วันศุกร์, กันยายน 18, 2569

ดูเตอร์เตปรากฏตัวใน ICC ครั้งแรก หลังถูกคุมขัง 18 เดือนจากสงครามปราบปรามยาเสพติด ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against Humanity)


โรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปรากฏตัวต่อหน้าศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก หลังถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม 2025 จากข้อกล่าวหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกี่ยวข้องกับนโยบายปราบปรามยาเสพติด

ดูเตอร์เตปรากฏตัวใน ICC ครั้งแรก ทนายชี้ ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม นึกชื่อทรัมป์ไม่ได้ หลังถูกคุมขัง 18 เดือน

โดย อัยย์ลดา แซ่โค้ว
17.09.2026
The Standard

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ดูเตอร์เตปรากฏตัวในการประชุมติดตามสถานะคดีของ ICC โดยมีการหารือถึงกำหนดการพิจารณาคดี การเปิดเผยพยานหลักฐาน และคำร้องของฝ่ายจำเลย นับเป็นครั้งแรกที่สาธารณชนได้เห็นเขาปรากฏตัวในห้องพิจารณาคดีด้วยตนเอง นับตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อราว 18 เดือนก่อน

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ดูเตอร์เตในวัย 81 ปี สวมสูทสีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยไม่ได้กล่าวอะไรระหว่างการพิจารณา ก่อนโบกมือให้สมาชิกครอบครัวที่อยู่ในห้องหลังการประชุมสิ้นสุดลง

อนึ่ง การปรากฏตัวของอดีตผู้นำฟิลิปปินส์เกิดขึ้นในช่วงที่ศาลกำลังพิจารณาว่า ดูเตอร์เตมีสภาพจิตใจพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีหรือไม่ หลังทีมทนายระบุว่า เขามีปัญหาด้านความจำอย่างมีนัยสำคัญ จนไม่สามารถทำงานร่วมกับทีมกฎหมายได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายอัยการแย้งว่า เขายังสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้

ศาลจึงสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนประเมินสภาพของดูเตอร์เต แม้รายงานฉบับเต็มจะยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ฝ่ายจำเลยอ้างว่า ผลการประเมินพบว่า ดูเตอร์เตมีความสับสนเกี่ยวกับช่วงเวลาและอายุของตัวเอง โดยเชื่อว่า ขณะนี้ อยู่เป็นปี 2007 หรือ 2008 หรือระบุว่า ตัวเองมีอายุ 84 หรือ 85 ปี และไม่สามารถนึกชื่อของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตจากสงครามปราบปรามยาเสพติด กำลังติดตามการพิจารณาคดีผ่านการถ่ายทอดสดจากกรุงมะนิลา โดยบางส่วนระบุว่า เขาดูมีสภาพร่างกายแข็งแรง และหวังว่า จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาคดีเดินหน้าต่อไปได้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2025 ดูเตอร์เตถูกทางการฟิลิปปินส์จับกุมตามหมายจับของ ICC ก่อนถูกส่งตัวไปยังกรุงเฮกในวันถัดมา โดยศาลให้เหตุผลว่า เขาต้องรับผิดในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการฆาตกรรม กรณีปราบปรามสงครามยาเสพติด ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2011 ถึง 16 มีนาคม 2019

อาชญากรรมดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อดูเตอร์เตดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา จนถึงช่วงที่เขาเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยขณะนี้ ICC กำหนดเริ่มการพิจารณาคดีในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ขณะที่ผู้พิพากษายังต้องวินิจฉัยว่า ดูเตอร์เตมีสภาพจิตใจพร้อมเข้าสู่การพิจารณาคดีหรือไม่

ภาพ: Piroschka Van De Wouw / Reuters

อ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/articles/cq986j7x1nd3o
https://newsinfo.inquirer.net/2306854/marcoleta-happy-as-duterte-appears-in-good-condition-at-icc
.....

การสอบสวนและการดำเนินคดีกับ โรดริโก ดูเตอร์เต (Rodrigo Duterte) โดย ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ถือเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ของการยุติธรรมระหว่างประเทศ เนื่องจากเขาเป็นอดีตผู้นำรัฐจากทวีปเอเชียคนแรกที่ถูกควบคุมตัวและนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล ICC ที่กรุงเดอะเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ข้อหาหลักและขอบเขตการสอบสวน

ICC ดำเนินคดีในข้อหา อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against Humanity) ในฐานความผิดฆาตกรรมและพยายามฆาตกรรม โดยเน้นย้ำว่าการสังหารไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย แต่เป็นกระบวนการที่วางแผนอย่างเป็นระบบ
  • ขอบเขตเวลา: ครอบคลุมเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2011 ถึง 16 มีนาคม 2019 (นับตั้งแต่ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครดาเวา จนถึงวันก่อนที่การถอนตัวของฟิลิปปินส์ออกจากสัตยาบันกรุงโรมจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์)
  • ฐานอำนาจศาล: แม้ฟิลิปปินส์จะประกาศถอนตัวจาก ICC ในปี 2018 แต่ศาลอุทธรณ์ของ ICC และคณะผู้พิจารณายืนยันว่า ศาลยังคงมีอำนาจทางกฎหมายในการไต่สวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ในระหว่าง ที่ประเทศนั้นๆ ยังเป็นรัฐภาคีอยู่
ลำดับเหตุการณ์สำคัญและการจับกุม
  • มีนาคม 2025 (การจับกุมตัวครั้งประวัติศาสตร์): ศาล ICC อนุมัติหมายจับ และได้รับการประสานงานผ่านตำรวจสากล (Interpol) ร่วมกับตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ดูเตอร์เตถูกจับกุมตัวที่กรุงมะนิลาทันทีหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ และถูกส่งตัวโดยเครื่องบินไปยังกรุงเดอะเฮก เนเธอร์แลนด์
  • เมษายน 2026 (ยืนยันข้อหาเข้าสู่กระบวนการไต่สวน): คณะผู้พิจารณาชั้นไต่สวนมูลฟ้อง (Pre-Trial Chamber) ของ ICC มีมติเป็นเอกฉันท์ยืนยันข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติทั้งหมด เนื่องจากพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ และส่งคดีขึ้นสู่ชั้นพิจารณาคดี (Trial Chamber)
  • กันยายน 2026 (ปรากฏตัวในศาล): ดูเตอร์เตเข้าร่วมการประชุมจัดเตรียมคดี (Status Conference) ต่อหน้าศาล ICC ในกรุงเดอะเฮก เพื่อเตรียมความพร้อมของฝั่งอัยการและฝ่ายจำเลย
สถานะปัจจุบันของคดี
  • การไต่สวนเต็มรูปแบบ: ศาล ICC มีกำหนดเปิดการไต่สวนพิจารณาคดี (Trial) อย่างเป็นทางการ โดยพิจารณาหลักฐานของอัยการที่มีมากกว่า 15,000 รายการ และพยานบุคคลจำนวนมาก
  • การคุมขัง: อดีตประธานาธิบดีดูเตอร์เตยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของศาล ICC ที่กรุงเดอะเฮกเพื่อรอการพิจารณาคดี
คดีนี้นับเป็นหลักหมุดสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งส่งสัญญาณว่าผู้นำรัฐไม่สามารถอ้างอิงอำนาจบริหารเพื่อคุ้มครองตนเองจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงได้

.....

สงครามปราบปรามยาเสพติด (Philippine Drug War) เป็นนโยบายหลักของอดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต (Rodrigo Duterte) แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งเริ่มขึ้นทันทีหลังจากที่เขาดำรงตำแหน่งในปี 2016 โดยเน้นการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดและรุนแรงเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศ



กลไกและวิธีการดำเนินนโยบาย
  • ปฏิบัติการ Operation Tokhang: เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีเคาะประตูบ้านผู้ต้องสงสัยเพื่อกดดันให้มอบตัวหรือเข้าสู่กระบวนการบำบัด แต่บ่อยครั้งจบลงด้วยการสังหารวิสามัญฆาตกรรม
  • ไฟเขียวให้ใช้กำลังขั้นเด็ดขาด: ดูเตอร์เตประกาศคุ้มครองตำรวจจากการถูกดำเนินคดีหากสังหารผู้ต้องสงสัยที่ต่อสู้หรือขัดขืน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปสังหารผู้ค้าและผู้เสพยาได้โดยตรง
  • บัญชีดำ (Watchlists): การจัดทำรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในระดับชุมชน โดยไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส นำไปสู่การสังหารผิดตัวและการตั้งแค้นส่วนตัว
ยอดผู้เสียชีวิตและผลกระทบ

ประเด็นตัวเลขผู้เสียชีวิตมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างรายงานของรัฐบาลและองค์กรสิทธิมนุษยชน:
  • ตัวเลขจากรัฐบาล (PNP): ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากวิสามัญฆาตกรรมระหว่างปฏิบัติการของตำรวจประมาณ 6,200 คน
  • ตัวเลขจากองค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch / Amnesty): ประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงอาจสูงถึง 12,000 – 30,000 คน โดยนับรวมการสังหารโดยกลุ่มศาลเตี้ย (Vigilante groups) ที่ไม่ระบุตัวตน
  • ผลกระทบทางสังคม: เกิดภาวะเรือนจำแออัดเกินความจุ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ หรือคนยากจนในชุมชนแออัด ขณะที่ตัวการใหญ่หรือนายทุนได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ปฏิกิริยาและผลสืบเนื่องทางกฎหมาย
  • การสอบสวนโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC): ICC ได้เปิดการสอบสวนข้อหา อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against Humanity) เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่
  • การถอนตัวออกจาก ICC: ในปี 2018 ดูเตอร์เตตอบโต้ด้วยการประกาศนำฟิลิปปินส์ออกจากความร่วมมือกับ ICC ถึงกระนั้น ICC ยืนยันว่ายังคงมีอำนาจสอบสวนคดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นสมาชิกอยู่
  • การเปลี่ยนผ่านอำนาจ: แม้ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (Ferdinand Marcos Jr.) ที่ดำรงตำแหน่งต่อมาจะปรับเปลี่ยนท่าทีเน้นการบำบัดฟื้นฟูมากขึ้น แต่กระบวนการสืบสวนอดีตเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจในยุคดูเตอร์เตยังคงเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรง