
iLaw
13 hours ago
·
วันนี้ (30 ตุลาคม 2569) ศาลอาญานัดอานนท์ นำภาและนักกิจกรรมรวม 7 คนฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 กรณีปราศรัยในการชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563
อย่างไรก็ตามคดีนี้มีจำเลยที่เหลือในชั้นพิจารณาและเดินทางมาฟังคำพิพากษาจำนวน 5 คนได้แก่ อานนท์, ตี้-วรรณวลี ธรรมสัตยา,บอย-พงศธรณ์ ตันเจริญ,ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี และแอมป์-ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา
ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ภายในห้องมีผู้สังเกตการณ์ไม่น้อยกว่า 30 คน ทั้งนักวิชาการ นักการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม ผู้แทนจากองค์กรต่างประเทศและประชาชนทั่วไป ด้วยจำนวนที่มากผู้สังเกตการณ์บางส่วนต้องยืนฟังหรือนั่งรออยู่นอกห้องพิจารณาคดีแทน แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเพิ่มจำนวนที่นั่งในห้องแล้วก็ตาม
ก่อนเวลา 09:00 น. ตี้และบอยเดินทางมาถึงห้องพิจารณาคดี ต่อมาเวลา 09:19 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวอานนท์และแอมป์มาที่ห้องพิจารณาคดี ทั้งคู่แต่งตัวสวมเสื้อยืดสีครีม มีแถบแดงที่แขนซ้าย หลังเสื้อเขียนว่า “กรุงเทพมหานคร” สวมกางเกงวอร์มขายาวสีดำ เดินเท้าเปล่าพร้อมมีกำไลตรวนอยู่ที่ข้อเท้า ประชาชนที่มาสังเกตการณ์เดินเข้าไปสวมกอดและพูดคุยกันทั้งสองคนตลอดระหว่างทางที่เดินเข้าไปยังที่นั่ง อานนท์ได้ถามทีมทนายคำถามแรกว่า “ฟ้าเดินทางมาถึงแล้วยัง?” จากนั้นจึงได้คำตอบว่าฟ้ากำลังเดินทางจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
ในระหว่างรอฟ้า ประชาชนยังคงเดินทางมาเข้าร่วมการรับฟังคำพิพากษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบและให้กำลังใจกับจำเลยที่เข้าร่วมฟังคำตัดสินในวันนี้
เวลา 09:47 น. ฟ้าเดินทางมาถึง เขาสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาลอ่อน ข้างหลังเขียนว่ารพ.กลางกรมราชทัณฑ์ กางเกงขาสั้น เดินเท้าเปล่าสวมกำไลตรวนข้อเท้า พร้อมเดินใช้ไม้เท้าพยุงเข้ามา ร่างกายผอมแห้งไม่ค่อยมีแรงเดิน เมื่อถึงที่นั่งของจำเลยฟ้าจึงเดินเข้าไปเพื่อทักทายกับครอบครัว ทีมงาน ThumbRights มอบหนังสือและจดหมายให้ฟ้าได้อ่านในระหว่างรอ สีหน้าของเขาดูตื่นเต้นและเปิดอ่านดูอย่างตั้งใจ
เวลา 10:19 น. ศาลเข้านั่งบนบัลลังก์และแจ้งว่าทางโจทก์ได้ยื่นขอให้มีการนับโทษต่อสำหรับจำเลยที่ถูกกุมขัง ทนายจำเลยคัดค้าน เพราะว่าเป็นการยื่นคำร้องหลังจากสืบพยานเสร็จสิ้นแล้วไม่เป็นธรรมต่อจำเลย ศาลจึงยกคำร้องดังกล่าวออกไป ก่อนศาลจะอ่านคำพิพากษา บอยยกมือขึ้นและขอแถลงจุดยืนต่อสาธารณะ เขาเดินไปยังคอกพยานและทำความเคารพศาลก่อนจะกล่าวจุดยืน จุดยืนของบอยสรุปใจความได้ว่าการกระทำของเขานั้นไม่ใช่การมุ่งร้ายแต่เกิดจากความไม่ยินยอมต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ภารกิจทางศีลธรรมคือหนึ่งในหน้าที่ของคริสตชนพึงควรกระทำตามแนวทางของพระเป็นเจ้า พร้อมทิ้งท้ายขอให้เพื่อนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทุกคนได้รับการปล่อยตัวในเร็ววัน
จากนั้นศาลพิพากษาสรุปใจความได้ว่า หลักฐานพยานของโจทก์มีความน่าเชื่อถือ การกระทำของจำเลยทั้งผู้ปราศรัยและพิธีกร ส่งผลต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์จึงเป็นการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ แม้เรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ก็ไม่ทำให้การกระทำความผิดกับกลายเป็นชอบด้วยกฎหมายไปได้
สำหรับข้อต่อสู้ของจำเลยว่าเป็นการใช้เสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และไม่มีหลักฐานพยานน่าเชื่อถือมาหักล้างโจทก์ได้ จึงฟังไม่ขึ้น
พิพากษาว่าจำเลยทั้งหมดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี คำเบิกความพวกจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน ส่วนความผิดที่เหลือให้จำหน่ายคดีตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขพ.ศ.2569 หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นก็ออกจากห้องพิจารณาคดีทันที
ครอบครัวและผู้สังเกตการณ์เดินเข้าไปให้กำลังใจและพูดคุยกับจำเลยทั้ง 5 อีกครั้งหนึ่ง บางคนร้องไห้ บางคนโผกอด ด้านนอกห้องพิจารณาคดี ขณะที่บอยกำลังจะถูกเจ้าหน้าที่สวมกุญแจมือประชาชนคนหนึ่งเดินเข้ามาคัดค้านบอกว่าไม่สามารถใส่ได้ เพราะอยู่ในระหว่างการให้ประกันตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ใส่กุญแจมือบอยและตี้ หลังนั้นจำเลยทั้งหมดถูกนำตัวไปยังใต้ถุนศาลเพื่อรอการประกันตัว
15:58 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ข้อความระบุว่า ศาลอาญามีคำสั่งส่งคำร้องประกันตัว ของตี้และบอยให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ทำให้วันนี้ทั้งสองต้องเข้าเรือนจำ เพื่อรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อไป
คดีนี้นับเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 12 ของอานนท์ที่ศาลมีคำพิพากษา ผลคำพิพากษาดังกล่าวทำให้อานนท์ต้องถูกจำคุก รวมทั้งสิ้น 34 ปี 5 เดือน
https://www.ilaw.or.th/articles/59732https://www.facebook.com/photo?fbid=1561994865974127&set=a.625664036273886
.....

Suphaphorn Phosri
17 hours ago
·
ชื่อของ ‘อานนท์ นำภา’ จะได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างมิอาจลบล้าง และเป็นที่ยกย่องเชิดชูสืบไป แม้เรือนจำและพันธนาการจะกักขังเรือนร่างไว้หลังกำแพงสูง หากแต่ไร้ซึ่งสิ่งใดที่จะหยุดยั้งอุดมการณ์ที่เขารังสรรค์ไว้ อิสรภาพทางความคิดจะยังคงเจิดจ้าและการสืบทอดเจตนารมณ์แห่งการต่อสู้ของเขาได้ส่งต่อเป็นไฟนำทางแก่ผู้คนตลอดไป

https://www.facebook.com/photo/?fbid=28486875421008666&set=a.294160397373546

Suphaphorn Phosri
17 hours ago
·
ชื่อของ ‘อานนท์ นำภา’ จะได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างมิอาจลบล้าง และเป็นที่ยกย่องเชิดชูสืบไป แม้เรือนจำและพันธนาการจะกักขังเรือนร่างไว้หลังกำแพงสูง หากแต่ไร้ซึ่งสิ่งใดที่จะหยุดยั้งอุดมการณ์ที่เขารังสรรค์ไว้ อิสรภาพทางความคิดจะยังคงเจิดจ้าและการสืบทอดเจตนารมณ์แห่งการต่อสู้ของเขาได้ส่งต่อเป็นไฟนำทางแก่ผู้คนตลอดไป


https://www.facebook.com/photo/?fbid=28486875421008666&set=a.294160397373546