อนุทินเดินทางถึงเซี่ยงไฮ้ จุดแรกในสามเมืองสำคัญของการเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ก่อนจะต่อไปยังเมืองเฉินตู และกรุงปักกิ่ง โดยเฉพาะจุดสุดท้ายที่นายกฯไทยจะไปรับแรงกดดันเต็มเปาจากผู้นำจีน ให้ส่งผู้เห็นต่างกับรัฐบาลจีน ๔ คนในกรุงเทพฯ กลับไปให้
ฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทย “อย่าบังคับส่งกลับ” ผู้เห็นต่างชาวจีนเหล่านั้น เพราะนอกจากจะละเมิด “อนุสัญญาต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี” แล้วยังจะละเลยพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ในหลักการ Non-Refoulement ซึ่งห้ามประเทศต่างๆ ส่งบุคคลกลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาจะเสี่ยงถูกข่มเหง ทรมาน อันเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง รวมไปถึง พรบ.ป้องกันและปราบปราม และบังคับสูญหายของไทยเอง
สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาอาวุโส HRW ประจำไทย เตือน “อย่าหาทำ! ส่งตัวบุคคลไปเผชิญอันตราย” เขาระบุว่า “มีรายงานว่าอย่างน้อย ๒ ราย ซึ่งถูกขังอยู่ที่ ต.ม.สวนพลู หายตัวไป ติดต่อไม่ได้” และ
“หวังว่าชีวิตคนเหล่านี้จะไม่ถูกใช้เป็นบรรณาการกระชับความสัมพันธ์กับ #จีน” เนื่องเพราะ “รัฐบาลไทยชุดแล้วชุดเล่าพบว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะละทิ้งพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อเอาใจปักกิ่ง” แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาเดินทางต่อไปยังประเทศลี้ภัย
ฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์เปิดรายชื่อชาวจีน ๔ คนที่อยู่ในการควบคุมตัวของทางการไทย ได้แก่ ไป๋ เจ้าตง อายุ ๕๖ ปี อดีตนักข่าวสืบสวนสอบสวนชื่อดังของสำนักข่าวไฉ่ซิน ตัน ยี่เซียง อายุ ๔๙ ปี นักเคลื่อนไหวปากกล้าเกี่ยวกับสิทธิของชาวทิเบต และชาวอุยกูร์
จาง ซินเยี่ยน อายุ ๕๖ ปี นักกิจกรรมและผู้ปฏิบัติธรรมฟาลุนกง ซึ่งเป็นกลุ่มศาสนาที่ถูกปราบปราม และ โจว จวินอี้ อายุ ๕๔ ปี สมาชิกพรรคประชาธิปไตยจีนที่ถูกแบน “สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติรับรองว่าทั้งสี่คนมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัย”
(https://www.hrw.org/th/news/2026/07/14/thailand-dont-forcibly-return-chinese-dissidents และ https://www.facebook.com/MatichonOnline/posts/scw5nVbB5)
