https://x.com/washingtonpost/status/2069831883425255463
.....
ชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Clean Sweep) ของผู้สมัครสายก้าวหน้าและสังคมนิยมประชาธิปไตย (Democratic Socialist) ทั้ง 3 คนที่ได้รับการสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก Zohran Mamdani ในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ของพรรคเดโมแครต ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ส่งแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ โดยมีนัยสำคัญในหลายมิติ ดังนี้ครับ:
1. การตอกย้ำอิทธิพลทางการเมืองของ Zohran Mamdani
ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของ Zohran Mamdani (ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีที่เป็นมุสลิมและชาวเอเชียใต้คนแรก) ในปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องฟลุคหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มันแสดงถึงการขยายฐานเสียงและความแข็งแกร่งของกลุ่มพันธมิตรคนรุ่นใหม่และกลุ่มปีกซ้ายจัดในเมืองหลวงของโลกแห่งนี้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์นี้ทำให้ Mamdani กลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของพรรคเดโมแครตในระดับท้องถิ่น
2. ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของกลุ่มการเมืองแบบดั้งเดิม (Establishment)
ผลการเลือกตั้งทำลายโครงสร้างอำนาจเดิมของพรรคเดโมแครตในนิวยอร์กอย่างรุนแรง:
Darializa Avila Chevalier สามารถโค่นล้มผู้แทนราษฎร 5 สมัยอย่าง Adriano Espaillat ประธานกลุ่ม ส.ส. ฮิสแปนิกในสภาคองเกรส (Congressional Hispanic Caucus) ซึ่งถือเป็นแกนนำรุ่นใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงมาก
Brad Lander เอาชนะ ส.ส. 2 สมัยอย่าง Dan Goldman ผู้ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มทุนและแกนนำพรรคสายหลัก
Claire Valdez ชนะ Antonio Reynoso (ซึ่งได้รับการรับรองจากอดีตเจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง Nydia Velázquez) ในเขตที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญ
นี่คือสาส์นเตือนจากผู้ออกเสียงว่า พวกเขาพร้อมที่จะโหวต "เปลี่ยนผ่านคนรุ่นเก่า" และไม่เอากลุ่มการเมืองแบบระบบอุปถัมภ์เดิม (Machine Politics) อีกต่อไป
3. จุดเปลี่ยนด้านนโยบายต่างประเทศ (โดยเฉพาะประเด็นอิสราเอล-ฉนวนกาซา)
ผู้สมัครทั้ง 3 คน (รวมถึง Brad Lander ซึ่งเป็นนักการเมืองยิวสายก้าวหน้า) ต่างมีจุดยืนที่วิพากษ์วิจารณ์การสนับสนุนทางการทหารและการเงินของสหรัฐฯ แก่อิสราเอลอย่างรุนแรง ชัยชนะในเขต deep-blue (ฐานเสียงเดโมแครตหนาแน่น) เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองใหญ่มีแนวโน้มเห็นพ้องกับจุดยืนที่วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลมากขึ้นเรื่อย ๆ และนโยบายต่างประเทศได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับท้องถิ่นที่สามารถชี้ขาดผลการเลือกตั้งได้
4. แรงกดดันต่อแกนนำพรรคเดโมแครตในระดับประเทศ
การผงาดขึ้นมาของกลุ่มเดโมแครตสังคมนิยม (DSA) ในนิวยอร์ก จะสร้างความปวดหัวให้กับ Hakeem Jeffries ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร (ซึ่งเป็นชาวนิวยอร์กเช่นกัน) เนื่องจากเขาจะต้องรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากปีกซ้ายจัดภายในพรรคที่พยายามจะเปลี่ยนทิศทางของพรรคในระดับประเทศ ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ นโยบายสวัสดิการ และการต่างประเทศ
5. อาวุธชิ้นใหม่ของพรรครีพับลิกันในการโจมตี
ในมุมมองของการเมืองระดับประเทศ พรรครีพับลิกันน่าจะใช้ประโยชน์จากชัยชนะของกลุ่มนักกิจกรรมปีกซ้ายจัดเหล่านี้ (เช่น นโยบายกระจายงบประมาณตำรวจ หรือจุดยืนต่อต้านอิสราเอล) มาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อป้ายสีภาพลักษณ์รวมของพรรคเดโมแครตว่าเป็น "พวกซ้ายจัดที่อันตราย" (Radicals) เพื่อดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มคนสายกลางในรัฐสมรภูมิ (Swing States) อื่น ๆ สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง
สรุป: เนื่องจากทั้ง 3 เขตนี้เป็นพื้นที่ที่พรรคเดโมแครตชนะอย่างถล่มทลายอยู่แล้ว ชัยชนะในรอบ Primary จึงแทบจะการันตีว่าทั้ง Avila Chevalier, Valdez และ Lander จะได้เข้าไปนั่งในสภาคองเกรสในฐานะ ส.ส. ป้ายแดงแน่นอนในปลายปีนี้ ซึ่งนี่คือก้าวสำคัญของการผลักดันวาระทางเศรษฐกิจและสังคมแบบก้าวหน้าสุดโต่งจากท้องถนนสู่อำนาจรัฐในระดับสมาพันธ์อย่างเป็นรูปธรรม
.....
https://x.com/BernieSanders/status/2069829390486196384
.....
ทวีตของ Bernie Sanders ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำและขยายความ (Capitalize) ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มก้าวหน้าในนิวยอร์กให้กลายเป็น "วาระระดับชาติ" ทันทีครับ โดยสาระสำคัญที่ Sanders ต้องการจะสื่อและขับเคลื่อนต่อ มีนัยที่น่าสนใจดังนี้:
1. การเปลี่ยน "ชัยชนะท้องถิ่น" ให้เป็น "กระแสระดับประเทศ"
Sanders ไม่ได้มองว่าผลการเลือกตั้งในนิวยอร์กเป็นเพียงแค่เรื่องของคนนิวยอร์ก แต่เขาจงใจใช้คำว่า "ทั้งในนิวยอร์กและทั่วทั้งประเทศ" เพื่อส่งสัญญาณว่า กระแสความไม่พอใจต่อชนชั้นนำทางการเมืองและระบบทุนนิยมกำลังแผ่ขยายไปทั่วสหรัฐฯ และชัยชนะครั้งนี้คือ "หัวหอก" หรือโมเดลต้นแบบที่รัฐอื่น ๆ สามารถทำตามได้
2. วาทกรรม "ชนชั้น" และ "ความเหลื่อมล้ำ" (The Rigged Economy)
นี่ยังคงเป็น Brand Identification หรือเครื่องหมายการค้าที่แข็งแกร่งที่สุดของ Sanders เขาเชื่อมโยงชัยชนะของผู้สมัครอย่าง Avila Chevalier, Valdez และ Lander เข้ากับความเบื่อหน่ายของประชาชนต่อระบบเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย 1% การที่ผู้สมัครปีกซ้าย (ซึ่งส่วนใหญ่ระดมทุนจากเงินบริจาครายย่อยของประชาชน หรือ Small-dollar donations) สามารถล้มผู้สมัครสาย Establishment ที่มีทุนหนาได้ เป็นการพิสูจน์วาทกรรมของ Sanders ว่า "พลังของประชาชนสามารถเอาชนะพลังของเงินทุนได้"
3. การประกาศสงครามกับ Super PACs
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มคณะกรรมการทางการเมืองอิสระ หรือ Super PACs (เช่น AIPAC หรือกลุ่มทุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ) ได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลหลายสิบล้านดอลลาร์ในศึกเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตเพื่อสกัดกั้นผู้สมัครปีกซ้าย การที่ทีมก้าวหน้าในนิวยอร์กคว้าชัยชนะได้แบบ Clean Sweep ในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนการตบหน้ากลุ่มทุนเหล่านี้อย่างแรง และ Sanders ก็ใช้โอกาสนี้ในการปลุกเร้าให้ผู้สนับสนุนเห็นว่า อิทธิพลของเงินในการเมืองกำลังเสื่อมคลายลงหากประชาชนรวมตัวกัน
4. สาส์นเตือนถึงฝ่ายบริหารและแกนนำพรรคสายกลาง
ข้อความนี้เป็นแรงกดดันทางอ้อมส่งตรงถึงแกนนำพรรคเดโมแครตสายหลักและรัฐบาลว่า หากพรรคยังคงดำเนินนโยบายแบบประนีประนอมกับกลุ่มทุน หรือไม่ยอมปฏิรูประบบเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคมอย่างจริงจัง ฐานเสียงของพรรค (โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และชนชั้นแรงงานในเมืองใหญ่) พร้อมที่จะโหวตสั่งสอนและเปลี่ยนตัวผู้แทนในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไป
พูดง่าย ๆ ก็คือ Bernie Sanders กำลังใช้โมเมนตัมจากนิวยอร์กเป็น "เชื้อเพลิง" ในการปลุกระดมเครือข่ายทางการเมืองของเขาและกลุ่มก้าวหน้าทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบในเวทีเลือกตั้งสมรภูมิอื่น ๆ ที่กำลังจะมาถึง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของพรรคเดโมแครตและการเมืองอเมริกันจากฐานรากครับ