วันอังคาร, มิถุนายน 16, 2569

‘หมาแก่’ ลาจอช่อง ๙ อสมท. “เชือดไก่ตัวใหญ่ กดดันบอร์ด อสมท.ให้ถอดออกจากผังรายการ เขาว่ากันว่า ถ้าไม่งั้น ปลด ผอ.ปลดบอร์ด ตัดงบ ก็ต้องเลือกเอา”

คงไม่ใช่แน่ๆ ที่ หมาแก่ จะปิดรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ของเขาไปเพราะทำมานานเต็มทีแล้ว ดังที่เขาอ้างสั่งลา “แบบลาไปยิ้มไป” ตามที่ เพ็ญพรรณ ลำเหลือง เพื่อนร่วมอาชีพผู้ประกาศข่าวของเขา เขียนถึงไว้ว่าเกิดจาก “พลังอันยิ่งใหญ่จริง” ๆ

ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือ หมาแก่ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ หรือ แมวสาวสองพิธีกร ‘TAC team’ สมรรถนะสูงในการเจาะประเด็นข่าว “เป็นหนึ่งในรายการที่ผู้นำประเทศ ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงสื่อมวลชนหลายสำนักติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ”

“แกคือคนที่ บก.ข่าว คนข่าวด้วยกันต้องฟังทุกเช้า ว่าพี่ดนัยจะเปิดประเด็นอะไร คนอื่นจะได้ตาม หรือรู้ว่าวันนั้นมีเรื่องอะไรเป็นประเด็นใหญ่” อีกคำนิยมจากพรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้า ผู้บอกว่า “ติดตามรายการพี่ดนัยมาตลอดตั้งแต่เป็นนักข่าวมาจนเป็นนักการเมือง”

พร้อมทั้งข้อสังเกตุเด็ดขาดจาก ช่อ ที่ว่า นี่เป็นรายการวิจารณ์ข่าวรายที่สองนับแต่หลังเลือกตั้งมา “ที่โดนถอดจากผังทีวีแบบฟ้าผ่า ก่อนหน้าพี่ดนัย มีอีกรายการ คือ ยิ่งคุย ยิ่งลึก ของ อ.ยิ่งศักดิ์ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าช่อง ๗ ถอดรายการออกด้วยเหตุผลอะไร”

เป็นไปได้อย่างยิ่งว่ามีใบสั่งลงมาให้ถอดรายการหมาแก่ จากผังของช่อง ๙ อสมท. และกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนฯ ซึ่งมี ภคมน หนุนอนันต์ จากพรรคประชาชนเป็นประธาน นัยว่ามูลมาจาก TH-AI Passport “กล่องดวงใจ” ของครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย

“เด้งจนได้” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ย้อนประสบการณ์ของตนเองเมื่อ มกราคม ๒๕๖๖ ที่ “พี่หมาแก่สัมภาษณ์ผม ในหัวข้อ เด้งจนได้ คือผมถูกสั่งย้ายจากจะนะไปสะบ้าย้อยจนได้ เพราะวิพากษ์กัญชาและนโยบายที่ไม่เวิร์คของอนุทิน”

เคราะห์ร้ายของหมาแก่เช่นกัน มันสะท้อนพฤติกรรม เชือด ทางการเมืองของพวกที่อยู่ใน ระบอบสีน้ำเงินซึ่งหมอสุภัทรบอกว่า “เชือดไก่ตัวใหญ่ กดดันบอร์ด อสมท.ให้ถอดออกจากผังรายการ เขาว่ากันว่า ถ้าไม่งั้น ปลด ผอ.ปลดบอร์ด ตัดงบ ก็ต้องเลือกเอา”

อดีตวีรบุรุษโรงพยาบาลจะนะชักชวนให้สังคมไทยลุกขึ้นมาปกป้อง และเรียกร้องให้หมาแก่ได้คืนจอช่อง ๙ “สื่อช่วยเรา เราช่วยสื่อ อย่าให้ระบอบสีน้ำเงินปิดปากสื่อของประชาชนครับ”

(https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/tZxXuz1X9, https://www.facebook.com/photo/?fbid=1510883037736322&set=a.630649625759672 และ https://www.facebook.com/chor.wanich/posts/08dRxnXWpi) 

ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อิหร่านจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดและน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรคืนมา ในขณะที่ประเด็นเลบานอนและโครงการนิวเคลียร์ยังคงต้องมีการเจรจาเพิ่มเติม







https://x.com/Reuters/status/2066589052674228264
.....

รายละเอียดในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามตามคำกล่าวของสหรัฐฯ และอิหร่าน

ลอนดอน 15 มิถุนายน – นี่คือข้อมูลที่สหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงปากีสถานในฐานะตัวกลาง ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเนื้อหาในข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามที่ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศไว้

ขั้นตอนการดำเนินการตามข้อตกลงและกำหนดเวลาต่างๆ

นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในทันทีและอย่างถาวร

ทุกฝ่ายระบุว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการยุติสงครามจะมีการลงนามที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ โดยนายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่าจะมีการเผยแพร่เนื้อหาในบันทึกดังกล่าวหลังจากมีการลงนามแล้ว

ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มกลับมาเปิดทำการ และสหรัฐฯ จะเริ่มยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ

ทั้งสองฝ่ายระบุด้วยว่าจะมีการเจรจาในประเด็นข้อพิพาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งได้แก่ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน โดยการเจรจาจะดำเนินไปในช่วงเวลา 60 วันหลังจากนั้น

ช่องแคบฮอร์มุซและการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทำการในวันศุกร์ และเขาได้สั่งให้ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านแล้ว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่าช่องแคบดังกล่าวจะเปิดให้ "เรือพาณิชย์ทุกลำ" สัญจรผ่านได้อีกครั้งเมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจแล้ว

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว การสัญจรทางทะเลผ่านช่องแคบจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอิหร่านโดยประสานงานร่วมกับโอมาน

โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ทั้งสองฝ่ายระบุว่าอิหร่านตกลงที่จะไม่ผลิตหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่ทางการอิหร่านได้ให้ไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า ในระหว่างรอข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ อิหร่านจะระงับกิจกรรมทางนิวเคลียร์ โดยจะงดเว้นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพิ่มเติมหรือการขยายโรงงานนิวเคลียร์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ ตกลงให้อิหร่านสามารถลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะสูงซึ่งเก็บสะสมไว้ภายในประเทศได้ ภายใต้ข้อตกลงฉบับครอบคลุมที่จะจัดทำขึ้นในอนาคต

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ที่อิหร่านเก็บสะสมไว้ออกไป โดยสหรัฐฯ จะดำเนินการขนย้ายวัสดุเหล่านั้น "เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้ว" ทรัมป์กล่าวว่าจะต้องมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดสำหรับอิหร่านภายใต้ข้อตกลงใดๆ ก็ตาม แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจง

ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะต้องผ่านการทบทวนและอนุมัติจากสภาคองเกรส

มาตรการคว่ำบาตรและผลกระทบทางการเงิน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ตกลงที่จะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านจนกว่าจะได้ข้อตกลงขั้นสุดท้าย

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ จะระงับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันต่ออิหร่านเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด และหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้ว มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดของทั้งสหรัฐฯ และสหประชาชาติจะถูกยกเลิกตามกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ ตกลงที่จะปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การโอนเงินสดโดยตรง ความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค และวงเงินสินเชื่อทางการเงิน

พวกเขากล่าวเสริมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อจัดทำแผนการฟื้นฟูและพัฒนาสำหรับอิหร่าน โดยจะมีการเจรจาและตกลงร่วมกับทางการอิหร่านภายในระยะเวลา 60 วัน

ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านจะไม่ได้รับเงินสด แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

เลบานอน

ชาริฟกล่าวว่าการยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในทันทีและอย่างถาวรนั้น จะครอบคลุมถึงพื้นที่ในเลบานอนด้วย

สำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารจะยุติลงอย่างถาวรในคืนวันจันทร์ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ในเลบานอนด้วย

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าต้องมีการยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอนอย่างสิ้นเชิง และสหรัฐฯ มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามกรอบข้อตกลงดังกล่าว

อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่ากองทัพอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในเขตความมั่นคงที่ยึดครองได้ในเลบานอน ซีเรีย และฉนวนกาซา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทรัมป์ทราบอย่างชัดเจนแล้ว

ก่อนที่จะมีการประกาศบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งรวมถึงเลบานอนด้วย เขาระบุว่าไม่ควรมีการโจมตีเลบานอนโดยอิสราเอลอีกต่อไป และไม่ควรมีการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอีกเช่นกัน

ที่มา Reuters
What the US and Iran say is in the memorandum to end the war

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/what-us-iran-say-they-have-agreed-memorandum-end-war-2026-06-15/




นี่สิ คนเท่ากัน ของจริง บุตรชายมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในข้อหาข่มขืน 2 กระทง

มาริอุส บอร์ก เฮย์บี เป็นบุตรชายติดของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต แต่เขาไม่ได้เป็นสมาชิกของราชวงศ์

บุตรชายมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในข้อหาข่มขืน 2 กระทง


พอล เคอร์บี
บรรณาธิการข่าวดิจิทัล ประจำภูมิภาคยุโรป
บีบีซี
8 ชั่วโมงที่แล้ว

มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายวัย 29 ปี ของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาข่มขืน 2 กระทง โดยศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี

ผู้พิพากษาทั้งสามคนในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 250 ณ ศาลแขวงออสโล ได้ยกฟ้องข้อหาข่มขืนอีก 2 ข้อหา แต่ตัดสินว่าเขามีความผิดในข้อหาส่วนใหญ่อื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหา

เฮย์บีไม่ได้มาศาลในวันที่ศาลอ่านคำตัดสินเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้ระบุ แต่เข้าร่วมการพิจารณาคดีผ่านทางวิดีโอลิงก์

อัยการขอให้ศาลลงโทษจำคุกเฮย์บีเป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน ขณะที่ทนายความฝ่ายจำเลยเรียกร้องให้ศาลลดโทษเหลือ 18 เดือน และอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้

แม้มาริอุส บอร์ก เฮย์บี จะไม่ได้เป็นสมาชิกราชวงศ์ แต่การพิจารณาคดีนี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์ในวงกว้าง พระมารดาของเขาได้สมรสกับเจ้าชายฮาคอน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ ตอนที่เฮย์บีมีอายุได้ 4 ขวบ ทำให้เขาเติบโตมาในครอบครัวนี้

ปัจจุบันเจ้าหญิงเมตเต-มาริต ยังทรงพระประชวรหนักด้วยภาวะพระกิโลมกะในพระปับผาสะ หรือ ภาวะพังผืดในปอด (pulmonary fibrosis) และอยู่ระหว่างรอรับการปลูกถ่ายพระปับผาสะ

ทนายความของเฮย์บี ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวเขาจากเรือนจำหลายครั้งเพื่อให้สามารถใช้เวลาร่วมกับมารดาเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่ทรุดลงของพระองค์ หลังจากศาลอ่านคำพิพากษา ทนายความฝ่ายจำเลย คือ นายเปตาร์ เซกูลิก ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวเขาอีกครั้ง แม้ว่าในสัปดาห์ก่อนหน้าศาลแขวงออสโลจะเคยอนุญาตให้ปล่อยตัวเขา แต่คำตัดสินดังกล่าวก็ถูกศาลฎีกากลับคำสั่งในภายหลัง

ยอน สเวอร์ดรุป เอฟเจสตัด หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาสามคน ได้เริ่มการพิจารณาคดีในช่วงเช้าวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ด้วยการบรรยายการข้อสรุปของศาล ก่อนที่จะเข้าสู่การอ่านคำวินิจฉัยความยาว 128 หน้าเพื่ออธิบายถึงคำพิพากษา

เฮย์บีให้การปฏิเสธในข้อหาข่มขืนทั้ง 4 กระทง แต่ศาลได้พิพากษาว่าเขามีความผิดในข้อหาข่มขืนหญิงสาว 2 ราย ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตพระราชฐานของมกุฎราชกุมารที่สกอคัม ในปี 2018 และอีกรายหนึ่งในกรุงออสโลในปี 2024

นอกจากนี้เขายังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชาวนอร์เวย์ชื่อ โนรา เฮาค์แลนด์ และข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เขาถูกจับกุมในอะพาร์ตเมนต์ของเธอในย่านฟร็อกเนอร์ อันหรูหราของกรุงออสโล เมื่อเดือน ส.ค. 2024

อย่างไรก็ตาม ศาลได้ยกฟ้องในข้อหาข่มขืนอีก 2 กระทง ซึ่งเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่เขาพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงออสโล เมื่อเดือน พ.ย. 2024 และอีกรายที่เขาพบระหว่างไปพักผ่อนที่หมู่เกาะโลโฟเทน ในปี 2023

คดีของเฮย์บีเกี่ยวข้องกับผู้หญิง 6 คน แต่มีเพียงผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในศาลเพื่อฟังคำตัดสิน และมีพยานเห็นว่าเธอร้องไห้ขณะที่เฮย์บีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานข่มขืนเธอ

อัยการกล่าวว่าเธออยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือกำลังหลับอยู่ขณะที่ถูกขืนใจหลังงานปาร์ตี้ในกรุงออสโลเมื่อเดือน มี.ค. 2024 โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขามีเพศสัมพันธ์กันโดยสมัครใจ

หลักฐานที่แสดงว่าเธอถูกข่มขืนนั้นมาจากวิดีโอที่เฮย์บีถ่ายไว้ในขณะนั้น และในการให้การเมื่อเดือน ก.พ. ผู้หญิงคนนั้นบอกกับศาลว่าเธอกำลังหลับอยู่และจะไม่มีทางยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ศาลเห็นด้วยว่าเหยื่อไม่สามารถต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ข้อหาข่มขืนทั้ง 4 กระทงเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่หลับอยู่หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในขณะที่เกิดเหตุ

เฮย์บียังถูกตัดสินว่ามีความผิดในอีกหลายข้อหา รวมถึงการทำร้ายร่างกายและพฤติกรรมที่ประมาทเลินเล่อต่อผู้หญิงคนที่หกในคดี ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ผู้หญิงจากฟรอกเนอร์ เนื่องจากเป็นชื่อพื้นที่ในออสโลที่เธออาศัยอยู่

ศาลตัดสินให้เขาต้องจ่ายค่าชดเชยรวม 640,000 โครเนอร์ (ราว 2.19 ล้านบาท) ให้แก่ผู้หญิง 4 คน รวมถึงโนรา ฮอว์คแลนด์ ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผู้พิพากษาตัดสินว่าสามารถเปิดเผยชื่อในคดีได้

https://www.bbc.com/thai/articles/cvglw9reed8o
.....


Pipob Udomittipong
12 hours ago
·
นี่สิ “คนเท่ากัน” 15 มิ.ย. ศาลออสโลพิพากษาว่า มาริอุส บอร์ก ฮอยบี บุตรบุญธรรมของเจ้าชายฮาคอน มกุฎราชกุมารแห่ง #นอร์เวย์ มีความผิดในข้อหาข่มขืน 2 กระทง และความผิดอื่น ๆ รวมทั้งความรุนแรงในครอบครัว และตัดสินจำคุกเขา 4 ปี และไม่ไห้ประกันตัว หลังจากเขาถูกขังระหว่างพิจารณามาตั้งแต่ก.พ.ที่ผ่านมา

มาริอุส บอร์ก ฮอยบี 29 ปี เข้าร่วมราชวงศ์เมื่อ เมตเต-มาริต แม่ของเขาซึ่งตั้งท้องเขา ตั้งแต่ก่อนรู้จักกับและแต่งงานกับเจ้าชายฮาคอนในปี 2001 และเจ้าชายได้รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม แต่เขาก็ไม่มีตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ ในราชวงศ์ เขาถูกกล่าวหามากกว่า 30 คดี ส่วนใหญ่เป็นการละเมิดทางเพศ และที่ผ่านมาให้การภาคเสธโดยเฉพาะในข้อหาข่มขืน

มาริอุส บอร์ก ฮอยบี ถูกควบคุมตัวมาตลอดนับแต่เริ่มการพิจารณาคดีต้นปีนี้ แม้เขาพยายามขอประกันตัว อ้างว่าต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบเรื้อรัง แต่ศาลไม่อนุญาตเพราะเกรงว่าเขาจะไปทำร้ายเหยื่อ และศาลอุทธรณ์ยังมองว่าอาการป่วยของพระมารดา เจ้าหญิงเมตเต-มาริต ไม่ได้ร้ายแรงอย่างมีนัยสำคัญ

สื่อนอร์เวย์รายงานระหว่างถูกควบคุมตัว มกุฎราชกุมารฮาคอนและพระชายาเมตเต-มาริต ได้เดินทางมาเยี่ยมเขาหลายครั้ง แต่ทั้งสองพระองค์ไม่ปรากฏตัวในห้องพิจารณาคดี (ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าเพราะไม่ต้องการไปกดดันศาล)

ตามรายงานของ @TRT ฮอยบีอ้างว่า ว่า การเติบโตมาท่ามกลางสายตาของสาธารณชน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ทำให้เขามีความปรารถนาด้านสุราและเพศ “ผมถูกห้อมล้อมไปด้วยสื่อมาตั้งแต่อายุสามขวบ ผมถูกคุกคามมาตลอด” เขากล่าว ทำให้เขา “มีความต้องการการยอมรับอย่างมาก” เขากล่าว “ต้องการมีเพศสัมพันธ์มาก ดื่มแอลกอฮอล์มาก”

อัยการอ้างว่า ข้อกล่าวหาต่อฮอยบีรวมถึงข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา 1 กระทง และข้อหากระทำชำเราโดยไม่มีการร่วมเพศ 3 กระทง ซึ่งบางกรณีเขาถ่ายคลิปไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือของตนเอง ซึ่งหลายคนอยู่ในสภาพมึนเมาขณะก่อเหตุ และเขาได้สัมผัสอวัยวะเพศของหญิงสาวและถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้

ฮอยบีรับสารภาพในศาลว่า เคยบีบคอหญิงคนหนึ่ง เขายังสารภาพว่าขู่ฆ่าแฟนของหญิงคนนั้น รับขนกัญชา 3.5 กิโลกรัม ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และละเมิดคำสั่งศาลที่ห้ามติดต่อกับผู้หญิงบางคน
https://www.nrk.no/.../marius-borg-hoiby-domt-til-fengsel...

https://www.facebook.com/photo?fbid=10164271377756649&set=a.10150096728651649




ในการเลือกตั้งผู้ว่าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน กรุณาเลือกผู้ว่าที่มองเห็นประชากรที่ไม่ถูกมองเห็น กรุณาเลือกนโยบายที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้คนที่ขับเคลื่อนเมืองให้เป็นเมือง กรุณาเลือกเมืองที่เป็นเมืองของคนทุกคน เพราะ บางคนในมหานครแห่งนี้ ไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่ามาดูแลตนปัญหาของตนเอง



คนกรุงเทพที่ไม่ถูกมองเห็น

12 June 2026
Decode

ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

คนกรุงเทพและคนอยู่กรุงเทพ

กรุงเทพฯ คือเมืองที่มีประชากรตามสำมะโนครัวอยู่ราวสิบล้านคน แต่มีผู้เข้ามาอยู่อาศัยกับทำงานโดยยังคงมีสำมะโนครัวอยู่ต่างจังหวัดอีกกว่าสามล้านคน ไม่รวมคนจังหวัดข้างเคียงที่เข้ามาทำงานเช้าเย็นกลับ หรือเข้ามาทำงานแรงงานเฉพาะเมื่อหมดหน้าเกษตร กับแรงงานพลัดแผ่นดินทั้งมีการลงทะเบียนตามกฎหมายและไม่มี น่าจะอีกไม่น้อยกว่าสองล้าน

…สรุปคร่าว ๆ คือกรุงเทพฯ มีคนราวสิบห้าล้าน และหนึ่งในสามของคนกรุงเทพฯ ไม่มีสำมะโนครัวอยู่ในกรุงเทพฯ

หลายคนในจำนวนนี้ทำงานใช้แรงงานก่อร่างสร้างเมืองนี้มากับมือ …ตึกราม ถนนหนทาง สะพาน ห้าง หลายคนคือคนทำงานเป็นส่วนของฟันเฟืองขนาดยักษ์ที่ขับเคลื่อนเมืองให้ศิวิไลซ์เรืองรอง งดงามตระการตาตระการใจ ทั้งหมดคือผู้คนที่ดลบันดาลให้เมืองมีชีวิตและพลัง

หลายคนอยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ สร้างครอบครัวใหม่ที่นี่ หลายคนไม่เหลือที่ทางบ้านช่อง ครอบครัวดั้งเดิม ที่ทำกินที่บ้านเกิดให้กลับไป และติดค้างอยู่ในเมืองหลวงตลอดกาล หลายคนกลายมาเป็นคนจนเมือง ใช้ชีวิตล่องหนเสื่อมโทรมเบื้องหลังตึกรามอลังการ

…และไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ

การต้องทิ้งบ้านเกิดเข้ามาอยู่ต่างถิ่นเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำมาแต่ต้น เป็นเรื่องของการมีต้นทุนด้านต่าง ๆ กะพร่องกะแพร่ง ไม่ว่าการศึกษา หรืองาน และรายได้ ซึ่งผลักดันคนให้เข้ามาในเมืองใหญ่เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า น้อยคนจะเข้ามากรุงเทพพร้อมกับทุนรอน ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานเพื่อเก็บเงิน และหวังว่าจะได้กลับบ้านวันหนึ่ง



กระนั้นก็น้อยคนที่จะไปถึงจุดที่จะมีเงินเหลือเก็บ หลายคนทำมาหาได้แค่พออยู่รอดผ่านไปวัน ๆ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปถึงหลงใหลใฝ่ฝันตอนจากบ้านมา จากค่าแรงขั้นต่ำที่ต่ำมากซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพสูงที่สูงมาก รวมทั้งความไม่แน่นอนของการจ้างงาน หลายคนล้มคว่ำไม่เป็นท่าเกือบจะในทันทีที่มีอุบัติเหตุชีวิตเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการปิดตัวของบริษัทที่ทำ ความป่วยไข้ บาดเจ็บ เป็นเรื่องง่ายมากที่คนจะถูกผลักเข้าสู่สถานะคนจนเมืองเต็มขั้น

และคนจนเมืองก็คือคนที่อยู่ในด้านมืดของเมือง รองรับทุกความเลวร้ายของเมือง โดยไม่ได้แตะต้องสัมผัสความรื่นรมย์ เจริญรุ่งเรือง หรืองดงามของเมืองเลยด้วยซ้ำ

จุดเริ่มต้นของความจนคืออาหาร แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเมืองอาหารราคาไม่แพง แต่ราคาอาหารโดยทั่วไปก็ยังแพงมากเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำจะบริโภค ร้านอาหารราคาย่อมเยาว์อย่างรถเข็นริมถนนที่เคยเป็นที่พึ่งมาก็ถูกขับไล่หายไปจากนโยบายจัดระเบียบเมือง คนจนไม่เพียงแต่ไม่ถูกมองเห็นอยู่แล้วในเมืองเรืองรองเจิดจ้านี้ พวกเขายังถูกรัฐเก็บให้ไม่ถูกเห็นอีกด้วย

ตลกร้ายกว่านั้นก็คือรัฐกลับส่งเสริมย่านเยาวราชเป็นที่แหล่งขายอาหารริมทาง ถึงกับอนุญาตให้ปิดถนน ตีเกราะเคาะไม้ป่าวประโคมให้เป็นหมุดหมาย เป็นหน้าเป็นตา เป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่ร้านเหล่านี้ขายอาหารเกินราคา และแพง และมีทุนเป็นเจ้าของ และปล่อยให้แหล่งอาหารราคาถูกสำหรับคนรายได้น้อยตามถนนหนทางสาบสูญ เช่นเดียวกับตลาดสดน้อยใหญ่ที่เคยมีมากมายทุกมุมเมืองและเป็นแหล่งฝากท้องก็มีอันมาโดนห้างที่สร้างกันจนแทบไม่มีที่เหลือให้สร้างเบียดบังจนล้มหายไปอีก

นอกจากกินแพง อยู่ก็แพง ด้วยราคาค่าเช่าที่พักที่สูงลิ่ว จนคนทำงานต้องเลือกระหว่างจ่ายค่าเดินทางหลาย ๆ ทอดไปกลับกับหาเช่าห้องริมขอบเมือง หรือหาเช่าที่อยู่ราคาแพงแออัดกลางเมืองและจ่ายค่ารถน้อยลง แต่ไม่ว่าจะหาเช่าห้องอยู่กลางเมืองแล้วประหยัดค่าเดินทาง หรือเลือกอยู่ห้องราคาถูกชานเมืองและจ่ายค่ารถหลาย ๆ ทอด ผลลัพธ์ที่ได้จะพอ ๆ กัน …ไม่มีเหลือเก็บ

เพราะราคาค่าเดินทางในกทม. ก็แพง แม้ค่ารถของเราจะดูราคาถูกเมื่อเทียบกับบางประเทศ แต่การจะพิจารณาถูกแพงด้วยการเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ก็จะพบว่าค่าเดินทางในกรุงเทพฯ แพงมาก และที่แพงน่าเกลียดที่สุดคือราคารถไฟฟ้าทั้งเหนือดินและใต้ดิน เรียกว่าเป็นอนุสาวรีย์ขนาดยักษ์ของความเหลื่อมล้ำของเมืองก็ว่าได้

รถไฟฟ้าไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบายให้การเดินทางทั่วกทม. มันยังช่วยทำให้เมืองดูทันสมัยและศิวิไลซ์ทัดเทียมต่างประเทศนี้ แต่ขณะเดียวกัน ระหว่างการก่อสร้างคนที่ลำบากอยู่แล้วและต้องลำบากมากขึ้นคือคนจน เพราะนอกจากเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตหน้าดิน ยังไม่อยู่ในห้องปิดปรับอากาศ และต้องผจญฝุ่นผงก่อสร้างมหาศาลที่กระจายไปทั่ว ๆ เมือง ต้องเดินเหยียบเศษหินดินทรายสะดุดล้มลื่นตามพื้นถนน ต้องเสี่ยงตกหลุมบ่อไม่มีความปลอดภัย ต้องเดินฝ่าน้ำท่วมนองถ้าท่อตัน การสัญจรใกล้ไกลกลายเป็นเรื่องลำบากและอันตราย แต่ที่ร้ายกว่าอะไรทั้งหมด ในเมืองที่จราจรติดขัดสาหัสอยู่แล้ว…การปิดทางสร้างรางต่าง ๆ ยังทำให้คนรายได้น้อยที่อาศัยชานเมืองต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าอีกสองชั่วโมงต่อวัน

ตลกร้ายที่สอง …พอเปิดใช้งาน ราคาค่าโดยสารกลับสูงเกินกว่าที่รายได้น้อยจะสามารถใช้เดินทาง

เมืองอื่น ๆ ในโลก ราคาค่าเดินทางจะถูกทำให้ต่ำพอที่ทุกคนจะสามารถใช้ได้เสมอโดยรัฐ ขนส่งสาธารณะต้องเป็นความเสมอภาค ไม่ใช่ชนชั้นฐานันดร ต้องไม่มีคนที่ไม่มีสิทธิ์ในของสาธารณะ บางเมืองถึงขั้นใช้ฟรี และฟรีไปกระทั่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน นี่คือการลงทุนของรัฐ จากภาษี เป็นส่วนของรัฐสวัสดิการ

คนจนที่สุดของคนจนเมืองคือคนไร้บ้าน และการไม่สามารถมีกระทั่งที่คุ้มหัวนอนคืออนุสาวรีย์มีชีวิตของการจัดการเมืองที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ



บางคนตัวคนเดียว พอตกงานไม่มีเงินจ่ายค่าห้องโดนไล่ …ก็ออกมา บางคนป่วย ไม่ได้รับการดูแลเพราะครอบครัวต้องทำงาน …ก็ออกมา บางตนชรา สมองเสื่อม ฟั่นเฟือน …ก็ออกมา บางคนบัตรประชาชนหายเข้าไม่ถึงรัฐสวัสดิการ …ก็ออกมา ผัวซ้อม …ก็ออกมา ทะเลาะกับครอบครัว …ก็ออกมา มีเหตุเป็นล้านที่คนจะออกมาอยู่บนถนน แต่ทุกเหตุล้วนโยงไปกลับไปที่การจัดการของรัฐและรัฐสวัสดิการ

เรื่องน่าเศร้าก็คือนอกจากรัฐสวัสดิการไม่เกื้อกูล …รัฐยังทำทุกอย่างไม่ให้คนเหล่านี้ถูกมองเห็น ป้ายรถเมล์ที่มีแสงไฟสว่างและปลอดภัยพอจะซุกหัวนอน กทม. ก็เปลี่ยนเป็นที่นั่งป่องกลางนั่งนอนไม่ได้ จนกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ไร้ประโยชน์ที่คนรอรถเมล์ทั่ว ๆ ไปก็ใช้ไม่ได้ไป ที่นั่งรายทางสำหรับเด็กเล็ก คนป่วย คนชราได้พักอย่างที่เมืองใหญ่อื่น ๆ มีกันแทบทุกเมืองก็ไม่มี ทั้งหมดนี้แค่เพื่อไม่ให้มีที่ให้คนไร้บ้านนั่งนอน …และถูกมองเห็น

กทม. คือเมืองที่มองไม่เห็นคนจน และพยายามทำให้คนจนไม่ถูกเห็น

ทั้งหมดนี้แค่ผิวเผิน ยังไม่ได้พูดถึงปัญหาอื่น ๆ ที่รุมเร้าคุกคามคนจนเมืองเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะรถติดที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันและไร้ความพยายามจะแก้ไข ยาเสพติดที่ระบาดทุกตรอกซอกซอย อาชญากรรมสารพัดที่สูงขึ้น ๆ สถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก สถานบริบาลคนชราทุพลภาพ น้ำท่วมที่ท่วมทุกครั้งที่ฝนตก คลองเน่าเหม็นส่งกลิ่น จุดบอดจุดมืดจุดอับที่มีอยู่เกลื่อนเมือง เชื้อโรค ความเสื่อมโทรม มลพิษสารพัด ขยะ ไอเสีย พีเอ็ม2.5




คนทุกคนในมหานครแห่งนี้เสียภาษีให้เมืองไม่ทางตรงก็ทางอ้อม มีคนจำนวนมากที่ทุ่มเททำให้กทม. เป็นเมืองเรืองรอง มีชีวิตชีวา ติดอันดับเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสุดสวย แต่กลับกลายเป็นผู้รองรับสารพัดปัญหาของเมืองเอาไว้เต็ม ๆ โดยไม่เคยถูกมองเห็น

…โดยไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่ามาดูแลตนปัญหาของตนเอง

ในฐานะคนกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งผู้ว่าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน กรุณาเลือกผู้ว่าที่มองเห็นประชากรที่ไม่ถูกมองเห็น กรุณาเลือกนโยบายที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้คนที่ขับเคลื่อนเมืองให้เป็นเมือง

…กรุณาเลือกเมืองที่เป็นเมืองของคนทุกคน






https://decode.thaipbs.or.th/20260604_underrepresented_bangkok/




‘การปิดด่าน’ กัมพูชา ตามเสียงตะโกนคลั่งชาติ มีราคาต้องจ่าย ประชาไท สำรวจ ‘ความตาย’ ทางเศรษฐกิจสระแก้ว “เราหากินตามตะเข็บชายแดนแบบนี้ เราก็อยากให้ด่านเปิด แต่เขาไม่เปิดจะทำอะไรเขาได้”


ประชาไท Prachatai.com

17 hours ago
·
“เราหากินตามตะเข็บชายแดนแบบนี้ เราก็อยากให้ด่านเปิด แต่เขาไม่เปิดจะทำอะไรเขาได้”

ประสิทธิ์ สังข์ถ่วง นายท่ารถตู้พัทยา-สระแก้ว หน้าด่านบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บอกว่าตั้งแต่หลังปิดด่านเป็นต้นมาก็เหลือรถวันละไม่กี่เที่ยว จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวไปกลับค่อนข้างเยอะ แต่ทุกวันนี้บางวันมีแค่วันละเที่ยว

สภาพไม่ต่างกันนักกับร้านกาแฟเชนใหญ่ที่อยู่ระแวกเดียวกันที่พนักงานก็บอกว่าแทบไม่เหลือลูกค้าเข้านอกจากลูกค้าขาประจำ จากเดิมที่มีทั้งคนไทยคนกัมพูชาที่ข้ามด่านไปมาแวะซื้อกาแฟ

ภาพของอำเภอชายแดนอย่างอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่เคยคึกครื้น ทุกวันนี้ยังคงเงียบเหงาแม้ว่าการปะทะกันตามแนวชายแดนจะหยุดไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากด่านข้ามแดนถาวรยังคงปิด พร้อมกับยังมีด่านทหารตามถนนทางเข้าอำเภอ และยิ่งถี่ขึ้นเมื่อเข้าสู่หมู่บ้านตามแนวชายแดน (แม้หลายด่านจะไม่เห็นตัวเจ้าหน้าที่ประจำอยู่) สภาพเมืองเงียบเหงาทั้งกลางวันกลางคืน ยกเว้นตลาดนัดของสดและอาหารที่ยังพอมีคนพื้นที่มาเดินซื้ออยู่บ้าง แต่คนขายก็ดูจะเยอะกว่าคนซื้อ

“ต้องอพยพเราไม่ได้มีเงินสำรองนะ เราเป็นมนุษย์รายวัน เริ่มปิดด่านเดือน 6 แต่เขาอพยพเดือน 12 เราไม่มีตังค์กันแล้วนะ ตั้งแต่เดือน 6 เราไม่ออกจากพื้นที่เพราะเงินมีไม่เยอะ ส่วนหนึ่งก็ต้องส่งให้ลูกเรียน ใช้คำว่าขดตัวอยู่อย่างนี้หลบๆ ซ่อนๆ โคตรสิ้นหวังเลย”

ลลนา ครุธชัย หรือน้ำ เจ้าของร้านสักคิ้วใกล้ตลาดโรงเกลือ เล่าถึงวันที่เธอต้องอยู่ฟังเสียงกระสุน ระเบิด จรวด ที่มาตกตามแนวชายแดนโดยที่ยังต้องอยู่ในบ้านเช่าไม่ไกลจากด่านอรัญประเทศมากนัก แต่ออกไปไหนไม่ได้ เพราะการออกจากบ้านคือการใช้เงิน และอย่างน้อยก็ยังมีศูนย์อพยพไม่ไกลนักที่มีอาหารเลี้ยงคนพื้นที่

น้ำบอกว่าตอนนี้รายได้หายไปเกือบหมดจนต้องฝากลูกสาววัย 15 ปีไว้กับญาติที่โคราช เพราะหลังจากด่านปิด เธอที่ทำงานเป็นนักร้องในโรงแรมฝั่งกัมพูชาและสามีที่ขับรถรับส่งนักเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปคาสิโนในฝั่งกัมพูชาต่างก็ตกงานทันที ไม่นานสภาพการเงินในครอบครัวก็ย่ำแย่จนต้องแยกทางกับสามีไปเพราะต่างคนต่างก็ไม่มีงาน ไม่มีเงิน

น้ำเล่าย้อนไปก่อนที่จะเกิดปัญหาชายแดน เธอเคยมีรายได้จากร้านสักคิ้วในอรัญฯ ที่มักมีลูกค้าจากทั้งฝั่งไทยทั้งกัมพูชาข้ามมาใช้บริการ รวมกับงานร้องเพลงได้เดือนละ 80,000 บาทและอาจไปถึงแสนตามความคึกคักจนสามารถผ่อนบ้านได้

ในวันนี้ น้ำเหลือแค่ร้านสักคิ้วที่ยังเปิดอยู่ แม้จะไม่มีลูกค้านัก กับรับงานร้องเพลงตามผับบาร์ในฝั่งไทยที่เหลืออยู่ไม่มากในอรัญฯ รายได้เหลือไม่ถึง 20,000 บาท โดยที่ยังต้องเลี้ยงลูก และจ่ายค่าเช่าบ้าน ส่วนบ้านที่ยังผ่อนไม่หมดก็ต้องปล่อยให้ธนาคารยึดไปแล้ว

สภาพของน้ำเป็นตัวอย่างของเจ้าของร้านใกล้ชายแดนที่ยังพยายามรักษาธุรกิจไว้ในพื้นที่ท่ามกลางสภาพเงียบเหงาทั้งอำเภอ เพราะหวังว่าวันหนึ่งถ้าสถานการณ์สงบก็อาจจะได้กลับมามีรายได้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ตามที่ปรากฏเป็นข่าวยังไม่เห็นแนวโน้มว่า 2 ประเทศนี้จะกลับมาคืนดีกันในเร็ววัน

ประชาไทชวนทำความเข้าใจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในสระแก้วพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผลกระทบยังดำเนินต่อแม้ว่าจะหยุดยิงมา 5 เดือนแล้วก็ตาม

อ่านทั้งหมดที่ลิงก์
https://prachatai.com/journal/2026/06/117704




เมื่อ ‘เจาะลึกทั่วไทยฯ’ ลาจอแก้ว ย้อนอ่านบทเรียน ‘6 ตุลา’ ถึงคนรุ่นหลัง ของ 'ดนัย เอกมหาสวัสดิ์' จากปากคำ ‘หมาแก่’ อดีตคนวิ่งหนีกระทิงแดง


The People

13 hours ago
·
เมื่อ ‘เจาะลึกทั่วไทยฯ’ ลาจอแก้ว ย้อนอ่านบทเรียน ‘6 ตุลา’ ถึงคนรุ่นหลัง ของ 'ดนัย เอกมหาสวัสดิ์' จากปากคำ ‘หมาแก่’ อดีตคนวิ่งหนีกระทิงแดง
.
ราวเดือนมีนาคม 2567 ‘ดนัย เอกมหาสวัสดิ์’ เจ้าของฉายาหมาแก่ เคยประกาศพักหน้าจอชั่วคราวเพราะปัญหาสุขภาพ ในวันนี้เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ มีประกาศยุติการออกอากาศบนจอทีวีอย่างเป็นทางการ โดยจะออกอากาศเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ปิดตำนานรายการวิเคราะห์ข่าวเชิงลึกที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน
.
แต่หมาแก่คนนี้ ไม่ได้มีประสบการณ์เพียงแค่การวิเคราะห์อยู่หน้าจอเท่านั้น แต่ในช่วงความเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนปี 2563 - 2564 ที่ผ่านมา ‘พี่หมาแก่’ ยศอดีตนิสิตนิติศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้เปิดเผยบันทึกชีวิตที่น้อยคนจะรู้ ว่าเขาคือหนึ่งในคนรุ่นก่อนที่เคยวิ่งหนีกลุ่มกระทิงแดง และเกือบตัดสินใจเข้าป่าหลังเหตุการณ์ ‘6 ตุลา 19’ ก่อนจะถูกคัดเลือกให้ฝังตัวทำหน้าที่เป็น ‘สายเมือง’ คอยสนับสนุนขบวนการร่วมกับคนรุ่นเดียวกันอย่าง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช (หมอมิ้ง)
.
ประสบการณ์ตรงจากแผลประวัติศาสตร์ในอดีต กลายมาเป็นคำเตือนด้วยความห่วงใยถึงคนรุ่นใหม่ในเวลาต่อมา โดยเฉพาะคำเตือนสติยอดฮิตอย่างการ ‘กินข้าวทีละคำ’ เพื่อสะท้อนว่าทุกความเปลี่ยนแปลงไม่สามารถสร้างเสร็จได้ในวันเดียว แม้ในวันนี้หน้าจอแก้วของรายการกำลังจะปิดลง แต่ปากคำและบทเรียนจากผู้ผ่านสมรภูมิประวัติศาสตร์จริงอย่างหมาแก่ ย่อมยังคงเป็นแง่มุมที่ทรงความหมายต่อการทำความเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองเสมอ
.
ประสบการณ์ ‘6 ตุลา 19’ ในมุม ‘หมาแก่’ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
.
สื่อมวลชนอาวุโสผู้นี้เล่าในรายการ ‘เจาะลึกทั่วไป ที่นี่ ... ไม่เป็นกลาง แต่เป็นธรรม’ เผยแพร่ทาง facebook live แฟนเพจ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ว่า “เกือบจะเข้าป่า หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ตัดสินใจแล้วว่าคงต้องเข้าป่า ตอนนั้นเลือดมันพลุ่งพล่าน
.
“ยุคนั้นสายจัดตั้งจะมีทั้ง ‘สายป่า’ และ ‘สายเมือง’ เวลาจะเข้าป่าต้องมีการนัดแนะกันตรงขอบป่า เพราะจะมี ‘สายป่า’ มารับตัวเข้าไป
.
“ใจไปแล้ว แต่ในจังหวะที่อยู่ตรงขอบป่า มีการทุ่มเถียงกันทางความคิดหนักพอสมควร มีการพูดกันว่า ต้องมีคนรั้งอยู่ในเขตเมืองบ้าง ทำหน้าที่ส่งเสบียง
.
“ในที่สุด ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่นักทฤษฎีประจำกลุ่มเขาคัดแล้วบอกว่า กลุ่มนี้ควรฝังตัวอยู่ในเมือง ทำหน้าที่สายเมืองต่อไปดีกว่า ถ้าเฮโลกันไปอยู่ในป่ากันทั้งหมดก็เห็นจะไม่ใช่
.
“ผมยังจำได้เลยนะ สมัยนั้นมีการรวมกลุ่มกันไปประมูลงานว่าจ้างตัดเย็บถุงผ้าสำหรับใส่สลิงที่โรงพยาบาลหัวเฉียว บางคนมีคอนเนคชันกับพี่ ๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกัน ก็คือสายหมอ จะไปประมูลงานมา แล้วก็จะใช้บ้านของคนคนหนึ่งเป็นศูนย์กลางในการระดมพี่เพื่อนน้องมาช่วยกันเย็บเพื่อส่งมอบงาน เอารายได้มาจุนเจือคนที่อยู่ในป่า เอามาเป็นทุนเคลื่อนไหว บางคนก็ยึดเอาเรื่องของการส่งดอกไม้หารายได้มาร่วมในการเคลื่อนไหว อะไรประมาณนี้
.
“เกือบเข้าป่า แต่ยังไม่ได้เข้า หมอมิ้งรู้เรื่องผมเยอะพอสมควร แม้จะรู้ไม่หมดเพราะอยู่คนละจัดตั้ง เขาสายมหิดล ผมสายจุฬาฯ” หมาแก่เล่าความหลัง หลังจากก่อนหน้านั้น ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ หรือ ‘หมอมิ้ง’ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้ง ‘กลุ่มแคร์’ และทักหมาแก่กลางรายการว่าเป็นคนร่วมสมัยที่เคยต่อสู้ยุคเดียวกัน คือ 6 ตุลา 19 ทำเอาแฟนรายการมาคอมเมนต์สอบถามให้หมาแก่ขยายความถึงยุคที่ยังเป็นนิสิตจุฬาฯ
.
ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2563 ท่ามกลางความเคลื่อนไหว ‘แฟลชม็อบ’ โดยคนรุ่นใหม่ที่จัดกิจกรรมตามจุดต่างๆ ก็มีการปรากฏขึ้นอีกครั้งของ ‘กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ’
.
หมาแก่ เตือนระหว่างจัดรายการอีกครั้งว่า ระวังย้อนยุคเมื่อกลุ่มอาชีวะช่วยชาติโผล่ออกมาม็อบ พร้อมกับเล่าความทรงจำเดือนตุลาว่า “เหตุการณ์บ้านเมืองสมัยระหว่าง 14 ตุลา 16 ถึง 6 ตุลา 19 เวลานั้นเป็น 3 ปีที่บ้านเมืองไม่ปกติสุข เต็มไปด้วยความแตกแยกถึงขั้นลงไม้ลงมือ สมัยนั้นมีขบวนการที่เรียกว่านวพล กระทิงแดง
.
“ผมเรียนที่นิติศาสตร์ จุฬาฯ ต้องวิ่งหนีกระทิงแดง ผมยังจำสถานการณ์อันชวนระทึก และยืนมองเหตุการณ์ด้วยความสังเวชในเวลานั้นได้ ผมยังจำความรู้สึกในเวลานั้นได้ เป็นเวลาที่สูญเสียกันเยอะด้วย
.
“ขณะมีแฟลชม็อบปี 2563 ก็มีเพจกลุ่มอาชีวะช่วยชาติปรากฏขึ้น 13 กรกฎาคม และปลุกในโซเชียลมีเดีย รวมพล 30 กรกฎาคม 2563 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยก่อนหน้านั้นในช่วงปี 2556 - 2557 กลุ่มอาชีวะช่วยชาติได้เข้าร่วมกับ กปปส.
.
“จากใจหมาแก่ที่เคยวิ่งหนีกระทิงแดงสมัย 6 ตุลา 19 จะบอกกับน้อง ๆ ว่า ยึดเข็มมุ่งของตัวเองให้ชัด ๆ เอาแค่ 3 ข้อใช่ไหม หยุดคุกคาม ยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ ยึดกุม 3 เข็มมุ่งให้ชัด ๆ อย่านอกลู่นอกทาง อย่าต่อสร้อย อย่านอกบท และถ้าเห็นใครนอกลู่นอกทาง ใครต่อสร้อยที่จะทำให้เข็มมุ่งเสียหาย ก็เตือนซึ่งกันและกัน
.
“หลายคนมองว่าจัดรายการให้ท้ายเด็ก ๆ ขอย้ำว่า ไม่เคยให้ท้ายแต่ให้สติ ตอกย้ำ กินข้าวทีละคำ ทุกอย่างไม่สามารถสร้างได้ภายในวันเดียว” หมาแก่กล่าวในรายการ
.
ก่อนจะเป็น ‘เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์’ ช่อง 9 MCOT HD
.
ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ เป็นนักข่าวรุ่นเก๋า ที่เคยผ่านงานมาแล้วทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ โดยก่อนที่จะมาเป็นคนหน้าจอ เขาเคยกุมบังเหียนอยู่ที่ ‘บิสซิเนส เรดิโอ FM98’ ที่นำเสนอข่าวสารการเมือง ธุรกิจ และสังคม ซึ่งปิดตัวลงในช่วงต้นปี 2552 หลังจากเปิดมานาน 12 ปีเต็ม ผลจากพิษเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้โฆษณาตก รายได้หายไป ขณะที่ค่าเช่าสถานียังคงเท่าเดิม ไม่มีลด
.
“พวกเราก็ช่วย ๆ กันแบกกันมาตลอด ยุคหนึ่งในสนามข่าวอาจเคยเห็นคนของจีจีนิวส์เต็มสนาม แต่ปี 2551 ไม่ได้เห็นภาพแบบนั้นแล้ว เราก็อยู่กันแบบนี้ คือไม่ได้รับคนเพิ่ม” หมาแก่ให้สัมภาษณ์กับ ‘ราชดำเนิน’
.
เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงมีการหารือกันในหมู่ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร ได้คำตอบว่าจะไม่ประวิงเวลาไปจนองค์กรไม่เหลือเงินสักบาทเดียว เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะไม่มีเงินจ่ายชดเชยพนักงาน พนักงานก็เสียโอกาส จึงตัดสินใจจบเกมเสียตั้งแต่ยังมีเงินมากพอที่จะจ่ายชดเชยให้พนักงาน แล้วก็ช่วยฝากงานให้กับหลาย ๆ คน
.
“ผมเป็นคนสร้างมันมาตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว ผมอยู่กับมันมา 12 ปี ไม่ใช่เรื่องตัดสินใจได้ง่าย ๆ ในที่สุดก็ต้องเรียกสติกลับมา ก็เห็นว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด ทางบอร์ดก็เห็นว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดในการเยียวยา”
.
หลังจากนั้นจีจีนิวส์จึงลดสภาพจากการบริหารทั้งสถานี เป็นหาเวลาสถานีมาทำรายการ บางรายการก็ย้ายไปที่คลื่น 97 FM เช่น เจาะลึกทั่วไทย
.
ต่อมา พี่หมาแก่กับพี่แมวสาวก็พารายการวิเคราะห์ข่าว เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ไปที่สปริงนิวส์ 19 ซึ่งออกอากาศคู่ขนานกับช่องสปริง 26 กระทั่งมีการคืนช่องสปริง 26 รายการก็ย้ายไปอยู่ที่ช่องเนชั่นทีวี 22 เพียงช่องเดียว แต่เมื่อรายการของพี่หมาแก่มาออกอากาศที่ช่องเนชั่นทีวีได้ไม่นาน รายการก็ยุติการออกอากาศไปในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เพราะเจ้าตัวมีปัญหาเรื่องการเดินทาง ซึ่งต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืด เจอแต่รถสิบล้อ พี่แมวสาวเองก็ไม่ไหวเช่นกัน ทั้งคู่จึงขอถอนตัวในที่สุด
.
หลังจากนั้นพี่หมาแก่ก็ได้ไปผลิตรายการที่ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 พร้อมกับทางวิทยุ FM 102 เมกะเฮิรตช์ ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน เป็นต้นไป
.
‘หมาแก่’ กับ ยิ่งลักษณ์ – ทักษิณ
.
เมื่อปี 2561 หมาแก่พูดในรายการเจาะลึกทั่วไทย ประเด็น “ธุรกิจเกือบล้ม ปมขวางผู้มีอิทธิพล” ว่า “หลายคนคิดว่าผมอาลัยอาวรณ์ที่ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ต้องจากประเทศไป ไม่ใช่เลย ถ้าใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลังบางเรื่องต้องปาดน้ำตาให้กับหมาแก่เลย ครั้งหนึ่งในชีวิตผม ผมเคยถูกคนในเครือข่ายของคุณทักษิณ ปิดล้อมทางธุรกิจ
.
“จนกระทั่งบริษัทของผมแทบล้มประดาตาย ผมต้องประคองลูกน้องร้อยกว่าชีวิต แทบตายกว่าจะผ่านวิกฤตช่วงนั้น”
.
ในวันนั้น หมาแก่อ้างเพียงว่า สาเหตุเป็นเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ไม่รับโฆษณาของเครือข่ายโทรศัพท์ดังรายหนึ่ง
.
เขายังเปิดเผยด้วยว่า หนึ่งในผู้ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือคือ ‘ลุงป้อม’ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่ก็เป็นการช่วยในลักษณะลับ ๆ เพราะลุงป้อมก็ต้องประคองตัวเองเหมือนกัน
.
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อโต้กลับฝ่ายที่โจมตีว่า “หมาแก่อาลัยอาวรณ์พี่น้องชินวัตร”
.
“ผมไม่ได้รักคุณทักษิณเลยนะ เข้าใจผิด แต่ผมแค่เป็นเรื่อง ๆ เรื่องของผมก็คือเรื่องของผม เรื่องส่วนรวมก็คือเรื่องส่วนรวม ผมเคยพูดเสมอว่าความเป็นกลางไม่มี
.
“ผมไม่เป็นกลางหรอก ผมไม่อยู่ข้างทักษิณอยู่แล้วแหละ แต่ว่ามันต้องมีความเป็นธรรม เป็นธรรม ไม่ได้เป็นธรรมกับทักษิณ แต่เป็นธรรมกับสังคมในภาพรวม อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละห้วงเวลา ก็เท่านั้นเองไม่มีอะไรมาก ผมแยกเป็นเรื่อง ๆ อะไรถูก อะไรผิด”
.
บทความนี้อัปเดตและเรียบเรียงข้อมูลจากบทความเรื่อง ดนัย เอกมหาสวัสดิ์: ‘6 ตุลา 19’ ในมุม ‘หมาแก่’ กับคำเตือน ‘กินข้าวทีละคำ’ เขียนโดย 'ฟ้ารุ่ง ศรีขาว'
.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1435264735299224&set=a.633364228822616
.....

ติดตามอ่านต่อ
‘6 ตุลา 19’ ในมุม ‘หมาแก่’ กับคำเตือน ‘กินข้าวทีละคำ’

The People 
October 5, 2021
·
ดนัย เอกมหาสวัสดิ์: ‘6 ตุลา 19’ ในมุม ‘หมาแก่’ กับคำเตือน ‘กินข้าวทีละคำ’
.
ปี 2563 - 2564 มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ในหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์ ‘ทะลุฟ้า - ทะลุเพดาน’ ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ โดยการนัดหมายชุมนุมจากหลายกลุ่มซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เช่น เยาวชนปลดแอก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นักเรียนเลว ราษฎร ฯลฯ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มที่คิดเห็นแตกต่างออกมาเคลื่อนไหวชูประเด็น ‘ปกป้องสถาบัน’ เช่น กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กลุ่มไทยภักดี
.
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองใน 1 - 2 ปีนี้ ทำให้หลายๆ คนนึกถึงเหตุการณ์ในยุคเดือนตุลา พร้อมกับแสดงความห่วงใย เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงซ้ำรอยอดีต คือ ‘6 ตุลา 19’ วันที่มีการล้อมปราบใช้ความรุนแรงต่อนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ รวมถึงพื้นที่ท้องสนามหลวง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลัง ‘14 ตุลา 16’ เพียง 3 ปี
.
สื่อมวลชนสำนักต่างๆ ติดตามและรายงานสถานการณ์การชุมนุมปี 2563 - 2564 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสื่อมวลชนอาวุโสอย่าง ‘ดนัย เอกมหาสวัสดิ์’ หรือ ‘พี่หมาแก่’ แห่งรายการ ‘เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand’ ก็ได้ติดตามนำเสนอและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมทั้งต่อสายโทรศัพท์สัมภาษณ์แกนนำนักเรียนนักศึกษาเพื่อเผยแพร่ความคิดความเห็นในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของการเคลื่อนไหว
.
จากความเคลื่อนไหวทางการเมืองระลอกนี้เองที่ทำให้ผู้ชมได้รับฟังสื่อมวลชนอาวุโสผู้นี้เล่าถึงประสบการณ์ ‘เดือนตุลา’ จากที่ไม่เคยทราบว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการนิสิตนักศึกษาในยุคนั้นมาก่อน
.
ขณะจัดรายการหลาย ๆ ครั้งก็มักจะบอกให้คนรุ่นใหม่ ‘กินข้าวทีละคำ’ เป็นคำเตือนในฐานะผู้มีประสบการณ์ผ่าน 6 ตุลา 19 แต่ผลที่ตามมาคือฟีดแบ็กถูกต่อว่ากลับด้วยถ้อยคำต่าง ๆ ซึ่ง ‘พี่หมาแก่’ ก็มักจะนำกลับมาเล่าในรายการอยู่เป็นประจำ
.
ประสบการณ์ ‘6 ตุลา 19’ ในมุม ‘หมาแก่’ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
.
สื่อมวลชนอาวุโสผู้นี้เล่าในรายการ ‘เจาะลึกทั่วไป ที่นี่ ... ไม่เป็นกลาง แต่เป็นธรรม’ เผยแพร่ทาง facebook live แฟนเพจ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ว่า “เกือบจะเข้าป่า หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ตัดสินใจแล้วว่าคงต้องเข้าป่า ตอนนั้นเลือดมันพลุ่งพล่าน
.
“ยุคนั้นสายจัดตั้งจะมีทั้ง ‘สายป่า’ และ ‘สายเมือง’ เวลาจะเข้าป่าต้องมีการนัดแนะกันตรงขอบป่า เพราะจะมี ‘สายป่า’ มารับตัวเข้าไป
.
“ใจไปแล้ว แต่ในจังหวะที่อยู่ตรงขอบป่า มีการทุ่มเถียงกันทางความคิดหนักพอสมควร มีการพูดกันว่า ต้องมีคนรั้งอยู่ในเขตเมืองบ้าง ทำหน้าที่ส่งเสบียง
.
“ในที่สุด ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่นักทฤษฎีประจำกลุ่มเขาคัดแล้วบอกว่า กลุ่มนี้ควรฝังตัวอยู่ในเมือง ทำหน้าที่สายเมืองต่อไปดีกว่า ถ้าเฮโลกันไปอยู่ในป่ากันทั้งหมดก็เห็นจะไม่ใช่
.
“ผมยังจำได้เลยนะ สมัยนั้นมีการรวมกลุ่มกันไปประมูลงานว่าจ้างตัดเย็บถุงผ้าสำหรับใส่สลิงที่โรงพยาบาลหัวเฉียว บางคนมีคอนเนคชันกับพี่ ๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกัน ก็คือสายหมอ จะไปประมูลงานมา แล้วก็จะใช้บ้านของคนคนหนึ่งเป็นศูนย์กลางในการระดมพี่เพื่อนน้องมาช่วยกันเย็บเพื่อส่งมอบงาน เอารายได้มาจุนเจือคนที่อยู่ในป่า เอามาเป็นทุนเคลื่อนไหว บางคนก็ยึดเอาเรื่องของการส่งดอกไม้หารายได้มาร่วมในการเคลื่อนไหว อะไรประมาณนี้
.
“เกือบเข้าป่า แต่ยังไม่ได้เข้า หมอมิ้งรู้เรื่องผมเยอะพอสมควร แม้จะรู้ไม่หมดเพราะอยู่คนละจัดตั้ง เขาสายมหิดล ผมสายจุฬาฯ” หมาแก่เล่าความหลัง หลังจากก่อนหน้านั้น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้ง ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งกลุ่มแคร์ และทักหมาแก่กลางรายการว่าเป็นคนร่วมสมัยที่เคยต่อสู้ยุคเดียวกัน คือ 6 ตุลา 19 ทำเอาแฟนรายการมาคอมเมนต์สอบถามให้หมาแก่ขยายความถึงยุคที่ยังเป็นนิสิตจุฬาฯ
.
ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2563 ท่ามกลางความเคลื่อนไหว ‘แฟลชม็อบ’ โดยคนรุ่นใหม่ที่จัดกิจกรรมตามจุดต่างๆ ก็มีการปรากฏขึ้นอีกครั้งของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ
.
หมาแก่ เตือนระหว่างจัดรายการอีกครั้งว่า ระวังย้อนยุคเมื่อกลุ่มอาชีวะช่วยชาติโผล่ออกมาม็อบ พร้อมกับเล่าความทรงจำเดือนตุลาว่า “เหตุการณ์บ้านเมืองสมัยระหว่าง 14 ตุลา 16 ถึง 6 ตุลา 19 เวลานั้นเป็น 3 ปีที่บ้านเมืองไม่ปกติสุข เต็มไปด้วยความแตกแยกถึงขั้นลงไม้ลงมือ สมัยนั้นมีขบวนการที่เรียกว่านวพล กระทิงแดง
.
“ผมเรียนที่นิติศาสตร์ จุฬาฯ ต้องวิ่งหนีกระทิงแดง ผมยังจำสถานการณ์อันชวนระทึก และยืนมองเหตุการณ์ด้วยความสังเวชในเวลานั้นได้ ผมยังจำความรู้สึกในเวลานั้นได้ เป็นเวลาที่สูญเสียกันเยอะด้วย
.
“ขณะมีแฟลชม็อบปี 2563 ก็มีเพจกลุ่มอาชีวะช่วยชาติปรากฏขึ้น 13 กรกฎาคม และปลุกในโซเชียลมีเดีย รวมพล 30 กรกฎาคม 2563 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยก่อนหน้านั้นในช่วงปี 2556 - 2557 กลุ่มอาชีวะช่วยชาติได้เข้าร่วมกับ กปปส.
.
“จากใจหมาแก่ที่เคยวิ่งหนีกระทิงแดงสมัย 6 ตุลา 19 จะบอกกับน้อง ๆ ว่า ยึดเข็มมุ่งของตัวเองให้ชัด ๆ เอาแค่ 3 ข้อใช่ไหม หยุดคุกคาม ยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ ยึดกุม 3 เข็มมุ่งให้ชัด ๆ อย่านอกลู่นอกทาง อย่าต่อสร้อย อย่านอกบท และถ้าเห็นใครนอกลู่นอกทาง ใครต่อสร้อยที่จะทำให้เข็มมุ่งเสียหาย ก็เตือนซึ่งกันและกัน
.
“หลายคนมองว่าจัดรายการให้ท้ายเด็ก ๆ ขอย้ำว่า ไม่เคยให้ท้ายแต่ให้สติ ตอกย้ำ กินข้าวทีละคำ ทุกอย่างไม่สามารถสร้างได้ภายในวันเดียว” หมาแก่กล่าวในรายการ
.
ในปีนี้ 2564 ยังมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ต่อเนื่องจากปี 2563 เป็นการปะทะกันของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เป็นระยะ ขณะเดียวกันปีนี้ก็เป็นปีครบรอบ 45 ปี 6 ตุลา 19
.
คนรุ่นใหม่หรือเยาวชนเมื่อ 4 - 5 ทศวรรษที่แล้ว กลายเป็นผู้อาวุโสแล้วในทศวรรษนี้ ความเห็นและคำเตือนในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์มาก่อนอาจนำมาสู่ความเห็นด้วยและเห็นต่างของคนอีกรุ่น เนื่องจากมองว่าหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะรับฟังด้วยความคิดเห็นอย่างไร ประสบการณ์ของคนทุกวัยยังเป็นบทเรียนที่สะท้อนแง่มุมต่าง ๆ อย่างมีความหมายต่อการทำความเข้าใจสถานการณ์เสมอ
.
เรียบเรียงโดย: ฟ้ารุ่ง ศรีขาว
ภาพ: https://youtu.be/4M4GEdZiZlE
https://doct6.com/learn-about/how/chapter-1
.
ติดตาม Instagram ของ The People ได้ที่ https://www.instagram.com/thepeoplecoofficial/
.
ข้อมูลจาก:
https://www.youtube.com/watch?v=iyuVyfLeUMo
https://www.facebook.com/insid.../videos/685352955530685/...
https://www.facebook.com/insid.../videos/733994210773132/...
https://www.youtube.com/watch?v=59RDtqHN4kE
.
#ThePeople #Politics #6ตุลา #หมาแก่

https://www.facebook.com/share/p/18noT4fyb4/




ใหญ่จริงจริ๊งงงง "ใบสั่ง บ้านใหญ่" - ยุติ ‘เจาะลึกทั่วไทยฯ’ ฟ้าแลบ อ้างบ้านใหญ่ไม่พอใจ ขยี้ 'ไชยชนก' แรง



15 มิ.ย. 2569
Next News TH

เผยเบื้องหลัง! รายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ยุติออกอากาศฟ้าแลบ สิ้นเดือน มิ.ย.69 นี้ เหตุวิจารณ์โครงการ TH-AI Passport หนัก โยงสัมพันธ์ลึก 'ไชยชนก ชิดชอบ'-เอกชน ตั้งข้อสังเกตเกณฑ์คนเข้ารับฟังความเห็นกลุ่มเดียวเวทีการเมือง อ้างบ้านใหญ่บุรีรัมย์ไม่พอใจหนัก สั่งฝ่ายการเมืองจัดการด่วน ไม่งั้นปลดกก.อสมท 

สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ พิธีกรรายการเจาะลึกทั่วไทย inside Thailand ทางช่อง 9 MCOT ประกาศก่อนเข้ารายการว่า มีข่าวดี รายการเจาะลึกทั่วไทยฯ จะทำหน้าที่จนกระทั่งถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น 

"หลังจากนี้ บาย บาย รับทราบกันตามนี้นะครับ ไม่ต้องถามนะว่าทำไมอะไรอย่างไร เอาเป็นว่าอยู่นานเกินไปแล้วละ เป็นเวลาอันเหมาะสม ห้ามซักมากกว่านี้" นายดนัยระบุ 

แหล่งข่าวจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในโครงการ TH-AI Passport ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ได้นำเสนอการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการดังกล่าว ในหลายประเด็น ทั้งการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญให้คะแนนว่าผ่านหรือไม่ผ่าน รวมถึงสายสัมพันธ์ความสนิทสนมกับเอกชนคู่สัญญา และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเกณฑ์คนเข้ามารับฟังความเห็น ซึ่งนายดนัย ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่เข้ามารับฟังข้อมูลคล้ายกับกลุ่มคนที่เข้าฟังเวทีหาเสียงทางการเมือง 

"ดูดี ๆ นะครับ ผู้เข้าร่วมฟังเวทีTH-AI Passport เป็นอย่างไร สาบานนะ นี่คือเวที AI Passport ไม่ใช่เวทีหาเสียง ที่ต้องถามแบบนี้ เพราะบรรยากาศคล้ายกัน กลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียวกันอย่างประหลาด" นายดนัยระบุ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ต่อมาฝ่ายบริหารของ อสมท ได้รับการติดต่อจากฝ่ายการเมืองในทำเนียบรัฐบาลให้ดำเนินการปลดรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ หรือไม่เช่นนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนกรรมการ อสมท 

“มีการอ้างว่าการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ของนายไชยชนก สร้างความไม่พอใจให้กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์เป็นอย่างมาก จึงให้ฝ่ายการเมืองดำเนินการในเรื่องนี้” 

แหล่งข่าวกล่าว แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมารายการเจาะลึกทั่วไทยฯ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลนี้หลายครั้งหลายหน และได้รับคำเตือนมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้น ทางรายการเห็นว่า ถึงอย่างไรก็อาจจะถูดปลดไม่วันใดก็วันหนึ่ง จึงตัดสินใจให้ทางอสมท แจ้งบอกเลิกสัญญาภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ทั้ง ๆ ที่การทำสัญญาระหว่าง อสมท กับทางรายการเป็นการทำสัญญาปีต่อปี โดยเพิ่งต่อสัญญาไปเมื่อเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นสัญญาจะสิ้นสุดในปลายปี 2569

https://nextnewsth.com/th/minimal-news/general/6a2f90742efaa009759f6c79



มูมมามกันเกินไปไม๊ พวกกากี่นั้ง - ไอ๊ รักชนก ศรีนอก แฉ "ทุกคนฟังนะ มันไม่ใช่แค่โครงการ (TH-AI Passport) นี้ มันยังมีโครงการ IT , AI , คลาว , upskill/reskil e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมดรวมหมื่นกว่าล้าน

https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/1020402620521498

รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork 
 5 hours ago
·
เปิดหลักฐานใหม่ โครงการ TH-AI Passport เริ่มประมูล มกราคมปี 69 แต่หลักฐานชี้ชัดว่าบริษัทเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ ตุลาคมปี 68
 
ถ้าไชยชนกบอกว่าโครงการนี้คือนโยบายของตัวเอง แปลว่า ผู้ร้ายตัวจริงในเรื่องนี้คือ ?
 
เมื่อวาน ปาล์ม นิธิกร เปิดข้อมูลว่า "ตลาดแอป Android” (third-party APK store) มีข้อมูลบันทึกว่าบริษัท Plan B เคยทำโครงการชื่อ "Plan B AI Passport” ชื่อเหมือนโครงการ TH AI Passport เป๊ะ พอออกข่าววันเดียวก็ลบทิ้ง ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วจะลบทำไม ?

วันนี้ไอซ์จะเปิดหลักฐานใหม่เพื่อยืนยันว่า โครงการนี้ต้องยกเลิกสัญญาเท่านั้น
 
ไม่ใช่แค่ล็อคสเปคจอประชาสัมพันธ์ใน TOR หลังจากเราเปิดโปงเรื่องนี้ไป ก็ได้รู้ว่ายังพอมีคนที่รู้ผิดชอบชั่วดีปะปนอยู่ในเครือข่ายสีน้ำเงิน วันนี้ไอซ์มีหลักฐานที่คนในบริษัทที่รับทำโครงการนี้ส่งมาให้ซึ่งตรงกับสิ่งที่คนในกระทรวงดีอีให้ข้อมูลไว้ ว่าบริษัทเริ่มทำโครงการ TH-AI Passport นี้ เริ่มโปรเจคตั้งแต่ ตุลาคม 68 ก่อนที่ TOR จะเสร็จซะอีก!
มันจะไม่เรียกว่าส่อทุจริตได้ยังไง ในเมื่อบริษัท เริ่ม Kick off ทำโครงการตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มประมูลเลย ความบังเอิญไม่มีในโลก นี่คือหลักฐานว่า มันคือการกระทำอย่างเป็นระบบจริงๆ
 
รูปบนสุด
 
หมายเลข 1 : เป็นชุดสไลด์ที่ใช้ภายในบริษัท Human Intelligence (Hi) เอกสารประกอบสไลด์นำเสนอนี้ถูกสร้างวันที่ 1 ตุลาคม 68 มีข้อมูลงานในไปป์ไลน์ที่เป็นโปรเจคของบริษัท Hi โดยมีโครงการ TH AI Passport รวมด้วย คนในทีมยืนยันว่าทุกคนที่ทำงานรู้ตั้งแต่แรกว่าจะได้รับโครงการนี้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มประมูล แปลว่าเจ้าของบริษัทมีตาทิพย์ ? หรือ ไม่ก็มีเพื่อนสนิทเป็นคนที่อนุมัติงบประมาณได้หรือป่าวนะ ?

หมายเลข 2 : เป็นสไลด์ที่ใช้ภายใน ของบริษัท อักษรย่อ BB คนในวงการรู้จักกันดี ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ AI Passport ซึ่งไฟล์นี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ เดือนตุลาคม ซึ่งได้รับการซัพต่อมาอีกที

หมายเลข 3 : คือใบเสนอราคา ที่บริษัท S ส่งให้ Hi เพื่อทำราคา

รูปกลาง
 
หมายเลข 4 : วันที่ 27 ตุลาคม 68 คือวันที่ไฟล์ของโปรเจคถูกสร้าง
 
ไล่เรียงไทมไลน์อีกรอบ ให้ทุกคนได้ตั้งสติ
 
8 พฤศจิกายน 68 : ไชยชนก ชิดชอบ เสนอโครงการเข้า ครม. เศรษฐกิจ
10 พฤศจิกายน 68 : นายกฯ​อนุทิน อนุมัติโครงการ
15 ธันวาคม 68 : ประกาศราคากลาง
24-26 ธันวาคม 68 : ประกาศเชิญชวนให้บริษัทเข้าร่วมเสนอราคาประมูล
26 มกราคม 69 : ปิดรับ
30 มกราคม 69 : ประกาศผล
7 เมษายน 69 : ลงนามสัญญา

ซึ่งถ้าโครงการนี้มันเกิดขึ้นในรูปแบบบปกติ ผู้ชนะประมูลควรเริ่มทำโครงการ ในช่วงเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ประกาศผล ว่าตนเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งพรรคประชาชนเราตั้งข้อสังเกตไปนานแล้วไง ว่ามันไม่มีทางทำทันใน 30กว่าวัน นี่ก็คือเฉลยว่าทำไมถึงทำทันเพราะทำไว้เป็นเดือนแล้ววว !!

โครงการนี้เริ่มทำตั้งแต่ตุลาคม เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีราคากลาง เริ่มตั้งแต่ยังไม่มี TOR เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศผู้ชนะ แปลว่า บริษัท รัฐมนตรี ปลัด และคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้ตั้งแต่แรกแล้วจะใครจะได้โครงการ แบบนี้มันเรื่องว่าอะไร ไหนพูดดิ๊ ?

หมายเลข 5 : คือชื่อผู้รับผิดชอบ เราได้เอาชื่อไปเช็คแล้ว ปัจจุบันยังทำงานอยู่ในบริษัท อักษรย่อ BB
 
แต่เราต้องขอขอบคุณ คนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ สาธารณะ เห็นแก่บ้านเห็นแก่บ้านเมือง ที่ส่งทั้งหมดนี้มาให้ นี่คือหลักฐานว่า โครงการประกาศผู้ชนะปีนี้ แต่งานเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแนวนโยบายของนายกที่บอกว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน แต่เคสนี้เสร็จแล้ว ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเมื่อไรห่ น่าจะมีคนได้นอนตาราง
– – – – –
ทุกคนฟังนะ มันไม่ใช่แค่โครงการนี้ มันยังมีโครงการ IT , AI , คลาว , upskill/reskil e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมดรวมหมื่นกว่าล้าน ไม่ว่า

TH-AI Passport 1600 ล้านบาท
National Credit Bank 380 ล้านบาท
NDLP 1300+450 ล้านบาท
คลาวด์ NDLP 2,800 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ มันวนๆ ซึ่ง ’ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง‘ มีแค่หยิบมือ และที่ยังรอในไปป์ไลน์อีก
Skill-Credit Portfolio อว. 5,400 ล้านบาท
Skill-Credit Portfolio ศธ. 1,600 ล้านบาท
 
อว รัฐมนตรีเติมเชน สั่งทบทวน TOR แล้ว แต่รัฐมนตรีติ๊กต๊อก ยังนิ่ง!

ตัวเลขเม็ดเงินที่หมดนี้ ไม่ใช่อะไรอื่น เงินที่ถูก/กำลังจะถูกยัดย้ายถ่ายโอนออกไป ตัวเลขพวกนี้คืออนาคตของพวกเราทุกคน เป็นงบประมาณที่หลอกเยาวชนทั้งประเทศว่าโครงการ upskill/reskil e-learning เหล่านี้จะมาทำให้อนาคตดีขึ้น และ เป็นตัวเลขเดียวกันกับที่หลอกคนในวงการ IT เทคโนโลยี ว่าพวกเค้าจะมีอนาคตที่สดใส เงินที่ควรเอาไปสร้างอุตสาหกรรมสร้างอนาคตให้ประเทศ แต่คนพวกนี้ขโมยเงินขโมยความฝันของคนอื่นไปหมดเลย เอาไปปรนเปรอพวกฟ้องตัวเอง
 
เสวยสุขวันนี้ ทำได้ทำไป แต่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ขอแช่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกแขนงที่คนพวกนี้นับถือแล้วกัน ใครทุจริตคอรัปชั่นก็ขอให้ไม่ตายดี
ถึง ปลัดดีอีบอกว่า ส่อทุจริตจะยกเลิก แค่นี้พอยัง ?

ถึง ท่านรัฐมนตรีไชยชนก คนหนุ่มอนาคตไกล

ชีวิตนี้ท่านที่มีพร้อมทุกอย่าง อยากจะได้อะไรมีคนประเคนให้หมด ถ้ามีความตั้งใจอันดีจริงๆ ถ้าสมมติว่าคนอื่นเอามายัดใส่มือโดยที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ ตัวท่านแค่อยากเป็นเจ้าชายสายเทค ก็ยกเลิกโครงการในอำนาจตัวเองซะ ตอนนี้ยังทัน แล้วไปเป็นเจ้าชายโปรเจคอื่นที่มันขาวสะอาดกว่านี้เถอะ

จะบอกให้ว่า คนที่บ้านอาจหาให้ได้ทุกอย่าง การศึกษา เงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง อำนาจ ตำแหน่ง แต่สิ่งที่เค้าทำให้ไม่ได้ท่านต้องทำเองคือทำให้ คนรักและเคารพนับถือ ของพวกนี้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ แล้ววันนึงไม่มีคนให้หลบอยู่ข้างหลังแล้ว ระวังจะลำบากนะ

ปล. ไม่ต้องห่วงแหล่งข่าวนะฮะ ตอนคนแรกส่งมา พวกเรายังไม่กล้าเปิด แต่พอมีคนที่ 2-3-4-5 อ่า.. แปลว่า คนที่ทนไม่ได้มันมีเยอะ และทำให้รู้สึกว่าเรายังมีความหวังกับผู้คนได้อยู่




ครม.เงา พรรคประชาชน เปิดหลักฐานข้อพิรุธใหม่ ในโครงการ “TH-AI passport” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมีการเตรียม TOR ก่อนที่จะมีการเปิดประมูล





 

https://x.com/ThaiPBSNews/status/2066476059256902115
.....

The Momentum
@themomentumco

พบไฟล์งาน TH-AI Passport สร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม ก่อนเริ่มเปิดประมูลในเดือนธันวาคม รักชนกจี้ระงับทันที พร้อมเตรียมหลักฐานยื่น ป.ป.ช.

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ที่ประชุมพรรคประชาชนเปิดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารและไฟล์งานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการบางส่วนถูกจัดทำขึ้นก่อนกระบวนการเปิดประมูล พร้อมเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สั่งระงับโครงการทันที และตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด

ทั้งนี้ ในการประชุม ‘คณะรัฐมนตรีเงา’ ของพรรคประชาชน ทีมงานด้านดิจิทัลของพรรคได้นำเสนอไทม์ไลน์ของโครงการ โดยระบุว่า เอกสารที่นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 กำหนดให้เปิดลงทะเบียนภายใน 90 วัน และเริ่มให้บริการภายใน 120 วัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 กรอบเวลาดังกล่าวถูกปรับให้เหลือเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการภายใน 90 วัน รวมถึงมีรายละเอียดเรื่องการประชาสัมพันธ์ผ่านจอในร้านสะดวกซื้อเพิ่มเข้ามา ทั้งที่ไม่ปรากฏในเอกสารที่เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจก่อนหน้านั้น

พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายหลังการยุบสภาฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และทำให้ผู้ดำเนินโครงการต้องเตรียมระบบขนาดใหญ่ให้พร้อมภายในเวลาจำกัด จึงควรมีคำอธิบายว่าเหตุใดเงื่อนไขสำคัญของโครงการจึงถูกแก้ไขในช่วงที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ

รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยเอกสารที่พรรคระบุว่า ได้รับมาจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ โดยอ้างว่า ไฟล์นำเสนอของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน TH-AI Passport ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ก่อนที่โครงการจะเปิดให้มีการแข่งขันเสนอราคาในช่วงปลายเดือนธันวาคม

นอกจากนี้ ในข้อมูลของไฟล์ปรากฏชื่อผู้จัดทำซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบระบบในช่วงที่กระบวนการประมูลยังไม่สิ้นสุด จึงตั้งข้อสงสัยว่า ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนอาจรับรู้รายละเอียดของโครงการหรือเริ่มดำเนินงานมาก่อนที่จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการหรือไม่

“โครงการนี้เริ่มเปิดประมูลปลายเดือนธันวาคม แต่ไฟล์งานถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม จึงต้องอธิบายให้ได้ว่า บริษัทเริ่มเตรียมงานได้อย่างไร ทั้งที่ในเวลานั้นประชาชนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น” รักชนกกล่าว

ทั้งนี้ พรรคประชาชนย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดประกอบการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงใกล้กับกำหนดเปิดลงทะเบียนโครงการภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569

รักชนกระบุด้วยว่า การยื่นคำร้องจะมุ่งตรวจสอบความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายเป็นหลัก มากกว่ามุ่งกล่าวโทษบริษัทเอกชน พร้อมเรียกร้องให้ไชยชนกใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีสั่งยุติโครงการ แทนการผลักภาระการชี้แจงไปยังปลัดกระทรวงหรือหน่วยงานผู้ดำเนินงาน

ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอว่า หากระงับโครงการ ควรนำงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทกลับมาใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ สนับสนุนผู้พัฒนาโมเดลภาษาและเทคโนโลยี AI ของไทย รวมถึงจัดทำคูปองดิจิทัลสำหรับ SMEs และสตาร์ทอัพ เพื่อใช้พัฒนาทักษะและประยุกต์ใช้ AI กับธุรกิจ

สำหรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ภาวุธเสนอให้รัฐบาลเจรจากับบริษัทหรือรัฐบาลต่างประเทศโดยตรง แทนการซื้อสิทธิผ่านตัวกลาง เพื่อให้ประเทศไทยได้รับทั้งสิทธิการใช้งาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความร่วมมือระยะยาว

นอกจากนี้ พรรคประชาชนเสนอให้ดีอีเปลี่ยนบทบาทจากผู้ดำเนินโครงการ AI ด้วยตนเอง มาเป็นหน่วยงานกำหนดมาตรฐาน ราคากลาง และกรอบการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมจัดให้โครงการด้าน AI ของรัฐผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันการตั้งโครงการที่มีราคาสูงเกินความจำเป็น

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวสรุปว่า ข้อพิรุธที่พรรคนำเสนอมีทั้งเรื่องกรอบเวลาที่ถูกเร่งให้สั้นลง รายละเอียด TOR ที่ถูกเพิ่มหรือแก้ไข และไฟล์งานซึ่งอ้างว่าถูกสร้างก่อนการเปิดประมูล จึงเห็นว่านายกฯ มีหน้าที่ต้องสั่งระงับโครงการและตั้งกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ

ณัฐพงษ์เสนอให้ปฏิรูปการใช้เงินของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเปิดเผยหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการต่อสาธารณะ ถ่ายทอดสดการนำเสนอโครงการที่ขอรับเงินจำนวนมาก และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมร่วมตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ ดีอียืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport เป็นไปตามขั้นตอน โดยเปิดประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568-26 มกราคม 2569 มีเอกชนสนใจเสนอราคา 3 ราย ก่อนลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 และราคาที่ได้จากการประมูลต่ำกว่าราคากลางประมาณ 29 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเห็นว่า คำชี้แจงเรื่องขั้นตอนการประมูลยังไม่ตอบข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีไฟล์และรายละเอียดการดำเนินงานบางส่วนเกิดขึ้นก่อนการเปิดให้แข่งขันอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมและนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป
.....

3 ข้อพิรุธหลักที่พรรคประชาชนเปิดเผย

1. หลักฐาน Meta Data: เอกสารบริษัทเอกชนถูกสร้างก่อนเปิดประมูล

นางสาวรักชนก ศรีนอก ได้เปิดหลักฐานสำคัญที่เป็น Meta Data ของไฟล์นำเสนอโครงการ ซึ่งพบว่าเป็นไฟล์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (อักษรย่อ B)

ข้อพิรุธ: ไฟล์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แต่กระบวนการเปิดประมูลหรือแข่งขันราคาจริง ๆ เพิ่งจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 * คำถามจากพรรค: เหตุใดบริษัทเอกชนรายนี้ถึงรับรู้รายละเอียดโครงการ และเริ่มจัดทำระบบทดสอบล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ทั้งที่ในเวลานั้นประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

2. การปรับเปลี่ยนเงื่อนไข TOR อย่างมีนัยสำคัญช่วง "ยุบสภาฯ"

พรรคประชาชนได้กางไทม์ไลน์เปรียบเทียบเงื่อนไขในร่างขอบเขตของงาน (TOR) ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ:

เอกสารเดิม (10 พ.ย. 2568): กำหนดระยะเวลาให้เปิดลงทะเบียนภายใน 90 วัน และเริ่มให้บริการใน 120 วัน

เอกสารใหม่ (15 ธ.ค. 2568): ปรับกรอบเวลาให้กระชั้นชิดขึ้นมาก โดยเหลือเวลาเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการใน 90 วัน

ข้อสังเกต: การเร่งรัดเวลาให้สั้นลงอย่างกะทันหันนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประกาศยุบสภาฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเอื้อให้เฉพาะผู้ดำเนินโครงการที่แอบเตรียมระบบขนาดใหญ่ไว้ล่วงหน้าเท่านั้นที่จะทำได้ทัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์ผ่านจอในร้านสะดวกซื้อเข้ามาในภายหลังอีกด้วย

3. ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ซื้อบริการต่างชาติ vs ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย

นายธีระชาติ ก่อตระกูล และทีมดิจิทัลของพรรค ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท เนื่องจากโครงการนี้เป็นการนำงบประมาณไปซื้อสิทธิ์บริการ (License) ของระบบ AI จากต่างประเทศมาให้คนไทยใช้ ซึ่งเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจออกนอกประเทศ

ข้อเสนอ: พรรคประชาชนเรียกร้องให้นำงบประมาณก้อนนี้ไปปรับปรุงเพื่อลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) และสนับสนุนอุตสาหกรรมพัฒนา AI ของผู้ประกอบการไทยเองเพื่อความยั่งยืน
ท่าทีและการเคลื่อนไหวต่อไป

การยื่น ป.ป.ช.: พรรคประชาชนระบุว่ากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำเอกสาร โดยคาดว่าจะพร้อมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 (ซึ่งเป็นกำหนดการเดิมที่กระทรวงดีอีจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน)

ข้อเรียกร้องถึงฝ่ายบริหาร: พรรคได้กดดันโดยตรงไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สั่งระงับหรือเบรกโครงการนี้ไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส และเรียกร้องให้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ออกมาชี้แจงในฐานะผู้รับผิดชอบสายตรง ไม่ควรหลบอยู่หลังข้าราชการประจำหรือบริษัทเอกชน

ขณะที่ฝั่งรัฐบาล โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้ระบุในวันเดียวกันว่าจะยังไม่มีการชะลอโครงการเนื่องจากยืนยันว่ากระบวนการถูกต้อง แต่จะมีการนัดเจรจากับคู่สัญญาในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย. 2569) โดยอาจพิจารณาการจ่ายเงินตามยอดการใช้งานจริง (Pay-per-use) และพร้อมจะยกเลิกทันทีหากตรวจพบว่ามีจุดใดที่ผิดกฎหมาย



บทวิเคราะห์ของ กิเดียน เลวี (Gideon Levy) สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างแรง






https://x.com/AJEnglish/status/2066480114615943569
.....

บทวิเคราะห์ของ กิเดียน เลวี (Gideon Levy) สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างรุนแรง

การประกาศข้อตกลงในครั้งนี้กลายเป็นความพ่ายแพ้ส่วนตัวและสร้างแรงกดดันต่อผู้นำอิสราเอลด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1. ความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ต่อต้านอิหร่าน

เนทันยาฮูใช้เวลาเกือบตลอดชีวิตทางการเมืองในการผลักดันนโยบายเผชิญหน้าและใช้กำลังทหารเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์รวมถึงอิทธิพลของอิหร่าน โดยหวังพึ่งพากำลังหลักจากสหรัฐฯ แต่การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะหันไปใช้แนวทางทูตและลงนามข้อตกลงหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ถือเป็นการปิดฉากแผนการดึงสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามใหญ่เพื่อล้มล้างระบอบการปกครองของอิหร่านตามที่เนทันยาฮูเคยคาดหวังไว้

2. แรงกดดันในแนวรบเลบานอน

แม้ว่าคนกลางอย่างปากีสถานและฝั่งอิหร่านจะระบุว่า ข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน (กลุ่มฮิซบอลเลาะห์) แต่เนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลยังคงยืนยันที่จะตรึงกำลังใน "เขตกันชน" และโจมตีต่อไป อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสงครามฝ่ายเดียวของอิสราเอลในขณะที่สหรัฐฯ กำลังต้องการลดความตึงเครียดเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงาน จะทำให้อิสราเอลตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางการทูตมากขึ้น

3. ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับ โดนัลด์ ทรัมป์

อิสราเอลในปัจจุบันต้องพึ่งพาการสนับสนุนด้านอาวุธ งบประมาณ และการทูตจากสหรัฐฯ ในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทรัมป์ต้องการผลงานทางการทูตชิ้นโบแดงนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ทรัมป์ถึงขั้นออกมาระบุต่อสาธารณะว่าเนทันยาฮูเป็น "คนที่รับมือยากมาก" (very difficult guy) และควรรู้สึกขอบคุณสหรัฐฯ

หากเนทันยาฮูหรือรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลอิสราเอลพยายามขัดขวางหรือทำลายข้อตกลงที่ทรัมป์เป็นผู้ผลักดัน ก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับทำเนียบขาวต้องรอยร้าวอย่างรุนแรง

ในเวลานี้ เนทันยาฮูกำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Deadlock) ทั้งจากแรงกดดันภายนอกที่ไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของสหรัฐฯ ได้ และแรงกดดันภายในประเทศจากทั้งฝ่ายค้านและประชาชนที่มองว่าข้อตกลงนี้คือความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ของตัวเขา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในช่วงปลายปีนี้



ปฏิกิริยาของสื่อทั่วโลก ต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ประกาศโดยปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อวันอาทิตย์?





https://x.com/France24_en/status/2066514333069099175
.....

ปฏิกิริยาของสื่อทั่วโลก: ความก้าวหน้าครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

หนังสือพิมพ์ทั่วโลกมีปฏิกิริยาที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งและสงสัยในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก หลังจากการประกาศอย่างไม่คาดคิดของนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ว่าได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาสามเดือนครึ่งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

การตอบสนองของสื่อในภูมิภาคต่างๆ เน้นให้เห็นถึงความซับซ้อนของความก้าวหน้าทางการทูตครั้งนี้:

1. ตะวันออกกลาง: เรื่องราวที่แตกแยก

รัฐบาลอิหร่านและสื่ออนุรักษ์นิยม: ปฏิกิริยาในเตหะรานมีความแตกต่างกันอย่างมาก สถานีโทรทัศน์ของรัฐฉายแบนเนอร์เฉลิมฉลองที่มีข้อความว่า "สหรัฐฯ ถูกบังคับให้ลงนามในข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม" โดยมองว่าข้อตกลงนี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญต่อความพยายามปิดล้อมของชาตะวันตก อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์สายแข็งเตือนถึง "การถอยทางยุทธศาสตร์" โดยแสดงความไม่ไว้วางใจอย่างมากต่อการเจรจาทางเทคนิค 60 วันที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

สื่อเลบานอนและภูมิภาค: สื่อที่ใกล้ชิดกับฮิซบอลลาห์แสดงความขอบคุณต่อเตหะรานที่กำหนดให้การยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างถาวรในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงเลบานอนอย่างชัดเจน เป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถต่อรองได้ของข้อตกลง ในทางกลับกัน นักวิจารณ์ในภูมิภาคตั้งคำถามว่าการหยุดยิงที่เปราะบางนี้จะคงอยู่ได้หรือไม่ เนื่องจากอิสราเอลถูกกีดกันออกจากการเจรจา

2. ตะวันตก: การมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวังพบกับความขัดแย้งทางการเมือง

สื่อสหรัฐฯ: พาดหัวข่าวอเมริกันถูกครอบงำด้วยการประกาศอย่างกล้าหาญตามแบบฉบับของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บนโซเชียลมีเดียว่า "เรือทั่วโลก สตาร์ทเครื่องยนต์ ปล่อยให้น้ำมันไหล!" นักวิเคราะห์กำลังมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศในทันทีของการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่าน อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการหลักๆ ตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายหลักหลายประการของสหรัฐฯ ยังคงไม่บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ที่ถกเถียงกันอย่างมาก ซึ่งถูกเลื่อนออกไปอีกสองเดือน

สื่อยุโรป: สื่อต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างยินดีกับการประกาศนี้ โดยมองว่าเป็นชัยชนะของการทูตแบบลับๆ และชื่นชมบทบาทการไกล่เกลี่ยของปากีสถานและกาตาร์เป็นอย่างมาก หน้าข่าวการเงินของยุโรปมุ่งเน้นไปที่ความหมายของเรื่องนี้ต่อความมั่นคงในภูมิภาคและเสถียรภาพด้านพลังงาน แม้ว่าจะเตือนว่าเสถียรภาพที่แท้จริงจะใช้เวลา

3. เอเชีย: การบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและความสำเร็จทางการทูต

สื่อปากีสถานและเอเชียใต้: คณะบรรณาธิการในอิสลามาบัดกำลังเฉลิมฉลองการประกาศนี้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่สำหรับนโยบายต่างประเทศของปากีสถาน ซึ่งวางตำแหน่งประเทศให้เป็นผู้สร้างสันติภาพโลกที่สำคัญ

ฝ่ายตลาดโลกและพลังงาน: จากลอนดอนถึงโตเกียว นักข่าวเศรษฐกิจกำลังให้ความสำคัญอย่างมากกับความเป็นจริงด้านโลจิสติกส์ของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ในขณะที่การเปิดช่องแคบแบบ "ปลอดค่าธรรมเนียม" สัญญาว่าจะช่วยบรรเทาวิกฤตพลังงานโลกได้อย่างมหาศาล คอลัมนิสต์ด้านการเงินเน้นย้ำว่าต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการเคลียร์ทุ่นระเบิดทางทะเล จัดเส้นทางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกค้างอย่างปลอดภัย และฟื้นฟูการไหลของน้ำมันดิบหนึ่งในห้าของโลกอย่างเต็มที่

ประเด็นสำคัญที่บรรณาธิการให้ความสนใจ

ฉันทามติในห้องข่าวต่างประเทศมุ่งเน้นไปที่สามสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สำคัญ:

ตัวแปรสำคัญอย่างอิสราเอล: อิสราเอลถูกกีดกันออกไปในระหว่างการเจรจาเหล่านี้ เนื่องจากผู้นำอิสราเอลยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นภาคีของข้อตกลงและให้คำมั่นว่าจะปกป้องพรมแดนของตนเอง นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมหลายคนจึงตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการหยุดยิงถาวรในเลบานอน

คำถามมูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์: รายงานที่ว่าสหรัฐฯ จะปล่อยสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับการระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม กำลังดึงดูดความสนใจอย่างมากจากกลุ่มเหยี่ยวทางการเมือง

พิธีในวันศุกร์: ขณะนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งพิธีลงนามอย่างเป็นทางการมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้



คำว่า "เราทุกคนรักประเทศของเรา" เราสามารถพูดได้มั้ย ถ้าประเทศเราไม่น่ารักเลย - ลองฟัง Robert De Niro พูดที่งาน "Rise Up, Sing Out - A Concert for the First Amendment" (ดำเนินรายการโดย Jane Fonda)






https://x.com/Acyn/status/2066331877640982894

De Niro: ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย แต่การบอกว่าเรารักประเทศของเรา มันเริ่มฟังดูเหมือนคู่ชีวิตที่ถูกทำร้ายร่างกายพูดว่าพวกเขารักคนที่ทำร้ายตัวเอง

ผมไม่สามารถรักประเทศที่ก่อสงครามอันโง่เขลาและไร้มนุษยธรรม ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปนับพันคน และก่อให้เกิดความตายและความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอีกนับล้านทางอ้อมได้

ผมไม่สามารถรักประเทศที่พรากสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขไปจากผู้คนนับล้าน แล้วนำเงินก้อนนั้นไปสร้างความร่ำรวยให้แก่พวกพ้องในกลุ่มชนชั้น Trump-Epstein ได้ ฉันไม่อาจรักประเทศที่ส่งกองกำลังติดอาวุธสวมหน้ากากออกมาไล่ยิงประชาชนตามท้องถนน ทรมานเพื่อนบ้านของเรา และพรากครอบครัวออกจากกัน

ฉันไม่อาจรักประเทศที่มีผู้นำเป็นทรราชผู้เหยียดเชื้อชาติ เกลียดชังผู้หญิง และหวาดกลัวคนต่างชาติ

และขอบอกตรงๆ เลยว่า ฉันไม่อาจรักประเทศที่มีผู้นำคือโดนัลด์ ทรัมป์ และสภาคองเกรสที่คอยประจบสอพลอเขา


Celebrities & Activists Gather at "Rise Up" Concert Celebrating First Amendment

C-Span

Streamed live 18 hours ago #cspan

The ⁠Committee for the First Amendment, an organization led by actor and activist Jane Fonda, hosts "Rise Up, Sing Out: A Concert for the First Amendment." Speakers include Fonda, Bette Midler, Joy Reid, Julia Roberts, and several others. NOTE: Audio for certain performances has been muted due to music licensing restrictions.

https://www.youtube.com/watch?v=B7EbkKNy7Vk




https://www.facebook.com/reel/2303032836898794



พริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม) เปิดคลิปฮั้ว สว. (ภาค 2)






https://x.com/paritw92/status/2066542022610317438

Parit Wacharasindhu (Itim)
@paritw92

[ เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. (ภาค 2): ในเมื่อ กกต. ยังไม่ตอบ มาลองดูว่าประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) จะตอบหรือไม่? ] 
.
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้เผยแพร่คลิปหลักฐานที่ปรากฎภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพยและตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริต ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ 
.
ผมทราบดี (ตามที่ได้พิมพ์ไปตั้งแต่วันนั้น) ว่า กกต. เคยชี้แจงว่าการที่ผู้สมัครคนหนึ่ง จะศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครคนอื่นและบันทึกหมายเลขผู้สมัครที่ตนอยากเลือกลงในกระดาษเพื่อกันลืม ไม่ใช่เรื่องที่ผิดในตัวมันเอง แต่คำชี้แจงดังกล่าว ยังไม่สามารถอธิบายคำถามที่ผมได้ตั้งไว้ว่า: 
.
1. จากเหตุการณ์ในคลิป: กกต. เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรที่เสี่ยงจะไม่สุจริต? หากเอกสารและพฤติกรรมทั้งหมดไม่มีปัญหา กกต. จะเก็บเอกสารทำไม และจะตักเตือนผู้สมัครทำไม? 
.
2. ณ วันเลือก: กกต. ดำเนินการอย่างไรต่อหลังจากเหตุการณ์ในคลิป? กกต. ได้มีการเรียกประชุมทันทีระหว่างคณะกรรมการ 7 คนเพื่อตรวจหลักฐานหรือไม่? หากไม่ประชุม ทำไมถึงไม่ประชุม? หากประชุมแล้ว เหตุใดถึงไม่ใช้อำนาจยับยั้ง แก้ไข หรือเลื่อนการเลือก?
 .
3. หลังวันเลือก: กกต. ได้ตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานอื่น (เช่น เส้นทางการเงิน)? หลักฐานและผลตรวจสอบทั้งหมด อยู่ในสำนวนที่ 7 กกต. กำลังพิจารณา ใช่หรือไม่? .
หลังจากผ่านมา 2-3 วัน ผมยังไม่ได้ยินคำชี้แจงใดๆจาก กกต. โดยเฉพาะจากคุณฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ที่ปรากฏอยู่ในคลิป
 .
ในระหว่างที่เรารอคุณฐิติเชฏฐ์ชี้แจง ผมเลยอยากชวนตั้งคำถามถึงบุคคลอีก 1 คน ที่คาดว่าปรากฏอยู่ในคลิปเดียวกัน และเป็นบุคคลที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า นั่นคือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือท่านประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน
.
.
จากการสังเกตข้อความบนกระดาษที่แปะหลังเก้าอี้ รวมถึงการเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลขต่างๆในคลิป กับภาพของผู้สมัครแต่ละคนในใบสมัคร สว. ผมเข้าใจว่าผู้สมัคร สว. ทั้งหมดที่เราเห็นในคลิป คือผู้สมัครจากกลุ่ม 1 เฉพาะที่ผ่านการเลือกกันเองภายในกลุ่มจากช่วงเช้า
.
หากดูรายชื่อผู้สมัครดังกล่าวเรียงตามตัวเลข ผู้สมัครที่นั่งอยู่ด้านขวาของผู้สมัครหมายเลข 82 คงเป็นผู้สมัครที่มีหมายเลขถัดไปจาก 82 คือ หมายเลข 84 ซึ่งมีชื่อว่า “มงคล สุระสัจจะ” (น่าเสียดายที่กระดาษที่แสดงหมายเลข 84 ชัดๆ ถูกบังโดยผู้สมัครที่นั่งในแถวถัดไปพอดี)
.
โดยหากย้อนไปดูในคลิป เราจะเห็นว่า ณ เวลา 19:02:28 (ตามเวลาในมุมบนขวาของคลิป) ผู้สมัครหมายเลข 84 ได้มีการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับ กกต. ฐิติเชฏฐ์ ที่มาเดินเรียกเก็บโพย
.
จากการเปรียบเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลข 84 กับสรีะระของประธานวุฒิสภา (ลองดูภาพใน comment) และจากทำการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับผู้สมัครหมายเลขอื่นๆในคลิป (ยกเว้น 2 คนที่ดูเหมือนจะนั่งสลับที่กัน) ผมเชื่อว่าบุคคลในภาพ คือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน
.
ผมจึงมีคำถามเบื้องต้นดังต่อไปนี้ถึงท่านประธานวุฒิสภา
.
1. ท่านจะปฏิเสธหรือไม่ ว่าท่านไม่ใช่บุคคลในคลิป?
.
2. เอกสารที่ท่านยื่นให้ กกต. ฐิติเชฏฐ์ คือโพยหมายเลขผู้สมัครใช่หรือไม่?
.
3. หากใช่ ใครเป็นคนจัดโพยดังกล่าว? ท่านเป็นคนเขียนตัวเลขทั้งหมดด้วยตนเองจากการพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละคน หรือมีคนจัดทำหรือสั่งการให้ท่านเขียนโพยดังกล่าว ก่อนวันเลือก?
.
4. ท่านทราบหรือไม่ ว่ามีผู้สมัครคนอื่น ที่มีโพยที่มีตัวเลขชุดเดียวกันกับโพยในมือของท่านหรือไม่?
.
5. ท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าท่านไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สมัครที่มีการจัดทำโพยและจัดตั้งการลงคะแนนร่วมกัน โดยมีการตกลงแลกเปลี่ยนกันเรื่องเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นใด?
.
.
ในฐานะเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ผมหวังว่าท่านจะให้คำตอบชัดๆต่อคำถามดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคมครับ






คลิปแรก