วันศุกร์, ตุลาคม 30, 2569

จี้นายกฯ จัดการปัญหาใน กสทช.ให้สิ้นสุด ทั้งกรณี ‘หมอไห่’ ดื้อดึงไม่ยอมวางมือตำแหน่งประธานฯ และ ‘ไตรรัตน์’ รักษาการเลขาฯ ดื้อรั้นขัดขวางการปฏิบัติงานของกรรมการอีก ๖ คนที่เหลือ

เมธา มาสขาว จี้นายกฯ จัดการปัญหาใน กสทช.ให้สิ้นสุดตามพันธะหน้าที่ทางกฎหมาย ทั้งกรณี ‘หมอไห่’ ดื้อดึงไม่ยอมวางมือตำแหน่งประธานฯ และ ‘ไตรรัตน์’ รักษาการเลขาฯ ดื้อรั้นจัดประชุมซ้อนและขัดขวางการปฏิบัติงานของกรรมการอีก ๖ คนที่เหลือ

แม้นว่าขณะนี้มีพัฒนาการใหม่ ซึ่งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล “เตรียมย้ายไปเป็น ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)” หลังจากที่มีมติ ครม.แต่งตั้งเมื่อ ๒๕ สิงหาที่ผ่านมา

อีกอย่าง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ซึ่ง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แต่งตั้งเป็นเลขานุการประจำตัวประธานฯ ขณะที่ตนเองถูกคณะกรรมการสรรหาสั่งว่าการดำรงตำแหน่งมิชอบ เท่ากับไม่เคยได้รับตำแหน่งประธานฯ มาเลยแต่อย่างใด

เมื่อเกิดปัญหาหมอไห่ยื้อยุดไม่ออกออกจากตำแหน่งประธานฯ พ.ต.อ.ประเวศน์ ได้ลาออก “เพื่อย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำงานอยู่หน้าห้องนายกรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันพบกว่าย้ายกลับมาทำหน้าที่ใน กสทช.อีกแล้ว”

ทั้งสามคน นพ.สรณ นายไตรรัตน์ และ พ.ต.อ.ประเวศน์ โดนข้อครหาว่าร่วมกันก่อความวุ่นวาย เพื่อยึดครองอำนาจทั้งหมดใน กสทช. อันรวมถึง สำนักงานฯ และคณะกรรมการฯ นพ.สรณแต่งตั้งนายไตรรัตน์ทั้งเป็นรองเลขาฯ และให้รักษาการเลขาฯ

หลังจากหมอไห่ถูกสั่งพ้นตำแหน่งประธานฯ แล้ว นายไตรรัตน์ยังคงจัดประชุมให้หมอไห่มานั่งประธานฯ นับเป็นสิบครั้ง นัยว่าเพื่อจะผ่านมติโครงการ USO มูลค่ามหาศาล แต่ไม่สามารถประชุมได้เพราะกรรมการ ๓-๔ คนบอยคอตไม่ยอมเข้าร่วมประชุมด้วย

“ตามกฎหมายแล้ว กรรมการ กสทช.ที่เหลือ ๖ คน สามารถจัดประชุมตาม พ.ร.บ.ได้เลย” แต่ก็ถูกนายไตรรัตน์กีดกัน และจัดประชุมซ้อน นายเมธา มาสขาว รองประธาน ครป.แจ้งว่า “สมควรร้องเอาผิดนายไตรรัตน์...ต่อศาลอาญาทุจริต และ ป.ป.ช.ข้อหา ม.๑๕๗”

ไม่เท่านั้น นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีเองก็ “กำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้ประธาน กสทช. ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ และรักษาการเลขาธิการ กสทช.ขัดขวางการทำงานของ กสทช.” ซึ่งถือเป็นความผิดสมบูรณ์แล้ว

“เนื่องจากมีการนำความกราบบังคมทูลฯ ให้หมอสรณพ้นจากตำแหน่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กลับปล่อยให้บุคคลดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่หรือกล่าวอ้างการมีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้” ถือเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๐ และ ๑๘๒”

(https://www.facebook.com/RealTimeNewsTH/posts/ZNkHvKP6Ts และ https://mgronline.com/crime/detail/9690000094628)