วันศุกร์, มิถุนายน 30, 2560

‘แบล็คฮ้อว์ค’ ๔ ลำ ๓ พันล้านนี่ไม่เหมือน ‘เอดับเบิ้บยู ๑๓๙’ นะ ไม่ติดคดีสินบน ไม่ต้องรอชิ้นส่วนซ่อมบำรุง

เรื่องของ ‘ฮอ’ (Up or Down) ‘แบล็คฮ้อว์ค’ ๔ ลำ ๓ พันล้านนี่ไม่เหมือน ‘เอดับเบิ้บยู ๑๓๙’ นะ ไม่ติดคดีสินบน ไม่ต้องรอชิ้นส่วนซ่อมบำรุง

คราวนี้ ผบ.ทบ.แจงเอง อันนี้เรื่องเก่าติดค้างกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลโอบาม่าโน่นแน่ะ ตอนนั้นประยุทธ์และพวกยึดอำนาจยิ่งลักษณ์ รัฐบาลสหรัฐก็เลยระงับโครงการจัดซื้อแบล็คฮอร์คหนึ่งฝูง ๑๖ ลำเอาไว้ก่อน อันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงจุดยืนประชาธิปไตย ไม่คบเผด็จการ

ตอนนั้นส่งมอบกันแล้ว ๑๒ ลำ ยังขาดอีกสี่ที่ค้างเติ่งมาจนถึงสมัยทรั้มพ์ ซึ่งเดินนโยบายต่างประเทศนอกลู่ ไม่สนเรื่องสิทธิมนุษยชน (ห้ามผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ) ไม่สนทางปฏิบัติของกระทรวงต่างประเทศ ตั้งตาลบล้างผลงานของรัฐบาลที่แล้วท่าเดียว การโทรศัพท์ถึงประยุทธ์ชวนไปเที่ยวกรุงวอชิงตันก็เลยติดปลายนวมมาด้วย

รายการช้อปปิ้งอาวุธอเมริกาที่พูดถึงกันตอนนี้จึงเป็นเพียง ‘jester’ ของรัฐบาลทรั้มพ์แบะท่าว่าเดี๋ยวนี้โอบไหล่ คสช.ได้ไม่แคร์ว่าเป็นเผด็จการ จึง “ได้อนุมัติให้ดำเนินการแล้ว ๔ เครื่อง” ในขอบข่ายของโครงการ ‘ขายอาวุธให้แก่ต่างประเทศ’ (Foreign Military Sales) ธรรมดา

ไม่ใช่ “การช่วยเหลือทางทหาร” เป็นพิเศษอะไรอย่างที่ คสช. อยากให้คนไทยเข้าใจ จะพิเศษก็คงตอนจ่ายเงิน เนื่องจาก “ทยอยซื้อตามการจัดสรรงบประมาณปี ๖๐-๖๒” ผูกพันสามปี ปีละพันล้านขนหน้าแข้งไม่ร่วง


มันต่างกับโครงการจัดซื้อเฮลิค้อปเตอร์ผลิตในอิตาลี ที่เป็นข่าวหลุดออกมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าซื้อมาจอดไว้เฉยๆ สองลำ ซึ่งความจริงส่วนใหญ่ถูกเปิดโดยสำนักข่าวอิศราว่า

โครงการนี้แท้จริงเป็นการจัดซื้อ ‘ฮอ’ ทั้งหมด ๑๒ ลำ ด้วยวิธีการ ‘พิเศษ’ ที่เจ้ากรมขนส่งทหารบกมีหนังสือถึงบริษัท Augusta Westland ของอิตาลีให้ได้โปรดมาเสนอราคาให้ทัพบกไทยพิจารณาหน่อย


การซื้อขายสองลำแรกรุ่น AW 139 สองลำ ราคา ๑,๓๕๐ ล้านบาท เมื่อต้นปี ๕๗ เกิดปัญหาเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าวงเงินสูงกว่าควร ๑๒๐ ล้านบาทนะ แต่เป็นเรื่อง “ส่งของล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา ๕ ครั้ง ๖-๒๕๕ วัน” ตามด้วยปัญหา “ข้อขัดข้องในการเคลมชิ้นส่วน" อีกในปี ๕๘

นั่นเรื่องจิ๊บจ้อย เพราะทุกวันนี้ทัพบกมีฮอสัญชาติอิตาลีของบริษัทออกัสต้าประจำการครบแล้ว ๑๒ ลำ โดยเป็นรุ่น เอดับเบิ้ลยู ๑๓๙ สิบลำ รุ่น เอดับเบิ้ลยู ๑๔๙ อีก ๒ ลำ

สิบลำหลังนี่ซื้อในระหว่างปี ๕๙-๖๐ ผ่านมาราบรื่นดี ถ้าไม่เกิดเสียงนินทาว่า ไรวะ ฮอใหม่จอดไว้เฉยๆ บินไม่ได้ ซ้ำร้ายที่บินไม่ได้น่ะ ไม่ใช่แค่สองลำตามที่มี ‘ข่าวหลุด’

ปรากฏว่าทั้งสิ้น ‘บินไม่ได้’ ๕ ลำ ล้วนแต่เป็นรุ่น AW 139 ซึ่งสามในห้าลำนั้น ‘รอชิ้นส่วน’ เลยไม่ได้บิน อีกสองลำได้บินแล้วแต่เข้าโรงซ่อม

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วสำนักข่าวอิศราถามโฆษกทัพบกว่า “สรุปแล้วมีการจัดซื้อ เฮลิคอปเตอร์ AW 139 ทั้งหมดกี่ลำ ใช้งานได้กี่ลำ และมีกระแสข่าวว่ากำลังจะจัดซื้อเพิ่มอีก ๔ ลำ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”

พ.อ.วินธัย สุวารี ตอบไม่เต็มคำ “ปัจจุบันมีทั้งหมด ๔ ลำ เป็นของกองทัพบก ๒ ลำ และเป็นของสำนักนายกรัฐมนตรีอีก ๒ ลำ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพบกด้วย” ทั่นโฆฯ คงไม่นับที่จอดคาโรงเก็บและที่รอซ่อมมั้ง

“ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีการจัดซื้อเพิ่มอีก ๔ ลำ นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด”


วิญญูชนย่อมกังขา เอ๋ บริษัทผลิตยุทโธปกรณ์อิตาลีนี่เกรดไหน ยูเครนหรือจีน ก็ได้สำนักข่าวอิศราอีกน่ะแหละที่ทำข่าวสืบสวน ไปขุดคุ้ยหาว่าบริษัทออกัสต้า เวสต์แลนด์ น่ะรุ่นไหน

พบว่าเคยเป็นบริษัทร่วมหุ้นอิตาลี-อังกฤษ ตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๓ มาเป็นของอิตาลีล้วนในปี ๒๕๔๗ แล้วยังไปร่วมหุ้นกับบริษัทเบลและนอร์ทรอปกรัมแมนของอเมริกา พลาดได้สัญญาผลิตเฮลิค้อปเตอร์ ‘มารีนวัน’ สำหรับประธานาธิบดีอเมริกันเมื่อปี ๕๖ เพราะเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น

อิศราอ้างข่าวรอยเตอร์ว่า “นายบรูโน่ สปานยอลินี่ ประธานกรรมการบริหารของ Agusta Westland ถูกเจ้าหน้าที่อิตาเลียนจับกุมพร้อมด้วยนายจูเซปเป้ ออร์ซี่ ประธานบริษัทแม่ ด้วยข้อหาคอร์รัปชันกรณีทำสัญญาซื้อขายเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW101 จำนวน ๑๒ ลำ กับกองทัพอากาศอินเดีย”


“โดยมีการกล่าวหาว่ามีการติดสินบนเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนเกือบ ๓,๖๐๐ ล้านรูปี” (แต่รอยเตอร์ว่าแค่ ๔๐ ล้านรูปี ส่วน India today บอก ๑๖ ล้านยูโร)

เรื่องนี้ลงเอยว่า “ศาลอิตาลีตัดสินจำคุกนายออร์ชี่และนายสปานยอลินี่เป็นเวลาสองปี เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๐๑๖ (๒๕๕๙)”

ส่วน “นายทยากี ผู้ดำรงตำแหน่งบัญชาการกองทัพอากาศ (อินเดีย) ณ ขณะนั้น เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นนี้” ถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนกลางของอินเดีย (ซีบีไอ) เข้าจับกุมเมื่อปลายปี ๒๕๕๙ เช่นกัน

นั่นเป็นเบื้องหลังใต้ผิวของบริษัทผลิตเฮลิค้อปเตอร์อิตาลี ที่ทัพบกไทยอุตส่าห์ส่งจดหมายเชิญมาร่วมเสนอขายฮอหนึ่งฝูง ที่ซื้อมาแล้วใช้การไม่ได้ครึ่งหนึ่ง

ทัพบกไทยซะอย่าง เรื่องแบบนี้ทั่นโฆฯ บอกได้ทันใด “ไม่ทราบรายละเอียด”