วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2569

ทีมชาติสเปนโชว์ฟอร์มยอดที่สุดนัดหนึ่งในศึกฟุตบอลโลก 2026 เอาชนะฝรั่งเศสไป 2-0 และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ


Spain vs France 2-0 Highlights & All Goals | World Cup 2026 Semi Final | Spain Reach Final

WEST BROM FAN TV

Jul 14, 2026 

Spain vs France Highlights & All Goals | FIFA World Cup 2026 Semi Final 

Watch the full highlights from the thrilling Spain vs France clash in the FIFA World Cup 2026 Semi Final. 

Relive every goal, the best chances, top saves, key moments, and match highlights as two football giants battle for a place in the World Cup Final. ⚽ 
Match: Spain vs France 🏆 
Tournament: FIFA World Cup 2026 
🔥 Stage: Semi Final

https://www.youtube.com/watch?v=zRMGAP66wz0




สหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์ได้บริจาคกำไรทั้งหมดจากค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอิสราเอลให้กับโครงการบรรเทาทุกข์ในฉนวนกาซา โดยระบุว่าไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความทุกข์ยากของพลเรือนได้

https://www.facebook.com/Postoast/posts/1507023061467360

สหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์ได้บริจาคกำไรทั้งหมดจากค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอิสราเอลให้กับโครงการบรรเทาทุกข์ในฉนวนกาซา โดยระบุว่าไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความทุกข์ยากของพลเรือนได้
สหพันธ์ฯ กล่าวว่ารายได้จากค่าตั๋วเดิมเพิ่มขึ้นจากการบริจาคเพิ่มเติม ทำให้ยอดบริจาครวมเป็น 4.5 ล้านโครนนอร์เวย์ โดยเงินจำนวนนี้จะมอบให้กับองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières) เพื่อสนับสนุนการดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉินในฉนวนกาซา
การแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลาย 5-0 ของนอร์เวย์ โดยเออร์ลิง ฮาแลนด์ ทำแฮตทริกได้ อย่างไรก็ตาม กองหน้าของแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้แสดงท่าทีไม่เกี่ยวข้องกับการถกเถียงทางการเมือง โดยกล่าวว่าการตัดสินใจเช่นนั้นควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อื่น และเขาให้ความสำคัญกับการช่วยนอร์เวย์ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ต่อไป
การตัดสินใจของสหพันธ์ฯ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ขณะที่ข่าวลือที่ว่าฮาแลนด์บริจาคเงินรายได้จากการแข่งขันด้วยตนเองยังไม่ได้รับการยืนยัน การบริจาคนี้กระทำโดยสหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์ ไม่ใช่โดยตัวนักเตะเอง
.....

นี้แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ของวงการกีฬาโลกในปัจจุบันที่ "ฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเกมกีฬาอีกต่อไป" แต่เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเสียงสะท้อน เรียกร้องความยุติธรรม และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความขัดแย้งโดยตรง
.....


Norway vs Israel (5-0) Full Highlights HAALAND SCHOOLS THE ZIONISTS

GET IN BEHIND FOOTBALL TV

Oct 12, 2025

Haaland schools the zionists

https://www.youtube.com/watch?v=MEzz8zXgYKM




ภายในลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก มีชิบเทคโนโลยีข้างใน ทำอะไรได้หลายอย่าง อีกอย่างที่น่าทึ่ง ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมวัสดุและการถ่วงสมดุลอย่างละเอียด ทำให้โครงสร้างและน้ำหนักของลูกฟุตบอลเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้นักฟุตบอลไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการเตะลูกบอลทั่วไปเลย







https://x.com/xThen_Now/status/2076959336174080332
.....

เทคโนโลยีภายในลูกฟุตบอลระดับโลก (เช่น ลูกฟุตบอล Trionda ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หรือรุ่นก่อนหน้าอย่าง Al Rihla) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบรูปทรงภายนอกให้เตะง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็น "อุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device)" ที่ฝังระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ข้างในอย่างเต็มรูปแบบ

ระบบนี้ทำงานอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง และใส่มาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร สรุปได้ดังนี้

1. เทคโนโลยีข้างในทำอะไรได้บ้าง?

แกนกลางของลูกฟุตบอลจะถูกยึดไว้ด้วยระบบกันสะเทือนเพื่อปกป้องชิปประมวลผลขนาดเล็ก ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญหลัก ๆ ดังนี้:

เซนเซอร์ IMU (Inertial Measurement Unit): เป็นเซนเซอร์วัดความเฉื่อยที่คอยตรวจจับทิศทาง ความเร่ง และการหมุนของลูกบอลในระบบ 3 มิติ

ส่งข้อมูลความเร็วสูง (500Hz): เซนเซอร์นี้จะส่งข้อมูลการเคลื่อนที่ของลูกบอลออกไป 500 ครั้งต่อวินาที (500Hz) ซึ่งเร็วกว่ากล้องวิดีโอทั่วไปมาก ทำให้บันทึกทุก ๆ เสี้ยววินาทีที่ลูกบอลถูกกระทบได้อย่างละเอียด

ระบบชาร์จไฟไร้สาย (Induction Charging): ตัวชิปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่องราว 6 ชั่วโมง โดยก่อนการแข่งขัน เจ้าหน้าที่จะต้องนำลูกฟุตบอลไปวางบนแท่นชาร์จไร้สายในสนาม

2. วัตถุประสงค์หลัก

เป้าหมายสูงสุดของการใส่เทคโนโลยีนี้เข้ามา คือเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ยุติธรรม และความรวดเร็วในการตัดสิน โดยทำงานร่วมกับระบบกล้องติดตามผู้เล่นรอบสนาม (Semi-automated Offside Technology) ดังนี้:

⚽ จับจังหวะ "ล้ำหน้า" ได้แม่นยำในระดับมิลลิวินาที

ปัญหาของการดูภาพช้า (VAR) แบบเดิมคือ การระบุว่า "ผู้ส่งบอลออกสตาร์ทเตะบอลในเฟรมไหนกันแน่" ซึ่งชิปในลูกบอลจะเข้ามาแก้ปัญหานี้ เมื่อเท้ากระทบบอล กราฟข้อมูลจะเกิดการพุ่งสูงขึ้น (Spike) ทันที ทำให้กรรมการในห้อง VAR รู้เวลาที่ระบุตำแหน่งการปล่อยบอล (Kick-point) ได้อย่างถูกต้องตรงเป๊ะ นำไปคำนวณการล้ำหน้าได้ภายในไม่กี่วินาที

⚽ พิสูจน์การสัมผัสบอล (ใครโดนบอลคนสุดท้าย? / แฮนด์บอลหรือไม่?)

เนื่องจากระบบส่งข้อมูล 500 ครั้งต่อวินาที มันจึงไวพอที่จะบอกได้ว่าลูกบอลเกิดการเปลี่ยนทิศทางจากการสัมผัสเพียงแผ่วเบาหรือไม่ ช่วยตัดสินในกรณีที่คลุมเครือ เช่น ลูกบอลเฉี่ยวแขนเสื้อ (แฮนด์บอล) หรือลูกบอลเปลี่ยนทิศทางเข้าประตูไปโดยโดนหัวกองหน้าหรือเปล่า

⚽ ยกระดับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และสถิติ

ข้อมูลดิบจากลูกบอลจะถูกนำไปประมวลผลต่อเพื่อแสดงกราฟิก 3 มิติให้ผู้ชมทางบ้านเข้าใจสถานการณ์ล้ำหน้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการคำนวณความเร็วในการยิง (Shot Velocity) อัตราการไซด์โค้ง และวิถีของลูกบอลแบบเรียลไทม์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เกม

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: แม้จะมีเทคโนโลยีฝังอยู่ข้างใน แต่ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมวัสดุและการถ่วงสมดุลอย่างละเอียด ทำให้โครงสร้างและน้ำหนักของลูกฟุตบอลเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้นักฟุตบอลไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการเตะลูกบอลทั่วไปเลย




รูบิโอประกาศกร้าวจะ ‘ยุบ’ ศาลอาญาระหว่างประเทศ นักการเมืองระดับเก๋าและนักการทูตอย่าง มาร์โก รูบิโอ ย่อมรู้ดีอยู่เต็มอกว่าในทางกฎหมายระหว่างประเทศ สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์เดินไปสั่งปิดตึกหรือฉีกสนธิสัญญาที่ 120 กว่าประเทศร่วมกันเซ็นได้ แต่พูดออกมาเพื่อ ?









นักการเมืองระดับเก๋าและนักการทูตอย่าง มาร์โก รูบิโอ ย่อมรู้ดีอยู่เต็มอกว่าในทางกฎหมายระหว่างประเทศ สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์เดินไปสั่งปิดตึกหรือฉีกสนธิสัญญาที่ 120 กว่าประเทศร่วมกันเซ็นได้

ดังนั้น คำถามของคุณที่ว่า "แล้วเขาจะพูดออกมาเพื่ออะไร?" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงเบื้องหลังวาทกรรม "ทุบศาลทีละอิฐ" มีเหตุผลหลักอยู่ 4 ประเด็น ดังนี้:

1. การป้องปรามล่วงหน้า (Pre-emptive Deterrence)

นี่คือการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงที่สุด (Chilling Effect) ไปยังอัยการและผู้พิพากษาของ ICC ว่า "อย่าริอาจแตะต้องคนอเมริกันหรือพันธมิตรของสหรัฐฯ" * ในคำแถลงของรูบิโอ มีการยกตัวอย่างภาพของ "ทหารอเมริกัน" หรือ "เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดน" ที่อาจถูกลากตัวไปขึ้นศาลโลก

การขู่ว่าจะทำลายล้างศาล จึงเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ICC เกิดความหวาดกลัวและต้อง "คิดแล้วคิดอีก" หากจะเปิดฉากสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หรือพันธมิตรใกล้ชิด (เช่น อิสราเอล)

2. ผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ (Domestic Politics)

วาทกรรมนี้ไม่ได้ส่งถึงกรุงเฮก (ที่ตั้ง ICC) มากเท่ากับที่ส่งถึง "ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวอเมริกัน"

แนวคิดแบบ "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) และการต่อต้านลัทธิโลกาภิวัตน์ (Anti-Globalism) เป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลชุดนี้

การพูดคำว่า "ยุบศาลโลก" ฟังดูดุดัน แข็งกร้าว และแสดงถึงพลังอำนาจของสหรัฐฯ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกใจผู้นิยมขวาจัดและสายชาตินิยมในประเทศอย่างมาก

3. กลยุทธ์ "ขู่ให้สุด" เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง (Maximalist Bargaining)

ในทางเจรจาต่อรอง การตั้งเป้าหมายไว้สูงสุดกู่ (เช่น การสั่งยุบองค์กร) จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามหรือประเทศพันธมิตรตกเป็นรองตั้งแต่เริ่ม

เมื่อสหรัฐฯ ขู่ว่าจะทำลายศาลทิ้ง ประเทศพันธมิตรในยุโรปที่ยังอยากรักษา ICC ไว้ จะต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อหรือเข้ามาอ้อนวอนขอเจรจา

สหรัฐฯ อาจใช้จุดนี้ในการต่อรองข้อตกลงอื่น ๆ เช่น บีบให้ประเทศยุโรปยอมเซ็นข้อตกลงทวิภาคีว่าจะไม่ส่งตัวคนอเมริกันให้ ICC (ซึ่งสหรัฐฯ เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตผ่านข้อตกลง Article 98)

4. การส่งสัญญาณปรับเปลี่ยน "ระเบียบโลกใหม่" (Signaling a Shift)

รูบิโอต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า ยุคสมัยที่สหรัฐฯ จะเกรงใจองค์กรพหุภาคี (Multilateralism) ได้จบลงแล้ว

การประกาศสงครามกับ ICC เป็นการขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ให้คุณค่ากับ "อำนาจอธิปไตยของรัฐชาติ" (State Sovereignty) เหนือกว่ากฎหมายโลกที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ (Globalist Bureaucracy) เป็นการเตือนองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ (เช่น UN หรือ WHO) ไปในตัวด้วยว่าหากล้ำเส้น สหรัฐฯ พร้อมจะใช้วิธีรุนแรงแบบเดียวกัน

📌 บทสรุป

คำว่า "จะยุบศาล" จึงไม่ใช่แผนการทางกฎหมาย แต่เป็น "อาวุธทางจิตวิทยาและการทูต" รูบิโอไม่ได้หวังจะเห็นศาลล่มสลายในพริบตา แต่เขาต้องการให้ศาล "กลัวจนไม่กล้าขยับ" และส่งสัญญาณให้โลกเห็นว่าสหรัฐฯ พร้อมจะใช้อำนาจดิบทางการเงินและการทูตจัดการกับใครก็ตามที่กล้าท้าทายอธิปไตยของตน




ปัญหาแม่น้ำพิษ พูดมานาน 1 ปี แต่รัฐบาลไม่ขยับ วันนี้พรรคประชาชน ยื่นบันทึก Memorandum พร้อมข้อมูลอย่างละเอียดให้กับทางสถานเอกอัครราชทูตจีน ในฐานะผู้แทนราษฎร และตัวแทนคนไทย ขอความจริงใจต่อปัญหานี้ หยุดปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านร่วมกัน


Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์
6 hours ago
·
ปัญหาแม่น้ำพิษ พูดมานาน 1 ปี แต่รัฐบาลไม่ขยับ วันนี้พวกเราทำให้เอง

วันนี้พวกเราพรรคประชาชนยื่นบันทึก Memorandum พร้อมข้อมูลอย่างละเอียดให้กับทางสถานเอกอัครราชทูตจีน ในฐานะของผู้แทนราษฎร ตัวแทนประชาชนคนไทย ถึงการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ให้ทางจีนมีข้อมูลที่ชัดเจน สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ตรงจุด ตรวจสอบต้นตอได้ตรงเป้า และร่วมแสดงความจริงใจต่อปัญหานี้ หยุดปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านร่วมกัน

โดยวันนี้เราได้เน้นย้ำกับทางเอกอัครราชทูตจีนถึงความสำคัญของประเด็นนี้ว่า “จากปัญหานี้คนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนทุกเชื้อชาติ เราต้องเร่งจัดการปัญหาร่วมกันจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง รอไม่ได้”

การจัดการแม่น้ำพิษ “ต้องจัดการที่ต้นตอ” สิ่งที่พวกเรา นำโดย “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ผม, สส.สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ, และสส.ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนคนไทย ยื่นหนังสือให้กับทางจีนในวันนี้ มีเนื้อหาที่ระบุชัดเจนว่า ต้นตอของสารพิษที่เราเจอกันมากว่าหนึ่งปี ไม่ได้มาจากสารโลหะหนักในธรรมชาติของไทย หรือกิจกรรมใดๆในไทยเลย โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งการตรวจน้ำและตะกอนดินของกรมควบคุมมลพิษและงานวิจัยของ รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของสารพิษกับทางจีน รวมถึงสภาพความรุนแรงของปัญหานี้ที่ปัจจุบันกระทบกับทั้งแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน รวมถึงความเสี่ยงในน้ำกระบุรี ที่เราพบค่าสารพิษในแม่น้ำมากกว่ามาตรฐานทั้งสารหนูและตะกั่ว และยังลามไปถึงอาหารที่เรากิน การตรวจพืชผักที่ทำให้อาหารเราปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และเนื้อปลาที่ตอนนี้ ก็มีการตรวจพบปลาจากแม่น้ำโขงที่มีสารตะกั่วเกินเกณฑ์ปลอดภัยแล้วเช่นกัน

ในส่วนของต้นตอ เราได้แนบพิกัดอย่างละเอียดของเหมือง 2,676 จุด จาก Stimson Center เพื่อให้ทางจีนสามารถตรวจสอบ ว่ามีทางภาคส่วนใดๆของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหมืองไหนบ้าง เพื่อที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายของจีนที่มีอยู่แล้ว ที่เข้ากับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น กฎหมาย Rare Earth Management, กฎหมาย Outbound Investment, และกฎหมาย Export Control โดยเราขอให้ทางจีนตรวจสอบ และตอบกลับเป็นหนังสือ เพื่อให้เราสามารถนำมาสื่อสารต่อกับประชาชนในประเทศไทย ให้รับรู้ถึงความใส่ใจต่อปัญหานี้ของทางจีน ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ที่มีกรอบด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะ

เป้าหมายของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่การชี้ตัวว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่เป็นการดึงประเทศใน Supply chain ของแร่ เข้ามาร่วมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหมือง ร่วมจัดการ Supply chain ของแร่ และจัดการปัญหานี้ที่ต้นตอ โดยเรายังมีข้อเสนอการบำบัดมลพิษที่เหมืองที่มีต้นทุนต่ำจากงานวิจัยที่เราแนบไปด้วย อธิบายสั้นๆแบบนี้ครับ ในกรณีเหมืองที่ถูกกฎหมาย ค่าบำบัดที่เหมืองสามารถทำได้ในต้นทุน 5-20 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากปล่อยไว้แล้วค่อยฟื้นฟู แพงกว่าร้อยถึงพันเท่าแน่นอน และอาจจะฟื้นฟูไม่ได้เลยอีกด้วย

ซึ่งในวันนี้ทางท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ก็ได้ให้คำมั่นถึงการส่งเอกสารทั้งหมดตรงไปยังรัฐบาลจีนแล้วครับ

ผมและพรรคประชาชนจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิดต่อไป จนกว่าแม่น้ำประเทศเราจะกลับมาสะอาด และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ริมน้ำกลับมาปลอดภัยเหมือนในอดีตครับ

- ขอขอบคุณ คณะอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน ที่มาจากหลายภาคส่วน เราทำงานกันมานานจนได้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยเฉพาะ รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากสกสว.​ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่นอกจากจะร่วมเป็นอนุกรรมาธิการกับเราด้วยแล้ว ยังทำข้อมูลงานวิจัยการพิสูจน์แหล่งกำเนิดของสารพิษ
- ขอบคุณ อาจารย์อริศรา เหล็กคำ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สำหรับข้อมูลในส่วนกฎหมายของจีน
- และรศ.ดร.จารุประภา รักพงษ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้คำปรึกษาในประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมครับ

https://www.facebook.com/photo?fbid=1032149119190848&set=a.157622316643537




ประชาไท ถอดปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล “ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว ไม่ต้องปิดหูปิดตาตัวเอง” ในเวทีเสวนา “ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ไม่มีอยู่จริง?” ขอรัฐยื่นมือยอมรับ 'ปาตานี' เปิดทางสู่การพูดคุยและการปลดอาวุธ


ประชาไท Prachatai.com
8 hours ago
·
ถอดปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล “ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว ไม่ต้องปิดหูปิดตาตัวเอง” ในเวทีเสวนา “ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ไม่มีอยู่จริง?” ทำไมความรู้ประวัติศาสตร์จึงกระเทือนความมั่นคง กับแนวคิด "แบกันบนโต๊ะ" สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด พร้อมยื่นมือยอมรับ "ปาตานี" เพื่อเปิดประตูสู่การพูดคุย และช่วยปลดอาวุธ เพราะความเห็นต่างไม่ใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกัน หากทุกฝ่ายกล้าเปิดพื้นที่รับฟังกัน
.
ความรู้ประวัติศาสตร์ของราชการไทยแข็งตัวและกลวง
.
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย กล่าวว่า ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของราชการไทยจำนวนมากแข็งตัวและกลวง กลัวการถูกท้าทาย เมื่อถูกท้าทายก็ทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน มากๆ เข้าก็กลัวเกิดความไม่มั่นคงขึ้นมา ไม่ทนต่อการพิสูจน์ ไม่ทนต่อการท้าทายจากการอธิบายแบบอื่นและการพบหลักฐานใหม่ๆ ประวัติศาสตร์ที่ถูกค้ำจุนได้ด้วยอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการเมือง กฎหมาย งบประมาณ หรือการควบคุมการเผยแพร่ ย่อมเปราะบางกว่าประวัติศาสตร์ที่ยืนอยู่บนคุณภาพทางวิชาการ เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามก็จำเป็นต้องใช้อำนาจเข้าปกป้อง แทนที่จะตอบโต้ด้วยเหตุผลและหลักฐาน
.
“ด้วยเหตุนี้ประวัติศาสตร์ของทางราชการ จึงง่อนแง่น ไม่มั่นคงเมื่อถูกท้าทาย”
.
ประเด็น "ปาตานี" ควรเป็นเรื่องของการศึกษามากกว่าการปิดกั้น
.
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย เห็นว่า การตั้งคำถามว่า "ปาตานีมีอยู่จริงหรือไม่" เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ในทางวิชาการ แต่ไม่ควรถูกห้ามหรือถูกเซ็นเซอร์ เพราะประวัติศาสตร์ควรเปิดให้มีการอภิปรายบนพื้นฐานของหลักฐานและเหตุผล
.
เขายกตัวอย่างว่า ชื่อ "พระนเรศวร" หรือ "พ่อขุนรามคำแหง" ก็เป็นชื่อที่คนรุ่นหลังใช้เรียก แต่ไม่ได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ไม่เคยมีตัวตน เช่นเดียวกับกรณีที่คนผิวดำในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนจากคำเรียก Negro มาเป็น African-American หรือการเปลี่ยนชื่อเมืองหลายแห่งในอินเดีย เช่น มุมไบ (Mumbai) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อเรียก ไม่ใช่การปฏิเสธว่าผู้คนหรือสถานที่เหล่านั้นไม่เคยมีอยู่
.
https://www.facebook.com/photo?fbid=1483107790530190&set=a.643704854470492

ธงชัย วินิจจะกูล : ขอรัฐยื่นมือยอมรับ 'ปาตานี' เปิดทางสู่การพูดคุยและการปลดอาวุธ
.
อ่านเพิ่มเติม https://prachatai.com/journal/2026/07/118044




ความจริงที่เจ็บปวด ลูกค้าประจำโรงเบียร์ลาดพร้าว ฝากความในใจ หลังไฟไหม้ร้านที่มาใช้บริการบ่อย "ฝากตรวจทุกร้านจริงจัง" เชื่อ คนไทยลืมง่าย ไม่เกิน 2 เดือนอาจลืมเลือนกันแล้ว - หวังว่าเสียงสะท้อนจากลูกค้าประจำรายนี้ ไปถึงหูผู้มีอำนาจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง





https://x.com/ThaiPBSNews/status/2077005721947021629


 

ความพลิกผันในการตีความ คดี112 "เกินตัวบท" ของศาล ในยุคหลัง เดิม ในทางตำราและการร่างกฎหมาย ไม่มีใครอธิบายให้รวมถึงอดีตพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ หมายถึงพระองค์ปัจจุบัน พระราชินี หมายถึงคู่อภิเษกขณะที่พระมหากษัตริย์ครองราชย์อยู่ขณะกระทำผิด ส่วนรัชทายาทเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลฯ ไม่รวมถึงพระราชโอรส-พระราชธิดาพระองค์อื่น






 https://x.com/iLawFX/status/2076910587771330774




🔴พรุ่งนี้ (15 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดธัญบุรี ปทุมธานี จะมีนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตายของ บุ้ง-เนติพร โดยจะมีคำสั่งว่า “ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้” -- ชวนย้อนฟังคำให้สัมภาษณ์สุดท้ายของ บุ้ง เนติพร

 
https://www.facebook.com/watch/?v=1695128795129169

ยูดีดีนิวส์ - UDD news
7 hours ago
·
พรุ่งนี้ (15 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดธัญบุรี ปทุมธานี จะมีนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตายของ บุ้ง-เนติพร โดยจะมีคำสั่งว่า “ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้”
.
ชวนย้อนฟังคำให้สัมภาษณ์สุดท้ายของ บุ้ง เนติพร เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนขึ้นไปฟังคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวในคดีมาตรา 112 จากกรณีทำโพลเกี่ยวกับขบวนเสด็จ ส่งผลให้เธอถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ภายหลังการคุมขัง บุ้งประกาศอดอาหารและน้ำเพื่อประท้วง พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและคืนสิทธิในการประกันตัวแก่ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง และต่อมาบุ้งได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ระหว่างถูกคุมขัง
.
ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้น “ยกฟ้อง” ในคดีนี้ คดีที่บุ้งถูกถอนประกัน จนนํามาซึ่งการประกาศอดอาหารและเสียชีวิตระหว่างการถูกควบคุมตัว
.
พรุ่งนี้(15 ก.ค. 69) จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญ ด้วยศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งการเสียชีวิตของ“บุ้ง” เนติพร กรณีเสียชีวิตระหว่างอยู่ในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ โดยศาลจะมีคำสั่งแสดงว่า “ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้”




จากทอม ดันดี ถึง อติรุจ ผมหวังว่าวันนี้ (15 กรกฎา 69)อติรุจ จะได้กลับบ้าน ผมจะไป ร่วมให้กำลังใจอติรุจ (ในวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 14.30 น.) ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/27850729037900571

Thanapol Eawsakul 
2 hours ago
·
จากทอม ดันดี ถึง อติรุจ
ผมหวังว่าวันนี้ (15 กรกฎา 69)อติรุจ จะได้กลับบ้าน
.....
วันนี้ ผมจะไป ร่วมให้กำลังใจอติรุจ (ในวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 14.30 น.) ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้
โดย อติรุจ โปรแกรมเมอร์วัย 29 ปี จะเดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อถอนประกัน ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำตามคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน ในคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า "ไปไหนก็เป็นภาระ" ระหว่างขบวนเสด็จเมื่อปี 2565 หลังตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ

ถ้าในทางกฎหมาย อติรุจ จะต้องเข้าเรือนจำทันทีเพราะศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาว่าเขามีความผิดจามมาตรา 112
กรณีนี้ทำให้ผมนึกกถึงกรณี นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี (อายุ 59 ปี แนวร่วม นปช. และนักร้องวงดนตรีเพื่อชีวิตเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112)
ในคำตัดสินเ่มื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561

กรณีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 จำเลยได้ขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีให้ แนวร่วม นปช.ฟังในงาน “แรงงานสร้างบ้านแป๋งเมือง” เหตุเกิดที่ บริเวณตลาดจตุจักร ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน

หลังจากติดคุกมาจากคดีอื่น ทอม ดันดี ให้การรับสารภาพ
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์คำฟ้องของอัยการโจทก์แล้วเห็นว่า
ข้อความที่โจทก์บรรยายฟ้อง ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ว่าจำเลยหมิ่นเบื้องสูง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 (1) พิพากษายกฟ้อง

ยกฟ้อง! ‘ทอม ดันดี’ คดี 112 ศาลชี้ข้อความไม่ชัดพอ แม้รับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_895741

ถ้าใครเข้าใจบริบทของดคี 112 ของ ทอม ดันดี ในปี 2561 ตอนนั้น สภาพการบังตับใช้ ม.112 เหมือนจะเป็นการ "นิรโทษกรรมในทางพฤตินัย" เพราะคดี 112 ในห้วงเวลานั้น แทบจะไม่บังคับใช้ ขณะเดียวกันกระแสปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ก็ยังไม่เกิดเช่นกัน
 
ทั้งหมดทั้งปวงเกิดการบังคับใช้ ม.112 อบ่างเข้มงวดอีกครั้งในเดือนพฤจิกายน 2563 ภายหลังการเกิดขึ้นของการเรียกร้องปฏิรุปสถาบันกษัรตริย์ตบอดปี 2563
และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมา

แต่ผมก็หวังว่า คดี 112 ของ อติรุจ อาจจะเป็นจุดเปลียนอีกครั้ง

ภายหลังจากคำพิาพากษาเรื่องการทำโพลขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 6กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ยกฟ้อง ตะวัน กับพวก คดี 112 ทำโพลขบวนเสด็จ ศาลชี้ตั้งคำถามไม่มุ่งบุคคล ไม่เข้าองค์ประกอบกม.... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/local/news_5793256
แม้ว่าจะยุ่งยากกว่าก็ตาม แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะ ม.112 มันไม่ได้มีมิติทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้นแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้




อติรุจ จำเลยคดีมาตรา 112 ตัดสินไม่ยื่นฎีกาต่อ "อยากให้ทุกคนเห็นว่า ผมกำลังเข้าเรือนจำ โทษ 1 ปี 8 เดือน เพราะไปตะโกนใส่ขบวนเสด็จ" "ถ้าทุกคนเห็นว่านั่นเป็นเรื่องปกติในประเทศ วันนั้นก็เป็นแค่วันธรรมดาวันนึง และผมก็เป็นแค่อาชญากรคนนึง" ขอชวนทุกคนร่วมเดินทางไปให้กำลังใจอติรุจ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Yesterday
·
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 เหตุตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ นัดส่งตัวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 15 ก.ค. เพื่อเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน
.
.
ในวันที่ 15 ก.ค. 2569 เวลา 14.30 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ โดยจะเดินทางไปศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมทนายความและนายประกัน เพื่อถอนประกันตัว ก่อนเข้ารับการส่งตัวเข้าเรือนจำในวันดังกล่าว
.
คดีนี้มีเหตุสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2565 เวลาประมาณ 17.00 น. รัชกาลที่ 10 และพระราชินีได้เสด็จเปิดอาคารใหม่ของศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเสด็จกลับเวลาประมาณ 18.00 น. ในขณะที่รถขบวนเสด็จผ่าน มีประชาชนคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป
.
จากนั้น อติรุจถูกสั่งฟ้องคดีต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามมาตรา 112 และ “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ” ตามมาตรา 138 วรรคสอง และในชั้นสืบพยานอติรุจได้ให้การรับสารภาพเฉพาะข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แต่ให้การปฏิเสธข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานฯ โดยมีข้อต่อสู้ว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งมายืนประกบตัวอติรุจไม่ได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบ ไม่เคยตอบคำถามหรือพูดคุยกับอติรุจ และไม่สามารถสังเกตเห็นบัตรประจำตัวได้ ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ที่มาควบคุมตัวอยู่เป็นใคร
.
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าอติรุจมีความผิดทุกข้อกล่าวหา ในข้อหามาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน ส่วนในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยการใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 2 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และได้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
.
ผ่านมาสองปีเศษ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และอนุญาตให้อติรุจประกันตัวในชั้นฎีกาโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติม
.
ไม่เห็นความหวังในชั้นฎีกา แต่โลกยังหมุนไปทุกวัน และชีวิตคนยังต้องดำเนินต่อไป
.
หลังจากผ่านไป 2 เดือน อติรุจตัดสินใจยุติการต่อสู้คดี ไม่ยื่นฎีกาต่ออีก และเตรียมพร้อมเดินหน้าเข้าเรือนจำ โดยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีโอกาสได้พูดคุยกับอติรุจเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ เขาตอบทุกคำถามและเล่าทุกเรื่องราวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็หนักแน่น คิดไตร่ตรองทุกเหตุผลอย่างเป็นระบบ
.
โดยเหตุผลหลักในการตัดสินใจเลือกไม่สู้คดีต่อ มาจากเหตุผลหลักเรื่องการงาน ด้วยอาชีพโปรแกรมเมอร์ที่เขาทำและลุ่มหลงนั้น การต้องเผชิญภาระทางคดีอันหนักอึ้ง และเวลาที่ยืดยาว อาจทำให้การงานสะดุดไม่ราบรื่น มิหนำซ้ำ ในปัจจุบันเทคโนโลยีก็ก้าวพัฒนาขึ้นไปทุกวันอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลมากต่อสายงานของเขาซึ่งอาจถูก Disruption (เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่) ได้เสมอ เขาจึงตัดสินใจว่าการเดินหน้าเข้ารับโทษและออกมาให้เร็วที่สุดน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
.
เขายังมองว่าคดีของเขานั้น แม้จะสู้คดีต่อในชั้นฎีกา ก็ยังมองไม่เห็นความหวังว่าผลคำพิพากษาจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการกระทำของเขาที่เป็นเหตุซึ่งหน้า และประเมินจากสถานการณ์ทางการเมืองโดยภาพรวมแล้ว
.
อย่างไรก็ดี แม้อติรุจจะรับสารภาพและกำลังจะเดินหน้าเข้ารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เขาก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำก็เป็นเพียงแค่การพูด ซึ่งไม่มีควรมีใครต้องถูกขังและต้องลี้ภัยเพียงเพราะแค่พูดเรื่องนี้
.
วันที่ 15 ก.ค. 2569 อติรุจ ทนายความ พร้อมด้วยนายประกัน จะเดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อถอนการประกันตัว และเตรียมถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ เพื่อรับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เรียนเชิญประชาชนที่สนใจร่วมติดตาม-ให้กำลังใจอติรุจได้ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป ก่อนยื่นถอนประกันและส่งตัวต่อศาลในเวลา 15.00 น.
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/84527

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1439091841394615&set=a.656922399611567





 https://x.com/ThumbRights/status/2076897670807925076


15 hours ago
·
"อยากให้ทุกคนเห็นว่า ผมกำลังเข้าเรือนจำ โทษ 1 ปี 8 เดือน เพราะไปตะโกนใส่ขบวนเสด็จ"

"ถ้าทุกคนเห็นว่านั่นเป็นเรื่องปกติในประเทศ วันนั้นก็เป็นแค่วันธรรมดาวันนึง และผมก็เป็นแค่อาชญากรคนนึง"

15 กรกฎาคม 2569 อติรุจ จำเลยคดีมาตรา 112 ตัดสินไม่ยื่นฎีกาต่อ โดยจะเดินทางไปศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมทนายความและนายประกัน เพื่อถอนประกันตัว ก่อนเข้ารับการส่งตัวเข้าเรือนจำในวันดังกล่าว เวลา 15.00 น.

ก่อนถึงวันพรุ่งนี้ มารับฟังเหตุผล ความรู้สึก และสิ่งที่เขาอยากสื่อผ่านวิดิโอนี้ ก่อนที่จะไม่ได้พบเขาอีกเกือบ 2 ปี

ขอชวนทุกคนร่วมเดินทางไปให้กำลังใจอติรุจ
 15 กรกฎาคม 2569
 เวลา 15.00 น.
ศาลอาญากรุงเทพใต้
เพราะการยืนอยู่ข้างกันในวันที่สำคัญ คือกำลังใจที่มีความหมาย

#นิรโทษกรรมประชาชน



วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดธัญบุรีจะมีนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตายของ บุ้ง-เนติพร นักกิจกรรมการเมืองกลุ่มทะลุวัง รับฟังเรื่องราวของบุ้งผ่าน ใบปอ-ณัฐนิช เพื่อนร่วมทางการต่อสู้ทางการเมืองในคดีนี้และในเรือนจำ





https://x.com/iLawFX/status/2077040831324930464


 

วันอังคาร, กรกฎาคม 14, 2569

หนึ่งในสี่พยานคดีฮั้ว สว.เปิดโปง “กระบวนการโกง ‘อ้างเบื้องบน’ เพื่อสกัดพรรคส้ม” ซ้ำเผยมี ‘สีน้ำเงิน’ โทรบอกให้หยุดแฉ แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท

หนึ่งในสี่พยานคดีฮั้ว สว.แฉ “กระบวนการโกง ‘อ้างเบื้องบน’ เพื่อสกัดพรรคส้ม” ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์กล้าเผยคำ นายมนตรีจากนครศรีธรรมราช ให้การในงานเสวนา ‘ครบรอบ ๒ ปีเลือก สว. คดีถึงไหนแล้ว’

พยานคนนี้เล่าว่า “ได้มีการนำผู้สมัครไปยังโรงแรมหนึ่่งหนึ่ง แล้วมีผู้อธิบายเหตุผลที่ต้องจัดทำกระบวนการเลือก สว.แบบนี้” และ “ให้ทุกคนกาตามโพย และทุกคนจะมีโอกาสได้เป็น สว.หรือไม่ก็ผู้ช่วย สว. โดยทุกคนจะได้ค่าตอบแทนเงินตัวเลข ๖ หลัก”

ช่วงการอภิปรายของ พริษฐ์ วัชรสินธุ์ ได้นำพยานคดีฮั้ว สว.สี่คน จากสี่จังหวัดภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ “ให้การตรงกันเรื่องขบวนการจ้างวาน ขนคนกักตัวในโรงแรม และแจกโพยล็อกตัวเลขเลือกลำดับไขว้กลุ่ม”

พยานคนแรกบอกว่ามีการจัดเลี้ยงอาหารที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยมี สส.พรรคสีน้ำเงิน จังหวัดอุดรธานี เขต ๘ เป็นคนดำเนินงาน “บอกให้หาคนมาให้ได้มากที่สุด และจะมีค่าสมนาคุณให้รายบุคคล พร้อมดูแลค่าเดินทางทั้งหมด”

พยานคนที่สอง อยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยว ได้รับการนัดหมายไปที่โรงแรมในจังหวัดอยุธยา กลุ่มผู้จัดงานอ้างว่าจะมีคณะของ นายใหญ่ น. เดินทางมาร่วมด้วย “ตนเป็นเป้าเพราะมีคะแนนสูงสุดในกลุ่ม” แต่เขาไม่สนใจเดินทางกลับก่อน

ส่วนพยานคนที่สามและสี่เล่าถึงข้อตกลงจ้างให้หาคนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า ๑๐ นัดไปรับเงินที่โรงแรมย่านรังสิต แล้วยื่นข้อเสนอว่า ถ้ากระบวนการสำเร็จเสร็จสิ้น จะจ่ายอีก ๕ แสนบาท สำหรับพยานคนสุดท้ายบอกด้วยว่าได้ให้รายละเอียดทั้งหมดแก่ดีเอสไอไปแล้ว

“พร้อมมีการเปิดหลักฐานที่เป็นธนบัตร ๑,๐๐๐ บาทจำนวน ๒๐ ใบที่ตนได้รับมา และยังมีการกล่าวอ้างถึงญาติของ บิ๊กมหาดไทย คนปัจจุบัน ว่าเป็นคนเข้ามานัดแนะกระบวนการฮั้วทั้งหมด” พยานที่ชื่อ มนตรีคนนี้ ชูเสื้อเหลืองที่ได้รับแจกให้ดูด้วย

เขายังเล่าต่ออีกว่า “ก่อนที่จะเข้าไปให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยมีคนของกลุ่มสีน้ำเงินโทรมาให้ตนหยุดออกมาแฉกระบวนการฮั้ว สว. แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท” ผู้ชมคลิปจากติ๊กต๊อกรายหนึ่งคอมเม้นต์ว่า “แกชัดเจนตรงไปตรงมา กล้าหาญชาญชัยมาก”

(https://www.nationtv.tv/news/politics/378980127 และ https://www.facebook.com/nationweekend/posts/Rkzvy5Xp8)