The Supreme Court has allowed TPS for Haitians to end, putting families in Springfield and communities across the country at risk of being sent back to a country in chaos. Congress can and should extend these protections. pic.twitter.com/cXoeacoIZ9
— John Kasich (@JohnKasich) June 28, 2026
https://x.com/JohnKasich/status/2071217794612351127
.....
ข้อความทางเอ็กซ์ (X) ของ จอห์น เคซิก (John Kasich) อดีตผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ กล่าวถึงคำพิพากษาครั้งสำคัญของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดี Mullin v. Doe ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง อนุญาตให้รัฐบาลดำเนินมาตรการยุติสถานะการคุ้มครองชั่วคราว (TPS) สำหรับผู้ลี้ภัยชาวเฮติและชาวซีเรียต่อไปได้
คำตัดสินนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและทันทีต่อชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน เมืองสปริงฟิลด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคซิกเน้นย้ำเป็นพิเศษด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
🏛️ สรุปคำตัดสินของศาลสูงสุด
ศาลสูงสุดวินิจฉัยว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) มีอำนาจเด็ดขาดในฝ่ายบริหารที่จะพิจารณาขยายเวลาหรือยุติโครงการ TPS และกฎหมายลิดรอนอำนาจของศาลยุติธรรมในการเข้ามาตรวจสอบหรือสั่งระงับการตัดสินใจดังกล่าว คำสั่งนี้ส่งผลให้มาตรการคุ้มครองทางกฎหมายของผู้ถือสัญชาติเฮติราว 350,000 คน และชาวซีเรียอีกหลายพันคนสิ้นสุดลง และเสี่ยงต่อการถูกส่งกลับประเทศ
📍 ทำไม "สปริงฟิลด์, โอไฮโอ" ถึงเป็นจุดวิกฤต?
เมืองสปริงฟิลด์กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของประเด็นนี้เนื่องจากปัจจัยในพื้นที่:
จำนวนประชากรที่หนาแน่น: คาดการณ์ว่ามีชาวเฮติเข้ามาอาศัยและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยสิทธิ์ TPS ในเมืองสปริงฟิลด์ราว 12,000 ถึง 15,000 คน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ผู้นำท้องถิ่นและผู้ประกอบการในโอไฮโอระบุว่า แรงงานชาวเฮติกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิตและอุตสาหกรรมในท้องถิ่นที่เคยขาดแคลนแรงงาน การยุติสิทธิ์จะทำให้เมืองสูญเสียแรงงานสำคัญไปทันที
สถานการณ์พลิกผัน: เมื่อสถานะ TPS สิ้นสุดลง คนกลุ่มนี้จะสูญเสียใบอนุญาตทำงาน (Work Authorization) และสิทธิ์การอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมากและการพรากจากกันของสมาชิกในครอบครัว
📜 ข้อเรียกร้องของเคซิกถึงสภาคองเกรส
เนื่องจากโครงการ TPS เป็นกฎหมายที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติ (สภาคองเกรส) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เคซิกจึงชี้ว่า สภาคองเกรสเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจสูงสุดในเวลานี้ ที่จะสามารถออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อขยายเวลาการคุ้มครอง ปกป้องครอบครัวเหล่านี้จากการถูกส่งกลับไปยังประเทศเฮติซึ่งยังคงเผชิญกับภาวะจลาจลและความไม่สงบภายในประเทศอย่างรุนแรง
จากข้อมูลและบันทึกคดี Mullin v. Doe ที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2026 จำนวนผู้ลี้ภัยและแรงงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการยกเลิกสถานะการคุ้มครองชั่วคราว (TPS) มีรายละเอียดดังนี้ครับ
ชาวเฮติ (Haiti): มีจำนวนประมาณ 350,000 คน (ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับสิทธิ์นี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2010 และวิกฤตความรุนแรงทางการเมืองกับกลุ่มอันธพาลในช่วงปี 2021)
ชาวซีเรีย (Syria): มีจำนวนประมาณ 6,000 คน (ที่ลี้ภัยจากภัยสงครามกลางเมืองในประเทศ)
⚠️ ผลกระทบในภาพรวม
คำตัดสินในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผู้ถือสิทธิ์ชาวเฮติและซีเรียรวมกว่า 356,000 คนเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลอย่างมากต่อผู้ลี้ภัยจากประเทศอื่น ๆ เนื่องจากคำสั่งนี้เป็นการรับรองอำนาจเด็ดขาดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ในการยกเลิกโครงการ TPS
นักวิเคราะห์ระบุว่า คำตัดสินนี้อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงผู้ได้รับความคุ้มครอง TPS จากประเทศอื่น ๆ (เช่น เวเนซุเอลา เอลซัลวาดอร์ ยูเครน และเมียนมา) ซึ่งมีจำนวนรวมกันทั้งหมดเกือบ 1.3 ล้านคน ทั่วสหรัฐฯ ในปัจจุบัน
Panic rippled through communities around the country after the Supreme Court cleared the Trump administration to strip humanitarian protections from Haitians and Syrians — and potentially 1.3 million immigrants from over a dozen countries. https://t.co/sGT2cOmwcW pic.twitter.com/XkyMCui0Aj
— The Washington Post (@washingtonpost) June 26, 2026
เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากศาลสูงสุดอนุญาตให้รัฐบาลของทรัมป์เพิกถอนสถานะคุ้มครองด้านมนุษยธรรมของชาวเฮติและชาวซีเรีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้อพยพจำนวนถึง 1.3 ล้านคนจากกว่า 12 ประเทศ
Today’s Supreme Court, led by Chief Justice John Roberts, is one of America’s most conservative in a century. It has curbed, or overturned entirely, many longstanding precedents. The last court that was this consequential was, in fact, a liberal one. It was led by Chief Justice… pic.twitter.com/NgclxgbdoL
— The Economist (@TheEconomist) June 26, 2026