วันศุกร์, สิงหาคม 29, 2557

ชีวิตช่วงเว้นวรรค การต่อสู้ทางการเมืองของ “จตุพร”ประธาน นปช.

"..ในช่วงเวลานี้ เราอยู่ในจุดของคนที่ยืนดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และปล่อยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำการยึดอำนาจ ฝ่ายตรงข้ามของเรา ทำในสิ่งต่างๆ ไป แล้วให้ประชาชน ได้รู้ได้เห็นเอง ..เพราะเราเชื่อว่า ทุกอย่างมันมีวัฎจักรของมัน กงล้อประวัติศาสตร์มันจะหมุนกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาของมันเอง.."
ที่มา สำนักข่าวอิศรา

การรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี" ผ่านพ้นมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว

ล่าสุด "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และกำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้

"นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตเลขาธิการ กปปส. อุปสมบทเป็นพระ ได้รับฉายาว่า “พระประภากะโร”

"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เก็บตัวเงียบแทบไม่ค่อยแสดงความเห็นทางการเมืองมากนัก หลังจากที่ “เดินหมากผิดเพียงตัวเดียว ล้มทั้งกระดาน"

รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยคนอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เก็บตัวเงียบเช่นกัน

คำถามที่น่าสนใจ คือ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยเฉพาะ "นายจตุพร พรหมพันธุ์" เป็นประธาน นปช. กำลังทำอะไรอยู่ในขณะนี้?

“กิจกรรมของผมช่วงนี้มีสองอย่างที่ทำ คือ เตะฟุตบอล กับทำบุญ ผมทำแค่สองอย่างนี้จริงๆ ”

นายจตุพร กล่าวยืนยันกับสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ทันที เมื่อถูกถามถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของตนเอง และกลุ่ม นปช. หลังมีโอกาสพบปะกันในช่วงเช้าวันที่ 28 ส.ค.57 ที่ผ่านมา

“เมื่อก่อนที่จะออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองกัน พวกผมนัดกันเตะฟุตบอลเป็นประจำอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองในช่วงก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร ไม่มีเวลาเล่นกัน ตอนนี้ มีเวลาแล้ว เราก็กลับมาเล่นกันเหมือนเดิม”

นายจตุพร ระบุว่า “ตอนนี้เรานัดเตะกันสัปดาห์ละสองวัน ที่สนามฟุตบอลแถวซอยมัยลาภ ก็มีผม มีคุณณัฐวุฒิ (ใสยเกื้อ) และเพื่อนกลุ่มนปช. เล่นกันในสนามหญ้าจริง จำนวนผู้เล่นทีมละ 11 คน แบ่งออกเป็น 3 ครึ่ง ครึ่งละ 30 นาที”

ส่วนเรื่องการทำบุญ นั้น นายจตุพร ระบุว่า ตอนนี้กลุ่มของพวกตน กำลังระดมกันไปช่วยสร้างหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดข้างบริเวณโบนันซ่า เขาใหญ่ และก็ทำบุญกันทั่วไป

เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ยังไงบ้าง ประธาน นปช. ตอบว่า ทางนปช.รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้

"ในช่วงเวลานี้ เราอยู่ในจุดของคนที่ยืนดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และปล่อยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำการยึดอำนาจ ฝ่ายตรงข้ามของเรา ทำในสิ่งต่างๆ ไป แล้วให้ประชาชน ได้รู้ได้เห็นเอง"

"เพราะเราเชื่อว่า ทุกอย่างมันมีวัฎจักรของมัน กงล้อประวัติศาสตร์มันจะหมุนกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาของมันเอง" ประธาน นปช.ระบุ

นี่ คือ ท่าทีและความเคลื่อนไหวล่าสุด ของ นายจตุพร ประธาน นปช. คนปัจจุบัน

หมายเหตุ : ภาพประกอบ นายจตุพร จาก oknation

ลีน่าจัง แฉ!!! เปิดความเห็นแย้งของ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คดี 99 ศพ


https://www.youtube.com/watch?v=iCDU4qPZMHk&feature=youtu.be
...

ไต่สวนมา 4 ปี ทำไม เพิ่งรู้ ว่าตัวเองไม่มีอำนาจพิจารณา ?
Maysaa Nitto
...

ooo
คำพิพากษาของศาลอาญาในวันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะทำให้เสียกระบวนการยุติธรรมไปอย่างเละ ระเนระนาด

การที่จะทำให้คดีอภิสิทธิ์สุเทพเป็นคดีที่อยู่ภายใต้อำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคุณจะต้องตีความให้มันเป็นคดีที่เข้าข่ายคดีที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 ของพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

ซึ่งที่กฎหมายระบุไว้คือกรณีกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

การที่ศาลชี้ว่า 'นักการเมืองสั่งฆ่าคน' เป็นกรณี กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่

เป็นเรื่องที่ชั่วร้ายมาก เพราะก็เป็นการปฏิเสธที่จะตัดสินว่านักการเมืองสั่งฆ่าสั่งยิงคนหรือไม่ อย่างไร

ที่ร้ายหนักกว่านั้น คือเนื่องจากโดยหลัก ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาฯเกิดขึ้นมาโดยมีเจตนารมณ์เพื่อจัดการกับการรำ่รวยผิดปกติ การทุจริตโดยใช้ตำแหน่ง การทำผิดโดยใช้ตำแหน่ง (เช่นขึ้นเงินเดือนตัวเองฯลฯ)

ตัวบทมันจึงไม่ได้เกิดมาเพื่อบังคับใช้กับข้อเท็จจริงแบบในคดีนี้

ซึ่งความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีฐานการลงโทษ และความรุนแรงของโทษต่างกับความผิดฐานฆ่าคน

แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ รับฟ้องกรณี มาตรา 288 (ฆ่าคน) ไม่ได้แน่ๆ (ตามมาตรา 9 พรบ.ประกอบ)

ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเหมือนบังคับให้ต้องฟ้องกรณีความผิดในตำแหน่งหน้าที่ (เช่น มาตรา 157) ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันเป็นคดีที่ฟ้องกันว่า มันฆ่าลูก ฆ่าพ่อ ฆ่าน้อง ฉัน

และถ้าญาติพี่น้องคนตาย ไปฟ้อง 288 อภิสิทธิ์ สุเทพ ที่ศาลอาญา ก็จะกลายเป็นการ 'ฟ้องซ้ำ'

แถมการฟ้องคดีต่อนักการเมืองในศาลนี้ยังเป็นอำนาจฟ้องของปปช.กับอัยการสูงสุดเท่านั้น แปลว่าในคดีแบบนี้ญาติผู้เสียหายจะทำยังไงล่ะ? ฟ้องศาลอาญา? จะยกฟ้องมั้ย? ต้องไปขอร้องอัยการสูงสุดรึปปช? แถมดำเนินคดีแค่ทำผิดในหน้าที่?

เท่ากับตายฟรีสินะคะ?

ตายฟรี? แล้วจะยังมีตายอีกต่อไป?

เพราะในอนาคต ถ้ามีนักการเมืองฆ่าคน สั่งทหารยิงคนอีก ก็ต้องไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ

ตกลงนี่มันคดีฆ่าคนตาย หรือคดีทำผิดในหน้าที่กันแน่?

สังคมไทยมันล่มจม ระยำตำบอนกันทุกวันนี้ก็เพราะเราไม่สามารถพึ่งได้แม้กระทั่งคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ดำรงความยุติธรรมนี่แหละ

Sai Nucharus

Thai junta proposes new high-speed rail network, See Clip

Thai junta proposes new high speed rail network
https://www.youtube.com/watch?v=nX3M5gv5r5g&list=UUrFcrTKV-3g-9blD3ixfSNA

Thailand's ruling military government has approved a massive high-speed rail project that would link the Gulf of Thailand with southern China.


“ทหารนำการเมือง” ยุทธศาสตร์ความมั่นคงยุค “ตู่1”


ที่มา Insight Foundation

ทันทีที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แน่นอนว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ย่อมตกอยู่ท่ามกลางความคาดหวังของสังคม โดยเฉพาะผู้คนจำนวนมากหวังจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นทั้งหัวหน้าคสช.และผบ.ทบ.เข้ามาดูแลงานด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานถนัดของทหารและเมื่อย้อนดูประสบการณ์ชีวิตของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วยิ่งน่าสนใจเพราะเมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ครองตำแหน่งเสนาธิการทหาร ท่านเคยลงทุนทำวิจัยด้วยตัวเองเรื่อง กองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Threats)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่น 20 ปีการศึกษา 2550-2551 จากการศึกษาครั้งนั้นพอจะมองเห็นว่าในมิติด้านความมั่นคงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวคิด(concept) อย่างไร ซึ่งอาจจะสะท้อนออกมาเป็นนโยบายของรัฐบาล “ตู่ 1” ก็เป็นไปได้

เมื่อเปิดแฟ้มงานวิจัยชิ้นนี้ พบว่าเริ่มต้นท้าวความถึงแนวคิด “ความมั่นคง” ยุคเก่า คือหลังสงครามเย็น ส่วนใหญ่จะเป็นภัยคุกคามตามแบบ (Conventional threats) ที่กระทำโดยรัฐต่อรัฐ ต่ออำนาจอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของรัฐ ซึ่งเป็นภัยคุกคามทางทหาร (Miliary threats) นั้นได้ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ภัยคุกคามรูปแบบอื่นที่มิใช่ภัยคุกคามทางทหาร (Non-Traditional Threats) กลับมาปรากฏขึ้นให้เห็นโดยทั่วไปและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขยายวงกว้างไปทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดๆที่ได้ให้คำนิยามแบ่งประเภทของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ชัดเจน จนกระทั่งประมาณต้นปี 2550 หน่วยงานด้านความมั่นคงได้มีการตื่นตัวอย่างสูงในความพยายามที่จะกำหนดกรอบแนวคิดเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ดังนั้นสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)จึงกำหนดประเภทของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย 9 ประการคือ

1. ความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคม

2. ความไม่เชื่อมั่นต่อระบบและสถาบันการเมือง

3. การขาดการสมดุลของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

4. ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและโรคระบาด

5. ความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

6. การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

7. แรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมือง

8. ยาเสพติด

9. ความยากจน

จะเห็นได้ว่าภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้มีความมุ่งหมายที่แคบลงและเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากกว่าตะวันตก

นอกจากนี้ในงานวิจัยของ พล.อ.ประยุทธ์ มีการสรุปเอาไว้ด้วยว่าปัญหาความยากจนจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเห็นว่าปัญหาความยากจนจะกระทบโดยตรงต่อสังคม ทำให้สังคมอ่อนแอ เพราะยากจนและด้อยโอกาสในสังคมมักจะไม่ได้รับความยุติธรรมและขาดโอกาส โดยเห็นว่าความยากจนสามารถแก้ไขด้วยการให้โอกาสและการปลดปล่อยศักยภาพของตน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืนและประชาชนสามารถช่วยตนเองได้

น่าสังเกตว่างานวิจัยดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้เสนอให้กองทัพเข้ามามีบทบาทในการดูแลปัญหาสังคมมากขึ้น โดยอ้างบทบาทของสหรัฐฯว่ากองทัพสหรัฐฯมีส่วนอย่างยิ่งในการป้องกันภัยความมั่นคงที่คุกคามสหรัฐฯหลังสงครามเย็น

“สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีการบริหารจัดการงานความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในเรื่องความมั่นคงภายในที่สำคัญคือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงยุติธรรม โดยมีกองทัพให้การสนับสนุนตามที่หน่วงงานที่รับผิดชอบร้องขอรูปแบบการช่วยเหลือจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและผลกระทบของภัยคุกคาม ครอบคลุม โดยกองทัพสหรัฐฯจะให้น้ำหนักกับการก่อการร้าย และอาวุธทำลายล้างสูง”

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยกตัวอย่างบทบาททางการทหารของสหรัฐฯในการรักษาความมั่นคงในชาติ เช่นเหตุการณ์จราจลในลอสแองเจอลิส ปี 1992 การรักษาความสงบเรียบร้อยหลังพายุเฮอริเคนแคททาลินาถล่มเมืองหลุยเซียน่า ซึ่งมาจากการที่สหรัฐฯกำหนดบทบาทให้กองทัพอย่างชัดเจนและมีกฎหมายรองรับปฎิบัติการที่ไม่ใช่สงคราม

นอกจากนี้งานวิจัย ยังเสนอให้กองทัพจัดฝึกศึกษาและจัดทำหลักสูตรภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เชิงบูรณาการ ทั้งด้านบุคลากร สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในกองทัพ

จะเห็นว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ จากวันที่ยังเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ จนก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ มักจะคิดและวางแผนระยะยาวในการทำงาน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคง งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จับตามองความเป็นไปของบ้านเมืองมาตลอดอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มทำงานวิจัย จากนั้นเป็นต้นมา พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมักจะถูกวางตัวให้เป็นขุนพลในการรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงต่างๆในบ้านเมือง



การที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดดขึ้นไปยืนบนเวทีการเมือง คงจะมีคนสงสัยว่าคนที่เป็นทหารมาตลอดชีวิตจะบริหารชาติบ้านเมืองได้หรือไม่

ถ้าย้อนดูผลงานวิจัยที่ทำขึ้นมาจะเห็นว่า “กองทัพ” โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในหรือกอ.รมน. จะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการป้องกันภัยคุกคามความมั่นคงของชาติบ้านเมือง

ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดจากภารกิจต่างๆของคสช.ทั้งการปราบปรามผู้มีอิทธิพล กวาดล้างมาเฟีย จัดระเบียบสังคม จัดการพวกตัดไม้ทำลายป่า กระทั่งถึงภารกิจในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในบ้านเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้กอ.รมน.เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแทบทั้งสิ้น

ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ คิดเอาไว้ในใจนานแล้วว่าวันหนึ่งต้องทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง หยุดยั้งการเมืองน้ำเน่าที่รังแต่จะพาประชาธิปไตยลงเหว และถ้าอ่านจากงานวิจัยก็จะพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อการเมืองในระบบไม่มีทางออก กองทัพจะก้าวเข้ามาล้างบาง และกองทัพจะยังคงเล่นบท “พี่เลี้ยง” ไปจนกว่าการเมืองในระบบจะกลับเข้าสู่ลู่ทางที่ควรจะเป็น ถือว่าบ้านเราอยู่ในยุค “ทหาร” นำ “การเมือง” ไปก่อน ส่วนจะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ชมคลิปวงจรปิดเต็มๆ เหตุวิวาทระหว่างทหารบกกับทหารอากาศที่จ.ปทุมธานี


ภาพ Maysaa Nitto
เรื่อง มติชนออนไลน์

วันที่ 28 ส.ค.ร.ต.ท.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้เดินทางไปที่ รพ.ปทุมเวช เพื่อสอบปากคำ จ.อ.ทศพร แจ่มสาคร 29 ปี เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดสารวัตรทหารอากาศ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารบกกว่า 20 นายอยู่ในชุดเต็มยศพร้อมอาวุธครบมือนำรถฮัมวี่และรถกระบะของทางราชการมาปิดล้อมทางเข้าสถานบันเทิงผับคลองเพลง1ตั้งอยู่ริมถนนรังสิต-นครนายกคลองหนึ่งต.ประชาธิปัตย์อ.ธัญบุรีจ.ปทุมธานีเหตุเกิดคืนวันที่27 ส.ค.

จากการสอบสวน จ.อ.ทศพร ให้การว่าก่อนเกิดเหตุหลังจากที่เลิกงานมาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูรักษาความปลอดภัยหรือ การ์ดให้กับสถานบันเทิงคลองเพลง 1 ร่วมกับเพื่อที่เป็นทหารอากาศด้วยกันอีก 2 นายคือ จ.ส.วรวิศ บำรุงเรือง สังกัดสารวัตรทหารอากาศ และพ.อ.อ.จิรพันธ์ แสนสุข อายุ 41ปี สังกัดโยธาทหารอากาศ

เวลาประมาณ 01.00.น.เศษมีเจ้าหน้าที่กำลังจากทหารบกกว่า 20 นายแต่งกายเครื่องแบบเต็มยศพร้อมอาวุธปืนเอ็ม16 มาทุกคนโดยใช้รถฮัมวี่และรถกระบะบรรทุกกำลังมาปิดล้อมทางเข้าออก จากนั้นได้มีทหารนายอ้างว่าเป็นผู้กองยศร้อยเอกเดินปรี่เข้ามาในร้านพร้อมทั้งบอกว่า “กูจะเข้ามาตรวจค้นร้าน” ใครคุมอยู่ที่นี่

ทางจ.อ.ทศพรจึงเดินไปตามผู้จัดการร้านออกมาพบ แต่กำลังทหารที่เหลือหลายสิบนายได้บุกเข้ามาด้านในพร้อมทั้งกระซากคอเสื้อ จ.อ.วรวิศ พ.อ.อ.จิรพันธ์ และตนเองออกมาหน้าร้านจากนั้นลงมือชกต่อยกระทืบ และใช้ด้ามและกล้องอาวุธปืนเอ็ม16กระแทกตามใบหน้าศรีษะพวกตนอย่างบ้าคลั่ง ส่วนทหารที่เหลือยืนล้อมวงถืออาวุธปืนคุมเชิงไม่ให้พวกตนต่อสู้

จากนั้นทหารบกที่อ้างว่าเป็นผู้กองได้บอกกับว่า “พวกมึงจำกูได้ไหมคืนนั้นกูมาเที่ยวและพวกมึงไม่เกรงกลัวกู” วันนี้กูจะมาปิดร้านพวกมึงจากนั้นได้แยกย้ายพากันขึ้นรถหลบหนีไปพวกตนจึงได้พากันมาแจ้งความ

จอ.ทศพรกล่าวอีกว่าสาเหตุที่ถูกกลุ่มทหารบกทำร้ายสืบเนื่องจากคืนเกิดเหตุ1 วัน ได้มีชายวัยรุ่น 3 คนแต่งกายชุดนอกเดินทางมาเที่ยวที่สถานบันเทิงคลองเพลง 1 จนเวลาร้านปิดพวกตนทำหน้าที่การ์ดได้เห็นกลุ่มชายวัยรุ่นดังกล่าว 1 ใน 3 คน จุดบุหรี่และสูบภายในร้านที่เป็นห้องแอร์และทางร้านได้ติดประกาศชัดเจนว่าห้ามสูบบุหรี่ภายในร้าน

เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเพลิงไหม้จึงเข้าไปห้ามแต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟังพร้อมทั้งคุยเบ่งว่า “กูเป็นผู้กองทหารบกคุมพื้นที่อยู่แถวนี้” จากนั้นเพื่อนที่มาด้วยกันหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาสูบต่อทางการ์ดจึงเชิญออกจากร้านทำให้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้กองไม่พอใจมีการพลักอกกระทบกระทั่งกันเล็กน้องและเหตุการณ์คือวันนั้นยังคงปกติกระทั่งมาคืนวันมีกำลังทหารบกเข้ามาลากพวกตนออกมากระทืบดังกล่าว

ทางด้านร.ต.ท.ประพันธ์กล่าวอีกว่าเบื้องต้นจากการไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้พบว่ามีเหตุดังกล่าวจริงและมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพกลุ่มทหารบกดังกล่าวไว้ได้หลายมุมขณะเกิดเหตุได้มีแขกที่เดินทางมาเที่ยวจำนวนหลายร้อยคนมุงดูเหตุการณ์แต่ไม่กล้าเข้ามาช่วยเหลือเพราะเห็นทหารบกถืออาวุธปืนเอ็ม16หลายนาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ตำรวจสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ต่างพากันปิดปากเงียบเนื่องจากกลัวเป็นข่าวและไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆเกรงจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

ต่อมา พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มนายทหารบก ทะเลาะวิวาทกับกลุ่ม สารวัตรทหารอากาศ ว่า เรื่องดังกล่าวตนได้รับรายงานแล้ว และได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบสวนโดยให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยหากการสอบสวนว่าอย่างไรก็จะดำเนินการลงโทษอย่างเต็มที ไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด เพราะถือว่าตนได้สั่งการไปแล้ว ว่าทหารมีหน้าที่รักษาความสงบและช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตามทางผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้พูดคุยกันแล้ว ว่าต่างฝ่ายต่างไปดำเนินการสอบสวนโดยไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด

ล่าสุด เว็บไซต์ youlike888.com ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์วิวาทดังกล่าวที่บันทึกไว้จากกล้องวงจรปิด สามารถคลิกชมได้ที่นี่ http://youlike888.com/play-2418-.html
ooo

เพราะธรรมศาสตร์สอนให้

งานเสวนาวิชาการ จัดโดย สภาหน้าโดม

"เพราะธรรมศาสตร์ สอนให้ฉันรักประชาชน" 
 
พบกับ
 
รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
 
อ.ศุภวิทย์ ถาวรบุตร
 
อ.วิโรจน์ อาลี
 
ดำเนินรายการโดย เจนวิทย์ เชื้อสาวะถี

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 13:00-16:00 น.
 
ณ ห้องประกอบ หุตะสิงห์ ตึกอเนกประสงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
 
 
หมายเหตุ :เก็บมาจากหน้าเฟชที่เขาบอกว่า  ต้องไปฟัง เพราะ "อธิการสอนให้หลงเผด็จการ"

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 28, 2557

ไทยดังทั่วโลกอีกแล้ว...หลังศาลอาญาไทยตีตก คดีฆาตกรรมประชาชน


Thai court dismisses murder charges against former PM, deputy
BANGKOK Thu Aug 28, 2014 8:31am BSTSource : Reuter

(Reuters) - A Thai criminal court on Thursday threw out charges of murder and abuse of power faced by a former prime minister, Abhisit Vejjajiva, and his then deputy over a deadly crackdown on street protesters in 2010.

The decision, three months after the army seized power in a bloodless May 22 coup, is sure to spark the anger of Thailand's "red shirt" activists, who have spotlighted the country's long culture of impunity for holders of political office.

But with power firmly in the hands of military rulers who have quelled all dissent, the court's decision will hardly make a ripple in the country's political trajectory.

The court said it did not have jurisdiction to hear the case because the two men held public office at the time of the protest.

"The court has no jurisdiction to consider the case because the two were a prime minister and deputy prime minister," a judge said on Thursday. "The charges relate to political office holders. The criminal court therefore dismisses the charges."

Thailand's public prosecutors had charged the two over the crackdown on protesters who were mostly from the red shirt movement, formally known as the United Front for Democracy Against Dictatorship (UDD). Both men have denied the charges.

Abhisit, head of the conservative, pro-establishment Democrat Party, faced popular opposition in 2010, after tens of thousands of red shirt activists demanding fresh elections took to the streets of the Thai capital, accusing his government of being elitist and army-backed.

The other man freed of charges on Thursday, Abhisit's former deputy Suthep Thaugsuban, quit the party last year and went on to lead months of street protests that culminated in the ouster of Prime Minister Yingluck Shinawatra and the May coup.

As deputy premier Suthep authorised security forces to end weeks of protests that reduced parts of downtown Bangkok to battle zones. Since the May coup, he has become a Buddhist monk, and appeared in court wearing saffron robes.

The red shirts broadly support fugitive former premier Thaksin Shinawatra and his sister, ousted premier Yingluck. The army toppled Thaksin in 2006, after he won two landslide election victories, mostly on the back of support from voters in the rural north and northeast.

He later fled Thailand to avoid a 2008 jail term for corruption and has lived abroad since.

The red shirts formed after his ouster and staged numerous demonstrations against what they see as conservative forces that control business and power in Thailand.

They accused Abhisit, who rose to power after Thaksin's ouster, of becoming prime minister with the backing of the 2006 coup-makers, an accusation he denies.

Following the coup last May, the junta neutralised the red shirts and detained prominent leaders of the group.

But legal avenues of action against Abhisit and Suthep have not been exhausted, with both targeted in a separate petition to anti-graft panel the National Anti-Corruption Commission (NACC).

If it finds enough evidence, the panel could send the case to the Supreme Court's division for criminal action against holders of political posts.

"The case is currently under review by the NACC, we will see what happens next," said Sawat Charoenpol, Suthep's lawyer.

(Reporting by Aukkarapon Niyomyat; Writing by Amy Sawitta Lefevre; Editing by Clarence Fernandez)
ooo

ยกฟ้อง‘มาร์ค-สุเทพ’สลายม็อบปี 53 ส่งผลให้คดี 99 ศพในศาลอาญายุติทั้งหมด

ที่มา ข่าวสดออนไลน์


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.4552/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83, 84 และ 90 จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 2 ที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนจริงทำให้มีผู้ชุมนุม ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต เป็นการออกคำสั่งในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แต่การปฏิบัติต้องทำไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และไม่เกินกว่าเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะไม่ใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนปืนจริง การใช้อำนาจของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้มีข้อที่ต้องพิจารณาว่า จำเลยทั้งสองมีการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการหรือไม่ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 และประกาศของ คสช. ฉบับที่ 11/2557 และ 24/2557 ระบุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อวิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา288, 80, 83, 84 และ 90 เห็นได้ว่ามูลเหตุแห่งคดี เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. ซึ่งเป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ และเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาใช่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไม่

ศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจรับคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 2 สำนวน จึงพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง และยกฟ้องการขอเป็นโจทก์ร่วม
ooo

เปิดความเห็นแย้งของ "อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา" คดี 99 ศพ


ที่มา ข่าวสดออนไลน์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.4552/2556 ที่พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83, 84 และ 90 จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เมื่อปี2553

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายอภิสิทธิ์ และพระสุเทพ เดินทางมาศาลตามนัด พร้อมนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความและคณะ โดยมีกลุ่มอดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ และกปปส. เช่น นายเทพไท เสนพงศ์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข มาร่วมฟังคำสั่งและให้กำลังใจ

ศาลอ่านคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 2 ที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนจริง ทำให้มีผู้ชุมนุม ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต เป็นการออกคำสั่งในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัว หรือนอกเหนือหน้าที่ราชการ แต่การปฏิบัติต้องทำไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และไม่เกินกว่าเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะไม่ใช้อาวุธปืนจริงและกระสุนปืนจริง การใช้อำนาจของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้มีข้อที่ต้องพิจารณาว่า จำเลยทั้ง 2 มีการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการหรือไม่ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (1) และประกาศ คสช.ฉบับที่ 11/2557 และ 24/2557 ระบุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อวิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ให้ลงโทษจำเลยทั้ง2ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83, 84 และ 90 เห็นได้ว่ามูลเหตุแห่งคดี เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. ซึ่งเป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ และเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาใช่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไม่

ศาลอาญาจึงไม่มีอำนาจรับคำฟ้องของโจทก์ทั้ง2สำนวน จึงพิพากษายกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 2 และยกฟ้องการขอเป็นโจทก์ร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในคดีนี้ นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีความเห็นแย้งไว้ในสำนวนด้วย โดยเห็นว่าศาลอาญามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และญาติผู้ตายที่เป็นผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ เนื่องจากมูลเหตุที่นำมาฟ้องคดีซึ่งเกิดจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา จากเหตุสลายการชุมนุม และพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการสอบสวนมากระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง เป็นการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่ในการฟ้อง หากคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีเฉพาะข้อหากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ดังนั้น เมื่อมีการกล่าวหาจำเลยทั้งสองในความผิดอาญาฐานร่วมกันมีเจตนาฆ่าผู้อื่น กรณีนี้จึงไม่ใช่เรื่องศาลทั้งสองมีอำนาจขัดแย้งกัน อีกทั้งปัจจุบันคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกล่าวหาจำเลยทั้งสอง ก็ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. ตามพ.ร.บว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 ซึ่ง ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีคำสั่งไปทางหนึ่งทางใด หากไต่สวนได้ข้อยุติว่าไม่มีมูล ก็ย่อมมีผลเฉพาะต่อข้อกล่าวหาทำผิดในตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อความผิดในการใช้หรือก่อให้ฆ่าผู้อื่นตามฟ้องของอัยการโจทก์ จึงเห็นควรว่าศาลอาญามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้

และว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในตอนแรกว่าจำเลยทั้งสอง เป็นเจ้าพนักงาน แต่ก็เป็นเพียงคำบรรยายเพื่อให้ปรากฎที่มา ของการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดเท่านั้น การที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธสงครามยิงผู้ตาย ย่อมเป็นการกระทำนอกเหนือตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยทั้งสอง

นอกจากนี้ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าคนตายตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 84 ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี แต่คดีที่ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนนั้นเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นความผิดที่โจทก์ฟ้องฐานใช้หรือก่อให้ฆ่าผู้อื่น จึงเป็นบทหนัก โทษสูงกว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างมาก

แม้ป.ป.ช.จะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่องค์กรศาล ไม่มีอำนาจชี้ขาดหรือพิพากษาลงโทษผู้ใดได้ เพียงแต่ให้อำนาจตามมาตรา 66 ในการใช้ดุลยพินิจว่าสมควรไต่สวนหรือไม่เท่านั้น

ซึ่งความผิดฐานฆ่าผู้อื่นดังกล่าวก็สืบเนื่องจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ แล้วฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงผู้ตาย โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ก่อหรือใช้ให้กระทำความผิด จึงเป็นความผิดคนละฐานและแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หากป.ป.ช.เห็นว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่มีมูล ก็ย่อมทำให้ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นยุติไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับป.ป.ช.ทำหน้าที่ศาลในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งไม่ใช่ความมุ่งหมายของกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 66


ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าภายหลังฟังคำสั่งนายอภิสิทธิ์และพระสุเทพ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยนายอภิสิทธิ์เดินทางกลับพรรคทันที เพื่อประชุมหารือกับทีมทนายความ

ด้านนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความของนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำสั่งชี้ว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจ ตนจะนำคำสั่งดังกล่าวไปประกอบเป็นพยานหลักฐานนำสืบคดีที่ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ กับพวก ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบต่อศาลอาญาด้วย ขณะที่คำสั่งชี้อำนาจฟ้องของโจทก์วันนี้ ฝ่ายอัยการโจทก์ก็ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้ตาย กล่าวว่า จากคำพิพากษายกฟ้องที่เห็นว่า การสั่งการให้เกิดการตาย เป็นการเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ แต่จากความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา รวมทั้งฝ่ายโจทก์อธิบายและยกตัวอย่างหลายคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญา เนื่องจากการฆ่าคนตายไม่ใช่อำนาจหน้าที่ คำพิพากษาวันนี้เหนือความคาดหมาย เพราะตนดูข้อกฎหมายแล้วเชื่อว่าอยู่ในอำนาจของศาลอาญาที่จะพิจารณาได้ตามความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

"หลังจากนี้อัยการโจทก์และผมในฐานะทนายของโจทก์ร่วมจะยื่นอุทธรณ์ให้ศาลพิจารณาว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลอาญาส่วนอัยการก็มีอำนาจฟ้องและดีเอสไอมีอำนาจสอบสวน ตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา คาดว่าจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน" นายโชคชัยกล่าว
ooo

สังคมชักโครก


ความตายหล่นหายไปอย่างนี้
เรียบง่ายไม่มีร่องรอยเหลือ
รูช่องร่องปากมากเหลือเฟือ
เลือดเนื้อฟอกซักชักโครกไป
คนที่สั่งกลายเป็นบริสุทธิ์
คนที่ทำก็หลุดคดีได้
คนที่ตายตายแล้วช่างปะไร
คนที่ดูร้องไห้ไร้น้ำตา

Kasian Tejapira
....

...


เปิดตัว 'เสรีไทยพลัดถิ่น'

ขอเชิญชาวไทยในนครลอส แองเจลิสและเมืองใกล้เคียงที่รัก ปชต. ไม่เอาเผด็จการทหารที่ได้ปล้นอำนาจไปจาก รบ.  ที่ชนะการเลือกตั้ง และต้องการสนับสนุนขบวนการเสรีไทยพลัดถิ่น มารวมตัวกันแสดงพลังความรู้สึกส่งผ่านไปยังคนไทยใน ปท. และคณะ ทหาร คสช.


มาร่วมกัน

1. ให้กำลังใจและสนับสนุนการจัดตั้ขบวนการเสรีไทยพลัดถิ่น

2. ประกาศเปิดตัวสถานที่ทำการ 'เสรีไทยพลัดถิ่น' ในใจกลางนครลอส แองเจลิส
 
     504 N.Berendo St.#602
     Los Angeles,Ca.90004
     Tel. 323-660-0788

3. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านโฟน-ลิ้งค์ไปถึงคณะเสรีไทย (ท่านจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ/ท่านจักรภพ เพ็ญแข และท่านอื่นๆ ฯลฯ)

4. ประนามการปล้นอำนาจของคณะทหาร คสช. โดย นายประยุทธ์ จันทร์โอชาไปจาก รบ. ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ใช้อำนาจอันมิชอบธรรมจับกุมคุมขังผู้ที่มีความคิดต่างโดยไม่เคารพสิทธิผู้อื่น และต้องการให้ คสช. คืนอำนาจ ปชต. ให้ ปชช. โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกเพื่อให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติปราศจากเงื่อนไขก่อนที่ ปท. จะเกิดวิกฤตไปมากกว่านี้

งานเริ่ม เวลา ๑ ทุ่ม วันอาทิตย์ที่ ๓๑ สค.นี้
ณ ห้องอาหาร
ติดลม
4809 Melrose Ave.
LA,CA. 90029

อาหารสั่งได้ตามเมนู อุดหนุนเจ้าของร้านผู้ให้บริการสถานที่
ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ โทร...

สามัคคีคือพลัง  รวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย

มาร์คเปลี่ยนไป๋: ลูกผู้ชายยืดได้หดได้


ที่มา FB Kasian Tejapira

(ขอขอบคุณการประมวลเปรียบเทียบข่าวของคุณโสภณ พรโชคชัย)
..

มาร์ค, เมิงจะเอาไงแน่ครับ
.
อภิสิทธิ์ย้ำคืนระบบเลือกตั้งสำคัญสุด
กท ธุรกิจ 22 สค 57 http://bit.ly/1pkWGgX
.
มาร์คชี้ เดินหน้า ลต.ไม่ใช่ทางออก
ไทยรัฐ 24 เมย 57 www.thairath.co.th/content/418609

Sopon Pornchokchai
...

อีกรูปธรรมที่แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากไม่ได้อะไรเลยจากการรัฐประหารครั้งนี้ แล้วยังติดลบอีก
.................

1. นิพนธ์' ลาออก ส.ส. เบนเข็มชิง นายก อบจ.สงขลา
http://www.thairath.co.th/content/350836

2. “ปนัดดา” แฉพฤติกรรมนักการเมืองท้องถิ่นยุคนี้ฟอนเฟะ “บินเฟิร์สคลาส-กินไวน์ขวดละแสน”
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000096536

3. "นิพนธ์ บุญญามณี" นำทีม อบจ.สงขลา แต่งชุดดำประท้วง "ปนัดดา" ย้ำทำเพื่อรักษาองค์กร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1408982916

Thanapol Eawsakul


ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ" - Thai premier tells foreign investors: 'We are not dictators'


เพลียอีกแล้วครับ ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ" 5555555555555555555555

คงคิดว่านักลงทุนโง่เหมือนตัวเอง พฤติกรรมทั้งหมดที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐประหาร เป็นพฤติกรรมเผด็จการทั้งสิ้น ตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่งตั้งตัวเองเป็นนายก เอาพวกตัวเองเข้ามาเป็น สนช เขียนรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ คสช ปิดกั้นการแสดงความเห็นจากสื่อและนักวิชาการ ไล่ล่าผู้เห็นต่าง ตั้งข้อหาบ้าบอทำร้ายฝ่ายตรงข้าม.... จะให้เขียนพฤติกรรมเผด็จการทั้งหมด คงต้องใช้เวลา 3 วัน

OH MY GOD Prayuth told foreign investors that "We are not Dictators".... Nothing else to say, just to emphasise that these foreign investors are not stupid.

Pavin Chachavalpongpun
ooo

Reuter

BANGKOK Wed Aug 27, 2014 7:31am EDT


(Reuters) - Thai Prime Minister General Prayuth Chan-ocha told European investors on Wednesday that he was not a dictator and that his government was seeking to create a Thailand that would be more attractive for their long-term investments.

Prayuth was appointed prime minister on Monday after he was elected by a rubber-stamp parliament he hand-picked.

The army chief seized power in a bloodless coup on May 22 following six months of sometimes deadly protests that helped oust elected Prime Minister Yingluck Shinawatra. The military said intervention was necessary to avoid further bloodshed.

Prayuth met representatives from the Thai-European Business Association (TEBA), a group representing 80 Thai and European investors including automotive, aerospace, pharmaceutical and logistics firms, telling them he was prepared to do "everything" to ensure Thailand remains a hub for foreign investors.

"I am prepared to do everything. Just show me your investment roadmap," he said

Prayuth, 60, who is also Thailand's army chief, said the country needs time to deal with its political transition.

"We are not dictators that just order whatever," Prayuth said during the meeting at the army's Bangkok headquarters, the first between the junta leader and foreign investors following his appointment as premier.

"We listen to many civilian advisors. I ask you and the European Union to give us some time to deal with our problems."

The United States and European Union (EU) both downgraded diplomatic ties with Thailand following the coup. The EU, Thailand's third largest trade partner and its second biggest investor, has suspended visits and trade talks.

'NOT CRUEL'

Critics have accused Prayuth of ruling with an iron fist and say his appointment as premier gives the country only a veneer of democracy while power remains firmly in the military's hands.

Any public dissent against the takeover was repressed by the army, protests soon fizzled out and hundreds of dissenters were detained by the military, some at undisclosed locations.

At Wednesday's meeting, Prayuth dismissed allegations of abuse in military custody.

"In case you have heard distorted information that we have treated people badly, it is not true. Just look at my face. I am not a cruel person."

Thailand's economy, which narrowly avoided a technical recession in the second quarter this year, is struggling to get back on its feet after months of sometimes violent street demonstrations that left nearly 30 people dead.

A regional hub and export base for global automakers, Thailand is looking to revive domestic consumption and investment following months of political turmoil that have tested its "Teflon Thailand" moniker.

WEAK EXPORTS

Exports, equal to more than 60 percent of the economy, remain weak. Earlier on Wednesday, the Commerce Ministry reported that exports unexpectedly fell 0.85 percent in July from a year earlier.

Prayuth has outlined a year-long roadmap including national reforms, an interim government and elections in 2015.

Cabinet members are expected to be chosen by September.

"When we have a fully-functioning government we plan to visit our counterparts and plan to promote investment in Thailand abroad," Prayuth said during Wednesday's meeting.

"Except in places where I am not welcome," he quipped.

TEBA, which has no links to the European Union, told Prayuth its members were not interested in politics.

"Members do not want to get involved in politics. We want to talk to you about investments and obstacles in Thailand and how we can help Thailand to develop technology," executive director Hugh Vanijprabha said.


(Editing by Richard Borsuk)
...

'ประยุทธ์'วอนนักธุรกิจไทย-ยุโรปเคลียร์กลุ่มอียู

ที่มา Now26 TV

"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" วอนนักธุรกิจ ไทย-ยุโรป ทำความเข้าใจกลุ่มประเทศอียู อ้างคสช.จำเป็นต้องเข้ามาบริหารประเทศ

ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. พันเอกวีรชน สุคนธปฎิภาค บอกหลัง พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้า คสช.พร้อม พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ นำนักธุรกิจไทย-ยุโรป เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับนักธุรกิจถึงสถานการณ์และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต โดยขอให้นักธุรกิจไทย-ยุโรปช่วยทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศอียู ถึงความจำเป็นที่ คสช.ต้องเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ