วันเสาร์, มกราคม 17, 2569

หมาแก่บอกว่า ภูมิใจไทยมีลมใต้ปีกเป็น untouchable man คนที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ เป็นบุคคลที่เราไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะต้อง - #เลือกตั้ง2569 ประชาชนละ ท่านจะเป็นลมใต้ปีกให้ใคร ?

 





 


มาดูอากาศกรุงเทพว่าโสโครกแค่ไหน ใครที่ทำงานข้างนอก นี่คืออากาศที่เราหายใจเข้าไป เทียบนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน






https://x.com/thestandardth/status/2012087522927796269


 


 

เบาะแสทุจริต เงินทอนรถไฟความเร็วสูง


สันติวิธี พ.
15 hours ago
·
เบาะแสทุจริต เงินทอนรถไฟความเร็วสูง

แม้เบาะแสนี้ ทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ไทยรัฐทีวี ยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จ และเชื่อว่าคงไม่มีใครที่เกี่ยวข้องยอมรับ แต่เราเห็นว่า เป็นเบาะแสจากคนใน ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรถไฟความเร็วสูง จึงนำเบาะแสนี้มาแลกเปลี่ยน เผื่อคนที่เกี่ยวข้องในโครงการรายอื่นๆ จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้

ตอนลงนามความร่วมมือไทยจีน เพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเมื่อปี 2560 ตอนนั้นในแผ่นพับที่ทำประชาสัมพันธ์ ระบุว่า จะเปิดให้บริการปี 2566 ต่อมาในเว็บไซต์ของโครงการเอง ก็ประกาศเลื่อนวันเปิดให้บริการไปเป็นปี 2570 หรือปีหน้า

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของโครงการเอง ระบุว่าก้าวหน้าไปแล้ว 50.20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568

ความล่าช้าเหล่านี้ เป็นเพราะอะไร มันคงมีเหตุผลที่ประชาชนไม่เคยรู้ แต่คนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ย่อมต้องรู้บ้าง

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ให้เบาะแสกับทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้า เพราะ

1.เกี่ยวข้องกับเงินทอนของโครงการนี้
2.ปัญหาการหมกเม็ดบริษัทไทยเป็นฉากหน้าประมูลงานให้บริษัทจีน เพราะจีนตั้งต้นไว้ตอนริเริ่มโครงการว่า ต้องได้งานก่อสร้างจากโครงการนี้ด้วย ไม่ใช่แค่เป็นคอนเซาท์ที่ปรึกษาโครงการ
3.จากปัญหาที่ 2 ลามมาถึงบริษัทจีนจ้างซับบริษัทไทย แล้วมีปัญหาจ่ายเงินล่าช้า หรือจ่ายไม่ครบ
4.ปัญหาระหว่างคอนเซาท์ หรือที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งเป็นบริษัทจีน ที่บริษัทไทยรับไม่ได้ในบางเรื่อง เช่น บริษัทไทยบอกว่าไม่ได้มาตรฐาน แต่คอนเซาท์ บอกว่านี่แหละมาตรฐานแล้ว

ทั้ง 4 เรื่อง แตกแขนงไปสู่ปัญหาต่างๆ อีกมากมาย เช่น มาตรฐานของวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง

จะกล่าวถึงเฉพาะเงินทอนของโครงการนี้ก่อน ที่แหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า บริษัทที่ชนะประมูล จะต้องทอนเงิน 3-5 % ของมูลค่าสัญญา ก่อนวันเซ็นสัญญา ถ้ายังไม่จ่ายก็จะทำให้การเซ็นสัญญาล่าช้าออกไป และยังไม่จบแค่นั้น ในการส่งงวดงานและเบิกจ่ายค่างวด ก็จะต้องจ่ายอีก 1-2 % ของมูลค่างวด ไม่อย่างนั้น ก็จะส่งงวดงานไม่ได้สักที

แหล่งข่าวบอกว่า เงินทอน ทำให้บริษัทจีนต้องตัดเงินที่ซับให้กับบริษัทไทยมากขึ้น ตัวเลขอยู่ที่ 10-15% ซึ่งปกติจะตัดกันไม่เกิน 10%

แหล่งข่าวยังกล่าวอ้างอีกว่า บริษัทจีนที่เข้ามาทำโครงการรถไฟความเร็วสูงในสัญญาหนึ่ง ที่เขารู้จัก ยังต้องจ่ายเงินดูแลเป็นรายเดือน หรือเงินเดือน ให้กับบางคนในการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย แต่เขาไม่รู้ว่าจ่ายเงินลักษณะนี้ให้ใครบ้าง

เมื่อถามว่า เงินทอนตอนเซ็นสัญญา และเงินทอนตอนส่งงวด มันถึงแค่บางคนที่เป็นเจ้าของโครงการอย่างการรถไฟฯ หรือไม่ แหล่งข่าวก็อ้างว่า มันจะมีคนๆ หนึ่ง ที่อยู่การรถไฟฯ เรียกได้ว่าเป็นลูกหม้อของพรรคการเมืองหนึ่ง เป็นคนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโครงการรถไฟความเร็วสูง แล้วแบ่งสรรปันส่วนส่งให้พรรคการเมืองนั้นด้วยมานานแล้ว

เราเชื่อว่า คนในการรถไฟฯ เอง น่าจะรู้ว่าคนจัดสรรผลประโยชน์คนนั้นเป็นใคร

ภาพประกอบ : ทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ไทยรัฐทีวี ลงพื้นที่นั่งรถไฟดูและเก็บข้อมูลการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง เมื่อปีที่แล้ว

รายละเอียดทั้งหมดติดตามได้ในข่าวสืบสวน #SEETRUE #ไทยรัฐทีวี เร็วๆ นี้
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=25417332867895341&set=a.595044893884149




เยียวยาคนโดนเครนรถไฟความเร็วสูง รายคนดังนี้ การรถไฟจ่าย 1ล้าน ประกัน+พรบผู้เสียหายทางอาญา 5แสน4 "บ. อิตาเลียนไทย 1แสน" คคค บริษัทจีนที่คุมงาน =ไม่จ่าย=





 

มิตรสหายท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า "ครั้งนี้ผมว่าไม่ธรรมชาติ ดูมีการจัดตั้งนักวิเคราะห์ (โดยภูมิใจไทย??) พยายามกดตัวเลข พรรคประชาชน ว่าจะได้แค่ 100 ที่นั่ง มาแนวเดียวกันหมด (ชูวิทย์บอก ปชน 100 เพื่อไทย 100 ภูมิใจไทย 150)


Thanapol Eawsakul 
13 hours ago
·
วิเคราะห์ บรรดากูรูนักวิเคราะห์การเมือง
......
มิตรสหายท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง
ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า
"ครั้งนี้ผมว่าไม่ธรรมชาติ ดูมีการจัดตั้งนักวิเคราะห์ (โดยภูมิใจไทย??) พยายามกดตัวเลข พรรคประชาชน ว่าจะได้แค่ 100 ที่นั่ง มาแนวเดียวกันหมด
คือ มันชัดเจนมากครั้งนี้
ตอนนี้ทุกคนมาแนวภูมิใจไทย 150 ปชน 100
คือนำเสนอตัวเลขแบบเดียวกัน ทั้งที่ผลโพลก็ชี้ไปทางตรงกันข้าม
ชูวิทย์บอก ปชน 100 เพื่อไทย 100 ภูมิใจไทย 150 บวกกันได้แค่ 350 "
....
สำหรับผมแล้วตัวเลข 3 พรรคการเมืองหลัก ประชาชน ภูมิใจไทย เพื่อไทยรวมกันต้อง 400 เป็นอย่างน้อย
ภูมิใจไทย Maximum 130-150 เท่านั้นแหละ
ส่วน พรรคประชาชน ไปไกลกว่า 150
ถ้าเทียบกับผลสำรวจของโพลต่างๆ

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/25905065422466952
.....


https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon/videos/1571003237564567

Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)
17 hours ago
·
"ติ่งข่าว" บอก "ชูวิทย์" ถ้าโพสต์ 2 โพสต์มันเตือนสติสังคม แต่ถ้าโพสต์ด่าทุกวันนี่ไม่ใช่แล้ว มันวนไปวนมา หามุขไม่ทัน เหมือนเป็นภารกิจ ตอนเป็นนักการเมืองก็ไม่ได้นำเสนอหลักการที่จะแก้อะไร คนเห็นเส้นทาง connection ก็มีคำถามถึงตัวแก
คำถอดจากคลิป "มีเรื่อง LIVE" ระหว่าง "ติ่งข่าว" สมภพ รบและคุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ครับ
"กระแสเนี่ย มันทำหอมปากหอมคอเนี่ย มันดูมีเหตุมีผลที่จะถาม แต่ถ้าถามทุกวัน มันดูเจตจำนงชัดเจนว่ามึงจะเล่นเค้า ถ้าคุณชูวิทย์โพสต์ 2 โพสต์เนี่ย มันเตือนสติสังคม แต่โพสต์ทุกวันนี่ไม่ใช่
ถ้ารักกัน เตือนกันเนี่ยนะ มึงโพสต์สัก 2 โพสต์พอ แล้วก็มึงเรียบเรียงให้ดี เขียนแบบกระดาษ A4 เลย เอามาจัดหน้าเรียงลงใน Facebook ให้ดีๆ 2 นัด 2 ครั้งเนี่ย แล้วบอกขอฟังคำตอบ ขอฟัง...
แต่ถ้ามึงทำบ่อยเนี่ย มึงก็เหมือนมึงไปรอดักเค้าแหละ "เฮ้ย พวกมึงรู้ยัง ทหารมีทำไม" คือมึงถามเค้า มึงดักถามเค้าทุกวันน่ะ มึงถามทุกวัน พอมึงถามไปถามมา มันจะวน พอวนเนี่ยรู้แล้วว่า ไม่ใช่และ อันนี้... อันนี้ไม่ใช่และ
คุณชูวิทย์แกก็ไม่ใช่คนที่แบบคนไม่เห็นเส้นทางการเมือง หรือแบบเส้นทางคอนเนคชั่น มันก็มีคำถามไปถึงตัวแกไง
เอาจริงๆ ชีวิตตอนเป็นนักการเมือง ถ้าไปถามว่าเขาทำอะไรบ้าง บางทีเขาก็อาจจะมีอึ้งเหมือนกัน... นึกออกป่ะ"






 






 

ยุทธการ io ล้มส้ม











 

คนแบบนี้ยังจะกล้ามาขอเป็นนายก


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
14 hours ago
·
หลังจากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีประชาชนทยอยได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองพะเยา ไปแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองจากพรรคกล้าธรรม กรณีคอมเมนต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย ร.อ.ธรรมนัส เอง ระบุว่ากับผู้สื่อข่าวว่ามีการดำเนินคดีลักษณะนี้ที่พะเยาไม่ต่ำกว่า 270 คดี
.
สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบว่าในการทำงานทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงราว 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งปลายยุค คสช. ปี 2562 มีการใช้ “กฎหมาย” ดำเนินการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจ้งความทางไกลในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการมุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน โดยในกรณีล่าสุดนี้ อาจมีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่าในช่วงอื่น ๆ
.
ชวนทบทวนสถานการณ์การใช้กฎหมายในลักษณะที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในรายงาน >> https://tlhr2014.com/archives/81078
.....

ย้อนทบทวนรอบ 8 ปี “ธรรมนัส” มอบอำนาจไปกล่าวหาคดีหมิ่นประมาท ‘ประชาชน-คู่แข่งทางการเมือง’ ต่อเนื่อง

16/01/2569 admin010 รายงาน/ประมวลคดี/ประมวลสถานการณ์, ปักหมุดเรื่องเด่น

หลังจากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีประชาชนทยอยได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองพะเยา ไปแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองจากพรรคกล้าธรรม กรณีคอมเมนต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย ร.อ.ธรรมนัส เอง ระบุว่ากับผู้สื่อข่าวว่ามีการดำเนินคดีลักษณะนี้ที่พะเยาไม่ต่ำกว่า 270 คดี

สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบว่าในการทำงานทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงราว 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งปลายยุค คสช. ปี 2562 มีการใช้ “กฎหมาย” ดำเนินการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจ้งความทางไกลในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการมุ่งดำเนินการต่อนักการเมืองคู่แข่ง หรือประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ประวัติหรือการทำงาน โดยในกรณีล่าสุดนี้ อาจมีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่าในช่วงอื่น ๆ

ชวนทบทวนสถานการณ์การใช้กฎหมายในลักษณะที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

.
เลือกตั้ง 2562: นิสิต ม.พะเยา ถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ เหตุธรรมนัสมอบอำนาจแจ้งความ สุดท้ายไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่ตำรวจของดวิจารณ์

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ และลงสมัครเลือกตั้ง สส. เขต 1 จังหวัดพะเยา เคยมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนหลายรายที่ สภ.เมืองพะเยา จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กและคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐในเพจสาธารณะ

ทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนไม่ทราบจำนวนทั้งหมดของประชาชนที่ถูกแจ้งความ แต่พบกรณีของนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา ในขณะนั้น ซึ่งเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามในโพสต์ของผู้สมัคร สส. ในพื้นที่พะเยา ได้ถูก ผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา ในขณะนั้น ติดต่อนัดหมายให้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุเพียงเรื่องการที่เขาไปแสดงความคิดเห็นในเพจเฟซบุ๊กทางการเมือง และได้มีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ แต่ไม่ได้มีการออกหมายเรียกใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2562 นิสิตรายดังกล่าวได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ทางตำรวจได้ระบุว่าก่อนหน้านี้มีทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ จึงจะสอบปากคำนิสิตรายนี้เบื้องต้นไว้ แต่ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา

ต่อมาทางผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา ยังได้มาพูดคุยให้นิสิตรายนี้หยุดการโพสต์ลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทั้งระบุว่าหากผู้ถูกแจ้งความหยุดโพสต์ ทางผู้แจ้งความจะทำการถอนการแจ้งความร้องทุกข์ แต่หากยังโพสต์วิจารณ์ ก็จะมีการดำเนินคดีกับผู้ถูกแจ้งความต่อไป

นิสิตมหาวิทยาลัยพะเยารายนี้ยังเปิดเผยอีกว่านอกจากตนเองแล้ว ตำรวจยังระบุว่ามีประชาชนที่ถูกผู้รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส เข้าแจ้งความในลักษณะเดียวกันอีกราว 3-4 ราย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าทั้งหมดเป็นใครบ้าง ทราบเพียงว่าเกิดจากการกระทำลักษณะเดียวกัน คือมีการโพสต์หรือแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พรรคพลังประชารัฐในขณะหาเสียงเลือกตั้ง

.
มอบอำนาจแจ้งความ “วิโรจน์” หมิ่นประมาทที่พะเยา ผ่านไปสองวัน ถอนแจ้งความ

ในช่วงปลายปี 2562 หลังจากการเลือกตั้ง และ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งขณะนั้นเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สภ.เมืองพะเยา

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2562 จากกรณีวิโรจน์ทวีตข้อความเกี่ยวกับโครงการ “หมอนยางประชารัฐ” ว่าไม่สามารถพยุงราคายางพาราได้ พร้อมกับมีภาพประกอบเป็น ร.อ.ธรรมนัส

ถัดจากนั้น เพียงสองวัน คือวันที่ 26 ธ.ค. 2562 รายงานข่าวระบุว่าผู้รับมอบอำนาจได้ไปถอนการแจ้งความดังกล่าว ทำให้ไม่มีการดำเนินการทางคดีต่อ

ทั้งนี้ การมอบอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของ ร.อ.ธรรมนัส หากเป็นในพื้นที่จังหวัดพะเยาต่อมา จะพบว่าเป็นการมอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

จากการตรวจสอบพบว่าผู้รับมอบอำนาจรายนี้ เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และต่อมาเป็นกรรมการมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า โดยเคยมีประวัติถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีอนุมัติให้ราษฎรกลุ่มอาชีพและกลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงินโครงการกู้ยืมเงินกองทุนเศรษฐกิจชุมชนโดยมิชอบ

ต่อมาเมื่อปี 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษาว่าอาทิตย์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

.
ปี 2563 มอบอำนาจแจ้งความ สส.ณัฐชา-ธีรัจชัย ที่พะเยา เหตุอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตำรวจเรียกตัว แต่ไม่แจ้งข้อหา

ต่อมาในปี 2563 ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพะเยา อีกครั้ง ต่อ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส. และโฆษกพรรคก้าวไกล และธีรัจชัย พันธุมาศ ขณะนั้นเป็น สส. พรรคก้าวไกล ในข้อหร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เนื่องจากเนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2563 เรื่องคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และต่อมาตำรวจพะเยาได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสองคน

จนวันที่ 28 ก.ย. 2563 ณัฐชา ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองพะเยา โดยรายงานข่าวระบุว่าทางตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ระบุว่าเป็นการเรียกมาให้ข้อมูลและชี้แจง ซึ่งหลังจากที่ได้ชี้แจงแล้วทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาใดหรือไม่ต่อไป

หลังจากนั้น ไม่มีรายงานความคืบหน้าในกรณีนี้อีก

.
ปี 2564 เตรียมมอบอำนาจแจ้งความ “ชัยธวัช-เพจก้าวไกล” แต่ยกเลิกก่อน

ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2564 สื่อมวลชนได้รายงานข่าว ร.อ.ธรรมนัส รมช.เกษตรและสหกรณ์ และในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้น ได้มอบหมายทีมทนายความเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รวมถึงเพจเฟซบุ๊คของพรรคก้าวไกล ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สน.นางเลิ้ง จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเนื้อหาเกี่ยวกับ “โจรอุ้มโจร”

ต่อมา สื่อมวลชนรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ยกเลิกการมอบหมายทนายความให้แจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวแล้ว โดยไม่ได้ระบุสาเหตุ

.
ปี 2566-67 ขณะเป็น รมต.เกษตรฯ มอบอำนาจแจ้งความอีกหลายคดี

ในช่วงปี 2566-67 ยังมีรายงานข่าวกรณี ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีกหลายกรณี ทั้งที่ สน.นางเลิ้ง หรือที่จังหวัดพะเยา

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2566 ขณะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบอำนาจให้ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษากฎหมาย และขณะนั้นถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี (ปัจจุบันถูกแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อเพจเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ที่ลงข้อความเกี่ยวกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย และระบุว่าทำให้กรมปศุสัตว์และกรมประมง อยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงได้รับความเสียหาย

เดือนมีนาคมปี 2567 ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความดำเนินคดี สนธิญา สวัสดี ที่ สภ.ดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ/หรือ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ให้พิจารณาวินิจฉัยในการเปิดอภิปราย เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผู้กล่าวหาอ้างว่าสนธิญาไม่มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ยืนยันการกระทำความผิดตามที่กล่าวอ้าง เป็นเพียงการกล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ

ในเดือนกันยายน 2567 ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจให้ ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ไปแจ้งความเอาผิด วรงค์ เดชกิจวิกรม, เจษฎ์ โทณะวณิก และ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ สน.นางเลิ้ง กรณีออกมาวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่น้ำท่วมของ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าทำตัวไม่เหมาะสม เสี่ยงแทรกแซงข้าราชการและฝ่ายบริหาร

กรณีเหล่านี้ ไม่ได้มีรายงานความคืบหน้าในสื่อมวลชนต่อมา

.
2568 มอบอำนาจแจ้งความประชาชนที่พะเยากว่า 270 คดี

สถานการณ์ล่าสุดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 จากกรณีการอภิปรายในสภาของรังสิมันต์ โรม ถึงการดำเนินคดีจากการอภิปรายเรื่องสแกมเมอร์และธุรกิจสีเทา ทำให้เกิดการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นของประชาชนบนโลกออนไลน์ และ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้ อาทิตย์ มานัสสา ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพะเยา โดยระบุว่ามีการดำเนินคดีประมาณ 270 คดี ในจำนวนนี้เป็นประชาชนที่ไปแสดงความคิดเห็นท้ายข่าวก็มีการดำเนินคดีกว่า 100 คดี

นอกจากประชาชนทั่วไปที่ทยอยไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งข้อมูลอย่างน้อย 9 คดีแล้ว ยังพบว่ามีกรณีของ สมภพ รัตนวลี หรือ “ติ่งข่าว” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี ซึ่งเป็นสื่อมวลชน ที่ได้รับหมายเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาในกรณีนี้ด้วย

รวมทั้งกรณีของ รังสิมันต์ โรม นักการเมืองพรรคประชาชนเอง ก็ได้รับหมายนัดของศาลจังหวัดพะเยา ไปไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ม.ค. 2569 กรณี ร.อ.ธรรมนัส มอบอำนาจไปฟ้องคดีหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาต่อศาลโดยตรง

สถานการณ์การใช้กฎหมายหมิ่นประมาทในลักษณะนี้ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแนวโน้มขยายตัว จนกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ยังต้องติดตามการแก้ไขปัญหาของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

https://tlhr2014.com/archives/81078



เพจนี้เขียนเท้าความถึงการเข้ามาของทุนก่อสร้างจีนที่สร้างความสูญเสียต่องบประมาณภาษีและชีวิตของคนไทยในวันนี้ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 60 ก็มีส่วนเปิดทางทำให้ทุนจีนพวกนี้เข้ามารับงานและได้งานไปได้ เพราะฉะนั้น #8กุมภาเข้าคูหากาเห็นชอบ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


ช่างกฎหมายมันส์ - Letitbelaw 
January 14
·
จากสตงถล่ม ถึงเครนรถไฟความเร็วสูง เพิ่มพระรามสองอีกโดยรัฐธรรมนูญช่วยโกง
เราจะอยู่แบบนี้จริงๆหรอ
วางเงินมาแล้วเราจะเล่าให้ฟัง
.
จากปีที่แล้วถึงปีนี้ ความตายจากการก่อสร้าง หนักมากจนสามารถเรียกได้ว่า"จงใจ"ด้วยซ้ำ
และบริษัทที่ทำให้เกิดความตายนั้นอยุ่ในกลุ่มเดียวกันก็คือ "กิจการที่จีนเกี่ยวพัน"
.
และพวกนี้เข้ามาในยุค "เผด็จการประยุทธ" โดยมี "รัฐธรรมนูญ60"
เมื่อเผด็จการครองอำนาจต้องตักตวงผลประโยชน์ จะมีอะไรดีไปกว่า "การขายชาติ"
โดยการสร้างโปรเจ็คขนาดใหญ่ เพื่อให้เงินหมุนเข้ากระเป๋าตัวเองได้ง่าย
รถไฟความเร็วสูงจีนจึงเกิดขึ้น
.
ผิดกับรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นที่ไม่เกิดเพราะเกลียด "เผด็จการ"
.
แน่นอนว่าจีนไม่ได้ชาติที่ชั่วร้าย การทำงานนั้นมีมาตรฐาน
แต่เมื่อต้องแบ่งเงินให้กับ "เผด็จการ" ก็ย่อมต้อง "ลดต้นทุนให้มากที่สุด" การก่อสร้างจึงมีปัญหา
เริ่มจาก วัสดุต่างๆ ที่นำเข้ามานั้น ส่วนใหญ่เป็นวัสดุของตัวเอง
.
และเพื่อปกปิดปัญหาต่างๆ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้ "คนในชาติ" หรือ"คนจีน"
แต่กฎหมายไทยกำหนดไว้ว่า การทำงานก่อสร้างในไทยต้องใช้ "วิศวกรไทย"
เพื่ออำนวยความสะดวกในการ "ขายชาติ"
.
ประกาศคสชที่ 30/2560 จึงประกาศออกมาให้ สามารถใช้วิศวกร และสถาปนิก "จีน" ได้
สภาวิชาชีพ ได้แต่พิมพ์กระดาษA4ด่า
ใครจะไปกล้าสู้ลูกปืน
.
เพื่อให้การขายชาติเป็นไปโดยสะดวก และไม่สามารถเอาผิดย้อนหลังได้
รัฐธรรมนูญ60 จึงถูกเข็นออกมา โดยบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่จริงๆคือ "ช่วยโกง"
โดยรัฐธรรมนูญนี้ได้ออกแบบองค์กร์ ตรวจสอบให้ "อิสระ หน้าหนา และใจบาง"
.
ตั้งโดยคนที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนไม่สามารถถอดถอนหรือตรวจได้
แล้วก็ท่อง "ทำตามกฎหมาย" "ทำตามกฎหมาย"
แน่นอนคะ เวลาศาลพิพากษาก็พูดว่า "ทำตามกฎหมาย" "ทำตามกฎหมาย"
.
แพะจึงเป็นสัตว์ประจำชาติ
.
รางวัลสำหรับองค์กร อิสระ หน้าหนา และใจบาง นั้นคือ สามาระเซ็นโปรเจ็คต่างๆ
เพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋า
โดยต้องให้ "กิจการที่จีนเกี่ยวพัน" เข้าร่วมโดยมี "หุ่นเชิดไทย" ร่วมผลประโยชน์
.
เป็นอีกครั้งนึงที่กระบวนการยุติธรรมไทยถูกจับตามองถึงความโปร่งใส
ว่ารอบนี้จะเป็น "แพะ" หรือไม่
เพราะสตง แพะจังเห็น "แพะ" มาแต่ไกลละ
.
กระบวนการยุติธรรมที่อดีต ผบตร พวกพันกับเวปพนัก
องค์กรตรวจสอบที่อดีตศาลฎีกา รับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือเป่าคดี
น่าสนใจว่าเขาจะพิสูจน์ตัวเองแบบไหน
.
การเมืองมันใกล้ตัวมากจนขนาด คุณนั่งรถไฟ แล้วจะตายหรือเปล่า
ก็ยังเป็นการเมือง
.
ขอแสดงความเสียใจกับผู้ตายในเหตุการเครนรถไฟความเร็วสูง
และทุกเหตุการณ์ที่เกิดจากการก่อสร้างโดยจีนเทา
สองปีเกือบ 150 ศพ
.
เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรอ
.
ปล.พระรามสองถล่มเพิ่มอีก สัส
.
เลาเล่าคุ้มตังละ
รักษาสุขภาพ เอาชีวิตรอดกันนะทุกคน

https://www.facebook.com/photo?fbid=1244375714413647&set=a.615222733995618







 

ประเทศที่ค่อยๆหมดหนทาง เราควรมีส่วนต้องรับผิดชอบที่มันเป็นเช่นนี้บ้างใหม หรือจะเบรมแต่คนอื่น ?


Sarawut Hengsawad
19 hours ago
·
เห็นข่าวผู้ประสบภัยจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟบอกว่า "ผมจะไม่ขึ้นรถไฟอีกตลอดชีวิต"

พอเครนบนถนนพระรามสองถล่มซ้ำๆ คนจำนวนไม่น้อยบอกว่า "ไม่อยากขับผ่านทางเส้นนี้เลย เลี่ยงได้เลี่ยง"

ตอนตึกสตง.ถล่ม มีคนจำนวนไม่น้อยบอกว่า "ใครจะกล้าอยู่ตึกสูงในประเทศนี้อีก"

ถึงฤดูกาล PM2.5 หนาทึบ เราก็บอกกันด้วยความปรารถนา​ดีว่า "ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปวิ่งนะ"

พอเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนจะบอกว่า "อย่าไปซื้อบ้านแถวนั้น"

ถ้ามีคนอยากทำสินค้าที่มีเจ้าใหญ่ผูกขาดอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ก็จะมีคนเตือนว่า "อย่าไปทำเลย เดี๋ยวโดนเตะสกัดหรอก ไปทำอย่างอื่นดีกว่า"

พอเป็นครูบาอาจารย์​แล้วระบบไม่เอื้อต่อการสอนให้ได้อย่างตั้งใจ หลายคนบอกว่า "ลาออกดีกว่า เป็นครูต่อไปก็เหนื่อยและต้องยอมเสียเวลากับระบบแย่ๆ แบบนี้"

นักกีฬา​ไปแข่งซีเกมส์ก็เริ่มมีเสียงสะท้อนว่า "ไม่อยากเป็นตัวแทนทีมชาติแล้ว เพราะไม่มีเงินอัดฉีด เบี้ยเลี้ยงล่าช้า"

ใช้ชีวิตแล้วต้องขึ้นรถเมล์เก่า คุณภาพ​แย่ คนก็จะบอกว่า "ถ้าไหวก็อย่าขึ้นรถเมล์เลย"

เวลามีคดีความหรือต้องยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานราชการแล้วล่าช้า เรามักพูดกันว่า "ทำใจเถอะ ถ้าไม่มีเส้น"

แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์​โทรมาหลอกลวงทุกวี่วัน ไม่มีมาตรการจับเอาจริงเอาจังหรอก เราต้องคอยบอกกันเองว่า "อย่าไปเชื่อใครง่ายๆ นะ"

เวลาคนรุ่นใหม่คุยกันถึงอนาคต ไม่ได้คุยกันว่า "จะทำอะไรดี" แต่คุยกันว่า "จะย้ายไปประเทศ​ไหนดี"

ทั้งหมดนี้แค่ส่วนหนึ่งของตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า "ทางเลือก" ในชีวิตคนไทยถูกบีบแคบลงเรื่อยๆ และวิธีแก้ปัญหา​ของประชาชนที่สิ้นหวังกับระบบและผู้มีอำนาจคือการ "พึ่งตนเอง"



เราไม่กล้าหวังว่า รถไฟจะไม่เจออุบัติเหตุ​อีก พระรามสองจะไม่มีเครนถล่มลงมาอีก จะไม่มีคอร์รัปชั่นอนุญาตสร้างตึกสูงแบบผิดสเป๊ก ฝุ่นจะหายไปได้จริง ธุรกิจผูกขาดจะไม่เอาเปรียบ ชีวิตครูจะดีกว่านี้ได้ มีระบบดูแลนักกีฬาทีมชาติที่มีประสิทธิภาพ​ รถเมล์ไทยทันสมัย สะอาด ตรงเวลา ระบบยุติธรรม​ให้ความเป็นธรรมจริง จะมีคนปราบแก๊ง​ค์สีเทาจริงจัง หรือ... คาดหวังว่า ประเทศนี้จะดีขึ้นได้

ไม่เลย เราอยู่ในโหมด "เอาตัวรอด" ไปวันๆ จากความสับปะรังเคทั้งหลายที่เกิดขึ้นตำตาตำใจในทุกวี่วัน

และประเทศนี้เหมือนจะบอกเราว่า "ยอมรับซะเถอะว่ามันเป็นแบบนี้" ทางออกของแต่ละคนคือ "เลี่ยงได้เลี่ยง" หรือไม่ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้รวยขึ้น มีคอนเน็กชั่นกับผู้มีอำนาจ หรือไม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบคดโกงนี้ไปเลย แล้วคุณจะ "อยู่รอดปลอดภัย" ในสังคมแบบนี้

มันค่อยๆ บีบให้เรารู้สึกว่า เราอับจนหนทาง เกิดสิ่งหนึ่งขึ้นก็แค่ "เลี่ยง" ไม่ไปทางนั้น แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เลี่ยงซะจนไม่รู้จะเลี่ยงไปไหนแล้ว

ความรู้สึกจึงเหมือนความเป็นไปได้และโอกาสในชีวิตหดแคบลงไปเรื่อยๆ เภทภัยรุมล้อม เหมือนไม่มีคนทำหน้าที่ปกป้องดูแลและทำให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และเป็นธรรม--ซึ่งคือหน้าที่ของ "รัฐ"

เมื่อรัฐเองกลายเป็น "ความล้มเหลว" ประชาชนจึงต้อง "หาหนทาง" ด้วยตนเอง แต่ความล้มเหลวที่เกิดจากการทำหน้าที่ของรัฐที่ผุพังนี่แหละที่หล่นลงมา "ขวางทาง" ประชาชนที่ทีอยู่น้อยอยู่แล้วให้ลดลงไปเรื่อยๆ

เหมือนมือไม่ช่วยพายยังเอาเท้าราน้ำ การไม่ทำหน้าที่ของภาครัฐและผู้บริหารประเทศ​ส่งผลให้ทางเลือกในชีวิตประชาชนลดลงไปอีก

และจะลดลงไปเรื่อยๆ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป



ผมได้ยินเสียงเปรยว่า "ทางบนพระรามสอง ถ้าสร้างเสร็จจะกล้าขึ้นไปใช้กันมั้ย" นี่คือความรู้สึก​ของคนไทยและคนต่างชาติ​ที่จะรู้สึกแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เราจะกล้า "ใช้ชีวิต" ในโครงสร้างแบบนี้อย่างสนิทใจจริงหรือ

มันไม่มีเรื่องใต้โต๊ะจริงหรือ ไม่มีเล่นพรรคเล่นพวกจริงหรือ ไม่มีคอรัปชั่น​แล้วปล่อยสิ่งผิดกฎระเบียบให้ผ่านไปจริงหรือ และทางกลับกัน มันจะดีขึ้นกว่านี้ได้จริงหรือ

ประเทศที่ไม่มีความมั่นใจจะอยู่ๆ กันไปในโหมดที่ไม่ได้คิดว่า "ฉันจะสร้างสรรค์​อะไรขึ้นมาดี" แต่อยู่ในโหมดที่ "ฉันจะหลีกเลี่ยงภยันตรายรอบตัวยังไงดี"

ไม่แปลก ถ้าอยู่ในประเทศนี้แล้วจะรู้สึกว่า "ทางเลือก" ในขีวิตหดแคบลงเรื่อยๆ เรากังวลและหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เรารู้สึก "ต้องดูแลตัวเอง" มากขึ้นเรื่อยๆ

มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะมันเกิดในทุกมิติ เรากำลังยอมให้ระบบเละเทะแบบนี้กลายเป็น"ธรรมชาติ​" ของประเทศนี้หรือเปล่า?

และพอทุกคนอยู่ในโหมด "เอาตัวรอด" เราจะไม่ชวนกันมองทาง "ทางรอดของประเทศ" แต่ติดกับอยู่กับการฟาดฟันกันเองด้วยวาทกรรมและประเด็นยิบย่อย ที่ไม่ได้มุ่งไปที่ "ประเด็นหลัก" คือการ "แก้ระบบห่วยๆ นี้" ที่อนุญาตให้คนชั่ว คนไร้ความรับผิดชอบ และพวกพ้องทั้งพวงทำอะไรได้ตามใจตัวเอง โดยประชาชนต้องก้มหน้ายอมรับทุกสิ่งอย่าง โดยไม่รู้สึกถึงอำนาจในมือตัวเองที่จะคัดค้าน ตรวจสอบ ถอดถอนคนพวกนี้เลย



แทนที่จะเลิกขึ้นรถไฟ หรือเลี่ยงเส้นพระรามสอง เราควรเรึยกร้องคนรับผิดชอบและมาตรการความปลอดภัย ​หรือมาตรฐาน​ผู้รับเหมาที่ดีกว่านี้

แทนที่จะแค่เตือนกันระวัง PM2.5 อย่าออกไปวิ่ง เราควรเรียกร้องและติดตาม พรบ.อากาศสะอาด

แทนที่จะบอกกันว่า อย่าไปซื้อบ้านตรงที่น้ำท่วม เราควรเรียกร้องระบบจัดการน้ำ การป้องกัน เตือนภัย ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

ฯลฯ

มิฉะนั้น เราจะค่อยๆ รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกบีบให้อับจนหนทาง และรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเรากำลังอยู่ในประเทศ​ที่ "หมดหนทาง"

"ทาง" อาจต้องการประชาชนไทยที่เอาจริงมาช่วยกันสร้างขึ้นมา แทนที่จะก้มหน้าก้มตายอมรับกับความสับปะรังเคทั้งหมดที่กดทับเราอยู่ทุกวัน และบอกให้เราต้อง "หลีกเลี่ยง" ไปทีละเรื่อง

ผมรู้สึกเซ็งและเสียดายทุกครั้ง เวลาได้ยินคนหนุ่มสาวคุยกันว่า "ไม่อยากอยู่ประเทศนี้แล้ว" แต่เข้าใจได้ไม่ยาก เราอาจเหลือเวลาไม่มาก ที่จะยังช่วยกันฉุดประเทศที่ดำดิ่งสู่ความสิ้นหวังนี้ให้กลับมาเป็นผู้เป็นคน เป็นที่ที่ทุกคนมีโอกาส เห็นความเปลี่ยนแปลง และเห็นว่าตัวเองสร้างสรรค์​สิ่งดีงามได้ ด้วยการแก้ไขระบบฟอนเฟะอย่างจริงจัง

8 ก.พ. นี้ จะสร้าง "ทางแห่งความหวัง" หรือจะก้มหน้าก้มตาอยู่กับ "ความรู้สึก​หมดหนทาง"

ประชาชนไทยต้องเลือกกันแล้วครับ

#นิ้วกลมบันทึก







 

ศาลในเกาหลีใต้ได้ตัดสินจำคุกอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล เป็นเวลา 5 ปี หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกาศใช้กฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม ปี 2024




 

ใครคือ เรซา ปาห์ลาวี อดีตมกุฎราชกุมารผู้ถูกเนรเทศของอิหร่าน ผู้เรียกร้องให้ทรัมป์เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในประเทศ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการต่ออิหร่าน พร้อมทั้งเตือนว่าหากเพิกเฉย จะมีผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามมา

https://www.youtube.com/shorts/s8cDn7aFkN0

บีบีซีไทย - BBC Thai 
12 hours ago
·
ใครคือ เรซา ปาห์ลาวี อดีตมกุฎราชกุมารผู้ถูกเนรเทศของอิหร่าน ผู้เรียกร้องให้ทรัมป์เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในประเทศ








Polymarket Intel
@PolymarketIntel
·12h

US special envoy Steve Witkoff lays out four key demands for Iran, warning of a “bad alternative” if ignored. 

Witkoff’s terms: 

1. Stop nuclear enrichment 
2. Slash missile stockpiles 
3. Remove roughly 2,000 kg of enriched nuclear material (3.67–60%) 
4. End support for regional proxies “Iran must return to the League of Nations,” he said.



มาชาโดบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเธอ "ไม่สงสัยเลย" ว่าทรัมป์สนับสนุนประชาธิปไตยและ "เจตจำนงของประชาชนชาวเวเนซุเอลา" ทั้ง ๆ ที่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะสนับสนุนเธอในฐานะผู้นำของเวเนซุเอลา (มาเรีย โครินา มาชาโด ขอเธอจงตื่นเถิด ก่อนที่จิตวิญญาณของเธอจะถูกขายจนหมดสิ้น)





 

หน้าไม่อาย จากการที่ มาเรีย โครินา มาชาโด มอบเหรียญรางวัลเบลสันติภาพให้กับทรัมป์ ผู้นำทางการเมืองในนอร์เวย์วิจารณ์ทรัมป์อย่างหนักว่า "พวกชอบอวด" แม้จะแย่งผลงานผู้อื่นก็เอา ขณะที่ Noble Committee บอก “เหรียญรางวัลอาจเปลี่ยนมือได้ แต่ตำแหน่งผู้ได้รับรางวัลนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”



Giving Trump the Nobel peace prize medal is ‘absurd’, say Norwegian politicians

US president criticised for accepting medal awarded to Venezuelan opposition leader María Corina Machado

Political leaders in Norway have condemned the Venezuelan opposition leader María Corina Machado’s “absurd” decision to present her Nobel peace prize medal to Donald Trump, accusing the US president of being a “classic showoff” who takes credit for other people’s work.

The Nobel Peace Center said on social media that “a medal can change owners, but the title of a Nobel peace prize laureate cannot”. The organisers of the prize, the Norwegian Nobel Committee and the Norwegian Nobel Institute, had already said that the prize “cannot be revoked, shared or transferred” when Machado first revealed her plan – a sentiment reiterated by the institute on Friday.

Source:
https://www.theguardian.com/world/2026/jan/16/maria-corina-machado-giving-trump-nobel-peace-prize-medal-absurd-say-norwegian-politicians
.....

Pipob Udomittipong 
16 hours ago
·
มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้าน #เวเนซุเอลา และผู้รับรางวัลโนเบลสันติภาพปีที่แล้ว มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับทรัมป์ในวันพฤหัสบดี ระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาว สร้างความอับอายให้กับคณะกก.รางวัลโนเบลอีก
การมอบรางวัลให้ทรัมป์ ถือว่าขัดกับมติมหาชนของนอร์เวย์อย่างมาก ก่อนการประกาศรางวัล หนังสือพิมพ์ Nettavisen ของนอร์เวย์ได้ทำโพลล์และพบว่า สามในสี่ของผู้ตอบไม่เห็นด้วยกับการมอบรางวัลนี้ให้แก่ทรัมป์ แม้ว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดข้อตกลงสันติภาพในยูเครนหรือฉนวนกาซาก็ตาม
ก่อนหน้านี้ตอนที่มาชาโดขายไอเดียว่าจะมอบรางวัลนี้ให้กับทรัมป์ ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ สถาบันโนเบลก็ออกมาย้ำเตือนกฎระเบียบที่ควบคุมรางวัลนี้ว่า “เมื่อมีการประกาศรางวัลโนเบลแล้ว จะไม่สามารถเพิกถอน เอาไปแบ่ง หรือโอนให้ผู้อื่นได้” สถาบันเขียนไว้ “การตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุดและคงอยู่ตลอดไป”
จึงเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับหน่วยงานที่ตัดสินรางวัลสันติภาพใหญ่สุดของโลก เพราะโนเบลถือเป็น soft power สำคัญของนอร์เวย์ แต่ตอนนี้กลับถูกทำให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะมาชาโดต้องการมีส่วนแบ่งอำนาจในประเทศตัวเอง หลังการลักพาตัวมาดูโร ว่ากันว่าตอนนี้สถาบันโนเบลกำลังอยู่ใน โหมดควบคุมความเสียหายอย่างหนัก “serious damage-control mode”
สงสารแต่คนเวเนซุเอลานะครับ หันไปทางซ้ายก็เจอเผด็จการที่ยังครองประเทศต่อไปอย่างป่าเถื่อน จับนักโทษการเมืองขังเกือบพันคน ข่มขู่ คุกคามประชาชนด้วยกองกำลังติดอาวุธอย่างพวกโคเลคติโวส ส่วนทหารและตำรวจยังคงสนับสนุนซากเดนของชาวิสต่+มาดูริสตาต่อไป ส่วนนักการเมืองฝ่ายค้านก็เข้าข้างอำนาจจักรวรรดินิยมชัดเจน ทั้งสองฝ่ายต้องการแต่อำนาจ แต่ไม่ได้สนใจประชาชนเลย
https://www.nytimes.com/live/2026/01/15/us/trump-news...

https://www.facebook.com/photo?fbid=10163610337931649&set=a.10150096728651649