วันจันทร์, พฤษภาคม 30, 2565

เปิดพฤติกรรมการคุกคามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


No NPO Bill added 4 new photos to the album: เปิดรูปแบบการคุกคามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ.
14h

เปิดพฤติกรรมการคุกคามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เราได้ทำการยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.โดยมี พ.ต.อ. สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับสน.นางเลิ้ง มารับหนังสือเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดการคุกคามเรา และไม่ปิดกั้นการชุมนุมของเราที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ค.นี้ด้วยนะคะ โดยเมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการคุกคามผู้ชุมนุมทั้งตั้งกล้องถ่ายรูปเจาะหน้า มีกล้องขนาดเล็กติดไว้ที่ตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีชายแต่งกายนอกเครื่องแบบยืนอยู่หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความรู้สึกถูกคุกคามและรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยกับพวกเรานะคะ วันนี้เราได้รวบรวมพฤติกรรมการคุกคามมาให้เพื่อนสมาชิกได้เป็นสักขีพยานร่วมกับพวกเราค่ะ และหลังจากที่เราได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว หวังว่าการคุกคามในรูปแบบดังกล่าวนี้และการคุกคามในรูปแบบใดๆ จะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ
อ่านจดหมายที่ยื่นให้ผบ.ตร.ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ
https://www.facebook.com/100586425921040/posts/133279312651751/





No NPO Bill added 4 new photos to the album: ยื่นจม.ถึงผบ.ตร.หยุดคุกคามผู้ชุมนุมและห้ามปิดกั้นการชุมนุม.
16h

ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ร่อนจม.ถึง ผบ.ตร. สำเนาถึงปธ.กสม. และ OHCHR เรียกร้อง ผบ.ตร.ให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดพฤติกรรมคุกคามผู้ชุมนุม หลังวานนี้ พบ ตร.ติดกล้อง Gopro พร้อมกล้องแอบถ่ายขนาดเล็ก รวมถึงกล้องติดเลนส์ซูมเจาะถ่ายรูปผู้ชุมนุม พร้อมยืนยันสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ ตาม รธน. ด้านผกก.สน.นางเลิ้งระบุจะปรับปรุงแก้ไข แต่ไม่รับปากว่าจะหยุดถ่ายรูปผู้ชุมนุม
ที่หน้าองค์การสหประชาชาติวันนี้ (29 พ.ค.) ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนได้ปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 7 โดยวันนี้ขบวนได้ยื่นจดหมายผ่าน พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับ สน.นางเลิ้ง เพื่อนำไปให้ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผ.บ.ตร. พร้อมทั้งได้ทำเสาเนาหนังสือถึง พรประไพ กาญจนรินท์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ชินเทียร์ เวรีโอ ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน และอำนวยความสะดวกให้มีการใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ปราศจากการคุกคามใดๆ เพื่อให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและชุมนุมโดยสันติและปราศอาวุธตามรัฐธรรมนูญได้อย่างปลอดภัยตลอดการชุมนุม
ชูศรี โอฬาร์กิจ ตัวแทนขบวนฯ ได้อ่านจดหมายที่จะยื่นให้กับ ผ.บ.ตร. โดยมีใจความตอนหนึ่งระบุว่าจากการเจรจาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ข้อตกลงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้การรับรองว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบไม่สามารถเข้ามาในบริเวณพื้นที่การชุมนุม และทางขบวนฯ ขอให้เจ้าหน้าที่ห้ามถ่ายรูปจากด้านนอกโดยการถ่ายมาทางพื้นที่ที่ผู้ชุมนุมอยู่และ/หรือถ่ายภาพเจาะจงบุคคลที่มาร่วมชุมนุม รวมทั้งในช่วงที่ขบวนเสด็จผ่านไปเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาอำนวยความสะดวกโดยการยืนหันหน้ามาที่ผู้ชุมนุมให้ย้ายออกไปก่อน หากใกล้เวลาที่มีขบวนเสด็จกลับมาอีก ค่อยกลับมายืนอำนวยความสะดวกอีกครั้ง
แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ หรือบุคคลที่นักปกป้องสิทธิฯ อาจจะเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ
เพราะอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ได้มีการถ่ายรูปจากด้านนอกโดยการหันกล้องเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม รวมถึงการเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งกล้องขนาดเล็กไว้ที่บริเวณหน้าอกจำนวนมาก ซึ่งเราไม่สามารถทราบได้เลยว่ามีการถ่ายรูปผู้ชุมนุมใครบ้าง หรือมีการบันทึกวิดีโอหรือไม่ หรือการที่เจ้าหน้าที่ใช้กล้องถ่ายรูปเลนส์ซูมขนาดใหญ่ อยู่ในป้อมจราจรใกล้กับบริเวณที่มีการชุมนุม แล้วถ่ายออกมา หรือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมเพื่อสอบถามหาคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจะพบหรือติดตามตัว
โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.65) พบว่าเจ้าหน้าที่มีการถ่ายรูปประชาชนที่มาชุมนุมโดยตลอด และมีการติดตั้งกล้องโกโปร (Go Pro) หลายตัวในบริเวณที่มีการชุมนุม ซึ่งทำให้นักปกป้องสิทธิฯ และประชาชนที่มาร่วมชุมนุมรู้สึกไม่ปลอดภัยและถูกเจ้าหน้าที่ละเมิดสวัสดิภาพ ความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถูกคุกคามและเป็นการถูกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะประชาชนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปไปทำไมและจะใช้ในการฟ้องร้องคดีเพื่อกลั่นแกล้งคุกคามประชาชนหรือไม่ ตัวแทนขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนจึงมีข้อเรียกร้องให้ท่านในฐานะผู้บังคับบัญชาดำเนินการดังต่อไปนี้
1. เราขอยืนยันว่าการชุมนุมคือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องอำนวยความสะดวกให้มีการใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและปราศจากการคุกคามใดๆ ตำรวจที่ทำหน้าที่โดยงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนต้องปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ชุมนุมเป็นสำคัญ และป้องกันมิให้ประชาชนตกเป็นเป้าหมายการถูกคุกคาม การใช้ความรุนแรง ถูกจับกุมคุมขัง หรือถูกตั้งข้อหาต่อการที่ประชาชนใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการชุมนุมและแสดงออกโดยสันติ
ขอให้ท่านสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมถึงสายที่ทำงานให้ตำรวจยุติการถ่ายรูปเจาะผู้ชุมนุม ยุติการติดตั้งกล้องโกโปร ยุติการติดกล้องที่บริเวณหน้าอกและหันหน้ามาทางผู้ชุมนุม ถอนกำลังไม่ประชิดพื้นที่ชุมนุมในช่วงเวลาที่ไม่มีขบวนเสด็จ รวมถึงพฤติการณ์อื่นๆ ที่ทำให้ผู้ชุมนุมไม่ปลอดภัยและถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กรณีที่เจ้าหน้าที่จะการถ่ายภาพรวมๆ ของการชุมนุม เพื่อให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ให้เห็นบรรยากาศการชุมนุม เจ้าหน้าที่ควรถ่ายภาพมุมกว้างๆ ซึ่งอาจเห็นหน้าคนบ้าง เป็นภาพบุคคลตัวเล็กๆ ภาพจากไกลๆ เป็นมุมจากด้านหลังของผู้ชุมนุม
2. วันนี้เป็นวันที่ 7 แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถหาคำตอบมาให้ได้ตามข้อตกลง จึงขอให้ท่านเร่งประสานงานและดำเนินการติดตามว่าในการประชุมของคณะรัฐมนตรีได้มีวาระเรื่องเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 หรือไม่ ที่สำคัญคือขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตาม"หลักสากล" และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ต่อการชุมนุมของประชาชน ขอให้ท่านมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในลักษณะกีดขวางคุกคามการชุมนุมของประชาชนทุกรูปแบบ และให้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและเสรีภาพของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนในขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มให้สามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมได้อย่างปลอดภัย และต้องไม่มีการปิดกั้นหรือขัดขวางเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของขบวนฯ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 นี้
โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการชุมนุมเพื่อยืนยันสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ จะไม่มีการดำเนินคดีๆใดกับนักปกป้องสิทธิฯและประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและสิทธิในการชุมนุมอย่างสันติวิธีและปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
นายสมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนขบวนฯกล่าวว่า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้กำกับสน.นางเลิ้งจะเป็นสื่อกลางยื่นหนังสือให้กับเรา ตนคิดว่าวันนี้การอยู่ร่วมกันในพื้นที่จะเป็นไปตามข้อตกลง และเรื่องของข้อเรียกร้องเรื่องการเคลื่อนขบวนของพวกเรา เราก็คิดว่าเราจะได้รับสิทธินั้นโดยชอบและคงไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างทางที่เราเดินไป รวมถึงเรื่องของตำรวจที่จะเป็นสื่อกลางที่จะติดตามกับทางฝ่ายการเมืองให้กับเราในการบรรจุเป็นวาระครม.หรือไม่ในวันพรุ่งนี้
ขณะที่ พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวภายหลังจากรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ในส่วนของการชุมนุมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 กำหนดเอาไว้ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ บุคคลจะถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมไม่ได้เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้อย่างอื่นโดยเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ และเกี่ยวข้องกับความคุ้มครองของประชาชนสาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยดังนั้นการชุมนุมโดยสงบของประชาชนในขณะนี้จึงสามารถทำได้ แต่ตอนนี้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และการรวมตัวกันในลักษณะแออัดและจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคจึงจะทำไม่ได้ การเคลื่อนขบวนเราก็จะมีชุดเจรจามาประสาน มาหารือกับทางแกนนำเพื่อกำหนดแนวทางในการเคลื่อนขบวนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยสร้างความกระทบให้กับประชาชนน้อยที่สุด แสดงออกได้แต่ต้องไม่กระทบกับประชาชนทั่วไป ในส่วนของทางแกนนำที่ต้องการให้เราประสานกับทางการเมืองเสนอข้อเรียกร้องของทางกลุ่มให้เข้าสู่วาระการประชุมตำรวจก็นำเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนเรื่องการถ่ายรูปที่กลุ่มผู้ชุมนุมกังวลเราก็จะนำเรื่องไปปรับปรุงแก้ไข เราติดกล้องและถ่ายภาพตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ไม่ได้ต้องการที่จะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือรู้สึกอึดอัด ซึ่งในการชุมนุมก็จะมีกลุ่มบุคคลที่จะแฝงตัวเข้ามาเพื่อทำให้เกิดความไม่สงบ หรือก่อเหตุให้เกิดสถานการณ์บานปลาย ซึ่งสิ่งไหนที่ทำให้พี่น้องไม่รู้สึกไม่สบายใจตนก็นำเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ประชาชนสบายใจ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยอยู่ร่วมกันได้และไม่ให้เกิดความวุ่นวาย




ดูก่อนอานนท์ ก่อนที่เธอจะอ้าปากพูดอะไร ควรศึกษามาก่อนให้ถ่องแท้ อาจารย์โง่เป็นเรื่องผิดปรกติ แต่ถ้าอาจารย์โง่แล้วอวดฉลาด ถือว่าวิปริตเลยน่ะอานนท์


Somrit Luechai
17h

ดูก่อนอานนท์
ก่อนที่เธอจะอ้าปากพูดอะไร
ควรศึกษามาก่อนให้ถ่องแท้
เลขที่เธอว่าเลขไทยนั้น
ความจริงเป็นเลขเขมร
ไทยเอามาใช้จนเข้าใจว่าเป็นเลขไทย
ส่วนเลขที่ใช้กันในสากลประเทศนั้น
ก็ไม่ใช่เลข"อารบิก" ของพวกอาหรับ
หากเป็นเลขของอินเดียที่พวกอาหรับเอาไปใช้
แล้วฝรั่งเอาไปใช้ต่อ
เลยเข้าใจว่าเป็นเลขอารบิกหรือเลขของพวกอาหรับ
ปัจจุบันเขาเรียกใหม่เป็น
Indo arabic numerals
ดูซิฝรั่งเขายังให้เกียรติเจ้าของเดิม
เราก็ควรทำตามฝรั่งที่มีอารยะย้าง
เธอต้องศึกษาให้มากๆ
เปิดตาให้กว้างๆ
เปิดหูให้กว้างๆ
แล้วหุบปากซะ
นักศึกษาโง่เป็นเรื่องปรกติ
อาจารย์โง่เป็นเรื่องผิดปรกติ
แต่ถ้าอาจารย์โง่แล้วอวดฉลาด
ถือว่าวิปริตเลยน่ะอานนท์
.....
ตลอดวันนี้ เพจของพรรคไทยภักดี เผยแพร่ความเห็นของนักวิชาการ และสมาชิกพรรค ที่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการรณรงค์เลิกใช้เลขไทย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเลขไทย เริ่มใช้สมัยสุโขทัย โดยดัดแปลงจากเลขเขมร-อินเดียใต้

29 พฤษภาคม 2022
บีบีซีไทย

หลังจากมีผู้ไปตั้งแคมเปญรณรงค์ใน www.change.org ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทยแทนตัวเลขไทย โดยอ้างเหตุผล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล ทำให้เกิดการออกมาถกเถียงของกลุ่มที่เราอาจแบ่งได้ว่า ระหว่าง "ฝ่ายอนุรักษ์นิยม" และ "ฝ่ายก้าวหน้า"

แคมเปญนี้ ตั้งขึ้นมาสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2565 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กทม.) ของกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศผลนับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ด้วยตัวเลขไทย อีกทั้งยังเป็นไฟล์พีดีเอฟ ส่งให้กับสื่อมวลชน ซึ่งสื่อที่นำมาใช้งานต้องมาพิมพ์เป็นเลขอารบิกอีกต่อหนึ่ง

นักประวัติศาสตร์ไขปริศนานายกฯ "ชาติไทยมีมาเกือบ 1,000 ปี"
ห้องที่ล็อกถาวรในทัชมาฮาล เก็บงำความลับอะไรไว้
กัมพูชารุกทวงโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์อังกฤษ

นายปฏิพัทธ์ สุสำเภา ผู้ก่อตั้งบริษัทโอเพ่นดรีม ผู้ตั้งแคมเปญนี้ใน change.org ให้เหตุผลถึงการเริ่มต้นการรณรงค์ว่า การใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเพื่อการคำนวณเป็นการขัดขวางความเจริญของงานประมวลผลเอกสารดิจิทัลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงต้องได้เวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้เลขไทยให้ถูกที่ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

"ผลของการการใช้งานอย่างบ้าไม่บันยะบันยังไม่รู้กาลเทศะนั้น ทำให้เกิดการใช้เลขไทยที่วิปริตผิดที่ผิดทางในเอกสารราชการกันเป็นอย่างมาก เช่น คำว่า ๕G, Windows ๑๐ หรือแม้กระทั่ง URL ที่ใช้งานไม่ได้จริง"

หลังจากเรื่องนี้เป็นกระแสในโซเชียล ทำให้มีผู้ออกมาแสดงความเห็นหลากหลาย เช่น น.ส. สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียนและนักแปล โพสต์บนเฟซบุ๊กว่าสนับสนุนแคมเปญนี้ เพราะเห็นว่า "คุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนที่ต้องวิเคราะห์หรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลของรัฐจะดีขึ้นมาก"

ขณะที่เฟซบุ๊กของพรรคไทยภักดี โพสต์ภาพของ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณาจารย์สถาบันทิศทางไทย พร้อมกับโควตคำพูดว่า "จะได้ใช้เลขไทย จบนะ" พร้อมกับตัวเลขไทย 1-10 โดยที่ในมุมด้านซ้ายมีโฆษณาขายเสื้อพรรคไทยภักดีในราคาที่เขียนเป็นเลขอารบิก ก่อนมีการเปลี่ยนภาพใหม่โดยใช้เลขไทย

ความเป็นมาของเลขไทยที่ใช้ในหนังสือราชการเกิดมาในยุคไหน และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเลขไทยมีอะไรบ้าง

เลขไทยมีที่มาจากเลขเขมรและเลขอินเดียใต้

ประวัติการเกิดขึ้นของตัวเลขไทยที่ใช้กันในปัจจุบัน วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 เดือน ม.ค.-มี.ค. 2545 ระบุว่า อักษรไทยและตัวเลขไทย พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงริเริ่มนำมาใช้เป็นภาษาของชาติไทย ทรงนำอักษรขอม (เขมร) มาดัดแปลง และมีวิวัฒนาการเรื่อยมาตามยุคสมัยจนถึงแบบกันที่ใช้ในสมัยนี้

วารสารราชบัณฑิต ระบุด้วยว่า เช่นเดียวกับตัวเลขอารบิกที่ชาวตะวันตกนำไปใช้ ก็มีต้นตอจากอินเดียและมีวิวัฒนาการจนมีรูปสัณฐานดังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ชาวขอมที่เป็นต้นตำรับภาษาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นกลุ่มนักปราชญ์ชาวอินเดียที่อพยพหนีภัยการเมืองเข้าไปอยู่ในประเทศเขมรหรือกัมพูชาในปัจจุบัน และบางกลุ่มได้เข้าไปอยู่ในดินแดนประเทศไทย ดังนั้น ตัวเลขไทยและตัวเลขอารบิกในปัจจุบัน จึงมีต้นตออักษรตัวเลขชุดเดียวกันคือ จากอักษรเทวนาครี



สระ วรรณยุกต์ และตัวเลข สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ.ศ. 1835 ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์จารึกในประเทศไทย ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

ข้อถกเถียงทางวิชาการเกี่ยวกับที่มาของเลขไทย นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ยังเคยสืบค้นไว้ว่า เลขโบราณใน "จารึกเขมร" สมัยก่อนเมืองพระนคร ซึ่งมีรูปแบบตัวอักษรที่รับมาจาก อักษรอินเดียใต้ (หรืออักษรสมัยราชวงศ์ปัลลวะ) ได้วิวัฒนาการเป็นเลขเขมรสมัยเมืองพระนคร และจากเลขเขมรโบราณสมัยเมืองพระนคร ก็ส่งอิทธิพลต่อเลขไทยสมัยสุโขทัย ซึ่งปรากฏในจารึกพ่อขุนรามคำแหง

ผู้เขียนอธิบายด้วยว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ก็น่าจะสรุปได้ว่า "เลขอินเดียใต้ (ราชวงศ์ปัลลวะ)" เป็นที่มาของเลขที่ใช้ในดินแดนอุษาคเนย์ทั้งหมด รวมทั้งเลขที่ใช้ในอาณาจักรทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทย

ต่อมาเลขอินเดียใต้ได้วิวัฒนาการกลายเป็นเลขเขมรโบราณสมัยเมืองพระนคร เป็นลักษณะเฉพาะ แล้วจากนั้นจึงส่งอิทธิพลมายังเลขไทยสมัยสุโขทัย จากนั้นจึงกลายเป็นเลขไทยในปัจจุบัน ด้วยการอธิบายตามวิวัฒนาการของรูปแบบตัวอักษร (Palaeography) ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ส่งเสริมให้ใช้ในเอกสารราชการเมื่อปี 2543 สมัยรัฐบาลชวน

หลักฐานของใช้ตัวเลขไทยในเอกสารหนังสือของราชการ มาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2543 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ซึ่งขอความร่วมมือให้ส่วนราชการไทยใช้เลขศักราชเป็นเลขปีพุทธศักราชในกิจกรรมทุกด้านของหน่วยงานราชการ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้เลขไทย


คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยนั้น โดยระบุว่า เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชนชาวไทยในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ของชาติ เพื่อมิให้วัฒนธรรมต่างชาติครอบงำ



"ได้มีการพิจารณาศึกษาการใช้เลขศักราชของหน่วยราชการที่มีการใช้เลข 2000 กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เนื่องจากมีกระแสวัฒนธรรมต่างชาติครอบงำ กิจกรรมแทบทุกด้านของภาคเอกชนมีการใช้เลขศักราชเป็น 2000 เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อันอาจจะส่งกระทบต่อเอกลักษณ์ของไทยในอนาคต จนกลายเป็นปัญหาที่จะแก้ไขได้ยาก" ข้อความจาก กมธ. การศาสนาฯ ที่ส่งไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ เมื่อ 16 ก.พ. 2543

เอกสารบันทึกมติ ครม. ปีดังกล่าว ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้พุทธศักราชหรือ พ.ศ. ด้วยว่า เกิดจากพระราชดำริและพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามประกาศวิธีนับวันเดือนปี ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก 131 เป็น พ.ศ. 2455 ต่อมามี พ.ร.บ. ปีประดิทิน พ.ศ. 2483 ใช้บังคับก็ยังคงใช้เลขปีศักราชเป็นปี พ.ศ. ต่อไป

ส่วนการใช้ พ.ศ. ในการออกหนังสือราชการทั่วไป เริ่มใช้เมื่อปี 2526


มีข้าราชการร้องเรียนเมื่อปี 2554

ระบบห้องสมุดเอกสารสาธารณะอ้างอิงเพื่อการพลิกโฉมรัฐบาลไปสู่ดิจิทัลของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บันทึกว่า หลังจากมีมติ ครม. ให้ใช้ หน่วยราชการจึงให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ก็สร้างปัญหาให้กับเอกสารหลายลักษณะ เช่น การใช้เลขไทยผสมกับคำภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศไทย เช่นคำว่า ASEAN+๖ หรือ การใช้เลขไทย กับข้อมูลในกระดาษทำการ (Spreadsheet) อันส่งผลให้ระบบประมวลผลเกิดความผิดพลาด

ข้าราชการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายหนึ่ง ร้องเรียนเข้าไปยังระบบสอบถามข้อมูลออนไลน์ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน มี.ค. 2554 เกี่ยวกับปัญหาการใช้เลขไทย ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เช่น ตารางข้อมูลตัวเลข คำเฉพาะ การเซ็นชื่อของผู้บังคับบัญชาที่ลงตัวเลขอารบิกแล้วถูกธุรการกลับไปแก้ใหม่ รวมทั้งความชัดเจนเรื่องเอกสารแนบ

ระบบข้อมูลของสำนักนายกฯ ได้ชี้แจงว่า การใช้เลขไทยในหนังสือราชการนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละส่วนราชการ ในบางกรณีตัวเลขไทยอาจไม่เอื้อต่องานบางประเภท เช่น งานการเงิน งานวิเคราะห์ตารางตัวเลข หรืองานที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศ ส่วนราชการก็สามารถพิจารณาใช้เลขอารบิกได้ โดยไม่เป็นการบังคับว่าส่วนราชการจะต้องใช้เลขไทยอย่างเดียวเท่านั้น

สถาบันทิศทางทุย จะใช้เลขจากเขมร ! เชิน !!



พรรคไทยภักดี
18h
จะใช้เลขไทย จบนะ!
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
.
ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
คณาจารย์สถาบันทิศทางไทย
...
Budsaba Nadii
11h
ตัวเลขสมัยใหม่ เพิ่มความอ่อนช้อยงดงามมากขึ้น

.....
น้องบอยดูหุ้น
@NongBoyDooHoon
อนุรักษ์ สืบสาน ภาษาไทย ผมขอให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเปลี่ยนภาษาในสตรีมมิ่ง เพื่อให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติได้ซึมซับวัฒนธรรมอันดีงามนี้


ถ้ากระดานตลาดหุ้นเป็นแบบนี้หมดนะ RIP คับ
@Merice14585245
.....

I’m from Andromeda
8h
อย่าคิดว่าทุกคนที่มีคำนำหน้าว่าดร.จะฉลาดเสมอไป อย่าไปให้คุณค่ากับสิ่งที่นำหน้าชื่อของเรามากนัก
“Never confuse education with intelligence, you can have a PhD and still be an idiot.”
ริชาร์ด ฟิลลิปส์ ไฟน์แมน (Richard Phillips Feynman) นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน หนึ่งในนักฟิสิกส์ ที่ทรงคุณค่าและมีอิทธิพลมากที่สุดของคริสต์ศตวรรษที่ 20

นายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ร้อง กกต. เอาผิด 'ชัชชาติ' รู้มั้ย คนร้องเรียนว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องรับผิดชอบข้อฟ้องร้องของตนเองด้วย กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ร้องได้เรื่อยเปื่อย

ภาพจาก คมชัดลึก

Siripan Nogsuan Sawasdee
7h  

คนร้องเรียนว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องรับผิดชอบข้อฟ้องร้องของตนเองด้วย กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ร้องได้เรื่อยเปื่อย
หากพบว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เพื่อไม่ให้มีการประกาศผลเลือกต้ัง มีโทษจำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสน และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น 20 ปี
(มาตรา 118 วรรค 2 พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562)

เรื่อง 112 ชัชชาติพูดได้ดีกว่าทักษิณอยู่นะ


ภาพจากเน็ต
...
สุรพศ ทวีศักดิ์
9h ·

ชัชชาติพูดได้ดีกว่าทักษิณอยู่นะ เขาบอก "...แล้วเดี๋ยวก็มีขั้นต่อไป" แต่ทักษิณไม่พูดว่าจะมีขั้นต่อไป (ที่แย่ยิ่งกว่าคือคนที่ปกป้องการไม่แตะ 112 ของทักษิณ)


Thrapong Wisetthawan
ชช พูดแบบ พท ณ โมงยามที่เหล็กกำลังร้อนของผู้ว่ากทม. การสะสมชัยชนะสำคัญกว่าการเล็งผลเลิศทางความคิด ...

Budsaba Nadii
ตามที่สังเกตุแทบไม่เคยได้ยินทักกี้ใช้คำว่า "พวกเรา" ในการพูด ซึ่งดูเหมือนว่าเขามองตัวเขาเองเดินทางคนเดียวทางการเมืองและเขาพร้อมที่จะตัดสินใจเองคนเดียวได้ทุกเรื่อง และการที่เขาไม่กล้าแตะพวกเทวดาก็คงเพราะถูกจิตใต้สำนึกเกี่ยวกับบุญคุณและการเป็นคนดียึดเป็นตัวประกัน

ชัชชาติตอบคำถามเรื่อง พื้นที่การชุมนุม เรื่องยกเลิก 112 และการเคลื่อนไหวของราษฏร! งานราษฏร market 29 พ.ค.65

Friends Talk
11h ·

ชัชชาติตอบคำถามเรื่อง พื้นที่การชุมนุม เรื่องยกเลิก 112 และการเคลื่อนไหวของราษฏร!
ที่สวนครูองุ่น มาลิก งานราษฏร market วันที่ 29 พ.ค.65
#ชัชชาติ #ราษฏร #ปนัสยา #รุ้ง

"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เผยความรู้สึก หลังตอบคำถาม "รุ้ง" เรื่อง ม.112 เจ้าตัวเผย ขอบคุณรุ้งที่ตั้งคำถาม พร้อมยันสามารถถามได้ทุกคำถาม




สำนักข่าวราษฎร - Ratsadon News
5h

"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เผยความรู้สึก หลังตอบคำถาม "รุ้ง" เรื่อง ม.112 เจ้าตัวเผย ขอบคุณรุ้งที่ตั้งคำถาม พร้อมยันสามารถถามได้ทุกคำถาม
ตามที่ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2565 ที่สวนครูองุ่น ซอยทองหล่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินทางมาร่วมกิจกรรมตลาดนัดราษฎร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดทำขึ้นเป็นตลาดขายสินค้าของนักกิจกรรมทางการเมือง และประชาชนทั่วไป โดยชัชชาติ ได้ร่วมเดินซื้อของ และได้ขึ้นเวทีพูดถึงนโยบายการจัดพื้นที่ชุมนุมให้ประชาชน นั้น
.
ช่วงหนึ่ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร ได้ชูมือขึ้นถามคำถามว่าอาจารย์คิดเห็นอย่างไรกับการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112
.
โดย ชัชชาติ ตอบว่า อย่านำกฎหมายมาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก จริงๆกฎหมายมีมานาน แต่ถ้าเอามาเป็นเครื่องมือ ตนมองในแง่ของผู้บริหาร การบริหารจะต้องมีความละมุนละม่อมในระดับหนึ่ง ต้องมีวิธีการค่อยๆ ปรับ การจะยกเลิกมาตรา 112 จะกลายไปเป็นอีกขั้วหนึ่ง
.
“ต้องเริ่มจากการไม่เอามาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง แล้วค่อยๆ พัฒนาไป เราผู้บริหารจะต้องมีวิธีในการสื่อสาร อย่างผม ผมก็อดทนมา 8 ปีเหมือนกัน แต่เราต้องมียุทธศาสตร์ในการเดิน ภาษาอังกฤษประโยคหนึ่งบอกว่า การแก้แค้นที่ดีที่สุดคือทำตอนที่เย็นแล้ว อย่าไปเอาความโกรธความแค้นมาทำ หากมียุทธศาสตร์ในการเดิน เวลาจะอยู่ข้างพวกเราการยกเลิก 112 ในความเป็นจริงไม่ง่าย แต่ขออย่านำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง”
.
เมื่อการตอบคำถามดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การถามคำถามของรุ้ง ปนัสยาโดยเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ว่า "ขออนุญาตชี้แจงว่าคำถามที่ถามอ.ชัชชาติวันนี้ หนูไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรเลย และไม่ได้ต้องการโจมตีหรืออะไร แต่เป็นการถามอย่างซื่อๆ เลยค่ะ แค่อยากรู้ว่าอ.คิดเห็นยังไงเท่านั้นเพราะไหนๆ ก็มาถึงตลาดนัดราษฎรแล้ว ตอนอ.พูดจบหนูก็ยิ้มให้ และขอบคุณอ.มากๆ ที่ตอบคำถามตามที่อ.คิดค่ะ"
.
ล่าสุด เวลา 22.42 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ตอบกลับผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ขอบคุณรุ้งที่ตั้งคำถามให้ผมที่สวนครูองุ่นนะครับ เราไม่เคยเจอกัน ในใจยังคิดว่าใช่รุ้งหรือเปล่า ดีใจที่ได้เจอนะครับ บรรยากาศสบายๆคุยกันเหมือนพี่น้องคุยกัน ถามได้ทุกคำถามครับ
.
จากนั้น รุ้ง ปนัสยา ได้ตอบกลับด้วยว่า ขอบคุณมากเลยค่ะอาจารย์ที่ตอบคำถามหนู ชื่นชมอาจารย์และให้กำลังใจนะคะ


วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2565

ความเปลี่ยนแปลงจากผู้ว่า กทม. ‘รูปธรรมจับต้องได้’ ไม่แค่เห็น 'ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง' ที่กลายเป็น 'ล้างผลาญงบประมาณ'

นี่ละรูปธรรมของการที่ประชาชนเปลี่ยนแปลงการเมืองจากคูหาเลือกตั้ง “ขนาด กกต.ยังไม่รับรอง อ.ชัชชาติ เรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวกแล้ว” Tha iLaw (ถา ไอลอว์) @tha_ilaw ให้ข้อสังเกตุที่ตรงใจเสียงส่วนใหญ่ใน กทม.

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้แก่ “๑.รถสุขามาอำนวยความสะดวกม็อบ ๒.พื้นถนนผุพังได้รับการแก้ไขในเร็ววัน (และ) ๓.มีพื้นที่นำร่องแจกผ้าอนามัยฟรีสำหรับนักเรียน” โดยเฉพาะข้อสามนั่นมีคอมเม้นต์เสริมน่าฟังจาก ทะลุแก๊ซ - Thalugaz @thalugazzz

“การแจกผ้าอนามัยเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว ที่ไม่ได้ยั่งยืนเท่าการมีสวัสดิการ #ผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า แต่หวังว่าผ้าอนามัยเหล่านี้จะช่วยให้บางคนประหยัดค่าใช้จ่าย เหลือเงินเก็บไว้ซื้ออาหารหรือมีค่ารถกลับบ้าน” นอกเหนือจากคุณประโยชน์ที่ ชัชชาติป่าวไว้

“ผ้าอนามัยคือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้มีประจำเดือนทุกคน พวกเรามีนโยบายที่จะนำร่องจัดหาผ้าอนามัยให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. อีกหนึ่งก้าวที่จะทำนโยบาย ๒๐๐+ ข้อ ให้เป็นจริง” เริ่มแล้วเมื่อวานที่เขตบางขุนเทียน

อย่างไรก็ดี เรื่องการรับรองผลเลือกตั้งที่ชาวบ้านทวงถามกันมากว่าอาทิตย์ ในที่สุดได้เวลา กกต.เสนอรายงาน เข้าสู่ที่ประชุมพิจารณา ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ในวันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภานี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาวิน

คะแนนที่เขาได้รับ ๑,๓๘๖,๒๑๕ เสียง ส่วนการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพฯ นั้นจะเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยได้ สก. ๒๐ คน ก้าวไกล ๑๔ คน ประชาธิปัตย์ ๙ คน กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ๓ คน พรรคพลังประชารัฐ และไทยสร้างไทย รายละ ๒ คน

น่าจับจ้องผลประชุม กกต.จันทร์นี้ตรงที่ กกต.แจ้งว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับผู้สมัครต่างๆ รวม ๒๔ คำร้อง โดยเป็นการร้องเรื่องชัชชาติ ๒ กรณี คือที่ศรีสุวรรณ จรรยา ร้องไว้ว่าการทำป้ายหาเสียงไวนิลชนิดใช้ซ้ำได้ เข้าลักษณะแจกของเป็นช่องทางซื้อเสียง

อีกเรื่องเกี่ยวกับการหาเสียงของชัชชาติ “ระบุเนื้อหาทำนองว่า ระบบราชการอาจจะส่งผลต่ออุปสรรคการปฏิบัติงาน เพราะมีขั้นตอนเยอะ” ผู้ร้องกล่าวหาว่านั่นเป็นการดูถูกระบบราชการ ซึ่ง กกต.ให้ความเห็นต่อคำร้องไว้เลยทันทีว่า

“เบื้องต้นกรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง และยังไม่สามารถระบุได้ว่าตรงกับข้อกฎหมายใด” ทำให้คาดหมายได้ว่าข้อหานี้อาจจะยกฟ้อง ต่างกับคำร้องของ ศรีที่ กกต.ไม่มีคอมเม้นต์ล่วงหน้า ปล่อยให้ลุ้นกันไปจนถึงบ่ายโมงวันจันทร์

แต่ไม่ต้องลุ้นตรงที่ขณะนี้ทีมงานของชัชชาติได้ทำการยื่นฟ้องต่อศรีสุวรรณกลับไปแล้ว ว่านักร้องคนนี้ประพฤติก่อกวน กล่าวหาโดยไม่สมเหตุสมผล เพียงต้องการสร้างความเสียหายโดยไม่เป็นเรื่อง ทีมงานบอกว่าต้องรับโทษถึงที่สุด ไม่มีรอมชอม

อนึ่ง ชัชชาติได้จัดตั้งทีมงานบริหารของเขาครบหมด ๓ กลุ่มแล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผู้ว่าฯ คนใหม่ และ สก.๕๐ เขต อันที่จริงทีมงานบางคน ได้แก่รองผู้ว่าฯ และเลขานุการผู้ว่าฯ ได้ลงพื่นที่รายวันพร้อมกับชัชชาติกันแล้ว

(รองผู้ว่าฯ ๒ คน คือ จักกพันธุ์ ผิวงาม และ วิศณุ ทรัพย์สมพล เลขานุการฯ คือ ภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยเลขาฯ คือ ณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ กำลังสำคัญอีกสี่คนคือที่ปรึกษา ได้แก่ ต่อศักดิ์ โชติมงคล พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ และ วิลาวัลย์ ธรรมชาติ)

การลงพื้นที่รายวันของชัชชาตินี่จัดว่าเป็น รูปธรรมจับต้องได้(ไม่แค่เห็น) ไม่ว่าจะเป็นการตรวจส้วมสวนจตุจักร หรือการลุยเข้าไปในที่รกร้างว่างเปล่าใจกลางเมือง เริ่มต้นแก้ปัญหาราชาที่ดินปลูกกล้วย น่าจะเป็นนิมิตหมายว่า ประชาธิปไตยกินได้ กำลังมา

เห็นหรือยังความต่าง เมื่อการ 'ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง' กลายเป็นการ 'ล้างผลาญงบประมาณ'

(https://www.posttoday.com/politic/news/684305 และ https://www.matichon.co.th/politics/news_3371541) 

เหตุผลที่ควรเลิกใช้เลขไทย ในเอกสารทางการ อ่านแล้วใครเห็นด้วย ช่วยกันแคมเปญ ตัวอย่างความวิปริตผิดที่ผิดทาง เช่น คำว่า ๕G, Windows ๑๐ หรือแม้กระทั่ง URL ที่ใช้งานไม่ได้จริง https://example.com/?passcode=๔๐๙๒๑๑ - ช่วยกันหยุดความเป็นไทยจ๋า !



ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทย เพื่อความพัฒนาในด้านดิจิทัล

Keng Susumpow started this petition

ในฐานะคนทำงานด้านดิจิทัล ที่ต้องประสานงานกับภาครัฐ และในฐานะประชาชนหนึ่ง ผมขอเสนอข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น และระดับประเทศให้ปรับมาใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการเป็นหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และเป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล

การใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเพื่อการคำนวณเป็นการขัดขวางความเจริญของงานประมวลผลเอกสารดิจิทัลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงต้องได้เวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้เลขไทยให้ถูกที่ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

เหตุผลการการ “ส่งเสริม” นี้ก็ไม่ได้เริ่มจากการอยากให้ใช้เลขไทยด้วย แต่เริ่มจากข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2543 [1] ที่พบว่ามีการใช้ปี ค.ศ. 2000 กันแพร่หลายในหน่วยงานราชการ เช่น ไอที 2000 มหกรรมการศีกษา 2000 เขาก็เป็นห่วงกันว่า หากราชการยอมรับการใช้เลข 2000 แล้ว “...ย่อมจะส่งผลกระทบต่อเอกลักษณ์ของไทยจนกลายเป็นปัญหาที่จะแก้ไขได้ยาก”

ซึ่งตอนนั้นมันปี ค.ศ. 2000 สหัสวรรษใหม่ ใครๆ ก็ตื่นเต้นหรือเปล่าวะ...

มันเลยเป็นต้นเหตุคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2543 [2] ที่จะ “กำชับ” ให้หน่วยงานใช้ พ.ศ. แทน ค.ศ. แล้วก็ "แทรก" ให้ “ส่งเสริม” การใช้เลขไทย เพราะอยาก “...อนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติและเป็นสิ่งที่ควรหวงแหน เพราะปัจจุบันภาษาที่เหลืออยู่ในโลกมีไม่มากนัก...” ซึ่งหลังจากนั้นทุกหน่วยงานก็เริ่มใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัล อย่างบ้าคลั่ง เห็นได้จากคำบ่นของข้าราชการท่านหนึ่งเมื่อปี 2554 [3]

ผลของการการใช้งานอย่างบ้าไม่บันยะบันยังไม่รู้กาลาเทศะนั้น ทำให้เกิดการใช้เลขไทยที่วิปริตผิดที่ผิดทางในเอกสารราชการกันเป็นอย่างมาก เช่น คำว่า ๕G, Windows ๑๐ หรือแม้กระทั่ง URL ที่ใช้งานไม่ได้จริง https://example.com/?passcode=๔๐๙๒๑๑

ซึ่งในความเป็นจริง นโยบายการใช้เลขไทยไม่ได้เป็นการบังคับขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนราชการ ดังนั้นถ้าอยากให้การประมวลผลข้อมูลดิจิทัลก้าวหน้า หน่วยงานก็เลิกใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลของราชการกันเถิด

สิ่งที่น่าสนใจตอนขุดคุ้ยเรื่องนี้คือ ตอนปี 2485 จอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยมีการกำหนดให้เลขสากล (เลขอาหรับ/อารบิค) เป็นเลขไทยมาแล้ว [4] แล้วก็มาโดนยกเลิกเมื่อปี 2587 [5] โดยนายควง อภัยวงส์ นายกรัถมนตรีในตอนนั้น

ดังนั้นการทำให้เป็นสากลไม่ใช่เรื่องใหม่เขาคิดกันมา 80 ปีแล้ว มันควรจะทำได้ เหลือแค่ต้องทำ

ในโลกยุคไร้พรมแดน อย่าให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นปัญหาในการเชื่อมต่อและพัฒนาประเทศอีกต่อไป

[1] https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2543/1367385.pdf

[2] https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2543/1367381.pdf

[3] https://web.archive.org/...//www.opm.go.th/opminter/webbrd/

[4] http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2485/D/073/2905.PDF

[5] http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2487/A/068/1042.PDF

ร่วมแคมเปญได้ที่นี่ 

มึงเป็นบ้าอะไร #IHEARTOO ?



Pipob Udomittipong
17h

เวลาจะต่อพรก.ฉุกเฉิน แม่งบอกว่า “เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโลกดังกล่าวทั่วโลกยังคงรุนแรง มีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นและระบาดแพร่หลายเป็นระยะ...”
เวลาจะเปิดปท. แม่งกลับบอกว่า “การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่คลี่คลายลง จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง...”
มึงเป็นบ้าอะไร #IHEARTOO ?
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2565/E/098/T_0036.PDF
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2565/E/118/T_0039.PDF



คืองี้นะ... ท่านเชื่อหรือไม่ กองทัพบ้านเรามี "นายพล" มากจริงๆ และน่าจะมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำ! นายพลกว่า 500 คนที่เรา ต้องจ่ายภาษีให้ โดยที่พวกเขาไม่มีแม้งานทำ หรือหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง บางคนไม่มีโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ


คืองี้นะ
September 21, 2018

รู้หรือไม่ภาษีของเรา ต้องจ่ายให้นายพลกว่า 500 คนฟรีๆ โดยที่พวกเขาไม่มีแม้งานทำ หรือหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง บางคนไม่มีโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ
.
นี่คือความจริงที่คนไทยควรตระหนก(มากกว่าตระหนักแล้วแหละ) เรื่องนี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รายงานว่า กองทัพบ้านเรามี "นายพล" น่าจะมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำ!
.
พิจารณาจากจำนวนตำแหน่งที่ประกาศในบัญชีรายชื่อนายทหารระดับนายพลปีล่าสุด (ปี 2561) สูงถึง 935 ตำแหน่ง
.
ที่น่าตกใจก็คือ รายชื่อนายพลในบัญชีแต่งตั้งทั้งหมด 935 มีนายพลราว400 ตำแหน่ง ที่ไม่ได้รับมอบหมายงานชัดเจนราวๆ ครึ่งหนึ่ง (ซึ่งจริงๆ มีมากกว่านั้น) ก็เท่ากับว่าเรามีนายพลว่างงาน บางคนไม่มีแม้กระทั่งโต๊ะทำงาน ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน เลี้ยงหลาน ทำธุรกิจ หรือออกรอบตีกอล์ฟ
.
มากกว่าร้อยละ 20 ของรายชื่อนายพลในบัญชี ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดของกองทัพประเทศไทย เพราะยังมีนายพลที่ไม่ได้เลื่อนยศ เปลี่ยนตำแหน่ง และไม่ได้เกษียณ จึงไม่มีชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในแต่ละปีอีกจำนวนไม่น้อย
.
นักวิชาการด้านความมั่นคง และอดีตนายทหารระดับสูงในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประเมินตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการว่า กองทัพของประเทศไทยน่าจะมีนายพลราวๆ 1,500 นาย และประมาณครึ่งหนึ่งไม่มีตำแหน่งหลัก และไม่มีงานรับผิดชอบที่ชัดเจน
.
บางคนมองในแง่ดีว่าสาเหตุที่ตัวเลขเยอะแบบนี้ เพราะมีคนเกษียณจำนวนมาก จึงต้องตั้ง "นายพลใหม่" เข้าไปทดแทน แต่วันนี้จะมีตัวเลขมาให้ดูเปรียบเทียบกันให้เห็นจะๆ เลยว่า...คำอธิบายนี้ฟังขึ้นหรือไม่
.
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ หากย้อนกลับไปก่อนปี 2555 คือตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2554 บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพลจะมีรายชื่อราวๆ ปีละ 500 กว่าตำแหน่งเท่านั้น
.
กระทั่งปี 2555 เป็นต้นมา บัญชีรายชื่อพุ่งขึ้นไป 800 กว่าตำแหน่ง หรือจ่อๆ 800 บางปีทะลุถึง 1,000 ตำแหน่ง และ 2 ปีล่าสุดอยู่ที่ 900 กว่าตำแหน่ง
.
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบก็คือ ทำไมในช่วงทศวรรษเดียวกัน (ปี 2551-2560) รายชื่อนายทหารชั้นนายพลในแต่ละปีถึงมีจำนวนห่างกันขนาดนี้ และถ้าไม่มีการขยายอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนนายพลที่เกษียณอายุจริง ขนาดของบัญชีรายชื่อก็น่าจะเล็กลง ไม่ใช่ขยายใหญ่ขึ้น และจำนวนนายพลใหม่ก็ไม่ควรเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
.
หากพิจารณาเฉพาะบัญชีรายชื่อปี 2661 คือปีล่าสุด เอ็กซเรย์ให้ลึกลงไปอีกนิด จะพบว่ามีนายพลใหม่ (พันเอกขึ้นพลตรี) จำนวนทั้งสิ้น 358 นาย คิดเป็นร้อยละ 38 ของรายชื่อทั้งหมดในบัญชี โดยที่เหลืออีก 577 นายเป็นการสลับตำแหน่ง หรือปรับยศ
.
"นายพลใหม่" 358 นาย กระจายอยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 49 นาย กองบัญชาการกองทัพไทย 49 นาย กองทัพบก 137 นาย กองทัพเรือ 61 นาย และกองทัพอากาศ 62 นาย
.
"นายพลใหม่" ส่วนหนึ่ง ไม่ได้ขึ้นครองอัตราตำแหน่งหลักของแต่ละเหล่าทัพ เช่น เจ้ากรม หรือ ผบ.พล แต่ได้ติดยศพลตรีในตำแหน่งลอยที่ชื่อว่า "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ตำแหน่งนี้น่าสนใจ เพราะหมายถึงนายพลที่ไม่มีตำแหน่งหลักให้ลง จะมีงานก็ต่อเมื่อได้รับมอบหมาย (ถ้าไม่ได้รับมอบหมายก็ไม่มีงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีงาน) แบ่งเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิเฉยๆ ยศ "พลตรี" และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มียศ "พลโท" กับ "พลเอก"
.
พูดง่ายๆ คือในสาย "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ที่ไม่มีงานเป็นหลักแหล่งแน่นอน ยังมีการเลื่อนไหลเพิ่มยศเลื่อนขั้นได้อีกด้วย
.
หากนับจำนวน "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ในทุกชั้นยศ เฉพาะในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายปีนี้ จะพบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีผู้ทรงคุณวุฒิ 53 นาย กองบัญชาการกองทัพไทย 58 นาย กองทัพบก 125 นาย กองทัพเรือ 65 นาย และกองทัพอากาศ 56 นาย
.
"ผู้ทรงคุณวุฒิ" บางนายถูกดึงไป "ช่วยราชการ" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายงาน กอ.รมน. หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยสายงาน กอ.รมน.ทุกวันนี้มี "นายพลตำแหน่งหลัก" รวมอยู่ด้วย เป็นตำแหน่งใน "สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายใน" หรือ ปรมน. ซึ่งมีในทุกเหล่าทัพ หลักๆ คือกองทัพบก นายพล ปรมน.นี้เองคืออีกหนึ่งเหตุปัจจัยที่ให้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปีหลังๆ ขยายใหญ่ขึ้น
.
ในบางบริบทกองทัพก็ใช้ตำแหน่ง "ผู้ทรงคุณวุฒิ" หรือ "ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ" ในการพักรอคนที่เหมาะสมจะขึ้นตำแหน่งหลักในปีถัดไป หรือใช้เป็น "เก้าอี้รองรับ" สำหรับนายพลที่หลุดจากตำแหน่งหลัก หรืออายุราชการไม่พอที่จะเติบโตสู่ดวงดาว ก็มอบตำแหน่ง "ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ" ที่เลื่อนไหลให้ 1 ชั้นยศเป็นการตอบแทนระหว่างรอเกษียณ
.
ที่น่าตกใจก็คือ รายชื่อนายพลในบัญชีแต่งตั้งทั้งหมด 935 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิทุกชั้นยศมากถึง 357 ตำแหน่ง นอกจากนั้นยังมี "ผู้ชำนาญการ" และ "ที่ปรึกษา" อีกจำนวนหนึ่ง รวมๆ แล้วประมาณ 400 ตำแหน่ง หรือร้อยละ 42 ของรายชื่อทั้งหมดในบัญชีเลยทีเดียว
.
อย่าถามถึงความคุ้มค่าของภาษีอากรที่ต้องจ่ายไป เพราะนี่คือความพิเศษหนึ่งเดียวของกองทัพไทยที่ต้องบอกว่า "ไทยแลนด์โอนลี่" จริงๆ
.
ที่มา https://www.isranews.org/.../67-south.../69529-general.html



เรื่องเกี่ยวข้อง
เปิดรายละเอียด งบปี 66 วงเงิน 3.18 ล้านล้าน 'กลาโหม' ขอเกือบ 2 แสนล้าน มากกว่า 'สาธารณสุข'

Early Retire ได้ Promotion - Thailand Only โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ นายพล 173 นายทหาร Early Retire ทั้ง จาก พันเอก-นาวาเอก-นาวาอากาศเอก ขึ้นนายพล และ จาก พลตรี-พลโท เลื่อนเป็น พลเอก 3 เหล่าทัพ


Wassana Nanuam
Yesterday

โปรดเกล้าฯพระราชทานยศ นายพล
173 นายทหาร Early Retire
ทั้ง จาก พันเอก-นาวาเอก-นาวาอากาศเอก ขึ้นนายพล
และ จาก พลตรี-พลโท เลื่อนเป็น พลเอก 3 เหล่าทัพ
“เสธ.ชาย”เป็นพลเอก
“เสธ.นิว” ทีมบิ๊กป้อม เป็น พลโท
“ศนิโรจน์ ธรรมยศ “นักเขียนทหาร และยูทูปเบอร์ทหาร เป็น พลตรี
“นายพลหญิง” รบพิเศษ ทีม”บิ๊กแอ้ด” ได้ พลโทหญิง
ทหารหญิง กว่า60 คน แห่ลาออก เพื่อเป็นนายพลหญิง เพียบ!!
เป็นอีกแรงจูงใจให้ ทหารลาออกก่อนเกษียณ ลดจำนวนกำลังพล
.
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ ให้ 173 นายทหาร 3เหล่าทัพ ที่เข้าโครงการลาออก ก่อนเกษียณของปี2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม2564 เป็นต้นไป ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อ24 พค.2565
ทั้งนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารชั้นนายพล
เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับราชการมาด้วยความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน 173 ราย
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม-
“เสธ.ชาย” พลโท สมชาย ชัยวณิชยา
เป็น พลเอก “เสธ.ชาติ”พลโท สุชาติ วงษ์มาก เป็น พลเอก
เสธ.นิว” พลตรี พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์
เป็น พลโท ลาออกมาเป็นทีมงาน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ
พันเอก วิกรม ฐานะจาโร เป็น พลตรี
พันเอก เกรียงไกร เทพนิมิตร เป็น พลตรี พันเอก เสถียร อิ่มใจ เป็น พลตรี
กองบัญชาการกองทัพไทย— เช่น พลโท อภิศักดิ์ สมบัติเจริญนนท์ เป็น พลเอก
พันเอก ศนิโรจน์ ธรรมยศ นักเขียนทหาร และยูทูปเบอร์ทหาร เป็น พลตรี
กองทัพบก: เช่น พลโท อาคม พงศ์พรหม อดีตแม่ทัพน้อย4 เป็นพลเอก พลตรี ฐกร เนียมรินทร์ เป็นพลโท พลตรี อรรถพร อินทรทัต เป็นพลโท พันเอก กฤษฎา สีวะรา เป็น พลตรี
กองทัพเรือ- พลเรือโท เทวินทร์ ศิลปชัย เป็น พลเรือเอก พลเรือตรี อนุชา เอี่ยมสุโร เป็น พลเรือโท
กองทัพอากาศ: นาวาอากาศเอก ชนวุฒิ เบญจานุวัตร เป็น พลอากาศตรี นาวาอากาศเอก ณรงค์ชัย คงแก้ว เป็นพลอากาศตรี
และนายพลหญิงที่ ลาออก เพื่อได้รับพระราชทานยศนายพล สูงขึ้น เช่น
พลตรีหญิง รัชนีพร ผดุงผล พลเรือตรีหญิง จิตศิริ สุขโกมล เป็น พลโท หญิง
พลตรีหญิง ยุวดี พนาเวศร์ อดีตนายทหารรบพิเศษหญิง ติดตาม พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็น พลโทหญิง พลตรีหญิง อรอนงค์ พุกกะคุปต์ เป็น พลโทหญิง
และ มีนายทหารหญิง ที่ลาออก เพิ่อได้ พลตรี จำนวนมาก ทั้ง3 เหล่าทัพ รวม64 นาย : พันเอกหญิง จุลลดา จุลานนท์ พันเอกหญิง จงลักษณ์ ไทรเมือง พันเอกหญิง กรวิภา เจริญผล พันเอกหญิง จรีรัตน์ อ้นอารี
พันเอกหญิง พิมพ์พิมล จิตต์ศิริ พันเอกหญิง เยาวลักษณ์ โสมะทัต พันเอกหญิง นัทธมน เงาพิสดาร นาวาเอกหญิง วีณา หวังไมตรี
นาวาเอกหญิง ทิพย์มาศ เย็นฤดี
นาวาอากาศเอกหญิง พนมรักษ์ เปรมัษเธียร
พันเอกหญิง พนมพร พรธนภากร พันเอกหญิง พรรนิภา พิบูลทิพย์ พันเอกหญิง ณัฐวรรณ สมเพราะ พันเอกหญิง นิลุบล จรัณยานนท์ พันเอกหญิง อัญชลี วิโรจน์เฉลิม
พันเอกหญิง พัตรา พงษ์พานิช พันเอกหญิง ชลีภรณ์ ภิงคารวัฒน์ พันเอกหญิง ภาธิณี ชูศักดิ์ นาวาเอกหญิง ผาณิช บ่วงราชบพิตร
นาวาเอกหญิง กฤดาการ พันธ์บูรณะ
นาวาเอกหญิง สุรภี ปีตะเสน
นาวาอากาศเอกหญิง นุชชาลี ศิริทรัพย์
นาวาอากาศเอกหญิง ยุพลักษณ์ มีมณี
พันเอกหญิง ธิดาสิริ นันทาภิวัธน์ พันเอกหญิง อุไรลักษณ์ ทาไทย พันเอกหญิง กรองทอง ขีดขิน พันเอกหญิง ธัญภัค กลัมพสุต พันเอกหญิง ดาวใจ เจิมเจิดผล พันเอกหญิง วรศุภางค์ คณะเบญจ พันเอกหญิง ปิยะพร วามะสิงห์ พันเอกหญิง กอบกาญจน์ อ่อนนุช
พันเอกหญิง ขวัญเรือน อัมพุนันทน์ พันเอกหญิง พิมลพรรณ อุโฆษกิจ พันเอกหญิง ศิริวรรณ์ กาญจนโหติ พันเอกหญิง สุนิภา นิตยสุทธิ พันเอกหญิง จิรชณีย์ ใต้ธงชัย พันเอกหญิง ชิดาภา บุญสันติสุข พันเอกหญิง จงกลวรรณ นิยมเสน พันเอกหญิง นิยม เกิดศิริ
พันเอกหญิง ระยับสี ยนจอหอ พันเอกหญิง ศศิธร มณีแสง พันเอกหญิง ธนาพร บางท่าไม้
พันเอกหญิง เปรมฤดี ชัยสุวิรัตน์
นาวาเอกหญิง ภรณี พรกิจประสาน นาวาเอกหญิง พรทิพย์ อินทรวิเชียร นาวาเอกหญิง สุณิสา วัลยะเพ็ชร์ นาวาเอกหญิง เต็มสิริ หิญชีระนันทน์ นาวาเอกหญิง ศรัญญา นพคุณ
นาวาเอกหญิง พาชื่น ตรงสวัสดิ์ นาวาเอกหญิง กัญญรัตน์ อุปนิสากร นาวาเอกหญิง วลีพร สิงห์ทอง นาวาเอกหญิง อัญชลี กลีบพุฒ
นาวาเอกหญิง สุชาดา ขำวาที
นาวาอากาศเอกหญิง กัญจน์ณิชา ประเสริฐศรี นาวาอากาศเอกหญิง กาญจนา เนียมหอม นาวาอากาศเอกหญิง กุศยา สุวรรณวิหค นาวาอากาศเอกหญิง ชมพูนุท อิสสระยั่งยืน นาวาอากาศเอกหญิง ทิพยรัตน์ พัชรวรรัช นาวาอากาศเอกหญิง นภาวรรณ สงคะดี นาวาอากาศเอกหญิง นวพร วีรยางกูร นาวาอากาศเอกหญิง เบญจมาศ ปิยะอิศรากุล นาวาอากาศเอกหญิง เรวดี บำเพ็ญวัฒนา
นาวาอากาศเอกหญิง วิชชุดา ล้อมวงศ์
นาวาอากาศเอกหญิง สุภาวดี ไกรสรทองศรี
https://www.facebook.com/100001454030105/posts/5275753582483057/?d=n

เมื่อ ‘ความปลอดภัย’ หมายรวมถึงการ 'ถวายพระเกียรติ‘ และต้องตาม ‘พระราชประสงค์’ น้องพิ้ง อายุ 13 ใส่เสื้อยกเลิก 112 ไปงานรับปริญญา มธ แล้วโดนเจ้าหน้าที่มาลากตัวออกไป - โอย !


ภัควดี วีระภาสพงษ์
9h
น้องพิ้ง อายุ 13


Jutatip Sirikhan
13h
มีคนใส่เสื้อยกเลิก 112 ไปงานรับปริญญา มธ แล้วโดนเจ้าหน้าที่มาลากตัวออกไป โคตรเหี้ย
*ใครที่อยู่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ฝากดูคนในรูปด้วยนะคะ
...
เมื่อ ‘ความปลอดภัย’ หมายรวมถึงการ 'ถวายพระเกียรติ‘ และต้องตาม ‘พระราชประสงค์’


Saiseema Phutikarn
12h
เพราะพรบ.ถวายความปลอดภัย60 ขยายนิยามการ #ถวายความปลอดภัย ให้รวมถึงการ #ถวายพระเกียรติ แถมให้อำนาจล้นฟ้ากับ #ส่วนราชการในพระองค์ สามารถกำหนดแผนการและควบคุมการปฏิบัติการถวายความปลอดภัย โดยหน่วยงานรัฐอื่นทั้งหมดมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม เราจึงเห็นภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จับกุมคนเพราะ "สี" หรือ "ข้อความ" บนเสื้อผ้า ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องความปลอดภัยเลย แต่เจ้าหน้าที่รู้สึกว่าอาจกระทบพระเกียรติ
-งานรับปริญญามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจับกุมบุคคลที่สวมใส่เสื้อ "ยกเลิก 112"
https://twitter.com/TLHR2014/status/1530482450706575360
-เมื่อ ‘ความปลอดภัย’ หมายรวมถึงการ 'ถวายพระเกียรติ‘ และต้องตาม ‘พระราชประสงค์’
https://www.facebook.com/saiseema.p/posts/pfbid0n9bMi6YiDjP5R1bTizez1q5PMRpM2kju5qgCftcfHUNPwRhaFw9E4WzqMzAobQngl

การถวายความสะดวกปลอดภัยฯ ของเจ้าหน้าที่ "สร้างความไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยให้กับประชาชน"
มิตรท่านหนึ่ง