วันจันทร์, สิงหาคม 03, 2558

เฉลยแล้ว ทำไมไทยโดน 'เทียร์ ๓' ค้ามนุษย์



มีคนจาก Department of State ของสหรัฐบอกสาเหตุว่าทำไมไทยถึงโดน TIER 3

เขาว่าก็เพราะ มันไม่มี TIER 4 น่ะสิ...

ไม่งั้นก็ได้ไปแล้ว..แบบต่ำสุดอันไหนคงได้อันนั้น..


ไปอ่านเจอมาในเว็บประชาทอลค์ก็เลยขออนุญาตเขานำมาแชร์ พร้อมกับคอมเม้นท์ของป้าใหญ่ที่มาให้ความเห็นไว้ได้ดีมาก...

เชิญอ่านครับ..

Bugbunny

01 ส.ค. 2015 - 12:54

พรรคพวกที่อเมริกาบอกสาเหตุมาว่า ทำไมไทยถึงโดน TIER 3

เขาบอกว่าคนใน Department of State บอกกลั้วเสียงหัวเราะกับเขาว่า สาเหตุหลักนั้นก็เพราะมันไม่มีระดับ TIER 4 ถึงได้โดน TIER 3  

และให้ข้อมูลด้วยว่า เรื่องจับนายพลและอีกหลายคนในขบวนการค้ามนุษย์นั้น ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นเลย 

เพราะข้อมูลหลักฐานความผิดทั้งหมดของคนพวกนั้นส่งมาจาก FBI, CIA, NSC ฯลฯ ทั้งนั้น 

ประเทศนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในการตรวจสอบเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ เพราะกระทบนักการเมืองภาคนั้นที่สนับสนุนการรัฐประหาร ทั้งที่หลายคนควรถูกจับกุมและติดคุกในฐานะตัวใหญ่ค้ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ

อีกสาเหตุที่ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในเขตนี้ที่โดน TIER 3 ก็คือ 

ฝรั่งไม่เชื่อคุณภาพของการพิจารณาคดีและความยุติธรรม คิดว่าโดนจับแล้วก็คงหลุดกันหมดแน่ ด้วยสาเหตุสารพัดที่พวกตุลาการวิบัติจะยกมาอ้างกัน เพราะผลงานของพวกนี้มีมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คดีฆ่าคนกลางเมืองเป็นร้อยหลุด แต่คดีกิ๊กก๊อกติดคุกกันเป็นแถว ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพวกใคร

เมื่อขบวนการยุติธรรมไม่ได้รับการยอมรับ แถมประเทศยังอยู่ใต้รัฐบาลเผด็จการทหารขยะและอมาตยาธิปไตยแบบนี้ ก็ไม่ต้องหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากนโยบายของตะวันตก รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจด้วย 

เห็นได้ชัดว่าน่าจะยังมีอีกหลายระลอกที่จะออกมากระทืบขบวนการขยะที่กำลังยึดครองประเทศกลุ่มนี้ในเวลาไม่นานต่อจากนี้แน่นอน อย่าไปหวังว่าไอ้พวกนี้มันจะแคร์กับทุกขเวทนาของคนไทย เพราะพวกมันอยู่กันสบายเสมอ แม้ชาวบ้านจะอดตายกันหมดทั้งประเทศก็ตาม


ความเห็นของ payai97
01 ส.ค. 2015 - 15:12

ที่ตำรวจจับตัวกลุ่ม..นายพลมนัส คงแป้น
เพราะฝรั่งส่งข้อมูลหลักฐานมาให้..ถึงได้ยอมจับ
ฝรั่งพูดแบบนี้เสมือนว่า..ถ้าฝรั่งไม่ส่งมา ก็ยังไม่จับ

จับแล้วฝรั่งก็ยังไม่แน่ใจว่า..จะถูกลงโทษหรือปล่อยตัวจากยุติธรรมไทย
เลยให้อยู่ที่ระดับเทียร์ 3..เบิ้ลต่ออีก 1 ปี

แสดงว่าฝรั่งระแวงไทย..
จนเกิดความไม่ไว้วางใจไทยสูงมาก..สูงมากจนน่าใจหายและน่าอับอาย
ที่แย่กว่านั้น..อาจต้องเจอมาตรการกดดันทางการค้าหนักหน่วงขึ้นไปอีก

ที่มา : http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=1564 

เอกสารประวัติศาสตร์ โปรดช่วยกันรักษา : เปิดรายงาน ศปช. "ความจริงเพื่อความยุติธรรม" เหตุการณ์ และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53




"117,923 คือจำนวนกระสุนที่ใช้ไปในการสลายการชุมนุม"
เปิดรายงาน ศปช. "ความจริงเพื่อความยุติธรรม" เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53

https://www.youtube.com/watch?v=bt_ZQa744G4
https://www.youtube.com/watch?v=Xm_Vvv6TT44
https://www.youtube.com/watch?v=BJviDsEPfAE
http://www.flickpeople.com/19may/main/truth/
Maysaanitto Home











ทุกท่านเตรียมจับตาดูคดีสลายการชุมนุม 99 ศพ ปี 53ให้ดี!! - คำต่อคำ ′มาร์ค′รับกับ′บีบีซี′ สั่งใช้กระสุนจริง




ทุกท่านเตรียมจับตาดูคดีสลายการชุมนุม 99 ศพ ปี 53ให้ดี!!

ที่ผ่านมาพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.
ร่วมสอบสวนกับ สุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI )

ได้วางกรอบแนวการสืบสวนเอาไว้ว่า

[ในการสลายการชุมนุมทหารใช้เพียงแค่ "กระสุนยาง" เท่านั้น
ไม่ได้ใช้กระสุนจริงแม้แต่นิดเดียว]

ซึ่งเป็นการบิดเรื่องผิดให้ถูก กลับเท็จให้เป็นจริงอย่งสิ้นเชิง
แม้แต่หลังการสลายการชุมนุมใหม่ๆก็มี
"เอกสารระบุจำนวนการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุม"

ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อทำสำนวนที่จะใช้ในชั้นศาลให้อ่อนมากๆ
จนไม่สามารถที่จะเอาผิดได้นั่นเอง

ถามจริงๆเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรือวะ?
คิดว่าทำแบบนี้แล้วบ้านเมืองจะสงบ?

การตัดสินคดี 99 ศพอย่างค้านสายตาคนทั้งประเทศจะเป็นเชื้อไฟ
ที่ทำให้ คสช และทหารหมดความชอบธรรมลงไปอีกมากๆ
และจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของความยุติธรรมในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง

“... ยืนยันด้วยว่า ใช้กระสุนยางเพียงอย่างเดียว ไม่มีการใช้กระสุนจริงแต่อย่างใด สำหรับ การสืบสวนสอบสวนดังกล่าว เป็นไปตามขั้นตอนปกติของการสอบสวน...”
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ; 29 ก.ค.58

http://prachatai.org/journal/2015/07/60597

เผย ทบ.เพิ่งสรุปยอดใช้กระสุน ปี 53 รวมเกือบ 2 แสนนัด-สไนเปอร์ 500 นัด

http://www.isranews.org/isranews-news/item/16513--53-2-500-.html



หยุดดัดจริตประเทศไทย



ooo

รายงานยอดกระสุนที่ใช้สลายม็อบแดง ปี 2555


เผย ทบ.เพิ่งสรุปยอดใช้กระสุน ปี 53 รวมเกือบ 2 แสนนัด-สไนเปอร์ 500 นัด


นักข่าวสายทหาร เผย ทบ.เพิ่งสรุปยอดใช้กระสุน ระหว่าว นปช.ชุมนุม ปี 53 รวม 2 แสนนัด-สไนเปอร์ 500 นัด

ที่มา สำนักข่าวอิศรา
วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน 2555

ช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ย. น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้โพสต์ภาพพร้อมเขียนข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ว่า “กระสุนศอฉ.53....รายงานที่ คอป.อาจยังไม่เคยเห็น...ทบ.สรุปรายงานยอดกระสุนที่ใช้สลายม็อบแดง 191,949 นัดแม้จะพยายามหามาคืนให้มากที่สุดแล้วก็ตาม เผย “พล.อ.ประยุทธ์” (จันทร์โอชา ผบ.ทบ.) เร่งสรุป ให้ตัวเลขน่าพอใจและยอมรับได้ แต่อ้างใช้กระสุนซุ่มยิง sniper หลายแบบ แต่ที่เป็น sniper จริงๆของหน่วยรบพิเศษ รวมใช้ 500 นัด แต่ปืนซุ่มยิงดัดแปลง M1 ใช้ไป 4,842 นัด....ทบ.เพิ่งสรุปยอดกระสุนที่ใช้ไปในตอน ศอฉ.สลายเสื้อแดง 2553 ได้ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา 2 ปี ทบ.แจ้งให้หน่วยที่เบิกจ่ายไปส่งคืน ครั้งแรก ตัวเลขกระสุนสูงปรี๊ด จนไม่กล้าสรุป ทบ.ให้เวลาหน่วยไปหากระสุนมาคืนคลังให้ได้มากที่สุด จนมีการส่งคืนครั้งที่ 2 แล้วสรุปออกมาว่า มีการเบิกจ่ายกระสุนไป 9 ชนิด รวม 778,750 นัด และมีการส่งยอดคืน จำนวน 586,801 นัด สรุปใช้ไปจำนวน 191,949 นัด แม้ตัวเลขรวมจะมากกว่ารายงานของ คอป. แต่ยอดกระสุนสไนเปอร์จริงๆ รวม 500 นัด ..โดยรายงานนี้จะนำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. หลังกลับจากเยือนอินโดนีเซียศุกร์นี้ (21 ก.ย.)”



(เอกสารที่ น.ส.วาสนานำมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam)

ooo


เอกสารการเบิกใช้กระสุนปืนและเครื่องระเบิด ที่แพร่หลายในอินเตอร์เน็ต

ooo



คำต่อคำ ′มาร์ค′รับกับ′บีบีซี′ สั่งใช้กระสุนจริง

มิชาล : แต่คุณอนุญาตให้ใช้กระสุนจริง

อภิสิทธิ์ : เราอนุญาตให้ใช้กระสุนจริง


มิชาล : คุณเสียใจต่อการตัดสินใจหรือไม่

อภิสิทธิ์ : แต่ถ้าอย่างนั้นคุณจะสู้กับกลุ่มคนที่ติดอาวุธได้ยังไงล่ะ

มิชาล : ฉะนั้นคุณไม่เสียใจต่อการใช้กระสุนจริง?

อภิสิทธิ์ : ผมเสียใจที่มีผู้เสียชีวิต แต่มีคำสั่งก็ชัดเจนว่าพวกเขาควรใช้กระสุนจริงอย่างไรภายใต้สถานการณ์แบบไหน คำสั่งซึ่งออกโดยรองนายกรัฐมนตรี (สุเทพ เทือกสุบรรณ) นั้น ประการแรกเพื่อป้องกันตัวเอง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของประชาชนคนอื่น และพวกเขาต้องใช้อย่างระมัดระวังสูงสุด ถ้ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องใช้อาวุธต่อคนเหล่านี้ที่บางครั้งปะปนอยู่กับฝูงชน พวกเขาควรหลีกเลี่ยง ถ้าการใช้คำสั่งนี้แปลว่าพวกเราสั่งให้ฆ่าคน ผมคิดว่าไม่แฟร์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1355289951

Credit Maysaanitto Home
ooo




นาทีที่ 3.11 ′มาร์ค′รับกับ′บีบีซี′ สั่งใช้กระสุนจริง

FMR THAI PM ABHISIT VEJJAJIVA INTERVIEW ON BBC WORLD NEWS

Published on Dec 10, 2012

Thai politics in the last few years have been dominated by evidence of some bitter divisions. You might recall the rival demonstrations between the red shirts - largely supporters of ousted former leader Thaksin Shinawatra -- and the yellow shirts - broadly seen as royalists and supporters of the former government.

Now, criminal charges are being laid over these scenes in May 2010 - the red shirts had occupied parts of Bangkok for two months when armed government troops went in. 90 people were killed over the course of the protest. The then PM Abhisit and his deputy are the first officials to face charges. They'll face an investigative hearing in Bangkok on Thursday, and will be charged over the shooting death of a taxi driver.

Mr Abhisit joined Mishal Husain for an exclusive interview. He began explaining what he was likely to tell the hearing on Thursday.

https://www.youtube.com/watch?v=WzSJyFVQlTU


นักวิชาการสหรัฐฯ แนะ รบ.ตนเอง ลดความสัมพันธ์กับไทย




นักวิชาการสหรัฐฯ เสนอให้รัฐบาลของตนเอง ลดการให้ความสำคัญและการพึ่งพิงกับไทยลง โดยย้ายหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการฝึกคอบร้าโกลด์ออกไปประเทศอื่นแทน เพราะไม่ทราบว่าไทยจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยและมีเสถียรภาพเมื่อใด

นายโจชัว เคอร์แลนซิค นักวิชาการชาวอเมริกัน เสนอบทความในเว็บไซต์สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ไทยเป็นศูนย์กลางทางการทูตของสหรัฐ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีสำนักงานของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ตั้งอยู่ในประเทศไทย

แต่ไทยได้มีปัญหาทางการเมืองที่ยาวนาน และหากไม่มีการเลือกตั้งคืนประชาธิปไตยในไทยในปีหน้า เขาเสนอให้รัฐบาลสหรัฐ ลดการให้ความสำคัญและการพึ่งพิงกับไทยลง โดยโอนย้ายหน่วยงานราชการของสหรัฐฯ ที่สำคัญต่างๆ ออกจากไทย แล้วไปตั้งในประเทศอื่นๆ ของภูมิภาคแทน รวมทั้งการย้ายการฝึกร่วมทางทหารคอบร้าโกลด์ด้วย เนื่องจากไม่ทราบว่าไทยจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยเมื่อใด

สำหรับ โจชัว เคอร์แลนซิคเป็นนักวิจัยประจำ Council on Foreign Relations หรือ สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำงานศึกษาวิจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของโลก องค์กรนี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ตีพิมพ์วารสาร Foreign Affairs อันเป็นวารสารชั้นนำเกี่ยวกับความมั่นคง

ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และการปรับเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยของประเทศโลกที่สาม

ที่มา Voice TV
by Wanpen Taewutom
1 สิงหาคม 2558 


ฟังสิฟัง ทำไมเดวิด คาเมรอน นรม.อังกฤษ ถึงไปเยือนอินโด สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย คนที่บอกว่าอังกฤษไม่มาไทยก็ไม่เป็นไร รู้ไหมว่า "ไทยเสียโอกาส" มากแค่ไหน


Linking British business with growing economies in Asia means growth and jobs at home. My video from Ho Chi Minh City:
Posted by David Cameron on Thursday, July 30, 2015
https://www.facebook.com/DavidCameronOfficial/videos/1026647910692860/




ฟังสิฟัง ทำไมเดวิด คาเมรอน นรม.อังกฤษ ถึงไปเยือนอินโด สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย มาเพื่อการค้าและการลงทุน ช่วงท้ายมีพูดถึงเกี่ยวกับการเมือง คนที่บอกว่าอังกฤษไม่มาไทยก็ไม่เป็นไร รู้ไหมว่า คสช. ทำ "ไทยเสียโอกาส" มากแค่ไหน

‪#‎คสชทำให้ไทยเสียโอกาสมากนะ‬ รู้รึยัง

"Britain will going back and the back is Mean business is Well."
Cameron said.

Wanchalearm Satsaksit shared David Cameron's video.

เอ๊า ข่นใต้พูดงี้ได้งัย





เอ๊า ข่นใต้พูดงี้ได้งัย

ฟังคลิป ‘จอมว้อยซ์’ สัมภาษณ์สองเกษตรกรสวนยางเมืองคอน ชญานิน คงสง และสมพล คงประเสริฐ แล้วสะท้อนใจ

(https://www.youtube.com/watch?v=nDnKG5eriEU&feature=youtu.be)

โดยเฉพาะชญานินนั่นเมื่อก่อนเขาไม่เบาทีเดียว

(http://www.thailandoutlook.tv/South/ViewNews.aspx…&)

ย้อนไปสิงหา ๕๖ เมื่อครั้งชาวสวนยางควนหนองหงษ์เผารถ เผาร้าน เผาโลงไล่ยิ่งลักษณ์เรื่องราคายาง ไม่เอาโลละ ๘๐ จะเอา ๑๒๐

วันนี้สองปีให้หลังราคายาง ๔๔ บาทต่อ ๑ กิโล ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ ๖๕-๗๐ บาท ทำให้ผู้ที่เคยเป็นแกนนำระกำใจ ต้องระบายผ่านสื่อ

เราเก็บถ้อยความเป็นลายลักษณ์มาให้อ่าน กันจะจะ ก่อนถึงวันที่พวกเขานัดหมายชุมนุมใหญ่ ๔ สิงหา

ชญานิน : ตอนนี้น้ำยางสดอยู่ที่ ๔๔-๔๕ บาท ต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี

จอม : เห็นทางกระทรวงเกษตร หรือรัฐบาลบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ ๖๐ แล้วไม่ใช่เหรอ

ชญานิน : นั่นละครับ นั่นคือปัญหา ครับผม

จอม : ความเดือดร้อนของชาวสวนยางเวลานี้ มันสาหัส รุนแรงแค่ไหน อย่างไร

สมพล : มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าปัญหาเรื่องปากท้อง เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านแทบจะไม่มีกินด้วยซ้ำไป ถ้าถามว่าราคา ๔๐ บาทพวกผมพอใจไหม คงไม่พอใจแน่นอนครับ ที่จริงแล้วต้นทุนการผลิตมันอยู่ที่โลละ ๖๐ กว่าบาท (ประมาณ ๖๕ ถึง ๗๐ บาท) แต่ผมได้แค่ ๔๔ บาท

จอม : ตอนนี้ กอ.รมน. ได้มาคุย หรือมาติดตามการเคลื่อนไหวอย่างไร

ชญานิน : ให้เจ้าหน้าที่มาสอบถาม มาทำความเข้าใจ เอาน้ำเย็นมาลูบหลัง เพื่อให้เราคอย อยู่ในความสงบ...




เขารับฟังแล้วก็บอกให้เราใจเย็นๆ ผมรู้สึกว่าผมใจเย็นมาปีกว่าแล้ว ผมทนไม่ไหวแล้ว ก็เลยได้ประกาศไปทางเฟชบุ๊ค (นัดชุมนุมใหญ่ ๔ สิงหาคมนี้)...

คือคำว่าปากท้อง คือสิ่งที่รัฐบาลกลัว รัฐบาลไม่อยากให้มีม็อบเกี่ยวกับปากท้อง ทำอย่างไรก้ได้ ทำให้คนแตกความสามัคคีกัน โดยการใส่ร้าย บิดเบือน นี่คือสิ่งที่ผมเจอมาปีกว่า

จอม : พลังการเมืองเบื้องหลังในตอนที่ออกมาเคลื่อนไหวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีมากขนาดไหนที่ทำให้คนออกมามากขนาดนั้น

ชญานิน : ความแยบยล ความร้ายกาจของนักการเมืองที่ไม่หวังดี เอาความเดือดร้อนของพวกเรามาหากิน...คนที่เข้ามาแฝง นี่คือความจริงเลย ให้คนจากนอกพื้นที่มาสร้างกระแส ปั่นกระแส

จอม : แต่ขณะนี้นักการเมืองไม่มีบทบาทอะไร ในฐานะที่จะมีการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ นักการเมืองของนครศรีธรรมราช ประชาธิปัตย์เองได้ลงพื้นที่เพื่อจะซึมซับเอาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง บ้างไหมครับ

ชญานิน : ผมมองไม่เห็น ถ้าพูดภาษาหยาบๆ หน่อยก็ ‘มองไม่เห็นหัว’ นี่ถ้าคนใต้ยังมองไม่เห็นตรงนี้อีก ผมไม่รู้จะว่าอย่างไร...ประเทศจะไปยังไงถ้าคนไทยยังมองไม่เห็นว่า ใครกันแน่ที่สร้างเหตุครั้งนี้ให้ประเทศไทย

จอม : ถ้าจะบอกว่าการชุมนุมของชาวสวนยางที่ผ่านมา กลายเป็นว่าชาวสวนยางถูกหลอกใช้จากนักการเมือง จะพูดอย่างนี้ถูกไหมครับ

ชญานิน : มันก็ไม่ผิดหรอกครับ ผมถือว่าถูก ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมถือว่าก็ถูก ครับผม

จอม : การที่นักการเมืองไม่ลงมาดูแล แก้ปัญหาแก่เกษตรกร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยาง กลุ่มหลักของภาคใต้ อย่างนี้เขาจะเอาคะแนนจากไหนในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ชญานิน : ไม่รู้ ผมรู้สึกว่าเขาดูถูกพวกเรา ยังไงเขาคิดว่าเราใส่เขา นี่คือปัญหาของพรรคนี้ละครับ (ส่ายหัว) ไม่รู้ว่าเขาจริงใจกับเราหรือเปล่า สโลแกนของเขา คำว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ ผมไม่เข้าใจ

เมื่อปีก่อนเขาให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาทุกอย่าง แต่ปัจจุบันนี้ผมไม่เห็นเขาเลย นี่คือความเจ็บใจที่ผมรู้สึกว่า ‘ผมโดนหลอก’ นี่คือความปวดร้าวในหัวใจที่ผมจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต



มาฟังดีวาส์ต่างประเทศ "ช่อ พรรณิการ์ วานิช" วิเคราะห์ถึงบทบาทใหม่ของ "กษิต ภิรมย์" แห่ง มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย


หลังจากมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ตั้ง "กษิต ภิรมย์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลนาย...
Posted by Divas Cafe on Saturday, August 1, 2015
https://www.facebook.com/divascafe/videos/718011741643771/?fref=nf


วันอาทิตย์, สิงหาคม 02, 2558

บทความแปลความคิดเห็น: ลาก่อนเงินบาท ถ้าธนาคารกลางตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยอีก.

บทความโพสต์อยู่ใน Facebook ส่วนตัวที่:  บทความแปลความคิดเห็น: ลาก่อนเงินบาท ถ้าธนาคารกลางตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยอีก

อ้างอิงThailand: Bye Bye Baht If Bank Of Thailand Cuts Rates Again

-----------------------------------------------------
ความคิดเห็นจาก Blog ของ Barons.com กล่าวว่า เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ แล้ว ค่าเงินบาทตกลงมา 3.5% เมิ่อเทียบกับสกุล U.S. Dollars ในเดือนกรกฏาคม

ค่าเงินบาทอ่อนลงนั้น ก็ต้องพิจารณาถึงความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับสกุลเงิน Dollars กัน

แต่เรื่องที่ทางธนาคารกลางของ US จะเริ่มเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้นั้น ดูเหมือนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสนับสนุนให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง (เพื่อสร้างความนิยมให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนอย่างนั้นหรือ?) ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และไม่นานมานี้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็ย้ำอีกว่า ยังไม่มีระดับเป้าหมายใดๆ เกี่ยวกับค่าของเงินบาท และในช่วงนี้ ก็เหมือนกับเป็น "การปรับแก้ไข" เท่านั้นเอง ส่วน ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ก็ยังกล่าวว่า เขาอยากจะเห็น "ค่าเงินบาทตกลงไปอีกนิดหน่อย" เสียด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้น เขาก็กล่าวว่า "มันเกือบจะถึงระดับที่พอดีๆ แล้ว"

ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการประชุมกันอีกในวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อตัดสินใจว่า ควรจะลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอีกครั้งหรือไม่

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีความเป็นอิสระจริงๆ หรือ? ธนาคารเองอาจจะลอง "ยั่วยวนความสนใจ" ในการลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไปกระตุ้นการเจริญเติบโต "เมื่อลากตนเองออกมาจากกระแสหลักของฝ่ายเอเซีย และออกมาจากความต้องการในเรื่องสินค้าของตลาดยุโรปแล้ว มันก็มีคุณค่าในผลกระทบด้านบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน และสินค้าและความต้องการต่างๆ จากประเทศในแถบอินโดจีน" อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่่ทัศนคติอย่างเป็นเอกฉันท์ ตามที่ผลสำรวจที่ทาง Bloomberg สอบถามกับนักเศรษฐศาสตร์กัน ส่วนใหญ่หวังว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คงจะไม่ทำการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด

ในเดือนกรกฎาคม มีการเปรียบเทียบระหว่าง ค่าเงิน U.S.Dollars กับ เงินทุนชื่อว่า iShares MSCI Thailand Capped ETF ซึ่งมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของ US ด้วยการใช้ตัวย่อว่า THD ปรากฎว่า ค่าของหุ้น THD นี้ตกไป 9% ก็หมายความว่า ผลการดำเนินงานในเศรษฐกิจของประเทศไทยเอง กลับแย่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเขตภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน

-----------------------------------------------------

ส่วนบทความที่สอง:


สรุปสั้นๆ ก็คือ นักลงทุนต่างชาติ ต่างก็รีบถอนตัวการลงทุนกันออกไปจาก อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และประเทศไทย รวมทั้งที่ เกาหลีใต้ และไต้หวันอีกด้วย ภายในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติ ต่างขายทรัพย์สินในประเทศเขตเอเซียเหล่านี้เป็นจำนวนใกล้เคียง $10,000 ล้านดอลล่าร์ (350,000 ล้านบาท)
แต่สรุปสั้นๆ ว่า ประเทศอินเดีย กลายเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมในการลงทุนเวลานี้ เพราะนำเงินเข้ามาในการลงทุนอย่างสุทธิถึง 827 ล้านเหรียญสหรัฐ (28,945 ล้านบาท) ซึ่งอาจจะมีปัจจัยหลายอย่างรวมกันในเรื่องนี้ด้วย

-----------------------------------------------------

ความคิดเห็นของผู้แปล:

ไปเห็น Blog สองเรื่องนี้เข้า อ่านแล้วคิดว่า น่าสนใจดี ถึงแม้ว่า จะเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนท่านหนึ่ง แต่เธอได้ติดตามเรื่องสต๊อกมาเป็นเวลานานพอสมควรก็ตาม เลยตัดสินใจแปล และนำมาลงให้อ่านกัน

บทความที่เกี่ยวกับประเทศอินเดียว่า เป็นจุดที่หอมหวานในการลงทุนเวลานี้ ตัวดิฉันเองคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ ค่าใช้จ่ายต่ำ และที่สำคัญคือ รัฐบาลมีเสถียรภาพในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย พูดง่ายๆ ก็คือ การเมืองเขานิ่งมากๆ

-----------------------------------------------------

กลับมาสู่เรื่องแรกใหม่ เกี่ยวกับเงินบาท (วันนี้ อัตราการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35 บาท ต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ)

เราก็คงจะทราบแล้วว่า ค่าเงินบาทตกลงไปมากทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับตอนต้นปี 2558 ถ้าท่านมีเงินดอลล่าร์ในเวลานี้ เวลาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทก็จะได้เงินบาทมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มีเงินบาทกัน ดังนั้น ราคาสิ่งของต่างๆ ที่ส่งเข้ามา จะแพงขึ้น เพราะท่านต้องใช้เงินบาทซื้อนั่นเอง

เราก็ต้องลองดูว่า ในวันพุธที่จะถึงนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จะตัดสินใจอย่างไรกับอัตราดอกเบี้ย

แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ค่าเงินบาทจะ "ร่วง" ลงไปอีกหรือเปล่า อ่านบทความจากหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษ์นิยม เขาบอกกันว่า เป็นเรื่องดี และอยากจะให้ลงไปถึง 40 บาทต่อดอลล่าร์เสียด้วยซ้ำ เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้าหลายปีแล้ว และทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว "บูม" ขึ้นมา เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะแห่เข้ามา เนื่องจากค่าเงินบาทต่ำลง

ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหน ตามที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกล่าวไว้นั้น ท่านก็สามารถแย้งด้วยความเห็นของท่านได้เช่นกัน

(แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมานั้น เมื่อเงินบาทอยู่ที่ 40+ บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์ ประเทศไทยยังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ทั่วโลกยอมรับอยู่ อันนี้จะปฎิเสธไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน)

-----------------------------------------------------

บทความนี้ มีเรื่องที่สร้างความน่าสนใจเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่สังเกตกัน นั่นก็คือ ดิฉันเพิ่งจะทราบว่า มีการซื้อขายหุ้นไทยในอัตรา US Dollars ในตลาด New York Stock Exchange กันด้วย เรียกว่า iShares โดยเฉพาะมีหุ้นซึ่งรวมหุ้นของบริษัทไทย รวมๆ กันเข้ามาหลายบริษัทด้วยกัน (เหมือนกับ Mutual Fund) แล้วใช้ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ของ US ว่า THD ซึ่งชื่อเต็มคือ MSCI Thailand Capped ETF (Exchange Traded Fund) จะเห็นว่า ผลการดำเนินการนั้น ก็อยู่ในระดับ OK จาก chart ที่เห็น (มูลค่าตกลงไปมาก เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)

เลยไปดู Fund ตัวนี้ว่า มันประกอบด้วยบริษัทอะไรบ้าง และไปพบว่า บริษัทที่อยู่ใน Fund ตัวนี้ ก็จดทะเบียนซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ของ New York Stock Exchange ด้วยเช่นกัน

นี่คือชื่อของบริษัทต่างๆ ที่ใหญ่ทั้งหมด 10 บริษัทรวมกัน และมีข้อมูล รวมทั้งตัวย่อที่ใช้ในการซื้อขาย บวกกับจำนวนทรัพย์สิน ว่า เป็นจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของ Fund ตัวนี้ชื่อว่า THD

หุ้นหรือ Fund ของ THD นั้น มี Market Cap คือ ทั้งหมดอยู่ที่ 282.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และ มีหุ้นแบบ Outstanding มูลค่าอยู่อีกประมาณ 4.1 ล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินปันผลออกมาอยู่ที่ $3.36 ต่อหนึ่งหุ้น และ มีโอกาสขึ้นไปอีกประมาณ 4.83% ตามที่วิเคราะห์ไว้

สงสัยเหมือนกันนะ ว่า ใครเป็นผู้ดำเนินการหุ้นหรือ Fund ตัวนี้ เพราะต้องมีเงินมากกันเลยทีเดียว

สถิติการซื้อขายหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2558 อยู่ที่ 185,900 หุ้น จำนวนเฉลี่ยการซื้อขายหุ้นในรอบ 10 วันที่ผ่านมา อยู่ประมาณวันละเกือบ 175,000 หุ้น

-----------------------------------------------------

Fund ของ THD ประกอบด้วย  หุ้นของบริษัทต่างๆ  ที่เป็น Top Holding 10 บริษัท (มีมากกว่า 10 แต่ข้อมูลจะมี 10 บริษัท Top Holdings)

หมายถึง Fund นี้ ถือหุ้นเหล่านี้ 10 ตัว ในวงเงินเกือบครึ่งของกองทุน เงินส่วนที่เหลือ ลงทุนในหุ้นตัวอื่นๆหรืออาจมีการลงทุนอย่างอื่น ตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนที่เขาต้องแจ้งไว้ ให้ผู้ที่สนใจซื้อหน่วยลงทุนนี้ทราบทั่วกัน

แต่ในที่สุด ผลประกอบการของ Fund นี้ก็ขาดทุนราว 10% ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่ง คงเป็นที่ที่ราคาหุ้นลดลง อีกส่วนคือืเมื่อค่าเงินบาทตกลง มูลค่าหุ้นในราคา USD ก็ลดลงตาม

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการก่อนหน้านี้เมื่อปีก่อน กองทุนนี้ให้ผลตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุน ราว 3-4% กว่า แต่จากนี้ไป คงยากที่จำทำกำไร นอกจากถือไว้ยาวๆเป็นปี

-----------------------------------------------------

 (ข้อมูลเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2558):

1. Ptt PLC DR (บริษัท ปตท )
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: PUTRF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD --> 8.66%

2. Advanced Info Service PLC DR (บริษัท A.I.S.)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: AVIVF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD --> 5.90%

3. Siam Commercial Bank PLC DR (ธนาคารไทยพาณิชย์)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: SMUUF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD --> 5.75%

4. KASIKORNBANK PU F RE (ธนาคารกสิกรไทย)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: KPCPF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD -->5.23%

5. Cp All PLC DR (บริษัท ซีพี)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: CVPUF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD -->4.75%

6. SIAM CEMENT PUBLIC C (บริษัทปูนซีเมนต์ไทย)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: SCVPF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD -->3.55%

7. PTT Exploration & Production PCL DR (บริษัท ปตท)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: PEXUF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD -->3.45%

8. Airports Of Thailand PLC DR (บริษัทท่าอากาศยานไทย)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: AIPUF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD --> 3.29%

9. Kasikornbank Public Co Ltd DR (ธนาคารกสิกรไทย)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: KPCUF
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD -->2.72%

10. PTT Global Chemical PLC Shs Foreign Registered (บริษัท ปตท)
ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange: PTTGC-F
จำนวนทรัพย์สินใน Fund ของ THD --> 2.51%

-----------------------------------------------------

แต่ผลตอบแทนหรือผลการดำเนินการ ตั้งแต่ต้นปี มาจนถึงวันนี้ ก็ติดลบอยู่ 10.01% ถ้านับตั้งแต่ปีที่แล้ว (1 สิงหาคม 2557 - 31 กรกฏาคม 2558) ก็ยังติดลบ อยู่ที่ 10.54% ราคาปิดเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ $69.71 และเมื่อปีที่แล้ว ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปถึง $85.88 ก่อนที่จะเริ่มตกลงมา โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 (เมื่อประมาณสี่เดือนที่แล้ว)

Updated: มีท่านผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ส่งข้อมูลเพิ่มมาให้ดังนี้:

มีการเข้าไปจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นในตลาด NYSE แล้วเจตนาของกองทุน ก็เพื่อมาซื้อหุ้นหลักๆของตลาดหลักทรัพย์ของไทย ถ้าใครสนใจจะมาลงทุนซื้อหุ้นในตลาดไทยเพื่อเก็งกำไร แต่ไม่มีเวลามานั่งเฝ้า ก็สามารถมาซื้อหุ้นกองทุนนี้ ที่จะทำหน้าที่ซื้อขายหุ้นหลักๆของไทย และเมื่อผลประกอบออกมามีกำไร ก็จะเป็นกำไรของ Fund ที่จะมาแบ่งผู้ถือหุ้นของ Fund อีกทีหนึ่ง

หวังว่าคงเคลียร์ว่า เจ้า Fund ตัวนี้ (THD) ทำอะไรกันอยู่ใน NYSE  (New York Stock Exchange)

-----------------------------------------------------

สรุปแล้วก็คือ บทความนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ หลายเรื่องจริงๆ คือ ค่าเงินบาท และที่ชอบก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับ Fund ของไทย ว่าเข้ามาทำการ Trade กันใน New York Stock Exchange (NYSE) ด้วย

เชิญท่านผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการลงทุนกับ Fund เหล่านี้ ลอง follow up ผลการดำเนินงานของ Fund ตัวนี้ต่อไป

ส่วนใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงของ Fund ตัวนี้ ท่านก็ไปสืบกันเองก็แล้วกัน.....
\

ม็อบยางใต้.รณรงค์ขึ้นราคายาง 4 ส.ค.นี้ เผย"ปวดร้าวที่สุด"ถูก ปชป.หลอกใช้




ม็อบยางใต้.รณรงค์ขึ้นราคายาง 4 ส.ค.นี้ เผย"ปวดร้าวที่สุด"ถูก ปชป.หลอกใช้

jom voice

Published on Aug 2, 2015

นายชญานิน คงสง และนายสมพล คงประเสริฐ แกนนำเกษตรกรชาวสวนยาง ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์ Thaivoice media (ตอนที่ 1 ) ว่า วันที่ 4 สิงหาคมนี้ แกนนำชาวสวนยาง ในอำเภอชะอวด นครศรีธรรมราช จะออกรณรณงค์ระดมความคิดเห็น และความเดือดร้อนกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เพื่อจะนำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากรอการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำมาปีกว­่าแต่ปัญหาก็ยังหนักขึ้น ชาวสวนยางต้องทนทุกข์ เครียด เป็นหนี้สิน บางคนบ้านแตก ล้มละลาย ฆ่าตัวตาย ก็มี ส่วนการที่ใช้การรณรงค์แทนที่จะชุมนุมใหญ่ เพราะ กอ.รมน.ห้ามไว้. คนใต้จำนวนมาก ตาสว่างแล้วว่า รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง ดีกว่ารัฐบาลเผด็จการที่สามารถเรียกร้องต่­อรองได้ และในยามที่ชาวสวนยางทุกข์หนัก อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ หายหัวกันไปหมด ยอมรับว่า การชุมนุมที่ แยกควนหนองหงษ์ เมื่อสองปีที่แล้ว ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นั้น ชาวสวนยางฯถูกหลอกใช้จาก นักการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ "นี่คือความปวดร้าวหัวใหญ่ที่ผมจะไม่­ลืมไปตลอดชีวิต" นายชญานิน กล่าว



ให้ท่านเลือก...ประโยคไหนเป็น "เนื้อ" ในบทสัมภาษณ์ บิ๊กบัง พล.อ.สนธิ "ผมไม่เหมือนท่านประยุทธ์ ถูกสอนมาคนละแบบ" (มติชนออนไลน์)




อ่านมาทั้งหมด มีน้ำ 95 เปอร์เซน มีเนื้อหน่อยเดียวตรงนี้
..............
--รัฐประหารปี 2549 จริงๆแล้วไม่อยากทำ?
(คิดนาน) คงเป็นอย่างนั้น อย่างที่เคยพูดว่าทหารไม่มีใครที่จะอยากทำรัฐประหาร แต่ยังไงก็ตามความสำคัญมันเป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ต้องให้ความสำคัญกับชาติบ้านเมืองมาก่อนก็เพียงเท่านั้น
Thanapol Eawsakul

หรือ...

เนื้อคือหลอกตบหัวปย. "
คือ ท่านประยุทธ์ เป็นทหารหลัก ส่วนผมนั้นเป็นทหารรบพิเศษที่ต้องอยู่กับประชาชน ต้องฝึกร่วมกับประชาชน อยู่กินกับประชาชน ต้องพูดจากับประชาชน เพราะฉะนั้น เราจึงจะพูดแบบท่านประยุทธ์ที่พูดกับพลทหารไม่ได้ จะพูดกับประชาชนอย่างนั้นไม่ได้"
Isara Choosri

You Pick.