วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 05, 2569

พยายามทำความเข้าใจกลุ่มอนุรักษ์นิยม ทำไมถึงมองว่า การเลือกพรรคส้ม จะทำให้ "สิ้นชาติ" (คือเขามองว่าชาติคือ สถาบันและจารีต การเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้คือการสิ้นชาติ ​แต่ถ้าเขามองว่าชาติคือ ประชาชนและอนาคต ทัศนะคติการเปลี่ยนแปลงอาจถูกมองว่าเป็นแค่การปฏิรูป)


ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์
9 hours ago
·
"ทำไมการเลือกพรรคส้ม ถึงถูกหาว่าจะทำให้ "สิ้นชาติ"

โดยส่วนตัวงงกับตรรกกะนี้ แต่ถ้าพยายามทำความเข้าใจ คำว่า "สิ้นชาติ" นี้ถูกนำมาใช้ในการโจมตีตั้งแต่พรรคก้าวไกลเดิม (หรือที่เรียกกันติดปากว่าพรรคส้ม) โดยน่าจะมาจากมุมมองของกลุ่มอนุรักษนิยมหรือผู้ที่มีความกังวลในประเด็นด้านความมั่นคงและสถาบันหลักของชาติ โดยมีเหตุผลสนับสนุนในมุมมองดังกล่าว ดังนี้

​1. การแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112
​ผู้ที่มองว่าจะทำให้ "สิ้นชาติ" เชื่อว่าการลดทอนความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์จะนำไปสู่การเสื่อมถอยของศูนย์รวมจิตใจที่ยึดเหนี่ยวคนในชาติไว้ด้วยกัน และอาจเปิดทางให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงจนโครงสร้างทางสังคมล่มสลาย

​2. นโยบายการกระจายอำนาจและจังหวัดจัดการตนเอง
​ฝ่ายความมั่นคงบางส่วนกังวลว่า การสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือการเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้ท้องถิ่นอย่างสุดโต่ง อาจนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน (Secession) หรือทำให้รัฐเดี่ยวของไทยอ่อนแอลง ซึ่งในมุมมองนี้ถือเป็นการทำลายเอกภาพของชาติ

​3. การปฏิรูปกองทัพ
​นโยบาย เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม หรือการนำกองทัพออกจากการเมือง ถูกมองจากฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นการ "ตัดกำลัง" ความมั่นคงของประเทศ ทำให้ชาติขาดความพร้อมในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก

​4. ความเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและจารีตประเพณี
​พรรคส้มมักชูประเด็นเรื่องความเท่าเทียมและการท้าทายจารีตเดิม (เช่น สมรสเท่าเทียม, การปฏิรูปการศึกษา) ซึ่งกลุ่มที่ยึดถือคุณค่าแบบเดิมมองว่าเป็นการทำลายรากเหง้าและ "ความเป็นไทย" หากรากเหง้าหายไป ก็เท่ากับว่าอัตลักษณ์ของชาติสูญสิ้นไปนั่นเอง

​5. นโยบายต่างประเทศ
​การมีท่าทีที่ใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศตะวันตกหรือการยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเข้มข้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าอาจทำให้ไทยสูญเสียอำนาจการต่อรองในเวทีโลก หรือถูกแทรกแซงโดยมหาอำนาจจนสูญเสียเอกราชทางนโยบาย

​สรุปในมุมมองวิชาการ: คำว่า "สิ้นชาติ" ในบริบทนี้มักเป็น วาทกรรมทางการเมือง (Political Rhetoric) ที่ใช้เพื่อสะท้อนความกลัวต่อ "ความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน" (Radical Change) ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบุคคลนิยามคำว่า "ชาติ" ไว้ว่าอย่างไร
​ถ้ามองว่าชาติคือ สถาบันและจารีต การเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้คือการสิ้นชาติ
​แต่ถ้ามองว่าชาติคือ ประชาชนและอนาคต การเปลี่ยนแปลงอาจถูกมองว่าเป็นแค่การปฏิรูป

ป.ล. - "ทั้งโกงทั้งกินขนาดนั้น ชาติจะอยู่ได้อย่างไร" (พงษ์ พินิจ แปลจากหนังสือ "สิ้นชาติ" จากลันทึกของเหงียน เกา กี อดีตนายกรัฐมนตรีเวียดนาม)
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1306285304859758&set=a.460845346070429



ฝรั่งในไทยขอพูดบ้าง ทำไมชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไม่มีค่าถูกมองว่าเสียไปได้ ทำไมรัฐยังปล่อยให้เงินภาษียังไหลไปยังบริษัทก่อสร้างเดิมที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย





https://x.com/Thamboon888/status/2018928935451705698


 

“หมอสุภัทร” ประกาศกร้าวกลางหาดใหญ่! ขอเป็นหัวหอกกวาดล้าง “การเมืองสีเทา” ใน สธ. "ATK โควิด ผมซื้อถูกกว่าตั้งเยอะ" ปลุกกระแสเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย

https://www.facebook.com/reel/796677059472944

ชมรมแพทย์ชนบท
17 hours ago
·
“หมอสุภัทร” ประกาศกร้าวกลางหาดใหญ่! ขอเป็นหัวหอกกวาดล้าง “การเมืองสีเทา” ใน สธ. ปลุกกระแสเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย
====
สงขลา – เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 บรรยากาศการเมืองที่ จ.สงขลา ลุกเป็นไฟ!
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส. เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หน้าห้างโรบินสัน อ.หาดใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังอย่างเนืองแน่น โดยเน้นย้ำภารกิจสำคัญคือการเข้าไป “รื้อระบบเน่าเฟะ” ในกระทรวงสาธารณสุข และทวงคืนความเป็นธรรมให้ข้าราชการไทย
เปิดโปงระบบ "คารวะบุรีรัมย์" ลั่นถ้าเข้าสภาได้ สีเทาต้องหมดไป!
หมอสุภัทรเปิดฉากฟาดแรงถึงประสบการณ์ 31 ปีในระบบราชการที่เห็นความล้มเหลวของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะกระแสข่าวการใช้เส้นสายทางการเมืองในการแต่งตั้งโยกย้าย
“รู้หรือไม่ว่าพี่น้องในกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ ถ้าใครอยากขึ้นตำแหน่งต้องไปคารวะที่บุรีรัมย์... อย่าให้ผมเข้าไปได้เชียวนะ ถ้าผมเข้าสภาไปได้ สีเทาในกระทรวงสาธารณสุขต้องหมดแน่นอน!”
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การทำงานของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอย่างดุเดือด ทั้งเรื่องความล้มเหลวในการจัดการวัคซีนโควิด-19, การจัดซื้อ ATK ที่ราคาแพงเกินจริง และนโยบายกัญชาเสรีที่สร้างความสับสนไปทั่วบ้านทั่วเมือง
แฉขบวนการกลั่นแกล้ง หวังตัดสิทธิ์ลงสมัคร สส.
หมอสุภัทรเผยถึงความพยายามในการใช้กลไกอำนาจรัฐเพื่อปลดตนออกจากราชการ หวังให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร สส. เพื่อเป็นตัวอย่างข่มขู่ข้าราชการที่ "กระด้างกระเดื่อง" ต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรม แต่ยืนยันว่าความพยายามดังกล่าวล้มเหลว และยิ่งทำให้ตนมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเปลี่ยนระบบให้โปร่งใสเพื่อข้าราชการทุกคน
ซัดเละปมน้ำท่วมหาดใหญ่ "หายนะจากการบริหาร"
ในส่วนของประเด็นท้องถิ่น หมอสุภัทรขยี้แผลใจชาวหาดใหญ่เรื่องอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 180 ราย และการเยียวยาที่ล่าช้าอย่างน่าตกใจ
เงินเยียวยา 9,000 บาท หลายครัวเรือนยังไม่ได้รับ
เงินเยียวยา 49,500 บาท ยังเป็นเพียงตัวเลขที่จับต้องไม่ได้
“แบบนี้หรือจะมาหวังเป็นนายกฯ รอบสอง อย่าฝันไปเลย!”
ย้ำความเชื่อมั่น "รางวัลแมกไซไซ" การันตีมือบริหาร
ในช่วงท้าย หมอสุภัทรเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน โดยยกเกียรติประวัติการได้รับ รางวัลแมกไซไซ (Nobel แห่งเอเชีย) ร่วมกับทีมแพทย์ชนบท เป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้มีดีแค่พูด แต่มีศักยภาพในการบริหารประเทศและแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริง
“เลือกหมอสุภัทร เลือกพรรคประชาชน ให้ถล่มทลาย! เพื่อจบยุคการเมืองสีเทา และเริ่มต้นรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง”



ภาคประชาชน-การเมือง ผนึกกำลังโค้งสุดท้าย ปลุกโหวต ‘เห็นชอบ’ ประชามติ 8 ก.พ. เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

https://www.facebook.com/thestandardth/posts/1254106040182070

THE STANDARD 
8 hours ago
·
ภาคประชาชน-การเมือง ผนึกกำลังโค้งสุดท้าย ปลุกโหวต ‘เห็นชอบ’ ประชามติ 8 ก.พ. เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
.
วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (iLaw) และภาคประชาชน ได้จัดกิจกรรมรณรงค์โค้งสุดท้ายก่อนการออกเสียงประชามติภายใต้ชื่อ ‘ขบวนสุดท้าย ปล่อยท่าไม้ตายประชาชน’ โดยมีแกนนำจากพรรคการเมืองเข้าร่วมปราศรัย
.
พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยโดยระบุว่า ตนมาในสองสถานะ คือในนามพรรคประชาชนที่ยืนยันสนับสนุนให้ประชาชนกาเห็นชอบ และในฐานะประชาชนคนไทยที่ต้องการเห็นกติกาที่เป็นธรรม โดยเปรียบเทียบการเมืองเหมือนการแข่งขันฟุตบอล หากกติกาไม่เป็นธรรม คู่แข่งอย่างลิเวอร์พูลกับแมนยูฯ ก็พร้อมจะจับมือกันสู้เพื่อความถูกต้อง
.
พริษฐ์ ชี้ให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 ว่าเป็นต้นตอของความบิดเบี้ยวในองค์กรอิสระ เช่น สตง. ที่เข้มงวดกับคนตัวเล็กแต่หละหลวมกับพวกพ้อง หรือ ป.ป.ช. และ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและการทำงานที่ค้านสายตา รวมถึงปัญหา สส. งูเห่า และ สว. ที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่ขาดความยึดโยงกับประชาชน พร้อมระบุว่าแม้พรรคประชาชนจะพยายามเสนอแก้รายมาตรามาแล้วเกือบ 30 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะติดเงื่อนไขเสียง 1 ใน 3 ของ สว. ดังนั้น ทางออกเดียวคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน
.
"การทำประชามติวันที่ 8 ก.พ. นี้ มีอนาคตประเทศเป็นเดิมพัน ถ้าเราชนะ จะเป็นการเปิดประตูสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าแพ้ มีความเสี่ยงสูงที่ประตูการแก้ไขจะถูกปิดตาย เพราะฝ่ายอำนาจเก่าจะตีความว่าประชาชนพอใจกับรัฐธรรมนูญปี 60 ดังนั้น เราต้องชนะให้ขาด เพื่อแสดงฉันทามติของคนไทยทุกเฉดสี" พริษฐ์ กล่าว
.
ด้าน จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีเน้นย้ำจุดยืนของพรรคที่เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาโดยตลอด โดยระบุว่าประชามติปี 2562 เป็นกระบวนการที่ไม่เสรีและไม่เป็นธรรม ทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพ และที่อ้างว่าเป็นฉบับปราบโกง กลับทำให้ดัชนีการทุจริตของไทยแย่ลง เพราะองค์กรอิสระตกอยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. และขาดการตรวจสอบจากประชาชน
.
จาตุรนต์ ยังกล่าวถึงกับดักยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทำให้ประเทศไม่สามารถปรับตัวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ส่งผลให้ไทยล้าหลังและถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่ โดยพรรคเพื่อไทยยืนยันนโยบายสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้เป็นกติกาที่ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด
.
ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร
.....


Prachatai English
February 2
·
Cartoon by Stephff: Referendum for a new constitution



'คนอีสาน & รัฐธรรมนูญใหม่' ทำไมต้อง "เห็นชอบ" ประชามติ ฟังเต็ม ๆ เสียงจากพี่น้องอีสาน ทำไมต้อง "เห็นชอบ" ประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญใหม่






https://x.com/prachatai/status/2019059352112644434


 

เชื่อไหมว่ากกต.ได้ไปดูงานต่างประเทศหลายที่ เช่น เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน เพื่อเป็นประโยชน์จัดการเลือกตั้ง แต่กลับมาไทย จัดทำได้ระดับกัมพูชา



Voranai Vanijaka
@voranai
·12h

เชื่อไหมว่ากกต.ได้ไปดูงานต่างประเทศที่

เกาหลีใต้: ศึกษาเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์และระบบ ICT ในการเลือกตั้ง

สวิตเซอร์แลนด์: ศึกษาเรื่องระบบการทำประชามติซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เป็นแม่แบบระดับโลก

ไต้หวัน: ศึกษาเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

แต่กลับมาไทย จัดระดับกัมพูชา

https://x.com/voranai/status/2018969924270760303
.....






มาดู 3 กลเม็ดเด็ดที่ กกต.ชอบใช้ปัดปัญหา เมื่อการเลือกตั้งมีปัญหาหรือมีข้อกังขา (พอเถอะ ประเทศพังแล้ว)



รวมฮิตลีลา กกต. แก้ปัญหา กขค.

4 February 2026
Peeradon Pakeenate
The Matter

เคยลองสังเกตกันไหมว่า เมื่อการเลือกตั้งมีปัญหาหรือข้อกังขา แล้วคุณพี่คุณน้า กกต. จะจัดการกันอย่างไร วันนี้ The MATTER ได้รวบรวมท่วงท่าสุดคลาสสิกที่ กกต. มักใช้เวลาเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น

นี่คือ 3 กลเม็ดเด็ดที่อาจ (ไม่) ทำให้คุณดูคูลในห้องประชุมวันจันทร์ กรุณาคิดให้ดีก่อนทำตาม แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่ามันเคยถูกใช้เพื่อจัดการปัญหาการเลือกตั้งในประเทศสุดป๊อบ ส่วนผลลัพธ์ก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะ

ก. กลับลำ

เคยได้ยินกันหรือไม่ว่า ‘คนเก่งมักจะเห็นช่องโหว่ในปัญญาของตัวเอง’ และสามารถอธิบายได้ว่าตรรกะของตัวเองนั้นมีปัญหาอย่างไร เช่นเดียวกับคุณพี่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เมื่อได้รับเสียงสะท้อนจากสังคมหรือสื่อมวลชน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบแหลมว่าจะแก้ไขข้อคิดเห็นเดิมของตัวเองอย่างไร ไปดูตัวอย่างกลเม็ดสุดแพรวพราวกัน

  • ปากกาสีน้ำเงินไหน?
ช่วงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ และนายกเทศมนตรีพัทยาในปี 2565 ที่ผ่านมา มีข่าวส่งต่อกันว่า การใช้ปากกาสีอื่นนอกจากปากกาสีน้ำเงินจะทำให้บัตรเสีย เป็นเหตุให้วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 กกต. ออกมาชี้แจงว่า การใช้ปากกาสีอื่นไม่ได้ทำให้บัตรเสีย เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไว้

ในวันถัดมา ซึ่งเป็นวันลงคะแนนในคูหา ช่วงหลังปิดหีบ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. (ในช่วงเวลานั้น) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ขอให้นำปากกาน้ำเงินมาเท่านั้น ถ้านำปากกาสีอื่นมากาจะถือว่าเป็นบัตรเสีย” เป็นเหตุให้คนไทยสับสนหนักกว่าเดิมว่าการลงคะแนนของตนจะเป็นบัตรเสียหรือไม่
  • รณรงค์ประชามติได้ แต่ห้ามชี้นำ?
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการลงคะแนนประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย ทำให้บางพรรคการเมืองออกมาแสดงจุดยืนต่อการลงประชามติครั้งนี้ แต่ทาง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาย้ำว่า พรรคการเมืองสามารถเสนอนโยบายได้ว่าพรรคจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ห้ามชี้นำ ส่วนเวทีประชามติห้ามหาเสียง หากไม่ระวังเสี่ยงผิดกฎหมาย อาจมีโทษตามกฎหมายประชามติเดือดร้อนถึง สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ออกตามหาเลขาธิการ กกต. เพื่อจี้ถามเรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทาง กกต. ก็ได้ยืนยันใหม่แล้วว่า พรรคการเมืองรณรงค์หรือประกาศจุดยืนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบได้
  • วิบากกรรม ‘บัตรโหล’

ในการเลือกตั้ง 2566 (รวมถึงครั้งนี้ด้วย) ผู้สมัคร สส. และพรรคการเมืองจะต้องจับสลากหมายเลขแยกกัน หลายคนก็ออกมาท้วงว่า ทำไมถึงไม่ทำให้เลขผู้สมัครและเลขพรรคเป็นเลขเดียวกันไปเลย แต่ก็ไม่เป็นผลที่ลำบากกว่านั้น คือในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตกลับมีแค่ช่องกากบาทและหมายเลข ไม่มีการบ่งชี้สัญลักษณ์พรรคการเมือง หรือชื่อผู้สมัคร สส. แต่อย่างใด (มักเรียกกันว่า ‘บัตรโหล’) โดย กกต. ชี้แจงว่า ที่ทำบัตรโหลแบบนี้ออกมา เพื่อให้ง่ายต่อการจัดส่งบัตร เพราะทุกเขตจะมีหน้าตาเหมือน ๆ กัน พาลเป็นภาระคนไทยต้องท่องหมายเลขเข้าคูหาไปอีกอย่างไรก็ตาม กกต. สามารถการแก้ไขบัตรเลือกตั้งได้ และก็เคยทำมาแล้ว เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 กกต. ประกาศใช้ ‘บัตรโหล’ แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนต้องยอมแก้ไขใหม่เป็น ‘บัตรพิเศษ’ ที่มีทั้งหมายเลขผู้สมัคร โลโก้พรรคการเมือง และชื่อพรรคการเมือง และจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งครบทุกเขต

  • ฟังดูเหมือนคนจะอยากมีส่วนร่วม?
ปี 2567 ช่วงที่มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่เป็นระบบคัดเลือกกันเอง ประชาชนไม่เกี่ยว ทาง กกต. ได้ออกระเบียบห้ามผู้สมัครเปิดเผยการแนะนำตัวต่อประชาชน และห้ามไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่อาจติดตามและมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือก ส.ว. ชุดใหม่ได้เลยในเวลาต่อมา กกต. ก็ได้เปลี่ยนใจแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก ส.ว. โดยเปิดให้ผู้สมัคร ส.ว. แนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียได้ทุกแพลตฟอร์ม และให้สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ส่วนเหตุผลที่ กกต. ตัดสินในแก้ไขระเบียบนี้ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า “ฟังดูเหมือนประชาชนอยากมีส่วนร่วม”

ข. ผิดจากนี้ ไม่ใช่เรา

ใครจะหาว่า กกต. กลับลำบ่อย ขอย้ำว่าไม่จริง เพราะหลายต่อหลายครั้ง กกต. ก็มั่นใจในแนวทางของตัวเองเช่นกัน ‘สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย’ คือคำขวัญที่ กกต. ยึดมั่นมาราวปีเศษๆ หลังจากตัดคำว่าโปร่งใสออกไปจากคำขวัญเดิม ทำให้หลายครั้งที่มีข้อครหาต่อการทำงาน หน่วยงานก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และถ้าสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
  • ดูงานต่างประเทศ 12 ล้าน หวังบริการคนไทยถึงที่
การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเมื่อปี 2566 คนไทยจำนวนมากเจอปัญหาเว็บล่ม ทำให้เสียสิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หลายคนเฝ้ารอการแก้ไขปัญหาจากทาง กกต. แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ กกต. จำนวน 6 คน มีกำหนดการบินดูงานที่ต่างประเทศ โดยคาดการณ์กันว่าใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 12 ล้านในครั้งนั้น กกต. ชี้แจงชัดเจนว่า ที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพื่อไปรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงดูว่าจะจัดบริการการเลือกตั้งให้ได้ตอบโจทย์อย่างไร นอกจากนี้ยังได้ดูเรื่องการส่งบัตรไปให้สถานทูตใช้ในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และกระบวนการส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทยด้วย แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องเว็บล่มก็ไม่ได้มีการพูดคุยต่อหลังจากนั้น

  • บัตรเขย่งไม่มีจริง
การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พบปัญหาในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิ 2,047 คน แต่กลับมีผู้มาใช้สิทธิจริงในวันดังกล่าวถึง 2,628 คน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘บัตรเขย่ง’ ขึ้น หลายคนคาดการณ์ว่าเป็นปัญหามาจากการที่เจ้าหน้าที่จ่าหน้าซองผิดทาง กกต. ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นจริง และชี้แจงว่าอำเภอหาดใหญ่มีเขตเลือกตั้งเพียง 3 เขต และไม่มีเขตใดที่มีตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิตรงกับจำนวนที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากยังไม่มีการนับคะแนนเกิดขึ้นจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าคะแนนที่จะถูกนับนั้นจะไปเพิ่มคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือพรรคใดบ้าง รวมถึงขู่ว่าจะเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แก่ผู้เผยแพร่ถึงกรณีดังกล่าว

  • “ใช้เวลาแค่ 3 นาที จาก 4,320 นาที”
การเลือกตั้งในปี 2569 ต้องมีการจัดทำประชามติควบคู่ไปด้วย กกต. จึงประกาศให้มีการลงทะเบียนประชามตินอกเขต ซึ่งให้ระยะเวลาลงทะเบียนแค่ 3 วันเท่านั้น และยังคร่อมช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีประชาชนตกหล่นจากระบบนี้เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความสงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดลงทะเบียนพร้อม ๆ กันกับการเลือกตั้งนอกเขตไปเลย

ผลสุดท้ายออกมาตามคาด แม้ยอดการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตมีผู้ใช้สิทธิถึง 2.4 ล้านคน แต่ตัวเลขผู้ใช้สิทธิลงประชามตินอกเขตมีเพียงราว ๆ คิดเป็นส่วนต่างที่หายไปกว่า 1 ใน 3

ในวันรุ่งขึ้นหลังจากสิ้นสุดการลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขต พบว่ามีประชาชนหลายคนเข้าเว็บลงทะเบียนไม่ทัน ขณะที่ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ออกมายืนยันว่า การลงทะเบียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าเตรียมข้อมูลพร้อม ใช้เวลาไม่นาน พร้อมย้ำว่าแต่ละคนมีเวลา 4,320 นาที แค่เจียดเวลา 3 นาทีก็ลงทะเบียนได้

ค. ปล่อยเบลอ

ท่าไม้ตายเด็ดที่เห็นผลชะงัดนัก มักใช้กันอย่างแพร่หลายในหน่วยงานภาครัฐไทย ไม่ใช่ไม่รับผิดชอบ แค่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมแก่การตอบต่างหาก ขนาดดอกไม้ยังมีเวลาผลิบาน เรื่องบางเรื่องก็ต้องรอให้แน่ใจก่อนสิ แต่ไม่เป็นไร เพราะหลายเรื่องที่มีประเด็น ก็เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่อ้าว แล้วหลังจากนั้นมาจนถึงวันนี้เกิดอะไรขึ้นกันหว่า จำไม่ได้เลยแฮะ

  • ลงไม่ทันก็คือไม่ทัน
เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 วันลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตวันสุดท้าย มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ลงทะเบียนได้ เพราะเว็บล่ม ก่อนที่ช่วงเวลาสิบนาทีก่อนเวลา 24.00 น. เว็บไซต์จะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

ผลครั้งนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้ แม้มีความตั้งใจจะใช้สิทธิ หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ต่อเวลาลงทะเบียนเพิ่ม และ กกต. ก็มีอำนาจขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าให้กับประชาชน แต่ท้ายสุดไม่ได้ขยายเวลาให้ลงทะเบียนเพิ่ม


  • จ่าหน้าซองผิด แต่สุจริตที่ทำ
เรื่องเจ้าหน้าที่จ่าหน้าซองผิด มีให้เห็นในทุกปี อย่างในปี 2566 iLaw และเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมมือตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้า พบว่า มีการจ่าหน้าซองผิด บ้างก็ไปเขียนเป็นเลขไปรษณีย์ เกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าหลายเขต คาดการณ์ว่า จะทำให้คะแนนเสียงถูกนับผิดไปไม่น้อยกว่า 1,000 ซอง โดยยังไม่รวมกรณีที่ยังไม่ได้รับแจ้งซึ่งอาจมีอีกเป็นจำนวนมากทาง iLaw วิเคราะห์ต่อไปว่า อาจทำให้บัตรเลือกตั้งถูกส่งไม่ถึงที่ภูมิลำเนาที่ถูกต้อง และอาจถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่บังเอิญมีรหัสเขตเลือกตั้งตรงกับรหัสไปรษณีย์พอดี จนทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิของเขตเลือกตั้งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างผิดวิสัย หรือที่เรียกกันว่า ‘บัตรเขย่ง’เช่นเดิม แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมายอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่จริง และย้ำว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ทราบ ก็มีการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งใหม่ โดยตนมองว่า “เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ของเรา แต่ทุกอย่างปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นความผิดพลาดโดยสุจริตหรือไม่”

  • สั่งลบคลิป ‘แม่แนน น้องสมาร์ท’ แต่ไม่เคยออกหน้าแก้ต่างข้อมูลเท็จ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 กกต. มีคำสั่งให้ลบคลิปจากเพจเฟซบุ๊ก ‘แม่แนน น้องสมาร์ท’ โดยอ้างว่า มีเนื้อหาเน้นไปที่การให้ความรู้ที่คลาดเคลื่อนแก่ประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงเลือกตั้งและประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569ทาง iLaw ออกมาคัดค้านว่าไม่ใช่วิสัยที่กกต. กระทำได้ และในความเป็นจริงมีข้อมูลเท็จเกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติบนโลกออนไลน์อีกจำนวนมาก เช่น ข้อความที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ให้นักการเมืองที่ทุจริตมีโทษจำคุก หรือให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ เพราะความจริงรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเช่นนั้นทั้งยังมีนักการเมืองหลายพรรคที่กล่าวว่า การลงประชามติเห็นชอบจะเป็นการ ‘ตีเช็คเปล่า’ ให้นักการเมืองทำอะไรก็ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังต้องถามความเห็นประชาชนผ่านประชามติอีก 2 ครั้ง แต่ไม่เคยเห็น กกต. ออกมาจัดการกับข้อมูลเท็จเหล่านี้ แต่กลับสั่งลบเนื้อหาที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ กกต. โดยไม่อาจอธิบายได้ว่า เป็นข้อมูลเท็จอย่างไร

อ้างอิงจาก

bbc.com

bbc.com

facebook.com

facebook.com

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

ilaw.or.th

thairath.co.th

theactive.thaipbs.or.th

https://thematter.co/social/how-korkortor-solves-problems/256395



ลูกสาวม้งส่งสารถึงพี่น้องม้ง ชวนใช้สิทธิประชามติ 8 ก.พ. กา 'เห็นชอบ' เปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่–สิทธิชาติพันธุ์






Lanner
@Lanner2022
·12h

ลูกสาวม้งส่งสารถึงพี่น้องม้ง ชวนใช้สิทธิประชามติ 8 ก.พ. กา 'เห็นชอบ' เปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่–สิทธิชาติพันธุ์
 ​
Maiv Ntxias Xeem Hawj (ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์) ชวนพี่น้องชาวม้งออกไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้กา “เห็นชอบ” ในบัตรประชามติ เพื่อเปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมชี้ว่ารัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่ได้พูดถึงสิทธิชาติพันธุ์อย่างชัดเจน ทำให้สิทธิอันพึงมีของกลุ่มชาติพันธุ์เสี่ยงเลือนหายไปจากกติกาสูงสุด ​

แม้ที่ผ่านมาเรารับรู้ร่วมกันว่าความเป็นธรรมยังไม่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของคนม้ง แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมกำหนดกติกาสูงสุดของประเทศผ่านประชามติ ​

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะได้รับบัตร 3 ใบ ได้แก่ ใบสีม่วงและใบสีเขียวสำหรับเลือก สส. และ ใบสีเหลือง สำหรับลงประชามติเธอฝากย้ำให้พี่น้อง “กาเห็นชอบในบัตรสีเหลือง” เพื่อเปิดประตูสู่การรับรองสิทธิชาติพันธุ์ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และสร้างความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะอยู่กับป่าหรืออยู่ในเมือง

https://x.com/Lanner2022/status/2018971791168061826



รัฐธรรมนูญปี 60 คือต้นไม้พิษ ที่เป็นพิษต่อสรรพชีวิตภายใต้ร่มเงาของมัน วิจิตร ผู้ต้องขังคดีการเมือง ขอสนับสนุนกาเห็นชอบ และฝากกำลังใจไปถึงพรรคประชาชน ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญในการต่อสู้ สร้างรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน (และเพื่อประชาชน) ให้สำเร็จทุกประการ


ThumbRights - ทำไรท์ #8กุมภากาเห็นชอบ
@ThumbRights

รัฐธรรมนูญปี 60 คือต้นไม้พิษ ดอกผล และใบก็เป็นพิษต่อสรรพชีวิตภายใต้ร่มเงาของมัน: เสียงจากวิจิตรผู้ต้องขังคดีการเมืองต่อรัฐธรรมนูญ 60

ในห้วงก่อนที่จะมีการทำประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีคำถามเดียวว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" เราได้รับข้อความจาก “วิจิตร” (นามสมมติ) ผู้ถูกขังระหว่างอุทธรณ์หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์ข้อความ 10 ข้อความ ช่วงหลังรัฐประหาร 2557 บางส่วนมีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 60 และฝากกำลังใจไปถึงพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรโดยมีรายละเอียดดังนี้

“รัฐธรรมนูญปี 60 คือต้นไม้พิษ ดอกผล และใบก็เป็นพิษต่อสรรพชีวิตภายใต้ร่มเงาของมัน ดังนั้นการที่สังคมโดนครอบงำอยู่ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาทั่วโลก เราจึงต้องต้องขอสนับสนุนกาเห็นชอบให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นของประชาชน และเพื่อประชาชน”
“ขอฝากกำลังใจไปถึงพรรคประชาชน แกนนำ และว่าที่ สส.ของพรรคขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญในการต่อสู้และสร้างรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จทุกประการ ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างนอกจะเป็นอย่างไร นั่นคือการทดสอบความแข็งแกร่งของชาวสีส้มทุกคน ขอให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชนให้สำเร็จทุกประการ ขอฝากส่งกำลังใจไปให้ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกท่าน ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีแรงกายแรงใจไม่มอดดับ เพื่อลูกหลานในอนาคตสืบไปเทอญ”
#นิรโทษกรรมประชาชน #8กุมภากาเห็นชอบ

https://x.com/ThumbRights/status/2018920345147994195




5 สัญญาณ ทุนเทายึดกุมอำนาจรัฐ (State Capture) กำลังเกิดขึ้นในไทย


จับสายลับ
February 2
·
5 สัญญาณ State Capture กำลังเกิดขึ้นในไทย

ภาวะทุนเทายึดกุมอำนาจรัฐ (State Capture) ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็เป็นไปได้ยากมากที่จะแก้ไข เพราะทุนเทาจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตัวเอง บางครั้งอาจไปไกลถึงขนาดก่อรัฐประหารซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ

สำหรับไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาปรากฏสัญญาณที่เด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ว่าทุนเทากำลังเข้ายึดกุมอำนาจรัฐ และกลไกระบบราชการ

ในท้ายที่สุดคนไทยจะไม่เหลืออะไรเลย นอกจากการยอมรับสภาพกลายเป็น Zombie หมดความหวัง หมดแรงฝัน หมดไฟทำงาน เพราะไม่รู้จะเหนื่อยเปล่าหรือต่อสู้ไปทำไม นี่คือ 5 สัญญาณ

1.ระบบตรวจสอบถ่วงดุลถูกด้อยค่าและทำลายอย่างเป็นระบบ

ทุนเทาเกลียดการตรวจสอบ เกลียดระบบ Check and Balance จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ทั้งการขู่ฟ้องปิดปาก (SLAPP) การใส่ร้ายป้ายสี การโจมตีที่ตัวบุคคล การผลักคนอื่นไปอยู่อีกฝั่งโดยอ้างว่าไม่รักชาติ

ความพยายามดังกล่าวมีกลไกและหน่วยงานที่เป็นองคาพยพเข้ามาเป็นแนวร่วม สะท้อนว่าไม่มีใครสามารถแยกออกระหว่าง “ผลประโยชน์แห่งชาติ” กับผลประโยชน์ทางการเมืองอีกต่อไป

2.ระบบยุติธรรมถูกบงการและมีใบสั่ง
กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเลือกปฏิบัติ

ทุนเทาโตได้เพราะมันไม่กลัวตำรวจ ไม่กลัวศาล ไม่กลัวระบบราชการ มันกลัวแค่อย่างเดียว คือรัฐบาลที่เอาจริง

แต่ถ้าเราเห็นสภาพว่า คดีใหญ่เงียบ คนผิดรอด บริษัทที่ไร้ความรับผิดชอบยังรับงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ แต่ในทางตรงข้าม คนเปิดโปงคดีทุจริตถูกเล่นงาน ถูกขู่ฟ้อง ถูกกลั่นแกล้ง การบังคับใช้กฎหมายขึ้นกับว่า “ใช้กับใคร”

นี่คือ State Capture ในทางปฏิบัติ กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือผดุงความยุติธรรมอีกต่อไป แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจ และอำนาจดังกล่าวก็ถูกบงการและขับเคลื่อนด้วยทุนเทา ผ่านเงินเทาจำนวนมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ทั้งระบบ

3.พรรคการเมืองกลายเป็นนอมินีของทุนเทา

ทุนเทาเปลี่ยนจากจ่ายส่วย เป็นซื้อระบบ ยุคก่อนทุนเทาแค่จ่ายส่วยให้ผ่านด่าน แต่ยุคนี้ทุนเทา “ซื้อทั้งจังหวัด” และเริ่ม “ซื้อพรรค หรือสร้างพรรค”

เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำมาหากิน แต่คือควบคุม 4 อย่าง ได้แก่ นโยบาย งบประมาณ ตำแหน่งรัฐมนตรี และการบังคับใช้กฎหมาย

วันที่ทุนเทามีอำนาจรัฐ คือวันที่ทุนเทาไม่ต้องหลบอีกต่อไป

เหมือนที่คลิปเสียงท่อนหนึ่งพูดว่า “ถ้าเราเป็นผู้แทนและเป็นรัฐมนตรีด้วยก็ยิ่งโก้ไปใหญ่เลย เราก็จะได้ทุกอย่างตามที่เราคิด”

แต่คำถามที่ต้องตอบให้ได้ คือ ประชาชนอยู่ตรงไหนของสมการนี้ หรือเป็นแค่นอมินีให้ทุนเทนเข้ายึดกุมอำนาจรัฐ

4.เศรษฐกิจพัง SMEs ย่อยยับ คนทำงานสุจริตไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป

นี่ไม่ใช่ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก และยิ่งไม่ใช่ยุคปลาเร็วกินปลาช้า แต่มันคือยุคปลาโกงกินปลาทั้งหมดในบ่อ แบบไม่เหลือไว้เพาะพันธุ์

แม้ว่าท่านจะตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริต ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทุนเทาก็จะพยายามเข้าไปหาท่านอยู่ดี เพราะเงินเทาไหลเวียนไปทุกเส้นเลือดของสังคมนี้

ประเทศดูเหมือนโต แต่คนไทยจนลง เมืองดูเหมือนคึกคัก แต่ SME ล้มทั้งแผง

ทุนเทาชนะเพราะมันมีเงินดำ มันไม่แข่งด้วยประสิทธิภาพ แต่มัน “ทุบตลาด” ทุบราคา ทุบธุรกิจไทย ทุบแรงงานไทย แล้วคุมเมืองด้วยการกว้านอสังหา ฟอกเงิน และตั้งรัฐซ้อนรัฐ

เศรษฐกิจไม่ใช่ระบบการแข่งขันอีกต่อไป แต่กลายเป็นรางวัลของ “อาชญากรรมที่ถูกทำให้ถูกกฎหมาย” โดยมีพรรคทุนเทาคอยอุปถัมภ์ปกป้อง ขณะที่ประชาชนถูกทำให้จนลงและเชื่อง

5. ชายแดนถูกใช้เป็นหมากทางการเมือง แต่ทุนเทาเดินเกมเงียบ

สัญญาณที่อันตรายคือ สังคมถูกดึงไปเถียงเรื่องที่ทำให้แตกฝ่ายง่ายอย่างประเด็นการสู้รบชายแดนและชาตินิยม ขณะที่ทุนเทาเดินเกมของจริง ยึดเอกสาร ยึดธุรกิจ ยึดพื้นที่ ยึดนโยบาย ถ้าคนทั้งประเทศโฟกัสผิดจุดนานพอ สุดท้ายเราจะตื่นขึ้นมาในประเทศที่ถูกทุนเทายึดไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

ชาตินิยมคือเครื่องมือที่ระบอบฮุน เซน ใช้ในการควบคุมชาวเขมร แต่น่าประหลาดใจที่ตอนนี้เรากำลังถูกปั่นหัวด้วยวิธีการเดียวกันโดยไม่รู้ตัว หรือว่านี่คือ Know-How ของทุนเทา?

ทั้ง ๆ ที่ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือทุนเทาที่อยู่ในประเทศ มันใช้โอกาสนี้ในการหว่านเงินเพื่อซื้อเสียง และพยายามกลับเข้ายึดกุมประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ

เสียงของทุกท่านเท่านั้นที่จะช่วยประเทศจากการถูกทุนเทาเข้ายึดกุมอำนาจรัฐ State Capture ได้

อย่าเลือกพรรคทุนเทา
ร่วมกันสร้างฉันทามติปราบทุนเทา
โดดเดี่ยวพรรคการเมืองเทา
ตัดทุนเทาออกจากวงจรอำนาจ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122187058790449251&set=a.122121612692449251




อันนี้ทหารด่ารัฐบาลอนุทินป่ะ บอกการปะทะล่าสุดเกิดจากฝ่ายการเมือง ทหารไม่อยากรบเลย สัญญาการเมืองไทยตอนนี้เดายากจริงๆ 🤔





 https://x.com/PPk0059/status/2018955354047132068




ข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก รัฐสภานอร์เวย์ โหวตเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ระบอบกษัตริย์เป็นระบอบสาธารณรัฐ ผลคือ รัฐสภานอร์เวย์ปฏิเสธที่จะเปลี่ยนจากระบอบกษัตริย์เป็นระบอบสาธารณรัฐ ด้วยคะแนนท่วมท้น 141 ต่อ 26


CatDumb 
11 hours ago
·
เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกเลยครับ
สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า รัฐสภาของนอร์เวย์ เพิ่งจะมีมติ "ไม่เห็นชอบ" อย่างท่วมท้น ว่าจะไม่ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ และเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่รูปแบบสาธารณรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
คือก่อนจะไปเล่าถึงเรื่องการโหวต ต้องเล่าที่มาที่ไปของการยื่นญัตตินี้ก่อนฮะ
ในประเทศนอร์เวย์นั้น ทุก ๆ 2-3 ปี รัฐสภาจะมีการเสนอญัตติเพื่อโหวตยกเลิกสถาบันกษัตริย์ และเปลี่ยนไปเป็นระบอบสาธารณรัฐอยู่เป็นประจำ เริ่มมาตั้งแต่ปี 1973 แล้วฮะ
ซึ่งครั้งล่าสุดเนี่ย มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้มากที่สุด
หลัก ๆ คือมาจากข่าวฉาวของสมาชิกราชวงศ์หลายเรื่องเลยฮะ ทั้งเรื่องความเชื่อมโยงกับ Epstein และการโดนคดีอาญาในข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกาย
แต่ทว่าจากผลโหวตที่ออกมาเมื่อวันอังคารที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ผลก็คือ "ไม่เห็นชอบ" ด้วยคะแนน 141 ต่อ 26 เสียง
โดยฝ่ายที่ลงมติไม่เห็นชอบที่จะยกเลิกสถาบันกษัตริย์มองว่าสถาบันช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศมาอย่างยาวนานนับร้อยปีแล้ว รวมไปถึงวางตัวเป็นกลางและแยกตัวออกจากการขัดแย้งทางการเมือง เห็นควรว่าจะต้องดำรงอยู่ต่อไป
ในขณะที่ฝ่ายที่ลงมติเห็นชอบให้ยกเลิกก็มองว่าในสังคมของประชาธิปไตย กับระบอบกษัตริย์นั้นมันมีความไม่สัมพันธ์กัน และมองว่าผู้นำประเทศควรมาจากการเลือกตั้งมากกว่า
อย่างไรก็ตามครับ จากการเสนอญัตติ และการลงคะแนนโหวตเห็นด้วยในญัตติให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์นี้ ไม่มีพรรคการเมืองไหนโดนยุบพรรค หรือนักการเมืองคนไหนตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรือโดนดำเนินคดีแต่อย่างใดครับ
#เหมียวหง่าว

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1381594183769567&set=a.710601544202171






 

เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ อดีตภรรยาของบิล เกตส์ ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วหลังมีข้อมูลว่าอดีตสามีตัวเอง Bill Gates ไปโผล่ในรายชื่อ Epstein "“ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนควรมาเจอสถานการณ์แบบนี้เพราะนายเอปสตีน นี่มันน่าสลดใจเกินบรรยาย" เธอหวังว่าเหยื่อของเอปสไตน์จะได้รับความยุติธรรม


Melinda French Gates says ex-husband Bill Gates must 'answer to' Epstein files claims

MS Now

Feb 4, 2026 

Billionaire philanthropist Melinda French Gates told NPR's "Wild Card" podcast the release of the Epstein files has reopened "painful times" in her marriage to ex-husband Bill Gates. Rachel Martin, the host of that podcast, and former federal prosecutor Kristy Greenberg join Chris Jansing to discuss more about the conversation.

https://www.youtube.com/watch?v=P8JVJBsiTCI








L O L A
@lolitascak3
·13h

Melinda Gates ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วหลังมีข้อมูลว่าอดีตสามีตัวเอง Bill Gates ไปโผล่ในรายชื่อ Epstein นอนกับสาวรัสเซียจนติดโรคแล้วพยายามแอบเอายาปฏิชีวนะให้เธอกินโดยที่เธอไม่รู้ตัวเพื่อปกปิดเรื่อง

“ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนควรมาเจอสถานการณ์แบบนี้เพราะนายเอปสตีน นี่มันน่าสลดใจเกินบรรยาย

ฉันจำได้ตอนอายุเท่าเด็กสาวพวกนั้น จำลูกสาวตัวเองตอนอายุเท่านั้นได้ นี่มันทำใจได้ยากมาก ทุกครั้งที่มีรายละเอียดเรื่องนี้ผุดขึ้นมา มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่เจ็บปวดแสนสาหัสในชีวิตคู่ (กับ Bill Gates) แต่ฉันก้าวข้ามจุดนั้นมาแล้ว ฉันตัดสินใจทิ้งมันไว้ข้างหลังและมูฟออน

ตอนนี้ชีวิตฉันอยู่ในจุดที่สวยงาม คำถามอะไรก็ตามที่ยังติดค้างอยู่ ฉันไม่สามารถเริ่มต้นที่จะรู้ได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ คำถามพวกนั้น อดีตสามีของฉันและคนพวกนั้นสิที่ต้องตอบคำถาม”

นักข่าวถามต่อว่าแล้วความรู้สึกหลักของคุณคืออะไรตอนอ่านเรื่องพวกนี้

“มันคือความเศร้า เศร้าอย่างที่สุด ฉันอดมองไปที่เด็กสาวพวกนั้นแล้วตั้งคำถามว่า พระเจ้า เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นกับเด็กสาวพวกนั้นได้ยังไง มันคือความเศร้า ฉันต้องเดินออกมาจากชีวิตคู่ มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องการและรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำ และต้องออกมาจากมูลนิธิ (Bill & Melinda Gates Foundation) มันน่าเศร้า

สำหรับฉัน ฉันสามารถมูฟออนได้แล้ว ฉันหวังว่าจะมีความยุติธรรมสำหรับผู้หญิงพวกนั้น เราเห็นพวกเธอออกมาพูดออกไมค์ที่ดีซี สิ่งที่พวกเธอเจอมันเกินกว่าจะจินตนาการได้”

https://x.com/lolitascak3/status/2018936828469067961