วันเสาร์, กรกฎาคม 02, 2565

‼️บุ้ง-ใบปอ ‘อดอาหารประท้วง’ ครบ 1 เดือน ‼️ ‘บุ้ง’ อาการวิกฤต


อานนท์ นำภา
14h

บุ้ง-ใบปอ ‘อดอาหารประท้วง’ ครบ 1 เดือน
.
บุ้งและใบปอ ถูกคุมขังในคดี ม.112 จากการทำโพลความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ โดยถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2565 จากการถูกศาลสั่งถอนประกัน และเริ่มต้นอดอาหารประท้วงศาล เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2565
.
จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 30 วัน หรือ 1 เดือนแล้ว ที่ทั้งสองคนอดอาหารประท้วงเพื่อทวงคืน “#สิทธิในการให้ประกันตัว” ล่าสุดทั้งสองอดอาหารโดยกินแต่เพียงน้ำเปล่าและเกลือแร่เท่านั้น ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายอย่างชัดเจน นอกจากอาการอ่อนเพลีย ปวดแสบท้อง มึนงง และตาพร่ามัวแล้ว อาการน่าจับตาของบุ้งก็คือ “#ภาวะโพสแทสเซียมต่ำ” ที่แพทย์ชี้ว่าอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้
.
อาการวิกฤตของ “บุ้ง”
.
- มีภาวะโพแทสเซียมต่ำจน #กล้ามเนื้อหัวใจเกือบตาย
- หายใจไม่ออก หายใจแล้วเจ็บหน้าอก
- ตอนนี้รักษาตัวอยู่ รพ.ราชทัณฑ์ ต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา
- ซูบลงเยอะมาก แก้มตอบและเห็นส่วนคอชัดเจน
- มือสั่น ตาพร่า เหนื่อยล้า ตาลอย มึนเบลอ และตอบคำถามได้ช้า
- น้ำหนักตัวลดไปถึง 13 กก. (ตั้งแต่เข้าเรือนจำ)
.
อาการวิกฤตของ “ใบปอ”
.
- รู้สึกร้อนบริเวณหลอดอาหาร
- น้ำหนักลดลงไปถึง 6 กก. (ตั้งแต่เข้าเรือนจำ)
- อ่อนเพลีย ความดันตก นอนไม่หลับ
.
.
อ่านเหตุผลการตัดสินใจอดอาหารประท้วงของทั้งสองคน
.
บุ้ง: https://tlhr2014.com/archives/44709
ใบปอ: https://tlhr2014.com/archives/44591
.
อาการล่าสุดของทั้งสองคน: https://tlhr2014.com/archives/45478)
.....

The MATTER
12h

BRIEF: ‘บุ้ง ทะลุวัง’ อาการวิกฤต แพทย์ชี้ กล้ามเนื้อหัวใจอาจตายได้ หลังอดอาหารครบ 1 เดือน
.
วันนี้ (1 ก.ค. 2565) ครบ 30 วัน หรือ 1 เดือน ที่ ใบปอ–ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ และ บุ้ง–เนติพร เสน่ห์สังคม นักกิจกรรมจากกลุ่มทะลุวัง ได้อดอาหารในเรือนจำเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็ได้เปิดเผยถึงอาการที่น่าจับตาของ ‘บุ้ง’ ว่า มีภาวะโพแทสเซียมต่ำ จนแพทย์ชี้ว่า อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้
.
ศูนย์ทนายฯ รายงานอาการของ ‘บุ้ง’ ประกอบด้วย
.
- มีภาวะโพแทสเซียมต่ำ จนแพทย์ชี้ว่า กล้ามเนื้อหัวใจเกือบตาย
- หายใจไม่ออก หายใจแล้วเจ็บหน้าอก
- ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา
- ซูบลงเยอะมาก แก้มตอบและเห็นส่วนคอชัดเจน
- น้ำหนักตัวลดไปถึง 13 กก. ตั้งแต่เข้าเรือนจำ
- มือสั่น ตาพร่า เหนื่อยล้า ตาลอย มึนเบลอ และตอบคำถามได้ช้า
.
ขณะที่อาการของ ‘ใบปอ’ ประกอบด้วย รู้สึกร้อนบริเวณหลอดอาหาร น้ำหนักลด 6 กก. ตั้งแต่เข้าเรือนจำ และมีอาการอ่อนเพลีย ความดันตก นอนไม่หลับ
.
บุ้งยังได้ฝากข้อความมากับทนาย ถึงกรณีที่แม่ของบุ้งมีความคิดอดอาหารจนกว่าเธอจะได้ประกันตัว โดยเปิดเผยว่า “พอบุ้งทราบข่าวก็เป็นกังวลมาก เพราะแม่กับบุ้งป่วยหลายโรค ทั้งโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคหัวใจ และแม่ก็อายุมากเกือบ 60 ปีแล้ว ลำพังตัวบุ้งเอง อุดมการณ์ไม่สั่นไหวเลย ต่อให้ตัวบุ้งเจ็บแค่ไหน
.
“บุ้งเข้าใจว่า ทำไมแม่ถึงทุกข์ใจขนาดนั้น และอยากประกาศอดอาหาร เพราะแม่เลี้ยงบุ้งมา บุ้งได้ความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ และความจริงใจมาจากแม่เต็มๆ เลย เป็นส่วนที่ดีที่บุ้งรับมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม บุ้งอยากให้แม่รักษาสุขภาพ รอวันที่บุ้งและใบปอกลับไปหาแม่”
.
จนถึงวันนี้ ใบปอและบุ้งถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางมาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว หลังศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งเพิกถอนประกันของทั้งสองเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2565 ซึ่งเป็นคดีที่ถูกกล่าวหาตาม ม.112 จากการทำโพลเกี่ยวกับขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565
.
.
อ้างอิงจาก
https://tlhr2014.com/archives/45478
https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/pfbid0unMGBJ2acVwPGEj9DUmfAFFZ1v584DqfiAhK3ntUWF3K4adFMMg3iSAUZQSJdpf4l
.....

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
11h

วันที่ 1 ก.ค. 2565 ทนายความได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อขออนุญาตให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รักษาอาการก้อนเนื้อในมดลูกเข้าตรวจดูอาการและวางแผนรักษา บุ้ง เนติพร (สงวนนามสกุล) นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 เพื่อให้ความเห็นและวางแผนการรักษาพยาบาลโดยด่วน หลังจากที่เธอมีอาการทรุดหนักจนต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา
.
อ่านข้อมูลอาการบุ้งล่าสุด >>> บุ้งยังอยู่โรงพยาบาล มีภาวะโพแทสเซียมต่ำ ฝากจดหมายช่วยดูแลใจแม่ https://tlhr2014.com/archives/45478
.
ทั้งนี้ หนังสือที่ทนายความได้ส่งถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีสรุปใจความสำคัญว่า ‘ด้วยปรากฎว่า เนติพร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ซึ่งขณะนี้ถูกขังตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ อยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร เกิดอาการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย เจ็บและปวดท้องเป็นระยะ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเนติพร ไปรักษาอาการ ณ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต่อมาแพทย์มีความเห็นว่าเนติพร มีภาวะโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งอาการดังกล่าวหากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้’
.
นอกจากนี้ ทนายความยังได้ระบุเหตุผลเพิ่มเติมว่า ก่อนที่บุ้งจะถูกคุมขังในคดีนี้ เธอได้มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับมดลูกมาก่อน และได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทนายได้แนบเอกสารใบสรุปประวัติการรักษาพยาบาลและส่งตัวผู้ป่วยมาพร้อมกับหนังสือฉบับนี้ด้วย
.
อย่างไรก็ตาม ทนายความขอให้สังคมจับตามองกรมราชทัณฑ์ ในกรณีที่มีการยื่นหนังสือขออนุญาตให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปตรวจอาการและวางแผนรักษาอาการป่วยของบุ้งต่อไป ซึ่งในวันนี้ทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้รับหนังสือฉบับนี้ไปแล้ว
.
ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2565 บุ้งและใบปอ ได้ทำการประท้วงอดอาหารเพื่อทวงสิทธิประกันตัว เป็นระยะเวลา #หนึ่งเดือนเต็มแล้ว
.
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/45540.....



รายละเอียดของจดหมายเปิดผนึก

ท่านกงจักร์ โพธิ์พร้อม
ประธาน ศาลอาญากรุงเทพฯใต้

ท่านมนัส ภักดิ์ภูวดล
รองประธาน ศาลอาญากรุงเทพฯใต้


เรียนท่านผู้พิพากษาที่เคารพ

ในฐานะของนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และในฐานะของมนุษย์ที่ห่วงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเพื่อนมนุษย์ เราเขียนถึงท่านเพราะเป็นห่วงการที่ศาลปฏิเสธการขอประกันตัวซ้ำแล้วซ้ำอีกของนางสาวใบปอ และนางสาวบุ้ง เนติพร ที่ถูกกักขังไว้ในช่วงก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มต้นที่ทัณฑสถานหญิงกลางกรุงเทพฯ ทั้งสองคนกูกกักขังตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2565 และเริ่มอดอาหารประท้วงการปฏิเสธการประกันตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 การจับ การกักขัง และการปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวในกรณีของบุคคลสองคนนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์การปราบปรามสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย และเนื่องจากสุขภาพของทั้งสองคนกำลังทรุดลงเรื่อย ๆ เราขอเรียกร้องให้ศาลให้การประกันตัวบุคคลทั้งสองโดยทันที โดยยึดถือตามหลักการความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ถูกระบุไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีรัฐ

การจับกุมและดำเนินคดีต่อนางสาวบุ้ง และนางสาวใบปอ สะท้อนถึงแนวโน้มที่น่าวิตกของการปราบปรามสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีคนอย่างน้อย 202 คนที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรา 112 ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2565

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวบุ้ง นางสาวใบปอ และนักเคลื่อนไหวอีกสี่ท่านทำโพลล์ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มีโปสเตอร์และสติ๊กเกอร์เชิญชวนคนที่เดินผ่านไปมาให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อคำถามที่ว่า “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือไม่” นักเคลื่อนไหวหกคนและนักข่าวอิสระอีกสองคนที่ไลฟ์กิจกรรมทำโพลล์ได้ถูกจับกุมและถูกกล่าวหาว่าละเมิดประมวลกฎหมายอาญาสี่มาตรา ประกอบด้วย มาตรา 368, 136, 116 และ 112 แม้กระทั่งว่าการทำโพลล์ที่เป็นการแสดงออกอย่างสันติ อันถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 34 และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights, ICCPR) มาตรา 19 ด้วยความเคารพต่อศาล เราขอทักท้วงว่าประเทศไทยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามในฐานะภาคีรัฐ

นางสาวบุ้ง อายุ 26 ปี เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ และมีภาระดูแลคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวอยู่ นางสาวใบปอ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การถูกกักขังทำให้นางสาวใบปอต้องพลาดงานการเรียนที่ต้องทำในฐานะนักศึกษา ด้วยความเคารพต่อศาล เราขอทักท้วงว่า การเข้าถึงการศึกษาเป็นสิทธิที่ถูกระบุไว้ใน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights, ICESCR) มาตรา 13 แบะประเทศไทยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามในฐานะภาคีรัฐ

ในการขอประกันตัวครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ทนายร้องขอประกันโดยอ้างหลักการทั้งทางด้านกฎหมายและด้านมนุษยธรรม หากไม่ได้ประกันตัว การเตรียมการต่อสู้คดีในระหว่างที่ถูกกักขังอยู่นั้น ยากที่จะเตรียมการได้อย่างเต็มที่ และหากยิ่งอดอาหารเป็นเวลานาน สุขภาพของนางสาวใบปอ และนางสาวบุ้ง ก็จะยิ่งทรุดลงไปอีก ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ได้ปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวในวันที่ 24 มิถุนายน 2565 และศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนคำสั่งในวันที่ 27 มิถุนายน 2565 ศาลตัดสินใจปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวแม้ว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ขัดขว้างการขอประกันตัวครั้งนี้ก็ตาม

ทั้งนางสาวบุ้งและนางสาวใบปอมีอาการอ่อนเพลียและปวดท้องอย่างรุนแรงจากการที่อดอาหารเป็นเวลานาน ปัจจุบันนี้น้ำหนักของนางสาวบุ้ง ลดลงสิบห้ากิโลกรัม และ น้ำหนักของนางสาวใบปอ ลดลงห้ากิโลกรัม นางสาวบุ้งเริ่มอาเจียนและเป็นระยะๆ เธอถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์กลางดึกของวันที่ 28 มิถุนายน เพราะอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 29 มิถุนายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าแพทย์ให้น้ำเกลือ ยา และวิตามินทางหลอดเลือด เพื่อรักษาอาการที่เกิดจากการอดอาหาร

ด้วยความเคารพต่อศาล เราขอทักท้วงว่าทุกคนต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด การปฏิเสธไม่ให้การประกันตัวซ้ำแล้วซ้ำอีกในกรณี นางสาวใบปอ นางสาวบุ้ง และอีกหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในขณะที่คนที่ถูกกล่าวหาในคดีอื่นๆ เช่นคดีความที่ก่อความรุนแรง กลับได้รับการประกันตัว คงสะท้อนว่ามีสองมาตรฐานที่ทำให้คนที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรา 112 ไม่มีสิทธิเท่าคนอื่น ด้วยความเคารพต่อศาล เราขอทักท้วงว่า ICCPR มาตรา 9(3) ระบุได้ว่ามิใหถือเป็นหลักทั่วไปว่าจะต้องควบคุมบุคคลที่รอการพิจารณาคดี

สุดท้ายนี้ เราขอเรียกร้องให้ศาลยึดถือหลักการสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ อันประกอบด้วยการทำตามทั้ง ICCPR และ ICESCR ถ้าหากท่านไม่ยึดถือหลักการนี้ ในระยะสั้น ชีวิตของนางสาวบุ้ง นางสาวใบปอ และคนอื่น ๆ อีกหลายคนที่กำลังถูกข่มเหงรังแกจะถูกทำร้าย เนื่องจากกล้าที่จะใช้สิทธิเสรีภาพ และในระยะยาวการพัฒนาส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยเองก็จะถูกทำร้ายตามไปด้วย

ด้วยความเคารพอย่างสูงและความขอบพระคุณ
.....
ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ วันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ยังคงมีผู้ถูกคุมขังในเรือนจำจากการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี จำนวนอย่างน้อย 22 คน โดยการคุมขังบุคคลเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อตั้งแต่ต้นกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ที่มา ประชาไท

เรื่องเล่าจากเรือนจำ สิรภพบอกว่า.. เมื่อถูกขังอยู่ในคุก...มวลชนไม่ว่าฝ่ายไหนก็คุยกันได้หมด...เพราะต่างก็รู้สึกว่า...#ถูกแกนนำหลอกมาเหมือนกัน เรื่องสีเสื้อแดงหรือเหลืองจึงไม่มีแล้ว


Siraphop Kornaroot Alpha
Yesterday

บรรยากาศในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
สิรภพบอกว่า.. เมื่อถูกขังอยู่ในคุก
มวลชนไม่ว่าฝ่ายไหนก็คุยกันได้หมด
เพราะต่างก็รู้สึกว่า..
#ถูกแกนนำหลอกมาเหมือนกัน
เรื่องสีเสื้อแดงหรือเหลืองจึงไม่มีแล้ว
สิรภพ.. #ผู้ต้องขังคดี ฝ่าฝืนไม่เข้ารายงานตัว คสช.และถูกยัดคดีมาตรา๑๑๒ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวที่ถูกจัดว่าเป็นผู้ต่อต้านการรัฐประหาร จากการเขียนบทความและบทกวี ถูกจองจำมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 เป็นเวลานานกว่า 5 ปี โดยศาลทหารไม่ให้ประกันตัว
สิรภพ.. เชื่อว่า คนในประเทศก็เห็นก็รู้ แต่ยังทำอะไรไม่ได้.. เพราะ​ #ยังขาดผู้นำที่น่าเชื่อถือและมีความเสียสละ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผู้ที่ออกมาต่อสู้ได้เห็นแล้วว่า พวกเขาถูกหลอกให้มาเจ็บมาตายโดยขาดการดูแล คนที่ถูกดำเนินคดีและต้องอยู่ในเรือนจำก็ไม่ได้รับการดูแล ถูกทอดทิ้ง เหมือนทหารผ่านศึกที่แขนขาดขาด้วนแล้วถูกทิ้งให้นอนแห้งตาย
สิรภพเล่าว่า.. เขาได้มีโอกาสเจอ #เพื่อนนักโทษการเมืองที่เลือกเส้นทางการต่อสู้แล้วถูกทอดทิ้งอยู่ในเรือนจำ ซึ่งคนพวกนี้มีสถานะความเป็นอยู่ที่ดีในวิถีชีวิตปกติ แต่พวกเขามีอุดมการณ์ความเชื่อบางอย่างจึงมาเข้าร่วม เมื่อต้องมาประสพกับความยากลำบากของชีวิตในคุก ก็มีความรู้สึกโกรธแค้น 'แกนนำการเคลื่อนไหว' ที่พาพวกเขามาถึงตรงจุดนี้
วันเวลาผันผ่านมาผ่านไป ถึงวันนี้พิสูจน์ได้ถึง แกนนำที่ร้อนแรงเร่าร้อนในวันนั้น กลับกลายเป็น 'แกนกลวง' ที่ไร้มวลชนเดินตามอีกต่อไป คงเหลือเพียงแต่ลูกหาบ ซึ่งตรงกับคำไทยว่า.. #รู้เช่นเห็นชาติ ที่มีความหมาย “รู้กําพืด อุปนิสัยสันดาน"
.
บางส่วนของการให้สัมภาษณ์ ilaw ในปื 2557
Chol Chanatan Yingcheep Atchanont

Black Paintings - Paintings depict haunting images and dark themes - กะลา เวอร์ชั่น มีมั๊ย ?


Reza Davodi
Yesterday
Black Paintings by Francisco de Goya. (1746- 1828)

อยากชม Black Paintings เวอร์ชั่น กะลา 

ไปเพจ อ.สมศักดิ์
https://www.facebook.com/photo?fbid=5149653468421224&set=pcb.5149654348421136


หนึ่งตัวอย่าง

Somsak Jeamteerasakul
Yesterday
ภาพศิลปก็คือภาพศิลปนะ
วิธีดู ต้องดูด้วยสายตาศิลป

5555 ตอแหลจัง ผบ.ทหารสูงสุด กล้าพูดนะ ชมทัพฟ้า ป้องกันเครื่องบินรบ เมียนมา รุกล้ำน่านฟ้า ได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา


อานนท์ นำภา
10h
นี่ไม่รู้หรอว่าตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตแล้ว

ภัควดี วีระภาสพงษ์
6h
ช้าไปชั่วโมงนึงบอกทันเวลา ชั่วโมงนึงคือเขาบินถึงกรุงเทพ ทิ้งระเบิดใส่ราบหนึ่ง แล้วบินกลับเนปิดอว์แล้ว

บก.ลายจุด ยืนยันว่าภาพที่เด็กนร.หญิงจับมือประยุทธ (สอน?) การเลื่อน Mouse นั้นเป็นภาพจริง เผยแพร่ผ่านเวบของรัฐบาล ภาพถูกลบแล้ว


สมบัติ บุญงามอนงค์
Yesterday

ยืนยันว่าภาพที่เด็กนร.หญิง จับมือประยุทธในการเลื่อน Mouse นั้นเป็นภาพจริง เผยแพร่ผ่านเวบของรัฐบาล แต่หลังจากภาพนี้ปรากฏออกไปทางเวบไซด์ของรัฐบาลได้ทำการลบภาพดังกล่าวออก ไอ้คนเลือกภาพนี้ก็ร้ายจริงๆ อาจเป็นนาตาซาที่ทำงานอยุ่ในทำเนียบรัฐบาลก็เป็นได้
ตามลิงค์ไปได้เลย https://www.thaigov.go.th/gallery/contents/details/9149

Andrew MacGregor Marshall
Yesterday
Thai dictator Prayut Chan-ocha has been making a lot of speeches about technology and the future recently, but as a photograph from his visit to a Chiang Mai school yesterday showed, a schoolgirl even had to show him how to use a mouse. The government PR department has since deleted the picture.



Nanchanok Wongsamuth
The girl was actually on TV just now, thanking the PM for giving her the opportunity to teach him how to code, because she studied coding in school, while "the PM never had the chance to".

Andrew MacGregor Marshall
Nanchanok Wongsamuth Is the interview available online?

Nanchanok Wongsamuth
It was on channel 3, not sure if it’s available online or not.

Manita Chuen
Nanchanok Wongsamuth This is just an excuse, and it doesn't make sense that Prayuth is learning how to write coding(makes him look so sophisticated) from this girl by letting her teach him how to use the mouse.
...


'ก้าวไกล' พ่ายโหวต 'ทวงคืนทรงผมตำรวจ' พิธา ฝากบอกเป็นนายกฯวันแรกจะเซ็นเลิกขาว 3 ด้าน



1 ก.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.09 น. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการพิจารณาครั้งที่ 6 โดยเริ่มจากมาตรา 120 ซึ่งภาพรวมการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จนกระทั่งเวลา 10.35 น.มาตรา 143 ระบุว่า ให้อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎกระทรวง กำหนดลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบตำรวจ โดยพ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นเพิ่มวรรคสอง ระบุว่า ข้าราชการตำรวจทุกเพศ มีสิทธิ เสรีภาพ ในการไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้โดยสุภาพเรียบร้อย การออกกฎระเบียบ คำสั่ง ให้จำกัดสิทธิเสรีภาพได้เท่าที่จำเป็น เพื่อความสุภาพเรียบร้อยเท่านั้น จะเห็นว่าไม่ได้เป็นการให้สิทธิเสรีภาพทรงผม แต่ยังคงให้อำนาจฝ่ายบริหารจำกัดสิทธิเสรีภาพตำรวจในการไว้ทรงผมได้เท่าที่จำเป็น เพราะทรงผมสุภาพเรียบร้อยมีหลายทรงไม่ใช่แค่ทรงขาวสามด้าน การที่ตนเสนอวรรคนี้เพื่อให้ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจ เมื่อแต่งกายชุดข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ข้อที่ให้ข้าราชการตำรวจชายต้องตัดผมสั้นด้านข้างขาวทั้ง 3 ด้าน ด้านบนยาวได้ไม่เกิน 3 ซม. ที่ออกโดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ให้มีผลถูกยกเลิกไปโดยปริยาย เป็นการทวงคืนทรงผมให้ตำรวจ เหตุผลที่ต้องเสนอเพิ่มในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากประเด็นนี้สำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นครอบคลุมทุกมิติ เป็นการเปลี่ยนแปลงให้สิทธิความเป็นธรรมแก่คนหน้างาน การทวงคืนทรงผมถือเป็นการปฏิรูป เดิมผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจสั่งการจำกัดสิทธิผู้ใต้บังคับบัญชาเกินความจำเป็น ทำให้อึดอัดทำลายคุณค่า ทำลายความมั่นใจ ซึ่งเป็นปัญหา จึงต้องปรับปรุงให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น

“ผมเคยอยู่ทันคำสั่งทรงผมบ้าบอๆของผบ.ตร.เป็นปีๆก่อนจะลาออกมา ผมเห็นปัญหาต่างๆขององค์กรตำรวจมาตลอด ข้องใจมาตลอดว่าระบบราชการทำไมห่วยขนาดนี้ โดยเฉพาะตำรวจแย่กว่าองค์กรอื่นๆ ยิ่งมีรัฐประหาร ยิ่งทำให้องค์กรตำรวจย่ำแย่หนัก คำสั้งทรงผมขาว 3 ด้าน ช่วงแรกที่สั่งมาตำรวจไม่ทำตามยื้อมาได้ครึ่งปี ผบ.ตร.ที่บ้าอำนาจไม่สามารถบังคับได้ สุดท้ายใช้วิธีเชือดไก่ให้ลิงดู เอาตำรวจกลุ่มหนึ่งไปธำรงวินัย แล้วทำไอโอส่งไปตามกลุ่มไลน์ตำรวจให้เกิดความกลัว เป็นบรรยากาศของการถูกบังคับสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กรหดหาย ซึ่งตำรวจไม่ใช่ต้องทำตามคำสั่งจากความหวาดกลัวของคนหัวโบราณ” พ.ต.ต.ชวลิต กล่าว

พ.ต.ต.ชวลิต กล่าวต่อว่า อย่ามองว่าการทวงคืนทรงผมเป็นการท้าทายอำนาจคนสั่งการ แต่ถ้าไม่ส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจรู้เราก็ต้องจมกับความเดือดร้อนต่อไป เรื่องทรงผมของข้าราชการตำรวจชาย ถ้าเปรียบเป็นผู้หญิงคงเหมือนการห้ามแต่งหน้าออกจากบ้านตลอดเวลาเป็นแบบนี้ไปจนเกษียณ ทรงผมแบบนี้สร้างความไม่มั่นใจ สร้างความแปลกแยกจากประชาชนทั่วไป คำสั่งแบบนี้มีแต่จะสร้างความเหินห่างไม่ใช่พวกเดียวกับประชาชน

"อย่างไรก็ตาม หากข้อเสนอนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝากบอกว่าอีกไม่กี่เดือนจะเลือกตั้ง ถ้านายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี วันแรกคำสั่งประเภทที่กดทับฉุดรั้งข้าราชการ คำสั่งให้ตัดผมขาว 3 ด้านของข้าราชการตำรวจจะถูกเซ็นยกเลิก ในวันที่นายพิธารับตำแหน่งวันแรกแน่นอน" ส.ส.พรรคก้าวไกลระบุ

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ในฐานะกมธ.ฯ ชี้แจงว่า ตอนแรกคิดว่าจะไม่ตอบเรื่องนี้ เพราะไม่ค่อยเป็นคำถามสักเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ตอบจะเสียหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ไม่มีการบังคับ ไม่มีการทรมาน ตำรวจไว้ผมยาวคงไม่ถูกจับไปทรมานถ้าไม่ตัดผมสั้น ตนขอพูดเพียงสั้นๆว่า “เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ คุณไปบวชไม่โกนหัวได้หรือไม่”

จากนั้น ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับร่างเดิมของกมธ. ด้วยคะแนน 382 ต่อ 19 งดออกเสียง 2 และไม่ลงคะแนน 7 เสียง

ที่มา Thai Post

อดีตนักบิน ชี้เครื่องบินรบต่างชาติติดอาวุธ ล้ำเขตไทย เป็นเรื่องใหญ่



ภาพจากโพสต์ เรื่องเล่าอดีตนักบินรบ Tales from ex-fighter pilot
https://www.facebook.com/exfighterpilot/photos/pcb.118398327568458/118398150901809

ระทึก! บินรบพม่า ยิงปืนนกลใส่รถยนต์ชาวบ้านฝั่งไทย ครู-นร.หนีลงหลุมหลบภัยวุ่น

#เรื่องเล่าเช้านี้ #3PlusNews #Ch3Plus
ระทึก! บินรบพม่า ยิงปืนนกลใส่รถยนต์ชาวบ้านฝั่งไทย ครู-นร.หนีลงหลุมหลบภัยวุ่น

Jun 30, 2022

เรื่องเล่าเช้านี้

การสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยง กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติ สนธิกำลังเคเอ็นดีโอ และพีดีเอฟ กับอีกฝ่าย ทหารกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา ที่ตรงข้ามกับอำเภอพบพระ จังหวัดตาก หนักหน่วงขึ้นทุกที ล่าสุดทหารเมียนมา ส่งเครื่องบินรบมิก 29 ล้ำแดนเข้ามาในเขตไทย 4-5 กิโลเมตร ชาวบ้านต้องอยู่ในสภาพหวาดกลัว โรงเรียน 2 แห่งต้องปิดการสอนแบบฉุกเฉินและนำเด็ก ๆ เข้าไปในอาคารหลบภัย

วันที่ 30 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก รายงานถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กองพลน้อยที่ 6 , กองกำลังเคเอ็นดีโอ และกองกำลังพีดีเอฟ ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government: NUG) ที่อำเภอสุวาลี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา ยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก บริเวณตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ใต้ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

โดยทหารเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบซู 29 บินล้ำเข้ามาเขตไทยจำนวน 1 ลำ ลึกเข้ามาเขตไทยบริเวณบ้านวาเล่ย์ใต้ และบ้านวาเล่ย์เหนือ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร จนมองเห็นได้ในระยะใกล้ เพื่ออ้อมไปยิงจรวดใส่ที่มั่น ฝ่ายต่อต้านฝั่งเมียนมา ประมาณ 4 รอบ ขณะที่การบินล้ำมาเขตไทย ประกอบกับเสียงระเบิดฝั่งเมียนมา ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านวาเล่ย์ทั้ง 2 หมู่บ้านแตกตื่นตะโกนลั่นด้วยความกลัว ชาวบ้านที่มีหลุมหลบภัยในบ้านก็หนีไปหลบในหมู่บ้าน ขณะที่ทางโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ใต้ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ให้ผู้ปกครองไปรับบุตรหลานกลับบ้าน และโรงเรียนประกาศหยุดเรียนทันที เนื่องจากบินรบทหารเมียนมาล้ำแดนเข้ามา ผ่านหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนบ้านวาเล่ย์เหนือ ได้กดอออดให้สัญญาณนักเรียน หนีเข้าไปยังอาคารหลุมหลบภัยของโรงเรียน และยังมีชาวบ้านไปร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่เครื่องบินเมียนมาจะปฏิบัติการทางอากาศนั้น มีเครื่องบินตรวจการณ์ของทหารเมียนมาบินวนหลายรอบ และเฮลิคอปเตอร์ ไปส่งเสบียงอาหารที่ฐานบ้านวาเล่ย์ของทหารเมียนมา จากนั้นก็มีเครื่องบินรบมิก 29 บินวนในฝั่งเมียนมา มายิงจรวดใส่ฝ่ายต่อต้าน ต่อมาได้ล้ำเข้ามาน่านฟ้าไทยอย่างชัดเจน ทำให้ชาวบ้านแตกตื่น

ชาวบ้านในหมู่บ้านวาเล่ย์ใต้ บอกว่า จากการสู้รบที่ผ่านมาหลายวัน เครื่องบินของทหารเมียนมาไม่เคยล้ำมาน่านฟ้าเขตไทย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ล้ำเข้ามา ขณะที่บางคนบอกว่า บินทหารเมียนมาบินเข้ามาในหมู่บ้านต่ำมาก ใกล้กับหลังคาบ้านจนน่ากลัว ทำให้ราษฎรไทยแตกตื่นกลัว

โดยทหารเมียนมาส่งบินรบล้ำมาในเขตไทย ใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 15 นาที ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยในพื้นที่ ได้แต่ยืนมอง โดยไม่สามารถทำอะไรได้ และไม่มีเครื่องบินของไทย ออกไปป้องกันน่านฟ้าไทยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เสียงเครื่องบินรบ ที่ดังทั่วชายแดนไทย-เมียนมา รวมถึงการยิงปืนกลอากาศ และยิงจรวดใส่ฐานอูเกรทะ ถล่มทหารกะเหรี่ยง ที่อยู่รอบฐานทหารเมียนมา ทำให้มีกระสุนปืนกลอากาศหลายลูก หลุดข้ามชายแดนมาตกไร่ปาล์มชาวบ้าน บริเวณหมู่บ้านวาเล่ย์เหนือ หมู่ 3 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ สะเก็ดระเบิดและกระสุนปืน โดนรถกระบะ ทะเบียน กจ 3190 ตาก ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ด้านพลอากาศตรี ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เวลา 11.16 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน 65 หน่วยงานของกองทัพอากาศ ได้รายงาน การตรวจพบอากาศยานไม่ทราบฝ่าย บินล้ำแดนบริเวณอำเภอพบพระ จังหวัดตาก โจมตีกองกำลังชนกลุ่มน้อย บริเวณแนวชายแดน และบินล้ำแดนเข้ามายังพื้นที่ประเทศไทย ก่อนเป้าหมายจะจางหายไป จากระบบเรดาร์เฝ้าตรวจการณ์ ของกองทัพอากาศในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ยังตรวจพบเฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติภารกิจอยู่ห่างจากแนวชายแดนบริเวณดังกล่าว ระยะทางประมาณ 5 ไมล์ทะเล (Nautical Mile) แต่มิได้ล้ำแดนมายังพื้นที่ประเทศไทยแต่อย่างใด

กองทัพอากาศ จึงได้มีคำสั่งให้เครื่องบินขับไล่แบบที่ 19 หรือ F-16 จำนวน 2 เครื่อง ขึ้นบินลาดตระเวนรบทางอากาศทันที บริเวณแนวชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก และได้สั่งการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ ประจำสถานเอกอัครทูต ณ ย่างกุ้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อแจ้งเตือน และหาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

โฆษกกองทัพอากาศบอกด้วยว่า กองทัพอากาศจะติดตามความเคลื่อนไหว สถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงพื้นที่ตามเขตแนวชายแดน ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า กองทัพอากาศจะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจ การป้องภัยทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ


ประยุทธ์ จันทร์โอชา เก่งแต่กับหมา ซ่าแต่กับเด็ก ปมเครื่องบินรบของเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทย ตู่บอก "ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอก" งั้นก็ยุบไปเถิดกองทัพทั้งหมด มีให้เปลืองภาษีทำไม ??


Thanapol Eawsakul
17h

บทสรุปประยุทธ์ จันทร์โอชา
เก่งแต่กับหมา ซ่าแต่กับเด็ก
https://www.facebook.com/153951094974177/posts/1962195054149763/
.....


ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns
18h

เก่งกับลาซาด้า เจอพม่าแล้วหงอย? /
ผู้แทนพิเศษด้านพม่าที่กระทรวงต่างประเทศตั้งมานั้นทำอะไรบ้าง?
-
ได้อ่านรายงานข่าวเมื่อวานนี้เรื่องพม่าส่งเครื่องบินรบรุกล้ำดินแดนไทยเข้ามาถึงห้ากิโลเมตรนานร่วมสิบห้านาทีเพื่อบินวกเข้าไปโจมตีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ที่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนไทย ลูกเด็กเล็กแดงต้องหนีหลบภัยกันจ้าละหวั่น (ที่ก่อนหน้าก็มีรายงานข่าวการสู้รบจากฝั่งพม่าที่กระทบและสร้างความเสียหายทรัพย์สินและการทำมาหากินอย่างต่อเนื่อง) ก็มีหลายคำถามเกิดขึ้นที่ล้วนแต่บ่งชี้ถึงความล้มเหลวของทั้งด้านการป้องกันประเทศและโยบายของไทยที่มีต่อพม่าอย่างชัดแจ้ง
-
จากการชี้แจงของโฆษก ทอ. ที่ออกมายืนยันว่า “เครื่องบิน F 16 ของไทยขึ้นบินถึงที่หมายภายใน 5-10 นาที ชี้เครื่องบินรบเมียนมาไม่เป็นภัยคุกคาม เพราะไม่ได้พุ่งปักหัวเข้ามาในเขตไทย แต่ได้ใช้อาวุธกับชนกลุ่มน้อย แล้วม้วนตัวออก - ทางกองทัพอากาศได้เฝ้าระวัง และติดตามอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จากการวิเคราะห์และดูจากสถานการณ์ ไม่พบว่าจะมีการบินเข้ามาในลักษณะของภัยคุกคาม เพราะเจตนาไม่ได้พุ่งตรงปักหัวมาทางทางเรา เพราะหากว่าเขายังไม่ล้ำแดน เข้ามาเราก็ยังไม่สามารถปฏิบัติการใดๆ ได้ เพราะจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อกัน”
ยิ่งฟังดูเป็นการแก้ตัวที่คือการยอมรับโดยปริยายในความล้มเหลวของการป้องกันประเทศนะครับ
-
คือถ้าในจอเรดาร์ก็เห็นอยู่แล้วว่ามีเครื่องบินรบพม่าบินวนประชิดชายแดนอยู่นานขนาดนั้นที่จะรุกล้ำเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ก็ยังปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาได้อีก โดยไม่คิดทำอะไรก่อนหน้า แทนที่จะส่งเครื่องบินของเราขึ้นไปเป็นเชิงป้องปรามแต่แรก ถ้าเขายังบินวนได้ เราบินในเขตเราเองไม่ได้หรือ? ต้องรอให้เขาบุกเข้ามาก่อนหรือ?
แล้วจะมาบอกว่าดูแล้วไม่คุกคาม แต่นี่มันเป็นเรื่องอธิปไตยและความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินคนไทยนะครับ มันไม่มีความสำคัญเลยหรืออย่างไร?
การแถลงแบบนี้ก็เท่ากับยอมรับเองถึงการปล่อยปละละเลย ความหละหลวมในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ
และที่อ้างกลัวกระทบความสัมพันธ์อะไรนั่นคือตลกมาก ก็แล้วทางทหารพม่าเขากลัวหรือเกรงใจเราบ้างไหมล่ะครับ?
หรือว่าเก่งแต่กับลาซาด้าแต่เจอพม่าแล้วหงอย?
-
ในส่วนของด้านนโยบายต่างประเทศของไทยต่อพม่านั้น สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ถามว่าที่ตั้งผู้แทนพิเศษอะไรมานั่น ที่ไปคุยกับเขามา ฝ่ายพม่าเขาเกรงใจ ยินยอมลดความรุนแรง หยุดยิงหรือยุติการสู้รบอย่างที่เป็นมติของอาเซียนที่ร้องขอบ้างไหม? และต่อความรุนแรงที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนไทยตามชายแดนทุกวันนี้มีท่าทีลดลงหรือเพิ่มขึ้นกันแน่ จนเขารุกล้ำอธิปไตยของเราอย่างจงใจและชัดแจ้งแบบนี้?
และช่วยตอบให้ชัดๆทีครับว่า นโยบายไทยต่อพม่าทุกวันนี้มัน serve ปกป้องส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนไทยอย่างไร??
-
ก่อนหน้านี้ก็เห็นคนของกระทรวงต่างประเทศออกมาบอกว่าการ engage มีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งผมอยากจะเรียนว่ากับคนที่สั่งการให้เข่นฆ่าประชาชนตนเองอย่างโหดร้ายทารุณ เช่นเผาคนทั้งเป็น ฆ่าไม่เว้นแม้แต่เด็กและผู้หญิงก็ตาม คนส่วนใหญ่ในโลกเขามีแต่รุมประนามความชั่วช้าและไม่อยากเข้าไปเกลือกกลั้วด้วย
ถามว่าคนเช่นนี้เขาจะมาเคารพกฎเกณฑ์คำพูดความถูกต้องอะไรไหม?
นอกเสียจากจะเป็นคนที่มีความคิดและจิตใจคล้ายกัน จัดเป็นคนประเภทเดียวกัน ถึงจะได้คอยเข้าใจและเห็นใจเขานะครับ

ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns
ถ้านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็ยุบไปเถิดครับกองทัพทั้งหมด มีให้เปลืองภาษีทำไม?
https://www.facebook.com/.../a.1318.../10162973109224848/...


Voice TV
17h

"ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอก"

วันที่ 1 ก.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเครื่องบินรบของเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทย ว่า ประสานไปแล้ว เขายอมรับและขอโทษมาแล้วไม่ได้ตั้งใจเจตนา ซึ่งได้ตีวงเลี้ยวเข้ามาในเขตไทยนิดหน่อย โดยเราก็ได้นำเครื่องบินขึ้นไปซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน และวันนี้ทูตทหารก็คุยกันแล้วเขาก็ขอโทษมา ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มองดูอาจเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ แต่มันขึ้นอยู่ว่าเราจะทำเรื่องใหญ่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกไหม ซึ่งวันนี้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมีอะไรก็พูดคุยหารือกัน

"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราก็ยังมีสมรรถนะหน้าที่พอเพียงที่จะป้องกันอธิปไตยเราไว้ได้นะ แต่วันหน้าก็ไปดูซิเรามีความเข้มแข็ง ทันสมัย เพียงพอหรือไม่ในอนาคตไปด้วย ก็ฝากไว้แล้วกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอก"

ส่วนสังคมออนไลน์แชร์ภาพพร้อมตีความวิจารณ์ภาพนักเรียนที่เชียงใหม่จับเมาส์สอนสาธิตการใช้อุปกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า สังคมติก็แล้วแต่เขาซิ เขาติอะไรก็เรื่องของเขา แต่ตนต้องการให้เด็กภูมิใจว่าได้สอนตน ถ้ามาจับผิดอย่างนี้ตนว่าไม่ใช่สาระ ก่อนจะย้ำว่า "ไร้สาระ" และเดินขึ้นรถกลับ

วันศุกร์, กรกฎาคม 01, 2565

ศาลอุทธรณ์ย้ำความผิด ๑๑๒ ต่อ ‘รุ่งศิลา’ ล้อเลียน ‘เทวดา’ ย่อมหมายถึงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเปรียบเทียบเท่า ‘สมมุติเทพ’

คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนความผิด ม.๑๑๒ ของ รุ่งศิลาลงภาพการ์ตูนล้อเลียน เทวดา ย่อมหมายถึงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเปรียบเทียบเท่า สมมุติเทพนั้น เป็นการยืนยัน ศรัทธาบอด’ ในหมู่มุขอำมาตย์ ผู้มีอำนาจของสังคมไทย รวมทั้งศาล

“ภาพการ์ตูนล้อเลียน จึงไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาและการแต่งกายให้เหมือนจริงเสียทีเดียว แต่หากจะเป็นการสื่อถึงบุคคลตามฟ้องก็เป็นความผิดแล้ว” คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตอนหนึ่งซึ่งให้ยืนการลงโทษจำคุก ๔ ปี ๖ เดือนเอาไว้

จำเลยไม่ต้องถูกคุมขังอีก เนื่องจากหลังคำตัดสินศาลชั้นต้นดังกล่าว เขาได้ถูกจำคุกมาแล้วทั้งสิ้น ๔ ๑๑ เดือน ๒๒ วัน จากการกักกันโดย คสช.เพราะเขาไม่ไปรายงานตัวต่อคณะยึดอำนาจ เรื่อยมากระทั่งคดีโอนไปศาลอาญา แล้วมีคำพิพากษาเมื่อกลางมกราคม ๒๕๖๔

ข้อน่าสนใจอยู่ที่รุ่งศิลา หรือสิรภพยืนยงอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งที่เขาได้ติดคุกมาเกินพอล้ว เพราะเขามุ่งมั่นว่า ม.๑๑๒ “เป็นเหมือนล็อคที่เอาไว้จัดการกับคนที่มีพฤติกรรมขัดขืนเขา” ทั้งๆ ที่ศาลเองเห็นว่าข้อความในการกระทำผิด

“ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยต้องการสื่อถึงบุคคลใด จึงเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง แม้การกระทำของจำเลยจะไม่เกิดผลเพราะไม่มีใครเชื่อก็ตาม” ก็ยังถือว่ากระทำผิด ตาม กม.อาญา ม.๑๑๒ และมาตรา ๑๔(๓) พรบ.คอมพิวเตอร์

นี่เป็นการทำให้มาตรา ๑๑๒ และ มาตรา ๑๔(๓) เป็นกฎหมายที่อยู่เหนือสิ่งใดๆ ในสากลโลก กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์เสียยิ่งกว่า ตัวของเทวดาเอง ซึ่งตามภาพ “สวมแว่นตาดำ มือข้างซ้ายกำด้ามขวานลายสีธงชาติไทย”

ตัวการ์ตูนสวมชฎา ห้อยกระบี่ด้านซ้าย “ไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาและการแต่งกายให้เหมือนจริงเสียทีเดียว แต่หากจะเป็นการสื่อถึงบุคคลตามฟ้องก็เป็นความผิดแล้ว” เป็นการเหมารวมและครอบคลุมในวงกว้างอย่างมหาศาล

เป็นการนำกฎหมายมาใช้เพื่อมุ่งหมายเอาผิด กับผู้ที่มีความเห็นไม่ตรงกับความเชื่ออย่างงมงายของพวกตน เช่นนี้มิใช่หนทางสร้างความเลื่อมใสศรัทธา ต่อวัตถุในนิยามของกฎหมายที่ศาลอ้างว่าปกป้อง ทั้งนี้กลับก่อเกิดการชิงชังต่อพฤติกรรมของศาลยิ่งกว่า

ขณะนี้ไม่ทราบว่ารุ่งศิลาจะทำการฎีกาคดีของตนให้ถึงที่สุดหรือไม่ ทว่าการนำคดีเช่นนี้สู่สาธารณะอีกกี่ครั้ง ในโลกแห่งความจริงที่เปลี่ยนไปตามพลวัตของสังคมสมัยใหม่ เทวดาที่โหดร้ายและคร่ำครึ รังแต่จะกลายเป็นวัสดุแห่งการล้อเลียน

(https://tlhr2014.com/archives/45488?fbclid=IwARSk-Y) 

กัญชาไทย “เสรี” ไปกันใหญ่ “ขายพันลำกันริมทางเอิกเกริก”

จริงอย่างที่รายนี้ว่า เห็นท่าจะ “ไปกันใหญ่ละประเทศไทย...ถนนข้าวสารแค่ขาย เจอสีลมสอนดูดเลย ครับ” Yuthana Lorsamran ทวี้ตคลิปชายไทยสาธิตวิธีการดูดบ้องกัญชาให้นักท่องเที่ยวฝรั่งชม บนถนนสีลมนั่นเลย

ส่วนที่ถนนข้าวสาร ซึ่งมีการ ยำสดตามสั่งมวนกัญชาขายข้างถนนมาตั้งแต่มีประกาศสาธารณสุขยกเลิกกัญชาเป็นยาเสพติด ชาวบ้านปลูกหรือมีไว้ในครอบครองไม่ผิดกฎหมาย โน่นแล้ว และจากการอนุญาตใช้กัญชาสันธนาการ

ทุกวันนี้ตีความกันว่า กัญชาเสรีแล้วนะจ๊ะ ขนาดรัฐมนตรีสา’สุข ออกโปรกินก๋วยเตี๋ยวใส่ใบกัญชาโชว์ มันก็ไปกันใหญ่ดังว่าน่ะสิ แม้วันก่อนตำรวจ สน.ชนะสงครามและเจ้าหน้าที่เขตพระนคร ไปตรวจถนนข้าวสารบอกข้อจำกัดกับแผงค้าบนทางเท้า

นักข่าวไทยพีบีเอส “ลงพื้นที่ภายหลังที่เจ้าหน้าที่เสร็จภารกิจ” ช่วง ๕ ทุ่มถึงเที่ยงคืน ๒๙ มิถุนา “พบว่ามีแผงค้ากัญชาหลายราย วางจำหน่ายบนทางเท้า บางรายก็ตั้งจำหน่ายหน้าสถานบันเทิง มีบางร้านที่จำหน่ายแบบพันลำ หรือยัดไปในมวนบุหรี่”

“ประเด็นน่าจะอยู่ตรงนี้ครับ ช่อดอกที่ขายพันลำกันริมทางเอิกเกริก สาร THC เกิน 0.2 มั้ย” สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ชวนถกปัญหา เนื่องจากรัฐมนตรียุติธรรมบอกว่าไม่รู้ละ ไอ้การตั้งโต๊ะขายกัญชากันโจ๋งครึ่มนั้นน่ะ

อะไรก็ตามที่มีค่า THC เกิน 0.2 มันคือยาเสพติด” ไม่ใช่การใช้ประโยชน์ทางแพทย์ในนิยามของกฎหมาย สรยุทธว่า “สำคัญที่เครื่องตรวจ” น่าจะรวมถึงคนที่ใช้เครื่องตรวจด้วยว่า ประสิทธิภาพแค่ไหน อย่าลืมว่านี่ประเทศไทย จ้าวแห่งการเลี่ยงบาลี

ผู้ที่อาจเลี่ยงไม่พ้นคงเป็นฝรั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยิ่งเห็นแว่บๆ ว่ามีคนชง จะให้ถนนข้าวสารเป็น ฮับกัญชาของไตแลนเดียเสียด้วย เกรงว่ามันจะกลายเป็นแรงสะท้อนถอยหลัง (ถีบ) แรงเหมือนยิงปืนเล็กยาว (ปลย.บ.) ต่างๆ ในอดีต

มีข่าวเมื่อวานว่า ฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ที่พัทยา เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายตัวเอง “พบบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้อง ส่งเสียงร้อง ตาลอย พูดจาโต้ตอบไม่ได้” อยู่ในห้องพักของตน ตำรวจพบร่องรอย ซองใส่ใบกัญชาอบแห้ง

โชคดีที่ไม่ได้ออกมาอาละวาดภายนอกที่พัก ไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่หน่วยงาน ACS Bangkok ของสถานทูตและกงสุลสหรัฐในไทย ออกประกาศคำแนะนำแก่พลเมืองอเมริกัน ให้รับรู้ว่ากฎหมายกัญชาไทยไม่ได้อนุญาตสันธนาการ

Recreational use is prohibited.” ใครฝ่าฝืนอาจต้องโทษจำคุกถึง ๓ เดือน หรือถูกปรับสูงสุดได้ถึง ๒๕,๐๐๐ บาท” ก็แน่ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษคงตระหนักรู้กันเกือบทั้งนั้น หากแต่คนไทยทั่วไปที่ชอบคะนอง จะยี่หระกันไหม

(https://news.thaipbs.or.th/content/317090, https://news.thaipbs.or.th/content/317077 และ https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/pfbid0UkB) 

สัจจธรรมของ ก้อง ห้วยไร่ ‘กงกรรมกงเกวียน’ ของ ‘เติมน้ำมัน’ กับ ‘ไปทำงาน’

ในสัจจธรรมของคนทำงาน รุ่นใหม่ ทุกวันนี้ มันมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างการประกอบอาชีพกับค่าใช้จ่ายพลังงาน ดังโพสต์ของ ก้อง ห้วยไร่ ใช่ไหม

ตื่นมาก็ เติมน้ำมัน เพื่อ ไปทำงาน หาเงินมาได้ก็เอาไปใช้ เติมน้ำมัน ไว้ ไปทำงาน และถ้าไม่ได้ทำงานก็จะไม่มีเงิน เติมน้ำมัน สำหรับเดินทาง ไปทำงานมันเป็น กงกรรมกงเกวียน หรืออย่างไร

อจ.Decharut Sukkumnoed เอาไปคิด กับอีกหลายคนแล้ว feeling sad จึงมี feed back ด้วยหลักคณิตศาสตร์ และสมมุติฐาน ประมาณเอาว่าประชากรคนหนึ่งต้องเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อไปทำงานแต่ละวัน จากสายใต้ฯ ถึงรัชดาฯ

ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร และรถที่ใช้ขับขี่ “บริโภคน้ำมัน ๑๕ กม./ลิตร แปลว่า ไป-กลับรถของเราจะบริโภคน้ำมันไป ๔ ลิตร ถ้าราคาน้ำมัน ๔๕ บาท/ลิตร วันนั้น เราจะใช้เงินไป ๑๘๐ บาท

และมนุษย์ทำงานผู้นี้ “เรามีรายได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ทำงาน ๒๒ วันต่อเดือน เท่ากับเรามีรายได้วันละ ๙๐๙ บาท/วัน หรือถ้าหาร ๘ ชั่วโมงเราจะมีรายได้ ๑๑๔ บาท/ชั่วโมง

เท่ากับว่าการทำงานแต่ละวัน ผลิตผลที่ได้เป็นค่าจ้างนั้นเป็นค่าน้ำมันรถ หักไปจากเวลาทำงาน ๙๕ นาทีหรือชั่วโมงครึ่ง อจ.เดชรัตบอกว่า นี่ “ไม่นับรวมค่าผ่อนรถ” และไม่นับรวมเวลาที่ใช้เดินทางอีก ๙๐-๑๒๐ นาทีต่อวัน

นั่นแปลว่า ค่าตอบแทนจากการทำงานแต่ละวัน เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางเสีย ๓ ชั่วโมง รวมค่าผ่อนรถเดือนละราวๆ ๙ พันบาท “หรือประมาณ ๔๑๐ บาท/วัน นั่นแปลว่า การทำงานของเราอีก ๓ ชั่วโมงครึ่ง จะเป็นค่าผ่อนรถของเราเอง”

สรุปจากการคำนวณของ อจ.เดชรัต คำบ่นของคุณก้องถูกต้อง เพราะแต่ละวันของการทำงาน ๘ ชั่วโมง เป็นค่าจ้างที่เอาไปใช้เติมน้ำมันและพาหนะเดินทางเสียแล้ว ๖ ชั่วโมง เท่ากับมีรายได้เหลือสำหรับตัวเองเพียง ๒๐๐ บาทกว่าๆ หรืออาจจะน้อยกว่านั้น

ดังนั้นใครที่เป็นนักการศาสนา (พุทธ คริสต์ อิสลาม ขงจื๊อ) ลองเอาไปคิดในทางธรรม ว่านี่เป็นสัจจธรรมของกงกรรมกงเกวียนหรือไม่

(https://www.facebook.com/decharut.sukkumnoed/posts/pfbid02ni3fWeb) 

ทัพฟ้าไทยอืดอาด ไล่หลังมิก-๒๙ พม่าเป็นชั่วโมง ทัพเรือเลยซื้อโดรนรบจากอิสรเอล ๔ พันล้าน

เรื่องเครื่องบินรบของเผด็จการทหารพม่า บินเข้ามาเหนือน่านฟ้าไทย ปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยตามชายแดนติดไทยนั้น เว็บไซ้ท์ ThaiArmedForce.com เขาดักคอเอาไว้แล้วนะ อย่ามั่วนิ่มแถต่อว่า เอฟ-๑๖ ที่มีอยู่เก่าไปแล้ว

อืดอาดต้องรอ เอฟ-๓๕ ที่ซื้อจากสหรัฐไว้กว่า ๓ พันล้านมาถึงก่อน นั่นไม่ใช่ F-16 eMLU ของเรา “เป็นเครื่องบินที่ดี เมื่อปรับปรุงแล้วประสิทธิภาพอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่สหรัฐใช้งานเองด้วยซ้ำ ซึ่งดีกว่า MiG-29 ที่พม่ามีใช้งาน”

ดังนั้นการที่ทัพอากาศไทยใช้เวลาเป็นชั่วโมงขึ้นบินตรวจการหลังจากเครื่องบินพม่ากลับแล้ว เป็นความ ไม่เอาไหน ของกองทัพมากกว่าเหตุอื่นใด ทัพอากาศแถลงภายหลังว่าตรวจพบมีเครื่อง มิก-๒๙ ล้ำเข้ามาเหนือเขตแดนไทยตั้งแต่แรก

แล้ว “เป้าหมายหายไปจากจอเรดาร์ก่อน” ที่จะส่งเอฟ-๑๖ ไล่ตาม จึงทำให้ “ไปไม่ทัน” มะงุมมะงาหรา หรือว่ามัวแต่ไปทำอย่างอื่นกันอยู่ไม่ได้คอยจับตา ซึ่งไม่ควร เพราะเคยมีการยิงระเบิดเลยเขตแดนเข้ามาตกในหมู่บ้านไทยเสียหายแล้ว

เพจวิชาการทหารบอกว่าทัพฟ้าไทยมีสมรรถนะ ตรวจจับเครื่องบินรบที่มุ่งหน้าเข้าเขตไทยได้ตั้งแต่ออกจากฐานแล้ว หน้าที่คือต้องจับตาไว้ แล้วส่งเครื่องบินของเราขึ้นไปบินขวาง ส่งสัญญานไม่ให้ล้ำเขตแดน ไม่ใช่ขึ้นไปดมกลิ่นตดให้หลัง

แบบนี้เป็นปัจจัยลบอันสำคัญ คัดค้านการจัดซื้อเครื่องบินชุดใหม่อื่นๆ ในภายหน้า อย่างที่เว็บไทยอาร์มฟ้อร์ธว่า “เพราะนี่คือเหตุผลที่เราซื้อเครื่องบินรบมาครับ คือเพื่อป้องกันประเทศ ถ้าเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่ทันเวลา ก็ไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำไม”

แต่ก็หาได้ทำให้กลาโหมระคายเคือง อ๊ะ อ๊ะ หามิได้ ปลัดกลาโหมฯ เพิ่งลงนามจัดซื้อ อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนไปแล้วหลัดๆ ๗ ลำ เพิ่มหนี้ให้ชาวบ้านตามใช้อีกกว่า ๔ พันล้านบาท เอาไว้ให้กองทัพเรือใช้ประจำฐานบินชายฝั่ง

งานนี้ถ้าดูรายละเอียดการจัดซื้อจากเพจ  Wassana Nanuam ละก็ต้องสยิว เพราะเป็นการจัดซื้อได้เกินสเป็ค แล้วยังผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการป้องกันทุจริต และผู้สังเกตุการณ์จากภายนอก รับประกันคอรัปชั่นฟรี ไม่มีรอยเปื้อน

ข้อสำคัญเขาแถมสถานีควบคุมภาคพื้นดินให้อีก ๒ สถานี บวกแบบอินดอร์อีก ๑ สถานี ทั้ง “ยังมีการติตตั้งระบบอาวุธทั้ง Hardware และ Software สำหรับภารกิจโจมตีในอนาคตได้” เอิ่ม ทว่าตัวจริง “จะมีการจัดหาตามมาในภายหลัง”

(https://www.facebook.com/posts/pfbid028fEmYPl/?d=n และ https://www.matichon.co.th/politics/news_3428614)

โฆษก ทอ. แก้ตัว

โฆษก ทอ.บอก เอฟ-๑๖ ไทยไม่ได้ช้า กองบิน ๔ ตาคลีดูอยู่แล้วตลอด เห็นเจตนาเขา บินวนๆ  “ไม่ได้เป็นภัยคุกคามเพราะไม่ได้พุ่งปักหัวมาเพื่อที่จะล้ำแดน” ก็เลยแค่จับตา กลัวกระทบความสัมพันธ์ (อันดี) ต่อกัน

พลอากาศตรี ประภาส สอนใจดี ลงรายละเอียดว่า กรณี มิก-๒๙ เมียนมาร์ แว่บเข้ามาเหนืออำเภอพบพระ ตากนั้น เป็นปฏิบัติการ “โจมตีกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณแนวชายแดน” ล้ำแดนเข้ามานั้น เราดูเรดาร์อยู่แล้ว เห็นยังอยู่ในแดนของเขาก็เลยไม่ทำอะไร

จนกระทั่งเมื่อเขาใช้กำลังอาวุธ มีการบินม้วนตัวเข้ามาในเขตแดนไทย จึงได้ส่ง เอฟ-๑๖ ของเราสองเครื่องขึ้นแสดงตัว ภายใน ๕ นาฑี แต่ (โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้) มิก-๒๙ กลับเข้าไปในเขตเมียนมาร์เสียแล้ว พร้อมกับเป้าหมายหายไปจากจอเรดาร์

(https://facebook.com/posts/pfbid037HdYmxKl/)