วันพุธ, พฤศจิกายน 28, 2561

เส้นทางสู่ สว.แบบเงียบๆใบ้ๆ คสช.เป็นคนเลือก





ที่มา FB

ชวนหาเรื่อง


ธรรม์ บุญศรีรัมย์ ใครเป็นผู้คัดเลือกครับ

ชวนหาเรื่อง คสช.ครับ

สุภัทร ฤทธิชัย สมัครมาเป็นแสนก็ไร้ความหมาย... เพราะ​ คสช.​ เขามีธงอยู่แล้วว่าจังหวัดไหนใครได้.... อาจจะมีคนข้าวนอกนากระเซ็นมาบ้างเพื่อลบข้อครหา....
สุภัทร ฤทธิชัย ใน​ สว.​ 250 คน
ต้องเป็นคนที่​ คสช.คุยกันได้รู้เรื่องไม่ต่ำแต่​ 180

ooo



นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และอดีตประธานวุฒิสภา จัดหนัก เลือก ส.ว.เหมือนเล่นลิเก เฟ้นหาคนเข้าพรรค ส.ว. ซัดระบบคัดเลือกเหมือนดูดี แต่สุดท้าย คสช.เป็นคนเลือก ชี้ คนกลัวไม่กล้าสมัคร หวั่นล็อกตำแหน่งเอาไว้แล้ว

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และอดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงบรรยากาศการเปิดรับสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา ค่อนข้างเงียบเหงา ว่า เป็นเรื่องปกติของวันแรกๆ คนอยากเป็น ยังดูเชิง เชื่อว่าวันท้ายๆ คงคึกคัก ใช้งบเบื้องต้นประมาณ 1,300 ล้านบาท สรรหาตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด มาสู่ส่วนกลางนั้น เหมือนจะโปร่งใสและคุ้มค่า แต่รายละเอียดบางอย่างคนไม่ค่อยรู้ บางคนในพื้นที่มีความสามารถจริง กลับไม่กล้าไปสมัคร ใช้ข้าราชการ บุคลากรมากมายล้วนต้องใช้ค่าใช้จ่าย ถามว่าคุ้มค่าไหมก็อีกเรื่อง แต่วันนี้คนคลางแคลงใจ ไม่กล้าไปสมัคร เพราะสงสัยว่ามีตัวเลือกไว้แล้วหรือเปล่า เนื่องจากระบบคัดเลือกเหมือนดูดี มองผิวเผินคนเป็น ส.ว.ต้องชนะ ทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ แต่ผลสุดท้ายไปจะเจอคำตอบว่า คสช.จะเป็นคนเลือกในท้ายสุด

“คนไทยมักคุ้นชินแบบนี้เหมือนดูคนเล่นลิเก ไม่ว่าจะมีฉากตื่นเต้น มีโจรมาปล้นกลางเรื่องกี่รอบ สุดท้ายตนจบก็เดาออกอยู่ดีว่าผลสุดท้ายตอนจบเป็นอย่างไร ถ้าถามว่า แม่น้ำห้าสายจะมาเป็น ส.ว.สักกี่เปอร์เซ็นต์ ตนว่าคงไม่เต็ม 250 คน อาจมีหลุดไปบ้าง แต่เชื่อว่าจะมาเป็นส่วนใหญ่ จึงเรียกกันพรรค ส.ว. เคยคุยกับพรรคพวกบางคนดูแล้ว ในกลุ่มที่ถ้าไปสมัครน่าจะได้เป็น ส.ว. เขาบอกทำนองว่า พรรคนี้ทำงานง่าย ไม่ต้องใช้วิธีคิดอะไรเลย ปฏิบัติตามอย่างเดียว มีวินัย ไม่แตกแถว” นายนิคม กล่าว.

ooo





ทำไมการแต่งตั้ง ส.ว. ถึงต้องเป็นความลับและแต่งตั้งภายใน 3 วันหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. และถ้าไม่ได้รับการลงพระปรมาภิไธย จะเกิดอะไรขึ้น

...................

ความวิปริตในการเลือกตั้ง ส.ว. ภายใต้รัฐธรรมนูญคณะรัฐประหารมีอยู่มากมายจาก

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑
https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2018/09/1.pdf

กฎหมาย 89 มาตรา แทบไม่มีผล เมื่อมีบทเฉพาะกาล มาตรา 90-99

และที่ซ่อนกลที่สุดคือ

มาตรา ๙๐ ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยห้าสิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนํา โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี

โดยเฉพาะข้อ (ค) ที่ระบุว่า

(ค) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม
(ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับ จากคณะกรรมการตามมาตรา ๙๘ และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม
(ข) ให้ได้จํานวนหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คนรวมกับผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เป็นสองร้อยห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสํารองจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) จํานวนห้าสิบคน

ทั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

................

เราไม่ทราบว่าจะมีเหตุผลใดที่ต้องรอให้ ประกาศผล ส.ส. ก่อน 3 วัน

(ประกาศผลไม่ใช่วันเลือกตั้งเพราะต้องรอผลใบเหลือง ใบแดงก่อน และไม่มีข้อไหนในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ว่าต้องประกาศผลเมื่อไหร่ ดังนั้นชื่อ ส.ว.ก็จะเป็นความลับไปเรื่อย ๆ )

แปลว่าผลการเลือตตั้ง ส.ส. จะมีผลต่อการเลือก ส.ว. ใช่หรือไม่

และยิ่งมามองที่ความไม่ขอบมาพากลของ กกต. กรณีผู้สมัคร ส.ว. ก็ยิ่งน่าสงสัยไปอีก ว่าจะไม่มีการเปิดชื่อผู้สมัคร ส.ว.

เปิด “กฎเหล็ก” กกต. ในการเลือก ส.ว. ที่ “เงียบที่สุดในโลก”
https://www.bbc.com/thai/thailand-46313327

นั่นก็หมายความว่า รายชื่อ ส.ว ที่หัวหน้าคณะรัฐประหาร จากกลุ่มอาชีพ 50 คน, ส.ว. สรรหา 194 คน, จะเป้นความลับ ยกเว้น ส.ว. โดยตำแหน่ง 6 คน ก่อนนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

และทั้งหมดอาจจะมีปัญหาตามมาอีกถ้ารายชื่อที่เสนอไปไม่ได้รับการลงพระปรมาภิไธย จะเกิดอะไรขึ้น

อย่าลืมว่าเหตุการณ์ การเสนอร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก็เกิดขึ้นมาแล้ว

จับกระแส "แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ" ตามที่พระมหากษัตริย์พระราชทานข้อสังเกต
https://ilaw.or.th/node/4472



Thanapol Eawsakul


"สมชัย" เตือน "ลุงคนนอก" ที่ยังไม่สังกัดพรรคแต่อยากเป็นนายกฯ พึงสังวรณ์ (อยากให้อีตาลุงคนนั้นเข้ามาอ่านจัง)




ภาพจาก มติชนออนไลน?


ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค

มีสื่อมวลชนสอบถามมายังผม (ราวกับเป็นคนร่างกม.) ว่าลุงคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ หากพรรคการเมืองเห็นว่าเหมาะสมจะเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่

ผมตอบไปทันทีว่าได้ (อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ และ ๘๙)

เพราะ กม.กำหนดเพียงเงื่อนไขดังนี้
๑) พรรคเสนอชื่อนายกรัฐมตรีได้ ๑-๓ ชื่อ หรือไม่เสนอเลยก็ได้
๒) การเสนอต้องเสนอก่อนวันปิดรับสมัคร (ยังมีเวลาให้ลุงตัดสินใจอีกเยอะ)
๓) หากลุงจะรับ รับได้เพียงพรรคเดียว โดยต้องมีหนังสือยินยอม
๔) ลุงต้องไปพลิกกฎหมายไปมาหลายมาตราหน่อยว่า มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามต่างๆที่เขากำหนดไว้

ดังนั้น แปลว่าที่เขาตื่นเต้นกันว่าวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ต้องรีบสมัครเป็นสมาชิกพรรคกันนั้น ลุงสบายใจได้ นอนเกาพุงอยู่บ้านไปก่อน

ส่วนพรรคการเมืองใด ที่อยากได้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคมาเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี อาจต้องพึงสังวรณ์ไว้สักสองอย่าง คือ อย่างแรก จะโดนปรามาสไปตลอดการหาเสียงว่า พรรคนี้ขาดแล้วซึ่งสมาชิกที่มีความสามารถ ต้องไปประเคนตำแหน่งให้คนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคตัวเอง

อีกอย่าง คือ อีตาลุงคนนอกนั้น ห้ามปริปากใดๆตลอดฤดูกาลหาเสียง

เพราะ มาตรา ๒๙ ของ พรป.พรรคการเมือง เขียนไว้ว่า
“ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”

ในขณะเดียวกัน มาตรา ๒๘ ก็กำหนดข้อห้ามไว้อย่างน่าฟังว่า
“ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นที่มิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”

มาตรา ๒๙ ติดคุก มาตรา ๒๘ ยุบพรรค ครับ

ยอมเสียเงิน ๕๐ บาทสมัครสมาชิกดีกว่าครับลุง สมัครได้เรื่อยๆถึงก่อนวันปิดรับสมัคร ส.ส.



สมชัย ศรีสุทธิยากร


คนไทยในเยอรมันได้ข่าวว่าลุงตู่มาที่เยอรมัน​ เลยมาต้อนรับ​เพื่อทวงถามเรื่องเลือกตั้ง (มีคลิป)









📍📍ได้ข่าวว่าลุงตู่มาที่เยอรมัน​ เราเลยมาต้อนรับที่เยอรมัน(เบอร์ลิน​)​เพื่อจะทวงถามเรื่องเลือกตั้ง

พอแควนสุดที่รักรู้ว่าต้องเดินทางอีก
อ้ายหำแหล่แห่งบ้านหนองโบคุ่มก็เลยโมโห

เขียนอีเมล์​ไปถามรัฐบาลเยอรมันว่าจะเชิญลุงตู่มาทำไม​ เพราะคนเยอรมันไม่ต้องการต้อนรับเผด็จการ

https://www.bundesregierung.de/breg-de/service/kontakt

อ้ายหำแหล่บอกจะอ่านหรือไม่อ่านอย่างน้อยก็ได้ทำ
อ้ายหำแหล่บอกอีกว่าถ้ามีคนส่งไป...ติติงต่อว่าทวงถามก็ยังดีกว่านั่งอยู่บ้านทำงานถอนหายใจ

#ใครรักอ้ายหำแหล่ยกมือขึ้น



https://www.facebook.com/mirakooo/videos/592159347915674/



https://www.facebook.com/mirakooo/videos/592188867912722/


https://www.facebook.com/mirakooo/videos/592264864571789/


https://www.facebook.com/mirakooo/videos/592267894571486/




ที่มา FB
กริชสุดา หมีน้อย ผู้ลี้ภัย


เรื่องเกี่ยวข้อง...

เห็นเธอที่เยอรมัน.. คนไทยเปิด 'ประเทศกูมี' ไล่ 'ประยุทธ์' จี้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62

ที่มา ประชาไท







อ่านข่าวเต็มได้ที่...
https://prachatai.com/journal/2018/11/79813

ooo



...
ooo





วันอังคาร, พฤศจิกายน 27, 2561

มาแล้ว ไล่เลี่ยกับโร้ดแม็พเลือกตั้ง คำสั่ง คสช.สถาปนาหน่วยงานกำกับดูแลรัฐบาลใหม่


มาแล้วโร้ดแม็พเลือกตั้งชนิดใกล้ความจริงเข้าไปอีกนิด เมื่อ วิษณุ เครืองาม แฉไต๋ ไทม์ไลน์เลือกตั้ง ที่พี่ใหญ่ คสช. ชูสองกับสี่นิ้วแล้วไม่น่าพลาด

ทั่นรองฯ ฝ่ายกฎหมายชี้แจงต่อนักข่าวว่าการพูดคุยระหว่าง คสช. กับพรรคการเมืองซึ่งกำหนดวันที่ ๗ ธันวานี้นั้น “เจตนาของการพูดคุยกันครั้งก็เนื่องจากมีคำถามใดๆ ที่พรรคการเมืองเคยพบกับ กกต.แล้วถาม กกต.แต่ทาง กกต.ตอบไม่ได้ ให้ไปถาม คสช.ก็จะมาถามกันในวันนั้น

ส่วนเรื่องปลดล็อคพรรคการเมืองหาเสียง “คงจะไม่ได้ปลดล็อกกันในวันนั้น แต่จะบอกให้รู้ว่าปลดล็อกวันไหน ซึ่งรายละเอียดของการปลดล็อกนี้ทาง คสช.จะเป็นผู้ชี้แจงทั้งหมด

แต่ตามเงื่อนเวลาของ พรป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๑ ธันวา แล้วจึงจะมี พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งออกมา จากนั้นอีก ๕ วัน กกต. จะออกประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งวันสมัครรับเลือกตั้งและสถานที่รับสมัคร

และก่อนวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. พรรคการเมืองจะต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ พรรคจะเสนอ ชื่อ ชื่อ หรือ ชื่อก็ได้ แต่เสนอชื่อซ้ำกันไม่ได้


มาไล่เลี่ยกัน คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับใหม่ที่ ๑๙/๒๕๖๑ จัดตั้งหน่วยงานกำกับ ดูแลการทำงานของรัฐบาลที่จะมีขึ้นหลังเลือกตั้ง เพื่อ ขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
 
หน่วยงานนี้ให้เรียกว่า สำนักงานขับเคลื่อนฯมีฐานะเท่ากรม โดย “โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพัน” รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ยกเลิกไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๗๑/๒๕๕๙ มาอยู่ภายใต้สำนักงานใหม่นี้

นอกจากจะมีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการ ทำหน้าที่บริหารงานองค์กรดังกล่าว ยังให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งคอยกำกับดูแล เท่ากับว่าสำนักงานฯ เป็นผู้ปฏิบัติงาน คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนโยบายและสั่งงาน

กรรมการประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกฯ หนึ่งคนกับรัฐมนตรีอีกสามคนที่นายกฯ เลือกนอกเหนือจากนั้นเป็นหัวหน้าหน่วยงานเพื่อการพัฒนาต่างๆ รวมทั้ง กพ. กฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกฯ เลือก ๓ คน กับที่ขาดไม่ได้ คือ ปลัดกลาโหม ต้องเป็นกรรมการด้วย

คณะกรรมการนี้มีอายุการทำงาน เร่งรัด ขับเคลื่อนกำกับดูแล และประเมินผล” ต่อ “การปฏิรูป  ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนกรสร้ำงความสำมัคคีไปอย่างน้อย ๕ ปี แล้วให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาว่าเห็นควรให้ยุติหรือไม่


ดูจากคอมเม้นต์ของ อจ.โสรัจจ์ หงส์ลดารมภ์ ที่ว่า “สนง. นี้จะเป็นตัวป่วนรัฐบาลใหม่ เว้นแต่นายกจะยังเป็นประยุทธ์” ก็ใช่ ในเมื่อกรอบนโยบายของสำนักงานล้วนขึ้นอยู่กับ แม่แบบ การปฏิรูป ยุทธศาสตร์ และการปรองดองที่กำหนดไว้โดย คสช.ทั้งนั้น
 
และคำสั่งที่อาศัยอำนาจมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ๒๕๕๗ ควบกับมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญใหม่ (๒๕๖๐) ให้มีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นี้แล้ว

เท่ากับต่อนี้ไปอีก ๕ ปีเป็นอย่างน้อย ประยุทธ์และคณะจะหายใจรดต้นคอรัฐบาลใหม่ไปตลอดอายุขัยของสำนักงานนี้ เว้นแต่ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีก ลมหายใจเรื่องนี้อาจจะแผ่วจนเกือบไม่ได้ยินก็ได้

เลือกตั้ง 2562 คุณมี 2 ทางเลือก ฝ่ายประชาธิปไตย หรือ ฝ่ายเผด็จการ อย่าหลงตัวบุคคล เลือกฝ่ายประชาธิปไตย - รายชื่อนักการเมืองที่ถูก “ดูด” ถูก “ดัน”



.

เผด็จการทหาร คสช อย่าง ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชอบสั่งสอนประชาชนว่าเวลาเลือกตั้ง ให้เลือกแต่คนดีๆ

แต่พรรคพลังประชารัฐของเผด็จการทหาร คสช เวลาดูดเอา สส เก่าเข้าพรรค กลับเลือกเอาคนที่มีคดีติดหลัง หรือไม่ก็พวกที่พ่อ ผัว มีคดีติดหลัง เป็นข้อต่อรองกดดันให้ สส เก่าเหล่านั้น ย้ายมาเข้าพรรคพลังประชารัฐ 

#ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง #คนดีมั้ยละมึง 


Pruay Saltihead

ooo

อดีต ส.ส.เพื่อไทย ที่ย้ายไป พปชร.
.
1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (ทรท.)
2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
3.นายวราเทพ รัตนากร (ถูกตัดสิทธิทางการเมือง)
4.นายสันติ พร้อมพัฒน์
5.นายสุพล ฟองงาม
6.นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
7.นายวีระกร คำประกอบ
8.นายฐานิสร์ เทียนทอง
9.นายจำลอง ครุฑขุนทด
10.นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล
11.นายจักรวาล ชัยวิรัตน์กูล
12.นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
13.นายเอี่ยม ทองใจสด
14.นายจักรัตน์ พั้วช่วย
15.นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
16.นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์
17.นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์
18.นายไผ่ ลิกค์
19.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
20.นายปริญญา ฤกษ์หร่าย
21.นายอนันต์ ผลอำนวย
22.นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์
23.นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
24.นายวันชัย บุษบา
25.นายสุทธิชัย จรูญเนตร
26.นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์
27.นายเวียง วรเชษฐ์
28.นายดนัยฤทธิ์ วัชราภรณ์
29.นายศุภสิธ เตชะตานนท์
30.นายชูกัน กุลวงษา
31.นายวิรัช รัตนเศรษฐ
32.นางทัศนียา รัตนเศรษฐ
33.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ
34.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
35.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง
36.พล.อ.สมชาย วิษณุวงษ์
37.นายอำนวย คลังผา
38.นายฉลอง เรี่ยวแรง
39.นายทวี สุระบาล
40.นายกล่ำคาน ปาทาน

ที่มา FB

เอกชัย หงส์กังวาน


สภาวะที่น่ากลัว : สิ่งที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ คือการพยายามเข้ามารื้อและล้มล้างระบบกฎหมายเดิม แล้วเขียนกฎหมายของตัวเองขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้ทำให้คำว่า"รัฐธรรมนูญ"ไม่มีความหมาย... และทำให้ทหารมีที่ยืนอย่างถาวรในรัฐบาล "เพื่อให้การแทรกแซงกลายเป็นเรื่องปกติ”





ดุลยพงษ์ ดวงทาทอน สิ่งที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ คือการพยายามเข้ามารื้อและล้มล้างระบบกฎหมายเดิม แล้วเขียนกฎหมายของตัวเองขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้ทำให้คำว่า"รัฐธรรมนูญ"ไม่มีความหมาย.......
... "ซึ่งเป็นสภาวะที่น่ากลัว"

ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิใดๆ เลย เพราะอำนาจอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว กระทั่งคนๆ เดียวด้วยซ้ำ .....

เขาทำประชามติก็จริง แต่ทำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง โดยควบคุมเงื่อนไขต่างๆ ไว้หมดแล้ว ห้ามไม่ให้คนต่อต้าน ไม่ให้คนวิจารณ์ ถ้าต่อต้านหรือวิจารณ์ก็โดนจับ มันจะยิ่งอำนวยให้สิ่งที่"ไม่เป็นประชาธิปไตย"ให้แผ่ขยายไปมากขึ้น
.....การที่เขายอมให้มีรัฐธรรมนูญ ก็เพราะเขารู้ว่ารัฐธรรมนูญจะไม่มีความหมาย......
ในลักษณะเดียวกัน "เขาจะยอมให้มีการเลือกตั้ง ก็ต่อเมื่อเขามั่นใจว่าการเลือกตั้งนั้นไม่มีความหมาย"

แม้กระบวนการเลือกตั้งอาจทำให้เราเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยมากขึ้น แต่คนที่ได้รับเลือกมา ก็อาจทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อกีดกันไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ฉะนั้นประชาชน"จึงไม่มีความหมาย."

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้ทหารมีที่ยืนอย่างถาวรในรัฐบาล "เพื่อให้การแทรกแซงกลายเป็นเรื่องปกติ”
.

Pundit K Nant สรุปกลโกงเผด็จการเพื่อสืบทอดอำนาจ

1.ร่างกติกาให้ตัวเองมีฟรีคิก250เสียง
2.ให้ตัวเองหาเสียงได้ โดยมัดมือมัดเท้าคู่แข่งขันโดยไม่ยอมปลดล็อค
3.ใช้เงินภาษีปชช.แจกซื้อคะแนนเสียงล่วงหน้า
4.ใช้คดีความแบล็คเมล์ และตำแหน่งผลประโยชน์ล่อให้คนมาเข้าพวก
5.ใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อเอาเปรียบคู่แข่งขัน
6.ตั้งกรรมการที่ไม่เป็นกลางให้ควบคุมการแข่งขัน
7.ข่มขู่จะยุบพรรค ทำให้คู่แข่งขันออกหมัดได้ไม่เต็มที่

ooo




หาก พปชร.หรือพรรคการเมืองใด เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนต่อไป และเจ้าตัวตอบรับ โอกาสได้เป็นนายกฯ ก็คงจะไม่ยากเท่าคนอื่นๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.มีสิทธิในการตั้ง ส.ว. 250 คน ที่ ส.ว.เหล่านี้จะมีโอกาสเข้าร่วมเลือกนายกฯ พร้อมกับ ส.ส.อีก 500 คน นั่นอาจแปลได้ว่าเจ้าตัวมีเสียงอยู่ในมือแล้ว 250 เสียง ต้องการอีกเพียง 126 เสียง ก็จะได้เป็นนายกฯ
.
ต่างกับแคนดิเดตอื่นๆ ที่ต้องหา ส.ส.มาสนับสนุนให้ได้ถึง 376 คน
.
และนี่คือการปฏิรูปการเมืองในสมัย คสช. ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันถึง?

ooo

เลือกตั้ง 62 เป็นการต่อสู้ระหว่างสองแนวทาง สองความเชื่อ

แนวทางหนึ่งคือ สืบทอดอำนาจเผด็จการ บนฐานความเชื่อว่า ปชช.โดยเฉพาะในชนบทนั้นจน โง่ โลภ สายตาสั้น เห็นแก่ปย.เล็กน้อยเฉพาะหน้า ขายสิทธิ์ขายเสียง ไม่สนใจพรรคการเมือง อาศัยแค่ทุ่มเม็ดเงินกับใช้เครือข่ายอิทธิพลและสส.เก่าในพื้นที่ ก็ได้คะแนนเสียงเป็นกอบกำ ผนวกกับกลไกหมกเม็ดในรธน.60 ก็จะได้นายกฯ รัฐบาลและสภาฯ

อีกแนวทางหนึ่งคือ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ บนฐานความเชื่อว่า ปชช.จำนวนมากนั้นฉลาด รับรู้ผลปย.ตัวเองทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว มองภาพรวมทั้งตัวบุคคลนักการเมือง-พรรคการเมือง รู้จักสรุปว่า สี่ปีมานี้ พวกเขาได้อะไรจากใครที่ยั่งยืนและเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง? และจะอยู่อย่างเดิมหรือเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น?

ความเชื่อในแนวทางที่หนึ่งคือทัศนะของอภิสิทธิ์ชนผู้ปกครองที่มองปชช.ผู้ถูกปกครองเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน แต่พ้นสมัยไปแล้วนับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งครั้งแรกปี 2544 ที่ทำให้การเลือกตั้งทุกครั้งนับแต่นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

บทพิสูจน์แนวทางใดความเชื่อใดชนะ? ให้ดูคะแนนเลือกตั้งเฉพาะสส.ระหว่างสองค่าย - พวกสืบทอดอำนาจ vs พวกไม่เอาสืบทอดอำนาจ!



เกือบ 5 ปี ของ คสช. "เสียของ สูญเปล่า สิ้นเปลือง"


...



“บิ๊กตู่”ไม่รู้สึกอะไรเลย ผลโพลล์”หญิงหน่อย”คะแนนนำ ชี้ ไม่ใช่ความเห็นของคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศ

พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึงนิด้าโพลล์
ที่ประชาชนสนับสนุนให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ อันดับ 1 ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอันดับ 2ว่า วันนี้มีโพลล์ จำนวนมาก ซึ่งวิธีการทำโพลนั้น ทุกสำนักมีจุดมุ่งหมายด้วยกันทั้งสิ้น ว่าอยากให้คำตอบออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายและการตั้งคำถาม

สิ่งที่ได้มานั้นจะใช่หรือไม่ก็ยังไม่รู้ เพราะตนไม่อาจหยั่งรู้จิตใจของประชาชนทุกคนได้

แต่ผลโพลล์ไม่ใช่ความเห็นของคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศ ดังนั้นการสำรวจความเห็นของคน 1,000 -2,000 คน นั้น ไม่ได้อะไร เพราะวันข้างหน้าผลโพลก็ผิดทุกครั้งไป จึงต้องไปดูเป้าหมายว่าทำโพลเพื่ออะไร จากใคร จากไหน เพราะบางครั้งการทำโพลก็มีอะไรอยู่เบื้องหลัง

ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเชื่อมั่นในประชาชน วันนี้ประชาชนเรียนรู้มาก อย่าใช้วิธีการเหมือนเดิม จนทำให้ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ

“หลายคนพยายามบิดเบือน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน ราคายาง ราคาปาล์มน้ำมัน ฯลฯ โดยออกมาโจมตีรัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานแทบตาย แก้ไขปัญหาต่างๆ รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ถ้าทำงานแบบง่ายๆ ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม คือไม่ยั่งยืน ขอฝากกับทุกคน ว่าผมจะไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร แต่อยากขอให้ฟังรัฐบาล และรับฟังคนที่อยากเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อย่าให้มาโจมตีเรา โดยเราคล้อยตามเขาไปด้วย

อยากให้สื่อมวลชนช่วยฟังด้วยว่า คนที่พูดจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยดูที่การแถลงนโยบาย ว่าจะทำงานอย่างไร ไม่ใช่โจมตีผมอย่างเดียว เพราะไม่เป็นธรรมกับผม ฝากให้ด้วย เพราะทุกคนต่างก็รักประเทศไทย หรือใครไม่รัก ทุกคนต่างก็รักประเทศไทยและคนไทย ดังนั้น อยากขอร้องบรรดานักเขียนและคอลัมนิสต์ ที่บางครั้งเขียนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เขียนในแบบเดิมๆโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ซึ่งคิดว่าไม่ได้แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

...




ก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง หัวหน้าคสช. ก็ใช้ ม.44 แก้กติกาการเลือกตั้งไปแล้วถึงสามครั้ง

ตามโรดแมปของรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในปี 2562 และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มุ่งหวังไว้ คสช. จึงขอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขึ้นมาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาที่มาจากการแต่งตั้งของตัวเองเป็นคนพิจารณากฎหมายอีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ดี คสช. ยังเข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขกติกาการเลือกตั้งทางตรงโดยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ปี 2557 ซึ่งที่ผ่านมา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจดังกล่าวไปแล้วอย่างน้อยสามครั้ง ได้แก่

1) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560: ปลดล็อคให้พรรคใหม่-รีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองเก่า

2) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561: ยกเลิกไพรมารีโหวต-ห้ามหาเสียงออนไลน์-ขยายเวลาให้พรรคการเมือง

3) คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2561: คสช. สั่ง กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ได้ หาก คสช. หรือ รัฐบาล ได้รับข้อร้องเรียน

อ่านต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/5037

Trump’s own administration is now warning about climate change — but he ‘doesn’t believe it’




ทองแท้ธนาธร - ย้อนฟังบทสัมภาษณ์ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับเส้นทางการเมืองบนท้องถนนจาก พธม. สู่ นปช.




https://www.facebook.com/matichonweekly/videos/766823237010385/





ทองแท้ธนาธร
%%%%
ทองแท้ย่อมคงทน ไม่เปื้อนปนกับทองเค
ปักใจไม่หันเห มิหวั่นหวาดอำนาจปืน
สู้ด้วยอหิงสา อารยะเข้าขัดขืน
กี่ครั้งยังยันยืน ข้างประชาธิปไตย
อดีตที่ปรากฏ อนาคตจึงวางใจ
ฝากผีและฝากไข้ ผู้รับใช้เสรีชน
เปิดใจและเปิดตัว ให้ไทยทั่วเลือกสักหน
ทางตันอันอับจน ฤาพรุ่งนี้ที่ร่วมกัน
สร้างสรรค์อนาคต ใหม่ใสสดตามโลกทัน
ยืนหยัดและยืนยัน ไม่มีวันเปลี่ยนจุดยืน
อดีตที่รันทด อนาคตต้องทวงคืน
ผองไทยร่วมใจฟื้น เกียรติศักดิ์ศรีเสรีเรา

...

ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย



[ ธนาธรเปิดใจเรื่องคลิปม็อบโดนกระสุนยางยิง!!! ] ส่วนหนึ่งจากรายการทุบประเด็นข่าว ช่อง Bright TV ช่อง 20 ติดตามชมคลิปเต็มๆ ได้ที่... https://youtu.be/0V7gSusEXSE


“Shooting tear gas at children is not who we are as Americans” (Republicans were not outraged, just surprised?)



Trump officials said that authorities had to respond with force after hundreds of migrants rushed the border near Tijuana on Sunday, some of them throwing “projectiles” at Customs and Border Protection personnel.
.

The chaos erupted Sunday around the bustling San Ysidro border crossing, which Homeland Security Secretary Kirstjen Nielsen said was closed “to ensure public safety in response to large numbers of migrants seeking to enter the U.S. illegally.”
.

But Democratic leaders, human rights advocates and others focused on the images of the two children in particular. Many pointed to the children left gagging from the gas attack as evidence that Trump’s push against a caravan of asylum seekers from Central America had gone too far.

“Shooting tear gas at children is not who we are as Americans,” tweeted Tom Perez, chairman of the Democratic National Committee. “Seeking asylum is not a crime. We must be better than this.”

[Why tear gas, lobbed at migrants on the southern border, is banned in warfare]

Gavin Newsom, the Democratic governor-elect of California, argued that images of kids sprinting from tear gas run counter to American ideals.

“These children are barefoot. In diapers. Choking on tear gas,” he tweeted. “Women and children who left their lives behind — seeking peace and asylum — were met with violence and fear. That’s not my America. We’re a land of refuge. Of hope. Of freedom. And we will not stand for this.”
.

Click here to read the whole article


วันจันทร์, พฤศจิกายน 26, 2561

ช่วงท้ายๆ นี่ “สิ่งดีๆ มันเกิดเยอะ” เช่น สุดารัตน์เฉือนประยุทธ์ โพลนิด้าอยากได้เป็นนายกฯ


โพลนิด้าอาทิตย์ที่แล้ว (ครั้งที่ ๕ ล่าสุด) ถ้าพูดสไตล์ ไอทู้บก็ต้องว่าเรื่อง กระพี้เพราะช่วงท้ายๆ นี่ “สิ่งดีๆ มันเกิดเยอะ” อย่างเช่น

บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (๑๐ อันดับแรก) พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ ร้อยละ ๒๕.๑๖ ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) รองลงมา อันดับ ร้อยละ ๒๔.๐๕ ระบุว่าเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ดูผลสำรวจเต็ม ที่ http://nidapoll.nida.ac.th/index.php?op=polls-detail&id=627

ไม่ค่อยจะตื่นเต้นเท่าไรนัก เนื่องจากเฉือนกันแค่เปอร์เซ็นต์กว่าๆ แต่ที่น่าคิดคือตรงตามคำของประยุทธ์ว่าสิ่งดีๆ มันเกิดตอนช่วงท้ายๆ นี่เอง ได้แก่

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็น แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (๑๐ อันดับแรก) พบว่าส่วนใหญ่ อันดับ ร้อยละ ๓๑.๗๕ ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย อันดับ ร้อยละ ๑๙.๙๒ ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ
โอเค อันนี้ชนะกันเยอะ เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์  ทั้งๆ ที่พรรคพลังประชารัฐดูดเอาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปหลายคนแล้ว หากจะบอกว่าเพราะวิชามารอย่างนั้น (ที่ดูดจากพรรคใหญ่ๆ เกือบถ้วนหน้า พท. ปชป. และชาติไทยพัฒนา) ทำให้พลังประชารัฐยังติดอันดับสอง ก็แสดงว่ามาแรงทีเดียว

ครั้นมาถึงประเด็นที่ว่า อยากให้พรรคการเมืองแนวไหนได้เป็นรัฐบาล คำตอบจากตัวอย่าง ๑,๒๐๐ กว่าคนชี้ว่า อยากได้พรรคการเมืองใหม่ๆ ถึง ๖๑.๖๗%เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มีคนใหม่ ๆ นโยบายใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศ

เทียบกับที่ยังต้องการพรรคการเมืองเก่าๆ เก๋าๆ ได้แค่ ๓๘.๓๓% ห่างกันยี่สิบกว่าแต้ม ไม่น้อยเลย แล้วพรรครุ่นใหม่ที่ติดโพล ไม่อันดับสามก็สี่เสมอๆ ก็คือพรรคอนาคตใหม่ ดังที่คะแนนเกี่ยวกับตัวนายกฯ ที่คนตอบโพลอยากได้เป็นอันดับสาม คือธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เฉือนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสียด้วยคะแนน ๑๔.๕๒ ต่อ ๑๑.๖๗
 
ส่วนคะแนนของพรรคการเมืองซึ่งต้องการให้เป็นรัฐบาลในอันดับสามและสี่ ประชาธิปัตย์ตีกลับมาเป็นที่สาม สลับกับอนาคตใหม่ตกไปเป็นที่สี่ ทว่าคะแนนทิ้งกันแค่เปอร์เซ็นต์เดียว คือ ๑๖.๙๘ ต่อ ๑๕.๖๓ วัดจากความต่างของคะแนน ปชป. เป็นรอง อคม. (คะแนนเฉือน ๑ ต่อ ๓)

ว่าไปแล้วโพลนี้ก็เป็นโพลเดียว ฟันธงตัดสินอะไรยังไม่ได้ แต่ก็ต้องฉุกคิดนิดนึงว่าที่ผ่านๆ มานิด้าโพลมักจะให้ลุงตู๊บคะแนนนำสม่ำเสมอ แล้วไฉนคราวนี้เปลี่ยนไป๊ ถ้าตัวอย่างผู้ถูกตั้งคำถามของนิด้าซ้ำๆ พันกว่าคนเดิมๆ การสุ่มครั้งนี้แสดงว่า มู้ดหรืออารมณ์ร่วมในหมู่ประชาชนของนิด้าเบี่ยงเบน สวิง ไปซะแล้ว

ถ้างั้นลองคิดสาระตะดูอีกทีว่า ที่ประชาชนของนิด้าอารมณเปลี่ยน เพราะมองเห็นว่าประยุทธ์ ไม่แมน และ ไม่แม่น ในทางการเมืองหรือเปล่า คอยแต่ยกตนเองกล่าวหาคนอื่น ทั้งที่ลอกเขามาไม่รู้กี่ดุ้นแล้ว ยังเที่ยวสอนโน่นสอนนี่ให้เขา พัฒนา สำคัญตนเป็นผู้ฉลาด ‘smart ass’ ลงลึก อยู่เรื่อย

เหมือนอย่างตอนที่นักข่าวถามในโอกาสวันสุดท้ายที่นักการเมืองต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แล้วประยุทธ์ตัดสินใจสังกัดพรรคอะไรหรือยัง ไอทู้บตอบด้านๆ “ให้ไปดูข้อกฎหมาย” พูดภาษาขาโจ๋ คงได้ว่า “เรื่องของกู”


แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่รัฐบาล คสช. ของคณะรัฐประหาร มอบหมายให้บรรดากรรมการที่ตนตั้งทำการร่างออกมา โดย ดีไซน์ ให้เป็นประโยชน์แก่พวกตนได้ครองอำนาจกันต่อไปยาวๆ เป็น ๒๐ ปี เป็น ข้อกฎหมาย ที่เอาเปรียบและขาดหลักนิติธรรม

มิหนำซ้ำแนวปฏิบัติในการพูดอ้างหลักการต่างๆ อย่างบิดเบือนให้กลับกลายเป็นประโยชน์แก่ตน ซึ่งคน คสช.ใช้กันมาตลอดสี่ห้าปี เดี๋ยวนี้ระบาดไปถึงบรรดาลูกไล่และลิ่วล้อ ดังที่ผู้ว่าธนาคารชาติพูดถึงแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ในช่วงต่อไป เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยต่อจากนี้มากนักวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่าต้นปีหน้าจะยุตินโยบายกดอัตราดอกเบี้ยไว้ต่ำๆ เสียที

แต่ว่าเขาเผลอ หรือไม่ก็ คสช.ใจปล้ำยอมให้พูดได้ว่า โดยเฉพาะเมื่อพูดว่าเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัว % ต้น ๆ และปีหน้าอยู่ที่ % ปลาย ๆ หรือ % ต้น ๆ” เป็นการยอมรับสภาพเศรษฐกิจตรงข้ามกับที่ประยุทธ์คุยโวไว้บ่อยๆ

กระทั่งมือลอกฯโยบายเศรษฐกิจให้ คสช. อย่าง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังหลุดว่า “ช่วงสองเดือนสุดท้ายที่เหลือต้องผลักดันการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายให้ได้ การท่องเที่ยวต้องประคองให้ฟื้น การใช้จ่ายของรัฐต้องเร่งรัด

ไตรมาส ถ้าโตได้สัก .% จีดีพีปีนี้ก็ยืนอยู่เหนือ % ได้แล้ว แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็โตได้ % กว่า” ลุ้นกันขาโก่งกับไอ้ตัวเลขจีดีพีนี่ละ เสร็จแล้ว กูเลียน(แบบ) ของรัฐบาล คสช. พูดถึงรายการแจกแถมส่งท้ายปีเก่าของ คสช.

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ที่ถลุงกันเป็นแสนๆ ล้านนี่นะ 

แล้วอย่างนั้นเพื่ออะไร “ก็สู้กันต่อไปให้จีดีพียืนเหนือ % ให้ได้” แค่นั้นเอง เศรษฐกิจของชาติ ปากท้องของประชาชน ต้องอดทนสู้เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ทั่นรองฯ พอใจแค่นั้น

เรียนโฆษกพรรคพลังประชารัฐที่นับถือ ลองหัดให้เกียรติและเคารพชาวบ้านบ้างก็จะดีนะครับ ("The Prayuth Regime" อันรัฐนั้นหรือก็คือกู!)






เรียนโฆษกพรรคพลังประชารัฐที่นับถือ

ในเมื่อท่านอยากให้ชาวบ้านเลือกท่าน พรรคของท่าน และผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรคท่าน
ลองหัดให้เกียรติและเคารพชาวบ้านบ้างก็จะดีนะครับ


Kasian Tejapira


ooo


สรุปข้อวิเคราะห์วิจารณ์ "โครงการประชารัฐ = ตัวแบบทุนนิยมลำดับชั้น (hierarchical capitalism)" ของ อ.ประจักษ์ ก้องกีรติ & อ.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

(ชมภาพไหญ่โดยตรงได้ที่ FB Kasian Tejapira)






























ชมภาพไหญ่โดยตรงได้ที่ FB Kasian Tejapira


มาช่วยกันเลือกตั้งคนที่มองชาวนาแบบนี้เป็นนายกฯกันเถอะ!



(https://www.facebook.com/kasian.tejapira/posts/10217667412860004)





คลิป ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูถูกชาวนา-คนตัดหญ้า โง่ไม่รู้เรื่องประชาธิปไตย