
Pipob Udomittipong
16 hours ago
·
ก่อนวันเลือกตั้ง Bloomberg เริ่มจากการพูดถึงปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศไทย ทั้งการขาดเสถียรภาพ (instability), ความผันผวน (volatility) และ ความไม่แน่นอน (uncertainty)
โดยเฉพาะคำว่า “instability” ที่ถูกย้ำไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง ในรายงาน “ประเทศไทยเปลี่ยนจากผู้นำในเอเชียมาเป็นผู้ตามได้อย่างไร” “How Thailand Went From Asian Leader to Laggard” (https://youtu.be/KBfnZCfeA00)
ความเฉื่อยชาทางเศรษฐกิจ เพราะขาดนวัตกรรม ทำให้ GDP ไทยโตระดับ 2% บวกลบมาตลอดหลายปี ที่ผ่านมาประเทศไทยยังพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมากถึง 1/5 ของ GDP สูงกว่าหลายปท.ที่มีระดับศก.เดียวกัน ในขณะที่เงินทุนไหลออกจากตลาดทุนในไทยไม่หยุด
ที่เลวร้ายกว่านั้น ตามข้อมูล World Bank ไทยยังเป็นปท.ที่เหลื่อมล้ำด้านรายได้มากสุดในเอเชียแปซิฟิก
สถานการณ์นี้ Bloomberg มองว่ามีรากเหง้ามาจากการขาดเสถียรภาพ พวก Old guard ทั้งข้าราชการ ชนชั้นสูง นักธุรกิจที่ร่ำรวย ผู้พิพากษา ไม่ต้องการให้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่เข้มแข็งที่ต่อต้านผลประโยชน์ของพวกเขา แม้จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 1932 เป็นที่มาของการรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า
การครอบงำของอำนาจนำเช่นนี้ ยังทำให้ไทยเป็นปท.ที่มีความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินมากสุดในโลกแห่งหนึ่ง เพราะ 10% ของประชากรไทยครอบครองทรัพย์สินรวมกัน 66% สูงกว่าอินโดนีเซีย (60.4%) มาเลเซีย (59.8%) เวียดนาม (59.3%) สะท้อนถึงโครงสร้างศก.ที่ขาดการแข่งขัน นายทุนผูกขาดไม่กี่เจ้า ไม่ต้องพูดถึงความแตกต่างระหว่างภาคเมืองกับชนบท
ในขณะที่หนี้สินครัวเรือนของไทยสูงอันดับสามในเอเชีย 87.7% สูงกว่าปท.เพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย (69.9%) ญี่ปุ่น (64.0%) จีน (59.6%) และสิงคโปร์ (44.6%) ต่อให้มีมาตรการกระตุ้นศก.อย่างไร ถ้าคนไม่มีเงินในกระเป๋า การใช้จ่ายในประเทศก็ไม่ขยายตัว เพราะคนไทยต้องเอารายได้ส่วนใหญ่ไปจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ไม่มีเงินสนับสนุนด้านการศึกษาของลูก
ส่งผลให้เกิด bottleneck คอขวดสำคัญของการพัฒนาด้านศก.คือ Talent ไทยเป็นปท.ที่ผลิตวิศวกร, data scientists และคนที่มีทักษะสูงได้น้อยกว่าปท.ในอาเซียนอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึงทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ต่ำต้อยด้อยกว่าเขา
ทั้งหมด hold back ฉุดรั้งประเทศไทย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับปท.อาเซียนอื่น ๆ ได้ GDP เราตามหลังเขามาตลอดช่วงหลายปีมานี้ เราตามหลังเขาเรื่องการลงทุนด้าน AI และ semiconductor เรายังอยู่กับเทคโนโลยีเก่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ไปขายให้โลก จึงต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเดียว ขาดการ diversify
ซ้ำร้าย เราเป็นสังคมชราภาพ เริ่มตั้งแต่กลางทศวรรษ 2010 ปชก.ในวัยแรงงานของไทยเริ่มน้อยลง และในปี 2019 เริ่มติดลบหดตัวมาตลอด และคาดว่าจะติดลบมากขึ้นเรื่อย ๆ ปีละ 1% ถ้ายังไม่มีทางออก
ประเทศไทยกำลังสู้กับ perfect storm ทั้งการเติบโตทางศก.ที่ชะงักงัน หนี้สินเพิ่มสูงลิ่ว และคนวัยทำงานที่หดตัวลง ท่ามกลางการขาดเสถียรภาพทางการเมืองและความเหลื่อมล้ำติดระดับโลก
Bloomberg สรุปว่าสาเหตุที่รากเหง้าของไทยอยู่ที่การขาดเสถียรภาพทางการเมือง ต้องมีการปฏิรูปทางการเมืองอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นปัญหาก็จะไม่หายไปไหน เราจะไม่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่เข้มแข็ง
ผมเห็นว่า ในทางการเมือง เราจึงต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ กำจัดอำนาจนอกรัฐธรรมนูญกัน ในทางเศรษฐกิจ เราต้องสนับสนุนพรรคการเมืองที่มุ่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งคราวไปครับ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10163703689696649&set=a.10150096728651649