วันพุธ, กุมภาพันธ์ 10, 2559

"หนุ่ม"ฝ่าดงนกหวีด กปปส. เปิดใจ Thai Voice Media




https://www.youtube.com/watch?v=ylxK5EOD_Mc


"หนุ่มฝ่าดงนกหวีด"เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งปี 57 เปิดใจ เปรียบ"สลิ่ม"พวกอคติบังตา (ตอนที่ 1 )





https://www.youtube.com/watch?v=1ix_cUZ7RDM


"หนุ่ม"ฝ่าดงนกหวีด กปปส.เปรียบร่างรัฐธรรมนูญ"มีชัย"เป็นฉบับ"มัดมือชก"

Jom Voice




หวังว่าสักวันหนึ่ง จำเลยในวันนี้จะเป็นโจทก์ในวันหน้า ส่วนจำเลยในวันหน้าก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเสียที





หวังว่าสักวันหนึ่ง
จำเลยในวันนี้จะเป็นโจทก์ในวันหน้า
ส่วนจำเลยในวันหน้าก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเสียที

...................

ภาพแรกคือ

ศิริกาญจน์ เจริญศิริ หรือ ทนายจูน ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและหนึ่งในคณะทำงานคดี 14 ขบวนประชาธิปไตยใหม่ เข้ารับทราบข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน-แจ้งความเท็จ แล้ว หลังปฏิเสธไม่ให้ ตร. ที่ไม่มีหมายค้นรถตนเองเพื่อยึดโทรศัพท์ขบวนประชาธิปไตยใหม่ โดยระบอบรัฐประหารทำใหทนายความที่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของลูกความได้กลายเป็น "จำเลย" ที่ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาและลงลายมือไว้เป็นหลัก,าน

ดู
'ทนายจูน' เข้ารับทราบข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน-แจ้งความเท็จ แล้ว
http://prachatai.org/journal/2016/02/63960



ภาพต่อมาคือ 

ใบแจ้งช่าวสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เข้าร่วมฟังคำพิพากษา คดี “อภิชาต พงศ์สวัสดิ์” ชูป้ายคัดค้านรัฐประหารหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งศาลแขวงปทุมวัน จะมีนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ นักกิจกรรมและนักวิชาการด้านกฎหมายรุ่นใหม่ เป็นจำเลยในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 8, 11 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 215 วรรคแรก, 216 และ 368 วรรคแรก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 (คดีหมายเลขดำที่ 363/2558) จากกรณีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557

https://www.facebook.com/naksit.org/photos/a.135675933167580.26339.115427115192462/981739075227924/?type=3&theater

ทั้ง 2 ภาพคือการกลัยหัวกลับหางของกระบวนการยุติธรรมโดยแท้

ภาพแรก ทนายความที่คุ้นครองสิทธิของลูกความ จากเจ้าหน้าที่รัฐ กลับ โดนเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิ์ฟ้องในข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน-แจ้งความเท็จ

ส่วนภาพต่อมา คนที่ยืนยันความถูกต้องของกฎหมาย กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในฐานะจำเลย แทนที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคณะรัฐประหารที่ทำผิดกฎหมาย

หวังว่า เมื่อระบอบรัฐประหารหมดไป จำเลยที่แท้จริงทั้ง 2 คดี จะต้องเข้าสู่่กระบวนการบุติธรรม ในฐานะจำเลยเสียที

ส่วนจำเลยในระบอบรัฐประหารก็จะกลายเป็นโจทก์ที่แท้จริงด้วย

ที่มา เพจ Thanapol Eawsakul 



คำให้สัมภาษณ์เต็มๆ ทนายของนักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ หลังรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ชนะสงคราม


คำให้สัมภาษณ์เต็มๆ ทนายของนักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ หลังรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ชนะสงครามทนายรับทราบข้อกล่าวหา "ไ...
Posted by Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว on Tuesday, February 9, 2016
https://www.facebook.com/300084093490011/videos/549309581900793/

ooo

ขอให้กำลังใจทุกท่านครับ...

เพราะเรา คือเพื่อนกัน



https://www.youtube.com/watch?v=FYwc1rHGTSk

Resistant Citizen

Published on Jul 1, 2015


"หนุ่ม เรดนนท์"ตีแผ่ชีวิตผู้ลี้ภัยไทยในต่างแดน"เสรีภาพ"ที่ต้องแลกด้วย"วิกฤติชีวิต"




https://www.youtube.com/watch?v=D69USjr0-JI

"หนุ่ม เรดนนท์"ตีแผ่ชีวิตผู้ลี้ภัยไทยในต่างแดน"เสรีภาพ"ที่ต้องแลกด้วย"วิกฤติชีวิต"

jom voice

Published on Feb 9, 2016

"หนุ่ม เรดนนท์" ผู้ลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ อดีตนักโทษการเมืองที่ถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ด้วยข้อหา 112 และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ต่อมาได้รับพระราชอภัยโทษในปี 2557 รวมติดคุกประมาณ 2 ปี และเมื่อเกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เขาปฎิเสธที่จะเข้ารายงานตัวต่อ คสช.จึงตัดสินใจลี้ภัยการเมืองในต่างประเท­ศ เขาให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia ว่า นับจากนี้ไปจะขอยุติบทบาทการเคลื่อนไหวทาง­การเมือง แม้ว่าจะเป็นความตั้งใจแต่แรกที่ตัดสินใจล­ี้ภัยการเมือง แต่เวลา 2 ปีที่ผ่่านมาได้ตกผลึกแล้วว่า โอกาสที่จะได้กลับเมืองไทยคงมีน้อยมากในระ­ยะ 10 ปีนับจากนี้ หรือมากกว่านั้น เพราะความผิดของตนคือ หมิ่นสถาบัน ตาม ม.112 โอกาสที่จะกลับมาตุภูมิได้ ต้องรอมีการยกเลิก ม.112 ซึ่งเป็นไปได้ยากมากใน 10 หรือ 20 ปีข้างหน้านี้ จึงตัดสินใจหันมาทำธุรกิจขายหมูสเต๊ก ในประเทศที่ให้การพักพิงชั่วคราว เพราะหากรอรับเงินบริจาค เหมือนขอทานอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ที่จะต่อต้านเผด็จการนั้นยังเหมื­อนเดิม แต่ตนมีครอบครัวที่ต้องดูแล หากเมื่อตัวเองยืนได้ด้วยขาตัวเอง เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ ก็จะออกมาสู้กับเผด็จการ และเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มผู้รักปร­ะชาธิปไตยต่อไปเหมือนเดิม หวังว่าเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์คงเข้าใจและ­เห็นใจ


จม.จากเรือนจำของ ฐนกร หนุ่มโรงงาน ผู้ต้องขังคดี "หมิ่นหมา" เนื่องในวันแห่งความรัก-วาเลนไทน์ ที่จะมาถึง





17 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์

Tue, 2016-02-09
ที่มา ประชาไท

เอฟ ฐนกร เขียน
อานนท์ นำภา เรียบเรียง

ผมสงสัยมาตลอดชีวิตว่า คนเราจะรักกันได้อย่างไรหากเราไม่เคยเจอหน้ากันเลย เราจะรักกับคนที่รู้จักกันบนเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่ออวตารคุยกันได้อย่างไร อย่างมากมันก็อาจเป็นได้แค่การคุยกันเพื่อฆ่าเวลาในวันเหงาๆไปเท่านั้น

ผมชื่อเอฟ อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้างทำงานในโรงงาน เมื่อตอนผมเรียนจบชั้น ม.3 ผมต้องออกจากโรงเรียนเพื่อให้น้องสาวคนเดียวของผมได้เรียนต่อ ผมมักได้รับคำชมเชยจากหัวหน้างานเสมอ เพราะในปีๆนึง ผมทำงานไม่เคยขาดงานแม้แต่วันเดียว จากที่เคยได้ค่าแรงวันละสองสามร้อยบาท เมื่อปลายปีที่แล้วผมก็ได้ค่าแรงเป็นสี่ร้อยบาทแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการส่งน้องและรักษาพ่อที่ป่วยออดๆแอดๆ แม่ผมเลยต้องออกมาทำงานอีกแรงเพื่อประคับประคองครอบครัวให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายนี้ไปให้ได้

17 เมษายน 2558 ผมรู้จักกับปัดทางเฟซบุ๊ก ในช่วงแรกๆ เราทั้งสองต่างใช้ร่างอวตารพูดคุยกัน ในช่วงต้นผมก็ไม่ได้คิดจะคุยกับเธอมากขนาดนั้นเพราะกว่าผมจะเลิกจากงานมันก็ดึกมากแล้ว ก็ชีวิตไอ้หนุ่มโรงงานที่ใช้แรงแลกเงิน มันจะมีเวลาที่ไหนมาเพ้อเจ้อเรื่องความรักกับเขาได้ แค่มีเวลาได้หลับและได้ตื่นไปทำงานก็ดีมากแล้ว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมประทับใจในตัวเธอ เธอไม่เคยเซ้าซี้คุยหรือวุ่นวายกับเวลาของผมแม้แต่ครั้งเดียว ทุกวันเธอจะคอยให้กำลังใจ ปลอบโยน ต่อเติมแรงใจของผมให้มีแรงตื่นขึ้นไปสู้งานหนักในวันรุ่งขึ้น

ผมมาทราบทีหลังเมื่อเรารู้จักกันได้สักสองสามเดือน ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นนักศึกษากำลังเรียนอยู่มหาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในคณะบริหารการเงินการธนาคาร ผมรู้สึกเจียมใจและไม่อยากให้เธอต้องมาทิ้งความฝันกับคนอย่างผมที่อนาคตแทบจะไม่มี

ความสัมพันธ์ของเราเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จากที่พิมพ์คุยกันทางเฟซบุ๊กก็เปลี่ยนมาเป็นการโทรศัพท์ถึงกัน เธอไม่เคยเห็นหน้าผมและผมก็ไม่เคยเห็นหน้าเธอ เราร่วมกันถักทอสายใยบางๆเชื่อมใจทั้งสองของเรา ในช่วงบ่ายที่แดดร้อนผมยิ้มและคิดถึงเธอ ในยามเย็นที่เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดผมคิดถึงเธอ และพอมารู้ตัวอีกที ผมก็ตกหลุมรักเธอเสียแล้ว...

เราพบกันครั้งแรกภายหลังจาก 7 วันที่ผมโดนจับที่โรงงานด้วยข้อหาโพสต์ข้อความเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยงและแชร์ผังทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ ความกลัวกระโดดขย้ำผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมโดนจับ ผมปฏิเสธว่าผมไม่ได้ทำผังราชภักดิ์ สำหรับภาพสุนัขทรงเลี้ยงผมเอามาจากทวิตเตอร์และไม่ได้มีเจตนาอะไรแบบที่เขากล่าวหา ในค่ายทหารมันเป็น 7 วัน ที่เต็มไปด้วยความมืดและเสียงอันสับสนในห้วงสำนึกของผม ผมไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับครอบครัวและไม่รู้ว่าครอบครัวผมจะเป็นอย่างไร สำหรับปัด การขาดการติดต่อกันไปเจ็ดวันมันคงเพียงพอที่จะทำให้เธอมีคนใหม่เข้ามาในชีวิตและคงลืมผมไปแล้วก็ได้

แต่ก็เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับผม เมื่อสองคนแรกที่ตีเยี่ยมผมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพในบ่ายวันนั้นหลังจากถูกขังที่ค่ายทหารคือปัดกับแม่ของผม

ปัดไม่ใช่คนหน้าตาสวยมากมาย แต่มีรอยยิ้มที่งดงามและท่าทางใจดี แม่เล่าให้ผมฟังว่า จากวันแรกที่ผมโดนจับ ปัดเป็นคนแรกที่เทียวโทรมาถามไถ่ และช่วยแม่ในการออกตามหาตามค่ายทหาร ผมนึกภาพผู้หญิงสองคนที่เทียวเดินถามพี่ๆทหารตามค่ายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยไม่ออกหรอก อย่างมากผมก็ทำได้แค่นิ่งเงียบ ทุกข้อความมันจุกในอกของผม ถ้อยคำที่พอจะเค้นออกมาได้มันก็ถูกกลบด้วยหยดน้ำตาของไอ้ขี้คุกคนนึงอย่างผมเท่านั้น

ทุกวันนี้ผมได้แต่สวดมนต์เพื่อทำจิตใจให้สงบ ผู้คุมที่นี่ใจดี ผมได้กำลังใจจากพี่ๆที่ติดคุกด้วยคดีการเมืองเช่นผมคอยให้กำลังใจรวมทั้งเพื่อนๆที่คอยมาเยี่ยมเยือนส่งข้าวส่งน้ำโดยตลอด กิจวัตรของผมทุกวันนี้นอกจากสวดมนต์ ทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว ช่วงเช้าของทุกวันยังเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ต่อเติมแรงใจ ปัดจะแวะมาเยี่ยมผมก่อนไปมหา'ลัยเกือบทุกวัน ยกเว้นช่วงที่มีสอบ ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของแม่ผมมาแทน จากที่เคยคุยกันทุกคืนก่อนนอนก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามาที่นี่ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาคุยกันทุกเช้าแทน แม่เล่าให้ฟังว่าช่วงหลังปัดจะไปนอนเป็นเพื่อนที่บ้านในวันที่พ่อไม่สบาย แล้วรีบตื่นมาเยี่ยมผมและไปเรียนในช่วงสาย ผมได้รับการอบรมจากนายในแดนว่าหากได้ออกไปควรบวชเพื่อเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิต มีบางคืนผมก็ฝันเห็นปัดเป็นคนถือหมอนในงานบวชของผม

โอกาสที่จะได้รับการประกันตัวออกไปมีอยู่ริบหรี่

17 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จึงเป็นวันครบรอบ 10 เดือนที่ผมกับปัดได้รู้จักกันและเป็นวันวาเลนไทน์ของเรา แต่เสียดายที่วันแห่งความรักปีแรกของเรา เราอาจจะต้องส่งของขวัญให้กันผ่านทางช่องเยี่ยมญาติที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ผมยังเฝ้ารอวันที่เราจะได้กลับไปอยู่กันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง พ่อ แม่ น้องสาวของผม และปัด อยู่กันอย่างเงียบๆที่นิคมอุตสาหกรรมชานเมื่อง ที่ที่ผมจากมา...

เปิดฝึกคอบร้าโกลด์2016 ทูตสหรัฐย้ำสัมพันธ์ไทยเข้มแข็งมั่นคง จะโตอีกหากมีรบ.เลือกตั้ง




ที่มา มติชนออนไลน์
9 ก.พ. 59

ทูตสหรัฐฯร่วมพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2016 ย้ำความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯเข้มแข็งมั่นคง แต่จะเติบโตขึ้นอีกหลังนายกฯยืนยันไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง




  วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นาย กลิน ที. เดวีส์ (Glyn T. Davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2016 ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย อัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย





นายกลิน ที เดวีส์ กล่าวในพิธีเปิดช่วงหนึ่งว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 ถือเป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาของกว่า 20 ประเทศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อดำรงซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของหนึ่งในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยพลังและมีความสำคัญที่สุดในโลก และเป็นปีที่ 35 ที่ประเทศไทยและสหรัฐอเมริการ่วมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ แต่เป็นครั้งแรกที่ตนได้มีโอกาสมาร่วมงาน ทุกคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงและพัฒนาการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะรู้จักคอบร้าโกลด์และชื่อเสียงอันยอดเยี่ยมของคอบร้าโกลด์ในฐานะการฝึกซ้อมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ครอบคลุมหลากหลายที่สุด และทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งของโลกเรานี้






ทั้งนี้ ยังกล่าวอีกว่า มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่กับทุกท่านในการเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 เพื่อแสดงถึงพันธสัญญาอันยาวนานไม่คลอนแคลนของสหรัฐ ที่มีต่อภูมิภาคนี้ พันธสัญญานี้เข้มแข็งและยืนยง อันรวมถึงพันธสัญญาที่มีต่อประเทศไทยซึ่งสามารถข้ามผ่านอุปสรรคท้าทายชั่วคราวที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา

“แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราในวันนี้จะเข้มแข็งมั่นคงและครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีกเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน บทบาทของไทยในฐานะผู้นำในภูมิภาคนี้ และความเป็นพันธมิตรของประเทศเราทั้งสองจะสามารถบรรลุซึ่งศักยภาพสูงสุดได้” นายกลิน ที เดวีส์ กล่าว




สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้นับเป็น ครั้งที่ 35 โดยมีวัตถุประสงค์การฝึก เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อมุ่งไปสู่กองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก ที่ดีอยู่แล้วให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น




สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -19 ก.พ. มีประเทศเข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 27 ประเทศ กำลังพลรวม 8,775 นาย โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยมีประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย เข้าร่วมในส่วนโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ยังมีประเทศในโครงการฝ่ายเสนาธิการผสมนานาชาติ (MPAT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี บังกลาเทศ เนปาล มองโกเลีย และฟิลิปปินส์ ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก (COLT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว เวียดนาม ชิลี เนเธอร์แลนด์ บรูไน แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย โดยใช้พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นหลัก


Sex Slaves THAILAND - Human Trafficking of 21st Century BBC documentary 2015




https://www.youtube.com/watch?v=Aku1FBexqRc&feature=youtu.be&a

Sex Slaves THAILAND - Human Trafficking of 21st Century BBC documentary 2015

BBC DOCUMENTARY 2015

Published on Oct 13, 2015


9 อรหันต์ผู้ลงดาบยุบ 'ไทยรักไทย'



http://news.voicetv.co.th/thailand/323577.html

by Patshaya Mahatthanotham
8 กุมภาพันธ์ 2559

หลังปรากฏคำพิพากษาศาลฎีกา ว่าไม่มีกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งปี 2549 ทำให้อดีตนักการเมืองที่ถูกพรากสิทธิ์ ณ ตอนนั้น ต่างออกมาทวงถามความเป็นธรรมกับตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสินให้ยุบพรรคไทยรักไทย

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 09, 2559

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รายการชี้ผิดชี้ถูก Ep.2 ฉบับย่อ ฮั่นกัดเกีย ณ สมรภูมิโรงเกลือ 7 Feb 2016




https://www.youtube.com/watch?v=jR9f4NM19wo&feature=youtu.be

Free Thai

Published on Feb 8, 2016
ฮั่นกัดเกีย ณ สมรภูมิโรงเกลือ 7 Feb 2016
...


เพจนี้นี่เองทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ออกอาการของขึ้นกับเขาบ้าง (ระวังเส้นเลือดสมองจะแตกนะปู่)





เพจนี้นี่เองทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ออกอาการของขึ้นกับเขาบ้าง (ระวังเส้นเลือดสมองจะแตกนะปู่)

https://www.facebook.com/stopfakethailand/posts/943566622406754

ทางที่ดีควรตั้งสติเสียใหม่ แล้วคิดตามที่โฆษกพรรคเพื่อไทย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สอนไว้

(ใช่แล้ว ความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติอยู่ที่เด็กอนาคตไกล 'สอน' ผู้ใหญ่คนชราไม้ใกล้ฝั่ง เพื่อชีวิตที่เหลืออยู่ของทั่นๆ เธอๆ สามารถ get along ราบรื่น มีสุข อยู่ร่วมกันโดยสันติกับผู้คนที่โอกาสตายทีหลังมีมากกว่า)

"ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ในการรับฟังให้มาก วิเคราะห์ให้ละเอียด ทำงานใหญ่ ใจต้องนิ่ง ต้องไม่ลืมว่าพวกท่านกำลังทำหน้าที่ร่างกติกาให้กับคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ร่างข้อบังคับใช้กันเองในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญของท่าน

ดังนั้น อย่าตั้งกำแพงหรือตั้งธงกล่าวโทษ ว่าคนไทยอ่านร่างรัฐธรรมนูญไม่จบ ไม่ฉลาดเท่าพวกท่าน รู้ไม่เท่าพวกท่าน

แต่สิ่งที่พวกท่านต้องทำคือ ฟังให้มาก ตอบโต้คนเห็นต่างให้น้อย เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข ให้เกิดการมีส่วนร่วมและยอมรับจากประชาชนในวงกว้าง"

(http://prachatai.org/journal/2016/02/63951)

เอเมน!