วันเสาร์, เมษายน 25, 2558

‘เสร็จ’ ไปแล้วรายการชวนคุยเรื่องปรองดองของ ศปป. แม้นว่ามันจะเบลอๆ (ดังภาพ) และอาจ ‘สมอารมณ์หมาย’ ของใครบ้าง หรือไม่ แค่ไหน ต้องรอดูกันไม่ช้า เดี๋ยวก็รู้




‘เสร็จ’ ไปแล้วรายการชวนคุยเรื่องปรองดองของ ศปป. ในคณะยึดอำนาจ ๒๒ พฤษภา ๕๗

แม้นว่ามันจะเบลอๆ (ดังภาพ) และอาจ ‘สมอารมณ์หมาย’ ของใครบ้าง หรือไม่ แค่ไหน ต้องรอดูกันไม่ช้า เดี๋ยวก็รู้

เบื้องต้น คนแรกที่ออกมาบอกเล่า คืออาจารย์พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คัดมาให้อ่านกันเต็มๆ จากหน้าเฟชบุ๊คของท่าน

“วันนี้คุยกันกับ ‘ศูนย์ปรองดองฯ’ เดิมคิดว่าคงแค่สักบ่ายโมงก็เสร็จ แต่กลายเป็นเลิกเอาบ่ายสามครึ่ง เพราะผู้เข้าร่วมอยากเสนอความคิดกันเยอะ พูดได้ไม่ทั่วถึง

รูปแบบเป็นการ ‘รับฟังความเห็น’ คือ ศปป. เสนอแนวคิดเบื้องต้น แล้วผู้รับเชิญก็อภิปรายเสนอแนวคิด ศปป. รับฟังและสอบถาม พูดกันเต็มที่ มีทั้งเสริมและแย้งกัน บรรยากาศจริงจังมากจนผู้รับเชิญไม่ยอมเลิก แต่ศปป. ต้องขอหยุดพักก่อน เพราะมีผู้จองใช้สถานที่ตอนเย็น

ผมไม่ได้พูดอะไร แค่เสนอสั้นๆ ว่านักวิชาการชอบคิด พูด เขียน จัดเสวนา เป็นทั้งอาชีพและความชอบของเขา ขอให้คสช. เข้าใจนักวิชาการ และนักวิชาการก็พูดสร้างสรรค์อยู่แล้ว เพราะการพูดสร้างสรรค์คือการพูดความจริง

ศปป. ไม่ได้ขอ ‘ห้ามพูดข้างนอก’ แต่เป็นมารยาท คือเราบอกได้ว่าเราพูดอะไร แต่คนอื่นพูดอะไรบ้างนั้น ต้องให้เจ้าตัวเขาเปิดเผยเอง เพราะอาจมีประเด็นที่เขาไม่อยากพูดในที่สาธารณะ

แล้วที่ ‘ลือ’ กันว่าผู้รับเชิญ ‘โดนคุมตัว’ ก็ไม่มี เขาก็ให้เดินออกมาพักผ่อน จับกลุ่มคุยข้างนอก เข้าห้องน้ำ สูบบุหรี่ บางคนไม่มีเวลา พอพูดเสร็จก็ขอตัวกลับก่อนหลายคน

มีเพื่อนๆ หลังไมค์ถามด้วยความเป็นห่วง ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ผมก็ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน!”

ซึ่งก็น่าจะสรุปได้ว่า ‘ไม่เลว’ ไม่ร้ายอย่างที่ห่วงใยและใจแป้วกันไว้แต่แรก




ถึงกระนั้นมันก็มีดราม่าปะปนอยู่ด้วยพอประมาณ ควรแก่การนำมาเล่าและบันทึกไว้รำลึกในภายหลัง

ชนิดที่ผู้ตัดสินใจไปร่วมท่านหนึ่ง ถึงกับจัดกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมติดตัวไปด้วย เผื่อว่าเขาจะให้อยู่นาน จะได้ไม่รำคาญปัญหา hygiene

และผู้ไปร่วมอีกท่าน หนึ่งในสองนักศึกษาที่ได้รับเชิญ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ นศ. มธ. จัดหนักให้แล้วก่อนเข้าไปภายในสโมสรกองทัพบก

“ตอนนี้กองทัพไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาการเมืองไทยได้ กองทัพอย่าสำคัญตัวผิดไป กองทัพนั่นแหละคือตัวปัญหาที่สร้างปัญหาทางการเมืองขณะนี้ และตอนนี้กังวลเพราะมีการห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในสโมสรฯด้วย จึงไม่รู้ว่าเขาจะทำการอะไรต่อไป”

แต่นักศึกษาอีกคน นายนัชชชา กองอุดม จาก ม. กรุงเทพฯ กลับออกมาเล่ากับมติชนว่า

“ทั้งนี้ ศปป.ก็มีการขอร้องไม่ให้นำเรื่องที่มาพูดคุยกันในวันนี้ออกมาพูดกับสื่อ เพราะเกรงว่าจะเกิดประเด็นมากมาย ซึ่งไม่อยากนำประเด็นเหล่านี้ไปสู่ความขัดแย้ง”
(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429774160)

ส่วนผู้ได้รับเชิญอีกท่าน ทนายอานนท์ นำภา นั้นไม่สามารถไปร่วมงานนี้ได้เพราะ “มีนัดต้องว่าความที่เชียงใหม่” จึงโพสต์เฟชบุ๊คแจ้งให้ คสช. ทราบความขัดข้องเนื่องจาก “ผมพยายามติดต่อกลับไปตามเบอร์โทรในหนังสือแล้ว แต่ท่านให้เบอร์โทรเกินมา ๑ ตัว ผมจนปัญญาไม่รู้จะตัดเบอร์ใดออก”

ข้อที่น่าจดจารอยู่ตรงว่า ท่าน anticipate ยิ่งนักกับการนี้ ถึงได้ลงท้ายข้อความว่า “ได้โปรดพิมพ์เบอร์โทรกลับให้ครบถ้วนถูกต้องด้วยในโอกาสต่อไป” ฮ่า ฮ่า

อย่างไรก็ดี มีคนเก็บเอามาเล่าเรื่องการไม่พยายาม ‘เสียงาน’ ว่าความ ไปร่วมสนทนาปรองดองกับ คสช. ของทนายอานนท์

เพราะแก “มองว่านี่คือการปราม >'กูรู้นะว่าบ้านมึงอยู่ไหน'” (โคว้ตเก็บมาจากทวี้ตของ Pravit Rojanaphruk @PravitR)

สำหรับอีกท่านที่สรรพยอกว่า ‘ไม่ได้รับเชิญ’ แต่บังเอิญใส่ใจกับงานนี้มากเสียจนต้องวิจารณ์ไว้ว่า

“โดยสรุปนะ เรื่องการ ‘เชิญ’ ไปประชุมพรุ่งนี้ ผมคิดว่าจุดมุ่งหมายสำคัญคือ เพื่อ ‘ส่งซิ้ก’ ทำนองว่า

กูรู้นะว่าพวกมรึงเป็นใคร คราวก่อนที่ไม่ได้เรียกอย่านึกว่ากูไม่รู้จักพวกมรึง และไม่รู้ว่าเกือบปีที่ผ่านมา พวกมรึงทำอะไรกันบ้าง"
(อันนี้คัดมาจากโพสต์ของ Somsak Jeamteerasakul)

จะให้ดีต้องฟังคนที่เป็น (น้องรักของคนที่เป็น) เจ้าภาพของงานนี้

( กรณีการเชิญตัวนางพะเยาว์ อัคฮาด ที่ว่าลูกชายของพะเยาว์โพสต์ในเฟซบุ๊ก

“มีทหารทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเดินทางมามอบหนังสือถึงบ้าน เพื่อเชิญให้คุณแม่ไปร่วมประชุมให้ความคิดเห็นเรื่องความปรองดองที่สโมสรของกองทัพบกในวันพรุ่งนี้ นายทหารที่ส่งหนังสือบอกว่าเป็นคำสั่งของ พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ย้ำ!! คำสั่งจาก พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ”)

คณะยึดอำนาจคนน้องที่เป็นหัวหน้าใหญ่พูดถึงการคุยเรื่องปรองดองที่สโมสรกองทัพบกไว้ค่อนข้างชัดแจ้ง (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429778203) ด้วยท่วงทำนองแบบดนตรีซิมโฟนี่เลยเชียวละ

“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป. เชิญตัวแทนสองพรรคการเมืองใหญ่ สื่อมวลชน คอลัมนิสต์ และนักวิชาการมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๙-๒๕๕๗”

เริ่มด้วยน้ำเสียงระดับ Allegro ในตอนต้น “เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ไม่ใช่เป็นการเรียกมาปรับทัศนคติ ซึ่งหลายคนเคยถูกเชิญตัวมาพูดคุยก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่เข้าใจและยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง”

แล้วจึงตามด้วยแนว Andante “เห็นว่าคนเหล่านี้ควรจะมีหัวใจที่ปรองดองที่จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ ไม่ใช่จะให้ใช้กฎหมายที่แรงขึ้นเพราะหากมีการบังคับก็ไม่ยอมรับ”

ก่อนจะย้อนไปที่ Moderato อีกที “ยอมรับว่ามีความหนักใจที่ไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่ตั้งใจไว้ และยอมรับว่าทุกปัญหามีความท้าทาย มีความเสี่ยงตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแก้ไขปัญหา”

ปิดท้ายอย่างเฉียบพลันในมาตรฐาน Vivace “ต้องรู้ตัวและปรับตัว ขณะเดียวกันจะมากดดันการทำงานของตนไม่ได้เพราะตนไม่ได้ถูกเลือกเข้ามา แต่เข้ามาด้วยวิธีพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง”



รวมความว่าพวกเขาเหล่านี้ ซึ่งล้วนแต่ได้วิพากษ์วิจารณ์การเข้ามาสู่อำนาจและดำเนินงานการปกครองของคณะรัฐประหาร ที่เรียกตนเองว่ารัฐบาลในขณะนี้ ไม่เว้นแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ (สงสัยจะไขสือ) แสดงท่าทีฮึดฮัดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังอภิปรายกันอยู่

ต่างก็ ‘ไม่ได้อย่างใจ’ คณะยึดอำนาจด้วยกันทั้งสิ้น ขณะที่วัฏหนึ่งปีแห่งการยึดอำนาจใกล้เข้ามา ไม่เป็นไปตามคาดหมายที่จะให้การยึดครองครั้งนี้ลื่นเรียบผิดจากครั้งก่อน ทั้งที่ได้ทำหลายอย่างป้องกัน ‘เสียของ’ กันแล้ว

นับแต่ไข้โป้งกวีราษฎร์ - ป็อปโคน (กรวย) ห่มเหลือง - จำคุกสถานเบา ๒๕ ปี - ปรับทัศนคตินักศึกษาวิชาการ - ขายข้าว ‘ที่ว่าเน่า’ จ่ายชาวนา - รถเร็วกลางๆ ๓.๓ ล้าน - รัฐธรรมนูญคุณธรรมห้ามเสียงท่วมท้นเผื่อคนนอกสภา ไปจนกระทั่งเลิกกฏอัยการศึกหันมาใช้ ม.๔๔

เหล่านี้ออกแบบไว้สำหรับสืบเนื่องอำนาจหลังพ้นหนึ่งปี แต่การมิได้เป็นดังหวังทั้งสิ้น

นอกจากองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติต่างตำหนิและจี้ให้หยุดก้าวก่ายเสรีภาพ ปรับกระบวนยุติธรรมให้ตรง กลับสู่รัฐบาลพลเรือน แล้วยังชาติพี่เอื้อย-คู่ค้าหลักอย่างอียู ญี่ปุ่น อเมริกา พากันกดดันให้หันหน้าสู่ประชาธิปไตย ตัดข้อยกเว้นการค้า ลดระดับช่วยเหลือทางทหาร และเริ่มย้ายการผลิต บั่นทอนการจ้างงาน

โดยเฉพาะอเมริกาที่ส่งนายเดวิด รัสเซิ่ล ไปสะกิดถึงบางกอก ว่าปล่อยพวกหมาไน ตลก. ไล่ขย้ำอดีตนายกฯ เลือกตั้ง ไม่ใช่ท่าทางที่น่าดูสำหรับเพื่อนผู้น่าคบ แม้แต่การวางตัวกลิน เดวี่ส์ ว่าที่ทูตคนใหม่ ก็หาใช่สัญญานการรับรองไม่

นัยว่าความไม่น่าไว้วางใจของเผด็จการไทย ใกล้เคียงเกาหลีเหนือและอิหร่าน นั่นต่างหาก

รวมทั้งด้านการค้าประมงที่อียูกำลังจะให้ใบเหลือง และอเมริกาก็กำลังจะพิจารณาจัดให้บ้าง หลังจากปากว่าตาขยิบมานาน ครานี้ได้จังหวะลงมือกับรัฐบาลวิธีพิเศษจ้าวคุณธรรมนี่แหละ

ข่าวเอพีวันที่ ๒๒ เมษายน แจ้งว่าได้มีการยื่นกระทู้ในที่ประชุมคองเกรสวอชิงตันเรื่องการละเลยของไทย ปล่อยพฤติกรรมกดขี่ค้ามนุษย์แรงงานประมงเฟื่องฟูอยู่ ชนิดเตือนแล้วยังไม่เหลียวแล (http://hosted.ap.org/…/s…/U/US_SEAFOOD_FROM_SLAVES_IMPUNITY… )

“นายมาร์ก ลากอน ประธานฟรีดอมเฮาส์ องค์กรไม่หวังผลกำไรด้านสิทธิมนุษยชน และอดีตเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าด้วยการค้ามนุษย์ แถลงต่อคณะอนุกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาคองเกรสว่า หลายปีที่ผ่านมามีรายงานว่าอุตสาหกรรมประมงในไทยใช้แรงงานผิดกฎหมาย ทั้งกระบวนการออกทะเลหาปลา รวมถึงขั้นตอนการผลิตและแปรรูปของโรงงาน”
(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429834986)



ไหนจะรถไฟฟ้าเร่งรีบไชน่าที่คณะยึดอำนาจแก้หน้าด้วยการแจกซองผ้าป่าให้สามเจ้าสัวมาช่วยลงทุน ก็ยังแดกดันกันไปทั้งที่ท่านรองฯ ด้านเศรษฐกิจตั้งแง่สงสัย ‘จะคุ้มไหม’



ไหนจะการท่องเที่ยวที่แห้งเหี่ยวลงไปไม่เว้นวัน แต่ก็ดึงดันให้ รมว. ออกมาตอแหลตัวเลข อ้างว่า ‘เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี’ ที่ไหนได้สถิติ จากองค์กรโลกชัดจริงโทนโท่ ตัวคน tourists ลดไป ๖ เปอร์เซ็นต์ ตัวเงินรายได้ลดลง ๘ เปอร์เซ็นต์



ข้อสำคัญเรื่องการปรองดองนั่นเหลวไหลสิ้นเชิง ประเภทพูดได้ไม่ทำ ฝ่ายหนึ่งลอยชาย (ตระบัดลิ้นในผ้าเหลืองยังทำได้) อีกฝ่ายถ่อมถอยด้อยลง กระทั่งจะทำบุญให้คนตายรำลึก ๑๐ เมษา ๕๓ ยังไม่ได้

โดยเฉพาะชั้นเชิงป้ายสีฝ่ายตรงข้าม คดีบึ้มเกาะชั้นในอ่าวไทย ไฟไหม้กิจการใกล้เจ๊ง ดันแล้วดันอีกจะให้ตกที่คนไกลก็ไปไม่สำเร็จ จำนนด้วยหลักฐานจำต้องยอมรับตามจริงว่าเป็นฝีมือขบวนการภาคใต้ ที่สดๆ ล่าสุดวางระเบิดอีก ถล่มชุดคุ้มครองปัตตานี-นราธิวาส

ฉะนี้ ดูทีการเรียกคุยเรื่องปรองดองคงเป็นเพียงจิตวิทยาการศึกชักตื้นชักลึกกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

เรียกไปดูหน้าเสีย (อีก) ที ก่อนถึงเส้น ๑ ปี ให้ดูดีจากภายนอก (ประเทศ) ใครอยากพูดอะไรว่าไป เราฟังนะ แต่จะได้ยินไหม อีกเรื่อง

หรือจะเป็นอย่างที่ ‘โลกวันนี้’ เขาประมวลไว้ก็ได้ ว่าเป็นไปตามตามจิตสำนึกของเผด็จการ ‘รักชาติอย่าเห็นต่าง’


นิธิ เอียวศรีวงศ์ :อนาคตของเผด็จการ (2)



https://www.youtube.com/watch?v=Um5BpYceqTs&feature=youtu.be



นิธิ เอียวศรีวงศ์ :อนาคตของเผด็จการ (2)
https://youtu.be/Um5BpYceqTs
.............
หลังจากตอนแรก "เผด็จการและความกลัว" นิธิ ตอบคำถามที่ว่า อะไรที่ทำให้คนกลัวและไม่กลัวเผด็จการ ที่ใช้อำนาจอย่างไม่เคารพหลักนิติรัฐใด ๆ และนิธิ เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง วัฒนธรรมอะไรในระยะเวลาเกือบ 1 ปี ของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557
ในตอนที่ 2 "อนาคตของเผด็จการ" ในฐานะนักประวัติศาสตร์ นิธิจะมามองว่าอนาคตของเผด็จการแบบ คสช. จะเหมือนหรือแตกต่างจากเผด็จการรุ่นพี่ ภายใต้เงื่อนไขทางสังคมการเมืองไทย ที่เปลี่ยนไป และถ้าจะมีการเปลี่ยนแปล จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และในอนาคต เผด็จการแบบนี้ยังจะมี "อนาคต" อยู่อีกหรือไม่

...

นิธิ เอียวศรีวงศ์ : เผด็จการและความกลัว (1)
https://www.youtube.com/watch?v=-dMeCXpsN2I


นิธิ เอียวศรีวงศ์ : เผด็จการและความกลัว (1)
https://youtu.be/-dMeCXpsN2I
.............
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องการท่องจำ พ.ศ. หรือวีรกรรมของมหาบุรุษ/ มหาสตรี เท่านั้น แต่ประวัติศาสตร์เป็นทั้งเรื่องปัจจุบันและอนาคต เพราะว่าการมองอดีตกลับไปด้วยมุมมองเช่นไร นำมาสู่การกำหนดท่าทีในปัจจุบัน รวมทั้งแผนงานในอนาคตด้วย คืนความจริง ได้รับเกียรติจาก นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ไม่เพียงแต่เป็นนักประวัติศาสตร์คนสำคัญในยุคปัจจุบัน แต่เป็นผู้ศึกษาและวิพากษ์วัฒนธรรมไทยอย่างมีพลวัตและลุ่มลึกคนหนึ่ง จะมามอง อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเผด็จการ
ในตอนแรก เผด็จการและความกลัว (1) นิธิ จะมาตอบคำถามที่ว่า อะไรที่ทำให้คนกลัวและไม่กลัวเผด็จการ ที่ใช้อำนาจอย่างไม่เคารพหลักนิติรัฐใด ๆ และนิธิ เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง วัฒนธรรมอะไรในระยะเวลาเกือบ 1 ปี ของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

Credit 
คืนความจริง ประเทศไทย
พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen


"ทีหลังอย่าทำ" ไม่งั้น... "เชิญนั่งทับขี้ต่อไปเถอะ"




แสบสุดๆ...นักการเมือง 2 ฝ่ายแย้ม "นายกอยู่ต่อ" อย่างมีนัยยะ
- ด้าน ปชป.คงเล็งเห็นแล้วว่า "รัฐธรรมนูญที่ร่างมามีโทษมากกว่าคุณ หากนำมาใช้งานจริง ซึ่งขัดต่อความเป็นนักการเมืองอาชีพโดยสิ้นเชิง
- และ ปชป.ก็คงเล็งเห็นอีกว่า "โลกรุมสกัมประเทศไทย" ในหลักคิดแบบอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง
- แถมท้ายด้วยวิกฤติเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวยาก หากขาดไอเดียแบบ CEO ชั้นนำที่โลกยอมรับ...ดื้อดึงเลือกตั้งเร็วไป ยิ่งประสบแต่ปัญหา

...........................................................................

- ฝ่ายพรรคเพื่อไทยและ นปช.คงเล็งเห็นเนื้อร้ายใน รธน.ฉบับรับร่างวาระ 1 เช่นกันว่า มันคือหายนะทางการเมืองในอนาคต
- แม้เพื่อไทยและ นปช.จะมีหนทางแก้ไขเพราะมี CEO ชั้นนำที่โลกยอมรับและบุคลากรในหลักประชาธิปไตยที่เชื่อมโลกได้ แต่เมื่อสังคมไทยฝ่ายคิดต่างยังชื่นมื่นกับรัฐทหารอยู่คาดว่า "จะไม่รีบ" เอาให้ชินและชากันไปข้างหนึ่ง
- ยิ่งลากยาว ฝ่ายประชาธิปไตยยิ่งได้ประโยชน์ เพราะภายหลังจากเศรษฐกิจ สังคม การเมือง บอบช้ำถึงขีดสุด ใครก็ต้องเรียกหา "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เช่นเดิม

...........................................................................

-ด้านนักวิชาการ อาจใช้หลักที่ยึดมั่นถามหาความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว แต่สุดท้ายก็ต้อง "ติติงและสาละวนอยู่กับการมุ่งให้แก้ไขกติกาและเร่งเขียนกติกาให้เป็นสากล

...........................................................................

สรุปในโต๊ะปรองดองเห็นพ้องกันว่า "เชิญนั่งทับขี้ต่อไปเถอะ" ประเทศนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หากเราทั้งหลายเข็ดขยาดกับการรัฐประหาร ก็จะได้เป็นอุทาหรณ์สอนลูกสอนหลานว่า "ทีหลังอย่าทำ"

สอดรับกับ ภาพทักษิณที่ถ่ายคู่กับมิเตอร์ต่างประเทศที่มีอักษรสื่อความหมายว่า "wait".....รอได้ไม่รีบ

"แสบมั๊ยล่ะ!!!!" 555555

กฤษณะ พุ่มสนธิ์

ooo


"บิ๊กตู่"หนักใจ! ทำไม่ได้อย่างหวัง วอน นักการเมือง-สื่อ-อจ. ต้องรู้ว่าตัวเองทำผิดด้วย (คลิป)


ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

นายกฯชี้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองคุยปรองดอง หากไม่หยุดให้สังคมตัดสินเอง รับหนักใจไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่ตั้งใจไว้ได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป. เชิญตัวแทนสองพรรคการเมืองใหญ่ สื่อมวลชน คอลัมนิสต์ และนักวิชาการมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2549-2557 เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ไม่ใช่เป็นการเรียกมาปรับทัศนคติ ซึ่งหลายคนเคยถูกเชิญตัวมาพูดคุยก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่เข้าใจและยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องซึ่งเรื่องนี้จะให้สังคมตัดสินเองไม่ใช่จะให้ตนใช้อำนาจทุกเรื่องและเห็นว่าคนเหล่านี้ควรจะมีหัวใจที่ปรองดองที่จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ไม่ใช่จะให้ใช้กฎหมายที่แรงขึ้นเพราะหากมีการบังคับก็ไม่ยอมรับ ขณะเดียวกันต้องรู้ว่าตัวเองทำผิดด้วย ซึ่งการปรองดองต้องเริ่มที่หัวใจไม่ใช่ไปยกเลิกทางกฎหมาย และไม่ว่าใครกระทำผิดจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียอมรับว่ามีความหนักใจที่ไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่ตั้งใจไว้และยอมรับว่าทุกปัญหามีความท้าทายมีความเสี่ยงตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ไม่อยากเปิดเผยรายละเอียด เพราะหากต่างชาติรับรู้จะมองว่าประเทศไทยเสียหาย ยอมรับทุกคนหวังดีต่อประเทศรวมถึงนักการเมืองที่ดีมีจำนวนมาก แต่ต้องรู้ตัวและปรับตัว ขณะเดียวกันจะมากดดันการทำงานของตนไม่ได้เพราะตนไม่ได้ถูกเลือกเข้ามา แต่เข้ามาด้วยวิธีพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง





เจาะข่าวตื้น 151 : เจาะร่างรธน. โคตรรรคุณธรรม



https://www.youtube.com/watch?v=mhzW0m-Xjnw

Published on Apr 24, 2015
Shallow News in Depth 151
ขอต้อนรับเข้าสู่ เจาะข่าวตื้น 151 ให้ท่านได้เสพเรื่องตื้นๆ ดูถูกสติปัญญาเหมือนเช่นเคย กับประเด็นแรงแซงโค้งของร่างรัฐธรรมนูญฉบั­บใหม่ล่าสัดของประเทศไทยที่เต็มไปด้วย ศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม มาดูข้อกฎหมายต่างๆ นานา กันอย่างตื้นๆ ไม่ต้องเน้นสัดส่วนว่ามันน่าสรรเสิญเพียงใ­ดกับเจาะข่าวตื้นเทปนี้ได้เลยนะฮ้าว์ฟฟ


เรื่องนี้ถึงไหน : 1 ปี"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"เสียชีวิต



https://www.youtube.com/watch?v=2iL2B8ZpKOs

Published on Apr 24, 2015
เรื่องนี้ถึงไหน (23/4/2558) 1 ปี "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" กวีเสื้อแดงเสียชีวิต
...



ไม่อยากพูดให้ช้ำใจ แต่ต้องเอามาย้ำให้เห็นว่า ประเทศนี้ไม่มีหรอกการต้านคอรัปชั่น





ไม่อยากพูดให้ช้ำใจ แต่ต้องเอามาย้ำให้เห็นว่า ประเทศนี้ไม่มีหรอกการต้านคอรัปชั่น
.................

ตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทำโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูง นั้นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ต่อต้านคอรัปชั่น ได้ออกมากันหน้าสลอน


สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการกู้เงินดังกล่าวทำไม่ได้ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปิดฉากโดยรัฐประหาร 22 พฤษภา 57

ล่าสุด โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงกลับมาอีกครั้ง โดยเริ่มจากเส้น กรุงเทพ-เชียงใหม่
ดู
รถไฟเร็วสูง "เชียงใหม่" ทำแน่ "3 เจ้าสัว" แบ่งลงทุน3เส้นทาง
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1429693274

"มิตรสหายท่านหนึ่ง" ได้ให้ความเห็นว่า
....
น่าสังเกตว่า ราคาแพงขึ้นอีก 5 หมื่นล้าน ไม่มีการออก พรบ. เงินกู้มาควบคุมการใช้จ่ายเงินในโครงการ และไม่มีกระบวนการตรวจสอบตามระบบ แถมบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามารับงานนี้ก็เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำธุรกิจผูกขาดด้วย

มหกรรมคอร์รัปชั่น แดกหัวคิว ไม่มีอะไรการันตีว่าจะสร้างเสร็จ สุดท้ายอาจมีแต่รางเก่าๆ ทิ้งไว้เหมือนโฮปเวล

แน่นอนว่า คนที่บอกว่าถ้าทำโครงการแล้วจะเป็นหนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน หายไปหมด

Thanapol Eawsakul 


ooo

ภาพจากมติชน

ไม่ต้าน "ทุนนิยมสามานย์" กันแล้วหรอครับ? แล้วนี่เปิดประมูลกันแล้วหรอพี่? อยู่ดีๆควงนายทุนไปแบ่งเค้กกันเรียบร้อย ลื้อเอาสายไหน อั้วเอาสายไหน? ไม่ต้องฮั้วประมูลด้วย เพราะแบ่งกันตั้งแต่ต้น แบบนี้ทำได้หรอครับ? ไม่ผลประโยชน์ทับซ้อนหรอ? ไม่เอื้อกลุ่มทุนพวกพ้องหรอครับ? แล้วอีมูลนิธิต้านคอรัปชั่น หรือมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ไม่ออกมาคัดค้านกันแล้วหรอครับ? เลิกตรวจสอบกันแล้วหรอ?

ศาสดา

ooo

เอกชนดัง! ซีพี-ไทยเบฟฯ-บีทีเอส รุมลงทุนไฮสปีดเทรน





ที่มา มติชนออนไลน์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการหารือกับผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งได้นำพันธมิตร 2 บริษัท คือ บริษัท ซิทิก คอนสทรัคชั่น จากฮ่องกง และบริษัท ไห่หนาน จากประเทศจีน เข้าแสดงเจตนาที่จะเข้าร่วมดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทาง 194 กิโลเมตร วงเงินเบื้องต้น 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ทางบริษัทจะเดินหน้าศึกษาข้อมูลการดำเนินโครงการเพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมอีกครั้งในวันที่9พฤษภาคม2558

"ตอนนี้ยังไม่ได้ให้ซีพีก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางนี้ แต่ให้ไปศึกษาเท่านั้น และยังเปิดให้โอกาสบริษัทเอกชนรายอื่นด้วย คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติปลายเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะทราบวงเงินลงทุน รวมถึงบริษัทไหนจะได้ดำเนินการในเส้นทางนี้" พล.อ.อ.ประจินกล่าว และว่า สำหรับการศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะดำเนินการหลังนำเสนอโครงการเข้า ครม.แล้ว คาดว่าใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน รัฐบาลต้องการให้เอกชนไทยเป็นผู้ดำเนินโครงการ แต่เปิดโอกาสให้หาผู้ร่วมทุนจากต่างชาติได้ ขณะนี้มีเอกชนไทยจำนวน 3 ราย ได้แสดงความสนใจ คือ เครือซีพี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือไทยเบฟ ที่สนใจเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส สนใจเดินรถไฟทางคู่ เส้นทางขอนแก่น-มาบตาพุด คาดว่าจะมีเพียง 3 ราย โดยทั้งหมดได้จับกลุ่มกับผู้ร่วมทุนต่างชาติ และแต่ละบริษัทเตรียมแหล่งเงินทุน กลุ่มผู้บริหาร และผู้รับเหมาไว้พร้อมหมดแล้ว นอกจากนี้บริษัท สตาร์ แบก จากประเทศเยอรมนี ได้เข้าพบเพื่อแสดงความสนใจลงทุนโครงการรถไฟเส้นทางรถไฟจากสตูล-สงขลา

ooo


No big changes planned for junta-ruled Thailand's draft constitution


Picture from the Nation

Source: Reuters
Fri Apr 24, 2015

(Reuters) - No major changes are planned to Thailand's draft constitution, a spokesman for the committee pulling it together said on Friday, despite criticism from politicians that it is undemocratic as the one-year anniversary of a military coup approaches.

Thailand's National Reform Council will finish its week-long debate on Sunday before sending the draft to the cabinet and the junta for feedback.

The charter, Thailand's 20th since 1932, was written by a 36-member Constitution Drafting Committee appointed by the junta, which seized power on May 22 following months of anti-government street protests.

It includes a provision that would allow for an unelected prime minister, providing he or she has two-thirds house support, and one that specifies that 123 of 200 senators would be appointed, the rest elected.

"For the important, key points in the constitution, including the electoral system and the origin of senators, there will be no changes," General Lertrat Rattanvanich, spokesman for the drafting committee, told reporters. "In terms of smaller details, there could be amendments."

The drafters say they hope it will guard against "parliamentary dictatorship" but critics say it will not heal Thailand's deep political divisions and could usher in a period of weak and short-lived coalition governments.

"There are a lot of issues in the new constitution that might not be suitable for Thai politics, including the weakening of political parties," Chavanond Intarakomalyasut, spokesman for the conservative Democrat Party, Thailand's oldest political party, told Reuters this week.

Thailand has been divided for a decade between supporters of ousted former Prime Minister Thaksin Shinawatra and the Bangkok-based royalist-military establishment, which reviled Thaksin's popularity.

The military took power after months of street protests aimed at ousting Thaksin's sister, then-Prime Minister Yingluck Shinawatra.

The constitution must be endorsed by Thailand's king by September if a general election promised for early 2016 is to take place.

Lertrat said the drafting panel would send the text to all political parties next week to get their views and they will have until May 25 to comment.

(Reporting by Aukkarapon Niyomat; Writing by Amy Sawitta Lefevre; Editing by Nick Macfie)


กมธ.ยกร่างฯ โยนถามคสช. ปมประชามติรธน. ยันกว่า80%ของกมธ.ยกร่าง อยากให้ทำ



ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

นางถวิลวดี บุรีกุล ประธานกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หนังสือคู่มือ "สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป" กำลังจัดทำกว่าหนึ่งแสนเล่มเพื่อแจกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันพรุ่งนี้ และแจกประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น โดยภายในเล่มระบุเนื้อหาต่างๆ เช่น การนิยามคำว่าพลเมือง สิทธิการมีส่วนร่วม เพศสภาพ ระบบการเลือกตั้ง เป็นการบอกความหมายรายละเอียดต่างๆ แทนการอ่านรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยในการลงพื้นที่หลังการจัดเวทีทั้ง12 เวที จะมีการทำแบบสอบถามหลังจากได้ทำการชี้แจงร่างแล้ว (3-4คำถาม ระบบ2สภา ที่มาส.ว.-ส.ส. ระบบการเบือกตั้งแบบสัดส่วนผสม และคำถามปลายเปิด เช่น การสร้างความปรองดอง)

นอกจากนี้กล่าวว่า หากมีการทำประชามติในอนาคต ก็เป็นการดีที่ได้นำหนังสือนี้ให้ประชาชนได้อ่านเพื่อทราบรายละเอียดแต่ต้น เพราะก่อนการทำประชามติต้องมีกระบวนการปูทางก่อน

เมื่อสถานการณ์สุกงอมไม่ต้องถามถึงการทำประชามติ เมื่อถึงเวลาก็ต้องมี เราต้องรอเวลา เพราะต้องมีกระบวนการการมีส่วนร่วม

ส่วนการบรรจุลงในแบบสอบถามใน12เวทีนั้น ระบุ คำถามชี้นำอยู่แล้ว เรารู้คำตอบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องถาม ที่จะต้องจัดทำอยู่แล้ว ยืนยันคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่กลัวการทำประชามติ

ด้านนายประชา เตรัตน์ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราต้องการวางรากฐานให้ประชาชนทราบรายละเอียดในช่วงการลงพื้นที่รับฟังในวันที่ 27เมษายน ถึง 27พฤษภาคมนี้ ในการชี้แจงประชาชน ในภาคกลาง คือ จังหวัดชลบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส ภูเก็ต สงขลา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี โดยผู้ว่าราชการจังหวัด จะเชิญประชาชนร่วมในเวทีมหาวิทยาลัย เวทีละ 1,000-3,000 คน รวมทั้งหมด12เวที

ทั้งนี้มองว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงการทำประชามติ ให้คณะรัฐมนตรีและคสช.ตัดสิน โดยระบุว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ต้องจัดทำประชามติ ส่วนจะมีการจัดทำหนังสือเสนอคสช.อย่างเป็นทางการหรือไม่ ให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯตอบเอง ยืนยันมีการพูดคุยกันแน่นอนระหว่าสปช. คณะรัฐมนตรี และคสช.ในการทำประชามติ ซึ่งอาจเพิ่มเติมลงไปในแบบสอบถามทั้ง 12 เวที เพื่อให้ประชาชนออกความเห็น แต่การแก้รัฐธรรมนูญก็อยู่ที่คสช. แต่การลงพื้นที่ทั้ง 12 เวที รวม 40,000 คน ก็สามารถทดแทนการประชามติได้ส่วนหนึ่ง

ooo

เชื่อใครดี?
รองนายกฯ อ้าง คสช.ไม่มีอำนาจสั่งทำประชามติเพราะไม่มีใครใหญ่กว่า รธน. ชี้ ทำประชามติได้หรือไม่ อยู่ที่ร่าง รธน. ‪#‎TV24‬
https://twitter.com/Sorathan_TV24/status/591503647705473025
---------------------------------
“มาตรา 44 ให้ผมทำอะไรก็ได้ ถึงจะไปขัดแย้งกับสามอำนาจศาล ผมก็ทำได้ ถ้ามันทำแล้วไม่เกินกว่าเหตุ หรือสร้างสรรค์ ผมไม่มีความผิด เป็นการใช้อำนาจอาศัยตามมาตรา 44 จะออกเป็นคำสั่งตามอำนาจคสช.หรือรัฐบาลก็ได้”


30มีนาคม2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ที่มา facebook Wassana Nanuam
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=878610888864037

บันทึกไว้ ใครพูดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ http://maysanitto-home.blogspot.tw/



วันศุกร์, เมษายน 24, 2558

เสรีไทยวิจารณ์ รธน.เผด็จการ คสช."งาช้างไม่อาจจะงอกจากปากคสช.ได้­" ตอนที่1 โดยเลขาธิการองค์การเสรีไทย นายจารุพงศ เรืองสุวรรณ



https://www.youtube.com/watch?v=IIWJrd83AFs

Published on Apr 23, 2015
เสรีไทยวิจารณ์ รธน.เผด็จการ คสช."งาช้างไม่อาจจะงอกจากปากคสช.ได้­"
ตอนที่1
โดยเลขาธิการองค์การเสรีไทย นายจารุพงศ เรืองสุวรรณ



‘ปู่ชัย’ยก กมธ.ยกร่างฯ "36มหาปราชญ์" เปรย ร่างรธน.ถ้าไม่แก้ “บ้านเมือง ชิบหายแน่”(คลิป)




ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ภาค2ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี หมวด3รัฐสภา ในช่วงท้ายได้กล่าวสรรเสริญการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็น"36 มหาปราชญ์" และ มองว่ารัฐธรรมนูญหากออกมาในลักษณะนี้ ระบุ “บ้านเมือง ชิบหายแน่”