วันศุกร์, เมษายน 29, 2559

หนึ่งในบทกวีที่ดีและร่วมสมัยที่สุด แม้จะเขียนมาร่วม 40 ปี





ช่วงนี้คิดถึงบทกวีเก่าของธงไทย สุวรรณคีรี...

รัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช๘๗๖๕๔๓๒๑. โดย ธงไทย สุวรรณคีรี (มติชน ๒๘ กันยายน ๒๕๒๑). มี13มาตราบางมาตราอาจยังใช้ได้/ใช้อยู่

Credit วิทย์ วัชพืช และ
Thanapol Eawsakul


.....

ที่มา Gotoknow.org

เชิญอ่านและแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช ๘๗๖๕๔๓๒๑


การเมืองการปกครองของไทยมีร่างรัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการยึดใช้อยู่ แต่อยากให้เห็นมุมมองของนักภาษานักกวีที่มีการบรรยายออกมาตามความรู้สึกในสมัยนั้น

ร่างรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช ๘๗๖๕๔๓

มาตราหนึ่ง,ประเทศนี้มีเพียงหนึ่ง
ใครอย่าเที่ยวทะลึ่งแบ่งเป็นห้า

มาตราสอง, ต้องมีรัฐสภา
ที่แต่งตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาล

มาตราสาม,ให้(ตูข้า)เป็นนายก
ตำแหน่งสืบมรดกถึงลูกหลาน

มาตราสี่,ให้เสรีตุลาการ
แต่ต้องเชื่อทหารทุกคดี

มาตราห้า,ศาสนานับถือได้
แต่ต้องเชื่อว่าฝ่ายซ้ายเป็นภูติผี

มาตราหก,ห้ประชามีเสรี
แต่ห้ามเขียนพาทีห้ามโฆษณา

มาตราเจ็ด,ให้สิทธิการชุมนุม
แต่ใครขืนจับกลุ่มจะถูกฆ่า

มาตราแปด,รัฐพึงช่วยชาวนา
แต่อย่าให้พ่อค้าต้องกระเทือน

มาตราเก้า,พึงคุ้มครองเรื่องการค้า
โดยเฉพาะกัญชาและรถเถื่อน

มาตราสิบ,ให้ทหารและพลเรือน
รับบำนาญและเงินเดือนจากอเมริกา

มาตราสิบเอ็ด, พึงพิทักษ์ทรัพยากร
ไว้บำรุงนครโอซากา

มาตราสิบสอง, พึงส่งเสริมการกีฬา
ไว้เบนใจประชาจากการเมือง

มาตราสิบสาม, เป็นบทเฉพาะกาล
แต่ให้ใช้ยาวนานตลาดเรื่อง

"ให้พวกตูผู้เดียวได้ครองเมือง 
 เพราะมันเฟื่องมันฟูตูชอบเอย"


ผู้แต่ง ธงไทย สุวรรณคีรี (มติชน 28 กันยายน 2521)

หากเป็นความคิดของปถุชนทั่วไปในสมัยนั้นคงเป็นการปกครอง
ที่มีทหารเป็นผู้กุมอำนาจเป็นอย่างแน่ แล้วในปัจจุบันท่านคิดอย่างไร
กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อเปรียบเที่ยบกันแล้ว

ประชาธิปไตย ตายแล้ว : ต้องขอขมาใคร ถึงจะงมหาประชาธิปไตยในประเทศไทยเจอ หรือต้องรอให้ประชาธิปไตยตายลอยอืดขึ้นมาเอง?





ต้องขอขมาใคร ถึงจะงมหาประชาธิปไตยในประเทศไทยเจอ

หรือต้องรอให้ประชาธิปไตยตายลอยอืดขึ้นมาเอง?

‪#‎กระทรวงไสยศาสตร์และเวทมนต์‬


Wanchalearm Satsaksit
.....

อ่านโพสต์เก่าของ



ชูวิทย์ I'm No.5 .
March 21, 2014

ยุค กปปส. ก่อนมี คสช.


ประชาธิปไตย ตายแล้ว


ตอนแรกผมคิดว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย ใครขัดขวางมีกฎหมายปกป้องเอาผิด ขนาดคนฉีกบัตรเลือกตั้งยังต้องถูกดำเนินคดีติดคุกติดตาราง มีกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมากมาย จนถึงองค์กรกลางอย่าง กกต. ที่มีกระบวนการตรวจสอบเข้มข้น พร้อมคุ้มครองพลเมืองไทยทุกคนที่มีสิทธิ ครั้งล่าสุดมีผู้มาลงคะแนนกว่า 20 ล้านคน ในความเป็นจริงมีจำนวนมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ แต่มาไม่ได้ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต. ประจำเขต บางหน่วยก็ปิดเพราะม็อบไม่ให้มา ประชาชนเกรงกลัวความรุนแรง จึงไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์

ผมนึกว่าบ้านเมืองนี้มีกฎกติกาสำหรับประชาธิปไตย แต่ผมคิดผิด มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ประเทศไทยใช้ม็อบ ใครไม่พอใจก็ปิดถนนประท้วง บอกว่าตัวเองคือผู้ที่ถูกต้อง เป็นคนดี ใครอยากเป็นคนดีต้องมาอยู่ฝั่งตัวเอง กระบวนการตัดสินใจไม่ต้องวัดจากประชาชน แต่วัดจากความรุนแรงของสถานการณ์ที่ตัวเองปลุกปั่นขึ้น

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงกลับไปสู่จุดเดิม ไม่สามารถเดินหน้าอะไรได้อีก ทั้งยังเป็นบรรทัดฐานต่อไป หากใครอยากล้มการเลือกตั้ง หาคนออกมาประท้วงปิดถนน ล้อมหน่วยเลือกตั้ง ไม่ให้มีการสมัครสัก 28 เขต แค่นี้การเลือกตั้งก็เป็นโมฆะ ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ภาคใต้ ต่อไปอาจเกิดขึ้นที่ภาคอีสานหรือภาคเหนือก็ได้

ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นของคนไทยทุกคนอีกต่อไป รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเอาไว้ให้คนไทยได้อ่านแล้วปฏิบัติ แต่อยู่ที่คนตีความต่างหาก ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนว่านี่คือช้าง ก็อย่าเพิ่งปักใจเชื่อนะครับ เพราะคนตีความเขาอาจบอกว่าเป็นหมู มันก็ต้องเป็นหมูวันยันค่ำ ส่วนใครที่บอกว่านายกฯคนกลางไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวก็รู้ เพราะถ้าอ่านเฉยๆมันไม่มี แต่ถ้ามันจะตีความให้มีมันก็มีได้

รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า "อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย" ผมไม่เชื่อแล้วล่ะครับ เพราะมันอาจตีความได้ว่า "อำนาจอยู่ในมือปวงชนชาวไทยที่เป็นพวกกูเท่านั้น ส่วนพวกมึงไม่เกี่ยว"

ประชาธิปไตยของไทย มันตายไปแล้วครับ ผมเพิ่งเห็นกับตา เผาไปตอนบ่ายโมงวันนี้นี่เอง

.....






“คสช.” รัฐประหารครั้งเลวร้ายสุดๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก





โดย...ประสิทธิชัย หนูนวล
ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์


รัฐประหารคราวนี้ทำได้เหนือชั้นมาก เพราะแม้จะเลวร้ายที่สุดคนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้สึก

1. พวกเขาใช้ยุทธวิธีเหนือชั้นที่เรียกว่า “ทำให้คนอยู่ในโลกเสมือนจริง” เริ่มจากการที่ต้องทำให้คนเชื่อว่า ทหารเข้ามาเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ลบภาพความโหดร้ายของทหารแบบเดิมลง ถึงขนาดลงทุนตั้งสภาปฏิรูปลงเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อผลลัพธ์ที่ว่างเปล่า แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการซื้อความรู้สึกของประชาชน จนกระทั่งบัดนี้คนก็ยังเชื่อว่า ทหารเข้ามาปฏิรูป ปราบโกง คุ้มมากที่สุดต่อการทำให้คนเชื่อ ส่วนประเทศจะฉิบหายเท่าไหร่ไม่เกี่ยว

2. คสช.ใช้มาตรการอื่นที่ไม่ใช้กำลัง แม้ว่าจะมีการใช้อยู่บ้างแต่ก็ระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกถึงขั้นให้คนส่วนใหญ่โกรธ เมื่อกระแสสังคมขึ้นเขาจะผ่อนปรน เพราะเป้าหมายคือ รักษาภาพลักษณ์ซึ่งเท่ากับการรักษาอำนาจเอาไว้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงนั่นยังไม่บรรลุ

3. การควบคุมมวลชนเขาตระหนักดีว่า ใช้กำลังไม่ได้ผลในยุคนี้เพราะทั้งโลกเฝ้าจับตา ความแนบเนียนคือ ใช้กฎหมาย เพราะกฎหมายคือความศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง โดยที่ผ่านมา สังคมไทยไม่ตั้งคำถามต่อที่มาของกฎหมาย อะไรที่เป็นกฎหมายกลายเป็นศักดิ์สิทธิ์ไปหมด ใครฝ่าฝืนกฎหมายกลายเป็นผู้ร้ายโดยอัตโนมัติ เครื่องมือที่เรียกว่ากฎหมายจึงสวยงามที่สุดสำหรับทหาร มาตรา 44 ที่ตั้งไว้ใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ มันจึงทำหน้าที่แทนกระบอกปืน โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกถึงความโหดร้าย นี่คือ ความเหนือชั้น

4. เป้าหมายสูงสุดของ คสช.ยังคงเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่สามารถสืบทราบได้ว่าใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ แต่สังเกตจาก ม.44 ที่ออกมาล้วนเอื้อให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ที่กลุ่มทุนได้ประโยชน์โดยไม่สนใจมิติสิ่งแวดล้อม และชีวิตมนุษย์ ตรงนี้เป็นความเหนือชั้นอีกขั้นหนึ่งเพราะกระทำภายใต้วาทกรรมการพัฒนาที่สังคมส่วนใหญ่ซื้ออยู่แล้วโดยไม่ตั้งคำถามว่าวันข้างหน้าประเทศจะฉิบหายยังไง

5. อุปสรรคชนิดเดียวของ คสช.ตอนนี้ คือ การตื่นของประชาชน แต่จะใช้กำลังปราบปรามก็ทำไม่ได้ เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในโลกใบนี้ มาตรการทางกฎหมายจึงถูกนำมาใช้ผสมกับการทั้งขู่ทั้งปลอบของฝ่ายทหารที่กระทำต่อมวลชน ซึ่งยังรักษาขอบเขตให้คนส่วนใหญ่รู้สึกดีว่า ทหารไม่ใช้ความรุนแรง การเอาปืนไปจี้ การอุ้มหายกระทำได้ภายใต้วาทกรรมการทำผิดกฎหมาย กลายเป็นการกระทำอันชอบธรรมเพราะทำตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ม.44 กฎหมายประชามติ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงถูกนำออกมาใช้ควบคุม กดขี่ ข่มเหงคนอย่างชอบธรรม เพราะรัฐบาลต้องการให้โปรเจกต์ขนาดใหญ่ผ่านไปได้ แต่มีเป้าหมายอีกข้อหนึ่งที่ต้องบรรลุไปพร้อมกันคือ?

6. เป้าหมายข้อนั้นคือ การสืบทอดอำนาจ รัฐธรรมนูญจึงต้องผ่าน แต่ในรัฐธรรมนูญนั้นบรรลุผลทั้งสองอย่างคือ การจำกัดสิทธิของประชาชน และปัจจัยเอื้อของการสืบทอดอำนาจ แค่เพียงสองอย่างนี้บรรลุหมากต่อไปก็เล่นง่ายขึ้น

7. การรัฐประหารคราวนี้มีชนชั้นมันสมองร่วมวางแผนเดินหมาก กำกับเกม ลำพังประยุทธ์ กับประวิตร ไม่น่าฉลาดได้ขนาดนี้

ทั้งหมดนี้เดิมพันด้วยความตกต่ำขนานใหญ่ของประเทศ เดิมพันด้วยหายนะด้านสิ่งแวดล้อม เดิมพันด้วยการสูญเสียเสรีภาพความเป็นมนุษย์ของคนไทย ประเทศไทยกลายเป็นของเล่นอีกครั้ง ในขณะที่พม่ากำลังก้าวหน้าอย่างน่าใจหาย

รู้ไหมครับทหารทำแบบนี้ได้เพราะอะไร? เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังหลับหูหลับตาเชียร์ โดยมีฐานมวลชน กปปส.เป็นบันไดให้ คสช.ปีนขึ้นมา ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้น และรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง คำถามที่อยู่ในใจคือ ตอนนั้นสุเทพ กำลังวางแผนอะไรกับทหาร?

หวังว่าคนไทยจะตื่นทันเวลา


ตอนนี้กระแสสังคมสับสน หลายคนกำลังโกรธแค้น หลายคนกำลังหดหู่ หลายคนเหมือนมองไม่เห็นทาง ไม่รู้จะว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์นี้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ท้อได้ แต่อย่าถอย ล้มได้ เจ็บได้ แต่อย่ากลัวที่จะลุกขึ้นใหม่




http://prachatai.org/journal/2016/04/65506


ตอนนี้กระแสสังคมสับสน หลายคนกำลังโกรธแค้น หลายคนกำลังหดหู่ หลายคนเหมือนมองไม่เห็นทาง ไม่รู้จะว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์นี้

อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ท้อได้ แต่อย่าถอย
ล้มได้ เจ็บได้ แต่อย่ากลัวที่จะลุกขึ้นใหม่

พวกเขากำลังทำให้ประชาชนกลัว อย่าไปกลัว คนที่กลัวประชาชนแท้จริงแล้วคือพวกเขา ท่ามกลางความแข็งกร้าวที่พวกเขาแสดงออกนั้น แสดงให้เห็นว่าลึกๆแล้วเขานั้นสั่นคลอนและอ่อนไหวเพียงใด

ความอ่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เขาจัดการไม่ได้ เช่น อำนาจภายในที่สั่นคลอน ความกลัวที่จะรักษาสิ่งที่พวกเขายึดถือเอาไว้ไม่ได้ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อที่จะบังคับให้คนคิดและเชื่อแบบเขา ซึ่งในสังคมประชาธิปไตย ความหลากหลายแตกต่างนั้นเป็นสิ่งปกติธรรมดา แต่เผด็จการนั้นอ่อนไหวเกินไหว

หลายคนอาจรู้สึกว่า ไม่คุ้มแล้วที่จะสู้ ยอมๆมันไปเถอะ
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความกลัวที่จะกัดกร่อนเราจากภายใน ขอให้ระลึกไว้ว่า มันยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้

แปรความโกรธ ความเกลียด ให้เป็นพลัง
แล้วใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีสติ วันนี้พักเอาแรงก่อน


กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ
.....


7 สิงหาคม....


บนทางแยกประวัติศาสตร์ของฝ่ายจารีต-ขวาไทย : ทักษิณอาจไม่ใช่ศัตรูหลักอย่างที่พวกเขาเข้าใจ





บนทางแยกประวัติศาสตร์ของฝ่ายจารีต-ขวาไทย : ทักษิณอาจไม่ใช่ศัตรูหลักอย่างที่พวกเขาเข้าใจ

------------

ทำไมทักษิณจึงยังมีอำนาจทางการเมืองยืนยาวมาได้อย่างยาวนานขนาดนี้ เรื่องนี้ผมได้เขียนไปมากแล้วแต่มีเรื่องหนึ่งที่เราต้องไปทำความเข้าใจเพิ่มอีก

เป็นเรื่องเกี่ยวกับฝ่ายจารีต-ขวาไทย ที่กำลังเป็นปัญหาและเป็นตัวอันตรายต่อประเทศไทยในขณะนี้
------

หลังจากขึ้นครองอำนาจทางการเมืองของตัวทักษิณชินวัตร เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายมหาศาล ในความเปลี่ยนแปลงนั้นไปสะเทือนโครงสร้างเก่าที่กลุ่มเครือข่ายกลุ่มหนึ่งเคยได้เปรียบมานาน (เรื่องนี้มีคนเขียนเอาไว้เยอะแล้ว ผมขอข้ามไปละกัน)

เกษียร เตชะพีระ เคยให้ความเห็นมาประเด็นหนึ่งว่าอันที่จริงแล้วประเทศไทยอาจไม่ได้ประสบปัญหาสร้างประชาธิปไตยก็ได้ (democratization) โดยกลับกัน ตอนนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการย้อนกลับไปสู่ระบอบเก่าก่อนทักษิณมาต่างหาก

พูดง่ายๆ ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามทำให้ประเทศไทยกลับไปเป็นระบอบเผด็จการอีกครั้งหนึ่ง (authoritarization) แต่ยังไม่สำเร็จเสียที ทำมาต่อเนื่องเป็นสิบปีแล้วก็ยังไม่สำเร็จ มันยังค้างๆคาๆอยู่

ผมเห็นด้วยกับการมองมุมกลับแบบนี้ เพราะเป็นการมองจากมุมของกลุ่มคนที่ไม่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ มองว่าประชาธิปไตยคือภัยคุกคามพวกเขา

เมื่อย้อนประเทศไทยกลับไปเป็นเผด็จการไม่สำเร็จทั้งๆที่ลงมือทำไปแล้ว จึงเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเป็นอันมาก

ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริง เราก็เห็นด้วยตาของตัวเองใช่มั้ยครับ ?
------

การทำความเข้าใจฝ่ายจารีต-ขวาไทยในการเมืองไทยสมัยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระบวนการประชาธิปไตยเดินมาสู่คุณภาพหนึ่งเมื่อยุคไทยรักไทยเรืองอำนาจ ทำให้โครงสร้างเก่าๆที่เคยรู้จักมีความเปลี่ยนแปลงไป

ภายใต้โครงสร้างเก่า นักการเมืองและพรรคการเมืองไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ทางชนชั้นมากเท่าตัวทักษิณและพรรคไทยรักไทย

โดยกลับกัน พรรคการเมืองและนักการเมืองก่อนปี 2544 มีลักษณะที่สามารถถูกควบคุมโดยโครงสร้างและกลไกบางอย่างได้ (เช่น ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ เป็นต้น) นักการเมืองจำเป็นต้องอยู่ใต้โครงสร้างอำนาจชนิดนั้นมานาน แม้ว่า 14 ตุลาฯ จะพังทลายอำนาจของข้าราชการประจำไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

ฝ่ายจารีต-ขวาไทย รู้สึก "ปลอดภัย" ภายใต้โครงสร้างชนิดนั้นเนื่องจากฝ่ายตนเองออกแบบมานาน สะสมมานานจนสามารถเปลี่ยนความคิดของคนในสังคมให้เห็นดีงามไปด้วยได้

นักการเมืองและพรรคการเมืองจึงไม่น่ากลัว ตราบใดที่พวกเขายังไม่เข้ามาทำลายโครงสร้างเดิมที่เคยเป็นมา ตราบนั้นนักการเมืองก็จะ "ได้รับอนุญาต" โลดแล่นบนเส้นทางอำนาจและผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
--------

การมาของทักษิณและพรรคไทยรักไทยได้ทำลายกำแพงเหล่านั้นลงไปหลายต่อหลายจุด

แน่นอนว่าตัวทักษิณเองเติบโตมาจากระบบโครงสร้างแบบเก่า เป็นนักการเมืองที่ไม่ต่างอะไรจากนักการเมืองคนอื่นๆที่ต้องการเข้ามาแสวงหาชื่อเสียงเงินทอง อำนาจและผลประโยชน์ เป็น cliche เรื่องเดิมๆที่รับรู้กันมาดีอยู่แล้ว

เพียงแต่วิธีคิดบางอย่างของทักษิณทำให้กำแพงเหล่านั้นพังลงอย่างไม่ตั้งใจ (ผมเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้กระทบต่อโครงสร้างเก่าขนาดนั้นแต่แรกแล้ว แต่อาจยกเรื่องเศรษฐกิจเอาไว้เรื่องหนึ่งเพราะเป็นงานถนัดของเขา)

การที่ทักษิณใช้แนวนโยบายประชานิยม เพียงเพราะทักษิณอยากได้ฐานคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งวาระต่อวาระเท่านั้นเอง มันง่าย เร็ว ลงทุนไม่มาก ลูกค้าชอบ ตอบโจทย์ได้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ ?

สิ่งนี้แหละคือจุดเปลี่ยนของเนื้อเรื่องทางการเมืองขนาดยาวของไทย เพราะสิ่งที่ทักษิณทำเพียงแค่หวังคะแนนเสียงเฉพาะหน้า มันกลับกลายเป็นว่าได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระดับฐานราก (radical) หลายตัว
----------

จึงทำให้เกิดสิ่งสำคัญขึ้นมา...

1. ตัวทักษิณกลายเป็นนายทุนนักการเมือง "ฮีโร่ของชาวบ้าน" บารมีของทักษิณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ทักษิณจึงกลายเป็นบุคคลที่ทรงพลังทางการเมืองสูงยิ่งแปรผันตามบารมีของตนเอง

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งมีบารมีสูงเทียบเท่าทักษิณมากก่อน และไม่ใช่แค่มีบารมีแค่ระยะแรกๆหลังเลือกตั้งเท่านั้น แต่หากได้รับเลือกตั้งถึงสองครั้งติดด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 19 ล้านเสียง และ 14 ล้านเสียงตามลำดับ

หาก "การเมืองแบบบารมี" มีความสำคัญต่อการเมืองไทย ทักษิณก็คือผู้มีบารมีระดับสูงในระดับประเทศ

"การวัดบารมี" จึงเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นแรงจูงใจสำคัญของฝ่ายจารีต-ขวาไทย และจูงใจมากพอที่จะต้องโค่นล้มทักษิณลงไปให้ได้

การเมืองแบบบารมี ถือว่าเป็นพื้นที่อำนาจสำคัญของฝ่ายจารีต-ขวาไทยนั่นเอง ทักษิณ "ก้าวล่วงพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์" นี้ไปเสียแล้ว...

2. แนวนโยบายของไทยรักไทย ทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนโฉมไปมาก สิ่งต่างๆที่เคยเป็นมากลายเป็นอดีตให้จดจำ

เพราะสังคมกำลัง "ดื่มด่ำ" กับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่พัดพามาพร้อมๆกับสิ่งที่เรียกว่าประชานิยม

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 ไม่นานนัก ขบวนการเสื้อแดงโผล่ขึ้นมาแทบจะในทันที

ถามว่าพวกเขามาจากไหน ? พวกเขาก็มาจากความเปลี่ยนแปลงนี้แทบทั้งสิ้น (ผมเขียนบทความพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้วอย่างละเอียด ใน "คนเสื้อแดง “Agent of Change ?”: บทสำรวจบางประการ")

พลังทางการเมืองขนาดใหญ่โตที่ดูเหมือนว่า "ไร้ประสบการณ์ ถูกชักจูงโดยนักการเมือง โง่ จน เจ็บ" ไม่ใช่ของเก๊ในทางโครงสร้างอย่างแน่นอน

การตื่นขึ้นมาของประชาชนฝ่ายนี้ไม่ได้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

สาเหตุแรก แน่นอนว่าตัวทักษิณเป็นบุคคลสำคัญของฝ่ายเสื้อแดง เพราะเขาได้เชื่อมตัวเองเข้ากับมวลชนในวงกว้างมาแต่แรก ดังนั้น ตัวทักษิณจึงมีสองสถานะในเสื้อแดง

1. สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (ตลกร้ายก็คือทักษิณไม่ได้เป็นนักประชาธิปไตยอะไรขนาดนั้น)

2. เป็นนักการเมืองที่มีนโยบายดีๆสำหรับประชาชนและทำได้จริงๆ แต่ถูกรังแก ต้องช่วยทักษิณ

ทักษิณจึงเป็นผู้ที่มีบารมีอย่างมากในหมู่เสื้อแดงและผู้สนับสนุนทักษิณ

ทักษิณก็พร้อมที่จะสนับสนุนทรัพยากรต่างๆให้แก่มวลชน เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยใช้ปีกมวลชนของพรรค คือ นปช. นั่นเอง

สาเหตุที่สอง "สำนึกทางการเมือง" ของผู้สนับสนุนทักษิณได้ก่อตัวขึ้นมาพร้อมๆกับประสบการณ์จริงๆในสังคมที่พวกเขาเผชิญอยู่ทุกวัน

คำว่า "ประชาธิปไตยกินได้" ไม่ใช่คำสวยหรูในตำราเพ้อฝันของนักวิชาการประชาธิปไตยโลกสวยอีกต่อไป หากแต่เป็นคำที่เกิดขึ้นจริงๆในชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สนับสนุนทักษิณ

เมื่อประชาธิปไตยมันกินได้มันจึงเป็นประชาธิปไตยที่ดี

"นักการเมืองจ่ายเงินซื้อเสียงบ้างก็ไม่เป็นไร คอรับชั่นบ้างก็รับได้ แต่เวลาฉันป่วยฉันก็เข้าโรงบาลได้เลย เวลาฉันไม่มีเงินก็มีโครงการดีๆมาให้ฉัน เมื่อยามฉันทำงานเหนื่อยแทบตาย ก็มีคนที่ชื่อทักษิณมาบอกว่าเอาค่าแรงที่ยุติธรรมไป เมื่อลูกหลานของฉันอยากเรียนหนังสือ ก็ได้เรียน เมื่อลูกหลานฉันเรียนจบ ก็ได้หมื่นห้า ฯลฯ

จู่ๆวันหนึ่งมีคนออกมาไล่นายกของฉัน สุดท้ายก็มีทหารเข้ามาพรากประชาธิปไตยไปจากฉัน ฉันจะยอมหรือ ?"

เรื่องเล่าเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องเล่าอันหนักหน่วงสำหรับฝ่ายจารีตต-ขวาจัดไทย

เพราะเขาไม่ได้ต่อสู้กับตัวทักษิณเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว...

ศัตรูของฝ่ายจารีต-ขวาไทย จึงขยายวงกว้างไม่ได้จำกัดเพียงแค่ทักษิณและเครือข่ายทักษิณ

แต่พวกเขากำลังสู้กับจิตสำนึกที่เปลี่ยนไปแล้วของประชาชนต่างหาก

เมื่อจิตสำนึกของผู้คนเปลี่ยนแปลง การเอาปืนมายิงให้ตาย เอาทหารมาล้อมฆ่า ก็ทำได้เพียงแค่พรากชีวิตไปเท่านั้น

แต่กระสุนปืนยิงอุดมการณ์และจิตสำนึกทางการเมืองไม่ได้มันเอาปืนฆ่าไม่ได้...
-------

วันเวลาผ่านไป หลังล้อมฆ่า 2553 ทำให้ฝ่ายถูกฆ่าเริ่มยกระดับจิตสำนึกตัวเองขึ้นมาใหม่

พวกเขารู้ว่ากำลังสู้กับอะไร การต่อสู้อาจจะไม่ใช่การต่อสู้เพื่อทักษิณต่อไปอีกแล้วก็ได้

แน่นอนว่าจิตสำนึกที่ถูกยกระดับของมวลชนอาจจะไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นท์เท่ากันหมด มันย่อมต้องใช้เวลาสะสมทั้งความคิดและประสบการณ์ตามวันและเวลา

หลายครั้งเสื้อแดงเองก็หลับหูหลับตาเชียร์อย่างไม่สนใจปรากฎการณ์ใดๆ ราวกับว่าทักษิณและพรรคของทักษิณไม่เคยผิดพลาดเลย ไม่เคย "เหยียบหัวประชาชนเพื่อผลประโยชน์ตนเอง" เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เวลาและประสบการณ์ที่มากขึ้นเท่านั้นจะเป็นคำตอบ
---------

โดยกลับกัน ฝ่ายจารีต-ขวาไทย กลับพยายามรั้งอดีตเอาไว้กับตัวเอง ยังเชื่อมั่นในวิธีการเก่าๆที่จะรักษาระบอบโครงสร้างเดิมเอาไว้ให้ได้

ความผิดพลาดอย่างมหันต์ก็คือการไม่ยอมปรับตัวเองเข้าสู่โครงสร้างใหม่ ยังยึดติดกับความเคยชินเดิมๆ ยังคงใช้วิธีคิดเดิมที่เคยได้ผล

แน่นอนครับ การรัฐประหารคือ practical ทางการเมืองที่จับต้องได้และทำได้สำเร็จด้วย

แต่ปัญหาคือ การรัฐประหาร การล้อมปราบ การกดขี่ การทำลายสิทธิเสรีภาพ ยิ่งทำให้สถานภาพทางการเมืองของพวกเขาแย่ลงในระยะยาว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดทางการเมืองใดๆได้อีกด้วย

เขาโค่นล้มล้มทักษิณได้ใช่หรือไม่ ? ใช่, เขาสามารถกลับเข้าไปยึดอำนาจรัฐได้หรือไม่ ? ใช่

แต่ที่เขายังทำไม่ได้และจะไม่มีวันทำได้ คือ "การครองใจคนหมู่มาก"

ทักษิณมีอาวุธมหาประลัยในมือ คือ การครองใจคนหมู่มากเอาไว้ได้ และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาได้ (แม้ว่าแดงหลายกลุ่มจะไม่ยอมรับตรงนี้ แต่เชื่อผมเถอะ ทักษิณขยับทำอะไร เขาก็ยังต้องตามทักษิณไปก่อนอยู่ดี)

หากการเมืองเป็นเรื่องของการครองใจคนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายจารีต-ขวาไทยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง....
------

ทางแยกสำคัญของฝ่ายจารีต-ขวาไทย มีเพียงไม่กี่ทางเท่านั้น

1. พร้อมปรับตัวเข้าสู่โครงสร้างและสถานการณ์อำนาจแบบใหม่ เพื่อรักษา status quo ของตัวเองเอาไว้ให้ได้ ยินยอมที่จะประนีประนอมกับพลังทางการเมืองใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ

2. เลือกทางแตกหัก ยอมหักไม่ยอมงอ หากกูไม่ได้เป็นผู้กุมเกม ก็จงทำลายล้างกันไปให้สิ้นซาก

ทักษิณอาจเป็นตัวแปรสำคัญก็จริงแต่ทักษิณเองก็คุมไม่ได้ทั้งหมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ

"ซุบเปอร์ดีล" ไม่เคยจบลงอย่างสวยงามหากปราศจากประชาชนในนั้น...

Pakinai Chomsinsubmun

สมศักดิ์ เจียมฯเขียนถึงถึง สมชัย ศรีสุทธิยากร (อดีต)เพื่อนรัก "ช่วยแจ้งความจับผมทีสิ"





ถึง สมชัย ศรีสุทธิยากร Srisutthiyakorn Somchai(อดีต)เพื่อนรัก

ช่วยแจ้งความจับผมทีสิ

ผมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ เฮงซวย มีค่าน้อยกว่ากระดาษเช็ดตูด เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวอีกว่ะ เอาไปใช้เช็ดขี้ อาจจะทำให้ตูดอักเสบได้ ไม่มีใครควรจะรับเลย เป็นร่างรัฐธรรมนูญของคนหน้าด้าน ระยำ พวกมาเฟียที่ไม่มีปัญญาจะทำให้คนยอมรับโดยใช้เหตุใช้ผล ต้องใช้ปืนมาบังคับข่มขืนใจคน แล้วยัดเยียดเอกสารเหี้ยๆเฮงซวยนี้ให้คนรับ ฯลฯ ฯลฯ

(และผมเห็นว่าไม่มีใครที่ยังมีความเคารพตัวเอง เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นคน จะออกมาปกป้องมันแบบที่คุณทำ แต่อย่างว่าป่านนี้คุณแม้แต่ความเคารพตัวเอง หรือศักดิ์ศรีอะไรก็ไม่เหลือไปนานแล้ว คงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า สมัยเราเด็กๆเคยชอบกลอนนี้ของจิตรมาก "...เจ้าซื่อต่อคนคต แต่ทรยศต่อคนไทย ลูกหลานจะอายใจ ที่มีพ่อเป็นคนทราม...")

................

ข่าว http://www.matichon.co.th/news/118544

"....นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า การโพสต์ข้อความว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนเหตุผลทางวิชาการ ไม่มีลักษณะถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย และไม่โน้มน้าว ไม่ชักจูง ปลุกระดม ข่มขู่ผู้อื่น โดยหวังผลให้ออกเสียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง..."


วันพฤหัสบดี, เมษายน 28, 2559

ตำรวจโชว์ผังเครือข่ายต้าน “คสช.”... เอาอีกแล้วนะ การทำผัง มันทำให้ดูน่าเชื่อถือตรงไหน คนเขาเกลียดมึงค่อนบ้านค่อนเมือง ไม่ต้องมีการจัดตั้งหรอก






ตำรวจโชว์ผังเครือข่ายต้าน “คสช.”

ที่มา มติชนออนไลน์
28 เม.ย. 59


เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งมีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนอาชญากรรม พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ป. และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผกก.(สอบสวน)บก.ป. เจ้าหน้าที่ได้มีการนำแผนผังความเชื่อมโยงของผู้ต้องหากระทำผิดต่อความมั่นคง มาตรา 116 มาแสดงประกอบการแถลงข่าว ทั้งนี้ในรายละเอียดของแผนผังมีระบุพฤติการณ์และหมายจับของแต่ละคน ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงานและการบริหารงานของรัฐบาล ร่วมถึงเชื่อมโยง ปรากฎชื่อเชื่อมโยงนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด




.....


กระแส "โหวตไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญกำลังก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน จากหลากหลายกลุ่มที่แตกต่างกันและเคยขัดแย้งกัน แต่วันนี้มาเห็นพ้องกัน "ไม่เอาร่างรธน." แล้วมีทีท่าว่า จะควบคุมไม่อยู่และลุกลามไปเป็น "ไม่เอารัฐประหาร"

และจนถึงวันนี้ แนวรบที่พวกเขายังคุมไม่ได้เบ็ดเสร็จก็คือ แนวรบออนไลน์

ถึงได้เกิดการ "อุ้มปชช." ครั้งใหญ่ คนเหล่านี้เป็นผู้ดูแลเพจล้อเลียน มีหน้าที่คอยคัดกรองข้อความในแต่ละวันแค่นั้นเอง แต่เพื่อให้การอุ้ม "ดูเหมือนชอบธรรม" จึงได้เกิด "ผังล้มคสช." ขึ้น ซึ่งดูแล้ว ความน่าเชื่อถือก็ไม่ได้ดีไปกว่า "ผังล้มเจ้า v1.0" เมื่อปี 2553 และ "ผังล้มเจ้า v2.0" เมื่อปีที่แล้วที่มีผมและคนอื่น ๆ เช่น อ.ปวิน ไปเป็น "ลูกน้อง" ในเครือข่าย สศจ. นั่นแหละ

แค่ข้อความล้อเลียน อย่างมากก็ " หมิ่นประมาท" แต่เพื่อสกัดกระแส "โหวตโน" และทำลาย "แนวรบออนไลน์" เลยจงใจที่จะแพร่กระจาย "ความกลัว" ด้วยการตั้งข้อหาร้ายแรง ทั้งพรบ.คอมฯ ม.116 และบางคนก็ "โดนแถม" ม.112 รวมแล้วมีโทษจำคุกหลายสิบปี

การใช้อำนาจในลักษณะอย่างนี้ กระทำกันถึงเพียงนี้ มันมีผลทั้งสองอย่างคือ ทำให้กลัว แต่ก็ทำให้โกรธด้วย นี่เป็นเกมส์ที่อันตรายมาก เพราะเส้นแบ่งระหว่าง "ความกลัว" กับ "ความโกรธ" มันบางนิดเดียว และไม่มีใครรู้ว่า เส้นที่ว่า มันจะขาดลงเมื่อใด? พรุ่งนี้หรืออีกหลายเดือนข้างหน้า?




ooo




.....

มองไกล - จตุพร พรหมพันธุ์ 28 04 59




https://www.youtube.com/watch?v=-g5rpgliJpI&feature=share

PEACE TV

Published on Apr 27, 2016
รายการ "มองไกล" ดำเนินรายการโดย จตุพร พรหมพันธุ์

คลิป ร่วมยืนแสดงเจตนารมณ์ หยุดคุกคามเสรีภาพประชาชน 28 เมษายน 59






https://www.youtube.com/watch?v=i7VFzqGradA

ร่วมยืนแสดงเจตนารมณ์ หยุดคุกคามเสรีภาพประชาชน 28 เมษายน 59

Resistant Citizen

Published on Apr 28, 2016


การท่องเที่ยวไทยสำหรับคนอังกฤษ สงสัยจะต้องปิดตายตอน คสช. จะได้อยู่ยาวนี่ละ





การท่องเที่ยวไทยสำหรับคนอังกฤษ สงสัยจะต้องปิดตายตอน คสช. จะได้อยู่ยาวนี่ละ

เมื่อไม่นาน ในยุค คสช.ครองเมืองนี่แหละ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวฝรั่งหนุ่มสาว ‘เกาะเต่า’ กลายเป็น ‘นรก’ ไป เมื่อสองแบ็คแพ็คชาวอังกฤษถูกฆ่าสยอง โดยมีอิทธิพลท้องถิ่นพัวพัน ทางการไทยเลยจับแพะตัดสินประหารชีวิตสองหม่อง ทั้งๆ ที่ญาติของผู้ตายรายหนึ่งไม่เชื่อว่าเป็นคนร้ายจริง





มาวันนี้สื่อในอังกฤษ (อย่างน้อย ๕ แห่ง) รายงานความริยำของคนท้องที่แหล่งท่องเที่ยวดังอีกแห่งของไทย ‘หัวหิน’ เป็นถิ่นสัญญานอันตรายไปแล้ว ไม่ใช่ถิ่นสัญญาอย่างเพลงว่า

เมื่อปรากฏข้อความภาษาไทยบนหน้าทวิตเตอร์ของ Richard Barrow @RichardBarrow ตากล้องฝรั่ง expat ครูสอนอังกฤษ นักถ่ายภาพและเขียนถึงสถานที่ท่องเที่ยวไทยมานานราว ๒๐ ปี เป็นที่ชื่นชมของคนไทยจำนวนมาก
“หัวหิน เคยเป็นสถานที่ ๆ ชาวต่างชาติวัยเกษียณมาพักอาศัยอยู่..ถ้าเป็นแบบนี้ คงไม่มีใครมาแล้วแน่ ๆ”

https://www.youtube.com/watch?v=VjyArvoCCFI&feature=youtu.be

ภาพวิดีโอเห็นชัด จู่ๆ ขี้เมาไทยก็ปราดเข้าไปต่อยฝรั่งหงายหลังทั้งยืน หลังจากนั้นมีพวกพ้องที่เมาแล้วพาลด้วยกันมาช่วยต่อยตีฝรั่งสูงอายุคนอื่นๆ ในกลุ่ม ซ้ำแล้วซ้ำอีกกลางย่านผู้คนขวักไขว่ในตลาดหัวหิน จนท้ายสุดสลบเหมือดไปสามคนบนทางเท้า

จากเหตุการณ์นี้ Richard Barrow @RichardBarrow ระเบิดเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาว่า “ In protest against the Thai media's disinterest in the brutal attack on tourists in Hua Hin, I will NOT be promoting ‪#‎Thailand‬ today.”

เรื่องทำนองนี้อาจเป็นธรรมดาของท้องที่ใดท้องที่หนึ่งในประเทศไทย ที่คนเมาในที่สาธารณะเกิดหมั่นไส้ต่างชาติขึ้นมา แล้วเข้าไปทำร้ายเอาดื้อๆ ดังปรากฏในคลิป แต่เหตุเกิดในชุมชนเป็นเวลานานพักใหญ่ ไม่มีใครเข้าขัดขวาง ไม่มีตำรวจ ทหารท้องที่โผล่ไปรักษาความสงบสักคน

นี่สิไม่ใช่ธรรมดาของบ้านเมืองที่อ้างว่า การยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำให้ระงับความรุนแรงได้อย่างราบคาบ หนำซ้ำเหตุเกิดในที่ชุมชนขวักไขว่อย่างนี้ไม่มีข่าวแพร่งพรายออกมาเลยในสื่อไทย จนกระทั่งไปปูดทั่วอังกฤษนั่นแหละ สื่อไทยถึงได้เริ่มขยับก้นกัน

คุณบาร์โรว์แฉไว้จะเอาข่าวจากอังกฤษแหล่งไหนล่ะ มีทั้งนั้น อาทิ

http://www.telegraph.co.uk/…/video-british-family-brutally…/
thesun.co.uk/…/Shocking-moment-man-is-knocked-out-cold-and-…
dailystar.co.uk/…/British-family-beaten-Thailand-gang-horri…
http://www.express.co.uk/…/WATCH-Horrifying-British-tourist…
dailymail.co.uk/…/Terrifying-moment-British-couple-son-beat…

ล่าสุด Khaosod English @KhaosodEnglish รายงานว่า “Three Arrested Over Brutal Beating of British Family http://www.khaosodenglish.com/detail.php?newsid=1461818416 …”

สายไปนิดหลังจากข่าวกระฉ่อนทั่ว United Kingdom แล้วเพิ่งมีการจับกุม ซ้ำเหตุเกิดในท้องที่ชายทะเลเลื่องชื่อ ซึ่งทั่นผู้นัมบ์เคยนำบริวารไปเดินทักทายนักท่องเที่ยวต่างชาติฮอลแลนด์ชวนให้ “คัม คัม ทู ไทยแลนด์” ยังจำกันได้ดิ





เพียงแต่เวลานี้ตะหานและตำหวดของทั่นผู้นัมบ์มัวแต่สาละวนกับการ ‘อุ้ม’ พวกนักศึกษาเห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ คสช. ยัดบทเฉพาะกาลไว้ครอบหมดชนิดไม่ต้องมีตัว รธน.ยังได้

จากทวี้ตของ Jonathan Head @pakhead ทราบว่ามีนักศึกษาถูกควบคุมตัวทั้งหมด ๒๔ คน ๑๐ คนถูกอุ่มจากบ้านต่างสถานที่กันทั้งในกรุงเทพฯและขอนแก่น อีก ๑๔ คนถูกรวบตัวขณะพากันไปยืนนิ่งประท้วงการอุ้มสิบคนแรก ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ต่อมา ๑๓ คนได้รับการปล่อยตัวในกรุงเทพฯ สี่คนถูกอายัดตัวไว้ดำเนินคดี อีกสองคนถูกนำตัวจากขอนแก่นเข้าค่ายทหารในกรุงเทพฯ โดยที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. เผยว่า “จนท.ตามพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย ๑๐ คน (ที่ถูกอุ้มคืนก่อนและตอนเช้า) มาโดยตลอด พร้อมทั้งมีหลักฐานที่สมบูรณ์ในการเอาผิดทางคดีได้”

ส่วน “ฝ่าย กม. คสช. ระบุ ๙ คนที่คุมตัวมาเมื่อวาน (๒๗ เม.ย.) คือ ๘ คนที่คุมตัวในกทม.- ๑ คนจากขอนแก่น ฐานความผิด ม.๑๑๖ ฐานยุยงปลุกปั่น และ พ.ร.บ.คอมฯ ‪#‎PPTVHD36‬

พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ที่เพิ่งแก้ใหม่ เพิ่มระวางโทษเป็น ๒๐ ปีจองจำ นั่นไง






ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขณะทั่นผู้นัมบ์ ไปเยี่ยมเยียนโครงการหลวงที่แม่เหียะอยู่พอดี กลับมาบอกนักข่าว “ไม่มีคอมเม้นต์” ใดๆ ทั้งสิ้น จะเรื่องหัวหิน ขอนแก่น หรืออนุสาวรีย์ชัยฯ แต่กับ Deep Blue Sea @WassanaNanuam ทั่นแย้มว่า

“ค้นพบแล้ว ‘กับดักตัวเอง’ คืออะไร..ลั่นจะไม่ติดกับดักตัวเองอีกแล้ว จะไม่ตอบโต้ใคร ไม่พูดการเมือง พูดแต่สร้างสรรค์”

อนุโมทนา สาธุ Amen เอวัง.

.....

British family brutally assaulted in Hua Hin, Thailand


https://www.youtube.com/watch?v=VjyArvoCCFI&feature=youtu.be

thaivisacom

Published on Apr 27, 2016

Police in Thailand are asking for help in identifying a group of youths who carried out a quite brutal assault on a family of British tourists.

Full story: http://www.thaivisa.com/forum/topic/9...

FuckGhost (ฟักโกสต์) สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย กับความงมงาย เรื่อง ม.112 (แอดมินฟักโกสต์ สมาคมต้านงมงาย ฟ้อง 20 เพจเฟซบุ๊ก-ยูทูบ หมิ่นกษัตริย์)







ผมว่ากรณีเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย เป็นตัวอย่างที่ดีนะ ชี้ให้เห็นว่าจริงๆแล้วพวกพุทธที่ชอบโอ้อวดว่ามีความเป็นวิทยาศาสตร์ เที่ยวชี้หน้าด่าคนโน้นคนนี้ว่างมงาย แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์อะไรเลย แล้วก็เข้าใจคำว่า "ความงมงาย" แบบตื้นๆด้วย

คือความงมงายนี่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องผีสางเทวดานะครับ อะไรที่เชื่อแบบไม่ต้องพิสูจน์ แถมยังห้ามคนอื่นพิสูจน์ นั่นก็งมงายทั้งนั้นแหละครับ

จริงๆในบริบทสังคมไทย เรื่องผีสางนี่ยังงมงายน้อยกว่าเรื่อง 112 ด้วยซ้ำนะ เพราะอย่างน้อยเรื่องผีสางก็อนุญาตให้คนอย่างแอดมินเพจนี้ (หรือคนอื่นๆ) ไปเที่ยวท้าทายพิสูจน์ได้ หรือลบหลู่ก็ไม่ติดคุก

แต่กับเรื่อง 112 นี่ห้ามพิสูจน์นะครับ

2 เรื่องนี้ ดูเผินๆอาจจะไม่เกี่ยวกัน
แต่นั่นสำหรับพวกที่คิดอะไรได้แค่ผิวเผิน ตื้นๆไงครับ

ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจนะครับที่จนถึงตอนนี้แอดมินเพจนี้ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้
อาจจะจริงอย่างที่เขาว่าว่าบัวมี 4 เหล่า นั่นแหละครับ 5555++

- - - - - - - -

ขออีดิตเพิ่มเติมหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมบัญญัติความหมายของคำว่า "งมงาย" ขึ้นมาเอง

งมงาย ก. หลงเชื่อโดยไม่มีเหตุผล หรือโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น หรือเหตุผลของผู้อื่น.

(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างจากเว็บ Longdo Dict.)

.....


http://www.matichon.co.th/news/118961