วันอาทิตย์, เมษายน 05, 2569

“พรชัย” ทบทวน 2 ปี ถูกคุมขังคดี ม.112 พร้อมสะท้อนปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
16 hours ago
·
“พรชัย” ทบทวน 2 ปี ถูกคุมขังคดี ม.112 พร้อมสะท้อนปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ
.
.
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม พรชัย วิมลศุภวงศ์ ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยในวันที่ 4 เม.ย. 2569 นี้ เขาจะถูกคุมขังในเรือนจำครบ 2 ปีแล้ว จากการถูกพิพากษาโทษจำคุกรวม 12 ปี กรณีถูกกล่าวหาโพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ โดยหากต้องรับโทษเต็ม เขายังเหลือเวลาต้องถูกคุมขังต่อไปอีก 10 ปี
.
.
ปัญหาสุขภาพในเรือนจำ และสถานการณ์ฝุ่นควันอันรุนแรง
.
พรชัยอัปเดตว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา เขามีอาการป่วยอยู่บ้าง แต่ที่เป็นเยอะและนานที่สุดคืออาการผื่นคันจากโรคผิวหนังบนร่างกาย ต้องกินยาเพื่อระงับอาการคันและปวด ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็เป็นอยู่ต่อเนื่องหลายเดือน และไม่รู้จะเป็นอีกไหม
.
“เรื่องนี้ ทำให้ผมน่าจะกินยามากที่สุดในชีวิตเลย แต่ก็ต้องพยายามอยู่ให้ได้” พรชัยบอก
.
นอกจากนั้น ยังเพิ่งทราบข้อมูลว่าในช่วงปีแรกที่เขาเข้าเรือนจำ พรชัยมีอาการปวดฟันกรามล่างซ้าย เขาเคยไปหาหมอฟันในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงก่อนถูกคุมขัง แต่ยังไม่ได้ถอนฟันออก แล้วกลับมาปวดอีกในเรือนจำ และยังไม่สามารถนัดพบทันตแพทย์ได้ เนื่องจากต้องใช้เวลารอ ท่ามกลางความรู้สึกปวดทรมานมาก ทำให้ตัดสินใจถอนออกเอง จนฟันซี่นั้นหลุดออกมา และอาการปวดก็ทุเลาลง
.
ปัญหาความแออัดยังเป็นปัญหาใหญ่ของเรือนจำและส่งผลต่อสุขภาวะ พรชัยบอกว่าแดน 5 ที่เขาอยู่ ตอนนี้มีผู้ต้องขังประมาณ 1,700 กว่าคนแล้ว โดยโรคผื่นคันนี้ก็มีผู้ต้องขังเป็นเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกับเป็นแผลเหวอะหวะ ต้องไปนอนอาบแดดให้แผลแห้ง
.
พรชัยบอกว่าเขาคิดจะลงเรียนต่อ อาจจะด้านรัฐศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ แต่ก็รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนเลย ทั้งความแออัด ทำให้ไม่มีที่เพียงพอต่อการเรียน หรือการเข้าถึงแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทำให้ตอนนี้ยังรอดูเรื่องการย้ายเรือนจำอยู่ เนื่องจากเขาอาจจะถูกย้ายกลับภูมิลำเนาไปที่เรือนจำแม่ฮ่องสอน แต่ก็ยังไม่แน่นอนนัก
.
ปัญหาในช่วงนี้อีกอย่างหนึ่ง คือความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นควันในภาคเหนือ เนื่องจากเรือนจำเชียงใหม่อยู่ในพื้นที่อำเภอแม่แตง ใกล้พื้นที่ป่าเขา ฝุ่นควันเลยหนักเป็นพิเศษ มองออกไปแล้วทึบไปหมด แม้เป็นเวลากลางวัน รู้สึกหายใจไม่สะดวก แสบตา ปวดตา และรู้สึกซึมเศร้าไปกับบรรยากาศ หรือผู้ต้องขังที่ป่วยบางคนก็ดูจะอาการหนักขึ้น
.
พรชัยเล่าว่า ทางเรือนจำพยายามประชาสัมพันธ์ทุกเช้าให้ผู้ต้องขังไม่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้อยู่ใต้อาคารบริเวณเรือนจำ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีกระจกหรือกำแพงกั้น เป็นพื้นที่เปิดอยู่ดี รวมทั้งเรือนจำไม่มีหน้ากากอนามัยแจกด้วย
.
พรชัยให้ความเห็นว่า ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือเกิดมาแทบทุกปี แต่ยังไม่สามารถแก้ไขอย่างยั่งยืนได้เลย อยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐไม่ปล่อยผ่านไปแต่ละปีอีกแล้ว ควรชัดเจนได้แล้วว่าเป็นปัญหาระดับชาติหรือปัญหาระหว่างชาติ ไม่ใช่แค่รอให้มันหายไปเองอีกปี แล้วก็วนกลับมาเหมือนเดิม เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
.
ในเรื่องปัญหาสุขภาพ พรชัยเล่าว่า เท่าที่เขาสังเกตช่วงหลังเรือนจำน่าจะส่งตัวผู้ต้องขังไปโรงพยาบาลมากขึ้น โดยส่งไปที่โรงพยาบาลแม่แตงเป็นหลัก แต่ถ้าป่วยหนัก อาจจะส่งโรงพยาบาลอื่น ๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกราย เนื่องจากปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ
.
.
สองปีของการคุมขัง การพยายามรักษาความหวังและวันเวลาในเรือนจำ
.
ในช่วงสองปีของการคุมขัง พรชัยเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะถูกลงโทษสูงถึง 12 ปี ยังคิดว่าอาจ 2-3 ปี ถือว่าคดีแบบนี้มีโทษที่สูงมาก แต่เขาก็ยังไม่หมดหวัง และพยายามรักษาเรี่ยวแรงเพื่อรอเวลาออกไป โดยอยากออกไปขับเคลื่อนไหวเรื่องปัญหาของกระบวนการยุติธรรมต่อไปด้วย รวมทั้งยังมีความหวังเรื่องการนิรโทษกรรมที่รวมคดีมาตรา 112 เข้าไปด้วย
.
“ผมยังสู้ แม้ว่ารู้ตัวว่าจะต้องติดอยู่ในนี้อีกนาน ผมยังพยายามเขียนหนังสือ และยังมีความหวังว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้สิทธิของตนเต็มที่ การอยู่ในเรือนจำ ทำให้ผมได้รับความรู้และประสบการณ์จากผู้ต้องขังคนอื่น ๆ มากขึ้น บางคนไม่ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการ”
.
พรชัยเห็นว่าปัญหากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องใหญ่ หากจะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วย ทำให้กฎหมายบ้านเมืองพัฒนาขึ้น และไม่เอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม หรือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งทำให้เกิดการกระจายอำนาจ ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง จัดการเงินภาษีของตัวเอง
.
ในเรื่องกฎหมาย พรชัยยังย้ำปัญหาเรื่องการประกันตัวระหว่างพิจารณา โดยเฉพาะในคดีมาตรา 112 ที่มีนักกิจกรรมหรือประชาชนอีกหลายคนถูกขังอยู่ ว่าอยากให้ให้ประกันตัวออกมาเพื่อต่อสู้จนถึงที่สุดและอย่างเต็มที่ก่อน เพราะคดีแบบนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นการแสดงออกหรือแสดงความคิดทางการเมือง ไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง
.
พรชัยย้ำว่าสองปีที่ผ่านไป ไม่ได้มองว่ามันสูญเปล่า เขาได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งพยายามเรียนภาษาอังกฤษ พยายามเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง และความคิดเก็บเอาไว้ แม้ยังไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ทำอะไรต่อ รวมทั้งได้ใช้เวลาให้คำปรึกษาผู้ต้องขังด้านในที่มาปรึกษาเรื่องต่าง ๆ เท่าที่สามารถทำได้ด้วย
.
“ผมยังมีความหวังเสมอว่าผมจะหลุดพ้นจากที่นี่ การอยู่ที่นี่แม้มันจะไม่มีเสรีภาพ แต่ผมไม่ได้อยู่ให้ผ่านไปวัน ๆ แต่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผมรับฟังและช่วยเหลือเพื่อนผู้ต้องขังคนอื่น ถ้าออกไปอยากนำประสบการณ์จากข้างในออกไปสื่อสารเพื่อให้เกิดการพัฒนาสังคม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้น”
.
พรชัยฝากข้อความถึงเพื่อน ๆ ในเรือนจำว่า เขาอยู่ในเรือนจำมาสองปีแล้ว คิดถึงเพื่อน ๆ แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกเสียดายเวลาและโอกาสต่าง ๆ หน้าที่การงานที่เสียไป แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้มแข็ง อาจจะมีบางครั้งที่รู้สึกพ่ายแพ้ แต่เขาอยากให้รักษาความเข้มแข็งไว้ โดยใช้ความเชื่อที่ต่างคนต่างมีอยู่ และอยากให้คิดอยู่เสมอว่า เมื่อมีวันเข้า ก็ต้องมีวันที่เราออกไปได้
.
.
สำหรับพรชัย ปัจจุบันอายุ 42 ปี พื้นเพเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น เขาประกอบอาชีพค้าขาย และได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ทำให้เขาถูกอดีตกลุ่ม กปปส. ไปกล่าวหาคดีมาตรา 112 ไว้ถึง 2 คดี โดยเป็นการแจ้งความคดีทางไกล คือกล่าวหาไว้ที่จังหวัดยะลา และจังหวัดเชียงใหม่ สร้างความลำบากในการเดินทางและค่าใช้จ่ายในการต้องเดินทางไปต่อสู้คดีทั้งในภาคเหนือและภาคใต้
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/82732
.
ย้อนอ่านเรื่องราวชีวิตของพรชัย https://tlhr2014.com/archives/54204

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1355824329721367&set=a.656922399611567