
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
9 hours ago
·
“หวังได้พักโทษ และการเลือกตั้งจะเป็นการเลือกตั้งที่แท้จริงสักที”: ‘จินนี่’ ยืนหยัดเพื่อคนรุ่นหลังระหว่างรอวันกลับบ้าน.
.
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2568 ทนายความเดินทางไปเยี่ยม “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 เธอเล่าว่าช่วงนี้วุ่นวายกับการทำต้นคริสต์มาสกับ “มานี” เพื่อนผู้ต้องขังมา 2-3 วันแล้ว บรรยากาศช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ข้างในตื่นเต้นสดใสกันเป็นพิเศษ ทั้งในแดนแรกรับและแดนเด็ดขาดต่างประดับประดาของตกแต่งที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ในธีมคริสต์มาส แต่ภายใต้บรรยากาศที่ดูสดใสนั้น ยังมีเรื่องราวอีกหลายอย่างที่เธอต้องการสื่อสาร
.
จินนี่แจ้งว่าเธอได้รับจดหมายจากภายนอก จำไม่ได้ว่ามาจากใคร จำได้แต่ว่าเป็นจดหมายที่เขียนถามถึงเธอ มานี และ “อาย กันต์ฤทัย” ต่อเรื่องนโยบายทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งต่อผู้ต้องขัง เธอจึงฝากข้อความมาสื่อสารเนื่องจากไม่รู้จะตอบกลับทางไหน
.
สามข้อเสนอที่จินนี่ต้องการส่งออกไป อย่างแรกกระบวนการยุติธรรมต้องไม่ล่าช้า โดยเฉพาะการได้ใบคดีเด็ดขาดสำหรับผู้ต้องขังทุกคน เนื่องจากมีผลต่อการย้ายแดน การพิจารณาเลื่อนชั้น และการดำเนินชีวิตในเรือนจำ แต่ที่พบมาคือกว่าจะได้ใบเด็ดขาดมาต้องใช้เวลานานมาก อย่างที่สองผู้ต้องขังทุกคนต้องได้รับสิทธิการประกันตัว ไม่ใช่แค่ผู้ต้องขังทางการเมือง แต่ไม่ว่าจะคดีไหนหรือข้อหาอะไรควรที่จะได้สิทธิประกัน และสุดท้ายการนิรโทษกรรมผู้ต้องขังทางการเมือง แม้ว่าร่างกฎหมายจะหยุดการพิจารณาลงหลังยุบสภา แต่จินนี่ยังมีความหวังเรื่องนี้ในรัฐบาลสมัยหน้า
.
เธอยังเล่าถึงสถานการณ์ที่ผู้อำนวยการเรือนจำเรียกเข้าไปคุยถึงเรื่องที่ยื่นพักโทษ ตอนนี้เอกสารทุกอย่างได้นำเข้าให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนสิ้นปี หากคุณสมบัติผ่านก็ต้องติดตามเรื่องกับคุมประพฤติอีกทีว่าจะให้ใครเป็นผู้ดูแล และคาดว่าน่าจะได้ย้ายไปเรือนเพทายประมาณสัปดาห์นี้ เนื่องจากถูกจำแนกเด็ดขาดแล้ว “อยู่เพทายก็จะใกล้ประตูทางออกเข้าไปทุกทีแล้ว” เธอกล่าว
________________________________________
เมื่อพูดคุยถึงความทรงจำปีใหม่ที่ยังอยู่ในใจ จินนี่เล่าว่า 3 ปีที่แล้ว เธอฉลองกันกับเพื่อน ๆ ที่ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับเพื่อน ๆ ที่หน้าเรือนจำ ร้องเพลงให้กับพวกเขา ให้รู้ว่าคนข้างนอกยังไม่ลืม “แต่วันนี้เรากลับมาเป็นคนที่อยู่ในนี้ซะเอง พูดแล้วพี่จะร้องไห้”
.
บทบาทที่เปลี่ยนไปทำให้ความรู้สึกต่อปีใหม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเปรียบเทียบปีใหม่ปีนี้กับปีที่แล้ว ปีแรกที่อยู่ในเรือนจำ เธอบอกว่า “เปลี่ยนสิ ปีที่แล้วได้ฉลองปีใหม่กับครอบครัว เราไปเที่ยวกันหลายที่มาก ไปเขาค้อ ไปปาย ปีที่แล้วเรามีอิสรภาพ แต่ปีนี้อิสรภาพเราหายไป”
.
แต่การเปลี่ยนปีก็ยังคงมีความหมายต่อชีวิตในเรือนจำ “มีนะ มันทำให้เรามีสติ โตขึ้น ได้คิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาว่าใครบ้างที่ยังยืนอยู่ข้างเรา และที่สำคัญมันมีความหมาย เพราะเรามีหวัง หวังที่จำนวนวันที่เราอยู่ในนี้มันค่อย ๆ ลดลงแล้ว”
.
สำหรับคนข้างนอกที่อยากเข้าใจว่าปีใหม่ในเรือนจำเป็นอย่างไร จินนี่อธิบายว่า “ก็สนุกในแบบของผู้ต้องขัง มีร้องเพลง ใส่ชุดซานต้าแจกของขวัญ มียอดของพิเศษที่สามารถสั่งซื้อได้ ที่สำคัญหน่วยงาน เรือนนอนต่าง ๆ ในเรือนจำดูสดใสจากของตกแต่ง ที่เราช่วยกันทำ มันไม่หดหู่ อึมครึม”
.
แต่เบื้องหลังบรรยากาศที่ดูสดใส ผู้ต้องขังส่วนใหญ่จะคิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน บางคนถึงขั้นนอนร้องไห้เลย “คือบรรยากาศมันพาไป ทั้งลมหนาว เทศกาลปีใหม่ที่ทุกคนล้วนมีความทรงจำกับครอบครัว แต่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในนี้ มันมีความรู้สึกเศร้า คิดถึงบ้านกันทั้งนั้น อยากกลับไปฉลองกับครอบครัว”
.
เมื่อเข้าสู่ปีใหม่ 2569 ด้วยสถานะผู้ต้องขัง จินนี่มีความหวังหลายอย่าง ทั้งความหวังต่อตัวเองและต่อบ้านเมือง “หวังต่อตัวเราเองคือการได้พักโทษ การได้ออกไปอยู่ข้างนอกกับครอบครัว หวังต่อบ้านเมือง คือ อยากให้การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งที่แท้จริงสักที หมายความว่า พรรคไหนที่ได้รับคะแนนสูงสุดก็อยากให้พรรคนั้นได้เป็นรัฐบาล ไม่ใช่เลือกพรรคนี้ แต่พรรคอื่นดันได้เป็นรัฐบาลแบบที่ผ่านมา”
.
เธอยังมีความหวังอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะมีสิทธิเลือกตั้งกับเขาบ้าง “แต่สำหรับคนที่อยู่ในเรือนจำไม่มีสิทธินี้เลย ทั้ง ๆ ที่ควรมี”
.
ขณะที่สิ่งที่ทำให้เธอยังยืนหยัดอยู่ได้หลังเวลาผ่านไปในฐานะผู้ต้องขังทางการเมือง “คือความหวังและความเป็นห่วงต่อคนรุ่นหลัง เมื่อใดที่กฎหมายยังอยุติธรรม เมื่อนั้นก็ยังคงมีคนรุ่นใหม่ ๆ ออกมายืนหยัดแบบนี้เช่นเดียวกัน”
.
ผู้ต้องขังหญิงวัย 58 ปี อธิบายความหมายของเสรีภาพสำหรับเธอว่า เสรีภาพ คือ จิตวิญญาณในการเป็นตัวของตัวเอง ในการคิด แสดงออก และตัดสินใจในการกระทำโดยไม่ละเมิดหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน “ฉะนั้นอยู่ในนี้เราก็ยังคิด แสดงออกอุดมการณ์ยังคงเดิม”
.
เมื่อพูดถึงโลกข้างนอกที่เปลี่ยนแปลงไปมากมายตลอดเวลาที่อยู่ข้างใน เธอบอกว่า “อึดอัดนะที่ตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป แต่นัยหนึ่งก็รู้สึกสงสารคนข้างนอก ปีนี้รู้ว่าทุกคนต้องรับศึกหนักจากหลายอย่างทั้งเศรษฐกิจ การเมือง บางทีการอยู่ในนี้อาจจะโชคดีในแง่เราไม่ต้องรับรู้เรื่องพวกนี้”
.
ก่อนจะจากกัน จินนี่ฝากข้อความสำหรับปีใหม่ สำหรับคนข้างนอกที่กำลังติดตามเรื่องราว “ขอให้ทุกคนมีความสุข สมหวัง มีสติ และขอให้รัฐบาลสมัยหน้าคืนสิทธิและโอกาสให้กับประชาชน”
.
สำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้เหมือนตัวเอง “ขอให้เพื่อน ๆ อานนท์ เก็ท และใครอีกหลายคนยึดมั่นในอุดมการณ์ มีความสุข รักษาสุขภาพและมีความหวังที่จะได้รับอิสรภาพในเร็ววัน”
.
ส่วนสำหรับครอบครัวและคนที่รัก ที่ต้องเผชิญปีใหม่โดยปราศจากตัวเอง จินนี่ฝากไว้ว่า “อยากให้เข้มแข็ง ดูแลตัวเองดี ๆ รักษาสุขภาพรอวันที่ได้เจอกันข้างนอก”
__________________________________
'Still Standing' คือบันทึกเยี่ยมจากทนายความที่สะท้อนเสียงของผู้ต้องขังทางการเมืองในช่วงปลายปี ช่วงเวลาที่โลกข้างนอกกำลังเตรียมปิดสิ่งเก่า และเปิดสิ่งใหม่ ด้วยความหวัง ความฝัน และคำอวยพร แต่สำหรับหลายคน ปีใหม่ในกรงขังไม่ได้มีดอกไม้ไฟหรือเสียงนับถอยหลัง มีเพียงความเงียบงัน ความคิดถึง และคำถามว่าอีกกี่ปีใหม่ที่ต้องผ่านไปในที่แบบนี้ แต่หลายคนก็ยังเลือกจะยืนหยัดปกป้องสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามีคุณค่าต่อไป
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1283687950268339&set=a.656922399611567
https://tlhr2014.com/archives/80951