของอิหร่าน เป็นที่เชื่อว่ามีผู้ประท้วงหลายร้อยคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และถูกควบคุมตัวอีกจำนวนมาก

บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียสามารถยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตได้ 26 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็ก 6 คน

ในจำนวนนี้มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงถูกสังหารเช่นกัน โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งหนึ่งระบุว่ามีจำนวน 14 คน

ส่วนบีบีซีเแผนกภาษาปอร์เซียยืนยันว่ามี 70 ศพที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลปูร์ซีนาในเมืองรัชต์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลเต็มความจุและต้องนำศพออกไปไว้ที่อื่น โดยแหล่งข่าวในโรงพยาบาลบอกว่า ทางการเรียกเงินจากญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 7,000 ล้านเรียล (ราว 224,000 บาท) เพื่อให้สามารถรับศพไปประกอบพิธีฝังได้

บีบีซีกับองค์กรสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถรายงานข่าวจากภายในอิหร่านได้ โดยประเทศยังอยู่ภายใต้การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเป็นไปได้ยาก

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในกรุงเตหะรานคนหนึ่งบรรยายว่าเกิด "ภาพที่น่าสะพรึงกลัวมาก" โดยบอกว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากจนเจ้าหน้าที่ไม่มีเวลาทำการช่วยฟืนคืนชีพหรือซีพีอาร์ (Cardiopulmonary Resuscitation - CPR) ซึ่งเป็นการปฐมพยาบาลที่ผสมผสานระหว่างการกดหน้าอกกับการช่วยหายใจ

"มีผู้เสียชีวิตประมาณ 38 คน หลายคนเสียชีวิตทันทีที่ถึงเตียงฉุกเฉิน... มีการยิงตรงเข้าศีรษะของชายหนุ่ม รวมถึงยิงเข้าที่หัวใจด้วย หลายคนไม่ทันได้มาถึงโรงพยาบาลด้วยซ้ำ"

"จำนวนผู้เสียชีวิตมากจนไม่มีที่ว่างในห้องเก็บศพ ต้องวางศพซ้อนทับกัน พอห้องเก็บศพเต็ม ก็ย้ายไปวางซ้อนกันในห้องสวดภาวนา" เธอกล่าว

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบอกว่าผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเป็นคนหนุ่มสาว

"ทนมองไม่ไหว หลายคนอายุแค่ราว 20 ถึง 25 ปี"



แพทย์คนหนึ่งที่ติดต่อบีบีซีผ่านการเชื่อมต่อดาวเทียมสตาร์ลิงก์เมื่อคืนวันศุกร์กล่าวว่า โรงพยาบาลฟาราบีซึ่งเป็นศูนย์รักษาโรคตาของกรุงเตหะราน ได้เข้าสู่ภาวะวิกฤต เนื่องจากบริการฉุกเฉินไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้

เขากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ถูกเรียกมาช่วยดูแลแผนกฉุกเฉิน ทำให้ต้องระงับการรับผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วนและการผ่าตัดอื่น ๆ

ทั้งนี้ กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านมักใช้ปืนลูกซองที่ยิงกระสุนบรรจุลูกปรายในการปะทะกับผู้ประท้วง

"ฉันเห็นคน ๆ หนึ่งที่ถูกยิงเข้าที่ตา"

แพทย์อีกคนจากเมืองกาชานในภาคกลางของอิหร่านบอกกับบีบีซีว่า ผู้ประท้วงจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ดวงตา และเพื่อนร่วมงานของเขาในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วเมืองรายงานว่าได้รับผู้บาดเจ็บจำนวนมากระหว่างเกิดเหตุความไม่สงบในคืนวันศุกร์

คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็มีรายงานลักษณะเดียวกัน

แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานบอกกับบีบีซีว่า "จำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตสูงมาก ฉันเห็นคน ๆ หนึ่งที่ถูกยิงเข้าที่ตา และกระสุนทะลุออกทางด้านหลังศีรษะ"

"ประมาณเที่ยงคืน ก็มีการปิดประตูของศูนย์ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพังประตูเข้ามาและโยนชายคนหนึ่งที่ถูกยิงเข้ามาข้างใน จากนั้นก็ออกไป แต่มันสายเกินไปแล้ว เขาเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาลและไม่สามารถช่วยชีวิตได้"

บีบีซียังได้รับวิดีโอและข้อความเสียงจากเจ้าหน้าที่การแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองชีราชทางภาคตะวันตกเฉียงใต้เมื่อวันพฤหัสบดีด้วย ซึ่งระบุว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำตัวเข้ามา และโรงพยาบาลมีศัลยแพทย์ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามา



ภาพเหตุการณ์ที่หลุดออกมาจากอิหร่าน เผยให้เห็นผู้ประท้วงจำนวนมากบนท้องถนนในกรุงเตหะรานเมื่อคืนวันศุกร์ มีการจุดไฟเผารถยนต์ และมีอาคารของทางการถูกจุดไฟในเมืองคาราจ ใกล้กรุงเตหะราน

กองทัพอิหร่านระบุในเวลาต่อมาว่าจะเข้าร่วมกับกองกำลังความมั่นคงเพื่อช่วยปกป้องทรัพย์สินสาธารณะ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่ากองกำลังความมั่นคงของอิหร่านมีจำนวนไม่เพียงพอ เนื่องจากความไม่สงบได้ขยายไปทั่วประเทศ

ทางการอิหร่านออกคำเตือนประสานกันหลายฉบับต่อผู้ประท้วงในวันศุกร์ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุว่า จะดำเนินการทางกฎหมายอย่าง "เด็ดขาด" ต่อ "กลุ่มผู้ก่อการทำลายที่มีอาวุธ"

ตำรวจอิหร่านยืนยันว่า ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตในกรุงเตหะรานคืนวันศุกร์ แต่พวกเขาระบุว่ามีอาคาร 26 หลังถูกจุดไฟเผา และได้รับความเสียหายอย่างหนัก

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งร่วมการประท้วงในคืนวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ในกรุงเตหะรานบอกกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า ชาวอิหร่านเจนซี (Gen Z) มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้พ่อแม่และผู้สูงอายุออกมาร่วมเดินขบวนประท้วง โดยบอกพวกเขาว่าไม่ต้องกลัว

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่ายุโรปสนับสนุนการประท้วงครั้งใหญ่ของมวลชนชาวอิหร่าน และประณาม "การปราบปรามอย่างรุนแรง" ต่อผู้ชุมนุม

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าองค์การสหประชาชาติวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการสูญเสียชีวิตของผู้คน

"ประชาชนทุกที่ทั่วโลกมีสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ และรัฐบาลมีความรับผิดชอบในการปกป้องสิทธินั้น และทำให้แน่ใจว่าสิทธินั้นได้รับการเคารพ" เขากล่าว

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส รวมถึงนายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร และนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ทซ์ ของเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้ทางการอิหร่าน "อนุญาตเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบโดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้"

ด้านอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวในการปราศรัยซึ่งถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ โดยเขากล่าวว่า "สาธารณรัฐอิสลามได้อุบัติขึ้นด้วยเลือดของประชาชนผู้ทรงเกียรตินับหลายแสนคน และจะไม่ยอมถอยต่อผู้ที่ปฏิเสธสิ่งนี้"

ในถ้อยแถลงต่อมาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ของรัฐ คาเมเนอีย้ำว่าระบอบของเขา "จะไม่ลังเลที่จะจัดการกับผู้ก่อความเสียหาย" ซึ่งเขากล่าวว่ากำลัง "พยายามเอาใจประธานาธิบดีของสหรัฐฯ"

ขณะเดียวกัน เรซา ปาห์ลาวี บุตรชายของชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน ซึ่งถูกโค่นอำนาจโดยการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 กล่าวว่าการประท้วงครั้งนี้ "ยอดเยี่ยมมาก" และเรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อในช่วงสุดสัปดาห์

"เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การออกไปบนท้องถนนอีกต่อไป เป้าหมายคือการเตรียมพร้อมเข้ายึดและควบคุมใจกลางเมือง" เขากล่าวในวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์

ปาห์ลาวีซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ยังกล่าวด้วยว่ากำลังเตรียมตัวกลับประเทศ

ทว่า เซอร์ ไซมอน แกส อดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอิหร่าน บอกกับรายการทูเดย์ (Today) ของบีบีซีเรดิโอโฟร์ (BBC Radio 4) ว่า "เราไม่ควรด่วนสรุปเกินไป" ในเรื่องที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน

เขากล่าวว่าในประเทศไม่มีฝ่ายค้านภายที่เป็นระบบ ทำให้ประชาชนไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดให้รวมตัวหนุนหลังในสถานการณ์ปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าการประท้วงครั้งนี้เป็น "ความเคลื่อนไหวที่กว้างขวางกว่ามาก" เมื่อเทียบกับเหตุความไม่สงบก่อนหน้าซึ่งปะทุจากการที่ชาวอิหร่าน "แทบไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้เพราะหายนะทางเศรษฐกิจ"

เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำคำขู่ต่อผู้นำอิหร่านว่า สหรัฐฯ จะ "โจมตีอย่างหนักมาก" หากอิหร่าน "เริ่มสังหารประชาชน"

เขาชี้แจงด้วยว่าคำพูดดังกล่าวไม่ได้หมายถึง "การส่งทหารภาคพื้นดิน"

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ เคยเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อกล่าวหาจากรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่ว่าบอกว่าวอชิงตันและอิสราเอลเป็นผู้กระพือการประท้วงนั้น เป็น "ความพยายามแบบเพ้อฝันที่จะเบี่ยงเบนความสนใจ" จากปัญหาที่ระบอบการปกครองกำลังเผชิญ

ทากี ราห์มานี นักเคลื่อนไหวการเมืองชาวอิหร่านซึ่งเคยถูกจำคุก 14 ปี และเป็นสามีของนาเกซ โมห์ฮัมมาดี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งถูกจับกุมอีกครั้งในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะต้องมาจากชาวอิหร่านเอง ไม่ใช่จากการแทรกแซงจากต่างชาติ

การประท้วงครั้งนี้ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่กว้างขวางที่สุดนับตั้งแต่การลุกฮือในปี 2022 ที่ปะทุขึ้นหลังการเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวของ มาห์ซา อามินี ซึ่งถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมในข้อหาว่าไม่ได้สวมฮิญาบอย่างถูกต้อง

จากข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าการประท้วงดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 550 คน และถูกจับกุม 20,000 คน

รายงานเพิ่มเติมโดย โซรูช เนอกาห์ดารี, มัลลอรี มูนช์, และ อเล็กส์ ฟิลลิปส์
รับชมวิดีโอและบทความเดิมที่

https://www.bbc.com/thai/articles/c1dkr2096eeo