https://www.facebook.com/reel/1393298029680375
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
15 hours ago
·
เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายในสภา เกี่ยวกับโครงการ "ส่อทุจริต" ในสำนักงานสถิติแห่งชาติ สังกัดกระทรวง DE จึงขอนำหลักฐานมาโพสต์ชัดๆ อีกรอบครับ
·
เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายในสภา เกี่ยวกับโครงการ "ส่อทุจริต" ในสำนักงานสถิติแห่งชาติ สังกัดกระทรวง DE จึงขอนำหลักฐานมาโพสต์ชัดๆ อีกรอบครับ
ข้อมูลนี้ผมได้จากการไปนั่งเป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณ 70 ในช่วงเดือนสิงหาคม และพบเจอความผิดปกติในโครงการนี้ ตอนที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเข้ามาเสนอโครงการต่อคณะอนุฯ ในส่วนของแผนบูรณาการดิจิทัล
สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เสนอของบเกี่ยวกับไอที 2 โครงการคือ
1. โครงการทำความสะอาดข้อมูลและบูรณาการข้อมูล (Data Cleaning) มูลค่า 44 ล้านบาท มีค่าซอฟต์แวร์ 33.9 ล้านบาท
2. โครงการสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปข้อมูลสถิติ (Statistical Data Analysis and Summarization) มูลค่า 37.4 ล้านบาท ค่าซอฟต์แวร์ 27.6 ล้านบาท
ทั้งสองโครงการมีมูลค่าสูง และมีสัดส่วนของค่าซอฟต์แวร์สูง (ประมาณโครงการ 30 ล้านบาทบวกลบ) รวมเป็น 67.66 ล้านบาท
ในกระบวนการงบประมาณของไทย การซื้อซอฟต์แวร์นอกบัญชีมาตรฐานนั้นไม่มีราคากลาง หน่วยงานต้องใช้วิธีสอบถามราคาจากบริษัทอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติทำมา "ถูกต้องตามระเบียบ" ทุกประการ
ตอนแรกผมเห็นการของบประมาณไปซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงหลักสิบล้านบาท ก็เดาว่าน่าจะซื้อซอฟต์แวร์ของบริษัทชื่อดังระดับโลก เช่น SAP, Oracle, Salesforce, Microsoft อะไรแบบนี้ ก็พอจะเข้าใจได้
แต่เมื่อผมอ่านชื่อซอฟต์แวร์ในใบเสนอราคา กลับเป็นชื่อซอฟต์แวร์ที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต (แม้ทำงานในอุตสาหกรรมไอทีมานาน 20 ปี) แถมในใบเสนอราคาทั้ง 3 ใบ ชื่อซอฟต์แวร์ไม่ซ้ำกันเลยด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เลขเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ที่เสนอซื้อจาก 3 บริษัท ก็เรียงกันสวยงามคือ 1.0, 2.0, 3.0 มันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น
ต่อมความเอ๊ะของผมก็เริ่มทำงาน
วิธีการก็ง่ายๆ เลยครับคือ ลองเอาชื่อซอฟต์แวร์ไปหาใน Google ดู ซึ่งก็ไม่พบข้อมูลซอฟต์แวร์ใดๆ ที่ชื่อตรงกับ 2 ตัวแรก
หรืออธิบายได้ง่ายๆ ว่า ใบเสนอราคา 2 ใบ เสนอซื้อซอฟต์แวร์ที่ไม่มีตัวตนอยู่ในอินเทอร์เน็ต เพื่อมาเป็นคู่เทียบให้กับใบเสนอราคาใบที่ 3
ส่วนใบเสนอราคาใบที่ 3 (ที่ตารางเป็นสีเทา) ใช้ชื่อซอฟต์แวร์ว่าอะไร มาจากบริษัทไหน ลองไปค้นหาใน Google กันเองแล้วจะได้คำตอบว่าใครอยู่เบื้องหลัง
โครงการที่ 1 เจอความเอ๊ะมากมายไปแล้ว โครงการที่ 2 ก็เจอแพทเทิร์นเดียวกันเลยครับ คือ ใบเสนอราคา 3 ใบมาจากบริษัทชุดเดียวกันทั้งหมด และวิธีการตั้งชื่อซอฟต์แวร์ก็ยังเหมือนเดิมด้วย ผลการค้นหาใน Google ก็เป็นแบบเดียวกัน คือ ซอฟต์แวร์ตัวที่ 1 และ 2 ไม่มีตัวตนในอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ตัวที่ 3
ผมได้ลองให้ท่านผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ลองค้นหาชื่อซอฟต์แวร์ที่จะซื้อจาก Google ขึ้นจอใหญ่ เพื่อให้คณะอนุกรรมาธิการทั้งห้องได้ดูร่วมกัน ก็ได้ผลตามที่กล่าวมา (เหตุการณ์นี้มีคณะอนุฯ ฝ่ายเลขานุการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกน่าจะ 40 คนเห็น)
ความชัดแจ้งขนาดนี้ ส่งผลให้คณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ (ซึ่งมีตัวแทนทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล) มีมติเอกฉันท์ตัด 2 โครงการนี้ออกจากแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 ช่วยประหยัดเงินให้ประเทศรวม 81 ล้านบาท ที่เตรียมจะไปเข้ากระเป๋า "ไอ้โม่ง" ที่ไหนก็ไม่รู้ (แต่ถ้าท่าน search ชื่อซอฟต์แวร์ดูตามที่บอก ก็จะรู้ชื่อบริษัท)
แต่กระนั้น สำนักงานสถิติยังไปขออุทธรณ์กับคณะกรรมาธิการงบประมาณห้องใหญ่ด้วย ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ ที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผม และยืนยันตัด 2 โครงการนี้ออก
ผมคิดว่า 2 โครงการนี้เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของความพยายามทุจริตคอรัปชันงบประมาณแผ่นดินอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะโครงการด้านไอทีที่หาราคากลางได้ยาก และต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงในการอ่านเอกสารทางเทคนิคที่เต็มไปด้วยศัพท์ยากๆ ให้ดูหนักแน่น แต่จริงๆ แล้วแอบยัดไส้โครงการของฝ่ายตัวเองเข้ามา
ผมเคยอภิปรายเอาไว้ว่า โครงการดิจิทัลจะกลายเป็นแหล่งหาเงินแหล่งใหม่แทนโครงการก่อสร้าง ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ครับ