
เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล
Yesterday
·
เวลาพูดถึง งบฯ ไม่เพียงพอ
คาถาที่ถูกยกขึ้นมาอันดับต้น ๆ คือ "ร่วมจ่าย"
คนที่สนับสนุนแนวคิดนี้
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
มักจะพูดโดยไม่ครอบคลุมบางอย่าง
เช่น พูดราวกับว่า ตอนนี้
คนไข้ บัตรทอง ไม่ต้องร่วมจ่าย "อะไรเลย"
ซึ่งไม่จริง ค่าอุปกรณ์การแพทย์บางรายการ
มีกรณีที่ต้องจ่าย , มีกรณีที่เลือกจ่ายหรือไม่
(เช่น ค่าเลนส์ตา)
เช่น พูดราวกับว่า
การเก็บ ค่าร่วมจ่าย บางเงื่อนไขนั้น
จะแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณได้
(ทั้งที่ ความจริง ถ้าจะเอาถึงขั้นนั้น
ต้องเก็บในสัดส่วนที่สูงพอสมควร
ยิ่งบอกว่า จะไม่เก็บกับเด็ก คนสูงอายุ คนยากไร้
คนที่ อยู่ในเงื่อนไขต้องจ่าย คงต้องจ่าย
ในสัดส่วนที่สูง ตีเป็น 30% ของค่าใช้จ่ายจริง
คิดว่า จะมีผลกระทบขนาดไหน)
ในขณะเดียวกัน
กลุ่มที่คัดค้าน เรื่องการ ร่วมจ่าย
ก็มุ่งคัดค้านหัวชนฝา
จนเหมือนปิดตาข้างเดียวว่า
จริง ๆ มันก็มีกรณีที่ มีการร่วมจ่าย อยู่
และมันยังลดโอกาสการเข้าถึงยา
ของคนไข้ที่มีกำลังทรัพย์
จนไม่ได้ใช้ยาที่อาจจะมีประโยชน์ไป
.
.
แต่ วันนี้ ไม่ได้จะถกประเด็นนั้น
ที่ผมอยากพูดถึงก็คือ
เวลาพูดถึงเรื่องพวกนี้
มีเพียงผม เพจเดียวเลยมั้ง
ที่พูดตรงว่า ๆ พวกคุณมรึง ทั้งหลาย
งบไม่พอ ทำไมไม่มีใครบอกให้ รัฐบาลเพิ่มงบ
เขียนเพจมาหลายปี ยังพูดอยู่ทุกที
ยืนยันว่า ไม่ใช่การเสนอแบบ โง่ ๆ
แบบกำปั้นทุบดิน แต่อย่างใด
พวกคุณครับ ทุกคนต้องการมาตรฐาน
และคุณภาพการรักษา ระดับอเมริกา , ยุโรป
เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
แต่ พวกผม ได้งบมาครึ่งเดียวของประเทศเหล่านั้น
ขอให้ผู้ชายที่ให้กำเนิดคุณหมดสัญญาณชีพ
ผมสงสัยเรื่องนี้มานาน
ทำไม บรรดาครูบาอาจารย์
ในโรงเรียนแพทย์ ในกระทรวง
ที่สอนพวกผมมา ต่างเงียบเป็นเตมีย์ใบ้
สอน Guidelines (แนวทางการรักษา) ล่าสุด
ตรวจนู่นนั่นนี่ แปดแสน
ให้ยาไฮโซ แปดล้าน
แต่งบมีให้มา สองแสน ล้อเล่นไหมครับ
บรรดาอาจารย์หมอ เท่ ๆ เก่ง ๆ เทพ ๆ
ด่านักศึกษาแพทย์
"คุณเป็นหมอภาษาอะไร ปล่อยคนไข้ไว้แบบนี้"
"หมอต้องกล้ายืนยันสิ่งที่ถูกต้อง
สิ่งที่มีประโยชน์กับคนไข้
สักแต่ทำตามเขาไป ก็ไม่ต้องเป็นหมอหรอก"
ผมเพิ่งเข้าใจเมื่อไม่นานนี่เองว่า
จริง ๆ เรา บรรดาหมอ ๆ นี่
ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ไม่น้อย
ที่เก่งแต่กับ คนที่ตัวเล็กกว่าเรา
อาจารย์ก็ ด่านักศึกษาฉ่ำ ถ้าเตรียมข้อมูลไม่ครบ
(ภายใต้ คำว่า ต้องการสอนให้จดจำ, หวังดี)
แต่ถ้าเป็นอาจารย์อาวุโสมาปรึกษา
จะไม่มี คำบ่นสักแอะ
บรรดา หมอ ๆ ก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ ว่า
งบไม่พอ รัฐบาล เอาเงินไป
สร้างคณะแพทย์ใหม่ทำไม
โครงการบ้าๆ บอๆ มากมาย
แจกเงินรอบที่ 88 ก็เลิกบ่นแล้ว
(บ่นแต่สมัยทักษิณ นอกนั้นเงียบบบบบ )
ไม่กล้า ทวง กับ ผู้มีอำนาจ
สงบเสงี่ยมเจียมตัว
แล้วก็หันมา เอากับประชาชนนี่แหละ
พวกคุณไม่ดูแลตัวเอง ต้องจ่าย
รับรองหันไปดูแลตัวเอง
พวกคุณเอะอะ ก็มา รพ. มาเอายาฟรี
อย่างนี้ต้องจ่าย
พวกคุณเป็นความดัน เบาหวาน อ้วน
พวกนี้ป้องกันได้ เพราะรักษาฟรี นี่แหละ
เพราะฉะนั้นจ่ายมา
ที่น่าหัวเราะคือ พอเจอหมออ้วนเสียเอง
เราอาจออกมาปกป้องกันเองว่า
เอ้ย เพราะงานมันเครียด พักผ่อนไม่พอ
ก็นั่นแหละครับ
ทั้งหมดที่อยากบ่น ในวันนี้
Yesterday
·
เวลาพูดถึง งบฯ ไม่เพียงพอ
คาถาที่ถูกยกขึ้นมาอันดับต้น ๆ คือ "ร่วมจ่าย"
คนที่สนับสนุนแนวคิดนี้
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
มักจะพูดโดยไม่ครอบคลุมบางอย่าง
เช่น พูดราวกับว่า ตอนนี้
คนไข้ บัตรทอง ไม่ต้องร่วมจ่าย "อะไรเลย"
ซึ่งไม่จริง ค่าอุปกรณ์การแพทย์บางรายการ
มีกรณีที่ต้องจ่าย , มีกรณีที่เลือกจ่ายหรือไม่
(เช่น ค่าเลนส์ตา)
เช่น พูดราวกับว่า
การเก็บ ค่าร่วมจ่าย บางเงื่อนไขนั้น
จะแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณได้
(ทั้งที่ ความจริง ถ้าจะเอาถึงขั้นนั้น
ต้องเก็บในสัดส่วนที่สูงพอสมควร
ยิ่งบอกว่า จะไม่เก็บกับเด็ก คนสูงอายุ คนยากไร้
คนที่ อยู่ในเงื่อนไขต้องจ่าย คงต้องจ่าย
ในสัดส่วนที่สูง ตีเป็น 30% ของค่าใช้จ่ายจริง
คิดว่า จะมีผลกระทบขนาดไหน)
ในขณะเดียวกัน
กลุ่มที่คัดค้าน เรื่องการ ร่วมจ่าย
ก็มุ่งคัดค้านหัวชนฝา
จนเหมือนปิดตาข้างเดียวว่า
จริง ๆ มันก็มีกรณีที่ มีการร่วมจ่าย อยู่
และมันยังลดโอกาสการเข้าถึงยา
ของคนไข้ที่มีกำลังทรัพย์
จนไม่ได้ใช้ยาที่อาจจะมีประโยชน์ไป
.
.
แต่ วันนี้ ไม่ได้จะถกประเด็นนั้น
ที่ผมอยากพูดถึงก็คือ
เวลาพูดถึงเรื่องพวกนี้
มีเพียงผม เพจเดียวเลยมั้ง
ที่พูดตรงว่า ๆ พวกคุณมรึง ทั้งหลาย
งบไม่พอ ทำไมไม่มีใครบอกให้ รัฐบาลเพิ่มงบ
เขียนเพจมาหลายปี ยังพูดอยู่ทุกที
ยืนยันว่า ไม่ใช่การเสนอแบบ โง่ ๆ
แบบกำปั้นทุบดิน แต่อย่างใด
พวกคุณครับ ทุกคนต้องการมาตรฐาน
และคุณภาพการรักษา ระดับอเมริกา , ยุโรป
เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
แต่ พวกผม ได้งบมาครึ่งเดียวของประเทศเหล่านั้น
ขอให้ผู้ชายที่ให้กำเนิดคุณหมดสัญญาณชีพ
ผมสงสัยเรื่องนี้มานาน
ทำไม บรรดาครูบาอาจารย์
ในโรงเรียนแพทย์ ในกระทรวง
ที่สอนพวกผมมา ต่างเงียบเป็นเตมีย์ใบ้
สอน Guidelines (แนวทางการรักษา) ล่าสุด
ตรวจนู่นนั่นนี่ แปดแสน
ให้ยาไฮโซ แปดล้าน
แต่งบมีให้มา สองแสน ล้อเล่นไหมครับ
บรรดาอาจารย์หมอ เท่ ๆ เก่ง ๆ เทพ ๆ
ด่านักศึกษาแพทย์
"คุณเป็นหมอภาษาอะไร ปล่อยคนไข้ไว้แบบนี้"
"หมอต้องกล้ายืนยันสิ่งที่ถูกต้อง
สิ่งที่มีประโยชน์กับคนไข้
สักแต่ทำตามเขาไป ก็ไม่ต้องเป็นหมอหรอก"
ผมเพิ่งเข้าใจเมื่อไม่นานนี่เองว่า
จริง ๆ เรา บรรดาหมอ ๆ นี่
ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ไม่น้อย
ที่เก่งแต่กับ คนที่ตัวเล็กกว่าเรา
อาจารย์ก็ ด่านักศึกษาฉ่ำ ถ้าเตรียมข้อมูลไม่ครบ
(ภายใต้ คำว่า ต้องการสอนให้จดจำ, หวังดี)
แต่ถ้าเป็นอาจารย์อาวุโสมาปรึกษา
จะไม่มี คำบ่นสักแอะ
บรรดา หมอ ๆ ก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ ว่า
งบไม่พอ รัฐบาล เอาเงินไป
สร้างคณะแพทย์ใหม่ทำไม
โครงการบ้าๆ บอๆ มากมาย
แจกเงินรอบที่ 88 ก็เลิกบ่นแล้ว
(บ่นแต่สมัยทักษิณ นอกนั้นเงียบบบบบ )
ไม่กล้า ทวง กับ ผู้มีอำนาจ
สงบเสงี่ยมเจียมตัว
แล้วก็หันมา เอากับประชาชนนี่แหละ
พวกคุณไม่ดูแลตัวเอง ต้องจ่าย
รับรองหันไปดูแลตัวเอง
พวกคุณเอะอะ ก็มา รพ. มาเอายาฟรี
อย่างนี้ต้องจ่าย
พวกคุณเป็นความดัน เบาหวาน อ้วน
พวกนี้ป้องกันได้ เพราะรักษาฟรี นี่แหละ
เพราะฉะนั้นจ่ายมา
ที่น่าหัวเราะคือ พอเจอหมออ้วนเสียเอง
เราอาจออกมาปกป้องกันเองว่า
เอ้ย เพราะงานมันเครียด พักผ่อนไม่พอ
ก็นั่นแหละครับ
ทั้งหมดที่อยากบ่น ในวันนี้
https://www.facebook.com/photo?fbid=1311616704503473&set=a.415379120793907