พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต3 hours ago
·
50
#เมื่อคำขอ “โอกาส” ไม่อาจลบเงาความล้มเหลวที่ทับซ้อนกันทั้งแผ่นดิน
ในฤดูการเมือง
คำว่า “ขอโอกาสอีกสี่ปี” ถูกกล่าวซ้ำราวมนต์สะกด
ประหนึ่งว่าเวลา
คือยางลบวิเศษที่ลบความผิดพลาดได้
โดยไม่ต้องเอ่ยถึงความรับผิดใด ๆ
ผู้สมัครจากพรรค พรรคภูมิใจไทย
ชี้ชวนให้ประชาชนเงยหน้ามองพรมแดน
ตั้งคำถามกับประเทศเพื่อนบ้าน
ปลุกเร้าความหวั่นไหวในนามของ อธิปไตย
และยกชื่อของ อนุทิน ชาญวีรกูล
ขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง
ผู้ “พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศ”
แต่ในขณะที่ถ้อยคำพาเราให้มองไกล
อดีตกลับยืนจ้องอยู่ตรงหน้า
อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เรายังไม่ลืมฤดูแห่งความตาย
ที่ชื่อว่า โควิด-19
วันที่โรงพยาบาลล้น เตียงไม่พอ
แพทย์และพยาบาลทำงานจนร่างกายทรุด
ประชาชนต้องดิ้นรนหาชุดตรวจ ยา และเตียงรักษา
ด้วยตัวเอง
ท่ามกลางความสับสนของนโยบาย
และการบริหารจัดการที่ล่าช้า สะเปะสะปะ
ความสูญเสียในวันนั้น
ไม่เคยมีใครออกมายืนกลางแสง
เพื่อบอกว่า “เราผิดพลาดตรงไหน”
น้ำท่วมยังไม่ทันแห้ง
ที่หาดใหญ่
เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังไม่จาง
ระบบจัดการภัยพิบัติยังวนซ้ำอยู่กับคำอธิบายเดิม
ขณะที่สแกมเมอร์ยังโทรศัพท์ข้ามพรมแดน
ปล้นเงินและศักดิ์ศรีของผู้คน
อย่างไม่สะทกสะท้านต่ออำนาจรัฐ
และบนผืนดินที่เรียกว่า เขากระโดง
คำถามเรื่องสิทธิในที่ดิน
ถูกปล่อยให้ค้างคา
ระหว่างประชาชน กฎหมาย และอำนาจ
คดีที่ดินซึ่งควรเป็นบทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
กลับกลายเป็นพื้นที่สีเทา
ที่ไม่มีใครเร่งรัด
ไม่มีใครสะสาง
และไม่มีใครรับผิด
ยังไม่รวมถึงเงาที่ทอดยาวของการเมืองระดับบน
กระบวนการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา
ที่เต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการจัดตั้ง การฮั้ว
และการสืบทอดอำนาจในคราบของความชอบธรรม
กลไกที่ควรตรวจสอบฝ่ายบริหาร
กลับถูกตั้งคำถามว่า
เป็นเพียงกลไกค้ำยันอำนาจเดิมหรือไม่
ท่ามกลางความล้มเหลวที่ซ้อนทับกันเช่นนี้
คำว่า “ศักยภาพการทำงาน”
จึงฟังดูคล้ายเสียงสะท้อนในห้องว่าง
ดังแต่ไม่แตะต้องชีวิตจริงของใคร
การเมืองที่ชวนให้ประชาชนกลัวศัตรูภายนอก
แต่ไม่กล้ายอมรับความผิดพลาดภายใน
คือการเมืองที่ใช้ ความมั่นคง
เป็นข้ออ้าง
เพื่อหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบ
แท้จริงแล้ว
ความเข้มแข็งของผู้นำ
ไม่เคยวัดจากถ้อยคำที่แข็งกร้าว
หรือภาพลักษณ์ที่ถูกขัดเงา
แต่วัดจากความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอดีต
ยอมรับความล้มเหลว
และรื้อสร้างระบบที่ทำให้มันไม่เกิดซ้ำ
เมื่อเงาของโควิดยังไม่จาง
น้ำท่วมยังทิ้งคราบ
ที่ดินยังไร้คำตอบ
และอำนาจยังหมุนวนอยู่ในมือคนกลุ่มเดิม
คำขอ “โอกาส”
จึงไม่ใช่คำมั่นสัญญาแห่งอนาคต
หากเป็นคำถามที่ประชาชนต้องถามกลับว่า
ผู้พูดพร้อมรับผิดชอบต่ออดีตมากพอแล้วหรือ
จึงจะสมควรถือครองอนาคตของประเทศอีกครั้ง
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1409356523979915&set=a.189546445960935