วันอังคาร, เมษายน 28, 2569

กว่าที่กระทรวงพาณิชย์จะออกมาแก้ตัวเรื่อง ‘ล้งทุเรียนออนไลน์’ รมว.ศุภจี ก็โดนผู้สันทัดกรณีวงการเกษตรฯ ถลกหนักเสียจนอาจต้องเปลี่ยนทรงผมอีกหน

กว่าที่กระทรวงพาณิชย์จะออกมาแก้ตัวเรื่อง ล้งทุเรียนออนไลน์รมว.ศุภจี ก็โดนผู้สันทัดกรณีวงการเกษตรฯ ถลกหนักเสียจนอาจต้องเปลี่ยนทรงผมอีกหน ก็ทั่นทำอะไรไม่รอบคอบ หุนหันพันแล่น จู่ๆ ก็จะร่วม พิมรี่พายไล้ฟ์สดขายทุเรียนลูกละร้อย

ชาวสวนก็ร้องโอ๊ยกันสิ รายนี้ชาวจันทบุรีเป็นอดีตผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนเสียด้วย วริสา มีเจริญ ถามก่อนเลย “ท่านได้รับรายงานข้อมูลทุเรียนจาก สส.พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่หรือจากพาณิชย์, เกษตรจังหวัดว่าอย่างไร ทำไมถึงใช้วิธีนี้แก้ปัญหา”

ทั้งๆ ที่ยังไม่เป็นปัญหา “ปัจจุบันราคายังส่งออกได้ดี” เธอแจงเรื่องราคาละเอียดยิบ ถ้าเป็นทุเรียนเกรด abc ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ทุเรียนลูกหนึ่งจะหนักราว ๒-๕.๕ กิโลกรัม ฉะนั้นก็ได้ราคาลูกละ ๒๕๐ บาทขึ้นไปอยู่แล้ว

กำหนดออกไล้ฟ์วันนี้ ๒๘ เมษา ชวนให้คิดไปว่ามีจุดมุ่งหมายสร้างออร่าหรือไม่ “หากวันนี้ได้รับแสง แต่วันถัดไปราคาหน้าสวนลดลง คนที่รับภาระไม่ใช่รัฐมนตรี-อินฟลูฯ แต่คือชาวสวน” วริสา ยังพูดดักทางไว้ด้วย จากการไล่เรียงราคาลดหลั่นไป

ทุเรียนมีตำหนิ “ตกไซส์ หนามจีบ หนามแตก ราดำ” เนื้อใช้ได้ ทรงไม่สวยผิวไม่สวย ก็ราคาโลละ ๖๐ บาท ขนาดลูกเกิน ๒ โล ราคาขายส่งก็เกินลูกละ ๑๒๐ บาท หากเป็น เบอร์ D, ไซส์เล็กที่เรียกกันว่า ป๊อกแป๊ก น้ำหนักต่ำกว่า ๒ โล ได้ราคาโลละ ๗๐ บาท

ร้ายที่สุด ที่เรียกว่า “ทุเรียนหนอน หนอนแฉะ หนอนน้ำ...มีตำหนิอยู่บริเวณผิว และอาจกินลึกเข้าไปถึงเนื้อได้ ทุเรียนเกรดนี้จะราคาถูก อาจอยู่ที่ ๒๐-๓๕ บาท แต่นั่นแหล่ะค่ะ นี่ไม่ใช่ทุเรียนคุณภาพ” จึงเข้าข่ายทั่นรัฐมนตรี หาทำ

แล้วพาณิชย์ให้รองโฆษกกระทรวงแถลงว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจตราราคาทุเรียนก่อนแล้ว พบว่าราคาอยู่ที่ ๑๔๐-๑๕๐ บาทต่อกิโล แต่ที่จะมีการไล้ฟ์สดจำหน่ายทุเรียนในราคาลูกละ ๑๐๐ บาท เป็น “ดำเนินการของผู้ประกอบการออนไลน์อย่างพิมรี่พาย” เอง

อีกทั้ง “จะเป็นทุเรียนเกรดที่ล้งหรือสวนขายในประเทศ เป็นทุเรียนค่อนข้างสุก คุณภาพดี แต่ทรงอาจจะไม่สวย...ราคาต่อกิโลกรัมจะต่ำกว่าเกรด D ที่ส่งออก” อ้าว พิมรี่พายโดนเทเท้งเต้งไม่เป็นท่าละสิ คนดังที่ออกมาวิจารณ์กันไว้ ผิดเสียที่ไหน

ปลอดประสพ สุรัสวดี ชาวสวนวัย ๘๑ ปี สอนมวยศุภจีในฐานะที่ “ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาก่อน” ด้วยความหวังดี “เรื่องการกำหนดนโยบายระดับชาติ ต้องรู้จักบทว่า เมื่อไหร่เราควรขับเคลื่อน...เมื่อใดควรดัน และเมื่อใดควรดึง อย่าไปสนุกเปะปะ”

อีกคนเป็นอินฟลูฯ คล้ายพิรี่พาย รายนี้ชื่อ แพรรี่ อดีตมหา ไพรวัลย์ วรรณบุตร บอกแหม จะขายทุเรียนลูกละร้อย แต่ปุ๋ยราคากระสอบละเป็นพัน “ทำไมไม่เอาปุ๋ยมาไล้ฟ์ขายกระสอบละ ๑ ร้อยบ้างล่ะ”

(https://www.facebook.com/dr.plodprasop/posts/EFBCNVCA, https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/VFue384A และ https://www.facebook.com/warisameecharoen/posts/ajbr5uUinK) 

พาณิชย์ แจงดราม่าทุเรียนลูกละ 100 ชี้เป็นรุ่นตกเกรดสุกแล้วจึงขายถูก แต่ "The Damage Is Already Done"

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/26911363765170441

Thanapol Eawsakul
8 hours ago
·
หลักฐานชัด ๆ
ศุภจีและพิมริพายรวมหัวกันโกหกคนไทย
เรื่องทุเรียน
ไม่เชื่อก็ลองดูคลิปของพิมริพายและการชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ได้ครับ
https://www.facebook.com/share/r/1HfQAV6CG7/



ราคาทุเรียนวันนี้ 27/04/69 คุณศุภจีเช็คก่อนขาย (แทบทุกเจ้าในนี้ อยู่ตลาดเนินสูง จันทบุรี)

https://www.facebook.com/warisameecharoen/posts/122121619881163261

วริสา มีเจริญ - Warisa Meecharoen 
7 hours ago
·
ราคาทุเรียนวันนี้ 27/04/69
.
ขอบคุณหลายท่านที่เข้ามาคอมเม้นท์ เห็นด้วย เห็นต่าง มากมายค่ะ ค่อนข้างตกใจว่าบางท่านไม่เชื่อราคาที่ดิฉันและพี่น้องชาวสวนขายได้จริงๆ จากโพสต์นี้ https://www.facebook.com/share/p/1Axm4JYdbb/?mibextid=wwXIfr
ทั้งเบอร์ abc d เบอร์อื่นๆ หรือพันธุ์อื่นๆ ลองดูตามรูปของแต่ละล้งได้เลยค่ะ
ขอบคุณภาพจากแต่ละล้ง แต่ละแผงด้วยนะคะ
แทบทุกเจ้าในนี้ อยู่ตลาดเนินสูง จันทบุรี ค่ะ



ชาวสวนทุเรียนอึ้งกับคุณศุภจี ไลฟ์ทุเรียน 100 บาท ย้ำ ลูกละ 100 บาท ปัจจุบันทุเรียนภาคตะวันออกยังส่งออกได้ดี และยังไม่เกิดภาวะล้นตลาดจนฉุดราคาลงต่ำ โดยราคาซื้อขายหน้าสวนและล้ง ทุเรียนเกรด abc เฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท ต่อ กิโลกรัม❗️


วริสา มีเจริญ - Warisa Meecharoen
15 hours ago
·
กลายเป็นเรื่องที่ชาวสวนทุเรียนอึ้งที่สุดในเช้าวันนี้‘ทุเรียนลูกละ 100 บาท’ ล้านลูก โดยคุณศุภจีและพิมรี่พาย จะขายในไลฟ์สด 28 เมษายนนึ้
.
ย้ำ ลูกละ 100 บาท
.
ปัจจุบันทุเรียนภาคตะวันออกยังส่งออกได้ดี และยังไม่เกิดภาวะล้นตลาดจนฉุดราคาลงต่ำ โดยราคาซื้อขายหน้าสวนและล้ง ทุเรียนเกรด abc เฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท ต่อ กิโลกรัม
.
หากเป็นไปตามข่าว คุณศุภจีแจ้งว่า ‘ลงพื้นที่จำหน่ายสินค้าถึงหน้าสวน คัดเลือกทุเรียนคุณภาพ ตัดสด และจัดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค‘ หมายความว่า ทุเรียนคุณภาพที่ว่านั้น เป็นทุเรียนเกรด abc ใช่หรือไม่ กล่าวคือ ทุเรียนน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 2-6 กิโลกรัม ทรงสวย มีเนื้อเต็มมากกว่า 2 พู 1 เม็ด และผิวไม่มีตำหนิ ซึ่ง 1 ลูก จะราคามากกว่า 240+ บาท
.
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่คือการทำลายกลไกราคาของทุเรียนอย่างสิ้นเชิง
.
แต่ถ้าไม่ได้นำทุเรียนเกรด abc มาขาย แนวทางที่เป็นไปได้ เช่น

- นำทุเรียนมีตำหนิผิว ทรงไม่สวย ตกไซส์ หนามจีบ หนามแตก ราดำ จัมโบ้ เน้นเนื้อไม่เน้นทรงมาขาย ซึ่งเบอร์นี้จะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท แต่ขนาดลูกที่มากกว่า 2 กิโลกรัมนั้น ก็ทำให้ราคาต้นทุน อยู่ที่ 120+ บาท อยู่ดี

- หรือนำทุเรียนเบอร์ D ,ไซส์เล็ก ที่เรียกกันว่าป๊อกแป๊ก น้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม/ลูก มาขายนั้นก็อาจเป็นไปได้ แต่ว่าทุเรียนป๊อปแป๊ก ก็มีราคากิโลกรัมละ 70+ บาท ซึ่งส่วนใหญ่ทุเรียนป๊อกแป๊กจะมีน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 1.7 กิโลกรัม หมายความว่า ต้นทุนก็จะเกิน 100 บาทอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่า คุณศุภจีจะหาทุเรียนป๊อกแป๊ก ขนาดลูกละ 1 กิโลกรัม มาได้ ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่า หมอนทองลูกเล็กขนาดนั้นค่อนข้างหายาก และห่างไกลกับคำว่า ทุเรียนคุณภาพดี

- หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ทุเรียนหนอน หนอนแฉะ หนอนน้ำ ไฟท็อปฯ ที่จะมีตำหนิอยู่บริเวณผิว และอาจกินลึกเข้าไปถึงเนื้อได้ ทุเรียนเกรดนี้จะราคาถูก อาจอยู่ที่ 20-35 บาท แต่นั่นแหล่ะค่ะ นี่ไม่ใช่ทุเรียนคุณภาพ

- หรือทางสุดท้าย คือการได้รับความร่วมมือจากสวนที่ยอมให้คว่ำทุเรียนของตนเองในราคาลูกละ 100 บาท เพื่อเป็นการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ก็อาจเป็นไปได้ ช่างเป็นสวนที่มีความเสียสละเพื่อผู้บริโภค แต่อาจจะยังสำหรับการคำนึงถึงการทำลายกลไกราคาทุเรียน และไม่คิดถึงใจพี่น้องชาวสวนด้วยกันเองเลย
.
ไม่ทราบจริงๆว่าท่านรัฐมนตรีศุภจี ท่านได้รับรายงานข้อมูลทุเรียนจาก สส. พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่หรือจากพาณิชย์,เกษตรจังหวัดว่าอย่างไร ทำไมถึงใช้วิธีนี้แก้ปัญหา (ทั้งๆที่ยังไม่เห็นปัญหาใหญ่)
.
ดิฉันในฐานะชาวสวนสนับสนุนทุกช่องทางในการกระจายสินค้า การไลฟ์สด การขายออนไลน์ หรือการเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกรขายตรงถึงผู้บริโภค เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสและลดคนกลางได้จริง
.
แต่โครงการภายใต้ชื่อว่าช่วยเกษตรกรนั้น ท่านควรถามชาวสวนก่อนว่า สิ่งนี้ช่วยเขาจริงหรือกำลังกดราคาผลผลิตทั้งระบบลง เพราะหากวันนี้ท่านได้รับแสง แต่วันถัดไปราคาหน้าสวนลง คนที่รับภาระไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ แต่คือชาวสวน
.
ขอย้ำว่า พาณิชย์กำลังเมาหมัด เพราะการช่วยเกษตรกรที่แท้จริง ไม่ใช่ทำให้ผลผลิตราคาถูกที่สุดเพื่อมีคนช่วยซื้อ แต่ต้องทำให้ผลผลิตขายได้ในราคาเป็นธรรมค่ะ
.
จึงอยากถามว่า นี่คือการช่วยเกษตรกรจริง… หรือแค่สร้างคอนเทนต์ทางการเมืองกันแน่คะ

มะพร้าว มะม่วง และอื่นๆ น่านำมาไลฟ์สดมากกว่า #ฝากไว้ให้คิด
วริสา มีเจริญ - Warisa Meecharoen

ราคาทุเรียนวันนี้ 27/04/69 ตลาดเนินสูง
https://www.facebook.com/share/17WbdbYPyM/?mibextid=wwXIfr


https://www.facebook.com/photo/?fbid=122121550263163261&set=a.122104311399163261
.....

Baryee Taow
10 hours ago
·
ต่อประเด็นคุณศุภจีกับทุเรียน
ผมมีข้อร่วมพิจารณาดังนี้ครับ
หนึ่ง
ทุเรียนที่ “ขายส่ง” ในตลาดคละเกรด ลูกละ 200-300 บาท เป็นอย่างน้อย
แต่คุณศุภจี “ขายปลีก” ลูกละ 100 บาท
คำถามคือ ไม่เป็นการลดเกรด หรือดูถูกฝีมือตนเองไปหน่อยหรือครับ?
แล้วจะขายแค่ 1 ล้านลูก จะพอกันกินไหมละครับ?
อย่างน้อย ๆ ก็ขายสัก 20 ล้านลูก คนยังจะได้กิน ยังจะเข้าถึงอย่างกระจายหน่อย
(ทุเรียนไทยแต่ละปี มีเป็น 600-700 ล้านลูกครับ)
[แนะนำให้ live ขายปุ๋ยกระสอบละ 100 บาท ขายข้าวปลูกกระสอบละ 100 บาท ขายน้ำมันลิตรละ 10 บาท ครับ รับรองมีแต่คนเชียร์แน่นอน]
สอง
สื่อสารผิด ชีวิตเปลี่ยนของแท้ครับแบบนี้
นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว ยังสร้างความปั่นป่วน ยังสร้างความเข้าใจผิดไปมากจนพังไปหมด
สาม
ทุเรียนไทย ไม่ได้มีปัญหาเรื่องราคาครับในวันนี้
แต่มีปัญหาคือ
- คุณภาพทุเรียน ทุเรียนอ่อน
- การสวมสิทธิ์
- ตลาดปลายทางผูกขาดอยู่จีน 100% ส่งผลให้ล้งก็เป็นของจีนเกือบ 100%
- การขนส่งและต้นทุนการผลิตที่สูง
- ภัยธรรมชาติ ที่ไม่มีประกันภัย
- การฟอกเงิน
- คนไทยกินทุเรียนแพงเกินไปถ้าเทียบกับเกรดทุเรียนที่ขายในประเทศ.





จดหมายจากอานนท์ วันที่ 23 เม.ย. 69 “ที่ฆ่าคนไม่ใช่อาวุธ ที่ฆ่าคนคือคน” โกวเล้งเขียนเอาไว้ ถ้าเราแทนที่ “อาวุธ” ด้วย “กฎหมาย” คำกล่าวนั้นก็ไม่น่าจะผิดแผกอะไร


ภัควดี วีระภาสพงษ์ 
6 hours ago
·
จดหมายวันที่ 23 เม.ย. 69
“ที่ฆ่าคนไม่ใช่อาวุธ ที่ฆ่าคนคือคน” โกวเล้งเขียนเอาไว้ในนวนิยายชุดฤทธิ์มีดสั้น ซึ่งถ้าเราแทนที่ “อาวุธ” ด้วย “กฎหมาย” คำกล่าวนั้นก็ไม่น่าจะผิดแผกอะไร
.
“ที่ปิดปากคนไม่ใช่กฎหมาย ที่ปิดปากคนคือคน”
.
“คน” นี่แหละที่กดหัวกันเอง เมื่อกดหัวคนอื่นให้ต่ำลงได้เค้าจะดูสูงขึ้นทันทีและยิ่งคนที่กดหัวคนอื่นขึ้นขี่หัวคน เขาก็ยิ่งจะสูง สูงตระหง่านบนหัวคน! ลุงคำสิงห์ (ลาว คำหอม) ก็เคยเขียนไว้ในหนังสือฟ้าบ่กั้นว่า ” ไม่มีหรอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีแต่คนนี่แหละที่สร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมากดหัวกันเอง“
.
ยุคสมัยเปลี่ยน หากแต่บางคน บางพวกไม่ยอมเปลี่ยน เราจึงได้เห็นคนด้วยกันฆ่ากัน กดหัวกัน ปิดปากกัน มีคนสูงต่ำลดหลั่นกัน ก่อให้เกิดสถานะของคนต่างๆนานา ออกลูกสืบหลาน บอกเล่าเรื่องราวว่า คนเราไม่ได้เกิดมาเท่าเทียมกัน มันก็แน่ล่ะ คนที่ถูกกดขี่มันจะเอาเรี่ยวแรงอันใดไปบอกเล่า คนที่โดนปิดปากมันจะเอ่ยอ้างได้อย่างไร?
.
ทว่าคนเรานั้นย่อมมีข้อจำกัด เมื่อมันถูกกดขี่จนจนตรอก มันจะใช้กำลังเฮือกสุดท้ายที่ลุกขึ้นสู้! ลุกขึ้นสู้! และเมื่อมันลุกขึ้นสู้ คนที่ขี่หัวมันอยู่จะล้มคะมำลง!
.
ข้าพเจ้าจึงศรัทธาและเชื่อมั่นเช่นนั้น
อานนท์ นำภา

https://www.facebook.com/phakh.wdi.wira.phas.phngs.2025/posts/3131462123731353




โครงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำของคสช. ? ใหญ่ที่สุดในโลก!!! คืบหน้าแล้วกว่า 80% กับการก่อสร้าง 'พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า' บนพื้นที่กว่า 79 ไร่

https://www.facebook.com/ThailandUpdateFanPage/posts/945007551741596

Thailand Update is in เขตวังทองหลาง.
7 hours ago
·
ใหญ่ที่สุดในโลก!!! คืบหน้าแล้วกว่า 80% กับการก่อสร้าง 'พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า' บนพื้นที่กว่า 79 ไร่ ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ประกอบด้วยอาคารไทยประยุกต์สูง 4 ชั้น (25,000 ตร.ม.) และสวนขนาดใหญ่โดยรอบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ไม้มีค่าของไทย ได้แก่ ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน ไม้แดง ไม้มะค่าโมง และไม้พะยูง ที่สิ้นสุดคดีความ มาสร้างสรรค์เป็นงานจัดแสดงและตกแต่งภายใน แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสที่ 1 (งานโครงสร้างอาคาร) คืบหน้าแล้วกว่า 80% เสร็จต้นปีหน้า เฟส 2 (งานตกแต่งสถาปัตยกรรมและภายใน) เสร็จปลายปีหน้า เฟส 3 (ปรับปรุงภูมิทัศน์) และเฟสที่ 4 (การจัดแสดงนิทรรศการ) อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคา และก่อสร้างเสร็จทั้งหมดปี 2571 (ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
.....

โครงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำของคสช.
ตั้งงบก่อสร้างผูกพันสองพันกว่าล้าน
Faris PHar Yothasamuth




นายฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความเห็นว่า ผู้นำอิหร่านกำลังทำให้สหรัฐอเมริกาอับอายขายหน้า เมอร์ซกล่าวว่า ชาวอิหร่าน 'เก่งมากในการไม่เจรจา'

สรุป
  • เน้นย้ำถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโต
  • เมอร์ซกล่าวว่า ชาวอิหร่าน 'เก่งมากในการไม่เจรจา'
  • เตือนเกี่ยวกับทุ่นระเบิดและความเสียหายต่อเศรษฐกิจเยอรมนี
เบอร์ลิน 27 เมษายน (รอยเตอร์) - นายฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า 

อิหร่านกำลังทำให้สหรัฐฯ อับอายขายหน้า และทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดินทางไปยังปากีสถานแล้วก็จากไปโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ ซึ่งเป็นการตำหนิอย่างกะทันหันผิดปกติเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้ เมอร์ซยังกล่าวอีกว่า เขาไม่เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินกลยุทธ์ถอนตัวใดในสงครามอิหร่าน ซึ่งความคิดเห็นนี้เน้นย้ำถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งระหว่างวอชิงตันและพันธมิตรนาโตในยุโรป ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้ก่อตัวขึ้นแล้วจากประเด็นยูเครนและประเด็นอื่นๆ

“เห็นได้ชัดว่าชาวอิหร่านมีทักษะในการเจรจาต่อรองสูง หรืออาจจะพูดได้ว่ามีทักษะในการไม่เจรจาต่อรองสูง ปล่อยให้ชาวอเมริกันเดินทางไปยังอิสลามาบัดแล้วก็จากไปโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ” เขากล่าวในระหว่างการบรรยายแก่นักเรียนในเมืองมาร์สเบิร์ก

“ทั้งประเทศกำลังถูกผู้นำอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติที่เรียกตัวเองว่าเหล่านี้ ดูหมิ่นเหยียดหยาม ดังนั้นผมหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยเร็วที่สุด” เขากล่าวเสริม ณ สถานที่จัดงานในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรนาโตอย่างรุนแรงที่ไม่ส่งกองทัพเรือไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซในระหว่างความขัดแย้ง เส้นทางน้ำยังคงปิดสนิท ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดและเกิดการหยุดชะงักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในด้านการจัดหาพลังงาน

เมอร์ซย้ำว่าชาวเยอรมันและชาวยุโรปไม่ได้รับการปรึกษาหารือก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และเขาก็ได้แสดงความสงสัยของเขาต่อทรัมป์โดยตรงหลังจากนั้น

“ถ้าผมรู้ว่ามันจะดำเนินต่อไปแบบนี้เป็นเวลาห้าหรือหกสัปดาห์และเลวร้ายลงเรื่อยๆ ผมคงบอกเขาอย่างหนักแน่นกว่านี้” เมอร์ซกล่าว โดยเปรียบเทียบกับสงครามครั้งก่อนๆ ของสหรัฐฯ ในอิรักและอัฟกานิสถาน

เมอร์ซกล่าวเสริม ความหวังในการฟื้นฟูความพยายามเพื่อสันติภาพได้เลือนหายไปนับตั้งแต่ทรัมป์ยกเลิกการเยือนกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานในวันเสาร์ของทูตพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี เดินทางไปยังรัสเซียในวันจันทร์หลังจากการเจรจาในปากีสถานและโอมานล้มเหลว

เมอร์ซกล่าวว่าเห็นได้ชัดว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกวางทุ่นระเบิดอย่างน้อยบางส่วน “ในฐานะชาวยุโรป เราได้เสนอที่จะส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดของเยอรมนีไปเคลียร์ช่องแคบ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถูกวางทุ่นระเบิดบางส่วน” เขากล่าว

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/germanys-merz-says-iran-is-humiliating-us-talks-stall-2026-04-27/






 https://x.com/Reuters/status/2048821172205396010




‘สว.อิสระ‘ แถลงร่วมลงชื่อ ขอให้ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. โดยอ้างถึงมาตรฐาน การทำคำร้อง ที่ผลออกมาต่างกัน ระหว่างคำร้องที่รัฐบาลถูกร้อง กับกรณีที่ฝ่ายค้านถูกร้อง (ชื่นชม สว.กลุ่มนี้)

https://www.facebook.com/watch/?v=1647799286425411






Dr.Nantana
@Dr_Nantana
·12h

ผลงานปปช.ที่ยกฟ้องคดีศักดิ์สยาม "เข้าตา" ประชาชน เป็นอย่างยิ่ง 

ทำให้สส.และสว.ต้อง "ล่ารายชื่อ" ให้ได้ 140 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ประธานรัฐสภา ส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะไต่สวนอิสระ ตรวจสอบการทำงานของปปช.ทั้งคณะ 

ช่องทางในการตรวจสอบปปช.จะเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อประธานรัฐสภาส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา 

ความยากจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนสส.+สว. แต่อยู่ที่ประธานรัฐสภาคนเดียวจริงๆ 
https://facebook.com/share/p/1CTQPVvG24/



https://x.com/ThaiPBS/status/2048744186774729051




ปธ.วุฒิสภา อนุญาตให้ตั้งกระทู้ติดตามความคืบหน้าคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงก่อนหมดอายุความตามคดีตากใบในอีก 4 ปีข้างหน้า แล้ว



บัส เทวฤทธิ์ 
15 hours ago
·
ปธ.วุฒิสภา อนุญาตให้ตั้งกระทู้ติดตามความคืบหน้าคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงก่อนหมดอายุความตามคดีตากใบในอีก 4 ปีข้างหน้า แล้ว
.
หลังจากที่ผมยื่นกระทู้ถาม รมต. ยุติธรรม เรื่องสถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคม พ.ศ. 2553 และแนวทางเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ไปนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ประธานวุฒิสภาได้อนุญาติให้ตั้งเป็นกระทู้ได้แล้ว รวมทั้งฝ่ายเลขาฯ ส่งหนังสือไปยัง รมต.ยุติธรรมแล้วเช่นกัน หวังว่าจะมาตอบกระทู้ในเร็ววัน และเหนือสิ่งอื่นใดหวังว่าจะมีความคืบหน้าในคดีดังกล่าว
.
สำหรับกระทู้ เห็นคำถามต่อเนื่องจากที่รัฐบาลก่อนผมได้สอบถามไปยัง รมต.ยุติธรรมคนก่อนและตอบมา แต่ยังไม่มีความชัดเจน ครั้งนี้ประเด็นคำถามมี 2 ข้อด้วยกันคือ
.
1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
จำนวน 13 คดีดังกล่าวในปัจจุบันเป็นอย่างไร อยู่ในชั้นและขั้นตอนใดของการพิจารณาคดีทางศาลหรือกระบวนการยุติธรรม คำพิพากษาเป็นเช่นใด คดีถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
2. นอกจากแนวทางการแก้ไขกฎหมายเรื่องอายุความแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะมีนโยบาย แนวทางหรือวิธีการจัดการอื่นใดในการเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ขาดอายุความเฉกเช่นเดียวกับคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 (คดีตากใบ) โดยที่ผู้เสียหาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องต่อหลักการสำคัญของนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา คือ การยึดมั่นในหลักนิติธรรมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน









https://www.facebook.com/tewarit.bus/posts/122190235214437811

https://x.com/Bus_Te/status/2048618595010392424







มายาคติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ : เรื่องไม่จริงที่ฝังลึกในสังคมไทย ที่เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เวทีสานเสวนาสู่สันติสุข เสนอ 3 ข้อที่พึงปรารถนา ทลายมายาคติ



เรียนรู้ 10 มายาคติชายแดนใต้ ปฏิบัติการ IO หลอนสังคม โจมตีศาสนา นักข่าว นักการเมือง นักกิจกรรม

27 เมษายน 2569
ประชาไท

มูฮำหมัด ดือราแม รายงาน

เรียนรู้ 10 มายาคติชายแดนใต้ สะท้อนปฏิบัติการไอโอหลอนสังคม รุมโจมตีโรงเรียนศาสนา นักข่าว นักการเมือง นักกิจกรรม ปัญหาฝังลึกของสังคมไทย อดีตรองเลขา สมช.ชี้เป็นเรื่องไม่จริงถูกทำให้เป็นธรรมชาติ ควบคุมสังคมโดยบิดเบือนความหมาย สร้างผลร้ายแรงทางสังคม พร้อมทางออกในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติ เวทีสานเสวนาสู่สันติสุข เสนอ 3 ข้อที่พึงปรารถนา ทลายมายาคติ สร้างฉันทามติร่วม มีความจริงใจและต่อเนื่อง


ดนัย มู่สา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ดูเหมือนว่า ขณะนี้ในสื่อสังคมออนไลน์มีการกล่าวร้ายโจมตีสถาบันสอนศึกษาอิสลามของชาวมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้ง ปอเนาะ ตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อย่างร้อนแรงมากขึ้นหลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ไปพาดพิงว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะการใช้ความรุนแรงระหว่างการแถลงข่าวในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับสื่อมวลชนอย่าง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย แห่งสำนักข่าว The Reporter ก็ถูกไอโอ ถล่มอย่างหนักจากการเกาะติดเหตุคนร้ายยิงถล่มนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในทีมสังหารมีอดีตทหารและมีการใช้รถของทางราชการมาก่อเหตุ

รวมถึงนักการเมืองบางคนอย่าง รอมฎอน ปันจอร์ จากพรรคประชาชน และพ่วงรวมนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมปาตานีอย่าง มูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ ที่ถูกโจมตีทางออนไลน์อย่างหนักไม่แพ้กัน

ไอโอ หรือ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO : Information Operation) คือ "ยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร" เป็นกลยุทธ์การต่อสู้ด้วยข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยา การโน้มน้าวใจ เพื่อบิดเบือนหรือทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้ามผ่านสื่อออนไลน์และสังคม

ในขณะที่ปฏิบัติการไอโอดังกล่าว อาจเกิดจาก “มายาคติ” ของสังคมไทยที่มีต่อพื้นที่ชายแดนใต้ กลับมีความพยายามของหลายฝ่ายที่จะสร้างการอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติในพื้นที่ชายแดนใต้ที่พึงปรารถนาด้วย

อย่างเช่น ในเวทีสานเสวนาสู่สันติสุข : การอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติในพื้นที่ชายแดนใต้ที่พึงปรารถนา ที่โรงแรม ซี.เอส จ.ปัตตานี เมื่อในที่ 25 เม.ย.69 ที่ผ่านมา จัดโดยสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

เรียนรู้ “มายาคติ” ปัญหาฝังลึกของสังคมไทย

ดนัย มู่สา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า มายาคติ เป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมที่ฝังลึกอยู่ทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่มีอยู่ในทุกสังคม ซึ่งมันมีผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ทั้งทางบวกและทางลบในพื้นที่นั้น

ดนัย มู่สา นำเสนอเรื่องนี้ในหัวข้อ มายาคติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ : 10 มายาคติกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

เรื่องไม่จริงถูกทำให้เป็นธรรมชาติ ควบคุมสังคมโดยบิดเบือนความหมาย

ดนัย นิยามความหมายของมายาคติ (myth) คือการมองโลกผ่านเลนส์ โดยอธิบายตามหลักมานุษยวิทยาว่ามี 4 ความหมาย คือ

1. มายาคติ คือ เรื่องไม่จริง และมีระบบการให้ความหมายที่ทำให้สังคมมองบางสิ่งหรือพูดในสิ่งที่ไม่จริงให้เป็นความจริงหรือ สิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติให้เป็นธรรมชาติปกติ

2. มายาคติ คือ ชุดความเชื่อ หรือความหมายทางวัฒนธรรมที่ถูกประกอบสร้างขึ้นและส่งต่อกันมา จนทำให้สังคมรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของความจริงแท้

3. มายาคติ เป็นเพียงการบิดเบือน หรือ การปรุงแต่งความหมายของกลุ่มคนบางกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของกลุ่มบางกลุ่ม และ

4. มายาคติ ไม่ได้เกิดจากอากาศธาตุ แต่เป็นผลผลิตทางสังคมและวัฒนธรรม สัมพันธ์กับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ในฐานะบริบททางประวัติศาสตร์ แต่หลายเรื่องยืนยันจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้มายาคติยิ่งมีความหมายมากขึ้น

สรุป มายาคติ คือ สิ่งถูกทำให้เป็นธรรมชาติ เพื่อใช้ในการควบคุมสังคม โดยมีการบิดเบือนความหมาย หรือถูกสร้างขึ้น

ที่อยู่ของมายาคติในปฏิบัติการไอโอ

ดนัย อธิบายว่า มายาคติ มี 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือ มายาคติเชิงบวก เป็นการสร้างภาพดีงาม เช่น คนกลุ่มนี้ขยัน ซื่อสัตย์ เรียบง่าย มีน้ำใจ (เหมารวม) ฯลฯ

ลักษณะที่สองคือ มายาคติเชิงลบ เพื่อสร้างภาพคนบางกลุ่มด้วยความน่ากลัวหรือเจ้าปัญหา เช่น คนต่างถิ่นไม่น่าไว้ใจ คนจนไม่ขยัน คนบางศาสนาหัวรุนแรง ฯลฯ

ที่อยู่ของมายาคติ ได้แก่ คำพูดติดปาก มุขตลก ข่าว หนัง ละคร โฆษณา วาทกรรม เรื่องเล่า และ ไอโอ(IO) ?

“ไอโอ มีการใช้กันอย่างหนักหน่วงมากในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่กับมันให้ได้ เราต้องเรียนรู้กับมันให้ได้”


ภาพ เวทีสานเสวนาสู่สันติสุข : การอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติในพื้นที่ชายแดนใต้ที่พึงปรารถนา
มายาคติกับ 10 ผลร้ายแรงทางสังคม

ดนัยนำเสนอต่อไปว่าถึงการทำงานของมายาคติ ดังนี้
  1. ไม่ปิดบังอำพราง ทุกอย่างปรากฏต่อหน้า และเปิดเผย
  2. ลดความซับซ้อนของมนุษย์ ทั้งที่มีความหลากหลาย คือพยายามที่จะเหมารวมทั้งหมด
  3. สร้างเส้นแบ่งเรากับเขา เช่น เราเป็นคนปกติ แต่เขาเป็นคนแปลก แล้วผลักให้ของแปลกนั้นกลาย “เป็นอื่น หรือ “คนอื่น” ซึ่งอันตรายมากสำหรังงานการเมือง หรืองานพัฒนาสังคม รวมทั้งความมั่นคง
  4. รองรับอำนาจและความไม่เท่าเทียม คือสร้างให้เห็นว่าเรามีอำนาจหรือมีความไม่เท่าเทียมในสังคม
  5. ส่งผ่านซ้ำ ๆ ทางภาษา สื่อ และชีวิตประจำวัน
ส่วนผลที่เกิดขึ้นจากมายาคติ คืออะไร

ดนัยกล่าวว่า ถ้าหนักหน่วงมากจะสร้างให้เกิด 1.อคติต่อกัน 2.เกิดการเลือกปฏิบัติ 3.มีการกีดกัน 4.ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมปริแยก 5.เกิดทัศนคติเชิงลบ 6.เกิดการเกลียดชังกัน 7.ทำให้เกิดความรุนแรง 8.หวาดระแวง 9.ไม่ไว้วางใจกัน และ 10. สร้างกำแพงการติดต่อสื่อสาร

“นี่คือผลของมัน แต่อย่าลืมว่า มายาคติ ไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดได้จากทั้งสองฝ่าย และทั้งสองฝ่ายนั้นมีทั้งเชิงบวกและลบ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันคบคิด คุยกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร”
 
10 มายาคติในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ดนัย นำเสนอต่อไปว่า ต่อไปนี้คือ 10 มายาคติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่

1. มายาคติทางนโยบาย คือ มองว่ารัฐบาลออกนโยบายที่เอาใจมุสลิม ความมั่นคงและการพูดคุยแก้ได้ทุกเรื่อง

2. มายาคติคนในพื้นที่ คือ มองว่าคนมุสลิมในพื้นที่ไม่ใช่คนไทย เป็นพวกที่ไม่รักชาติ เป็นโจรใต้ ต้องการแบ่งแยกดินแดน เป็นผู้ก่อการร้าย

3. มายาคติต่อภาษามลายู มองว่าเป็นภาษาโจร ไม่พัฒนา คนที่พูดภาษามลายูไม่ใช่คนไทย เป็นคนต่างด้าว

4. มายาคติทางการบริหาร คือการไม่แยกแยะ ชอบเหมารวม เอกภาพคือหนึ่งเดียว ไม่มีเอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย

5. มายาคติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม คือการเป็นอิสระจากสยามมาก่อนแต่ถูกสยามรุกราม การไม่เข้าใจในอัตลักษณ์และวัฒนธรรม

6. มายาคติจากฝ่ายรัฐ คือการมองว่าอีกฝ่ายหนึ่งชอบสร้างความรุนแรง เป็นปัญหาแบ่งแยกดินแดน เป็นปัญหาความไม่สงบ

7. มายาคติจากฝ่ายตรงข้ามรัฐ คือมองว่าถูกรังแก ถูกข่มเหง รัฐทำเสียเอง รัฐไม่ให้ความยุติธรรมและเป็นธรรม

8. มายาคติต่อชาติพันธุ์ คือ มองว่าเชื้อชาติมลายูต้องนับถืออิสลามเท่านั้น ทั้งที่คนมลายูที่เป็นพุทธและฮินดูก็มี และมองว่าถ้าเป็นมลายูก็จะถูกกดขี่อยู่ร่ำไป

9. มายาคติต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนปัญหาอื่น ๆ ทั่วโลกที่มีมุสลิมอยู่ด้วย

10. มายาคติต่อองค์กรและสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสถาบันปอเนาะ, ตาดีกา, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ฯลฯ ถูกมองว่าว่าไม่ตอบโจทย์ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นสถาบันการศึกษาที่บ่มเพาะการก่อการร้าย เป็นสถาบันที่มีปัญหาเยอะแยะ ซึ่งเป็นมายาคติที่รุนแรง

“ผมเห็นว่า เมื่อเกิดปัญหากับสถาบันปอเนาะ, ตาดีกา, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่างๆ ซึ่งดูเหมือนเป็นวิกฤต แต่ในมุมมองของงานสันติวิธีนี่คือโอกาสที่สถาบันเหล่านี้จะได้ออกอธิบายให้คนอื่นได้เข้าใจว่าตรงนี้เป็นอย่างไร”

ทางออกในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติ 

สุดท้าย ดนัย เสนอว่า ทางออกในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางมายาคติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของงานสันติวิธี คือ การสานเสวนา การแยกแยะ ไม่เหมารวม อดทน ให้อภัย รู้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้ได้ รุกเป็น ถอยเป็น ไม่แตกแยกกันเองภายใน

สร้างเครือข่าย Safety Net มีกลไกต่อเนื่อง มีศิลปะ และเทคนิคการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจ มากกว่าการสร้างปัญหาเพิ่ม

“มายาคติตามที่กล่าวมาจะถูกผิดยังไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่ายังมีคนที่รู้เยอะกว่า แต่เราจะอยู่อย่างไรท่ามกลางมายาคติแบบนี้ ถ้าทุกคนอยู่ร่วมกันก็ไม่มีทางที่จะแยกกันอยู่ เพราะเราปรารถณาที่จะอยู่ร่วมกันมีอนาคตร่วมกัน” ดนัยกล่าวทิ้งท้าย
 
3 ข้อที่พึงปรารถนา ทลายมายาคติ ฉันทามติร่วม และความจริงใจและต่อเนื่อง

สำหรับเวทีดังกล่าวมีจากตัวแทนหลากหลายภาคส่วนที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ทั้งจากหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครองและพัฒนา ภาคการศึกษา โดยเฉพาะ สมาคมโรงเรียนปอเนาะ, สมาคมโรงเรียนตาดีกา ภาคสังคม เช่น สมาคมชาวพุทธ เป็นต้น

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ได้เขียนสรุปผลการจัดเวทีดังกล่าว 3 มีประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. การทลายมายาคติ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ลดอคติที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา

2. ฉันทามติร่วมกัน การหาจุดสมดุลในการอยู่ร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ (พึงปรารถนา)

3. ความจริงใจและต่อเนื่อง มีการเน้นย้ำว่า หากนำผลสรุปจากการเสวนาไปปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่จัดกิจกรรม สันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้


https://prachatai.com/journal/2026/04/117205




อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอที่จะยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมประเทศและยุติสงคราม ข้อเสนอของอิหร่านนี้จะทำให้การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ถูกเลื่อนออกไป ซึ่งทรัมป์ไม่น่าจะยอมรับข้อเสนอนี้


Iran offers to reopen the Strait of Hormuz if U.S. drops blockade

CBS News

Iran has offered to reopen the Strait of Hormuz if the U.S. ends its blockade on Iranian ports, officials said Monday. President Trump said Saturday that he canceled U.S. envoys Steve Witkoff and Jared Kushner's trip to Pakistan for direct talks. CBS News' Charlie D'Agata has the latest.

https://www.youtube.com/watch?v=iLV_TSSkUJ4



ไคโร (เอพี) — อิหร่านเสนอที่จะยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมประเทศและยุติสงคราม ซึ่งข้อเสนอนี้จะเลื่อนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามออกไป เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคสองคนกล่าวเมื่อวันจันทร์


ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่น่าจะยอมรับข้อเสนอนี้ ซึ่งส่งต่อมาจากปากีสถาน และจะทำให้ความขัดแย้งที่นำไปสู่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

คาโรลีน ลีวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวกล่าวว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ได้ประชุมกันเมื่อวันจันทร์และกำลังหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่าน แต่เธอไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการหารือหรือว่าข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างไร เธอกล่าวว่าทรัมป์จะกล่าวถึงเรื่องนี้ในภายหลัง

ด้วยข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง สหรัฐฯ และอิหร่านจึงเผชิญหน้ากันในช่องแคบนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหนึ่งในห้าของโลกในยามสงบ การปิดล้อมของสหรัฐฯ มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านขายน้ำมัน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้ที่สำคัญ และอาจสร้างสถานการณ์ที่เตหะรานต้องปิดการผลิตเนื่องจากไม่มีที่เก็บน้ำมัน

ขณะเดียวกัน การปิดช่องแคบได้สร้างแรงกดดันต่อทรัมป์ เนื่องจากราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญ และยังสร้างแรงกดดันต่อพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียของเขา ซึ่งใช้เส้นทางน้ำนี้ในการส่งออกน้ำมันและก๊าซ

ข้อเรียกร้องให้ยุติการปิดล้อมเพิ่มขึ้น
ความไม่พอใจในหลายประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีข้อเรียกร้องให้ยุติการปิดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงการเพิ่มราคาปุ๋ย อาหาร และสินค้าจำเป็นอื่นๆ

ข้อเสนอของอิหร่านจะเลื่อนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศออกไป ทรัมป์กล่าวว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เขาทำสงครามคือเพื่อขัดขวางไม่ให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

เจ้าหน้าที่สองคนที่มีความรู้เกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวได้ให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเจรจาแบบปิดระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านและปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อเสนอของอิหร่านได้รับการรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว Axios

ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเยือนรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของเตหะรานมาอย่างยาวนาน ยังไม่ชัดเจนว่ามอสโกจะเสนอความช่วยเหลือใดบ้างหรือไม่

ความสามารถของอิหร่านในการปิดกั้นการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปากอ่าวเปอร์เซียที่แคบ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของอิหร่านในสงครามที่มักจะตัดสินกันที่ว่าฝ่ายใดจะรับความเจ็บปวดได้มากกว่ากัน

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และเรือบรรทุกน้ำมันดิบจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ไม่สามารถผ่านช่องแคบไปยังจุดกระจายสินค้าทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวันจันทร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าเมื่อสงครามเริ่มต้นประมาณ 50%

หลายสิบประเทศได้ย้ำข้อเรียกร้องให้เปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ในแถลงการณ์ร่วมที่นำโดยบาห์เรน

เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตเรส กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงเมื่อวันจันทร์ว่า ความเสียหายด้านมนุษยธรรมกำลังเพิ่มขึ้น

“แรงกดดันเหล่านี้กำลังส่งผลให้ถังน้ำมันว่างเปล่า ชั้นวางสินค้าว่างเปล่า และจานอาหารก็ว่างเปล่า” เขากล่าว

นายฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ที่เข้าสู่สงครามโดยปราศจากกลยุทธ์ใดๆ “ปัญหาของความขัดแย้งเช่นนี้มักเหมือนกันเสมอ คือ ไม่ใช่แค่การเข้าไปเท่านั้น คุณต้องถอนตัวออกมาด้วย” เมอร์ซกล่าว

นายฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ประณามทุกฝ่าย เขากล่าวว่าวิกฤตเริ่มต้นขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน “ในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

แต่เขากล่าวว่าอิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบในการปิดเส้นทาง “ช่องแคบเป็นเส้นเลือดใหญ่ของโลก ไม่ใช่สมบัติของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่สามารถขายได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถกีดขวางด้วยสิ่งกีดขวาง ค่าธรรมเนียม หรือการติดสินบนใดๆ” เขากล่าว

นักการทูตระดับสูงของอิหร่านพบกับปูตินในรัสเซีย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้ขยายเวลาหยุดยิงที่สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันเมื่อวันที่ 7 เมษายนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งส่งผลให้การสู้รบยุติลงเป็นส่วนใหญ่ แต่การหาทางออกถาวรยังคงเป็นเรื่องยาก

สำนักข่าว Tass ของรัสเซียรายงานว่า นายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันจันทร์ ปูตินกล่าวชมเชยประชาชนอิหร่านว่า “ต่อสู้เพื่ออธิปไตยของตนอย่างกล้าหาญและวีรกรรม” และกล่าวว่ารัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำสันติภาพมาสู่ตะวันออกกลาง Tass รายงานเพิ่มเติม

นักการทูตระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านและรัสเซีย “เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์” และ “ความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะดำเนินต่อไป”

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ปากีสถานพยายามที่จะฟื้นฟูการเจรจาที่หยุดชะงักระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ และคาดว่าจะมีการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดในช่วงสุดสัปดาห์ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ทรัมป์ได้ยกเลิกการเดินทางของคณะทูตของเขาและแนะนำว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นทางโทรศัพท์แทน

อิหร่านต้องการโน้มน้าวโอมาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับอิหร่านในช่องแคบ ให้สนับสนุนกลไกการเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาครายหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยในเรื่องนี้

การตอบสนองของโอมานยังไม่ชัดเจนในทันที

เจ้าหน้าที่รายนี้ซึ่งมีส่วนร่วมในความพยายามไกล่เกลี่ย กล่าวด้วยว่า อิหร่านยืนกรานที่จะยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการเจรจาครั้งใหม่ และผู้ไกล่เกลี่ยที่นำโดยปากีสถานกำลังพยายามเชื่อมช่องว่างที่สำคัญระหว่างสองประเทศ

ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านเสนอข้อเสนอที่ “ดีกว่ามาก”
ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า หลังจากที่เขายกเลิกการเดินทางของทูตไปยังปากีสถาน อิหร่านได้ส่งข้อเสนอที่ “ดีกว่ามาก” มาให้

เขาไม่ได้อธิบายรายละเอียด แต่เน้นย้ำว่าหนึ่งในเงื่อนไขของเขาคือ อิหร่าน “จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” อิหร่านยืนยันว่าโครงการของตนเป็นไปเพื่อสันติ แต่สหรัฐฯ ต้องการกำจัดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของเตหะราน ซึ่งสามารถนำไปใช้สร้างระเบิดได้ หากเตหะรานเลือกที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านอย่างน้อย 3,375 คน และในเลบานอนอย่างน้อย 2,521 คน ซึ่งการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ปะทุขึ้นอีกครั้งสองวันหลังจากสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอีก 23 คน และในกลุ่มประเทศอาหรับอ่าวเปอร์เซียอีกกว่าสิบคน ทหารอิสราเอล 15 นายในเลบานอน ทหารสหรัฐฯ 13 นายในภูมิภาค และทหารรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ 6 นายในเลบานอนตอนใต้เสียชีวิต

การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลลาห์ได้ขยายออกไปอีกสามสัปดาห์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันอยู่

ฮิซบอลลาห์ไม่ได้เข้าร่วมในการเจรจาทางการทูตที่วอชิงตันเป็นผู้ไกล่เกลี่ย


ที่มา AP
Iran offers to reopen Strait of Hormuz if US lifts its blockade and the war ends, officials say
Mon, April 27, 2026

https://www.yahoo.com/news/articles/iran-offers-end-chokehold-strait-070942841.html






 

บนโลกที่มีคนกว่า 2 พันล้านคน จะมีใครหน้าเหมือนใคร คงไม่ใช่เรื่องแปลก - TODAY พาไปดูคนหน้าเหมือน ‘สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ’ ที่โชคดีเกิดที่นั่น ความบังเอิญกลายเป็นโอกาสสร้างอาชีพและรายได้เป็นกอบเป็นกำ


TODAY 
8 hours ago
·
บนโลกที่มีคนกว่า 2 พันล้านคน จะมีใครหน้าเหมือนใคร คงไม่ใช่เรื่องแปลก
.
แต่สำหรับบางคนที่หน้าเหมือน ‘บุคคลสำคัญ’ ความบังเอิญเล็กๆ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่พาชีวิตไปอีกทางแบบไม่ทันตั้งตัว
.
TODAY พาไปดูคนหน้าเหมือน ‘สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ’ ที่ความบังเอิญกลายเป็นโอกาสสร้างอาชีพและรายได้เป็นกอบเป็นกำ
.
สำนักข่าว TODAY
สำนักข่าวออนไลน์ เปิดความรู้ ดูทูเดย์

https://www.facebook.com/TODAYth.FB/posts/1363090942309517




การเปรียบเทียบผลงานของ แมกซิม กอร์กี้ (Maxim Gorky) ในนวนิยายเรื่อง แม่ (The Mother) กับ นายผี (อัศนี พลจันทร) ในบทกวี เราชนะแล้วแม่จ๋า เป็นการสำรวจ "แม่" ในฐานะสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณการปฏิวัติที่ทรงพลังที่สุดในวรรณกรรม


จาก Gemini
 
 การเปรียบเทียบผลงานของ แมกซิม กอร์กี้ (Maxim Gorky) ในนวนิยายเรื่อง แม่ (The Mother) กับ นายผี (อัศนี พลจันทร) ในบทกวี เราชนะแล้วแม่จ๋า เป็นการสำรวจ "แม่" ในฐานะสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณการปฏิวัติที่ทรงพลังที่สุดในวรรณกรรม 
 
แม้ทั้งคู่จะเขียนจากคนละทวีป คนละบริบททางประวัติศาสตร์ แต่จุดร่วมที่เหมือนกันคือการเปลี่ยนภาพลักษณของแม่จาก "ผู้โอบอุ้มในพื้นที่ส่วนตัว" ให้กลายเป็น "ผู้ประกาศเจตจำนงแห่งการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่สาธารณะ"

นี่คือการวิเคราะห์ถึงความเหมือน ความต่าง และสิ่งที่ทั้งคู่ต้องการสื่อสารครับ 

1. แมกซิม กอร์กี้ และ "แม่" (Pelageya Nilovna): การตื่นรู้จากภายใน 

 ในนวนิยาย แม่ ของกอร์กี้ ซึ่งเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของรัสเซียช่วงก่อนการปฏิวัติ กอร์กี้ต้องการสื่อสาร "กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางจิตสำนึก" (Process of Transformation) 

• สิ่งที่กอร์กี้สื่อสาร: กอร์กี้แสดงให้เห็นว่า "แม่" ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักปฏิวัติ แต่ถูกบีบคั้นด้วยความทุกข์ยากและการกดขี่จนต้องก้าวออกมาจากความกลัว การที่ Nilovna (ตัวเอก) ค่อยๆ เข้าใจอุดมการณ์ของลูกชาย (Pavel) และเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง คือการสะท้อนถึงการเติบโตของชนชั้นแรงงานรัสเซียที่เริ่มตระหนักในศักยภาพของตนเอง 

• เป้าหมาย: กอร์กี้ต้องการบอกผู้อ่านว่า แม่คือตัวแทนของมวลชน หากแม่ที่ขี้กลัวและไร้การศึกษาคนหนึ่งสามารถลุกขึ้นมาสู้เพื่อความยุติธรรมได้ ทุกคนในสังคมก็ทำได้เช่นกัน แม่ในที่นี้จึงเป็น "แบบจำลองของการตื่นรู้" (Archetype of Awakening) 

2. นายผี และ "เราชนะแล้วแม่จ๋า": การยืนยันความชอบธรรมและการปลอบประโลม 

ในบทกวี เราชนะแล้วแม่จ๋า ของนายผี ซึ่งเปรียบเสมือน "จดหมายจากแนวหน้า" ของนักปฏิวัติไทยในป่าเขา นายผีสื่อสารในมิติของ "ความหวังและการอุทิศตน" (Dedication & Validation) 

• สิ่งที่นายผีสื่อสาร: สำหรับนายผี แม่คือ "เข็มทิศทางศีลธรรม" (Moral Compass) ของนักปฏิวัติ การเรียกหาแม่ในยามที่การต่อสู้อันยาวนานและโหดร้ายดำเนินไปนั้น ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ (การปฏิวัติ) คือสิ่งที่ถูกต้องและควรค่าแก่การเสียสละ เพื่อที่วันหนึ่งเขาจะสามารถกลับไปหาแม่พร้อมกับชัยชนะ 

• เป้าหมาย: นายผีต้องการสร้าง ความเชื่อมโยงระหว่างอุดมการณ์กับอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว เขาต้องการบอกผู้อ่าน (และเพื่อนร่วมอุดมการณ์) ว่าการต่อสู้ในป่าไม่ได้ตัดขาดจากความรักในครอบครัว แต่ความรักที่มีต่อแม่นั่นเองคือแรงผลักดันให้เขาสู้เพื่อ "แม่ของคนทั้งปวง" หรือมวลชนที่ยากไร้ 

ตารางเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์




บทความนี้ได้รับจาก Line