วันจันทร์, มีนาคม 23, 2569

"การผนวกดินแดนของอิสราเอลภายใต้หน้ากากของสงครามต้องถูกหยุดยั้ง"

 




 

สรุปบทความเรื่อง "การผนวกดินแดนของอิสราเอลภายใต้หน้ากากของสงครามต้องถูกหยุดยั้ง"

"การยึดครองดินแดนเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์อันตราย" ฮุซาม ซอมล็อต กล่าว

ในบทความของเขาสำหรับ The Economist ฮุซาม ซอมล็อต เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหราชอาณาจักร โต้แย้งว่าในขณะที่ความสนใจของโลกมุ่งไปที่ความขัดแย้งที่รุนแรงในฉนวนกาซา อิสราเอลกำลังดำเนินการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์อย่างเป็นระบบและ "ไม่สามารถย้อนกลับได้"

นี่คือบทสรุปของประเด็นสำคัญและข้อโต้แย้งที่กล่าวไว้ในบทความ:

1. การผนวกดินแดนภายใต้ "หมอกแห่งสงคราม"

ซอมล็อตยืนยันว่ารัฐบาลอิสราเอลกำลังใช้ความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศที่มีต่อฉนวนกาซาเป็นฉากบังหน้าเพื่อเร่งการยึดครองดินแดนในเวสต์แบงก์ เขาโต้แย้งว่านี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงของสงคราม แต่เป็นกลยุทธ์หลักที่ตั้งใจทำเพื่อกำจัดความเป็นไปได้ของการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่มีอำนาจอธิปไตย

2. บทบาทของรัฐบาลฝ่ายขวาจัด

ผู้เขียนเน้นย้ำถึงอิทธิพลของรัฐมนตรีหัวรุนแรงในคณะรัฐมนตรีของเบนจามิน เนทันยาฮู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบซาเลล สโมทริช และ อิตามาร์ เบน-กวีร์ เขาชี้ให้เห็นว่าอำนาจการบริหารเหนือเวสต์แบงก์ได้ถูกถ่ายโอนจากกองทัพไปสู่การควบคุมของพลเรือนภายใต้การนำของสโมทริช ซึ่งซอมล็อตอธิบายว่าเป็น "การผนวกดินแดนโดยชอบด้วยกฎหมาย" (de jure)

3. การเพิ่มขึ้นของความรุนแรงและการพลัดถิ่น

ซอมล็อตอธิบายถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากผู้ตั้งถิ่นฐานต่อชุมชนชาวปาเลสไตน์ ซึ่งมักได้รับการสนับสนุนหรือเพิกเฉยจากกองทัพอิสราเอล เขาอธิบายรายละเอียดว่า:

ชุมชนขนาดเล็กที่เปราะบางกำลังถูกบังคับให้พลัดถิ่นจากดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขา

การขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายกำลังถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การเคลื่อนไหวของชาวปาเลสไตน์ถูกจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยด่านตรวจใหม่และสิ่งกีดขวางด้าน "ความปลอดภัย"

4. การลบล้างแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

หัวใจสำคัญของข้อโต้แย้งของซอมล็อตคือ การยึดครองดินแดนเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง "ข้อเท็จจริงบนพื้นดิน" ที่ทำให้แนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐเป็นไปไม่ได้ในทางกายภาพ การแบ่งเขตเวสต์แบงก์ออกเป็นพื้นที่ปิดล้อมที่แยกจากกันนั้น กำลังทำลายความสมบูรณ์ทางภูมิศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับรัฐปาเลสไตน์

5. การเรียกร้องให้มีการแทรกแซงจากนานาชาติ

ซอมล็อตวิพากษ์วิจารณ์ประชาคมระหว่างประเทศที่ "พูดจาเอาใจ" เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ แต่ล้มเหลวในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อต่อต้านการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐาน เขาเรียกร้องให้:

การคว่ำบาตร: ขยายขอบเขตจากการคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานรายบุคคลไปสู่การคว่ำบาตรสถาบันและหน่วยงานรัฐบาลที่ผลักดันการผนวกดินแดน

ความรับผิดชอบทางกฎหมาย: สนับสนุนกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ (เช่น ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศและศาลอาญาระหว่างประเทศ)

การรับรอง: การรับรองรัฐปาเลสไตน์โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขจากมหาอำนาจตะวันตก เพื่อต่อต้านการลบเลือนดินแดนของปาเลสไตน์

บทสรุป

บทความนี้สรุปด้วยคำเตือนว่า หากโลกยังคงเพิกเฉยต่อ "การผนวกดินแดนอย่างเงียบๆ" ของเวสต์แบงก์ โอกาสที่จะเกิดสันติภาพจะสูญหายไปอย่างถาวร เหลือไว้เพียงความเป็นจริงของการแบ่งแยกสีผิวและความไม่มั่นคงอย่างถาวร เขาให้เหตุผลว่าการหยุดยั้งการยึดครองดินแดนมีความเร่งด่วนพอๆ กับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา


สุภาพ นุ่มนวล แต่เชือดนิ่มๆ "ฉันรู้ว่าลูกชายของคุณเติบโตขึ้นมาเป็นสุภาพบุรุษที่สูงใหญ่มาก พอได้เจอคุณนะโดนัลด์ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาได้รับสิ่งนั้นมาจากพ่อแม่นั่นเอง" (ทรัมป์คงไม่รู้ว่ากำลังถูกด่า)

วุ้นแปลภาษา
March 20
·
ฉันรู้ว่าลูกชายของคุณเติบโตขึ้นมาเป็นสุภาพบุรุษที่สูงใหญ่มาก พอได้เจอคุณนะโดนัลด์ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาได้รับสิ่งนั้นมาจากพ่อแม่นั่นเอง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1400940415399255&set=a.459529096207063
...

Thapanun Sribandit
คำด่าแบบคนเกียวโตขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพ นุ่มนวล แต่เชือดนิ่มๆ (Kyoto-ben) มักเป็นการพูดอ้อมๆ เหน็บแนม หรือประชดประชันเพื่อให้คู่สนทนากลับไปคิดเอง เช่น "เก่งจังเลยนะ" (แปลว่า ยุ่งไม่เข้าเรื่อง), "คึกคักดีจัง" (แปลว่า หนวกหู), หรือถามเรื่องเวลากลับเพื่อไล่ทางอ้อม

Waragorn Jane Phaephon
อวยพรวันเกิดแต่ดันพูดถึงกายภาพ โดยเฉพาะเรื่องความสูง ทั้ง ๆ ที่ มีเรื่องง่าย ๆ ให้พูดถึงเยอะแยะ ชมฐานะ ชมจรรยามารยาทได้ แต่ดันพูดเรื่อง " ตัวสูงได้พ่อ "
คืองี้นะคะ มีหนึ่งภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่า
" อุโดะ โนะ ไทโบคุ 独活の大木 "
เป็นการอุปมาถึงคนที่มี " รูปร่างสูงใหญ่แต่ไร้ประโยชน์ " เหมือนต้น อุโดะ (สมุนไพรวงศ์ผักชี ) ที่โตเร็วสูงใหญ่ แต่กิ่งก้านอ่อนแอใช้สอยไม่ได้
ประโยคที่นางซานาเอะพูดเลยคือ
明日はご子息、バロン・トランプ氏の誕生日ですね。すっかり背が高く、立派でカッコいい紳士に成長されたと聞いています。間違いなくご両親に似たんだと思います
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของบารอน ทรัมป์ ลูกชายของคุณสินะคะ ได้ยินว่าตอนนี้เขาโตขึ้นมาก กลายเป็นสุภาพบุรุษที่สูง สง่า ดูดีมากเชียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงได้ความหน้าตาดีมาจากคุณพ่อคุณแม่แน่ๆ
จุดสังเกตุหนึ่งคือ เรียก ลูกชายว่า โกะชิโซคุ ご子息 เรียกลูกคนอื่นแบบสุภาพมากกกทั้งที่บริบทไม่จำเป็น ชมว่าหน้าตาดีงั้นได้พ่อแม่งั้นงี้
เวลาคนญี่ปุ่นคุยด้วยหรือชมแบบสุภาพเกินเบอร์ มันเหมือน ฮินิคุ 皮肉 ค่ะ
ฮินิคุคือการเสียดสีในรูปแบบการชมเชย
เช่น "เก่งจังเลย" แต่ไม่ได้หมายความแบบนั้นอ่ะ แปลตรง ๆ คือ ยังไม่ดีพอด้วยซ้ำ เป็นการชมแบบมี "แต่" เพื่อการเปรียบเทียบหรือชมเชยในเรื่องที่ไม่ควรชม เพื่อให้รู้ตัวว่าทำผิดพลาด
อย่าเชื่อใจเวลาโดนญี่ปุ่นชม !!!





https://x.com/RT_com/status/2034777313720570016


 

"ในอิหร่าน อนาคตของสงครามกำลังปรากฏให้เห็น" เขียนโดย Fareed Zakaria






บทความแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ Washington Post เรื่อง "ในอิหร่าน อนาคตของสงครามกำลังปรากฏให้เห็น" เขียนโดย Fareed Zakaria และตีพิมพ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางในปัจจุบันได้เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในลักษณะของสงครามสมัยใหม่

ตามบทความ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการมาถึงของ "ยุคแห่งมวลชนที่แม่นยำ" ต่อไปนี้คือประเด็นหลักและข้อคิดเห็นจากบทความ:

1. "คณิตศาสตร์แห่งความขัดแย้ง"

Zakaria เน้นย้ำถึงความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในสงครามสมัยใหม่ ในช่วงแปดวันที่ผ่านมา กองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ปล่อยโดรนกว่า 1,400 ลำ และขีปนาวุธ 246 ลูก

ความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุน: โดรนประเภท Shahed มีราคาประมาณ 35,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot เพียงลูกเดียวที่ใช้หยุดมันมีราคาประมาณ 4 ล้านดอลลาร์

การทำลายล้างผ่านการป้องกัน: แม้แต่การป้องกันที่ "ประสบความสำเร็จ" ก็อาจทำให้ประเทศล้มละลายได้ ผู้โจมตีที่ใช้เงินหลายพันดอลลาร์สามารถบังคับให้ผู้ป้องกันต้องใช้เงินหลายล้านดอลลาร์ ทำให้การป้องกันกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำลายล้าง

2. การผลิตจำนวนมากอย่างแม่นยำเทียบกับแพลตฟอร์มที่ประณีต

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่สงครามความแม่นยำเป็นเรื่องของประเทศร่ำรวยที่มีแพลตฟอร์ม "ที่ประณีต" เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนและขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ปัจจุบัน ความแม่นยำกำลังถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากโดยใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์

บทความนี้อ้างถึงไมเคิล ฮอโรวิตซ์และลอเรน คาห์นจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยระบุว่า "การผลิตจำนวนมากอย่างแม่นยำ" จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสงครามเช่นเดียวกับปืนกลหรือรถถัง

โครงการ Replicator: สหรัฐฯ กำลังพยายามไล่ตามให้ทันผ่านโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น "Replicator" โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบที่มี "ขนาดเล็ก ฉลาด ราคาถูก และมีจำนวนมาก"

เรียนรู้จากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร: ที่น่าสนใจคือ สหรัฐฯ ได้นำ LUCAS ซึ่งเป็นโดรนราคาประหยัดที่จำลองมาจาก Shahed-136 ของอิหร่านมาใช้งาน แสดงให้เห็นว่าแม้แต่กองทัพที่ทันสมัยที่สุดในโลกก็ยังเรียนรู้จากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร

3. สถาปัตยกรรมทางการทหารแบบใหม่

การปฏิวัติไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโดรนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของระบบนิเวศดิจิทัลแบบบูรณาการ:

ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล: สงครามกำลังกลายเป็นความพยายามที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ การกำหนดเป้าหมายด้วยปัญญาประดิษฐ์และการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วกว่าที่ศัตรูที่เป็นมนุษย์จะเทียบได้

ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล: สงครามกำลังกลายเป็นความพยายามที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ การกำหนดเป้าหมายด้วยปัญญาประดิษฐ์และการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ช่วยให้การตัดสินใจเร็วกว่าที่ศัตรูที่เป็นมนุษย์จะเทียบได้

ข้อมูลข่าวกรองในสนามรบ: ยูเครนถูกอ้างถึงว่าเป็นแหล่งข้อมูลหลัก โดยได้รวบรวมภาพถ่ายที่มีคำอธิบายประกอบนับล้านภาพจากเที่ยวบินนับหมื่นๆ เที่ยวบิน ทำให้เกิด "ชุดข้อมูลสนามรบที่ไม่เหมือนใคร"

4. ผลกระทบในวงกว้าง

ซาคาเรียเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเสถียรภาพโลก:

การทำให้ความรุนแรงเป็นประชาธิปไตย: เนื่องจากอาวุธเหล่านี้มีราคาถูกและสร้างได้ง่าย จึงสามารถนำไปใช้โดยกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มค้ายาเสพติด และแก๊งต่างๆ เพื่อทำสงครามระดับสูงที่เคยสงวนไว้สำหรับรัฐชาติเท่านั้น

การตัดสินใจของมนุษย์: บทความสรุปว่าการตัดสินใจของมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ

การต่อสู้ที่ต่อเนื่อง: เมื่อโดรนแพร่หลายไปทั่ว ไม่มี "ช่วงเวลาพักผ่อน" สำหรับทหาร และสงครามอาจเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น (เพราะมีราคาถูกกว่า) แต่ยุติได้ยากขึ้นมาก (เนื่องจากทางตัน)

บทความนี้สรุปว่า ประเทศที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่มีเครื่องบินรบราคาแพงที่สุด แต่จะเป็นประเทศที่สามารถผสมผสานอาวุธ "ชั้นเลิศ" จำนวนน้อยเข้ากับโดรนอัตโนมัติราคาถูกจำนวนมากได้อย่างลงตัวที่สุด

(Google Gemini สรุป)




⛽️ วิกฤติหนักปีนี้ “เติมน้ำมัน” ต้องมารอเข้าแถวตั้งแต่ตี 3 เพื่อจะใส่น้ำมันในการเดินทาง ไปทำธุระต่างๆ บางคนมารอเป็นชั่วโมง พอถึงคิวน้ำมันหมด - เจ้าของปั๊มน้ำมัน อัดคลิประบายความอัดอั้น แฉยับปมขาดแคลนน้ำมัน

https://www.facebook.com/reel/1912840822700011


https://www.facebook.com/reel/952757960430787

Amarin News
Yesterday
·
เจ้าของปั๊มน้ำมัน อัดคลิประบายความอัดอั้น แฉยับปมขาดแคลนน้ำมัน บริษัทแม่ส่งดีเซลให้เพียงวันละ 3 พันลิตร/วัน ส่งมาน้อยจนประชาชนชนไม่พอใช้ จะให้กักตุนตรงไหน ? ชี้ จ.ลำพูน เป็นเมืองอุตสาหกรรม มีความต้องการใช้น้ำมันสูง | เรื่องร้อนอมรินทร์







 

อ่านจดหมายนักโทษการเมือง ตัน สุรนาถ เขียนจากเรือนจำส่งออกมาให้แอมเนสตี้

https://www.facebook.com/reel/1586390895910755



“Rights to Miss” Thumb Rights ชวนฟังจดหมายผู้ต้องขังการเมือง พร้อมเขียนส่งความคิดถึงถึงคนในเรือนจำ

ไข่แมวชีส added 34 new photos.
Yesterday
·
“Rights to Miss” Thumb Rights ชวนฟังจดหมายผู้ต้องขังการเมือง พร้อมเขียนส่งความคิดถึงถึงคนในเรือนจำ
21 มี.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ที่ Arai Arai Home Cafe ถนนไมตรีจิตต์ กลุ่ม Thumb Rights จัดกิจกรรม “Rights to Miss, Night of Share” ชวนประชาชนร่วมรับฟังจดหมายจากผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกส่งออกมาจากเรือนจำและไม่เคยเผยแพร่มาก่อน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเขียนจดหมายส่งต่อถึงผู้ต้องขัง
.
กิจกรรมจัดขึ้นบริเวณชั้น 1 ของร้าน เริ่มต้นด้วยการอ่านจดหมายจากผู้ต้องขังทางการเมือง อาทิ “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน, “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ, กฤษดา, อัฐสิษฏ, “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, “มานี” เงินตา คำแสน และ “อารีฟ” วีรภาพ วงษ์สมาน
.
จากนั้นเป็นวงพูดคุยถึงความสำคัญของ “จดหมาย” ในฐานะเครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้ต้องขังกับโลกภายนอก โดยมีวิทยากร ได้แก่ “บรี” ตัวแทนจาก Amnesty International Thailand และ “บุ๊ค Eleven Finger” อดีตผู้ต้องขังทางการเมือง มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมอง
.
“บุ๊ค” กล่าวว่า ระหว่างถูกคุมขัง จดหมายมีความสำคัญอย่างมากต่อสภาพจิตใจ ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการโอบกอดและกำลังใจจากผู้คนภายนอก โดยในแต่ละวันซึ่งแทบไม่มีกิจกรรมให้ทำ ตนจะรอรับจดหมายในช่วงเย็น และนำมาอ่านร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่น ๆ เพื่อแบ่งปันกำลังใจ ซึ่งปัจจุบันยังคงเก็บจดหมายเหล่านั้นไว้
.
ด้าน “บรี” ระบุว่า จดหมายเป็นทั้งพื้นที่สื่อสาร การแสดงออก และการยืนยันอุดมการณ์ของผู้ต้องขังทางการเมือง อีกทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการรับกำลังใจจากคนภายนอก
.
ในประเด็นอุปสรรคของการส่งจดหมาย “บุ๊ค” ระบุว่า
เรือนจำมีการเซนเซอร์เนื้อหาบางส่วน ขณะที่ “บรี” สะท้อนว่า เรือนจำยังไม่มีมาตรฐานกลางในการจัดการจดหมาย เช่น การจำกัดจำนวนบรรทัด หรือการกำหนดรายชื่อผู้ติดต่อ โดยบางเรือนจำกำหนดให้ 1 ใน 10 รายชื่อ ต้องเป็นญาติทางสายเลือดเท่านั้น
.
นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้เขียนจดหมายเพื่อส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ต้องขัง และช่วงท้ายของกิจกรรมมีการถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อส่งต่อไปยังผู้ต้องขัง ยืนยันว่าพวกเขายังไม่ถูกลืมและยังมีผู้คนภายนอกที่คอยสนับสนุน
.
กิจกรรมปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจาก “บุ๊ค Eleven Finger” และยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.10 น.

https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/pfbid035AmAu7mUCUaeKGmZqJbLva6ikmK5LMrrwwpJJNY6oBC5BqU2YYABJTLoGAVZE155l



21 มี.ค.2569 เขียนจดหมายถึงเพื่อนเราที่อยู่ในเรือนจำ

แม่Monหน้าศาลฯ

Streamed 1 day ago

https://www.youtube.com/watch?v=qEDAnBOuFc0


#ยืนหยุดทรราชw160 21 มีนาคม 2569 “การเรียกร้องทางการเมืองก็ต้องใช้เวลา แต่รู้สึกว่าประเทศไทยใช้เวลานานเกินไป นี่ก็จะ 100 ปีแล้วนับจาก 2475” -อติรุจ ผู้ถูกฟ้องคดี 112 จากคำพูด ”ไปไหนก็เป็นภาระ“

https://www.facebook.com/watch/?v=2111018826332452


https://www.facebook.com/wetheequalcitizen/posts/pfbid0NjFuseDy3CMtMjXwzDpHPULS9UaSMTmvvXAUqkKpuisxQb2vVtuw32yGaU7ZpuFVl



วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็นวันน้ำโลกแม้โลกเราจะมีน้ำปกคลุมถึง 70% แต่มีเพียงประมาณ 2.5% เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด และในจำนวนนั้นมีเพียงไม่ถึง 1% ที่มนุษย์สามารถเข้าถึงและนำมาใช้สอยได้จริง ปีนี้เน้นเรื่องน้ำและความเท่าเทียมทางเพศ


💧 World Water Day 2026 #waterandgender

Office Holidays

Mar 14, 2026

World Water Day 2026 will be observed on March 22, focusing on the theme of water and gender equality, highlighting the disproportionate impact of water-related challenges on women and girls. The day aims to inspire action for sustainable water management and promote equal representation in water decision-making.

https://www.youtube.com/watch?v=z0LKSYyTq4g
.....

วันน้ำโลกเป็นการเฉลิมฉลองน้ำและกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการเพื่อแก้ไขวิกฤตน้ำทั่วโลก จุดมุ่งหมายหลักของวันน้ำโลกคือการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อที่ 6: น้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนภายในปี 2030

ทำไมปีนี้จึงเน้นเรื่องน้ำและความเท่าเทียมทางเพศ?

ผู้หญิงและเด็กหญิงได้รับผลกระทบจากความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างไม่สมส่วน เนื่องจากบทบาททางเพศที่ฝังรากลึก โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การเป็นตัวแทนที่น้อยเกินไป เงินทุนที่จำกัด บรรทัดฐานทางสังคมที่จำกัด และความไม่เท่าเทียมกันในระบบ

แคมเปญวันน้ำโลกปี 2026 เรียกร้องให้มีแนวทางที่เปลี่ยนแปลงไปโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน โดยให้ผู้หญิงมีเสียง ความเป็นผู้นำ และโอกาสที่เท่าเทียมกันในการตัดสินใจเรื่องน้ำ ทำให้พลังของน้ำเป็นแรงผลักดันไปสู่อนาคตที่สุขภาพดีขึ้น มั่งคั่งมากขึ้น และเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน (ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม)

ทำไมเราจึงต้องดำเนินการเรื่องน้ำ?

ทำไมเราจึงต้องลงมือทำอะไรเกี่ยวกับน้ำ? การเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยเป็นสิทธิมนุษยชน แต่ปัจจุบันยังมีผู้คนถึง 2.1 พันล้านคนที่ยังคงขาดบริการน้ำดื่มที่ได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพวกเขาและสังคมโดยรวม

วงจรน้ำที่ได้รับการจัดการอย่างดีเป็นรากฐานสำคัญของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มา UN
https://www.un.org/en/observances/water-day/background




เรื่องเคเบิลใต้น้ำ ถ้าหากอิหร่านจะตัด อ่านก่อนที่จะ Panic



Wattanapong Jaiwat 
Yesterday
·
เรื่องเคเบิลใต้น้ำ ถ้าหากอิหร่านจะตัด
.
เห็นโพสต์นึงของคุณพี่กูรูท่านหนึ่ง เลยต้องโพสต์เรื่องนี้จริงๆ เพราะมีจุดผิดเยอะมาก (เข้าใจได้ว่าถ้าไม่ใช่คนอ่าน Insight จริงๆ จะไม่ค่อยรู้) อยากให้คนเข้าใจเรื่องนี้แบบจริงๆ ว่าระบบโทรคมนาคมโลกมันค่อนข้างยืดหยุ่นระดับนึงแหละ
.
tldr; ระบบโทรคมนาคมโลกมันค่อนข้างยืดหยุ่น ถ้าเคเบิลขาดมาจริงๆ มันโยก Traffic ได้ ปัญหาใหญ่คือมันหนืดและช้า แต่เน็ตยังเล่นได้ นี่ยังไม่นับ Starlink หรือเทคโนโลยีอื่นๆ เช่นพวก CDN อีกนะ
.
เรื่องของเรื่อง เห็นกูรูท่านนั้นยกเคเบิลหลายเส้นมา ถ้าอิหร่านจะตัด จริงๆ ฝั่ง Persian Gulf เคเบิลโซนนั้นหน้าที่ส่วนใหญ่มันเอาไว้เชื่อมประเทศอย่าง กาตาร์ บาห์เรน คูเวต โอมาน กับ UAE เข้าด้วยกันต่างหาก และ Hub จริงๆ อยู่ดูไบ / Muscat แล้วก็วิ่งผ่านตัวเคเบิล MENA ที่เอาไว้วิ่งไปยุโรปอีกที ฯลฯ
.
เรื่องของเรื่อง เคเบิลเส้นที่สำคัญๆ พา Capacity จากฝั่งเอเชียบ้านเรา (หรือตะวันออกกลาง) ไปยุโรปคือ AAE-1 (รูปที่แปะ) โอเคว่า Capacity ล่าสุดมันราวๆ 60 Tbps (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนมีอัพเกรดไปอีกรอบนึง ไม่รู้ตอนนี้ Capacity เท่าไหร่แล้ว) ถ้าเส้นนี้ขาดเอาจริงๆ Capacity มาเอเชียฝั่งบ้านเราน่าจะกระทบสุด เส้นรองๆ ลงมาคือ Sea-Me-We-5 / 4 แต่ปัญหาคือ Capacity น้อยมาก อัพเกรดก็เท่านั้น เพราะมี 2-3 Fiber Pairs
.
อีกเส้นคือ PEACE ของฝั่ง Hengtong ของจีนที่ไป Landing จากสิงคโปร์ ไป Marsille นี่ก็ Capacity เยอะ ราวๆ 96 Tbps (ถ้าจำไม่ผิด) แต่ Carriers ไม่ค่อยกล้าใช้ เรื่องของ Geopolitics ล้วนๆ แต่ถ้าขาดมานี่ก็งานเข้าเหมือนกัน เหมือนหลายเจ้าใช้เป็นเส้นสำรอง แล้วเป็นเหมือน Political Hedge ไว้ด้วย แต่เส้นนี้เคยขาดพร้อมๆ กับ AAE-1 มาแล้วนะครับ
.
ส่วนที่เค้าโพสต์เส้น OMRAN / EPEG จริงๆ ตั้งแต่หลังอิหร่านโดน Sanction จริงๆ แทบไม่มีใครใช้ แม้จะมี Vodafone เป็น Consortium ก็เหอะ แถมคำถามคือเตหะรานโดนบอมบ์อยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไฟเบอร์ขาดไปแล้วหรือยัง? ขนาด Omantel ยังใช้เคเบิล AAE-1 แทบจะเป็นหลัก
.
ส่วน India ถ้าเคเบิลขาดตอนนี้น่าจะอาการหนักสุดแล้ว IMEWE, MENA / Gulf Bridge, Sea-Me-We-4 ส่วน Africa นี่น่าจะหนัก มีแค่ TGN Eurasia / SEACOM เส้นเดียว เส้นพวก FALCON อะไรพวกนี้ก็สำคัญแหละ แต่มันไม่ได้ขนาดนั้น
.
ส่วนใครถามว่า 2Africa มันน่าจะเชื่อมได้ คือมันเสร็จแค่ฝั่งตะวันตก จาก Cape Town ไป London / Lisbon ได้ กับฝั่งตะวันออกจาก Mombasa - Durban แต่ฝั่ง Red Sea / Persian Gulf ที่จะเชื่อมกับฝั่ง Mombasa ตอนนี้ฉิบหายมาก ยังสร้างไม่เสร็จ ลองหาอ่านข่าวใน Bloomberg ได้ ตอนนี้ ASN (คนสร้างกับวางเคเบิล) เอาเรือไปจอดที่ซาอุแล้ว ไม่วางเคเบิลต่อแล้ว
.
เส้นที่เหลือ Sea-Me-We-6, IEX, Blue Raman, Africa-1 ฯลฯ ยังสร้างไม่เสร็จจ้า ขอเดาน่าจะดีเลย์ไปอีก 1-3 ปี
.
จริงๆ UAE-ซาอุ มีเคเบิลบนดินจาก Dubai ขึ้นไป Jordan หรือไม่ก็ตุรกีก็ได้ แถมมีหลายเจ้าอยู่ ทั้งของ FLAG / Orange / Turk Telecom ฯลฯปัญหาใหญ่คือ Capacity มันต่ำกว่าเคเบิลใต้น้ำ แถม Cost แพงระดับบรรลัย 10G นี่น่าจะไม่ต่ำกว่า 30,000-60,000 USD / เดือน ไม่นับ Cross Connect เทียบกับ AAE-1 จากสิงคโปร์ไป Marsille นี่ 19,000-25,000 ที่ 100G หรือ PEACE ที่ 17,000-19,500 ที่ 100G (ราคานี่เท่าที่จำได้ ไม่ได้เป๊ะๆ ขนาดนั้น)
.
ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าอิหร่านคงไม่น่าตัดเคเบิลใต้น้ำ เพราะน่าจะโดนรุมจากหลายประเทศ ฮูตีก็เคยขู่ๆ แต่ไม่ได้ลงมือตัดจริงๆ จังๆ ถ้าไปดูจากข่าว แต่ถ้าตัดจริงๆ พวก Carriers เจ้าใหญ่ๆ อย่าง NTT, TATA, Cogent, Orange, Arelion ฯลฯ หรือพวก ISP แต่ละประเทศมันก็โยก Traffic สลับกันได้ครับมันมีความยืดหยุ่นพอควรแหละ แค่ Latency มันช้ามากๆ ช่วงนึง India นี่ก็โยกมาแล้ว ถ้าจำไม่ผิดนี่ Airtel นี่แหละ นี่โยกมาสิงคโปร์วิ่งไปยุโรปแทนอินเดียไปยุโรปที่เคเบิลขาดหมด
.
หรือกรณีของ Oman ถ้าเคเบิลตัด จริงๆ ยังเหลือเคเบิล Oman Australia Connect โยก Traffic ลงไปออสเตรเลีย แล้ววิ่งไปสหรัฐ ค่อยวิ่งไปยุโรปก็ได้ หรือฝั่ง UAE จะใช้เส้น PEACE ก็ได้ (ไม่รู้ว่าสร้างที่เชื่อมกับ UAE เสร็จหรือยัง) อะไรแบบนี้ครับ โลกเรามันก็มีความยืดหยุ่นระดับนึงแหละ แค่มันยังไม่สุด ตอนนี้มีคนเริ่มคิดแล้วว่าจะทำยังไงดี เช่น บริษัทเทคอย่าง Meta ทำเคเบิลอ้อมตะวันออกกลางไปเลย อย่าง Project Waterworth
.
จากบทเรียนเหล่านี้ เรามีความยืดหยุ่นเรื่องโทรคมนาคมดีขนาดไหน?? คำถามนี้ราคาระดับแสนล้านบาทมากๆ เอาแค่น้ำท่วมหาดใหญ่ได้ข่าวว่า CLS เคเบิลเชื่อมฝั่งเอเชีย AAE-1 / APG ฯลฯ ที่สงขลาไฟดับมาแล้ว ยังไม่ต้องเรื่องอิหร่านอะไรหรอก Regulator เราจะเอายังไงดีครับผม

https://www.facebook.com/photo?fbid=10237976320521409&set=a.10204316150158187




เนทันยาฮูเรียกร้องให้ยุโรปร่วมทำสงครามต่อต้านอิหร่าน เพราะ "อิหร่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรได้ — ตัวอย่างเช่น ดีเอโก การ์เซีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 4,000 กิโลเมตร"





https://x.com/nexta_tv/status/2035676974098588027


 

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในสงครามของสหรัฐฯในอิหร่าน ชวนให้นึกถึงคำกล่าวของโจเซฟ สตาลิน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่เขากำลังชั่งน้ำหนักความได้เปรียบด้านจำนวนของกองทัพแดงกับอาวุธที่เหนือกว่าของนาซีเยอรมนีว่า “ปริมาณก็มีคุณภาพในตัวของมันเอง”


The U.S. has the world’s most advanced military, but the unforgiving economics of wars in Iran and Ukraine show quantity has a quality all its own

https://fortune.com/2026/03/21/us-military-economics-warfare-iran-ukraine-defense-industrial-base-drones/

March 21, 2026,

(แปลไทย)
สงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่านได้เผยให้เห็นความขัดแย้งในกองทัพที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก: อาวุธไฮเทคและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะที่การป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมหาศาลที่ยิงตอบโต้มานั้นต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะรับมือได้

สหรัฐฯ นำโดยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ ได้อ้างว่าโจมตีเป้าหมายสำคัญไปแล้วกว่า 7,000 ครั้ง ขณะที่อิสราเอลก็ทำการโจมตีในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดยใช้เครื่องมือ AI เช่น Claude ของ Anthropic เพื่อแนะนำเป้าหมาย "ได้เร็วกว่าความเร็วของความคิดเสียอีก" การระดมยิงอย่างไม่หยุดยั้งได้ทำลายกองทัพและผู้นำของอิหร่านไปอย่างยับเยิน

แต่ด้วยความช่วยเหลือจากการผลิตโดรนราคาถูกจำนวนมาก กองกำลังที่เหลืออยู่ยังคงมีกำลังรบมากพอที่จะโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียและขับไล่เรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปริมาณน้ำมัน 20% ของโลกถูกกักเก็บไว้

การตอบโต้ของอิหร่านยังบีบให้สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องลดจำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาแพงลง ยุทธวิธีนี้เน้นให้เห็นถึงความโหดร้ายทางเศรษฐกิจของสงครามในปัจจุบัน: ขีปนาวุธที่มีราคาหลายล้านดอลลาร์ต่อลูก กำลังยิงโดรนที่มีราคาเพียงหลักหมื่นดอลลาร์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันเหมือนกับว่าสหรัฐฯ กำลังใช้รถแข่งฟอร์มูล่าวันต่อสู้กับรถยนต์มือสอง

สงครามแบบสหรัฐฯ ไม่ได้ราคาถูก หกวันแรกของความขัดแย้งกับอิหร่านทำให้สหรัฐฯ เสียค่าใช้จ่ายไปมากกว่า 11 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าการเปลี่ยนไปใช้ระเบิดที่มีราคาถูกกว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันลงได้แล้วก็ตาม

ผู้นำเพนตากอนยืนยันว่าสหรัฐฯ มีกระสุนเพียงพอ แม้ว่าขนาดที่แน่นอนของคลังอาวุธจะถูกจัดเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม การใช้งานอย่างหนักทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพันธมิตรกำลังพิจารณาถึงสิ่งที่จำเป็นในกรณีที่เกิดสงครามกับรัสเซียหรือจีน

แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติก็ตกใจกับรายงานที่ว่ากระทรวงกลาโหมกำลังขอเงินเพิ่มอีก 200 พันล้านดอลลาร์สำหรับสงครามกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยกับวอชิงตันโพสต์ว่า ส่วนหนึ่งของการคำนวณของเพนตากอนคือการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกระสุนที่มีความแม่นยำสูง และกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเติมสต็อกสินค้าอย่างรวดเร็ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกผู้รับเหมาหลักเข้าพบทำเนียบขาวเมื่อต้นเดือนนี้เพื่อเร่งดำเนินการ แต่การเพิ่มกำลังการผลิตให้ถึงระดับสูงอาจต้องใช้เวลาหลายปี ตัวอย่างเช่น ล็อกฮีด มาร์ติน ผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น PAC-3 จำนวน 620 ลูก สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตเมื่อปีที่แล้ว และวางแผนที่จะผลิต 650 ลูกในปีนี้ แต่เป้าหมายในการผลิตมากกว่า 2,000 ลูกต่อปีนั้น จะบรรลุได้ก็ต่อเมื่อปี 2030 ตามรายงานของบลูมเบิร์ก

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในปัจจุบันนี้ ชวนให้นึกถึงคำกล่าวของโจเซฟ สตาลิน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่เขากำลังชั่งน้ำหนักความได้เปรียบด้านจำนวนของกองทัพแดงกับอาวุธที่เหนือกว่าของนาซีเยอรมนีว่า “ปริมาณก็มีคุณภาพในตัวของมันเอง”

ยูเครนเปลี่ยนโฉมหน้าสงคราม

สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ทันสมัยมานานแล้ว เพื่อรักษาความเหนือกว่าคู่แข่งทางทหารใดๆ แต่เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเร่งตัวขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ต้นทุนจึงพุ่งสูงขึ้น และเพนตากอนก็พยายามอย่างหนักที่จะตามให้ทัน ในช่วงสงครามอิรัก เจ้าหน้าที่จัดซื้อจึงมองหาตัวเลือกเชิงพาณิชย์แบบ “สำเร็จรูป” ที่สามารถนำมาใช้ในกองทัพได้อย่างรวดเร็ว

การมาถึงของเทคโนโลยีโดรนเชิงพาณิชย์ราคาถูกได้เปลี่ยนสมการไปอย่างมาก ดังที่เห็นได้จากการที่กองทัพยูเครนนำยุทธวิธีใหม่มาใช้ในการต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาสี่ปีได้เปลี่ยนโฉมหน้าสงคราม อาวุธไร้คนขับกลายเป็นสาเหตุของการสูญเสียในสนามรบส่วนใหญ่ เนื่องจากโดรนขนาดเล็กที่มีมุมมองบุคคลที่หนึ่งสามารถไล่ล่าทหารหรือยานพาหนะแต่ละคันได้ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนก็พัฒนาขึ้นเพื่อผลิตโดรนราคาไม่แพงจำนวนมากที่สามารถยิงขีปนาวุธ Shahed ที่รัสเซียส่งมาจากอิหร่านได้

โดรนรุ่นหนึ่งคือ P1-Sun มีราคาเพียงเล็กน้อยกว่า 1,000 ดอลลาร์ และสามารถบินได้สูงกว่า 30,000 ฟุต โดยผลิตด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติในโรงงานของยูเครน

“อนาคตของสงครามคือการที่ยูเครนผลิตโดรน 7 ล้านลำต่อปีในขณะนี้” อดีตผู้อำนวยการซีไอเอและพลเอกเดวิด แพทราอุส กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ “ปีที่ผ่านมา พวกเขาผลิตได้ 3.5 ล้านลำ ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถใช้โดรนได้ประมาณ 9,000 ถึง 10,000 ลำต่อวัน”

และเมื่อผนวกกับปัญญาประดิษฐ์ที่ทำให้โดรนทำงานได้เองมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นฝูงโดรนที่ "ยากมาก ๆ" ที่จะรับมือได้ เขากล่าวเสริม

การป้องกันการโจมตีแบบนั้นอาจต้องใช้อาวุธพลังงาน เช่น ไมโครเวฟกำลังสูง ที่สามารถทำลายโดรนจำนวนมากได้ในคราวเดียว

“ในความเป็นจริงแล้ว สถานะของเราในเรื่องนี้ยังห่างไกลจากจุดที่เราควรจะเป็นมาก หากพิจารณาจากบทเรียนที่เราควรจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์ในยูเครนมาเป็นเวลานานแล้ว” เพเทรอัสกล่าวเตือน “และทั้งสองฝ่ายต่างก็กำลังเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนซอฟต์แวร์ทุกๆ หนึ่งหรือสองสัปดาห์ และปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ทุกๆ สองถึงสามสัปดาห์”

บรรดาประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับที่กำลังเผชิญกับการโจมตีจากอิหร่าน ได้หันมาขอความช่วยเหลือจากยูเครนในการรับมือกับโดรนรุ่น Shahed โดยประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ระบุว่า ประเทศของเขาสามารถผลิตระบบสกัดกั้นที่มี “ประสิทธิภาพและผ่านการพิสูจน์แล้วในสนามรบ” ได้อย่างน้อยวันละ 2,000 ชุด

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (The Pentagon) ยังเข้าใจถึงพลวัตทางเศรษฐศาสตร์รูปแบบใหม่ของการทำสงคราม และถึงขั้นได้นำโดรนรุ่นเลียนแบบ Shahed เข้ามาประจำการในกองทัพสหรัฐฯ โดยมีการนำโดรนรุ่นอเมริกันนี้ไปใช้ในการตอบโต้กับอิหร่านระหว่างช่วงสงครามอีกด้วย

Emil Michael ปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม กล่าวภายในงานประชุมภาคอุตสาหกรรมเมื่อวันอังคารว่า กระทรวงกลาโหมมีแผนที่จะเดินหน้าขยายผลการใช้งานโดรนรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า LUCAS อย่างขนานใหญ่

“หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เรายังคงเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนาโดรนรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถผลิตออกมาได้ในระดับอุตสาหกรรมและมีปริมาณมากพอต่อความต้องการ” เขากล่าว “จนถึงขณะนี้ โดรนดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในคลังยุทโธปกรณ์ของเรา”


หลายท่านคงเคยได้ยินแนวคิด Greater Israel ("อิสราเอลที่ยิ่งใหญ่") มาบ้าง คำนี้ดูเหมือนได้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงแค่แนวคิดไปแล้ว !





https://x.com/AJEnglish/status/2035763438606049291


 

วันอาทิตย์, มีนาคม 22, 2569

The Angkor Equinox วันที่เวลากลางวันเท่ากับกลางคืน ณ "อังกอร์"










https://x.com/SovanRatana_/status/2035220487039840633