วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 30, 2568

⭕“เอกชัย หงส์กังวาน” เล่าถึงการถูกผู้ต้องขังรายอื่นกล่าวคุกคาม ขณะหนังสือขอส่งตัวตรวจติดตามฝีในตับ ผบ.อนุมัติแล้ว


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
November 27
·
“เอกชัย หงส์กังวาน” เล่าถึงการถูกผู้ต้องขังรายอื่นกล่าวคุกคาม ขณะหนังสือขอส่งตัวตรวจติดตามฝีในตับ ผบ.อนุมัติแล้ว
.
.
เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่ “เอกชัย หงส์กังวาน” นักกิจกรรมและผู้ต้องขังทางการเมืองวัย 50 ปี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม รอการตรวจติดตามผลฝีในตับด้วย CT-Scan หลังจากเคยเข้ารับการผ่าตัดระบายหนองไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คำร้องที่ยื่นขอส่งตัวตรวจ หลังจากเอกสารสูญหายก่อนหน้านี้ และต้องยื่นไปใหม่ ก็ทราบว่าได้รับการอนุมัติจาก ผบ.เรือนจำ แล้ว
.
ขณะที่ปัญหาสุขภาพยังไม่คลี่คลาย เอกชัยกลับต้องเผชิญความเสี่ยงใหม่ที่คาดไม่ถึง หลังถูกย้ายแดนอย่างกะทันหันเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เขาถูกคุกคามจากผู้ต้องขังรายหนึ่งที่อ้างตัวเคยเป็นทหารยิงปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดงในปี 2553 และตั้งใจพูดถึงการ ‘ฆ่าคนโดยไม่ผิดกฎหมาย’ ให้เขาได้ยิน ก่อนที่เจ้าหน้าที่เรือนจำจะย้ายผู้ต้องขังรายนั้นไปแดนอื่น เพื่อป้องกันปัญหาต่อไป

.
หนังสือขอส่งตัวรักษา ‘สูญหาย’ ในระบบ
.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 เอกชัยได้รับทราบว่าทนายความยื่นหนังสือขอถึงทั้งโรงพยาบาลราชทัณฑ์และเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อขอให้ส่งตัวเขาไปรับการตรวจรักษา ในวันเดียวกัน เอกชัยเล่าถึงความยากลำบากในการเข้าถึงแพทย์ในเรือนจำแห่งนี้ ที่ต้องใช้เวลารอนานถึง 2-3 สัปดาห์ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เขากำลังเผชิญอยู่
.
กระทั่งวันที่ 7 พ.ย. 2568 เมื่อไปติดตามเรื่องหนังสือที่งานธุรการเรือนจำ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอให้ผู้บัญชาการลงนาม และได้อธิบายขั้นตอนต่อไปว่าเมื่อได้หนังสือกลับมาแล้ว จะส่งเรื่องไปที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อพิจารณาต่อไป
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 เมื่อกลับไปติดตามความคืบหน้าของหนังสือดังกล่าวอีกครั้ง สถานการณ์กลับมีความสับสน เจ้าหน้าที่งานธุรการไม่สามารถหารายการหนังสือได้ ทนายจึงได้ขอเข้าเยี่ยมเอกชัยก่อนแล้วจะกลับมาติดตามอีกรอบ เมื่อเยี่ยมเสร็จ เจ้าหน้าที่แจ้งอีกครั้งว่าถ้าเจอหนังสือแล้วจะติดต่อกลับมา โดยคิดว่าหนังสือน่าจะอยู่ที่ห้องผู้บัญชาการ
.
ขณะที่กำลังจะออกไป พบเจอเจ้าหน้าที่อีกคนพากลับเข้าไปในห้องธุรการอีกรอบเพื่อเช็ครายชื่อ ปรากฏพบเพียงหนังสือของ “ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน” อีกหนึ่งผู้ต้องขังในคดีเดียวกันเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าขอให้ส่งหนังสือมาใหม่อีกครั้ง
.
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2568 ได้ขึ้นไปตามเอกสารที่ห้องธุรการอีกรอบหนึ่ง เจ้าหน้าที่บอกว่าแฟ้มที่ออกมาจากห้องผู้บัญชาการก็ไม่มีเอกสารดังกล่าว ทนายจึงทำหนังสือส่งเข้าไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง
.
ในช่วงปลายเดือน ทราบว่าหนังสือที่ส่งถึงทาง ผบ.เรือนจำ ได้รับการอนุมัติแล้ว พร้อมส่งให้สถานพยาบาลดำเนินการต่อไป
.
นอกจากน้้นในเดือนนี้ เอกชัยยังมีอาการป่วย มีอาการไอค่อนข้างมาก จนค่อย ๆ ดีขึ้นเองในช่วงปลายเดือน และเขายังอยากสื่อสารในเรื่องปัญหาไฟดับบ่อยในเรือนจำ แต่ละครั้งก็ดับนานมาก เช่น ดับตั้งแต่เช้าถึงเย็น และดับแบบนี้หนึ่งเดือนประมาณสามรอบ ตอนเขาอยู่พิเศษกรุงเทพฯ ยังไม่ดับบ่อยขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่เคยทราบว่าทำไมไฟถึงดับ การไฟดับยังก่อให้เกิดปัญหา เช่น การอาบน้ำของผู้ต้องขัง ที่ต้องใช้น้ำจากเครื่องปั้มน้ำ เมื่อไฟดับก็ไม่ทำงาน

.
ไทม์ไลน์ 6 วันใต้เงาคุกคาม ของผู้อ้างว่า ‘ฆ่าคนไม่ผิดกฎหมาย’

ทั้งนี้ในเดือนนี้ นอกจากติดตามเรื่องส่งหนังสือ ยังมีการติดตามข้อเท็จจริงที่ทราบว่าเอกชัยถูกผู้ต้องขังในเรือนจำกล่าววาจาคุกคาม โดยเป็นเหตุการณ์ช่วงตั้งแต่วันที่ 6-11 พ.ย. 2568

วันที่ 6 พ.ย. 2568
.
เป็นวันที่ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 110 ทั้งห้าคน ถูกย้ายแยกแดนจากกัน จากเดิมอยู่ในแดน 6 ทั้งหมด มีเพียง ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ที่ยังอยู่ในแดนเดิม ส่วนเอกชัยถูกย้ายไปแดน 3

การประกาศเรียกชื่อเกิดขึ้นเวลาประมาณ 11.00 น. และได้ย้ายจริงช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง พอมาถึงแดน 3 เจ้าหน้าที่ให้นั่งรอในโรงเลี้ยง จนช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ ขณะที่ผู้ต้องขังกำลังนั่งรอขึ้นห้องกัน เขาได้พบ “เมธี อมรวุฒิกุล” อดีตดาราคนเสื้อแดง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในแดน 3 อยู่แล้ว จึงได้ยกมือทักทายกัน แต่เป็นใกล้เวลาขึ้นเรือนนอนแล้ว จึงได้คุยกันนิดเดียว แต่ในวันหลังจากนั้นได้ตั้งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน

ทั้งนี้บริเวณนั้นมีคนที่ถูกย้ายมาจากแดน 6 ประมาณ 43 คน และคนที่อยู่แดนสามอยู่แล้วราว ๆ 100 กว่าคน

.
วันที่ 8 พ.ย. 2568

เอกชัยลงมากินข้าวโต๊ะเดิม แต่วันเสาร์เป็นเวลาที่เมธีไปซ้อมมวย เอกชัยจึงนั่งเล่นคนเดียว เมื่อโต๊ะว่าง มีผู้ต้องขังรายหนึ่ง สอนดูดวงโหราศาสตร์แบบไทย โดยเปิดสอนวันเสาร์อาทิตย์ มีคนมาเรียน 2-3 คน มานั่งข้างเอกชัย และเขาก็สอนของเขาไป พอสอนเสร็จก็ออกไป
.
วันที่ 9 พ.ย. 2568

วันนี้เมธีไปซ้อมมวยเวลา 9.00-12.00 น. จนเวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ต้องขังที่สอนดูดวงดังกล่าวได้มานั่งที่โต๊ะเดิมที่เอกชัยนั่งอยู่ ในวันนี้นั่งเยื้องกับเอกชัย เริ่มสอนเพื่อนผู้ต้องขัง 1-2 คน

จากนั้นได้พูดกับเพื่อนโดยตั้งใจให้เอกชัยได้ยิน ทำนองว่า “กูเป็นทหารสังกัดกองพัน 33 เมื่อปี 53 เคยยิงเข้าไปในวัดปทุมฯ กูไม่รู้ว่าในนั้นเป็นเขตอภัยทานหรือเปล่า นายกูสั่งให้ยิงก็ยิง กูไม่กลัวหรอก ประกาศภาวะฉุกเฉินยังไงกูก็ไม่ผิด ที่กูเลือกเป็นทหาร เพราะจะได้ฆ่าคนโดยไม่ผิดกฎหมาย”

เอกชัยไม่ได้ตอบโต้อะไรนั่งเฉย ๆ จนเวลาประมาณ 11.00 น. มีคนมากินข้าวเหมือนเดิม เมื่อถึงเวลาเที่ยงเมธีกลับมา เอกชัยจึงเล่าให้ฟัง เมธีบอกว่าผู้ต้องขังคนนั้นไม่ใช่ทหารจริง แต่ขี้โม้ เอกชัยบอกว่าตอนแรกก็คิดจะปล่อยผ่าน คิดว่าพูดลอย ๆ
.
วันที่ 10 พ.ย. 2568

เมื่อเอกชัยเจอเมธีในเช้านี้ เมธีบอกให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่รับทราบเรื่อง แต่เห็นว่าว่าไม่มีหลักฐาน และฝ่ายนั้นก็ไม่ได้พูดใส่เอกชัยโดยตรง จึงยังทำอะไรไม่ได้

.
วันที่ 11 พ.ย. 2568

ตอนเช้าปกติมานั่งกินข้าวกัน เมธีได้เล่าเรื่องที่ภรรยาอาจถูกคุกคาม โดยมีการพยายามติดต่อทางไลน์จากญาติของผู้ต้องขังที่สอนดูดวงรายดังกล่าว เหตุการณ์เกิดขึ้นวานนี้ เอกชัยบอกว่าเมธีดูโมโหมาก ต่อมา เมธีแจ้งเจ้าหน้าที่

ต่อมาได้มีการให้เอกชัยให้ไปร่วมให้ข้อมูลในเรื่องนี้ และให้เพื่อนผู้ต้องขังที่ไปเรียนดูดวงในวันนั้นมาด้วย และมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มีแต่ภาพ ไม่มีเสียง เมื่อสอบถาม ผู้ต้องขังรายดังกล่าวก็ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดแบบนั้น ไม่ได้คุกคามเอกชัย และไม่ได้คุกคามภรรยาของเมธีด้วย

จากนั้นก็มีการถกเถียงกัน โดยผู้ต้องขังรายนั้นปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้สั่งให้ญาติไลน์ไปหาภรรยาของเมธี แต่กลับยอมรับว่าพูดคุกคามเอกชัยจริง เมื่ออยากให้เรื่องจบ ตัวเขาจะย้ายแดนเอง โดยเขายอมรับว่าเคยเรียนนายสิบ แต่เรียนไม่จบ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำเรื่องส่งตัวผู้ต้องขังรายนี้ไปที่ควบคุมกลาง โดยอยากให้แยกย้ายกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่อมาจึงทราบว่าผู้ต้องขังรายนั้นถูกย้ายแดนไปแล้ว

_______________

จดหมาย 2 ฉบับจากเอกชัย การถูกคุกคาม-ถูกจับตา ที่เผชิญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมต้องเผชิญกับการคุกคามที่อาจถึงชีวิตจากผู้ต้องขังที่ผมไม่รู้จักมาก่อน ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักเป็นแหล่ง

การอ้างเป็นทหารจากบุคคลที่ไม่มีอาชีพแน่นอนถือเป็นเรื่องน่าขัน ยิ่งความเชื่อที่ว่าทหารสามารถฆ่าคนแบบไม่ผิดกฎหมายยิ่งน่าขันขิ่งกว่า ทัศนคติแบบนี้น่าจะถูกปลูกฝัง จนทำให้ทหารมักแสดงท่าทีไม่เหมาะสมในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะการแทรกแซงทางการเมือง
.
ตอนนี้เขาถูกย้ายจากแดน 3 ไปแดน 1 ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา หรือ 2 วันหลังจากที่เขาคุกคามผม ซึ่งอาจเหมือนรวดเร็วทันเหตุการณ์ แต่ในความเป็นจริงเวลา 48 ชั่วโมงที่ผมตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย

ขณะที่คำร้องขอพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามผล CT-Scan ที่ยื่นตั้งแต่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ยังคงไม่มีความคืบหน้า

17 พ.ย. 2568
เอกชัย หงส์กังวาน
เรือนจำกลางคลองเปรม
______________________

หลังจากที่ผมถูกย้ายจากแดน 6 มาแดน 3 เพียงครึ่งเดือนมีเรื่องราวเกิดขึ้นหลายอย่างกับผม ตั้งแต่การถูกข่มขู่จากผู้ต้องขังที่อ้างตนเองเคยเป็นทหารที่ร่วมเหตุการณ์สังหารเหยื่อเสื้อแดงในวัดปทุม (ปี 2553) จนมาถึงการกวาดล้างอภิสิทธิ์ของจีนเทาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่สื่อมวลชนบางแห่งเชื่อมโยงถึงข้อมูลของผมที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้
.
กลางปี 2567 ผมเคยโพสต์เฟซบุ๊ก เล่าถึงชีวิตที่หรูหราของแก๊งค์จีนเทาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แดน 4 ซึ่งผมเคยใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาในแดนนี้ (ปี 2566) จนสื่อมวลชนนำเสนอข่าว แต่เพิ่งจะมีการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบเพื่อค้นหลักฐาน จนเป็นเหตุให้ ผบ. ต้องถูกย้ายด่วน
.
น่าแปลกที่สองเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันแถมยังเป็นช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำคลองเปรม จนทำให้ผมถูกจับตามองจากผู้คุมและผู้ต้องขังในที่นี่ หลังจากนี้ผมคงต้องลุ้นจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก แต่สิ่งที่ผมต้องลุ้นยิ่งกว่าคือการยื่นฎีกาและประกันตัว ซึ่งยังไม่รู้เมื่อไหร่เพื่อออกจากที่นี่โดยเร็ว
.
24 พ.ย. 2568
เอกชัย หงส์กังวาน
เรือนจำกลางคลองเปรม

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1254449646525503&set=a.656922399611567
https://tlhr2014.com/archives/80304