วันพุธ, กันยายน 02, 2558

Thai Voice Media : "รักชาติ"แบบไหน? ที่เด็กไทยยุคใหม่ต้องการ




https://www.youtube.com/watch?v=CeICsxyqNj8&app=desktop
"รักชาติ"แบบไหน? ที่เด็กไทยยุคใหม่ต้องการ

jom voice

Published on Sep 1, 2015
ณัฐนันท์ วรินทรเวช ( ไนซ์ ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แสดงความเห็นกับ Thaivoiecmedia ถึงความรักชาติของเด็กไทยยุคใหม่ ที่ให้คุณค่าเรื่องสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และความเป็นประชาธิปไตยว่า ความรักชาติ ไม่ควรบังคับให้รัก หรือให้เชื่อ แต่ควรจะรักอย่างมีเหตุผล เพราะประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศทั่วโล­ก ที่ไม่ได้สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง ควรจะมองเห็นข้อพกพร่องของประเทศ แล้วนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข ควรจะมองที่เจตนามุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้มี­ความก้าวหน้า พัฒนา ไม่ใช่ให้รักแบบไม่ต้องถาม ไม่ต้องสงสัย ซึ่งรักแบบนี้ไม่ยั่งยืนมั่นคง


งง! ไทยบอกจับได้เอง แต่ข่าวบอกกัญพูชาจับได้ งั้นเงินสินบนนำจับ ก็ควรต้องแบ่งให้ ตม. เขมร ครึ่งหนึ่ง?




แฉ ตม.กัมพูชาจับผู้ต้องสงสัยบึมราชประสงค์ส่งไทย หลังด่านคลองลึกปล่อยผ่านฉลุย

โดย: ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 ก.ย. 2558

สระแก้ว - แฉเบื้องหลังจับผู้ต้องสงสัยวางระเบิดศาลพระพรหม เจ้าหน้าที่ ตม.สระแก้ว ปล่อยถือพาสปอร์ตผ่านด่านไปแล้ว แต่ไปติดด่านเขมรเกิดสงสัยนำส่งกลับด่านคลองลึก 

แหล่งข่าวจากชายแดนฝั่งกัมพูชา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวกองกำลังบูรพา ลาดตระเวนพบผู้ต้องสงสัยวางระเบิดศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ จนนำไปสู่การขจับกุมนั้น ข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)กัมพูชา ควบคุมตัวชายต้องสงสัยที่ถือพาสปอร์ตจีน แต่ใบหน้ากลับไม่คล้ายกับชาวจีนไว้ได้ หลังตรวจสอบแล้วมีพิรุธน่าจะเป็นชาวตุรกีที่ใช้พาสปอร์ตจีนปลอม จึงควบคุมตัวมาส่งทางการไทยที่หน้าด่านสะพานมิตรภาพกัมพูชา-ไทย บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ให้รับตัวกลับไป

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ต้องสงสัยเดินทางออกจากประเทศไทยตั้งแต่เช้า โดยใช้พาสปอร์ตฉบับเดียวกับที่ยื่นให้ ตม.กัมพูชา ซึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ อาจเป็นสาเหตุของคำสั่งย้ายด่วน พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ ผกก.ตม.สระแก้ว พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ทองคำ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว พ.ต.ท.เรืองเดช ธรรมนันท์ พ.ต.ท.ญาณกวี ประวัติภักดี และ พ.ต.ต.นที ทองสุกแก้ว สว.ตม.สระแก้ว ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป เนื่องจากมีการปฏิบัติหน้าที่หละหลวม ปล่อยให้ชาวตุรกีถือพาสปอร์ตชาวจีนผ่านด่าน แต่ไปถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมได้ และนำตัวมาส่ง





อีกครั้งกับวาทกรรมตอแหลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในโอกาสประกาศหนุนร่างรัฐธรรมนูญ คสช.




อีกครั้งกับวาทกรรมตอแหลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทั้งก่อนบวช ขณะบวชและหลังบวช ตอนที่ 2
Posted by uddthailand on Tuesday, August 4, 2015
https://www.facebook.com/UDDthailand/videos/vb.121504027873111/1030108423679329/?type=2&theater



เชิญชม วาทกรรมตอแหลทั้งก่อนบวช ขณะบวช และหลังบวชของสุเทพ เทือกสุบรรณ ตอนที่ 1
Posted by uddthailand on Tuesday, August 4, 2015
https://www.facebook.com/UDDthailand/videos/vb.121504027873111/1030105453679626/?type=2&theater


มุมมอง สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอทช์ ต่อการจับผู้ต้องสงสัยระเบิดราชประสงค์

http://news.voicetv.co.th/thailand/252978.html

by วาสนา ปิยะบวรนันท์
Voice TV
1 กันยายน 2558

ฟังมุมมองจากสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอทช์ ประจำประเทศไทย ต่อการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีระเบิดสี่แยกราชประสงค์

ooo
เรื่องเกี่ยวข้อง...

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชายืนยันกับผู้สื่อข่าวแล้วว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดราชประสงค์ โดยจับกุมได้ที่บ้านไร่ จ.สระแก้ว




นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ชายคนนี้น่าจะเป็นบุคคลสำคัญที่จะนำไปสู่การขยายผลในเรื่องของการสอบสวนได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ แต่ขณะนี้ไม่ยืนยันว่าเป็นชายเสื้อเหลืองในกล้องวงจรปิด

ไทยรัฐทีวีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีร้องขอต่อสื่อและสาธารณะอย่าเพิ่งเจาะจงว่าผู้ลงมือเป็นใครหรือกลุ่มใดเนื่องจากอาจกระทบไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขอเวลาให้จนท.ดำเนินการ

รายงานข่าวของสื่อทีวีหลายช่องระบุว่า การจับกุมตัวชายคนดังกล่าวกระทำโดยกองกำลังบูรพาซึ่งจับได้ในช่วงสายของวันนี้ เนชั่นทีวีรายงานว่า การจับกุมกระทำได้ขณะที่ชายคนนี้กำลังเดินลัดเลาะป่าละเมาะแถวแนวชายแดนมีท่าทีจะเข้าสู่กัมพูชา แต่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวไว้ได้ก่อน ผู้สื่อข่าวที่ได้เห็นชายคนดังกล่าวระบุว่าเป็นชาวต่างชาติ มีส่วนคล้ายบุคคลในภาพที่ทางการต้องการตัว และไม่พูดไทยหรือที่จริงแล้วคือไม่พูดอะไรเลย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัวนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังกรุงเทพฯแล้วและคาดว่าจะมีการแถลงข่าวโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพจากไทยรัฐทีวี

ooo


ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิด ราชประสงค์ ได้ที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว #ThaiPBS
Posted by ThaiPBS on Tuesday, September 1, 2015
https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/vb.330743535084/10156066422210085/?type=2&theater


พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่ได้มีไว้ใช้ฟ้องหมิ่นประมาท ศาลจังหวัดภูเก็ตยกฟ้องบรรณาธิการและผู้สื่อข่าวเว็บไซด์ภูเก็ตหวาน กรณีเผยแพร่รายงานของรอยเตอร์ที่อ้างว่า กองกำลังทางเรือของไทยได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา




เนื้อหาคดีโดยย่อ

ผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการเว็บไซต์ภูเก็ตหวาน ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นภาคภาษาอังกฤษในจังหวัดภูเก็ต ถูกกองทัพเรือแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาท และ คดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังเผยแพร่รายงานของรอยเตอร์ที่อ้างว่า กองกำลังทางเรือของไทยได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

ในการสู้คดี จำเลยต่อสู้ว่ารายงานที่เผยแพร่เป็นรายงานที่ภูเก็ตหวานอ้างอิงมาจากรายงานของรอยเตอร์ การลงข่าวดังกล่าว ก็เป็นเพียงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ไม่มีเจตนาจะสร้างความเสื่อมเสียแก่กองทัพเรือ นอกจากนี้เมื่อกองทัพเรือออกมาชี้แจงเรื่องรายงาน ภูเก็ตหวานก็นำคำชี้แจงของกองทัพเรือมาเผยแพร่ด้วย
...


ที่มา เพจ ILaw

ศาลจังหวัดภูเก็ตยกฟ้องบรรณาธิการและผู้สื่อข่าวเว็บไซด์ภูเก็ตหวาน พร้อมวินิจฉัย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่ได้มีไว้ใช้ฟ้องหมิ่นประมาท


1 กันยายน 2558

เวลาประมาณ 9.15 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 4 ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่กองทัพเรือ โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ฟ้องอลัน มอริสัน บรรณาธิการเว็บไซต์ภูเก็ตหวาน ชาวออสเตรีเลีย และ ชุติมา สีดาเสถียร ผู้สื่อข่าวภูเก็ตหวาน ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในห้องพิจารณาคดี มีตัวแทนจากสถานทูตออสเตรเลีย องค์กรระหว่างประเทศ เช่น Human Right Watch และ International Commission of Jurist และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

คำพิพากษาของคดีนี้สามารถแยกได้เป็น 3 ประเด็น

1. ประเด็นอำนาจการฟ้องคดี ศาลเห็นว่ากองทัพเรือมีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ เพราะถ้อยคำตามฟ้องได้แก่ "Naval Forces" แม้จะไม่ได้หมายถึงกองทัพเรือซึ่งใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Royal Thai Navy" แต่คำว่า "Naval Forces" หมายถึงกองกำลังทางน้ำ ซึ่งกองทัพเรือก็ถือเป็นกองกำลังทางน้ำ กองทัพเรือประเภทหนึ่ง ตัวอักษร "s" หลังคำว่า "Naval Force" ทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่าผู้เขียนพูดถึงกองกำลังทางน้ำหลายหน่วยงาน ซึ่งอาจรวมกองทัพเรือด้วย กองทัพเรือจึงมีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์คดีนี้

2. ประเด็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ข้อความตามฟ้องในคดีนี้เป็นข้อความที่จำเลยนำมาจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับและสามารถตรวจสอบได้ เชื่อว่าผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สจะตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นความจริงก่อนเผยแพร่ การที่จำเลยอ้างอิงข้อความมาจากรอยเตอร์ส ไม่ได้เขียนเอง จึงไม่ถือว่าเข้าข่ายการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

3. ประเด็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ปรากฎว่าข้อความตามฟ้องที่จำเลยอ้างมาจากรอยเตอร์สเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หรือเป็นข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหมวดความมั่นคง นอกจากนี้เจตนารมณ์ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก็ไม่ได้มุ่งเอาผิดกับความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพราะมีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 บัญญัติความผิดฐานนี้ไว้แล้ว

พิพากษายกฟ้อง

หลังศาลมีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองต่างแสดงความยินดีกับผลคำพิพากษา อลันกล่าวว่า เขารู้สึกดีมากและถือว่าวันนี้เป็นวันที่ดีวันหนึ่งสำหรับกระบวนการยุติธรรมไทย ขณะที่ชุติมากล่าวว่า คำพิพากษาคดีนี้แสดงให้เห็นว่า ศาลยึดหลักความจริงและเสรีภาพของสื่อ คำพิพากษาคดีนี้ จึงไม่เพียงเป็นผลดีกับจำเลยในคดีนี้หากแต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีสำหรับคดีอื่นๆด้วย

ดูรายละเอียดคดีภูเก็ตหวาน >>> http://freedom.ilaw.or.th/case/554

อ่านเรื่องราวการต่อสู้คดีของอลัน และชุติมา ได้ที่ >>> http://freedom.ilaw.or.th/blog/phuketwanscoop

ooo

Journalist Alan Morison And Colleague Acquitted of Defaming Thai Navy



By Lindsay Murdoch, South-East Asia Correspondent, Fairfax Media
Tuesday, September 1, 2015

Source: Phuketwan.com

PHUKET: Veteran Australian journalist Alan Morison and his Thai colleague Chutima Sidasathian have been acquitted on charges of defaming the Royal Thai Navy in a case that will have far-reaching consequences for the media in military-run Thailand.

Morison, 67, said the ruling delivered to a packed court on the Thai resort island of Phuket "sends a clear message from Thailand's judicial system that Thailand's media should be free".

"We hope it is sign of Thailand's growing maturity and that the media and military can live side by side," he said.

Morison and Chutima, 34, had faced up to seven years' jail on unprecedented charges brought by the Thai navy.

Chutima collapsed into the arms of her mother when a judge announced the verdict.

Two judges ruled that Morison and Chutima had no intention to damage Thailand's reputation in the story they published in 2013 on Phuketwan, a small online news website.

They said the information they published came from Reuters, a reliable news organisation, and was not their own.

Morison, a former senior editor of The Age, has been spending his life's savings publishing Phuketwan, which has led coverage of the plight of Rohingyas from Myanmar who have been described by the United Nations as among the world's most persecuted people.

Mark Plunkett, a Brisbane barrister who observed the trial for Australia's MEAA union, said the court is to be congratulated for arriving at a just result on the merits of the case.

"However, Thailand's defamation and Computer Crime Act laws must be repealed as they constitute a hideous threat to freedom of speech and democracy in Thailand," he said.

The controversial trial came amid dramatic revelations of a grim people smuggling trade across South-east Asia where people were abandoned at sea and in jungle death camps by traffickers.

Images of starving and distressed Rohingyas on boats in the region's waters shocked the world, prompting a Thai crackdown and eventually forcing South-east Asian governments to act together to end the trade.

More than 100 people were arrested, including senior Thai officials.
The charges related to a single paragraph re-published in Phuketwan from a Reuters report that subsequently won a Pulitzer prize, the world's top journalism award.

But the Royal Thai Navy only laid charges over the Phuketwan re-publication, prompting criticism that it had singled out a small independent news outlet.

Chutima had worked as a paid fixer for Reuters on its Rohingya coverage and introduced Reuters reporters to news sources.

Reuters, one of the world's largest media and information companies, distanced itself from the case.

Prosecution witnesses gave no explanation in court as to why only Phuketwan was charged.

Defence lawyers argued in court that the Reuters paragraph quoting a people smuggler saying "Thai naval forces" sometimes earned money or turned a blind eye to Rohingya boats did not name the Royal Thai Navy and that there were multiple naval forces in Thailand, including the coastguard and police.

That argument went uncontested in court.

In the indictment the words "Thai naval forces" was erroneously translated into "Royal Thai Navy", the court was told.

Defence lawyers also questioned whether a branch of the armed forces could sue for defamation when no individuals were identified as being aggrieved by the story.

They also argued the Computer Crimes Act should not be applied in defamation cases.

Morison and Chutima earlier this year sent a letter to Thai authorities expressing "deep regret" at what had transpired but insisted an apology was not warranted.

"We had no intention of apologising for something that we haven't done," Morison said. "This was a matter of important principle. This case was wrong from the beginning, with one or two officers acting on bad advice."

Morison could have left Thailand to avoid the trial but said he had stayed to fight the case with Chutima in the interests of media freedom.

After the verdict, Morison said he would consider the future of Phuketwan in the coming days. "Fighting the case has been a huge financial and personal burden," he said.

Phil Robertson, the deputy director of Human Rights Watch's Asia division, said: "This whole episode shows a fundamental lack of understanding among Thai government and military officials about what a free press is really about and the role it plays in democratic society.

"Thailand needs to revoke both its criminal defamation statute and the Computer Crimes Act to end this assault on media freedom."

Kingsley Abbott, from the International Commission of Jurists, said while the acquittals are very welcome, "Thailand must now move to abolish criminal defamation, which is an abuse of freedom of expression and is out of line with its international legal obligations".


ประสาทแดก?!? ตะลึง!! หนุ่มสุดฟุ้ง อ้างเป็นตร.คาบบุหรี่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา แถมคนข้างๆคือพ.ต.ท.ทักษิณ



Somsak Jeamteerasakul

http://www.khaosodonline.com/view_newsonline.php…

งานนี้มีสิทธิ์เป็นแชมป์ "มโนแห่งปี" หรือ "มโนแห่งทศวรรษ" นะครับ
(แหม แต่พูดก็พูดเหอะ คู่แข่งตำแหน่งนี้ มันเยอะเหมือนกันว่ะ)

ผมพยายามนึกว่าทำไมคุณ "สืบสาย" (ลูกคุณสุดสาย "เจ้าพ่อกระทิงแดง") จะต้องมา "เคลมเครดิต" ว่าเป็นคนในภาพที่มีชื่อเสียง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ "พี่เนาว์" เขียนกลอนทีดีมากๆ ("มือกระชับคาบบุหรี่ที่มุมปาก...") นะ

คือนึกไม่ออกว่า คนสติดีๆคนไหน เขาอยากจะให้ใครๆถือว่าเขาคือคนในภาพ

คำอธิบายนึงทีผมพอนึกออกคือ คุณสืบสาย อาจจะ (ก) อยาก "ดัง" เหมือนพ่อ และ/หรือ (ข) มีอะไรบางอย่างไม่พอใจทักษิณ และต้องการโยงทักษิณกับ ๖ ตุลา ก็เลยอ้างว่าเขาคือชายในภาพ เพื่อจะบอกว่า ทักษิณคืออีกคนในภาพด้วย

เรื่องที่ว่า คนในภาพคือ ร.ต.ท.วัชรินทร์ เนียมวณิชกุล เป็นอะไรที่มีบันทึกหลักฐานประวัติศาสตร์อยู่ ในคดี ๖ ตุลา (ทีผมเป็น ๑ ในจำเลย) คุณวัชรินทร์ เป็นพยานโจทก์ด้วยคนนึง แล้วมีอยู่ตอนหนึงคุณวัชรินทร์ อ้างว่า เขาไม่ได้ยิงเข้าไปใน มธ ทนายจำเลยก็เอารูปนี้แหละมาโต้เขา (ส่วนอีกคนในภาพที่ใส่หมวก คือ รตท.อารีย์ มนตรีวัตร ที่เป็นพยานอีกคนในคดีผมเหมือนกัน ไม่ใช่ทักษิณแน่)

คุณวัชรินทร์เอง ถ้าผมจำไม่ผิด (คิดว่าไม่ผิด) ได้ "อธิบาย" ว่า จริงๆแล้ว เขาไม่ได้ยิงเข้าไปจริงๆ เขาเพียงแต่ "แอ๊คท่า" ให้ช่างภาพถ่ายเท่านั้น คือเขาบอกว่า ท่าแบบนั้นมันยิงไม่ได้ ซึงอาจจะมีส่วนจริง ในแง่ วินาทีที่ภาพจับนั้น เขาไม่ได้กำลัง "ลั่นไกปืน" จริงๆ แต่ผมว่า คงเป็นไปไม่ได้ ทีเขาไม่ได้มีส่วนในการยิงเข้าไปในเช้านั้น (ดูคำสัมภาษณ์ของคุณ "วิโรจน์ เอ็ม ๑๖" ช่างภาพไทยรัฐที่เป็นคนถ่ายภาพ "....จำได้ว่าผมถ่ายรูปตำรวจถือปืนมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก ผมเห็นเขายิงจนหมดกระสุน..." http://www.2519.net/autopage/show_page.php… )

ตัวคุณวัชรินทร์นั้น เหตุการณ์ผ่านไป ก็ตกอยู่ในภาวะ "หลอน" มากๆ คือพยายามปฏิเสธการยิงเข้าไป และปฏิเสธการมีส่วนในฆาตรกรรมหมู่อำมะหิตครั้งนั้น (ตำรวจหลายคนเป็นแบบนี้) ผมยังจำได้ว่า หลายปีก่อน ลูกสาวเขามาเขียนเว็บบอร์ด บ่นถึงกรณีที่พ่อต้องทุกข์หลังจากนั้น เพราะถูกเข้าใจผิด และเธอเองก็ทุกข์ไปด้วย ผมยังไปเขียนแย้งเธอว่า คุณพ่อเธอมีส่วนในการบุกเข้าไปใน มธ จริงๆ มีรูปนั้นยืนยันอยู่ เพียงแต่ว่า ผมเองไม่เคยถือว่าคุณพ่อเธอเป็น "ตัวสำคัญ" อะไร แต่จะบอกว่า คุณพ่อเธอไม่มีส่วน คงไม่ได้

วันอังคาร, กันยายน 01, 2558

คดีระเบิดหน้าเอราวัณที่มีคนตายยี่สิบ ซ้ำท้าวมหาพรหม ‘คาง’ บิ่น ที่สลิ่มหัวใส (กลวงข้างใน) บอกใบ้ว่า chin นะ chin น่ะ ชักจะโอละพ่อ




คดีระเบิดหน้าเอราวัณที่มีคนตายยี่สิบ ซ้ำท้าวมหาพรหม ‘คาง’ บิ่น ที่สลิ่มหัวใส (กลวงข้างใน) บอกใบ้ว่า chin นะ chin น่ะ ชักจะโอละพ่อ

ทั้งๆ ที่ได้เบาะแสผู้สมคบตัวยง ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ให้ตำหวดลุยจับที่เบตง ก๊อเลยต้องงงเต็กเพราะไม่มีตัว

รายหญิงนั่นไปอยู่ตุรกีตั้งสามเดือนแล้ว ซ้ำปฏิเสธแข็งขันไม่ใช่ตัวการแน่นอน ท้าสู้คดีเต็มที่ถ้าหากทางการไทยส่งเงินค่าตั๋วเดินทางให้

กลายเป็นข่าวชวนหัวทั่วโลก สื่อฝรั่งล้วนแซวตำหวดไทย รีบให้รางวัลตัวเองทั้งที่ยังไม่ปรากฏผู้ต้องสงสัยชัดแจ้ง

"Kaewmala @Thai_Talk
ไทม์ไลน์เต็มไปด้วยนักข่าวต่างชาติตื่นเต้นตกใจ อึ้งกิมกี่กับตำรวจไทยให้เงินรางวัลตัวเอง 3 ล้าน 555+ ‪#‎ระเบิดราชประสงค์‬"

ถึงแม้ทั่นผู้บัญชาการพันธุ์ม่วงจะอ้างเงินสามล้านเป็นของส่วนตัวกับเพื่อนเสี่ยของตนก็ตาม ลงท้ายเขาว่าก็เป็นการให้รางวัลกันเองทั้งที่ยังไม่มีตัวตนคนร้าย

(http://time.com/4016752/bangkok-bombing-thai-police-rewards/)

แล้งยังไม่วายแถไถไขสือ ขู่ฟ้องอีกแน่ะ



"FM100.5 News Network @news1005fm
โฆษกสตช.เผย100.5 เตรียมฟ้องสนข.ที่รายงานให้สตช.เสื่อมเสีย กรณีผบ.ตร.มอบเงินรางวัลให้ ตร.หลังจับผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทร"

แหม่ เงินสามล้านเอาไว้ชั่งหัวมันยังจะดีกว่า ไม่ต้องขายหน้าอย่างนี้ มิน่า โอ๊ค พานทองแท้ถึงกล้าเกทับ ๗ ล้าน

ส่วนที่ไม่ขายกับใคร (ซื้อลูกเดียว) เที่ยวนี้เซ็งลี้เลยเชียว

ทั้งที่โดนตอกหน้าหงายจากทั่นโฆษก ตร.ไปแล้วว่า ภาพวงจรปิดที่ได้รูปพรรณคนร้ายต้องสงสัยนั้นน่ะ มาจากกล้องของเอกชนทั้งสิ้น

เฟซบุ๊ก Yuthana Lorsamran เพิ่งแฉหมาดๆ นอกเหนือจากเมื่อไม่กี่วันนี้เองพบว่า “ราคาของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกหรือฮาร์ดดิสก์ ขนาด 4TB (4,000 GB) ที่ลูกหนึ่ง ราคาสูงถึง 800,000 บาท”

“กทม. เจอแฉอีก ! งบจัดซื้อหลักพลาสติกล้มลุก แพงเว่อร์”

“โครงการจัดซื้อหลักพลาสติกล้มลุกสะท้อนแสงของ กทม. ราคาอันละ ๒,๔๐๐ บาท เมื่อรวมค่าติดตั้ง ตกอยู่ที่ ๓,๒๐๐ บาท แถมงานนี้ กทม. สั่งซื้อจำนวน ๒๐๐ อัน ทำให้ต้องใช้งบในการจัดซื้อและติดตั้งหลักพลาสติกล้มลุกสะท้อนแสง มากถึง ๖๔๐,๐๐๐ บาท”



แต่ว่าไอ้แท่งแบบเดียวกันนี้ “ตามท้องตลาด หลักพลาสติกล้มลุกสะท้อนแสง ราคาอยู่ที่อันละ ๓๓๐ บาท หากสั่งซื้อเกิน ๕๐ อัน จะมีการลดราคาเหลือแค่ ๒๗๐ บาท แถมยังจัดส่งฟรี ส่วนค่าแรงในการติดตั้งก็ไม่เกิน ๕๐๐ บาท”

(http://hilight.kapook.com/view/125732)

ส่วนต่าง ตังค์ทอนเยอะนะ แต่อาจจะไม่ค่อยมีใครเห็น ยิ่งตอนนี้มวลมหาประชาชนเขาไม่เล่น ไม่เหลียว เน้นอย่างเดียว “ตั้งโต๊ะแถลงข่าว รณรงค์ชี้นำ” ให้ช่วยกันรับร่าง รธน.

แถมทั่นประธาน สุเทือก ปัดทิ้งเสียด้วยว่า “เกินครึ่งของมวลมหาประชาชนไม่เคยลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์”

(https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1692512824303084/?type=1&fref=nf)




มิใยฝ่าย นปช. เหน็บแนม ว่าเตรียมขอจัดบ้าง “แถลงข่าวที่โรงแรมเดียวกันกับที่สุเทพแถลง และขอถ่ายทอดสดเช่นเดียวกัน หากไม่ได้รับอนุญาต คสช. ต้องชี้แจงกับสังคม”

แล้วคอยดูสิ ตอนชี้แจงทีมโฆษกคณะตะหานต้องบอกว่า สุเทือกไม่ได้ฝืนคำสั่งห้ามวิจารณ์รัฐธรรมนูญ แต่สื่อเอาไปเขียนกันเอง


อุต๊ะ แม่จ้าว มันเป็นเรื่อง Breakthrough นะนี่ กระทรวงไอซีที ใช้นวัตกรรมใหม่ (ไม่เคยมีที่ไหนในโลก)


ขำไม่ออก! เมื่อรัฐมนตรี ICT ต้องพึ่งไสยศาสตร์เอาซินแซมาปัดรังควาญ ประชาชนจะพึ่งใครได้
Posted by Mtoday on Wednesday, August 26, 2015
https://www.facebook.com/mtodayfan/videos/1154314914584792/



อุต๊ะ แม่จ้าว มันเป็นเรื่อง Breakthrough นะนี่

กระทรวงไอซีที (Information and Communications Technology) ประเทศไตแลนเดีย ใช้นวัตกรรมใหม่ (ไม่เคยมีที่ไหนในโลก)

เมื่อวันก่อน เว็บ Mtodayhttps://www.facebook.com/mtodayfan/videos/1154314914584792/ รายงานไว้

“ขำไม่ออก! เมื่อรัฐมนตรี ICT ต้องพึ่งไสยศาสตร์เอาซินแซมาปัดรังควาญ ประชาชนจะพึ่งใครได้”

ช่วยเขาตอบก็ได้ พึ่งชินแสน่ะแหละฮัพ

อีกหน่อยเขาคงทำเป็น 'แอ็พ' (Application) ชื่อ 'Pudrungquan' ให้ดาวน์โหลดได้ทาง Apple Store

ฮาทั่วโลก สื่อนอกทุกสำนักตีข่าวตำรวจไทยมอบเงินให้ตัวเอง




ที่มา เวป Isapce Thailand
BY ASAJEREE
ON AUGUST 31, 2015

เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงมอบเงินรางวัลนำจับคนร้ายในคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์จำนวน 3ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสืบสวนสอบสวน

โดยข่าวนี้ตกเป็นพาดหัวของสำนักข่าวดังทั่วโลกด้วยอารมณ์จิกกัดเช่น

สำนักข่าวอังกฤษ The Independent พาดหัวว่า “ตำรวจไทยมอบเงินรางวัลให้กับตนเองหลังจากจับกุมคนร้ายได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากที่ใดเลย”

พร้อมทั้งให้รายละเอียดว่า พล.ต.อ.สมยศ ปฎิเสธว่าได้รับการช่วยแจ้งเบาะแสจากสาธารณะใดๆและนี่เป็นผลงานตำรวจล้วนๆ



สำนักข่าว The Mirror พาดหัวว่า “ตำรวจไทยมอบเงินจำนวน55,000 ปอนด์ให้กับตัวเองเป็นรางวัลในการจับคนร้าย”
และเล่าถึงรายละเอียดว่า พล.ต.อ.สมยศ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนแถลงข่าวว่านี่เป็นข่าวดี และนี่เป็นผลมาจากฝีมือของตำรวจโดยไม่ได้ใช้คำชี้แนะจากภายนอกใดๆ



ด้านBBC พาดหัวว่า “ตำรวจกรุงเทพ รับรางวัลจากการจับกุมคนร้ายในคดีระเบิดที่เอราวัณ”
พร้อมให้รายละเอียดว่า ตำรวจได้บอกเองว่าคนที่ถูกจับไปล่าสุดนั้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นคนที่อยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดจริง เพียงแค่บอกว่าเขาเป็นชาวต่างชาติที่มีวัตถุระเบิดอยู่ที่ห้องพัก


สำนักข่าว The Guardian ก็ขึ้นพาดหัวคล้ายกันว่า “ตำรวจไทยได้จ่ายเงินให้กับตัวเองที่จับมือระเบิดได้”
และระบุว่าทางการไทยถูกวิจารณ์หลายครั้งจากการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเอง และเงินรางวัลนี้ก็เป็นการรีบมอบทั้งที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังของผู้ต้องสงสัยคนนี้เลยว่ามีแรงจูงใจใดๆหรือกระทั่งเป็นคนเดียวกับในกล้องวงจรปิดหรือปล่าว



ด้านสำนักข่าว The New York Times ของสหรัฐอเมริกาพาดหัวว่า “ตำรวจไทยมอบเงินให้ตัวเองเป็นเงิน 84,000 ดอลล่าร์จากการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิด”
และระบุว่า ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงอย่างนั้นก็ตามชายคนนี้ก็ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดๆ และเขาก็อาจจะไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยหลักด้วยซ้ำ แต่ว่าก็เพียงพอแล้วที่ พล.ต.อ.สมยศ ผบตร จะมอบเงินรางวัล3 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับตำรวจที่ทำหน้าที่ได้อย่างดี



นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสำนักข่าวที่รายงานข่าวนี้อย่างแข็งขันจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก เช่น Times, ibtimes, Reuters, Asiacorrespondent ฯลฯ โดยหลายสำนักต่างก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมยังไม่มีการแถลงถึงความเกี่ยวโยงระหว่างผู้ต้องสงสัยและการระเบิดเสียที แต่ก็มีการรีบมอบรางวัลนี้เสียแล้ว และแถมยังเป็นการมอบให้กับตัวเองอีกด้วย
...

ความเห็นจากเวป...

น่าขันมาก ข้อแรก ยังไม่สรุปเลยว่าใช่มือวางจริงหรือไม่ ตบรางวัลกันแล้ว
ข้อสอง ตำรวจทำตามหน้าที่ที่ต้องตามคนร้าย ต่อไปคงต้องตั้งรางวัลสำหรับคดีใหญ่ๆ
.
คือเป็นเงินของใคร ยังไม่เป็นประเด็นเท่ากับ ผู้ต้องหายังไม่สารภาพสักแอะ อัยการยังไม่สั่งฟ้อง คดียังไม่ถึงศาล ก็มอบเงินรางวัลกันแล้ว แน่ใจ 100% แล้วหรอว่าผู้ต้องหาคนนี้จะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดจริง ปกติรางวัลนำจับเค้าจะมอบให้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุด หรืออย่างน้อยเรื่องต้องไปถึงชั้นศาลก่อน คือคดีมีมูลหรือมีหลักฐานพอที่จะเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำผิดจริงก่อนสิครับ
.
ผมว่าผบตร.แกล้งบ้าครับดูวันด่านักข่าวสิครับเหมือนคนบ้าปรี้ดแตก

บ้านนี้เมืองนี้ยัวะง่ายจัง...ผบ ตร ยัวะผู้สื่อข่าวถาม 'จับแพะ'




https://www.youtube.com/watch?v=GR2bbVM9np0

Published on Aug 29, 2015
มาดู พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ยัวะผู้สื่อข่าว ขณะแถลงจับชายต่างชาติผู้ต้องสงสัยย่านหนอ­งจอก หลังถูกถาม "จับแพะรึเปล่า?" ชี้ไม่สร้างสรรค์ ย้อนถาม "เป็นคนไทยรึเปล่า?"
CD. Thairath