วันอังคาร, มกราคม 27, 2569

ลองจินตนาการดู ถ้าประชามติรัฐธรรมนูญผลออกมา “เห็นชอบให้ร่างใหม่” ไม่ผ่าน อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในบ้านเมืองของเรา สิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจจะเลวร้ายมาก


Yingcheep Atchanont
January 24
·

เขียนมาลองชวนคิดในมุมนี้บ้างนะครับ ถ้าประชามติรัฐธรรมนูญผลออกมา “ไม่เห็นชอบ” เยอะกว่า แล้วมัน “ไม่ผ่าน” สิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจจะเลวร้ายมาก การทุจริตคอร์รัปชั่นมหาศาลกว่าที่เคยเป็นมา ล็อกตายในระบบเดิมแกะยังไงก็ไม่มีทางออก

.
ผมเห็นว่า ที่ผ่านมาฝ่ายที่รณรงค์ให้ “เขียนรัฐธรรมนุญใหม่” เก็บสะสมความรู้ ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ไว้มากมายจนประชาชนเห็นข้อเท็จจริงชัดเจนแล้ว แต่ฝ่ายที่ประกาศว่าจะ “ไม่เห็นชอบ” กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล้วนแต่ใช้ “จินตนาการ” ว่าหากประชามติผ่านได้ จะเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้น เช่น ล้มล้าง ช่วยนักการเมืองโกง ฯลฯ ทั้งที่มันยังไม่เกิด แล้วแนวโน้มก็คือจะไม่เกิดเพราะสว. สีน้ำเงินยังยืนขวางอยู่เต็มๆ เป็นจินตนาการที่ล่องลอยไกลเกินพื้นฐานไปมาก

ผมเลยขอมาลองใช้ “จินตนาการ” บ้างนะครับว่า หากประชามติ “ไม่เห็นชอบ” ชนะหรือได้เยอะมากๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในบ้านเมืองของเรา มันเป็นจินตนาการยังไม่ใช่ความจริง แต่เป็นไปได้มากเลยแหละ ถึงประมาณ 90% อ่านดูแล้วคิดเองได้ครับ ว่าผมจินตนาการเกินเลยไปไหม

.

1. สว. เลือกกกต. และกกต. มาปกป้องสว.

คดีการสอบสวน “โกงเลือกสว.” ที่มีสว. อย่างน้อย 138 คนถูกกล่าวหาพร้อมกัน ความคืบหน้าคือยังอยู่ในมือกกต. ชุดสืบสวนที่มีรองเลขาฯ สั่งฟ้องไปแล้ว แต่กกต. ชุดใหญ่สั่ง “เลื่อน” ไปก่อน และภายในเดือนหน้าช่วงปลายๆ เดือน สว. ก็จะลงมติเลือกกกต. ใหม่อีกสองคน คนหนึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมโยธา อีกคนเป็นอดีตอธีบดีกรมขนส่งทางบก โดยก่อนหน้านี้เลือกมาแล้ว 3 คน พวกเขาจะมาแท็กทีมกัน 5 คนจาก 7 คน ในเดือนมีนาคมหรือเมษายน และสั่งว่า “ไม่ฟ้อง” สว. ที่โกงการเลือกเข้ามา

หลังจากนั้นสว. สีน้ำเงินก็จะอยู่อย่างสบายตัว ก็จะใช้อำนาจต่างๆ ของตัวเอง “ขวาง” ทุกเรื่องต่อไป ไม่มีใครถอดถอนเขาได้ แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นสีส้มหรือสีแดง แต่ก็ไม่อาจรื้อคดีสว. กลับมาได้ ถ้าใครไปรื้อขึ้นมาก็จะโดน “สอย” แบบที่ภูมิธรรมและทวี โดนไปแล้วแต่รอดมาก่อน ถ้าคดีถูกกกต. สั่งให้จบไปแล้วรอบหนึ่ง รื้อใหม่ขึ้นมา สงสัยจะไม่รอดอีกแน่ๆ

.
2. สว. เลือกชุดใหม่ยังไงก็ได้พวกเดิม

คนที่เป็นสว. ตอนนี้จะหมดวาระในปี 2572 ภายในปี 2569 พวกเขาก็จะเลือกกกต. ครบชุด 7 คนจากกรมอะไรสักอย่างที่เก่งด้านการก่อสร้างถนน เขาจะกลับมาสมัครใหม่ไม่ได้อีก แต่กฎหมายไม่ได้ห้ามเขาเอาเพื่อนมาสมัคร คราวนี้ทุกอย่างจะฉลุยทางสะดวก ถ้าใครอยากเป็นสว. ก็วิ่งเข้าไปทำตัว “เป็นมิตร” ในทางหลังบ้านและผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มสีน้ำเงินอันนี้ และขอให้สีน้ำเงินสอนว่า ต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นสว. ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จแบบถล่มทลายมาแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าครั้งต่อไปจะถล่มทลายอีกครั้งหรือเหมาหมดเลย 200 ที่นั่งก็คงไม่ยากเกินไป

ครั้งที่แล้วกกต. ยังไม่ถือเป็นพวกเดียวกัน 100% แต่รอบใหม่ในปี 2572 กกต. ทั้ง 7 คน ก็จะมาจากสว. สีน้ำเงิน 100% แบบเป็นคนใกล้ชิดกันเลยทีเดียว ไม่ว่าใครจะลงแข่งในสนามสว. ก็สู้พวกนี้ไม่ได้ เพราะพวกนี้ทำอะไรไม่ต้องระวังตัว ทางสะดวก จะจัดตั้งกันมา นั่งรถมาด้วยกัน จ่ายตอบแทนผลประโยชน์อะไร ก็ทำได้สะดวก ส่วนคู่แข่งขยับตัวอะไรก็โดนกกต. สอยไปหมดได้ วงจรจะเดินไปแบบนี้เรื่อยๆ ต่อให้จะเลือกสว. อีกกี่รอบก็จะเป็นทายาทของคนกลุ่มนี้ที่เป็นมิตรกันเบื้องหลังเรียบร้อยแล้วตลอดไป …. ไม่มีทางออก

.
3. กกต. จะตกต่ำลงไปอีก

แสวง บุญมี อาจจะเกษียณแล้วมีข้าราชการน้ำดีคนอื่นขึ้นมาเป็นเลขาฯ แต่บอร์ด หรือกรรมการกกต. ก็จะมีที่มาจากสว. โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการจัดการเลือกตั้งอะไรเลย พวกเขาจะทำแบบที่เป็นอยู่ คือ ไม่พยายามทำอะไร ปล่อยเลขาฯ และสำนักงานทำเท่าที่เป็นไปได้ ไม่มีความพยายามใหม่ๆ ไม่มีการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา ไม่มีนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่มีนวัตกรรมให้ประชาชนไปใช้สิทธิได้มาก

แต่คดีที่มีคำร้องจะสั่งเร็ว เพราะกรรมการมีอำนาจในการสั่งได้ ก็แน่นอนว่า พวกเดียวกันก็สั่งช่วยกันได้ พวกตรงข้ามถ้าคอนเนคชั่นไม่ถึง ก็สั่งฟันได้เร็ว
.
4. ป.ป.ช. จะตกต่ำลงไปอีก

สว. สีน้ำเงิน จะทำหน้าที่เลือกคนใหม่มาเป็นป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน แม้ว่าสามคนที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันทุจริตอยู่ในวันนี้จะอยู่ต่อไปหรือไม่ก็ตาม เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจลาออกเอง หรือโดนข้าราชการในสำนักงานขับไล่ หรืออาจมีการยื่นถอดถอนไปที่ศาลฎีกาแล้วมีผู้ไต่สวนอิสระ แล้วถอดถอนได้หรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าพวกเขาออกจากตำแหน่งแล้ว ก็จะสรรหาคนใหม่โดยต้องผ่าน สว. สีน้ำเงินอยู่ดี ดังนั้นถอดถอนได้หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับ ยังไงคนใหม่ก็จะหาคนที่แตกต่างไปจากเดิมได้ยาก

แน่นอนว่า กรรมการป.ป.ช. ก็จะทำหน้าที่เหมือนกันกับกกต. คือ มีหน้าที่ปกป้องคนที่เลือกเขาเข้ามา ถ้าสายเดียวกันกับสว. สีน้ำเงินทำอะไรไม่ถูกต้อง มีข้อกล่าวหาทุจริต ก็ยากที่จะ “ฟัน” พวกเขาได้ เพราะพวกเขามีที่มาไม่เป็นอิสระแล้ว ไม่ว่าจะชื่ออะไร หน้าตาอย่างไร ก็คาดหวังผลการทำงานได้ต่างกัน

.
5. ศาลรัฐธรรมนูญจะตกต่ำลงไปอีก

เราจะไม่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นโควต้าผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ เพราะหาไม่ได้ ไม่มีศาสตราจารย์ที่มียางอายอยากจะมาสมัคร และคนที่สมัครก็จะไม่ผ่านคุณสมบัติ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ที่เป็นประธานศาลอยู่ ก็จะเป็นต่อไป ตอนนี้เกินสิบปีแล้วแต่ก็ยังนานกว่านี้ได้อีก และจะอยู่นานจนมีบารมี เนื่องจากเป็นคนมีความรู้จริงด้วยก็จะมีอิทธิพลกว่าตุลการที่ถูกเลือกมาใหม่ๆ จากสายอื่น ส่วนตุลาการสายนิติศาสตร์ อุดมยังอยู่ได้อีกนาน แต่เมื่อหมดวาระแล้วก็จะหาคนใหม่ยากเช่นกัน เพราะคนดีดีไม่สมัคร ถึงสมัครก็ไม่ผ่านสว. ยกเว้นเขาจะหาคนที่เป็นศาตราจารย์ที่เป็นพวกตัวเองได้ ก็จะสืบทอดตำแหน่งต่อๆกันไป

และแน่นอนว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็จะทำหน้าที่เดิม คือ การตีความขยายอำนาจตัวเองไปเรื่อยๆ ยุบพรรคการเมืองเมื่อไรก็ได้ ตัดสิทธินายกฯ เมื่อไรก็ได้ ให้เปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไรก็ได้ สั่งห้ามเลือกตั้งสสร. สั่งให้ทำประชามติมากมายถึงสามครั้ง นึกจะสั่งอะไรก็สั่งได้หมด ใหญ่ที่สุด และถอดถอนไม่ได้

.
6. เลือกตั้งไปกี่ครั้งก็ไม่มีความหมาย

เนื่องจากกกต. กำลังจะเป็นสีน้ำเงินโดยสมบูรณ์ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นสีน้ำเงินโดยสมบูรณ์ในวันหนึ่ง ป.ป.ช. สตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิ ศาลปกครอง อัยการสูงสุด กสทช. กฤษฎีกา ฯลฯ ที่ถูกเลือกมาโดยสว. สีน้ำเงินก็จะค่อยๆ แลายเป็นสีนย้ำเงินไปทั้งหมด ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง ถ้าไม่ใช่สีน้ำเงินก็อยู่ได้ไม่นาน เป็นรัฐบาลก็เป็นได้ไม่นาน ถ้าสีน้ำเงินเป็นรัฐบาลเมื่อไรก็คือ อยู่ได้ อยู่ไปตลอด ไม่ว่าจะทุจริต หรือทำผิดอะไร กลไกที่มีอยู่ก็ไม่สามารถเอาออกได้ เพราะเป็นสีน้ำเงินไปหมดแล้ว

การเลือกตั้งจะน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าใครชนะการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ หรือเป็นได้ก็ไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ คนก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะเชียร์พรรคการเมืองที่ชอบ ไม่มีแรงจูงใจที่จะออกไปใช้สิทธิ เพราะเลือกไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แม้ใจจะอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแต่ก็ไม่กระตือรือร้น คนจะทยอยหมดหวัง การเมืองจะไม่สนุก จืดลงเรื่อยๆ

7. รัฐธรรมนูญก็แก้ไม่ได้

ระบบที่มาสว. ที่เราไม่เห็นด้วยนี้ เมื่อยื่นขอแก้ไขเป็นรายมาตราไป ไม่ว่ากี่ครั้ง สว. สีน้ำเงินก็จะไม่ให้ผ่าน วิธีไม่ให้ผ่านเขาจะไม่บอกว่า ระบบของเขาดีอย่างไร แต่เขาจะบอกว่าไอ้ระบบที่เสนอมาใหม่นั้นมันชั่วร้ายอย่างไร และไม่ว่าเสนอระบบไหนไปกี่ครั้ง เขาจะต้องหาเรื่องติ หาข้อเสียให้ได้ แล้วมันก็จะไม่มีทางแก้ไขได้เลย

เช่นเดียวกัน ที่มากกต. ที่มาป.ป.ช. ที่มาศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้สว. มีอำนาจสูงสุดในการเลือกใครก็ได้ เมื่อยื่นเสนอแก้ไปกี่ครั้งมันก็จะไม่ผ่านอยู่อย่างนี้แหละ โดยวิธีการเดียวกันคือเขาจะบอกว่า วิธีการแบบใหม่ที่เสนอนั้นชั่วร้ายอย่างไร

แถมให้เลย เดาได้ง่ายๆว่า เขาจะพูดด้วยว่า ประชาชนลงประชามติแล้ว ไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ยังไงเขาก็จะไม่โหวตให้ เราก็จะออกจากระบบนี้ไม่ได้

.
จนกว่าประชาชนทนไม่ไหว
แล้วก็ประท้วงใหญ่
มีความสูญเสีย มีรัฐประหาร หรืออะไรก็ไม่รู้
รัฐธรรมนูญถึงจะเปลี่ยนได้
ซึ่งเราไม่ต้องการวันนั้น

มีทางออกเดียว คือ #8กุมภากาเห็นชอบ จะเลือกพรรคอะไรก็ได้ จะเกลียดส้ม เกลียดแดง ก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ประเทศไทยไปข้างหน้าได้ ต้องกาเห็นชอบก่อน เปิดประตูบานนี้ไว้ก่อน อย่าให้เขาปิดประตูใส่หน้า แล้วทางข้างหน้าจะจัดทำใหม่อย่างไร แล้วจะผ่านสว. ไหม อะไรจะมีโอกาสเป็นไปได้ อะไรมันก้าวหน้าเกินไปจะไปไม่ได้ ก็ค่อยไปว่ากันในประตูบานถัดๆ ไปครับ นี่เป็นโอกาสเดียวจริงๆ ครับ

ขอให้จินตนาการทั้งหมดนี้ของผม เป็นเรื่องเพ้อฝัน มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะประชาชนชาวไทยไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นครับ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=25987244970879483&set=a.164850830212251