วันจันทร์, มิถุนายน 29, 2569

จอห์น เคซิก อดีตผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ โพสต์ X เรียกร้องให้ รัฐสภาสหรัฐ ออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อขยายเวลาการคุ้มครอง ครอบครัวชาวเฮติและชาวซีเรียต่อไป จากการที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ อนุญาตให้รัฐบาลทรัมป์ยุติสถานะการคุ้มครองชั่วคราวได้ คำตัดสินนี้อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงผู้ได้รับความคุ้มครอง TPS จากกว่า 12 ประเทศ (1.3 ล้านคน)







https://x.com/JohnKasich/status/2071217794612351127
.....

ข้อความทางเอ็กซ์ (X) ของ จอห์น เคซิก (John Kasich) อดีตผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ กล่าวถึงคำพิพากษาครั้งสำคัญของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดี Mullin v. Doe ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง อนุญาตให้รัฐบาลดำเนินมาตรการยุติสถานะการคุ้มครองชั่วคราว (TPS) สำหรับผู้ลี้ภัยชาวเฮติและชาวซีเรียต่อไปได้

คำตัดสินนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและทันทีต่อชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน เมืองสปริงฟิลด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคซิกเน้นย้ำเป็นพิเศษด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:

🏛️ สรุปคำตัดสินของศาลสูงสุด

ศาลสูงสุดวินิจฉัยว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) มีอำนาจเด็ดขาดในฝ่ายบริหารที่จะพิจารณาขยายเวลาหรือยุติโครงการ TPS และกฎหมายลิดรอนอำนาจของศาลยุติธรรมในการเข้ามาตรวจสอบหรือสั่งระงับการตัดสินใจดังกล่าว คำสั่งนี้ส่งผลให้มาตรการคุ้มครองทางกฎหมายของผู้ถือสัญชาติเฮติราว 350,000 คน และชาวซีเรียอีกหลายพันคนสิ้นสุดลง และเสี่ยงต่อการถูกส่งกลับประเทศ

📍 ทำไม "สปริงฟิลด์, โอไฮโอ" ถึงเป็นจุดวิกฤต?

เมืองสปริงฟิลด์กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของประเด็นนี้เนื่องจากปัจจัยในพื้นที่:

จำนวนประชากรที่หนาแน่น: คาดการณ์ว่ามีชาวเฮติเข้ามาอาศัยและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยสิทธิ์ TPS ในเมืองสปริงฟิลด์ราว 12,000 ถึง 15,000 คน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ผู้นำท้องถิ่นและผู้ประกอบการในโอไฮโอระบุว่า แรงงานชาวเฮติกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิตและอุตสาหกรรมในท้องถิ่นที่เคยขาดแคลนแรงงาน การยุติสิทธิ์จะทำให้เมืองสูญเสียแรงงานสำคัญไปทันที

สถานการณ์พลิกผัน: เมื่อสถานะ TPS สิ้นสุดลง คนกลุ่มนี้จะสูญเสียใบอนุญาตทำงาน (Work Authorization) และสิทธิ์การอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมากและการพรากจากกันของสมาชิกในครอบครัว

📜 ข้อเรียกร้องของเคซิกถึงสภาคองเกรส

เนื่องจากโครงการ TPS เป็นกฎหมายที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติ (สภาคองเกรส) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เคซิกจึงชี้ว่า สภาคองเกรสเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจสูงสุดในเวลานี้ ที่จะสามารถออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อขยายเวลาการคุ้มครอง ปกป้องครอบครัวเหล่านี้จากการถูกส่งกลับไปยังประเทศเฮติซึ่งยังคงเผชิญกับภาวะจลาจลและความไม่สงบภายในประเทศอย่างรุนแรง

จากข้อมูลและบันทึกคดี Mullin v. Doe ที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2026 จำนวนผู้ลี้ภัยและแรงงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการยกเลิกสถานะการคุ้มครองชั่วคราว (TPS) มีรายละเอียดดังนี้ครับ

ชาวเฮติ (Haiti): มีจำนวนประมาณ 350,000 คน (ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับสิทธิ์นี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2010 และวิกฤตความรุนแรงทางการเมืองกับกลุ่มอันธพาลในช่วงปี 2021)

ชาวซีเรีย (Syria): มีจำนวนประมาณ 6,000 คน (ที่ลี้ภัยจากภัยสงครามกลางเมืองในประเทศ)

⚠️ ผลกระทบในภาพรวม

คำตัดสินในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผู้ถือสิทธิ์ชาวเฮติและซีเรียรวมกว่า 356,000 คนเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลอย่างมากต่อผู้ลี้ภัยจากประเทศอื่น ๆ เนื่องจากคำสั่งนี้เป็นการรับรองอำนาจเด็ดขาดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ในการยกเลิกโครงการ TPS

นักวิเคราะห์ระบุว่า คำตัดสินนี้อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงผู้ได้รับความคุ้มครอง TPS จากประเทศอื่น ๆ (เช่น เวเนซุเอลา เอลซัลวาดอร์ ยูเครน และเมียนมา) ซึ่งมีจำนวนรวมกันทั้งหมดเกือบ 1.3 ล้านคน ทั่วสหรัฐฯ ในปัจจุบัน









เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากศาลสูงสุดอนุญาตให้รัฐบาลของทรัมป์เพิกถอนสถานะคุ้มครองด้านมนุษยธรรมของชาวเฮติและชาวซีเรีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้อพยพจำนวนถึง 1.3 ล้านคนจากกว่า 12 ประเทศ







ศาลฎีกาในปัจจุบัน นำโดยประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ เป็นหนึ่งในศาลฎีกาที่อนุรักษ์นิยมที่สุดของอเมริกาในรอบศตวรรษ ศาลนี้ได้จำกัดหรือล้มล้างคำตัดสินก่อนหน้าหลายคดีที่ดำรงอยู่มานาน ศาลฎีกาชุดสุดท้ายที่มีอิทธิพลมากขนาดนี้ แท้จริงแล้วเป็นศาลฎีกาที่มีแนวคิดเสรีนิยม นำโดยประธานศาลฎีกา เอิร์ล วอร์เรน ซึ่งมองบทบาทของศาลฎีกาในชีวิตชาวอเมริกันแตกต่างจากประธานศาลฎีกาคนอื่นๆ