เรื่องยุ่งในพรรครวมไทยสร้างชาติ ถึงขนาดมีการยื่นรายชื่อ ๒๑ ส.ส.ถึงนายกฯ ขอให้ปรับ ครม. โดยเป้าหมายอยู่ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน แม้จะเป็นการเมือง แต่ก็มีความชอบธรรมแฝงอยู่
ในเมื่อนายพีระพันธุ์เองก็มีแผลของการฉ้อราษฎร์บังหลวงเปิดอยู่ เมื่อวานนี้ (๙ มิถุนา) เขาเรียกประชุมกรรมการกองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน (ส.กอท.) ในฐานะประธาน เนื่องเพราะต้องการเปิดรับข้อเสนอโครงการใหญ่ๆ สำหรับปี ๖๘
ซึ่งมีงบประมาณค้างท่ออยู่ ๓,๕๐๐ ล้านบาท ต้องรีบใช้ นัยว่ามีแรงกดดันจากกระแสปรับ ครม. ขืนรอนานดีไม่ดีไม่ได้ใช้ กรรมการบางคนครหาว่า การประชุม ส.กอท.นี้เพิ่งมีไปเมื่อเดือนมกราต้นปีนี้เอง นี่กลางปีประชุมอีกแล้ว ต้องการเร่งรัดอะไรสักอย่าง
แม้นว่า ส.ส.ในพรรค รทสช.หลายคนที่มีชื่อติดยู่ในหนังสือร้องเรียนให้ปรับ ครม. ออกมาปฏิเสธไม่รู้เห็นกับการลงชื่อครั้งนี้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการก็ยอมรับว่าโทรศัพท์สอบถามหลายคนในรายชื่อ คำตอบตรงกันว่าไม่เคยได้ลงชื่อ
ถึงกระนั้นไม่ทำให้ข้อกังขาต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของสมาชิกพรรคที่ดำรงตำแหน่งสูงบางคน พ้นมลทิน เฉกเช่นเดียวกับกรณีของพรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.พรรคประชาชนยื่นถอดถอน รองประธานสภาคนที่ ๑ ว่าจัดทำงบประมาณมีเลศนัย
ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.ยื่นเรื่องถอดถอน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่เล่นแร่แปรธาตุกับงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร “พิเชษฐ์มีความตั้งใจจะนำงบประมาณแผ่นดินไปแจกจ่ายให้กลุ่มเป้าหมายหรือฐานเสียงที่สนับสนุนตัวเอง” ๔ โครงการ มูลค่า ๔๔๓ ล้านบาท
พิเชษฐ์ใช้วิธีสั่งการให้คณะทำงานของตนเขียนโครงการสัมมนาขึ้นมา “ตั้งเป้าไว้สูงจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ รวมตามคำขอต้องจัดงานสัมมนาทั้งหมด ๒,๒๙๔ ครั้งในเวลาหนึ่งปี โดยของบประมาณ ๓๕๐ ล้านบาท แต่ถูกทาง ครม.ตัดงบเหลือ ๘๓ ล้านบาท”
พิเชษฐ์ไม่ยอมลดละ กดดันกรรมาธิการวิสามัญให้แปรงบเพิ่ม จนได้วงเงินใหม่ เพิ่มจากเดิมเป็น ๑๗๘ ล้านบาท นอกจากนั้นรองประธานสภาจากพรรคเพื่อไทยคนนี้ ยังเอางบประมาณต่างๆ ที่ได้มา ไปลงสุมไว้ที่เชียงราย จังหวัดฐานเสียงของตน
โครงการต่างๆ ที่พิเชษฐ์คิดขึ้นแทบจะเรียกได้ว่าไร้สาระ เช่นจะต้องมีการ “สัมมนา ๑,๓๐๐ ครั้งต่อปี หรือวันละเกือบ ๔ งาน” หรือดำริให้มีกองเกียรติยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเพื่อใช้ในงานพิธีต่างๆ งบจุกๆ จิกๆ เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า
อย่างน้อยๆ ๕๙๓ ล้านบาท สำหรับปี ๖๙ ซึ่งภัณฑิลระบุว่า “เข้าข่ายการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ วรรคสองหรือไม่” จึงจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอาทิตย์หน้า เขาย้ำว่า นี่ “ไม่ใช่เรื่องของจริยธรรม แต่เป็นเรื่องการทุจริต”
(https://www.facebook.com/thestandardth/posts/0VFQEJwFf2, https://www.nationtv.tv/politic/378962422 และ https://www.nationtv.tv/politic/378962520=1nitZV6n7V-A)