วันศุกร์, เมษายน 10, 2569

50 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เผด็จการบ้าคลั่งฆ่านักศึกษาและประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ หลังการก่ออาชญากรรมนองเลือด 15 วัน เผด็จการสงัด ชลออยู่ ประกาศแก้ไขมาตรา 112 เผด็จการมือเปื้อนเลือดแก้ไขมาตรา 112 ได้ พวกเราก็ยกเลิกมันได้



Krisadang-Pawadee Nutcharus
13 hours ago
·
50 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เผด็จการบ้าคลั่งฆ่านักศึกษาและประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
หลังการก่ออาชญากรรมนองเลือด 15 วัน
เผด็จการสงัด ชลออยู่ ประกาศแก้ไขมาตรา 112
วันนี้เพื่อผู้เสียสละในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเพื่ออนาคตของประเทศไทย เราจะร่วมกันยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1. โดยเสียงของพวกเราเอง
มาตรา 112 ต้องมีโทษเท่าเดิม คือไม่เกิน 7 ปี
เผด็จการมือเปื้อนเลือดแก้ไขมาตรา 112 ได้ พวกเราก็ยกเลิกมันได้




https://www.facebook.com/krisadangpawadee.nutcharus/posts/26827227963547896




ปปช. เห็นว่า 44 สส.พรรคก้าวไกลที่ยื่นแก้ มาตรา 112 มุ่งจะล้มเจ้า ล้มสถาบันกษัตริย์ (เลว ! ที่ระยำไม่แพ้กันคือ บรรดานักการเมืองก็ล้วนเป็นพวกไม่มีกระดูสันหลัง ตอแหล หน้าด้านไร้ยางอาย และอีกความแย่คือ ประชาชนไทยเอง ไม่น้อยก็โง่ซ้ำซากยอมให้บรรดานักการเมืองเหยียบกระโหลกขึ้นสู่อำนาจเพื่อกัดกินเลือดเนื้อชีวิตตัวเอง)


Thanapol Eawsakul
10 hours ago
·
ไม่ต้องอ้อมค้อมครับ
ปปช. เห็นว่า 44 สส.พรรคก้าวไกลที่ยื่นแก้ มาตรา 112มุ่งจะล้มเจ้า ล้มสถาบันกษัตริย์

"...การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่าง..."
.
....

ดังนั้นต้องเสนอให้ศาลฎีกา
ประหารชีวิตทางการเมือง

โดยการตัดสิทธิ์ สมัครเลือกตั้ง สส.ตลอดชีวิต

ถ้าผิดจริงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ก็จะไม่มีที่ทางให้กับ 44 สส.พรรคก้าวไกล

https://www.facebook.com/share/p/1CobpkVqkA/
.....


Thorn Sasivimolkul
9 hours ago
·
เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนาทำลายสถาบัน-ล้มล้างการปกครอง

คำร้องของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ผู้ร้องที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569

โดยกล่าวหา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวกรวม44คน ผู้คัดค้าน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ผู้คัดค้านทั้ง 44 จึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกลว่า ระหว่างวันที่ 10 ก.พ.-20 มี.ค.2566 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน ขณะที่ผู้คัดค้านทั้ง44ดำรงตำแหน่ง สส.ได้กระทำการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ ร่วมกันเสนอ พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ให้มีบทบัญญัติที่เป็นการลดทอน สถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ แม้ว่าการกระทำ ดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ พรบ.ที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้ กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย

ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ยังคงยืนยันจะเสนอ พรบ.ดังกล่าว การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง 44 จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยการไม่ยึดมั่นเเละธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายเเรง

ขอให้ศาลฎีกา ได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3,7,17,19 เเละที่ 23,24,26,34,35,38 หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง จนกว่าจะมีคำพิพากษา

ให้ผู้คัดค้านที่ 3,7,17,19 เเละที่ 23,24,26,34,35,38 พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 และห้ามมิให้ผู้คัดค้านทั้ง44ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองตลอดไป และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง44มีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560มาตรา 235 ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561มาตรา 87 และมาตรฐาน ทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561ข้อ 5,6,17ประกอบข้อ 3และข้อ 27

โดยศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ต่อไป

https://www.thaipost.net/politics-news/977816/...

https://www.facebook.com/photo/?fbid=26816462157948552&set=a.306162686071860
...

Jom Petchpradab 
6 hours ago
·
ความเลวร้าย ระยำ ขององค์กรอิสระทั้งหลายที่ทำการยึดอำนาจประชาชน รัฐประหารประเทศอย่างต่อเนื่องมายาวนาน ความล่มจม ล่มสลายของการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยที่ถูดตัด ถูกเซาะ ถูกทำลายด้วยองค์กรอิสระที่เลวระยำแบบนี้ อย่าได้หวังหรือคิดเลยว่า ประเทศไทยจะเป็นดินแดนศิวิไรซ์ หรือยืนหน้าประเทศอื่นได้ หากยังอยู่กับความหลอกลวงตอแหลแบบนี้
ที่ระยำไม่แพ้กันคือ บรรดานักการเมืองก็ล้วนเป็นพวกไม่มีกระดูสันหลัง หลอกลวงตอแหล หน้าด้านไร้ยางอาย
และอีกความแย่ระยำจากต้นเหตุคือ ประชาชนไทยเอง จำนวนไม่น้อยก็โง่ซ้ำซากนอมเอาชีวิตร่างกายที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกให้บรรดานักการเมืองเหยียบกระโหลกขึ้นสู่อำนาจเพื่อกัดกินเลือดเนื้อและชีวิตของตัวเองอยู่ต่อไป
วงจรอุบาว์และวัฐจักรอันชั่วร้ายนี้จะยังอยู่กับประเทศไทยและคนไทยต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน





คนเชียงใหม่ไม่ทนรวมตัวสู้ฝุ่นหน้าสามกษัตริย์ จี้รัฐเร่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก่อนคนเหนือจะตายกันหมด

https://www.facebook.com/lanner2022/posts/974693955315348

Lanner 
9 hours ago
·
คนเชียงใหม่ไม่ทนรวมตัวสู้ฝุ่นหน้าสามกษัตริย์ จี้รัฐเร่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก่อนคนเหนือจะตายกันหมด

9 เมษายน 2569 ประชาชนเชียงใหม่รวมตัวกันที่ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนสถานการณ์ฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในกิจกรรม มีการจัดวางป้ายข้อความเพื่อสื่อสารถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ควบคู่กับการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด รวมถึงการอ่านเนื้อหากฎหมายต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ เพื่อย้ำข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ

ขณะเดียวกัน มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ชุด ‘ลาบปอดหมู ถวายสามกษัตริย์’ และการแสดง Performance เพื่อถ่ายทอดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่เปรียบเสมือนการ ‘ย่างปอด’ ของผู้คนในชีวิตประจำวัน สะท้อนความรุนแรงของปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มุ่งส่งเสียงไปยังรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบาย ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด การจัดการต้นเหตุของการเผาทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน รวมถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง มากกว่าการใช้มาตรการระยะสั้น เช่น การฉีดน้ำหรือแจกหน้ากาก

ผู้จัดกิจกรรมย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่อากาศดีในเชิงอุดมคติ แต่เป็นอากาศที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการหายใจ พร้อมชี้ว่าปัญหาฝุ่นควันที่เกิดซ้ำซากกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในระดับนโยบาย

ทั้งนี้ การรวมตัวดังกล่าวไม่เพียงเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หากยังตอกย้ำข้อเรียกร้องสำคัญว่า ‘อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน’ ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นพิษที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย
อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่ https://www.lannernews.com/09042569-01/


































ชำแหละรัฐบาลอนุทิน 5 คลัสเตอร์ ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ


รัฐบาลอนุทินแบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์ ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ

พรรคประชาชน - People's Party

Apr 9, 2026

ณัฐพงษ์กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่ได้มาจากคณะรัฐประหาร เพราะสามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งสภาบน สภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ เรียกได้ว่าแบ่งการบูรณาการออกเป็น 5 คลัสเตอร์ของกลุ่มอำนาจที่เกิดจากการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน และแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์กันได้อย่างลงตัว 5 คลัสเตอร์นั้นประกอบไปด้วย 1) มุ้งการเมืองต่างๆ ที่อดีตเคยสังกัดอยู่พรรคการเมืองอื่น 2) พรรคการเมืองอันดับสองที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ 3) บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน 4) บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระอื่นๆ ที่อาจได้รับการแต่งตั้งมาจากพวกเขาเหล่านั้น เป็นไพ่โจ๊กเกอร์ที่รัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทยจะหยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ 5) บรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาล คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่นๆ ว่าขอให้มาอยู่ฝั่งนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด การบริหารราชการแผ่นดินโดยออกเป็นกลุ่ม 5 คลัสเตอร์นี้ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการ การจัดตั้งรัฐบาลนี้เมื่อเริ่มต้นจากดีลของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายทั้ง 23 ข้อจบแล้ว ยังคงรู้สึกว่าประเทศไทยไม่ได้กำลังจะมีอนาคต ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายภาพรวมของนโยบายและที่มาของรัฐบาลอนุทิน 9 เมษายน 2569

https://www.youtube.com/watch?v=-BTnLhYr_nw



พรรคประชาชน - People's Party
is with ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - Natthaphong Ruengpanyawut.
14 hours ago
·
ชำแหละรัฐบาลอนุทินแบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์ ทั้งหมดนี้ ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ
.
รัฐบาลชุดนี้สามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งสภาบน สภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ แบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์ของกลุ่มอำนาจที่เกิดจากการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน และแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์กันได้อย่างลงตัว
.
5 คลัสเตอร์นั้นประกอบไปด้วย
.
คลัสเตอร์ที่ 1. มุ้งการเมืองต่างๆ
.
มุ้งการเมืองเหล่านี้ ในอดีตเคยสังกัดอยู่พรรคการเมืองอื่น และการเลือกตั้งพรรคที่ผ่านมาย้ายมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฎเด่นชัดว่าพรรคภูมิใจในฐานะพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ที่ไม่ได้หมายถึงจำนวน สส. มากที่สุด แต่เป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งที่ สส. ย้ายพรรคแล้วชนะการเลือกตั้งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
.
คลัสเตอร์ที่ 2. พรรคการเมืองอันดับสองที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้
.
ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มบาทปากว่ายอมขายวิญญาณตัวเอง เพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับพรรคภูมิใจไทยได้ สมมติว่าวันหนึ่งพรรคการเมืองอันดับสองนั้นขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยไม่ต้องมีข้อกังวลใจใดทั้งสิ้น สามารถที่จะสลับดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันที ก็ยังคงเป็นเสียงเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรได้
.
คลัสเตอร์ที่ 3. บรรดาพรรครวมรัฐบาลอื่นๆ ที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
.
ดุลอำนาจสำคัญที่ได้ทำลายล้างอำนาจต่อรองของพรรคการเมืองอันดับสองในพรรคร่วมรัฐบาลไปอย่างสิ้นเชิง มีจำนวนเสียงในการร่วมรัฐบาลอยู่กว่า 20 เสียง เพราะถ้าขาดเสียงเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ดึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลสลับได้ตลอดเวลาเช่นนี้
.
คลัสเตอร์ที่ 4. ไพ่โจ๊กเกอร์ บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือองค์กรอิสระอื่นๆ
.
กลุ่มนี้อาจได้รับการแต่งตั้งมาจากพวกเขาเหล่านั้น เป็นไพ่โจ๊กเกอร์ที่รัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทยจะหยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ ใช้คุมเกมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามที่อยากเห็น หรือใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามแบบที่พวกตนกำลังโดนอยู่ในส่วนของคดี 44 สส. หรือใช้ปกป้องพวกพ้องตนเอง เช่น ในกรณีที่ กกต. พึ่งรับรองผลการเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งที่ยังมีข้อกล่าวหาอยู่เต็มกระดาน ฯลฯ
.
คลัสเตอร์ที่ 5. บรรดากลุ่มคนในประเทศนี้ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้อยู่ต่อไป
.
กลุ่มนี้มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาล คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่นๆ ว่าขอให้มาอยู่ฝั่งนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด คนคนนี้คือคนที่ถือใบอนุญาติที่สอง และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง
.
การบริหารราชการแผ่นดินโดยออกเป็นกลุ่ม 5 คลัสเตอร์นี้ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการ การจัดตั้งรัฐบาลนี้เมื่อเริ่มต้นจากดีลของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายทั้ง 23 ข้อจบแล้ว ยังคงรู้สึกว่าประเทศไทยไม่ได้กำลังจะมีอนาคต
.
วิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้น รัฐบาลที่มีเสถียรภาพและดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นเลย ประชาชนไม่สามารถเชื่อมั่นได้ว่ารัฐบาลจะใช้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศกำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอาเอาเปรียบประชาชน
.
หรือแม้แต่วิกฤติฝุ่น pm 2.5 ขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่ารายที่สองไปแล้ว โดยไม่นับรวมที่สูญเสียต่อเนื่องทุกปี มีประชาชนนับล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น pm 2.5 รัฐบาลที่มั่นคงไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงขึ้นเลย ว่าพร้อมที่จะใช้ทุกกลไกที่มีอยู่ในมือเพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดโดยเร็ว
.
ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่นายกรัฐมนตรีมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใดก็สามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ มันอยู่ที่ความแน่วแน่และความกล้าหาญทางการเมือง
.
นี่คือสิ่งที่ประชาชนกำลังมองหาจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคน สิ่งที่ประชาชนต้องการคือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก วิกฤติที่เกิดขึ้นภายในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดาผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป
.
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
หัวหน้าพรรคประชาชน
อภิปรายภาพรวมของนโยบายและที่มาของรัฐบาลอนุทิน
9 เมษายน 2569

https://www.facebook.com/photo?fbid=122192663714480817&set=a.122093105408480817




หลังนโยบายรัฐบาลหน้าแรกเขียนจะใช้หลักนิติธรรม เลยถูก อภิสิทธิ์ ชี้ไปที่นายกฯ-ครม. ลั่นจะจับตาดู คดีฮั้ว สว. -เขากระโดง







https://x.com/matichonweekly/status/2042161339150499969






 

 

คำแถลงนโยบายรัฐบาล ประชาชนอยู่ตรงไหนของนายกคนนี้ครับ!






 

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ทำเนียบขาวเห็นชอบโพสต์ของนายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายเชห์บาซ ซึ่งขอให้ทรัมป์เลื่อนการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคำขู่ที่จะทำลายอารยธรรมอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ โพสต์ถัดไปของนายชารีฟ ประกาศว่าการหยุดยิง รวมเลบานอนด้วย







https://x.com/ewong/status/2042224453300424843


 



 

สงครามในเลบานอนยังไม่จบลง การโจมตียังคงดำเนินต่อไป ครอบครัวต่าง ๆ กำลังพากันหลบหนี ผู้คนกว่า 1 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น โปรดอย่าหันหน้าหนีเลบานอน








มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,530 ราย และได้รับบาดเจ็บ 4,812 ราย จากการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน โดยยอดผู้เสียชีวิตดังกล่าวรวมถึงเด็กจำนวน 130 คน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน





 

มีการจัดการชุมนุมประท้วงขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เพื่อต่อต้านสงครามในอิหร่านและเลบานอน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งดังกล่าว





https://x.com/AJEnglish/status/2042180721859535208


 

หากทรัมป์ยังคิดจะถล่มอิหร่านด้วยการบุกภาคพื้นดิน ทรัมป์เหลือเวลาไม่มากแล้ว ดูประวัติศาสตร์ - ฤดูหนาวของรัสเซียทำลายล้างนโปเลียนและฮิตเลอร์ สำหรับอิหร่าน ฤดูร้อนต่างหากที่คร่าชีวิต ฤดูร้อนในตะวันออกกลาง โหดร้ายและไร้ความปรานีไ






https://x.com/NewRulesGeo/status/2042272712643748103

🚨🇺🇸🇮🇷 ทรัมป์กำลังหมดเวลาสำหรับการบุกอิหร่านทางบกแล้ว

ประวัติศาสตร์หัวเราะเยาะกองทัพที่ละเลยปฏิทิน ฤดูหนาวของรัสเซียทำลายล้างนโปเลียนและฮิตเลอร์ สำหรับอิหร่าน ฤดูร้อนต่างหากที่คร่าชีวิต

โอกาสอันริบหรี่ของทรัมป์สำหรับการบุกทางบกกำลังจะหมดลง ฤดูร้อนในตะวันออกกลางนั้นโหดร้ายและไร้ความปรานีไม่แพ้กัน จะเปลี่ยนการรุกทางบกใดๆ ให้กลายเป็นหายนะ

🔸 เมษายน: ทหารต้องการเวลาปรับตัว 10-14 วัน นาวิกโยธินที่สวมอุปกรณ์หนักกว่า 50 ปอนด์ มีอุณหภูมิกระเปาะเปียกใกล้ 32°C แล้ว ซึ่งเป็นเกณฑ์บังคับสำหรับการลดกิจกรรมของกองทัพบก

🔸 พฤษภาคม: เกาะชายฝั่งร้อนระอุที่ 42-47°C อ่าวเปอร์เซีย = สภาพแวดล้อมทางทะเลที่ร้อนจัดที่สุดในโลก ทำลายความอดทนตั้งแต่ยังไม่ทันได้เหยียบพื้นดิน

🔸 มิถุนายน: อุณหภูมิอากาศ 52°C, โลหะที่สัมผัสกับอากาศ 71°C, ภายในยานพาหนะ 80°C — อุปกรณ์เสียหาย ทหารร้อนอบอ้าวอยู่ภายในชุดเกราะของตัวเอง

🔸 กรกฎาคม-สิงหาคม: อุณหภูมิกระเปาะเปียกอยู่ที่ 35°C — ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนได้แม้ในที่ร่ม การปฏิบัติการต่อเนื่องเป็นไปไม่ได้ทางสรีรวิทยาหากไม่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมักจะเสียในสภาพอากาศร้อนจัด

🔸 กันยายน: ความร้อนลดลงในที่สุด แต่ความเครียดจากความร้อนหลายเดือนทำให้ยานพาหนะ อาวุธ และทหารเสื่อมสภาพและอ่อนล้า

ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นไป ทางตอนใต้ของอิหร่านกลายเป็นป้อมปราการธรรมชาติ พายุฝุ่นบดบังเซ็นเซอร์ ฝนในฤดูร้อนเป็นศูนย์ + การขาดแคลนน้ำทำให้การขนส่งกลายเป็นนรก และโดรนที่บินต่ำต้องเผชิญกับความโกลาหล แม้แต่ดาวเทียมและ AI ของสหรัฐฯ ก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้เมื่อสนามรบกลายเป็นศัตรู

ดังนั้น ทรัมป์จะเสี่ยงกับสงครามภาคพื้นดินในช่วงฤดูร้อนที่สิ้นหวังหรือไม่? หรือยอมรับไปตรงๆ ว่า—อีกครั้งหนึ่ง—ปฏิทินได้เอาชนะจักรวรรดิไปแล้ว?




อนาคตของประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลังหยุดยิงไม่มั่นคง

https://www.economist.com/briefing/2026/04/08/with-the-ceasefire-looking-shaky-the-gulf-questions-its-future

อนาคตของประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลังหยุดยิงไม่มั่นคง

บทความจาก The Economist เรื่อง "เมื่อการหยุดยิงดูไม่มั่นคง ประเทศในอ่าวเปอร์เซียตั้งคำถามถึงอนาคตของตน" วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งที่เกิดจากความขัดแย้งล่าสุดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน

ตามบทความ แม้ว่าการหยุดยิงสองสัปดาห์ในปัจจุบัน (ที่เจรจากันในเดือนเมษายน 2026) จะคงอยู่ สงครามก็เปลี่ยนแปลงการคำนวณเชิงกลยุทธ์ของรัฐต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซียไปอย่างถาวรแล้ว

หัวข้อหลักและประเด็นสำคัญ:

1. การสิ้นสุดของการรับประกันความมั่นคง

ความขัดแย้งได้เปิดเผยความเปราะบางอย่างยิ่งของระบอบกษัตริย์ในอ่าวเปอร์เซีย แม้จะพึ่งพา "ร่มเงาความมั่นคง" จากสหรัฐอเมริกามานานหลายทศวรรษ สงครามพิสูจน์ให้เห็นว่าอเมริกาไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคได้อีกต่อไป การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของอิหร่าน ควบคู่ไปกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่าความเจริญรุ่งเรืองของอ่าวเปอร์เซียสร้างขึ้นบน "ทรายและกระจกที่เปราะบาง"

2. ช่องแคบฮอร์มุซในฐานะ "ด่านเก็บค่าผ่านทาง"

ประเด็นสำคัญของบทความนี้คือการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอาวุธ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านได้เข้าควบคุมเส้นทางน้ำนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 20% ของโลกไหลผ่าน

"ค่าผ่านทางเตหะราน": อิหร่านได้เสนอแผน 10 ข้อ ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเรือหนึ่งลำสำหรับการผ่านเข้าออก

การเดินเรือแบบเลือกสรร: อิหร่านได้เริ่มใช้ระบบควบคุมการจราจร โดยอนุญาตเฉพาะเรือ "ที่ไม่เป็นศัตรู" (เรือที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล) เท่านั้นที่จะผ่านได้ ซึ่งเป็นการยุติยุค "เสรีภาพในการเดินเรือ" ในภูมิภาคนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การประเมินเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน

บทความนี้เน้นว่าผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งนี้ถูกมองว่ารุนแรงกว่าวิกฤตการณ์ในปี 1973, 1979 และ 2022 รวมกัน

ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: การโจมตีของอิหร่านต่อโรงงานผลิตน้ำมันราสลาฟฟานของกาตาร์และศูนย์กลางการผลิตอื่นๆ ในภูมิภาค ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงอย่างมาก

ความผันผวนของตลาด: ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับ 100-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า "ค่าความเสี่ยง" สำหรับน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจะยังคงสูงต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากภัยคุกคามจากการปิดล้อมครั้งใหม่ยังคงมีอยู่

4. คำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงดู “สั่นคลอน” ประกอบกับการปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง และข้อพิพาทเกี่ยวกับกรอบการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในอิสลามาบัด ประเทศในอ่าวเปอร์เซียจึงกำลังทบทวนอนาคตของตน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าพวกเขากำลังลดการพึ่งพาตะวันตกอย่างสิ้นเชิง และมุ่งสู่กลยุทธ์ “หลายฝ่าย” โดยพยายามเอาใจอิหร่านไปพร้อมๆ กับการกระจายเศรษฐกิจและพันธมิตรด้านความมั่นคง

5. การกระจายความเสี่ยงระดับโลก

นิตยสาร The Economist สรุปว่าสงครามได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่หันเหออกจากพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย ประเทศต่างๆ ในเอเชียและยุโรป เมื่อเห็นว่าอิหร่าน “ปิดก๊อกน้ำ” ได้ง่ายดายเพียงใด จึงมองว่าน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียเป็นภาระความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ ทั่วโลก

ข้อสรุป:

การ “หยุดชั่วคราว” ในการสู้รบไม่ได้ทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาพเดิม ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังเผชิญกับความเป็นจริงใหม่ที่ภูมิศาสตร์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด กลับกลายเป็นคอขวดทางยุทธศาสตร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเตหะรานที่ฮึกเหิมขึ้น ในขณะที่สหรัฐฯ ผู้ปกป้องดั้งเดิม ดูเหมือนจะไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะฟื้นฟูระเบียบเดิมขึ้นมาใหม่

(Google Gemini ช่วยสรุป)



สหรัฐอเมริกาไม่เคยโดดเดี่ยวเท่ากับในปัจจุบัน : Francis Yoshihiro Fukuyama นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ และนักเขียน ที่เป็นที่รู้จักกันดีจากหนังสือในปี 1992 เรื่อง *The End of History and the Last Man* วิจารณ์ Trump's America


Low Trust America

Frankly Fukuyama

Apr 7, 2026

นาโต้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ คุณค่าในการป้องปรามของมันขึ้นอยู่กับความเชื่อที่ว่าสมาชิกจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันหากถูกโจมตี

ในทางตรงกันข้าม มันไม่ใช่พันธสัญญาที่จะสนับสนุนภาคีสนธิสัญญาที่ทำสงครามรุกรานกับบุคคลที่สาม
...

ความไว้วางใจมีความสำคัญต่อการทำงานของทั้งตลาดและการเมืองแบบประชาธิปไตย ท้ายที่สุดแล้วมันขึ้นอยู่กับคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการรักษาสัญญา อเมริกาของทรัมป์ได้ทำลายความไว้วางใจนั้นไปแล้ว พันธมิตรนาโต้รายอื่น ๆ ไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในวิกฤตการณ์ช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบัน เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าการสนับสนุนเช่นนั้นจะได้รับการตอบแทน นี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอนาคตของระเบียบโลก

Trust is critical to the functioning of both markets and democratic politics; it ultimately rests on moral virtues like honesty, reliability, and the ability keep commitments. Trump's America has ruptured that trust; no other NATO allies are willing to help the US in the current crisis in the Straits of Hormuz because they don't believe such support would ever be reciprocated. This is bad news for the future of global order. Frankly Fukuyama is the YouTube channel of Francis Fukuyama, Senior Fellow at Stanford's Freeman Spogli Institute for International Studies. 

https://www.youtube.com/watch?v=nY1Jh1loeLk

.....

กุยามา: สหรัฐอเมริกาไม่เคยโดดเดี่ยวเท่ากับในปัจจุบัน

ไม่มีผู้นำยุโรปคนไหนที่มีสติสัมปชัญญะเชื่อว่า การสนับสนุนอเมริกาในช่องแคบฮอร์มุซในตอนนี้ จะได้รับการตอบแทนจากอเมริกาในยุคทรัมป์ในภายหลัง

ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่สหรัฐอเมริกาได้รับความไว้วางใจจากทั้งมิตรและศัตรูน้อยเท่านี้มาก่อน

ถ้าผมเขียนหนังสือ Trust ใหม่ในวันนี้ ผมจะไม่บรรยายสหรัฐอเมริกาว่าเป็นสังคมที่มีความไว้วางใจสูงอีกต่อไป

ความแตกแยกทางการเมืองได้กลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น: ตอนนี้ชาวอเมริกันมองว่าฝ่ายตรงข้ามของพวกเขามีเจตนาร้ายและไม่ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง และความไม่ไว้วางใจก็แพร่กระจายไปทั่วสังคม 

นาโต้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ คุณค่าในการป้องปรามของมันขึ้นอยู่กับความเชื่อที่ว่าสมาชิกจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันหากถูกโจมตี

ในทางตรงกันข้าม มันไม่ใช่พันธสัญญาที่จะสนับสนุนภาคีสนธิสัญญาที่ทำสงครามรุกรานกับบุคคลที่สาม 

ความไว้วางใจมีความสำคัญในทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะไม่มีผู้บังคับใช้กฎเกณฑ์ระดับโลก ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญที่สุด

นั่นเป็นเหตุผลที่ผมกังวลว่าสงครามอิหร่านและวิกฤตการณ์ฮอร์มุซจะก่อให้เกิดรอยร้าวครั้งใหญ่ในโครงสร้างความมั่นคงของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ


เธรด
https://x.com/Mylovanov/status/2042178176386814355








 

วันพฤหัสบดี, เมษายน 09, 2569

น่าจะเป็นการอภิปรายในสภาฯ ครั้งสุดท้าย ของ สส.แกนนำพรรคประชาชน ๑๐ คน ‘เท่า’ และ ‘เท้ง’ จัดเต็ม ไม่ลดราวาศอกแต่อย่างใด

น่าจะเป็นการอภิปรายในสภาฯ ครั้งสุดท้าย ของ สส.แกนนำพรรคประชาชน ๑๐ คน ช่วงสองสามวันนี้ ก่อนที่ศาลฎีกาฯ จะแถลงรับคำร้องยุบพรรค จาก ปปช. อันเป็นเงื่อนบังคับให้ศาลฯ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องแต่ข้อหาความผิดจากการหาเสียงเสนอแก้ ม.๑๑๒

กระนั้นไม่ได้ทำให้การอภิปรายลดราวาศอกแต่อย่างใด ในวันที่ ๘ เมษา ก่อนที่ ปปช.จะไปยื่นคำร้องวันนี้ (๙ เมษา) เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขึ้นอภิปรายถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตราคาน้ำมัน ว่ามันเป็นระเบิดเวลาใกล้จะกระหึ่มอยู่รอมร่อ

เขาฝากถึงประธานสภาฯ และสมาชิกทุกคนว่า “เรายังพอมีเวลาที่จะปลดชนวนระเบิดเวลาลูกนี้ ก่อนที่มันจะสายไป ผมเองแม้จะไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ก็จะทำหน้าที่นั้นเช่นเดียวกัน” รุ่งขึ้น เลขาฯ ปปช.ก็หอบเอกสารขึ้นรถตู้ไปยื่นต่อศาลฎีกาตามที่สัญญาไว้กับ นักร้อง

ซึ่งบังเอิญเป็นวันเดียวกับการประชุมร่วม ๒ สภา เพื่อฟังคณะรัฐมนตรีใหม่แถลงนโยบาย ๒๓ ข้อ  แถลงเสร็จผู้นำฝ่ายค้านขึ้นแถลงต่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จัดเต็ม ‘Rebuttal’ วิพากษ์ตามสไตล์ประเทศประชาธิปไตยเต็มใบ

เขาสรุปแผนงาน ๕ คลัสเตอร์ของฝ่ายรัฐบาลในสายตาฝ่ายค้านว่า คลัสเตอร์แรก คือการกวาดรวมมุ้งการเมืองต่างๆ ตั้งแต่ บ้านสงขลา ถึงชลบุรี และสุพรรณบุรี ทำให้แม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด แต่ก็ได้ สส.ย้ายพรรคมาเข้าร่วมมากที่สุด

คลัสเตอร์ที่สองเป็นพรรคการเมืองอันดับสองที่ขายวิญญานเพื่อจะได้เข้าร่วมรัฐบาล แล้วสยบสงบเสงี่ยมต่อศูนย์นำราบคาบ เนื่องเพราะเมื่อใดที่หือ หัวหน้ารัฐบาลก็พร้อมที่จะไปดึงบางพรรคฝ่ายค้านที่รอเขากวักมือเรียกไปเป็น ‘Concubine’ ทันที

คลัสเตอร์ที่สามเป็นปลาซิวปลาสร้อยพรรคจิ๊บจ๊อย ๒๐ เสียงคอยจ้อง “ทำลายล้างอำนาจต่อรองพรรคการเมืองอันดับ ๒” เช่นกันกับคลัสเตอร์ที่ห้าที่ เท้ง เรียกว่า “กลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป”

ย้อนไปคลัสเตอร์ที่สี่นี่สำมะคัญยิ่งนัก เป็น “บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้ง” สีน้ำเงินโร่ คือพวก ฮั้ว เข้ามา แล้วขนแต่งตั้งองคาพยพเข้าไปกุมองค์กรอิสระต่างๆ เกิดวลีที่ว่า “กกต.เป็นเสียเอง”

รวมความว่ารัฐบาล อนุทิน ๒.๐ นี้ มีเสถียรภาพมากที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏในรอบหลายทศวรรษ กลับกลายเป็นหมอนรองรับ “กลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศ (ซึ่ง) พยายามจะทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป”

กาลข้างหน้าเราคงไม่ได้ฟังอภิปรายกินใจเช่นนี้อีกว่า “พอได้แล้วกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วกับการเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน”

(https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/EskbCiwK7, https://x.com/sorrayuth9111/status/2041848143688638498 และ https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/aFXJnxG4c)