Amarin News
18 hours ago
·
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เบิกบานกำลังใจดีศาลยกฟ้อง ม. 112 วิจารณ์วัคซีน ไม่ใช่หมิ่นสถาบัน แค่พาดพิงรัฐบาลประยุทธ์ | เรื่องร้อนอมรินทร์
.....

ThumbRights
13 hours ago
·
ศาลยกฟ้อง คดี 112 ธนาธรไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ห้องพิจารณาที่ 814 ศาลอาญา เวลา 9:00 น. ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีมาตรา 112 ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า จากกรณีไลฟ์สด “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย?” เนื่องจากมองว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาลมากกว่าการพาดพิงถึงรัชกาลที่ 10
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำเลยในคดีนี้เดินทางมาถึงห้องพิจารณา 814 ในเวลา 9:16 น. พร้อมกับผู้ติดตาม โดยในห้องพิจารณาคดีมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจและร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการอ่านคำพิพากษา ก่อนที่ผู้พิพากษาจะเข้ามานั่งในบัลลังก์ในเวลา 9:20 น. และเริ่มอ่านคำพิพากษาในทันที
เริ่มด้วยการบรรยายฟ้องของโจทก์ ว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน อ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 1, 2 และ 6 ก่อนจะกล่าวถึงคำพูดของจำเลยในการไลฟ์สด ใจความเช่น “บริษัทสยามไบโอไซน์เป็นบริษัทที่ในหลวงถือหุ้น 100%” “การตัดสินใจแทงม้าตัวเดียว ทำให้การจัดการวัคซีนอาจไม่เป็นธรรม คลอบคลุม ทั่วถึงและล่าช้า” “มีการขัดกันของผลประโยชน์ ใช้งบประมาณรัฐในการสนับสนุนเอกชน เป็นการสร้างความนิยมทางการเมืองมากกว่าการเอาใจใส่ประชาชน” และอื่น ๆ
โจทก์ได้เบิกความถึงคำพูดดังกล่าวว่า ธนาธรได้กล่าวถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของบริษัทสยามไบโอไซน์และมีการเชื่อมโยงบริษัทกับในหลวงในฐานะผู้ถือหุ้น มีการเปรียบเทียบการจัดการบริหารวัคซีนของต่างประเทศและกล่าวว่าประเทศไทยจัดการไม่ดี จึงเป็นเสมือนการพาดพิงถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ว่าบริหารจัดการไม่ดี
โจทก์ยังเบิกความอีกว่า ในหลวงรัชการที่ 10 ไม่ได้เป็นกรรมการ เป็นเพียงแต่ผู้ถือหุ้นและไม่ได้ถือหุ้น 100% ตามที่จำเลยกล่าวในการถ่ายทอดสด และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เป็นผู้จ้างบริษัทสยามไบโอไซน์ในการผลิตวัคซีน จึงไม่ได้เป็นการขัดกันของผลประโยชน์
ศาลอ่านต่อไปว่า หลังจากได้มีการสืบพยาน ได้ค้นพบว่าแม้ในหลวงจะไม่ได้ถือหุ้น 100% แต่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 99% และมีผู้ถือหุ้นคนอื่นรวมถึงการขาดทุนของบริษัทสยามไบโอไซน์ เมื่อสืบพยานแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องจริง
ศาลพิเคราะห์ว่า การตัดสินมิอาจทำได้จากการฟังแค่คำพูดบางคำ จำเป็นต้องฟังภาพรวมของทั้งหมด ซึ่งคำพูดของจำเลยในการไลฟ์สดโดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นหลักจากเนื้อหาส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่พาดพิงถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นข้อความส่วนน้อย ในบางส่วนอาจฟังดูเหมือนการพาดพิง แต่ฟังได้ว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาล
ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยกล่าวว่า การพิจารณาต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัด ศาลมองว่าเนื้อหาในการไลฟ์สดดังกล่าวฟังไม่ได้ว่าเป็นการ ดูหมิ่น หมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการวิจารณ์การบริหารการจัดการของรัฐบาลมากกว่า
#นิรโทษกรรมประชาชน
#ยกเลิก112
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122268030848184830&set=a.122110046162184830
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เบิกบานกำลังใจดีศาลยกฟ้อง ม. 112 วิจารณ์วัคซีน ไม่ใช่หมิ่นสถาบัน แค่พาดพิงรัฐบาลประยุทธ์ | เรื่องร้อนอมรินทร์
.....

ThumbRights
13 hours ago
·
ศาลยกฟ้อง คดี 112 ธนาธรไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ห้องพิจารณาที่ 814 ศาลอาญา เวลา 9:00 น. ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีมาตรา 112 ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า จากกรณีไลฟ์สด “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย?” เนื่องจากมองว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาลมากกว่าการพาดพิงถึงรัชกาลที่ 10
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำเลยในคดีนี้เดินทางมาถึงห้องพิจารณา 814 ในเวลา 9:16 น. พร้อมกับผู้ติดตาม โดยในห้องพิจารณาคดีมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจและร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการอ่านคำพิพากษา ก่อนที่ผู้พิพากษาจะเข้ามานั่งในบัลลังก์ในเวลา 9:20 น. และเริ่มอ่านคำพิพากษาในทันที
เริ่มด้วยการบรรยายฟ้องของโจทก์ ว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน อ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 1, 2 และ 6 ก่อนจะกล่าวถึงคำพูดของจำเลยในการไลฟ์สด ใจความเช่น “บริษัทสยามไบโอไซน์เป็นบริษัทที่ในหลวงถือหุ้น 100%” “การตัดสินใจแทงม้าตัวเดียว ทำให้การจัดการวัคซีนอาจไม่เป็นธรรม คลอบคลุม ทั่วถึงและล่าช้า” “มีการขัดกันของผลประโยชน์ ใช้งบประมาณรัฐในการสนับสนุนเอกชน เป็นการสร้างความนิยมทางการเมืองมากกว่าการเอาใจใส่ประชาชน” และอื่น ๆ
โจทก์ได้เบิกความถึงคำพูดดังกล่าวว่า ธนาธรได้กล่าวถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของบริษัทสยามไบโอไซน์และมีการเชื่อมโยงบริษัทกับในหลวงในฐานะผู้ถือหุ้น มีการเปรียบเทียบการจัดการบริหารวัคซีนของต่างประเทศและกล่าวว่าประเทศไทยจัดการไม่ดี จึงเป็นเสมือนการพาดพิงถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ว่าบริหารจัดการไม่ดี
โจทก์ยังเบิกความอีกว่า ในหลวงรัชการที่ 10 ไม่ได้เป็นกรรมการ เป็นเพียงแต่ผู้ถือหุ้นและไม่ได้ถือหุ้น 100% ตามที่จำเลยกล่าวในการถ่ายทอดสด และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เป็นผู้จ้างบริษัทสยามไบโอไซน์ในการผลิตวัคซีน จึงไม่ได้เป็นการขัดกันของผลประโยชน์
ศาลอ่านต่อไปว่า หลังจากได้มีการสืบพยาน ได้ค้นพบว่าแม้ในหลวงจะไม่ได้ถือหุ้น 100% แต่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 99% และมีผู้ถือหุ้นคนอื่นรวมถึงการขาดทุนของบริษัทสยามไบโอไซน์ เมื่อสืบพยานแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องจริง
ศาลพิเคราะห์ว่า การตัดสินมิอาจทำได้จากการฟังแค่คำพูดบางคำ จำเป็นต้องฟังภาพรวมของทั้งหมด ซึ่งคำพูดของจำเลยในการไลฟ์สดโดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นหลักจากเนื้อหาส่วนใหญ่ โดยเนื้อหาที่พาดพิงถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นข้อความส่วนน้อย ในบางส่วนอาจฟังดูเหมือนการพาดพิง แต่ฟังได้ว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาล
ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยกล่าวว่า การพิจารณาต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัด ศาลมองว่าเนื้อหาในการไลฟ์สดดังกล่าวฟังไม่ได้ว่าเป็นการ ดูหมิ่น หมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการวิจารณ์การบริหารการจัดการของรัฐบาลมากกว่า
#นิรโทษกรรมประชาชน
#ยกเลิก112
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122268030848184830&set=a.122110046162184830
“โดยส่วนตัวก็โล่งใจ แต่ต้องบอกว่า ยังมี #นักโทษการเมือง อีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว ที่ยังต้องอยู่ในคุก พวกเขาไม่ใช่เป็นอาชญากร ในความหมายของคำนั้น ๆ พวกเขาไม่ได้ไปข่มขืนใคร ไม่ได้ไปฆาตกรรมใคร ไม่ได้ไปขโมยของ ไม่ได้ไปวิ่งราว พวกเขาติดคุกเพียงเพราะคิดและพูด… pic.twitter.com/3OVF2KJANk
— Pipob (@pipob69) May 28, 2026
https://x.com/pipob69/status/2059908810991612389