สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของเจ้าฟ้า ราชธิดาของเจ้าแผ่นดิน “คุณพ่อก็สอนมาให้ประหยัด” จับพลัดจับผลูเอาไปต่อติดกับคำคมของ รมว.พลังงาน ต่อสถานการณ์ขาดตกน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ตามปั๊ม ด้วยสูตรสำเร็จของคณิตศาสตร์มัธยม
กับสภาวะต้องควักกระเป๋าซื้อน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น แก้ไขอย่างไร “อยากให้ราคาน้ำมันลดลงสัก ๓ บาท ทำได้ด้วยตัวท่านเอง ๓ บาทคือ ๑๐%...ถ้าท่านลดการใช้สัก ๑๐% นั่นแหละท่านทำให้มันถูกแล้ว เพราะเงินจะออกจากกระเป๋าท่านน้อยลงอยู่ดี”
นี่คือตรรกะในการบริหารจัดการรัฐกิจ ในยุคที่ ‘สีน้ำเงิน’ ครองหมดทั้งลงกา จะแก้ไฃปัญหาปากท้องได้อย่างไร ขึ้นอยู่กับพวกท่าน ไพร่ฟ้าหน้าใสทั้งหลาย เจ้าของปากเจ้าของท้องที่ต้องกินต้องใช้รายวันนั่นละ รัฐบาลช่วยได้แค่สั่งการแนะนำ
ร้องโอดกันจมหูมาตั้งแต่เมื่อวาน ที่ราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอลจะพิ่มในวันนี้อีกลิตรละ ๕๐ สตางค์ กับ ๑ บาทตามลำดับ คือแทนที่จะปล่อยสต็อกน้ำมันออกมาเพื่อตรึงราคา ไหนคุยว่ามีสำรองพอใช้ได้ตั้ง ๑๐๑ วันไง กลับดันเกิดปัญหาหน้าปั๊ม
“น้ำมันหมดทุกตัว...อยู่ในระหว่าง (รอ) จัดส่ง” ตามรายงานข่าวของ เดอะ รีพอร์ตเตอร์ บอก “จากลงพื้นที่พบว่า สถานีเติมน้ำมันหลายแห่งขึ้นป้ายประกาศน้ำมันหมด ดีเซล และแก๊สโซฮอลล์ 95 หมด และบางสถานีเติมน้ำมันขึ้นป้ายน้ำมันหมดทุกชนิด”
ผู้บริหารระดับรองลงไปดีหน่อย แค่บอกว่าสต็อกน้ำมันสำรองมีเยอะ ขอประชาชนอย่าตื่นตูม ซื้อน้ำมันกันมากกว่าปกติเพื่อกักตุน นั่นสิ กระแสวิกฤตเกิดตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้ว ไม่มีหน้าไหนในรัฐบาลสามารถให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้ ก็ตระหนกอกสั่นกันดิ
“แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังยังยืนยันว่า ในการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล รัฐบาลจะเลือกปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นทางเลือกท้ายๆ โดยจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ‘เป็นหลัก’ ก่อน” เพราะอะไรรู้ไหม แหล่งข่าวเดียวกันเผยว่า
“หากลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง ๑ บาทต่อลิตร ไม่ว่าจะน้ำมันดีเซล หรือน้ำมันเบนซิน ก็จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว ๒,๘๐๐ ล้านบาทต่อเดือน” นอกจากรัฐกำไรหดไม่ได้แล้ว ยังมีข้อจำกัดทางตัวบทกฎหมายอีกด้วย อันนี้ รมว.คมนาคมเป็นคนแจ้ง
“กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถติดลบเกิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทได้” ตามมาตรา ๒๖ ของ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้กองทุนต้องมีสภาพคล่อง ซึ่งก็คือสามารถกู้ได้ทั้งสิ้น ๔ หมื่นล้านบาท แต่ตอนนี้กู้ไปแล้ว ๒ หมื่นล้าน
“ล่าสุด ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ กองทุนมีสถานะติดลบแล้ว ๑๒,๖๐๕ ล้านบาท” แต่ “เป็นการติดลบทางบัญชี” รอการเคลียร์ (สะสาง) บัญชีประจำเดือนครั้งต่อไป สัปดาห์ที่สามของเดือนเมษา ไขว้นิ้วภาวนากันไว้ว่า “อาจมีการพลิกกลับเป็นบวกได้”
นี่ละเขาบริหารกันตามโชคชะตา
(https://www.facebook.com/thestandardwealth/posts/QQtSaxach, https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/0R7JCZe1b และ https://www.facebook.com/thairath/posts/FcL9QiqL)




ร่วมค้นหาคำตอบในซีรีส์พิเศษ “มรดกหนี้ชีวิต ตาย = ภาระ” ในรายการข่าวค่ำไทยพีบีเอส วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และ ทุกช่องทางออนไลน์ Thai PBS News และ Thai PBS



| Countries Bombed by the United States Since 1945


สรุป ความเน่าของรัฐไทยตามนี้
1. James Robinson (เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์) : ไทยเข้าข่าย "รัฐกระดาษ" 
..,