
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
17 hours ago
·
2 ปี การคุมขัง “บัสบาส”: แม้หนทางใน “กระบวนการยุติธรรม” จะสิ้นสุด แต่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด
.
.
วันที่ 18 ม.ค. นี้ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร พ่อค้าขายเสื้อผ้าที่จังหวัดเชียงรายวัย 32 ปี ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาเป็นระยะเวลาครบ 2 ปีแล้ว หลังจากในวันดังกล่าวของปี 2567 เขาถูกศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาจำคุกคดีมาตรา 112 และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาเรื่อยมา
.
รอบปีที่ผ่านมา คดีของเขายังมีความเคลื่อนไหว ทั้งการถูกพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เข้าแจ้งข้อกล่าวหาคดีมาตรา 112 ใหม่อีกคดี จากเรื่องการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 โพสต์ นับเป็นคดีที่ 4 แล้ว คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน
.
หรือในคดีที่เขาถูกคุมขัง ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาออกมา จากเดิมที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่ามีความผิดใน 25 กระทง ลงโทษจำคุกรวม 50 ปี แต่ศาลฎีกาแก้เป็นเห็นว่ามีความผิดใน 23 กระทง ลงโทษจำคุกรวม 46 ปี ทำให้คดีส่วนนี้ของเขาสิ้นสุดลง โดยยังนับว่าเป็นคดีมาตรา 112 ที่ถูกลงโทษสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
.
หากนับโทษจำคุก รวมกับคดีที่สามของบัสบาส กรณีคดีโพสต์ข้อความอีก 2 ข้อความ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน และยังอยู่ระหว่างฎีกา จะทำให้เขามีโทษจำคุกรวมกัน 50 ปี 6 เดือน
.
สองปีผ่านไป เขายังเหลือโทษจำคุกอีก 48 ปี 6 เดือน และยังไม่รู้ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ จากคดีที่ยังค้างอยู่
.
.
ในช่วงต้นปี 2569 ทนายความเข้าเยี่ยมบัสบาสที่เรือนจำกลางเชียงราย โดยทราบว่าเขายังไม่ได้ถูกจำแนกเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด เนื่องจากยังมีคดีที่ยังไม่สิ้นสุดค้างอยู่.
บัสบาสบอกเล่าถึงความรู้สึกถึงคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เขาได้รับฟังช่วงเดือนธันวาคมว่า รู้สึกผิดหวัง แม้พอคาดหมายได้ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก หรือลดลงเล็กน้อย เขาบอกว่านี่คงคือรสชาติหนึ่งของการออกมาเคลื่อนไหวการเมือง
.
บัสบาสฝากถึงผู้คนภายนอกว่า แม้หนทางในกระบวนการยุติธรรมจะยุติลง อย่างในคดีของเขา แต่คิดว่าการต่อสู้ของเขาและเพื่อนจะไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับคำพิพากษาด้วย
.
“ผมหวังว่าเพื่อน ๆ จะยังต่อสู้เพื่อประเทศนี้ต่อไป โดยไม่ย่อท้อ และมีความหวัง ถ้าขาดความหวัง ประเทศนี้จะไปต่อไม่ได้แน่ ปีใหม่นี้ผมขอให้ทุกคนสู้ ใครถูกจองจำเหมือนกับผม ก็ต้องสู้ไปด้วยกันจนกว่าจะได้รับอิสรภาพ คนที่ต่อสู้อยู่ข้างนอกก็ต้องช่วยกันสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าเราจะเสียอะไรไป แต่ประเทศนี้ต้องไปต่อ”
.
ในด้านสุขภาพ โดยรวมบัสบาสยังแข็งแรง แต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เขามีอาการเจ็บข้อพับของขาขวา ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่ก็ได้กินยาคลายเส้นแล้ว อาการน่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ในส่วนทางจิตใจ เขายังต้องกินยาเรื่องโรคซึมเศร้าอยู่เช่นเดิม
.
เขาแจ้งว่าได้รับจดหมายจากภายนอกฉบับหนึ่งที่ส่งเข้ามา ซึ่งเขาฝากขอบคุณทุกคนในเวลาที่หนักหนาเช่นนี้ จดหมายเหล่านี้ช่วยเป็นกำลังใจได้มาก รวมทั้งช่วยรักษาความหวังเอาไว้ แม้เขาไม่สามารถตอบออกไปได้
.
ในปีที่ผ่านมา บัสบาสทบทวนกลับไป เขาบอกว่ามีเรื่องที่เสียดาย คือการถูกคุมขัง ทำให้ไม่มีโอกาสได้ไปร่ำลาเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไป ไม่ได้ไปเคาะโลงบอกถึงสิ่งที่อยู่ในใจกับเพื่อนคนนี้
.
แม้การถูกของจองจำในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับบัสบาส แต่เขาเล่าว่ากิจกรรมที่ทางเรือนจำจัด ก็ช่วย 'ฮิลใจ' ผู้ต้องขังอยู่บ้าง โดยมีการกินเลี้ยงกันเล็ก ๆ ผู้ต้องขังจะได้กินกับข้าวพิเศษที่ญาติสั่งซื้อเข้ามาให้ผ่านโครงการฉลองปีใหม่ของเรือนจำ และได้แบ่งกับคนอื่น ๆ กิน รวมทั้งบรรยากาศต่าง ๆ ผ่อนคลายคงในช่วงเวลาแบบนี้
.
.
ในต้นปีนี้ บัสบาสยังสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมือง เขาทราบเรื่องการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ แต่บอกว่าไม่ได้ทราบข่าวสารนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองมากนัก.
“การเลือกตั้งครั้งนี้ผมยังหวังว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้ หน้ากระดานการเมืองของประเทศนี้จะเปลี่ยนไป ผมเชื่อแบบนั้น แม้อยู่ในนี้จะไม่ได้รับข้อมูลอะไรมาก แต่ก็มีความหวังกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ครั้งนี้ รวมถึงการผลักดันแก้ไขปัญหาทางการเมือง ออกกฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองด้วย เพื่อให้สังคมนี้ได้มีที่ยืนให้กับคนที่เห็นต่างและหวังดีต่อประเทศนี้”
.
“แต่ผมก็คิดด้วยว่าแม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างที่หวัง แต่ก็เชื่อว่าใน 10 ปี จากนี้ ประเทศนี้จะเปลี่ยนแปลงไป และผมเชื่อว่าจะได้รับอิสรภาพด้วย” บัสบาสกล่าวทิ้งท้าย
.
https://tlhr2014.com/archives/81128
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1291590979478036&set=a.656922399611567