วันพุธ, มีนาคม 30, 2559

ลุงแกเป็นเอามาก... จ่อผุดหลักสูตรปรับทัศนคติ-มีโควต้าสื่อ สูงสุด30วัน ต้องสอบจบด้วย ท้าไปฟ้องยูเอ็น





จ่อผุดหลักสูตรปรับทัศนคติ-มีโควต้าสื่อ สูงสุด30วัน ต้องสอบจบด้วย ท้าไปฟ้องยูเอ็น

ที่มา มติชนออนไลน์
29 มี.ค. 59

นายกฯกล่าวว่า หลักสูตรที่จะทำขึ้นมานั้นไม่ได้เป็นการขู่อะไร เพราะไม่ได้เอาไปฆ่าแกงอะไร ไม่ได้เอาถุงดำครอบหัว หรือเอาไปทรมาน จะทำให้เปลืองแรงทำไม ไม่ได้ประโยชน์อะไรสักอย่าง จะไปทรมานทำไม ข้าวก็เปลือง ทำอะไรก็นึกถึงครอบครัวบ้างจะลำบาก เพราะไม่อยู่บ้านหลายวันหรือเขาอาจจะดีใจก็ได้ โดยรับรองว่าจะดูแลเป็นอย่างดี แล้วอย่าลืมต้องเตรียมสอบด้วยทั้งประจำวัน ประจำสัปดาห์ ก่อนสิ้นสุดคอร์ส ถ้าไม่ผ่านก็เข้าคอร์สสอง มันต้องเรียนรู้ ถ้าคิดเองถามเองก็จะเป็นแบบนี้ เช่นเดียวกับตนในการประชุม ครม.ต้องอ่านทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่องถึงจะสั่งได้ ไม่ใช่พหูสูตที่จะรู้เอง คนจะบริหารราชการต้องอ่านหนังสือ ทหารตำรวจต้องอ่านหนังสือ ไม่ใช่ให้ลูกน้องทำมาแล้วเซ็นอย่างเดียว เพราะการเสนอเรื่องขึ้นมาบางครั้งไม่ตรงนโยบายที่ต้องการ เพราะวุฒิภาวะไม่เหมือนกัน ฉะนั้นต้องอ่าน ผู้นำต้องเป็นแบบนี้ มีความแตกต่างเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ถ้าทำแบบเดิมผิดๆ ถูกๆ ไปเรื่อย อย่ามาเป็นเลย คงต้องอบรมหลายรอบกว่าจะเป็นผู้นำ เผลอๆ ไม่ได้เป็น อบรมยาวไปเลยแล้วกัน ทั้งนี้ ระยะเวลาการอบรมขึ้นอยู่ว่าเข้าใจแค่ไหน ถ้าเข้าใจมากเช้าไปเย็นกลับก็ได้

นายกฯกล่าวว่า สำหรับนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังไม่ถือว่าสอบผ่าน เพราะยังไม่ได้เข้าหลักสูตรเลย ตอนนี้กำลังทำหลักสูตร อันนี้เป็นพวกเตรียมการเข้าอบรม พวกฟรี โดยหลักสูตรจะออกเร็วๆ นี้ ฝ่ายความมั่นคงทำอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเครื่องแบบให้ผู้ที่เข้าอบรมหรือไม่ นายกฯตอบอย่างมีอารมณ์ขันว่า ไอ้นี่ถามกวนประสาท คนเรียนอาจจะให้นั่งเรียนกลางแดดจะได้จำ และจะมีประกาศนียบัตรให้ด้วย อย่างน้อยก็หม้อใบหนึ่งเอาไว้ครอบหัวกลับบ้าน พอแล้วนะไร้สาระกันแล้ว

ส่วนกรณีนายวัฒนา ระบุว่าจัดหลักสูตรปรับทัศนคติก็ไม่ประสบความสำเร็จ และจะร้องไปยังสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นายกฯกล่าวว่า ก็ให้ร้องไป

...

ความเห็นชาวเน็ต...

อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา จะเอาอะไรกับทหาร

ใหญ่ไปไหม ท้าให้ไปฟ้อง ยูเอ็น

ระวังเป็นเบาหวานนะ หลักสูตรนี้สลิ่มแม่งเยอะ

โห๋ หลักสูตรใหม่ ฟรีอาหาร ที่พัก และอื่นๆ

ผัวฝรั่งรวยๆๆอยู่ไหน???มาเอาชั้นไปอยู่ด้วย ได้โปรด
กรูไม่อยากเข้าอบรมหลักสูตรท่านผู้นำ!!!กรูเก่งมาก เข้าใจทุกเรื่อง เลียๆๆๆๆ

บ้ากว่านี้มีอีกไหม 



การปรับทัศนคติ เริ่มลามไปทั่วแล้ว.... นายละม่อม บุญยงค์ เป็นชาวประมง กับพวกอีก 2 คน ถูกทหารนำไปจากบ้านเช้าตรู่วันที่ 29 มีนาคม 2559 โดยอ้างว่าเป็นการเชิญตัวเพื่อไปปรับทัศนคติ ขณะนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้าที่ชัดเจน





ทหารคุมตัวชาวบ้านปากน้ำ ระยอง:

นายละม่อม บุญยงค์ กับพวกอีก 2 คน ถูกทหารนำไปจากบ้านเช้าตรู่วันที่ 29 มีนาคม 2559 โดยอ้างว่าเป็นการเชิญตัวเพื่อไปปรับทัศนคติ ขณะนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้าที่ชัดเจน

นายละม่อม อายุ 65 ปี เป็นชาวประมง ผู้ร้องเรียนกรณีที่ทหารร่วมกับเทศบาลระยองจะไล่รื้อบ้านเรือนและที่ทำประมงต่อเนื่องบริเวณริมชายหาดปากน้ำ ระยอง ต่อคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยกรณีดังกล่าวนี้จะทำให้ชุมชนประมงพื้นบ้านบริเวณดังกล่าวต้องรื้อถอนบ้านเรือนและที่ทำการแปรรูปอาหารทะเล และที่จอดเรือออกจากพื้นที่ มีผู้เดือดร้อนกว่าสิบครอบครัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิฯ และอยู่ระหว่างการร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้นายละม่อมยังเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำมันรั่วที่ทะเลระยองปี 2556 ได้ร่วมกับกับผู้ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวฟ้องร้องหน่วยงานรัฐและบ.ปิโตรเลียมไทยโกลบอลเคมีคอล เมื่อปี 2557 โดยคดีดังกล่าวกำหนดสืบพยานในวันที่ 20 เมษายนนี้

ที่มา https://www.facebook.com/arpa.wangkiat/posts/10206499116305643

#สิทธิชุมชน
#ประชาธิปไตยใหม่

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM


นายกฯเอ่ยคำ ขอโทษ ที่ใช้รุ่นน้องถอดรองเท้า แต่ ฉุนหลังสื่อเผยแพร่ภาพ



.....



ขอโทษ...นายกฯเอ่ยคำ ขอโทษ ที่ใช้รุ่นน้องถอดรองเท้า เมื่อเช้า....เผยเจตนาผมไม่มีอะไร ....มันเป็นเรื่องของความผูกพัน เขาม...
Posted by Wassana J. Nanuam on Tuesday, March 29, 2016
https://www.facebook.com/253729448003304/videos/1043180769058164/




ฟัง อีกคลิป.....นายกฯ บิ๊กตู่ ฉุนหลังสื่อเผยแพร่ภาพ วาน รมช.ศึกษาฯ ถอดรองเท้าให้ ถามทำไมไม่แยกแยะ เรื่องภายในของพี่น้อง....
Posted by Wassana J. Nanuam on Tuesday, March 29, 2016
https://www.facebook.com/253729448003304/videos/1043292455713662/




ฟัง อีกคลิป.....นายกฯ บิ๊กตู่ ฉุนหลังสื่อเผยแพร่ภาพ วาน รมช.ศึกษาฯ ถอดรองเท้าให้ ถามทำไมไม่แยกแยะ เรื่องภายในของพี่น้อง. แต่ยอมขอโทษสังคมที่มีภาพออกไปไม่ดี แต่ขอด่ากลับคนแพร่เป็นพวกจิตใจต่ำ ตามหาตัว

ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแสดงอาการหงุดหงิด พอลงมาก็พูด เรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียถึงกรณีที่ วานให้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยถอดรองเท้าให้ในช่วงเยี่ยมชมการจัดงาน"การศึกษาสร้างชาติ ตลาดคลองผดุงฯ...สร้างสุข" ในเช้าวันนี้ ก่อนประชุม ครม.
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "วันนี้ต้องขอโทษที่ทำให้หลายคนไม่สบายใจที่รุ่นน้องของผมถอดรองเท้าเพื่อวัดเท้าให้

"เจตนารมณ์ ผมไม่ได้มีอะไร แต่คนที่ส่งภาพออกไป ผมอยากบอกว่า จิตใจมันต่ำ ใครไม่รู้ ว่าจะไม่โมโหแล้วเชียว ผมไม่เคยดูถูกคน แต่มันเป็นเรื่องความผูกพัน ซึ่งเขามีน้ำใจกับผม แต่มันก็เป็นภาพที่ไม่สมควร ผมก็ขอโทษสังคมด้วยแล้วกัน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมวันนี้นายกรัฐมนตรีถึงดูมีอารมณ์หงุดหงิดมาก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า"ความจริงไม่หงุดหงิดอะไร แต่มาหงุดหงิดไอ้เรื่องรองเท้า ใครถ่ายก็รู้อยู่ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องก็อยู่ในกลุ่มพวกสื่อนี่แหละ ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์เมื่อเช้ามีสื่อมวลชนจำนวนมาก

" ผมก็ขอถามกลับว่า แล้วมันเป็นพวกใคร ไม่ใช่พวกเธอหรือ เป็นสื่อคนละพวกหรือ พวกเธอก็ต้องไปบอกว่าเรื่องอะไรมันสมควรหรือไม่สมควรนำเสนอต่อไป อะไรที่เป็นเรื่องของผม เรื่องภายในเป็นเรื่องพี่น้องของผม แยกแยะให้ออกหน่อยจะมา บอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าพวกคุณเลือกผมมา คุณยะสั่งผมอย่างไร คุณสั่งมาผมจะทำให้ แต่นี่ไม่ได้เลือกผมสักคน"

Wassana J. Nanuam


คำประกาศของเยาวชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ





คำประกาศของเยาวชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ

เราคือเยาวชน เราเคยศรัทธาในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เราเคยเชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะช่วยป้องกันความฝันไม่ให้ถูกทำลายและต่อเติมอนาคตที่เราอยากสร้าง เราเคยเชื่อเช่นนั้นมาตลอด

ใน ช่วงบ่ายวันนี้ (29 มีนาคม) คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่สายตาของสาธารณชน ก่อนที่จะได้มีการลงคะแนนเสียงประชามติในเดือนสิงหาคมนี้ เมื่อเราได้อ่านและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เราก็รู้ในทันทีว่า ร่างรัฐธรรมนูญฆ่าล้างทั้งอนาคตและสิทธิทางการศึกษาของเราจนไม่เหลือดี

แต่เดิมนั้น รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2540 ได้บัญญัติให้รัฐต้องจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี เราจึงได้เรียนฟรีจนถึงระดับมัธยมปลายและอาชีวศึกษา ต่อมาในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 บัญญัติเพียงว่าให้เราได้เรียนฟรี 12 ปี เราจึงยังได้เรียนมัธยมปลายและอาชีวศึกษาฟรีอยู่ ทว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บัญญัติให้รัฐจัดการศึกษาฟรีถึงเพียงการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) แต่เพียงเท่านั้น

เมื่อรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองให้เราได้เรียนมัธยมปลายและอาชีวะได้ฟรี การศึกษาที่เคยเป็นสวัสดิการก็กลับกลายเป็นภาระ เราต้องจ่ายเงินมากขึ้นกับการศึกษา ทั้งที่รัฐควรสนับสนุนในฐานะที่การศึกษาคืออนาคตของชาติ เพื่อนของเราอีกมากที่ไม่ได้มีโอกาสมากนักอาจต้องจบชีวิตการศึกษาไว้เพียงการศึกษาภาคบังคับเท่านั้น พวกเขาจะสามารถมีอาชีพที่เหมาะสมและอนาคตที่ดีได้ด้วยทักษะความรู้เพียงเท่านั้นหรือ และรัฐจะสามารถรับผิดชอบชีวิตพวกเขาได้หรือไม่

แม้ร่าง ฯ จะบัญญัติให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่ออุดหนุนผู้ขาดแคลนโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่การลดความเหลื่อมล้ำนั้นไม่อาจทำได้หากไม่มีการจัดสวัสดิการอย่างทั่วถึง และแม้จะมีกองทุนนี้อยู่ ก็เชื่อว่าจะต้องมีเพื่อนเยาวชนเราอีกจำนวนมากที่จะต้องตกหล่นไปจากกองทุนนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ ไม่เพียงแต่การอนุญาตให้รัฐทอดทิ้งการศึกษาของนักเรียนและเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอีกด้วย

รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ปกป้องประชาชน มิใช่ทำร้ายประชาชน ! เราเสียใจที่ไม่อาจจะเห็นรัฐธรรมนูญที่ต่อเติมความฝันของเยาวชนได้ในการร่างครั้งนี้ เราหวังว่าสุดท้าย การใช้รัฐธรรมนูญตัดทอนโอกาสของเยาวชนจะไม่เกิดขึ้นและ “ม.ปลายฟรี” จะกลับมาสู่มือเยาวชนตามเดิม

พริษฐ์ ชิวารักษ์
กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท และเครือข่าย ในฐานะเยาวชนกลุ่มหนึ่ง
29 มีนาคม 2559
#สิทธิเรียนฟรีที่หายไป #เอามปลายฟรีของเราคืนมา


แก้ตามสั่ง แต่ไม่แก้ตามความเห็น




http://news.voicetv.co.th/thailand/345174.html

by ใบตอง แห้ง29 มีนาคม 2559
Over View ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2559

คุณอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง วิเคราะห์หลัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ แถลงเปิดร่างรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เรามาดูกันว่า สิ่งที่มีชัยแก้ในรัฐธรรมนูญมีอะไรบ้าง ทั้งที่แก้เอง และที่แก้ตาม คสช.
...

ร่างรัฐธรรมนูญมีชัย ไม่ได้แก้ไขอะไรตามที่สังคมแสดงความเห็นเลย แต่กลับไปแก้ใหญ่ในบทเฉพาะกาลตามใบสั่ง คสช.

ส่วนที่แก้ไขในบทถาวร คือโยกมาตรา 207 อำนาจศาล รธน.แก้วิกฤติ กลับมาไว้ในมาตรา 5 เป็นอำนาจร่วมประธานศาลต่างๆ องค์กรอิสระ รัฐสภา

อ้อมีแก้หมวดสิทธิเอาใจสิทธิชุมชน แต่ไม่รู้ NGO พอใจหรือเปล่า

มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความยากส์จากเป็นไปไม่ได้เลย มาหลอกล่อว่ายังพอเป็นไปได้มั้ง คือจากต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งในรัฐสภา โดยต้องมีคะแนนเสียง 1 ใน 10 จากทุกพรรค ที่มี ส.ส.เกิน 10 คน และ 1 ใน 10 ของพรรคต่ำสิบรวมกัน ครั้งนี้บอกว่า ต้องมี ส.ส.จากพรรคที่ไม่ได้เป็น รมต. ประธาน-รองประธานสภา (ก็ฝ่ายค้านนั่นแหละ) เห็นด้วย 20% ของทุกพรรคฝ่ายค้านรวมกัน

แต่ก็ยังต้องใช้เสียง ส.ว.1 ใน 3 ต้องผ่านศาล รธน.วินิจฉัย

ที่เพิ่มมาอีกอย่างคือหมวดปฏิรูปประเทศ ซึ่งเอาไว้ให้อำนาจ สว.แต่งตั้ง

ส่วนอื่นๆ ที่โดนวิจารณ์ ไม่แก้เลย เลือกตั้งบัตรใบเดียว ส.ว.บล็อกโหวตสาขาอาชีพ อำนาจศาล รธน. อำนาจองค์กรอิสระ

เช่นเดียวกับบทเฉพาะกาลยังวิบัติ ให้ คสช.มีอำนาจ ม.44 จนมีรัฐบาลจากเลือกตั้ง

ส่วน สว.แต่งตั้ง บทเฉพาะกาล 250 คน ชุดแรก 50 คน มาจากการเลือกแบบบล็อกโหวตสาขาอาชีพ ซึ่งถ้าจัดเต็มตามบทถาวรจะได้ 200 คน แต่ไอ้แก๊งหนูทดลอง 200 คนนี่้ไม่ได้เป็นหมด ให้ คสช.เลือกแค่ 50 คน สำรอง 50 คน (เอาไว้ฟ้องร้องกันเองว่าขาดคุณสมบัติ หรือไม่ก็แช่งชักให้มะเร็งกิน) ส่วนอีก 100 คนปิ๋วเอาไว้ด่า คสช.ทำไมไม่เลือกกรู

ชุดสอง 194 คนมาจากสรรหา 400 คนแล้วให้ คสช.เลือก พร้อมสำรอง (เอาไว้แช่ง) อีก 50 คนเช่นกัน

ที่น่าสนใจคืออำนาจมากกว่าปกติตรงกฎหมายปฏิรูปประเทศ ให้พิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา รวมทั้งกฎหมายนิรโทษกรรม

ที่น่าจับตาคือ หลังจากนี้ สนช.จะเสนอคำถามลงประชามติ

ถ้า สนช.เสนอให้วุฒิสภามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็เข้าเป้า


Atukkit Sawangsuk

ooo


สื่อนอกชี้ ร่างรธน.ไทย ‘ไม่เป็นประชาธิปไตย’





by Sathit M.
29 มีนาคม 2559 

http://news.voicetv.co.th/thailand/345129.html


สำนักข่าวต่างประเทศอ้างนักวิจารณ์ ระบุร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยมอบอำนาจล้นเกินแก่คณะรัฐประหาร ขณะคณะรักษาความสงบแห่งชาติปัดเสียงวิจารณ์ ‘สืบทอดอำนาจ’

เอพีรายงานในวันอังคารที่ 29 มีนาคม ว่า ระบอบทหารของไทยเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว นักวิจารณ์ชี้ว่ามีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น วุฒิสมาชิกมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด และมีการจองโควต้าที่นั่งสำหรับนายทหารระดับสูงด้วย

ร่างฉบับนี้จะผ่านการลงประชามติในเดือนสิงหาคม และมีการเลือกตั้งในปี 2560 ก่อนหน้าการเผยแพร่ รัฐบาลทหารปิดกั้นการวิจารณ์ เมื่อสุดสัปดาห์ นักการเมืองคนหนึ่งถูกควบคุมตัว หลังจากเขาแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊กว่า หัวหน้าคณะรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรลาออกหากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำด้วยเสียงประชาชน

เอพีรายงานด้วยว่า นักการเมืองจากทั้งสองปีกของขั้วขัดแย้งต่างคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้บอกว่า ถ้าร่างถูกคว่ำ อะไรจะเกิดขึ้น นับแต่ยึดอำนาจ รัฐบาลทหารจำกัดเสรีภาพในการพูด ห้ามประชาชนชุมนุมประท้วง คณะรัฐประหารของไทยถือว่า การวิจารณ์การทำงานของตนเท่ากับยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างนักวิจารณ์ ระบุว่า ร่างดังกล่าวจะพิทักษ์รักษาอิทธิพลของทหาร และคงไม่ได้แก้ไขความบาดหมางทางการเมือง อย่างไรก็ดี รัฐบาลทหารปฏิเสธว่า ร่างฉบับนี้ไม่ได้มุ่งสืบทอดอำนาจของพวกตน

มาตราที่ถูกวิจารณ์มากคือ การให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คนมาจากการแต่งตั้ง ซึ่งมีทั้งข้าราชการพลเรือนและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตามข้อเสนอแนะของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

Source: AP via ABCnews : Reuters

ooo





"คสช.คิด/คสช.ตั้ง/คสช.เลือก/คสช. เป็นสมาชิก"

ที่มาของวุฒิสภาตามความปรารถนาของ คสช. ที่เป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จในการสรรหาวุฒิสมาชิก ไว้ที่คสช แต่เพียงที่เดียว และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก เนติบริกรมือหนึ่ง มีชัย ฤชุพันธุ์ โดยไม่แยแสต่อเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจแม้แต่น้อย

ส.ว. 250 คนจะมาจากไหนบ้าง

194 คน - คณะกรรมการสรรหา(แต่งตั้งโดย คสช.) จะเลือก 400 คน (สำรองอีก 50 คน) และส่งให้ คสช.เลือก 194 คน

50 คน - 50 ตำแหน่งนั้นกำหนดให้ กกต ไปดำเนินการเลือกในชั้นต้น จากผู้สมัครระดับ อำเภอ จังหวัด จนถึงในระดับประเทศ ให้ได้จำนวนทั้งสิ้น 200 คน แล้วเสนอให้ คสช.เป็นผู้คัดเลือกเป็น ส.ว. 50 คน และสำรองอีก 50 คน

6 คน - คือ ปลัด กห/ ผบสส/ ผบตร/ ผบทบ/ ผบทอ/ ผบทร โดย 6 คนนี้จะเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง


ooo





"ขันแดง"แทงใจ"ประยุทธ์" เรื่องที่น่าขบขันในประเทศกะลาแลนด์




https://www.youtube.com/watch?v=bGCbwrqRhdc

"ขันแดง"แทงใจ"ประยุทธ์" เรื่องที่น่าขบขันในประเทศกะลาแลนด์

jom voice

Published on Mar 29, 2016

นายวิญญัติ ชาติมนตรี กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ Thaisvoiecmedia กรณีศาลทหารเชียงใหม่ดำเนินคดีกับประชาชนท­ี่ครอบครอง"ขันแดง ด้วยรักและห่วงใย ของคุณทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี" ที่แจกจ่ายให้ประชาชน ได้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด ในปีนี้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเป็นการใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการ­เมือง ทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้ผิดเพี­้ยนไปมากขึ้น และเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน และการมีขันของประชาชนก็ไม่สามารถอ้างได้ว­่าเป็นการปลุกปั่นได้ เพราะขันไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทา­งการเมืองได้่ และข้อความที่ปรากฎอยู่ในขัน ก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ม.116 ดังนั้นเป้าหมายเดียวที่คสช.เอาผิดกับประช­าชนที่มีขันแดง ก็เพื่อที่จะข่มขู่ประชาชนให้เกิดความหวาด­กลัว ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายแบบนี้สร้างความเสี­ยหายกับประเทศชาติและกระบวนการกฎหมายของบ้­านเมืองอย่างร้ายแรง

ooo





เรื่องของเรื่องคือ ไทยรัฐนำรูปถ่าย ‪#‎ขันแดง‬ ไปลงที่ภาพปกหน้า 1 คอลัมน์สงกรานต์ม๋วนใจ๋ และได้เขียนบรรยายภาพว่า “สงกรานต์ม๋วนใจ๋ ชาวบ้านในจ.เชียงใหม่ ยิ้มปลื้มอวดขันน้ำสีแดง ที่เขียนคำอวยพร “สวัสดีสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559”

เท่านั้นแหละเป็นที่มาของข้อหา “กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวิธีใดๆ...เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี คาดว่าคงมีคนอิจฉาป้าวันน่ะ วัน ๆ เต้นแร้งเต้นกา ต่อยมวย ไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งไทยรัฐ อยากดังบ้างเลยส่งลูกน้องไปแจ้งความ ขอโทษวงเงินประกันเท่ากับคดีฆ่าคนตายเลย เผด็จการยุคนี้น่าสงสารมาก


Pipob Udomittipong



ooo


ฝากขัง12วันสาวโพสต์ภาพคู่ขัน”ทักษิณ”ก่อนให้ประกัน






ที่มา โลกวันนี้
On March 29, 2016


จากกรณีทหารเชิญตัวชาวบ้านผู้ที่โพสต์ภาพคู่กับขันคนหนึ่ง เป็นชาวบ้านอาศัยอยู่ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความมั่นคง พร้อมกับส่งตัว ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย โดยชาวบ้านรายนี้มีกำหนดขึ้นศาลทหาร เพื่อรับทราบว่าข้อหา เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ระบุว่า

ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 1. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย 2. เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3. เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

โดยศาลอนุญาตให้ฝากขัง 12 วัน ก่อนที่ทนายผู้ต้องหาจะยื่นขอประกัน และเมื่อเวลา 11.45 น.ที่ผ่านมา ศาลทหารเชียงใหม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา คดี ม.116 ดังกล่าวซึ่งได้ทำการถ่ายภาพขันแดง พร้อมหลักทรัพย์ 100,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างปล่อยตัว

ทั้งนี้ ขันน้ำสีแดงดังกล่าว เป็นขันที่ได้รับแจกพร้อมแผ่นภาพถ่ายของ นายทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในท่ายกมือไหว้ พร้อมคำอวยพร และข้อความที่อยู่ใต้ภาพว่า “สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559 สงกรานต์ปีนี้ผมรู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน รักและคิดถึง” (“แม้ว-ปู” อ้อนคิดถึงคนเชียงใหม่ ส่งขันแดงอวยพรสงกรานต์)

ส่วนข้อความที่ติดบนขันน้ำสีแดง มีว่า “แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและ ห่วงใยสุขสันต์วันสงกรานต์” โดยขันสีแดงดังกล่าว มีการแจกจ่ายกันไปยังชุมชนหลายแห่ง และมีคนนำมาโพสต์ใน เฟซบุ๊กด้วย

ภาพ : มติชนออนไลน์

โถ โล้นเอ๊ย... ไม่ต้องเอาเรื่องจะสึกมาอ้าง จะสึกรึไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะปัจจุบันสุวิทย์ก็ไม่ใช่พระ - พุทธะอิสระ ท้ากลับ! เมธาพันธ์ ดีเบตปมสังฆราช หากพูดผิดจะหยุดทุกอย่าง-สึกจากพระ





พุทธะอิสระ ท้ากลับ! เมธาพันธ์ ดีเบตปมสังฆราช หากพูดผิดจะหยุดทุกอย่าง-สึกจากพระ


ที่มา มติชนออนไลน์
29 มี.ค. 59

วันนี้ (29 มี.ค.)พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา มาร้องท้าดีเบต ๑ ต่อ ๒ กับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลย์ นิติตะวัน ในเพจส่วนตัว ระบุว่า

แหม… ทำเป็นปากกล้า ขาสั่น คงจะรู้ล่ะซิว่าเรื่อง

– พระลิขิตโจทก์ธัมมชโยเป็นปาราชิก
– เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมแล้ว เลยอยากให้นำหลักฐานมาเปิดเผย จะได้เสียรูปคดี พุทธะอิสระไม่ได้กินหญ้านะเฮีย

ส่วนเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา แต่ขอถามเฮียว่าเฮียมีศีลเท่าไหร่ เฮียจะมาดีเบตกับภิกษุในพระพุทธศาสนาผู้มีศีล ๒๒๗

แล้วเฮียล่ะ มีศีลกี่ข้อ ศีลห้าเฮียยังอยู่ครบไหม เคยเห็นลีลาตีโวหาร เล่นลิ้นของเฮียตอนคุยกับคุณ ส.ศิวรักษ์ แล้ว ทำให้รู้ว่าเฮียเป็นจอมแถตัวพ่อเหมือนกัน ไหนๆ เฮียลงทุนทำปากกล้าขาสั่น ท้าดีเบตมาทั้งที พุทธะอิสระ พญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ ถูกท้าได้ที่ไหน ทั้งที่จริงแล้วคนที่ควรจะมาดีเบตคือเฮียประสารและมหาโชว์

แต่พอพุทธะอิสระท้าไป กลับป๊อด ทำปากกล้าออกมาอ้างว่ากลัวจะเสียหาย มาวันนี้ ดันส่งอดีตมหาเก่าที่มีดีกรีเป็นรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์มาท้า
เอางี้แล้วกันเฮีย หากกระสันอยากเทียบรุ่น เพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบ เสียเปรียบ แก่กันและกัน เอาพระไตรปิฎกมาวาง แล้วมาดีเบตกันในประเด็นสังฆราชและปฏิรูปคณะสงฆ์ เชิญผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาและฝ่ายตุลาการผู้เป็นกลาง รอบรู้พระธรรมวินัยมาเป็นประธานทำหน้าที่ดูว่าใครพูดตรงต่อ คำสอนตามหลักธรรมวินัยหรือไม่ ให้ท่านทั้งสองหน่วยงานเป็นประธานพิจารณา โดยรัฐบาลเป็นผู้จัดงาน

หากฝ่ายไหนพูดตอบไม่ตรงต่อพระธรรมวินัย ต้องรับผิดชอบ ถ้าพุทธะอิสระพูดบิดเบือน แถกแถ ไม่ตรงต่อพระธรรมวินัย พุทธะอิสระก็ยินดีจะหยุดต่อต้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และหากประธานชี้มูลว่าพุทธะอิสระพูดบิดเบือน ไม่ตรงต่อเจตจำนงของพระธรรมวินัย พุทธะอิสระยินดีจะสึกจากความเป็นพระภิกษุ ถือศีล ๘ ตลอดชีวิต แต่หากนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ พูดบิดเบือน ไม่ตรงต่อเจตจำนงและอุดมการณ์ของพระธรรมวินัย

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ จะต้องรับผิดโดยลาออกจากการเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่ง และห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาของชาติในทุกกรณี ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะขืนปล่อยให้คนที่มีมิจฉาทิฏฐิ ผู้เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม เข้าไปสั่งสอนให้ความรู้แก่คนในชาติ อาจจะกลายเป็นการไปเสี้ยมสอนให้ผู้เรียนติดเชื้อมิจฉาทิฏฐิมากขึ้น

เมื่อคุณท้ามา พุทธะอิสระก็สนองให้ แต่ต้องเซ็นสัญญาปฏิบัติตามกติกาและข้อตกลงที่กำหนด รวมทั้งใช้สถานที่ที่เป็นกลาง ถ่ายทอดสดให้สังคมรับรู้ ดีเบตกันแบบแฟร์ๆ ทำความจริงให้ปรากฏชัดเจน ใครดีใครอยู่ ใครชั่วเตรียมตัวไป บ้านเมืองจะได้ไม่วุ่นวาย พระสงฆ์จักได้ปลอดภัยจากพวกอลัชชีเสียที หากใครผิดสัญญา ให้นำหนังสือสัญญานั้นไปแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา ฐานหลอกลวงที่ทำให้เกิดความเสียหาย

กล้าไหมเฮีย

...

เรื่องเกี่ยวข้อง...







มติชนออนไลน์
28 มี.ค. 59 

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ.ได้มอบให้ตนไปหารือระหว่างพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ฝ่ายต่อต้านการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ว่า ยอมรับว่าวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เข้าไปหารือกับพระพุทธะอิสระจริง และวันนี้จะหารือกับพระเมธีธรรมาจารย์ แต่ขอชี้แจงว่าไม่ได้ไปพบทั้ง 2 ท่านในฐานะผู้แทน พศ.หรือรับคำสั่งจากใครให้ไปคุยเพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง แต่ไปในนามส่วนตัว และเรื่องที่หารือนั้นเพื่อขอรับทราบความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ) กล่าวภายหลังจากพระพุทธะอิสระประกาศจะนำรายชื่อ 2 แสนชื่อ ยื่นถอดถอนตนออกจากตำแหน่งรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มจร และยุบ พศ.ทิ้ง ว่า ตนข้อท้าดีเบต 1 ต่อ 2 กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ใน 4 ประเด็น คือ 1.เรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตให้พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ปาราชิก 2.เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 3.เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และ 4.เรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ สาเหตุที่ท้าดีเบต เพราะอยากเคลียร์ทุกประเด็นให้จบ และอยากขอดูหลักฐานเพื่อประกอบเรื่องต่างๆ ที่พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ออกมาแย้งด้วย


ooo

ชาวบ้านขับไล่พระพุทธะอิสระ ออกจากวัดอ้อน้อยเพราะ พฤติกรรมไม่เหมาะสม

https://www.youtube.com/watch?v=MmB7J5bNI-4

BuddhaThailand

Published on Aug 20, 2015

ชาวบ้านขับไล่พระพุทธะอิสระ ออกจากวัดอ้อน้อยเพราะ พฤติกรรมไม่เหมาะสม เสียชื่อชาวนครปฐม ขึ้นเวทีชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่กิจของสงฆ์ นอกจาก ยังพาการ์ดพร้อมอาวุธสงครามบุกหลักสี่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ,ไถ่เงินโรงแรมย่านสามเสน 29/11/56 /สมอ้างเป็นพระองค์ที่ 10 https://www.youtube.com/watch?v=acNcA...

วันอังคาร, มีนาคม 29, 2559

29 มี.ค.- กรธ. ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้ ครม. เชิญดาวโหลดร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ




http://www.tnamcot.com/content/435246

วันที่ 29 มี.ค. ช่วงบ่าย เวลาประมาณ 13.39 น. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้กับ ครม. คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนจะส่งมอบให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการกับทำประชามติต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ลิงค์สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ

http://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=429&filename=index

มุ่งมาดจะเอาให้ได้ดั่ง ‘โร้ดแม็พ’ ที่วาดไว้ (๒๐ ปี) ทำให้ คสช. ออกอาการ ‘จิตวิปริต’ ทางอำนาจ จาก‘จิตหลอน’ ถึงจิตฟั่นเฟือนกลัวภัยแม้‘ขันสีแดง’





แถลงร่างรัฐธรรมนูญวันนี้มีฤกษ์เวลาเลขต้นสี่ตัว ๑๓.๓๙ น่าจะหมายความว่า “สยองหนัก”

(ตีความตามหลักเซี้ยวๆ แบบ ‘unscientific’ เลข ๑๓ = โชคร้าย .๓๙ = ขนาดลูกปืนแม็กนั่ม)

คือรับประกันไม่มี ‘เซอร์ไพร้ส์’ คำไหนคำนั้น ตรงตามคำสั่ง คสช. แน่นอน ที่เวลานี้แน่นหนา ไม่มีแยกแยะ พยัคฆ์หรือเทวัญ

ถึงเห็น ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ออกมากำชับเรื่อง “ให้ครอบครัวกำลังพลและโครงการ รด.จิตอาสา ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ถึงความสำคัญ” ว่ามีดีขนาดไหน

กับแสดงออร่าภาษากายชัดแจ้งว่า ต้องให้มีผู้ใช้สิทธิออกไปลงประชามติขานรับ รธน. แก้โกงฉบับนี้กันมากๆ หน่อย

บิ๊ก ‘น้องหมู’ คำรามโฮ่ง “กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะเปิดหลักสูตรอบรมนักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ว่า...

ตอนนี้ถ้าใครยังพูดไม่รู้เรื่อง ก็สมควรที่จะถูกไปอบรม พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง...ถ้าพูดแล้วยังไม่รู้เรื่องก็ควรเอาตัวไว้นานๆหน่อย...รู้สึกว่าพลทหารของตนยังพูดรู้เรื่องกว่าอีก”

(http://www.matichon.co.th/news/87081 และ http://www.matichon.co.th/news/87077)

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช บอกด้วยว่า หลักสูตรปรับใหม่ใช้อบรมนักการเมืองที่ไม่เชื่อฟัง คสช. ดังที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของคณะรัฐประหารเกริ่นไว้ ว่ามีเพคเกจ ๓-๕-๗ วัน นั้น

ตอนนี้จะทดลองใช้กับสองนักการเมืองพรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ และนายวัฒนา เมืองสุข ที่ต่างกรรมต่างวันมีทหารสี่คันรถฮัมวีไปอุ้มตัวเอาไปควบคุมปรับทัศนคติที่ มทบ. ๑๑







ข้อหาต่อนายวรชัยมาจากการที่เขาตั้งคำถามผ่านทางเฟชบุ๊คว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกไหม

ส่วนนายวัฒนานี่เป็นการโดนปรับทัศนคติครั้งที่สอง เนื่องจากเขาโพสต์เฟชบุ๊คถึงการที่นายวรชัยถูกนำตัวไปควบคุมก่อนหน้านั้นสองวัน โดยก่อนที่เขาจะเดินทางไปมอบตัวได้เขียนข้อความทิ้งไว้บนโซเชียลมีเดียว่า

“ผมแสดงความคิดเห็นโดยอิงข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ผมเรียกร้องให้ประชาชนออกมามากๆ เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตย

ผมมีสิทธิโดยชอบที่จะไม่เห็นด้วยและย่อมมีสิทธิที่จะรณรงค์ให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่ คสช. มีสิทธิที่จะรณรงค์ให้คนเห็นด้วย”

(http://prachatai.org/journal/2016/03/64902)

แต่นั่นละ คสช. ไม่สน ไม่ฟัง แถมยังก่นว่า กล่าวหาเป็น “พวกที่ชอบติเตียนประเด็นนั้นประเด็นนี้” เสียด้วย

ไม่นำพาว่านานาชาติที่ก้าวหน้าทางการเมืองประชาธิปไตยในตะวันตกจะคิดอย่างไร กระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ในการประชุมสภา ‘บันเดสแต็ก’ ของเยอรมนี เพิ่งถกกันถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยรัฐบาลทหารที่มาจากการยึดอำนาจการปกครองเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๗





“แม้บางแห่งจะเห็นว่าประเทศไทยกำลังบ่ายหน้าไปทางประชาธิปไตย ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกระงับชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทหารจงใจจะจำกัดเสรีภาพพื้นฐาน มันประกอบด้วยตัวบทที่เปิดทางให้ผู้ไม่ผ่านการเลือกตั้งเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีได้ วุฒิสภาลงเอยด้วยการแต่งตั้งโดยทหาร”

เว็บข่าว NewEurope รายงานเนื้อหาการประชุมไว้ตอนหนึ่ง นอกเหนือจากรายละเอียดสำคัญซึ่งสองนักวิชาการไทยซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ และ ดร. วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ได้รับเชิญไปให้การ (http://neurope.eu/article/thailand-way-democracy/ )

แท้จริง สิ่งที่กล่าวถึงในรัฐสภา Bundestag ดังที่ยกมาข้างต้น ก็ยังคงเป็นอยู่อย่างเหนียวแน่นแทบทุกองคาพยพในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างฯ จะแถลงในบ่ายวันนี้ (๒๙ มีนาคม)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ ดร. ปวิน กล่าวไว้ต่อสภาบันเดสแต็กว่า “คณะทหารจะไม่ยอมให้มีการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันขาด เนื่องจากเราไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงรายละเอียดของเนื้อหา” ก็ปรากฏชัดแล้วจากท่าทีและการกระทำของ คสช. ต่อสองนักการเมืองพรรคเพื่อไทย

อีกทั้งคำวิงวอนของ ดร.ปวินต่อรัฐสภาเยอรมนีที่ว่า การกดดันต่อประเทศไทยเพียงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้รัฐบาลทหารตระหนักถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนพื้นฐานนั้นไม่เพียงพอ

“อียูควรทำให้มากกว่านี้ในการใช้มาตรการปิดกั้นทางการค้าต่อประเทศไทยอย่างจริงจัง การแซงชั่นจึงจะเป็นผลเพราะไทยจำต้องพึ่งพาทางการค้ากับยุโรป” ดร.ปวินกล่าว

ส่วน ดร.วีรพัฒน์ ชี้แจงว่าการทำประชามติครั้งนี้จะไม่เป็นผลในการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้ที่เข้ามาจัดทำประชามติ (คณะทหาร) ขาดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตย

“ถ้าหากประชาชนไม่ยอมรับร่าง รธน. นี้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น” เขาตั้งคำถาม ซึ่งคำตอบก็ปรากฏให้เห็นแล้วเป็นครั้งคราวจากพวกผู้นำ คสช. ว่าถ้าไม่ผ่านก็ร่างใหม่ได้ ไม่มีที่สิ้นสุด ดังที่พล.อ.ประยุทธ์พูดไว้เมื่อสองสามวันนี้เองว่า ไม่รู้หรือเขาอยู่ในตำแหน่งอะไร





การหักหาญของ คสช. ที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญ ‘ต้องผ่าน’ เป็นการทำให้ คสช. ‘ดูดี’ ในสายตาต่างประเทศในการกุมอำนาจปกครองและกำกับการเมืองต่อไปอีกอย่างน้อย ๕ ปี หลังจากนั้นอาจเป็นที่ ‘ยอมรับ’ ในท่าทีของประชาชนส่วนใหญ่จนกลายเป็นรัฐบุรุษต่อไปอีกยาว





จึงปรากฏมีการสั่งปรับรูปแบบ propaganda รายวัน ที่บังคับสถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดรายการประยุทธ์พูดพร่ำ ที่ “พบว่า จำนวนผู้ชมของรายการเดินหน้าประเทศไทยมีน้อยมาก” เพราะคนดูพากันปิดทีวีหนีช่วงที่รายการนี้ออกอากาศ อ้างทำตามนโยบายประหยัดไฟ ๓๐ นาฑีของรัฐบาล

แบบนี้ฝรั่งเรียกว่า ‘self-inflicted wound’ อันเป็นความงุ่มง่ามทำให้ตัวของตัวเองเจ็บ จน “กระทบต่อการรับรู้และเข้าใจการทำงานของรัฐบาลและ คสช.” เสียท่าน่าโมโห

ความมุ่งมาดจะเอาให้ได้ดั่ง ‘โร้ดแม็พ’ ที่วาดไว้ (๒๐ ปี) ทำให้ คสช. ออกอาการ ‘จิตวิปริต’ ทางอำนาจ เมื่อก่อนแค่ ‘จิตหลอน’ หวาดระแวงนักศึกษาประชาธิปไตย (Nouveau) เดี๋ยวนี้จิตฟั่นเฟือนกลัวภัย ‘ขันสีแดง’





“ทนายสิทธิมนุษยชน อานนท์ นำภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรุ่งนี้อาจต้องใช้เงินจากกองทุนประกันตัวของพลเมืองโต้กลับประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในการไปประกันพี่น้องเราที่เชียงใหม่ จากกรณีที่มีชาวบ้านไปแจกขันสีแดง แล้วโดนเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่าขัดความมั่นคง ต้องขึ้นศาลทหาร ตามมาตรา ๑๑๖ ประกอบประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗...

บางทีบ้านเมืองเราก็วิปริตได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

(http://prachatai.org/journal/2016/03/64918)

การก็เป็นไปตามนั้น เมื่อขันแดง ‘ด้วยรักและห่วงใย’ ของสองพี่น้องอดีตนายกฯ สกุลชินวัตร แจกให้ชาวเชียงใหม่ “ไว้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด” ซึ่งมีข้อความประทับอยู่บนข้างขันว่า “แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้”





ได้กลายเป็นขันน้ำที่ขัดต่อความมั่นคงขึ้นมา “เป็นเรื่องแล้ว” เพราะมีชาวบ้านสันกำแพงที่ได้รับแจกขันแดงเอาไปโพสต์เฟชบุ๊ค โดยระบุว่ามาจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์และทักษิณ รักและคิดถึง “สงกรานต์ปีนี้ผมรู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน”

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารท้องที่ ‘ของขึ้น’ ทั้งนี้ พ.ต.อ.ณธีพัฒน์ อัครพงศ์ธิติ ผกก.สภ.แม่ปิง ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้ตั้งชุดทำงานสอบข้อเท็จจริง และแจ้งให้ชาวบ้านผู้นั้น “ไปที่ศาลทหารเพื่อรับทราบว่าข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖”

ซึ่งตามตัวบทก็คงกล่าวหาความผิดว่า “กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต...

เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ ๓. เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

(http://www.thairath.co.th/content/597537)

เออละนี่ ความผิดมหันต์ของขันแดง ทำให้ศาลทหารเชียงใหม่สั่งฝากขังคุก ‘ป้าวัน’ ชาวบ้านรับแจกขันที่สันกำแพงเป็นเวลา ๑๒ วัน
.....

เรื่องเกี่ยวข้อง...



Theerawan Charoensuk, 57 of Chiang Mai's Mae Ping district, poses with a festival water scoop in an undated photo posted online. Photo: Pantip

http://www.khaosodenglish.com/detail.php?newsid=1459232843

สังคมดราม่าอาทิตย์นี้ คงไม่มีอะไรเท่าเรื่อง ‘เลิกซื้อ เลิกกิน’ สินค้า ‘แม่ประนอม’ ได้ - 'แบน' เค้าแล้วเคยคิดถึงหัวอกคนงานกันบ้างไหม ใครจะถูกเอาออกก่อน?!?





เรื่องของสังคมดราม่าอาทิตย์นี้ คงไม่มีอะไรเท่าทันกระแส ‘เลิกซื้อ เลิกกิน’ สินค้า ‘แม่ประนอม’ ได้

กรุ่นกันเอาไว้รอฉากสำคัญวันพิพากษากลางเดือนหน้าสองคดี แม่ฟ้องลูก น้องฟ้องพี่ กรณีฮุบกิจการโรงงาน

จากโพสต์ของ Tewarit Bus Maneechai เขียนไว้ (Yesterday) มันน่าคิดอยู่เหมือนกัน

“เวลาแบนสินค้าเพราะปัญหาผู้บริหารนี่ เคยนึกถึงหัวอกคนงานกันบ้างไหมครับ คือถ้ายอดขายตกจริง คนที่กระทบแรกๆ คือคนงานจะถูกเอาออกก่อน

และน้ำพริกยี่ห้อนี้หรือจะสินค้าอะไร แม้ว่าเริ่มต้นเจ้าของจะลงแรงหนัก แต่เมื่อมันโตเจ้าของก็มีการจ้างแรงงานมาทำงาน ดังนั้นแรงงานทั้งจากเจ้าของในช่วงแรกๆ และแรงงานจากคนงานที่ร่วมกันผลิตต่างหากที่มันร่วมกันสร้างมูลค้าให้กับสินค้านั้นๆ

เวลาแบนสินค้านี่ คำถามคือตัวสินค้ามันมีปัญหาอะไร คนงานอีกจำนวนมากเขาผิดอะไร

กลายเป็นว่า 'น้ำพริกแม่ประนอม' มีแต่ตัวแม่ประนอมกับลูกสาวลูกเขย…แล้วลูกจ้างตั้งเยอะแยะไปไหน”

เราไม่คัดง้างปุจฉาดราม่าขนาดนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงนิยาย ‘ไฮเอ็นด์’ เกี่ยวกับการแย่งชิงกิจการโรงงาน ยอดฮิตเมื่อทศวรรษก่อน

สมัยนี้ยุคที่ คสช. คำรามเกือบทุกวันรอการเปลี่ยนผ่าน ก็มีนิยายไฮซ้อมาให้ความบันเทิงแก้ขัดได้เหมือนกัน ทดแทนรายการเดี่ยวไมโครโฟนทุกวันหลังหกโมงของโฆษกยักคิ้วหลิ่วตา

พอดีเป็นเรื่องของโรงงานน้ำพริกเสียด้วย ผลงานของผู้ใช้เฟชบุ๊คนาม Pat Hemasuk เล่าไว้

“ข้างบ้านผมเขาทำน้ำพริกขายครับ ทำมานานตั้งแต่แม่หาบขายที่ตลาด แต่โชคดีที่น้ำพริกติดปากคนในซอยบ้านผมและตลาดนัดใกล้บ้าน ก็เลยทำขายมากขึ้น จากพ่อแม่ลูกนั่งโขลกด้วยครกกันก็กลายเป็นเครื่องปั่นเครื่องบด จากหาบก็พัฒนากลายเป็นรถเข็น ต่อมาก็ไม่พอขายจนต้องไปจ้างคนในซอยบ้านมาช่วยทำงาน จากรถเข็นก็กลายเป็นเช่าแผงในตลาดขายถาวรเสียเลย ส่งลูกทุกคนเรียนได้สูงๆ ตามที่ลูกอยากจะเรียน




พอพ่อแม่แก่ตัวลง ลูกๆ ก็เข้ามาดูแลพวกลูกจ้างโขลกน้ำพริกเอง ลูกคนโตเก่งกว่าสักหน่อยเพราะดูแลงานมาตั้งแต่แม่เริ่มจ้างคนมาช่วย และไม่อยากจะทำน้ำพริกของแม่อย่างเดียว ก็ไปทำธุรกิจปลูกทาวเฮาส์ขายของตัวเองกับสามี แต่ก็ยังดูแลคนงานที่จ้างมาโขลกน้ำพริกขายน้ำพริกแทนแม่ที่ตลาดมาหลายสิบปี ให้ยังมีงานทำน้ำพริกต่อไปไม่ต้องตกงาน

แต่ลูกคนน้องกลับคิดว่าน้ำพริกแม่ติดตลาดแล้ว จะเซ้งแผงของแม่ที่ตลาดพร้อมยี่ห้อน้ำพริกไปน่าจะได้เงินเป็นก้อนดี เพราะเงินที่ได้มาต่อปีก็มากอยู่ เลยไปถามแม่ว่าจะเอาไหม แม่ก็เห็นด้วยว่าได้เงินก้อนก็ดีเพราะแม่ก็ไม่ได้ทำน้ำพริกนานแล้ว อายุแม่ก็ไม่น้อย มีร้านน้ำพริกหรือไม่มีร้านก็เดือดร้อนอะไร

แม่กับน้องก็เลยตกลงกันว่าจะขายแผงในตลาดเอาเงินก้อนมาใช้ดีกว่า

ลูกสาวคนโตก็เลยไม่ยอม บอกกับแม่ว่า พ่อสั่งเสียเอาไว้ว่าให้หนูดูแลเรื่องขายน้ำพริกก่อนตาย เซ็นต์ชื่อโอนแผงให้หนูดูแล ให้เก็บแผงขายน้ำพริกในตลาดให้ถึงรุ่นหลาน เพราะเซ้งแผงไปแล้วคนงานที่จ้างมานานก็ต้องเลิกจ้าง แล้วคนพวกนี้จะเอาอะไรกิน คนงานก็มีลูกเต้าต้องส่งเสียเรียนหนังสือไม่ต่างกับแม่ตอนนั้นเหมือนกัน อย่างน้อยพวกหลานๆ ของแม่ในรุ่นต่อไปถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็ยังขายน้ำพริกของยายทำมาหากินในตลาดได้

และอีกอย่างคือคนที่ดูแลแผงขายน้ำพริกกับคนงานตำน้ำพริกคือหนูเองกับพ่อ ขออนุญาตกับทาง อย.ก็หนูเองเป็นคนไปขอกับทางอำเภอตอนทำน้ำพริกกระป๋องขายงานโอท็อปกับพ่อ ไม่ใช่แม่กับน้องที่อยู่เฉยๆ แต่กินเงินกำไรจากแผงลอยในตลาดมาเป็นสิบปีแล้ว

น้องก็ไม่ยอมเพราะอยากได้เงินก้อนเลยบอกแม่ว่าอย่างนี้ไปฟ้องสมภารวัดข้างบ้านเลยดีกว่า เอามันกลางศาลางานบุญวันพระนี่แหละคนเยอะดี น้องเลยดันหลังแม่ไปนั่งร้องไห้ให้สมภารฟัง คราวนี้คนทั้งศาลาเลยด่าลูกคนโตว่ามันช่างชั่วช้าเลวทรามเสียนี่กระไร โกงได้แม้กระทั่งแม่ แต่ลูกคนโตก็เงียบอยู่เพราะถ้าขืนออกมาพูดว่าอะไรเป็นอะไรก็เท่ากับด่าแม่ตัวเองทางอ้อมให้ชาวบ้านฟังว่าตอแหล เลยต้องยอมทนก้มหน้าให้ชาวบ้านด่าต่อไป

คราวนี้พวกลูกจ้างคนงานก็บอกกับลูกคนโตว่า เจ๊สั่งมาเลยว่าจะเอาอย่างไร จะให้พวกหนูลุยไหม

เพราะที่ขายน้ำพริกในตลาดมาหลายสิบปีก็เพราะเจ๊บริหาร ไม่ใช่แม่กับน้องที่กินแต่ส่วนแบ่งอย่างเดียว ถ้าแผงในตลาดโดนเซ้งพวกหนูก็อดตายเหมือนกัน ทำน้ำพริกมาตั้งแต่รุ่นแม่เป็นคนงานจนถึงรุ่นลูก เจ๊ก็จ้างต่อเนื่องดูแลคนงานมาอย่างดี พวกหนูนัดหยุดงานแห่กันไปฟ้องสมภารเล่าความจริงก็ได้นะ เจ๊สั่งคำเดียวเดี๋ยวพวกหนูลุยเอง

เรื่องนี้จะจบอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป ว่าวันพระหน้าที่ศาลาวัดจะมีดราม่าเหมือนวันพระที่ผ่านมาหรือไม่

Tsu Zu Ku”




(หมายเหตุ ลงท้ายนี่แปลเป็นไทยประมาณว่า ‘สู้ สู้ กู๋’ และภาพปากรอบขมายมาจาก ‘น้ำพริกแม่จรรยา’)

ปรับทัศนคติ... 3 ความเห็น... อ.ปวิน / อานนท์ / ประวิตร





อ.ปวิน :
"คิดจะเอาตัวคนไปปรับทัศนคติง่ายๆ
คุณคิดว่าพวกคุณเป็นใคร
นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือไง
ใครกันแน่เป็นมาเฟียตัวจริง"




☆☆☆☆☆☆☆

นาย อานนท์ นำภา :
ทหารที่เที่ยวจับคนอื่นไปขังโดยไม่รู้ชะตากรรม
ลองคิดดูในทางกลับกันบ้างว่า
ถ้ามีโจรมาจับลูกเมียคุณไป
คุณจะรู้สึกอย่างไร
ถ้าทหารแน่จริงทำไมไม่ใช้วิธีปกติ
ตามประมวล กฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาในการคุมตัวประชาชน
เพราะทราบดีว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่นั้นผิด




☆☆☆☆☆☆☆

นาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ :
การจับคนไปขังดื้อๆอย่างไร้ความชอบธรรม
ไม่ช่วยให้ทัศนคติต่อเผด็จการทหารดีขึ้น
มีแต่มุมมองจะเลวร้ายลงยิ่งขึ้น





☆☆☆☆☆☆☆

Credit
 

บรรจบ ขุมทอง


โจรในเครื่องแบบ - ยุติการควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ และนายวัฒนา เมืองสุข





เป็นโจรในเครื่องแบบ
และเป็นแกลบกลางท้องนา
เป็นปลิงในหมู่ปลา
เป็นขี้ข้าเผด็จการ

ชาติโจรจึงออกปล้น
คุกคามคนไร้ขื่อคาน
มีปืนก็เก่งปาน
เทวดาสอนมาดี

เป็นแกลบที่หวังเกิด
กำเนิดได้อย่างไรมี
ไร้ค่าซ้ำราคี
จะหยั่งรากกระนั้นฤๅ

เป็นปลิงที่ปล้อนปาก
สันดานหากหิวกระหือ
ติดมือก็กัดมือ
และติดเมืองก็กินเมือง

เป็นข้าที่ภักดี
และเป็นขี้เมื่อหมดเรื่อง
เลี้ยงข้าวก็ข้าวเปลือง
ปลดออกสิ้นแผ่นดินเทอญ

28/03/2559

อานนท์ นำภา

ooo

แถลงการณ์ ยุติการควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ และนายวัฒนา เมืองสุข

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านพัก โดยในการควบคุมตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้แจ้งให้กับทางญาติทราบว่าจะควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ ไว้ ณ สถานที่ใด ทั้งนี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงสาเหตุในการควบคุมตัวว่า มาจากการที่นายวรชัย เหมะ ได้แสดงความคิดเห็นว่า หากร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในปัจจุบันไม่ผ่านประชามติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่ง และการควบคุมตัวนายวรชัยในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้นายวรชัยยุติการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

ต่อมาวันนี้ (27 มีนาคม 2559) นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ หลังจากแสดงความคิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารได้เดินทางมาที่บ้านของนายวัฒนา เพื่อทำการควบคุมตัวนายวัฒนา โดยอ้างรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 แต่ปรากฎว่าไม่พบตัว ภายหลังนายวัฒนา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารให้มาเข้าพบที่มณฑลทหารบกที่ 11 ในวันที่ 28 มีนาคม 2559 และจะดำเนินการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุขต่อไป

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า “ถึงแม้ว่าคำสั่งหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบแห่งชาติใช้ดุลพินิจดำเนินการควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยว่าได้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในประกาศดังกล่าวได้ไม่เกิน 7 วัน แต่เหตุในการควบคุมตัวนายวรชัย เหมะและนายวัฒนา เมืองสุช มาจากการที่ทั้งสองได้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นการใช้เสรีภาพที่รัฐธรรมนูญ รวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศได้คุ้มครองไว้ และไม่ถือเป็นความผิดตามประกาศหรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับใด อีกทั้งเจ้าพนักงานยังกระทำโดยไม่มีหมายจับ ไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวอย่างแน่ชัด ญาติและทนายความไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ทำให้บุคคลทั้งสองขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในระหว่างควบคุมตัว 7 วัน การควบคุมตัวดังกล่าวจึงถือเป็นการควบคุมตัวตามอำเภอใจ อันเป็นการละเมิดต่อข้อ 9. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าว”

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติพึงเคารพต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 4 และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการใช้อำนาจควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 และขอให้ปล่อยตัวนายวรชัย เหมะโดยเร็วที่สุด

ด้วยความเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ooo




พรรคเพื่อไทย แถลงการณ์ ประณามการคุกคามเสรีภาพประชาชน ของ คสช ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง และเรียกร้อง คสช....
Posted by Red Thai on Sunday, March 27, 2016
https://www.facebook.com/101103126670529/videos/964053650375468/

ooo


โพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่าย! วัฒนา ลั่นไม่กลัว คนกินเงินเดือนภาษีปชช.ต้องถูกวิจารณ์ได้






ที่มา มติชนออนไลน์
28 มี.ค. 59


วันนี้ (28 มีนาคม) นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นทางการเมืองบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเป็น โพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่าย โดยระบุว่า วานนี้ (27 มีนาคม) เวลาประมาณ 17.30 น. ทหารยกกำลังมาบ้านผมรวม 4 คันรถเพื่อนำตัวผมไปควบคุมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. สอบถามได้ความว่ามาจากบทความที่ผมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณีคุณวรชัย เหมะ ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ บังเอิญผมไม่ได้อยู่บ้านประกอบกับผมต้องไปรายงานตัวต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันนี้เวลา 8.30 น. ผมจึงต่อรองขอไปพบเจ้าหน้าที่ที่ มทบ. 11 เวลา 11.00 น. แต่ทหารก็ยังคงล้อมบ้านผม ตรวจสอบการเข้าออกและลาดตระเวนในหมู่บ้านทั้งคืน ทำให้ผมเข้าบ้านไม่ได้ต้องไปนอนบ้านเพื่อน ผู้คนในหมู่บ้านเดือดร้อนและผมต้องไปศาลในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ผมใส่ในวันอาทิตย์

ถ้าใครอ่านบทความเรื่อง “ความผิดฐานใหม่” จะเห็นว่าผมแสดงความคิดเห็นโดยอิงข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ผมเรียกร้องให้ประชาชนออกมามากๆ เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ผมเห็นว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ผมมีสิทธิโดยชอบที่จะไม่เห็นด้วยและย่อมมีสิทธิที่จะรณรงค์ให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่ คสช. มีสิทธิที่จะรณรงค์ให้คนเห็นด้วยซึ่งผมให้ความเคารพ ผมไม่เคยเรียกร้องให้ประชาชนออกมาก่อความวุ่นวาย สิ่งที่ผมรณรงค์คือการขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิของตนตามกฎหมาย ผมทำอะไรผิดช่วยบอกที

ข้อกล่าวหาที่ท่านอ้างในการยกกำลังมาควบคุมตัวผม คือข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อันเป็นข้อหาเดียวกับที่พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป ถูกกล่าวหาเนื่องจากการโพสต์ข้อความกรณีการแต่งตั้งตำรวจ แต่ในคดีของพลเรือเอกพะจุณณ์ พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินคดีและออกหมายเรียกตามขั้นตอน ส่วนของผมท่านใช้วิธียกกำลังมาอุ้ม แบบนี้คือการเลือกปฏิบัติซึ่งทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศในภาพรวม เชื่อเถิดว่าผมไม่ได้เกรงกลัวกับสิ่งที่ท่านทำกับผม เพียงแต่ผมต้องการให้ท่านใช้อำนาจให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย เนื่องจากเราเป็นสังคมนิติรัฐจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย อันจะทำให้ประเทศไทยดูดีในสายตาประชาคมโลก

ผมจะยังคงวิพากษ์วิจารณ์ท่านต่อไปเพราะท่านเป็นนักการเมือง ผมหวังให้ท่านทำดีสามารถแก้ไขปัญหาให้กับชาติบ้านเมือง เพราะหากทุกอย่างดีขึ้นผมก็ย่อมได้รับประโยชน์ด้วย ผมเห็นว่าใครก็ตามที่ใช้อำนาจรัฐและกินเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนย่อมจะถูกวิจารณ์ได้เสมอ การแสดงความเห็นของผมจึงทำไปตามสิทธิบนความหวังดีต่อประเทศชาติ ผมอาจทำผิดได้และไม่มีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย แต่ท่านต้องใช้วิธีตามกฎหมายกับผมและกับทุกคนในประเทศนี้ เพราะการใช้กองกำลังมาอุ้มผมแบบนั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายในสายตาประชาคมโลกครับ

ooo




ทุกคนรออยู่นะครับ รอ!
Posted by บรรจบ ขุมทอง on Monday, March 28, 2016
https://www.facebook.com/100005642058295/videos/469991069865624/


ประสาท และ ปัญญาอ่อนกันสุดๆ... แจกขันแดง เจอข้อหา ม.116




พรุ่งนี้ อาจต้องใช้เงินจากกองทุนประกันตัวของพลเมืองโต้กลับประมาณ 100,000 บาท ในการไปประกันพี่น้องเราที่เชียงใหม่ จากกรณีที่มีชาวบ้านไปแจกขันสีแดง แล้วโดนเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่าขัดความมั่นคง ต้องขึ้นศาลทหาร ตามมาตรา 116 ประกอบประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 และได้ประสานจากเพื่อนเราที่เชียงใหม่แล้ว

บางทีบ้านเมืองเราก็วิปริตได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมเองก็งงเหมือนกัน

ooo


เป็นเรื่องแล้ว ขันแดงอ้ายแม้ว! ตร.เรียกคนโพสต์ แจ้งข้อหา





28 มี.ค. 2559

ขันแดงด้วยรักและห่วงใย ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่แจกให้คนเชียงใหม่เล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด แล้วมีคนไปโพสต์ในโซเชียล ล่าสุดถูกแจ้งข้อหาตามม.116 ฐานยุยุงปลุกปั่นฯ สรุปว่า ปี๋ใหม่เมืองปีนี้จะไม่มีขันแดง...

จากกรณีก่อนหน้านี้ ชาวเชียงใหม่ได้เกิดฮือฮากันขึ้น ภายหลังที่ได้รับแจกขันน้ำสีแดง พร้อมแผ่นภาพถ่ายของ นายทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในท่ายกมือไหว้ พร้อมคำอวยพร และข้อความที่อยู่ใต้ภาพว่า "สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559 สงกรานต์ปีนี้ผมรู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน รักและคิดถึง" ('แม้ว-ปู' อ้อนคิดถึงคนเชียงใหม่ ส่งขันแดงอวยพรสงกรานต์)

ส่วนข้อความที่ติดบนขันน้ำสีแดง มีว่า "แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและ ห่วงใยสุขสันต์วันสงกรานต์" โดยขันสีแดงดังกล่าว มีการแจกจ่ายกันไปยังชุมชนหลายแห่ง และมีคนนำมาโพสต์ใน เฟซบุ๊กด้วย

อย่างไรก็ตาม ขันแดง ได้กลายเป็นเรื่องจนได้ โดยเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านผู้ครอบครองขันแดงคนหนึ่งอยู่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์ภาพคู่กับขัน ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มทบ.33 มาเชิญตัวเพื่อสอบถามที่ไปที่มาของขันแดง ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงไปว่า ได้รับแจกมา และน่าจะเป็นของพรรคการเมือง เห็นว่าเป็นการส่งขันเพื่อให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด จึงได้รับมา และไม่ได้คิดอะไรนำมาโพสต์กันในกลุ่มเพื่อนจนเป็นข่าวขึ้นมา ขณะที่ฝ่ายทหารเกรงว่า จะเป็นเรื่องการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบ สังกัดสืบสวน ภว.เชียงใหม่ มาเดินถ่ายภาพบริเวณบ้านที่ อ.สันกำแพงด้วย

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ทางฝ่ายทหาร ได้เชิญตัวชาวบ้านรายนี้ไปพบอีกครั้ง โดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความมั่นคง พร้อมกับส่งตัว ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อขอทราบขั้นตอนการดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาเมื่อติดต่อไปทาง พ.ต.อ.ณธีพัฒน์ อัครพงศ์ธิติ ผกก.สภ.แม่ปิง ทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทางผู้บังคับบัญชา ได้ตั้งชุดทำงานสอบข้อเท็จจริง ตอนนี้ยังไม่มีการควบคุมตัว เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า แต่ในเช้าวันพรุ่งนี้(29 มี.ค.)ให้ชาวบ้านรายนี้ไปที่ศาลทหาร เพื่อรับทราบว่าข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ระบุว่า

"ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 1. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย 2. เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3. เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี"