ปลัดฯ ยุติธรรมแถลงวันนี้ (๒ พฤศจิกา) แถลงความคืบหน้าดำเนินการตาม พรบ.สร้างเสริมสันติสุข หรือที่เรียกกันว่า พรบ.นิรโทษกรรม ว่าอยู่ในขั้นตอนกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการ ซึ่งตนเป็นประธาน ก่อนที่จะเสนอเข้ากรรมการชุดใหญ่
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร กล่าวว่าขณะนี้คณะอนุกรรมการยังอยู่ระหว่างตัดสินใจ ว่าจะเสนอความเห็นให้คณะกรรมการชุดใหญ่วินิจฉัยก่อน หรือจะส่งเรื่องเข้าไปเลย ถึงอย่างไร “ขณะนี้ยังไม่มี” การดำเนินการอื่น หรือเรียกเอกสารเพิ่มเติมตามที่ชุดใหญ่มอบหมาย
ส่วนกรณีที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี “ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิในการได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข” แล้วนั้น
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นไว้แล้วว่าคำร้องดังกล่าวของทักษิณ “ไม่เข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรม เนื่องจากทั้ง ๔ คดีเป็นความผิดเกี่ยวกับการทุจริต ไม่ใช่คดีของผู้ชุมนุมทางการเมือง”
นอกจากนั้น เป็นที่ทราบกันมาแล้วว่า พรบ.ฉบับนี้นิรโทษกรรมไม่ถ้วนหน้า ไม่เพียงแต่ ไม่นิรโทษฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของเป้าหมายที่ กม.ฉบับนี้จงใจช่วยเหลือ คือกลุ่มการเมืองเสื้อเหลือง ทั้ง พธม. และ กปปส.เป็นหลักใหญ่
ไม่รับพิจารณากรณีผู้ต้องหา และผู้ได้รับโทษทัณฑ์ จากคดีความผิดตาม กม.อาญามาตรา ๑๑๒ ซึ่งยังมีผู้ที่ถูกคุมขังในคดีเหล่านี้อยู่ ไม่น้อยกว่า ๓๑ คน ซึ่งการออกกฎหมายฉบับนี้ ถ้าไม่มีการ ‘ล็อค’ คดี ม.๑๑๒ เอาไว้
ผู้ที่แสดงออกทางการเมือง ในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ควรจะได้รับนิรโทษกรรมพร้อมไปด้วยกันทั้งหมด ทว่า เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.ฝ่ายก้าวหน้า เสียงข้างน้อย “เปิดข้อมูลยืนยันว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ออกข้อเสนอแนะไปยัง ‘ศาล-ครม.’
เพื่อให้สิทธิประกันตัวสำหรับผู้ต้องขังคดี ๑๑๒ ที่ยังไม่ถึงที่สุด” ไว้แล้ว และให้ “แยกแดนคุมขังหรือบริหารโทษต่างๆ ได้เลย และไม่ต้องรอครบ ๑๘๐ วัน” เทวฤทธิ์ อธิบายเสริมด้วยว่า การล็อค ม.๑๑๒ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้มาตรการอื่นแทนไม่ได้
แม้นว่าญัตติการเสนอแนะของ สว.เทวฤทธิ์ ให้เพิ่มเติม พรบ.สันติสุขในการ “บริหารโทษคดีทางการเมือง” ซึ่งถูกล็อค เช่น คดี ม.๑๑๒ จะไม่ผ่าน กมธ.วุฒิสภา แต่ว่ายังมีกลไกอื่นให้นำมาใช้ได้ เช่น เรื่องสิทธิการประกันตัว,
การกำหนดแนวทางพักหรือชะลอการพิจารณาคดีการเมืองไว้ชั่วคราว, การใช้สถานที่คุมขังอื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ, ), การพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อประโยชน์แห่งความสมานฉันท์ หรือการแยกแดนคุมขัง เฉพาะสำหรับผู้ต้องขังคดีการเมือง เป็นต้น
(https://www.facebook.com/bus.tewarit/posts/UgVEtmkFZU, https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/24BzRHT1W และ https://www.facebook.com/reel/2245669999319449)
