วันศุกร์, สิงหาคม 30, 2567

กิจกรรมเสวนา "สถานการณ์คดีการเมืองในปัจจุบัน และสิ่งที่เราทำได้ในกระบวนการยุติธรรม" - ชวนร่วมงาน “112 วัน บุ้งยังไม่ได้รับความยุติธรรม” 2 ก.ย. 67


ประชาไท Prachatai.com was live.
Yesterday
·
Live ให้คดีการเมือง เป็นเรื่องที่ใครก็ตรวจสอบได้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ Day Breaker network ขอเชิญประชาชนที่รักในประชาธิปไตยเข้าร่วมงาน "ให้คดีการเมือง เป็นเรื่องที่ใครก็ตรวจสอบได้" ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้
.
กิจกรรมเสวนา "สถานการณ์คดีการเมืองในปัจจุบัน และสิ่งที่เราทำได้ในกระบวนการยุติธรรม"
ร่วมพูดคุยโดย
นพพล อาชามาส - หัวหน้าฝ่ายข้อมู�� ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ณัฐฐา อัชฌานุเคราะห์ - ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังเกตการณ์คดี Daybreaker network
ดรุเณศ เฌอหมื่อ - ทนายความอาสา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
.
วันที่ 28 ส.ค. 2567 เวลา: 16.00 - 18.00 น.
สถานที่จัดงาน : Book Re:public (ย่านวัดอุโมงค์)
.....


Tawan Tantawan
12 hours ago·

“112 วัน บุ้งยังไม่ได้รับความยุติธรรม”

วันจันทร์ที่ 2 กันยายนนี้เป็น
112 วันที่ บุ้ง เนติพร จากพวกเราไป
112 วันที่ สูญเสียอีกหนึ่งชีวิตให้กับกระบวนการยุติธรรมไทยที่ล้มเหลว
112 วันที่ บุ้ง เนติพร “ยังไม่ได้รับความยุติธรรม”

2 ก.ย. 67 เชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมกันฟังเสวนา และดนตรี ที่ถ่ายทอดถึงความยุติธรรมที่ยังไม่ได้รับ และความอยุติธรรมที่ลืมไม่ลง

เวลา 17.00 น.-19.00 น. ณ ตึก All rise (ilaw ปากซอยลาดพร้าว 25)


กางข้อเสนอพรรคประชาชนถึงรัฐบาล แก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ

.....


พรรคประชาชน - People's Party
7 hours ago
·
[ กางข้อเสนอพรรคประชาชนถึงรัฐบาล แก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ ]
.
จากสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายจังหวัด คิดเป็นพื้นที่กว่า 470,000 ไร่ โดยยังต้องเฝ้าระวังฝนที่อาจตกหนักเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในเดือนกันยายนและตุลาคมที่จะมาถึง รวมถึงมวลน้ำที่ไหลลงพื้นที่ปลายน้ำในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่าง
พรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอถึงรัฐบาล ทั้งระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ การเฝ้าระวัง-เตือนภัย การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟูเยียวยา
.
.
ส่วนที่ 1 เฝ้าระวัง-เตือนภัย
.
1. เพิ่มระบบเตือนภัยที่ต้นน้ำ และ ลำน้ำสาขาย่อย
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: รูปแบบของฝนในช่วงหลังเปลี่ยนไป เป็นฝนตกหนักมากในช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น 1-3 วัน) กลายเป็นว่า ฝนที่ตกหนักภายใน 24-48 ชั่วโมง ก็เกิดน้ำท่วมได้แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ตามร่องเขาหรือหุบเขา เช่น ลุ่มน้ำอิง จังหวัดพะเยาและเชียงราย, ลุ่มน้ำยม จังหวัดแพร่และสุโขทัย, ลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน เป็นต้น เพราะฉะนั้น ระบบการเตือนภัยที่แม่นยำจึงสำคัญมาก แต่ช่วงที่ผ่านมา ระบบโทรมาตรบางแห่งชำรุดเสียหายและขาดการซ่อมบำรุง
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน:
(1) เพิ่มสถานีโทรมาตรวัดน้ำฝนบนพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อสามารถคำนวณมวลน้ำและช่วงเวลาในแต่ละจุด (หรือแต่ละร่อง/หุบเขา) ได้แม่นยำมากขึ้น โดยตอนนี้ยังมีน้อย เนื่องจากระบบโทรมาตรปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจวัดเอง จึงมักตั้งในพื้นที่ราบ ซึ่งเตือนภัยได้ช้าและแม่นยำน้อยกว่า
(2) เพิ่มสถานีโทรมาตรวัดระดับน้ำท่า เพื่อเฝ้าระวังปริมาณและระดับน้ำท่าตามลำน้ำสาขาย่อย เช่น ลุ่มน้ำอิง จ.พะเยา มีลุ่มน้ำย่อยจำนวนมาก เคยมีการวางระบบจำนวนสถานีโทรมาตรถึง 18 สถานี
.
2. ฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: ตัวอย่างลุ่มน้ำอิงของ จ. พะเยา เป็นลุ่มน้ำพิเศษที่มีระบบพื้นที่ชุ่มน้ำไว้รองรับน้ำหลากถึง 17 แห่ง (กว๊านพะเยาเป็นหนึ่งในนั้น) แต่ระยะหลังพื้นที่ชุ่มน้ำเหล่านี้ตื้นเขินหรือถูกบุกรุก ทำให้ความสามารถในการรับน้ำลดลง
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: ในระยะยาวจำเป็นต้องฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น การขุดลอก หรือมีอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมเป็นแก้มลิง รวมถึงพัฒนาระบบคลองเชื่อมพื้นที่ชุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บและจัดการน้ำในช่วงน้ำหลาก และเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ส่วนหนึ่งด้วย
.
3. ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้ชัดเจน - พัฒนา Cell Broadcast นำมาใช้งานอย่างเร่งด่วน
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน:
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แเจ้งเตือนเเละสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์จากน้ำป่าไหลหลากเเละดินโคลนถล่มล่วงหน้า ตั้งเเต่วันที่ 21 ส.ค. เเละมีการสั่งเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ในส่วนกลาง
.
เเต่หน้างานจริง การเตือนเเบบนี้เป็นเเบบภาพรวม ทำให้หลายพื้นที่เตรียมการเเบบปกติ รับมือเเบบเดิม ทั้งที่ลักษณะภัยแตกต่างจากเดิมมาก (รอบนี้เป็นน้ำป่า-ท่วมฉับพลัน และดินถล่ม) หลายพื้นที่จึงรับมือไม่ทัน (เช่น เชียงราย น่าน ภูเก็ต) เเละบางพื้นที่ไม่มีการเตือนภัยในช่วงเวลาใกล้เกิดเหตุจากหน่วยงานท้องถิ่น/จังหวัด
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน:
(1) รัฐบาลต้องปรับปรุงระบบเตือนภัยให้ชัดเจน ดังนี้
- ระบุพื้นที่เฝ้าระวัง/เตือนภัย ต้องเจาะจงถึงระดับตำบล และแนวโน้มของสถานการณ์น้ำ รวมถึงระดับปลอดภัย เพราะน้ำท่วมรอบนี้ ช่วงเเรกเป็นการเตือนเเบบภาพรวมในระดับอำเภอ
- บอกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างทันการณ์ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนที่ต้องใช้เวลาเตรียมการ และต้องใช้ทรัพยากรทั้งบุคคล อุปกรณ์ และสถานที่พักพิง
- ทบทวนและพัฒนาระบบเตือนภัย ในท้องถิ่นและระหว่างท้องถิ่นตามลุ่มน้ำเดียวกัน ให้เชื่อมต่อกันและใช้งานได้ตลอดเวลา
.
(2) พัฒนา Cell Broadcast นำมาใช้งานอย่างเร่งด่วน
- ประโยชน์ที่สำคัญของ Cell Broadcast คือ (1) Emergency Evacuation ช่วยแจ้งเตือนการอพยพฉุกเฉินได้ โดยอาจแจ้งพร้อมคำแนะนำและสถานที่ปลอดภัยต่างๆ อย่างแม่นยำ (2) แจ้งจุดให้ความช่วยเหลือในภาวะวิกฤต (3) แจ้งเลี่ยงเส้นทางอันตรายที่เสี่ยงกับชีวิต
.
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เทคโนโลยีการแจ้งเตือนยังไม่พร้อม ควรใช้วิธีการเตือนภัยแบบดั้งเดิม เช่น การใช้หอเตือนภัยที่มีอยู่ การใช้สัญญาณไซเรน พร้อมการประกาศไปพลางก่อน อย่างน้อยที่สุดต้องเตือนให้คนออกจากบ้านไปยังจุดปลอดภัย
.
.
ส่วนที่ 2 เผชิญเหตุ
.
1. ซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างน้อยปีละครั้ง
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: ขาดการซ้อมแผนการเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่ม ทำให้เมื่อเกิดเหตุจริงจึงช่วยเหลือล่าช้าและระดมทรัพยากรเข้าพื้นที่ไม่ทัน
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: ทำการทบทวนและซ้อมแผนการเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่มอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
.
2. จัดตั้งศูนย์บัญชาการอย่างรวดเร็ว รวมศูนย์การสื่อสารลดความสับสน
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน:
- ไม่มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (หรือ war room) ขึ้นจริงในบางพื้นที่ ทำให้การปฏิบัติการช่วยเหลือมีความล่าช้าและสับสนตั้งแต่ขั้นตอนของการเตือนภัย
- ไม่ได้มีการเตรียมศูนย์อพยพ/ศูนย์พักพิงไว้ล่วงหน้า ทั้งในแง่สถานที่ อุปกรณ์ และมาตรการที่จำเป็นภายในศูนย์ ทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน และหลายพื้นที่ประชาชนต้องพักแรมในเต็นท์ชั่วคราวริมถนน
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทันทีที่มีสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้สามารถเตือนภัย จัดเตรียมศูนย์อพยพ และจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทันการณ์ และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย นอกจากนี้ในช่วงประสบภัย การสื่อสารต่างๆ ต้องมาจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และเผยแพร่ผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมเพื่อลดความสับสน ช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อมได้อย่างทันท่วงที
.
3. สนับสนุนงบประมาณท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่มีอุปกรณ์ กำลังพล และงบประมาณจำกัด การติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานส่วนกลาง/ภูมิภาคทำได้ล่าช้า ทำให้การช่วยเหลือทำได้ล่าช้าไปด้วย
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: การสนับสนุนงบประมาณให้ท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ ในการยับยั้ง อพยพ เผชิญเหตุ และช่วยเหลือ ต้องสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และครอบคลุมในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย
.
.
ส่วนที่ 3 ฟื้นฟู-เยียวยา
.
1. ปรับหลักการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชน
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: การช่วยเหลือมีความล่าช้า โดยมักจะดำเนินการหลังน้ำลดแล้ว และบางครั้งต้องใช้เวลานานกว่าจะได้การช่วยเหลือเยียวยา บางพื้นที่/บางปี/บางครัวเรือนก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: ปรับหลักการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน
(1) เงินช่วยเหลือทันทีที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในระหว่างประสบเหตุ เช่น 3,000 บาท/ครัวเรือน/เดือน
(2) เงินช่วยเหลือสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการศูนย์อพยพ และ/หรือ บริการเสริมอื่นๆ
(3) เงินช่วยเหลือ/เยียวยาค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งกับบ้านเรือน ไร่นา ปศุสัตว์ และอื่นๆ ซึ่งจะประเมินความเสียหายภายหลังน้ำลด
.
2. ปรับเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: เกณฑ์การช่วยเหลือ/เยียวยาภาคเกษตรของรัฐบาล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
- อัตราการช่วยเหลือต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจริง เช่น ข้าว ช่วยเหลือไร่ละ 1,340 บาท แต่ต้นทุนการผลิตตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุอยู่ที่ 4,323 บาท/ไร่ ในปี 2566/67 หรือกรณีสุกร เกณฑ์กำหนดว่าสุกรอายุมากกว่า 30 วันขึ้นไป ช่วยเหลือตัวละ 3,000 บาท แต่ต้นทุนการเลี้ยงสุกรในปี 2566 อยู่ 8,758 บาท/ตัว
- การกำหนดเกณฑ์ขั้นสูงที่ไม่สอดคล้องกับขนาดการผลิตจริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์และประมง เช่น โค ไม่เกิน 5 ตัว, สุกร ไม่เกิน 10 ตัว, สัตว์น้ำไม่เกิน 5 ไร่ ซึ่งไม่ใช่ขนาดการผลิตเชิงพาณิชย์อีกแล้วในปัจจุบัน (ตัวอย่างเช่น ขนาดการเลี้ยงสุกรโดยเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 74 ตัว/ฟาร์ม เนื้อที่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเลเฉลี่ย 10.2 ไร่/ฟาร์ม)
- ความล่าช้าของการขอรับความช่วยเหลือ โดยปัจจุบันมีขั้นตอนมากถึง 4-7 ขั้นตอน และต้องใช้เวลาประมาณ 80-120 วัน
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: ปรับเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร โดยการ
- กำหนดอัตราค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 80% ของต้นทุนการผลิตของเกษตรกร (เบื้องต้นตามที่เอกสารของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุไว้)
- ปรับเพิ่มเพดานหรือเกณฑ์ขั้นสูงให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เช่น ใช้ค่าเฉลี่ยของขนาดฟาร์มในปัจจุบัน (ตามข้อมูลของสำนักเศรษฐกิจการเกษตร) เป็นเกณฑ์
- ปรับกระบวนการการช่วยเหลือเกษตรกรให้สั้นลง ให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ในระดับพื้นที่ (เช่น จังหวัดหรือท้องถิ่น) มากขึ้น ลดขั้นตอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาช่วยในการตรวจสอบและคัดกรอง เพื่อสามารถจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาได้เร็วที่สุด
.
3. จัดเตรียมมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม
.
ปัญหา/สถานการณ์ปัจจุบัน: เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อาจมีภาระทางการเงิน รวมภาระหนี้สินที่อาจพอกพูนขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาวแม้น้ำท่วมจบลงแล้ว รัฐบาลจึงควรมีมาตรการให้ความช่วยเหลือนอกเหนือไปจากการพักชำระหนี้อย่างที่เคยเป็นมา
.
ข้อเสนอพรรคประชาชน: จัดเตรียมมาตรการทางการเงินอื่นๆ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้, สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเพื่อการบูรณะ/ฟื้นฟู, ทำโครงการประกันวงเงินสินเชื่อจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสำหรับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อป้องกันมิให้ความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลายเป็นความเสียหายทางการเงินสำหรับเกษตรกรในระยะยาว
.
.
น้ำท่วมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ในทางหนึ่งสะท้อนว่าการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมาไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาอีกต่อไป พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณาและเริ่มต้นดำเนินการทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้ปีต่อๆ ไป ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่แค่เรื่องที่เรารับมือได้ แต่ปัญหาน้ำท่วมต้องเป็นเรื่องที่เราป้องกันได้


พิธีเปิด พาราลิมปิก 2024 ปารีส - เหรียญแรกมาแล้ว !! ปิงปองหญิงคู่ “ดารารัตน์ - ชิลชิตพยัค” การันตีทองแดงพาราลิมปิก


เดือดทะลักจุดแตก
20 hours ago
·
ว้าว เห็นภาพพิธีเปิด {พาราลิมปิก 2024 ปารีส} แล้วน่าตื่นตาตื่นใจมาก
โอ้โห สเกลอาจจะเล็กกว่า แต่ความบันดาลฝันทะยานใจ ไม่น่าจะแพ้กันเลย
เสียดาย มาตี 1 วันธรรมดากลางสัปดาห์ ก็ต้องพลาดไปตามระเบียบ
ปกติ ไม่เคยจะสนอกสนใจพิธีเปิดพาราลิมปิกเลยนะครับ
แต่ฝรั่งเศส ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
ผมลองค้นดู ว่ามีให้ดูย้อนหลังมั้ย ก็พบว่าหาง่าย (แบบถูกลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเลย)
เดี๋ยวต้องลองยลดูเป็นบุญตาหน่อยละครับ



Paralympics Opening Ceremony 2024 Live | President Macron Welcomes Delegates Live | Paralympics Live

CNN-News18

Streamed live on Aug 28, 2024 

Paralympics Opening Ceremony 2024 Live | President Macron Welcomes Delegates Live | Paralympics Live | N18G 

French President Emmanuel Macron and his wife Brigitte Macron host heads of states and governments at the Elysee, before attending the Paralympics opening ceremony.



“ทำไมคนปัตตานีแต่งตัวเท่จัง”



Pattani Decoded เทศกาลชวนถอดรหัส ‘ความเท่’ ของแฟชั่นคน ‘ปัตตานี’

THE OPENER
29 AUG 2024

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพเหตุการณ์ระเบิดและความสูญเสียจากเหตุการณ์รุนแรงที่ปรากฏในหน้าข่าวสารตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาได้สร้างภาพจำที่คนจำนวนไม่น้อยมีต่อปัตตานี 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเป็นพื้นที่ของความขัดแย้งและการคุมเข้มด้านความมั่นคง นี่เป็นภาพจำที่บดบังแง่มุมความเป็นพื้นที่แห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีพลวัตทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งส่วนกลางและเพื่อนบ้านในภูมิภาค ตลอดจนผู้คนในท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันและพยายามปรับตัว ต่อรองกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

เพราะมองเห็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในปัตตานี ทำให้กลุ่ม ‘มลายูลิฟวิ่ง’ (Melayu Living) กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานสร้างสรรค์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายามถอดรหัสที่มีมาของความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของปัตตานีและนำเสนอมันต่อสายตาของคนทั้งในและต่างถิ่น นี่ทำให้พวกเขาอยู่เบื้องหลังการจัดงาน ‘Pattani Decoded’ เทศกาลงานดีไซน์ที่รวมงานสร้างสรรค์และภูมิปัญญา หยิบเอาสิ่งที่พวกเขามองว่า “ดีโคตร” ของปัตตานีขึ้นมาอวดไปพร้อมกับชวนทำความเข้าใจถึงตัวตน อัตลักษณ์ และเป็นแพลตฟอร์มในการชวนคุยถึงอนาคตของปัตตานี

‘Pattani Decoded’ ที่กำลังดำเนินอยู่จนถึงวันที่ 1 กันยายนนี้ เป็นงาน ‘Pattani Decoded’ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยปีนี้มาในธีม “Unparalleled” ที่ชวนทุกคนมาร่วมกันถอดรหัสคนปัตตานีผ่านรสนิยมการแต่งกายที่จัดจ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

The Opener พูดคุยกับ ‘ฮาดีย์ หะมิดง’ และ ‘บศกร บือนา’ จากกลุ่ม Melayu Living ที่อยู่เบื้องหลังงาน Pattani Decoded โดยพวกเขาบอกว่าจุดเริ่มต้นของงานธีมงานปีนี้เกิดจากการตั้งข้อสังเกตง่ายๆ ว่า “ทำไมคนปัตตานีแต่งตัวเท่จัง” ซึ่งทำให้พวกเขาพยายามค้นหาคำตอบผ่านงาน Pattani Decoded ครั้งนี้ และหวังว่างานนี้จะเป็นโอกาสให้ทั้งคนปัตตานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นต้นทุนทางวัฒนธรรม “ดีโคตร” ที่มีอยู่ และมองถึงโอกาสในการเดินหน้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ได้

หลายวัฒนธรรมหลอมรวมเป็น “ความเท่”
ตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจ รองเท้าหนัง ไปจนถึงเสื้อวงดนตรีหายาก สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องแต่งกายที่พบเห็นคนปัตตานีสวมใส่กันเป็นปกติ และยิ่งได้เห็นภาพถ่ายของคนในปัตตานียุคก่อน หรือการได้เจอแฟชั่นไอเทมหายากในบ้านของคนที่อยู่ในชุมชนห่างจากเขตเมืองไปไกลก็ยิ่งทำให้สมาชิกกลุ่ม Melayu Living ที่ทำงานสร้างสรรค์รู้สึกทึ่ง และอยากค้นหาคำตอบถึงที่มาที่ไปของความมีสไตล์นี้ของคนปัตตานี

“ด้วยความที่เป็นคนในพื้นที่อยู่แล้วก็เลยมองว่าจากที่สัมผัสมา และจากที่ทำ Pattani Decoded มาในหลายๆ งานก็มองว่าคนมลายูในพื้นที่เหมือนเป็นคนมีสไตล์ อาจจะในสไตล์ที่หลากหลาย บางคนก็ทันสมัยแบบเรียกได้ว่ามาจากอนาคตเลยก็ได้ บางทีย้อนมองภาพเก่าๆ ก็รู้สึกว่าเฮ้ย ได้ยังไงเนี่ย แต่งตัวกันขนาดนี้ คือแบบมันสุดยอดเลย รู้จักอีกหลายๆ คนที่บ้านอาจจะอยู่ในชุมชนที่แบบว่าลึกมากๆ แต่เขามีไอเทมที่สุดยอด ซึ่งพอได้เริ่มงาน Pattani Decoded มันทำให้เราเองก็ได้เปิดมุมมองตัวเอง ได้เจอคนในพื้นที่ว่ามีคนแบบนี้อยู่ด้วยหรอ มีความรู้สึกว่าทุกคนเท่ค่ะ มีสไตล์เป็นของตัวเอง อาจจะไม่ได้ตามใคร ไม่ได้ตามยุคตามสมัย แต่มีความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งในยุคของตัวเองหรือแบบว่าย้อนยุคไป” บศกรกล่าว



โดยเมื่อลงมือศึกษาและถอดรหัสที่มาของแฟชั่นมีสไตล์เหล่านี้ ฮาดีย์บอกว่าการที่คนปัตตานีได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประสบการณ์หลากหลาย จากทั้งภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และทำเลที่ตั้งของปัตตานีที่ทำให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกได้ง่าย และการมีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมทั้งมลายู ไทย จีน และมีทั้งชาวมุสลิมและพุทธอยู่ในพื้นที่ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรสนิยมการแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนปัตตานีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด


“เราสังเกตมาตลอดว่าคนปัตตานี อาจจะพูดเข้าข้างตัวเอง มันอยู่ในพื้นที่ผสมที่หลายวัฒนธรรมาเจอกันที่นี่ โลกมุสลิม โลกมลายู โลกของความเป็นไทย มันมาเจอกันที่นี่ สิ่งเหล่านี้มันส่งผลต่อวัฒนธรรมการแต่งกาย สิ่งที่เรารับมาแน่ๆ เช่นเรามองย้อนกลับไปเราก็จะพบว่าคนสัก 80-90 ปีที่แล้วใส่โสร่งคู่กับสูท แล้วก็ใส่หมวกซอเกาะห์สีดำ หมวกนี่หมวกออตโตมันแน่ๆ แล้วก็ถูกนำมาที่ย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสื้อสูทนี่งานฝรั่งแน่ๆ ครับ ไม่ใช่งานเอเชียแน่ๆ แล้วโสร่งมาจากวัฒนธรรมร่วมของคนทั้งอุษาคเนย์ คนทางนี้ใส่ผ้าถุง ใช้โสร่งเป็นเรื่องปกติ”



“ทีนี้เขาใส่แล้วก็เท่มาก แต่ว่าประเด็นคือทำไมจู่ๆ ถึงใส่ แสดงว่าเขาก็ต้องรู้จักหลายสิ่งหลายอย่าง มีประสบการณ์กับหลายสิ่งหลายอย่าง หรือบางคนก็ใส่กระทั่งเข็มขัดที่มาจากเมกกะเข้าไปอีกที่มาจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเข็มขัดทองเหลืองที่เขาร้อยๆ แบบคนสมัยก่อนใส่ ซึ่งที่มามัน 4-5 ที่มาเลยอ่ะมาอยู่ในคนหนึ่งคน เราก็รู้สึกว่าคนที่นี่ก็ขยัน พิถีพิถันในการแต่งกายแน่ๆ แต่ว่าในความพิถีพิถันมาจากความที่ว่า แน่นอนอ่ะครับร้อยปีที่แล้วอังกฤษมาจ่ออยู่ที่มาลายา โอเคเขามาหาดีบุก มาทำอุตสาหกรรมที่นี่ก็จริง แต่สิ่งที่มันมาพร้อมกับตรงนั้นคือเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา แล้วพื้นที่ตรงนี้มันเป็นพื้นที่มุสลิมอ่ะ มันเชื่อมโยงกับโลกมุสลิมในตะวันออกกลาง ในตุรกีอยู่แล้ว มุสลิมในอุษาคเนย์อยู่แล้ว แล้วที่นี่มันมีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องยาวนานกับกรุงเทพฯ มาตลอด มันก็มีอิทธิพลจากหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกนำเข้ามาจากส่วนกลาง แล้วมันก็มาผสมกันอยู่ที่นี่” ฮาดีย์กล่าว

ดังนั้น สำหรับ Pattani Decoded 2024 ในธีม “Unparalleled” ฮาดีย์บอกว่าสิ่งที่พวกเขาได้พยายามถอดรหัสคือ “สภาวการณ์” เพราะนี่เป็นความพยายามทำความเข้าใจกับรสนิยมของผู้คนในปัตตานีที่สะท้อนผ่านเครื่องแต่งกายว่ามันมีที่มาที่ไปที่สัมพันธ์กับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่และการที่คนในท้องถิ่นปัตตานีรับเอาวัฒนธรรมที่แตกต่างเข้ามาและต่อรองกับวัฒนธรรมของตัวเองอย่างไร



“ไอ้ความเท่ของเราเนี่ย มันไม่ใช่อยู่ๆ คนมีความสามารถที่จะเลือกว่ามิกซ์อันนนี้แมตช์อันนี้แล้วเท่ากับอันนี้ แต่มันเป็นทักษะที่ถูกถ่ายทอดขึ้นมาเพราะเราเจอกับหลายวัฒนธรรม เราคุ้นเคยกับการอยู่กับหลายๆ วัฒนธรรมตลอดเวลา อันนี้ก็เลยเป็นธีมปีนี้คำว่า Unparalleled (ไร้เทียมทาน) จริงๆ เราก็พูดถึงความเป็น Parallel (เส้นคู่ขนาน) ที่เราต้องเจอกันตลอดเวลา โอเคเรามีความเป็นมลายูมุสลิมแน่ๆ ในขณะที่อีกอันเราก็โตขึ้นมากับความเป็นไทยอ่ะ เรามีความเป็นตะวันตกแน่ๆ เพราะว่ามันรับผ่านสื่อและสังคมอะไรก็ว่าไป และความเป็นสมัยใหม่ แต่เราก็มีความเป็นมุสลิมที่มันเชื่อมโยงกับโลกตะวันออกกลาง มันอยู่ที่บนเส้นที่เราเป็นอะไร เราผสมกันนี่แหละ แล้วเราคิดว่าพอมันอยู่ที่ปัตตานีซึ่งมันเป็นชายแดนระหว่างหลายๆ อารยธรรมแบบนี้ พอมันผสมมันพยายามที่จะทำให้มันอยู่ได้ ผสมจนมันกลายเป็นตัวเอง เราว่ามันโคตรเจ๋งนะครับ มันโคตรเท่เลย” ฮาดีย์กล่าว

‘เสื้อผ้ามือสอง’ การค้าที่เชื่อมโยงปัตตานียุคใหม่กับโลกภายนอก
หากลองเสิร์ชหาสถานที่เที่ยวในปัตตานีจะเห็นได้ว่ามีหลายเว็บไซต์เลยทีเดียวที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดก็คือการเดินตลาดนัดมือสองที่มีอยู่หลายแห่ง โดยฮาดีย์และบศกรบอกว่าที่ตลาดนัดเหล่านี้มีของมือสองมาขายหลากหลายรูปแบบ แต่สินค้าหลักๆ ก็คือเสื้อผ้า

ฮาดีย์บอกว่าการค้าเสื้อผ้ามือสองของคนปัตตานีเกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษแล้ว โดยย้อนกลับไปช่วง 40-50 ปีก่อน ที่คนจากชุมชนบางปู อำเภอยะหริ่งของปัตตานีไปทำงานในรัฐเคดาห์ของมาเลเซียและได้ไปหาซื้อเสื้อผ้ามือสองจากที่นั่นมาใส่ และก็พบว่าเสื้อผ้ามือสองที่เจอนอกจากถูกแล้วยังมีคุณภาพดี หลายชิ้นเป็นงานจากโลกตะวันตก เมื่อค้นหาไปเรื่อยๆ ก็ไปพบเสื้อผ้ามือสองที่ถูกโละมาจากประเทศในโลกตะวันตกเป็นกระสอบที่เมืองโกตาบารู ซึ่งถูกส่งเข้ามายังสิงคโปร์และส่งต่อกันมาเรื่อยๆ จึงได้เริ่มนำกลับมาขายที่ปัตตานี รวมถึงยังนำขึ้นไปขายที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุคของตลาดนัดสนามหลวง

โดยการค้าเสื้อผ้ามือสองสร้างรายได้ให้กับคนปัตตานีในหลายรูปแบบ ไม่เพียงพ่อค้าที่ขนเสื้อผ้ากระสอบเข้ามาเทขาย แต่ยังรวมถึงคนคัด คนซัก คนรีด คนห่อ และยังรวมถึงคนทุนน้อยแต่ “ตาถึง” ที่ไปหยิบเอาเสื้อผ้ามือสองที่เป็นของหายาก ซึ่งแขวนขายอยู่ตามราวในราคาถูกๆ ตัวละหลักสิบ แต่สามารถนำไปขายต่อได้ในราคาหลักพันหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการขายทางช่องทางออนไลน์เติบโตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับผู้จัดงาน Pattani Decoded พวกเขามองว่า ทั้งความนิยมในการสวมใส่และการค้าเสื้อผ้ามือสองของคนปัตตานีสะท้อนให้เห็นว่า คนที่นี่มีประเด็นที่เกี่ยวโยงกับเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมายาวนาน โดยเรื่องราวของเสื้อผ้ามือสองก็ได้ถูกหยิบมาเล่าในงาน Pattani Decoded 2024 ด้วย โดยที่โรงแรมแพลเล็สได้มีการจัดนิทรรศการ Baju Guni ที่จะใช้ห้องเก่าแก่ 6 ห้องของโรงแรมจัดแสดงเสื้อผ้ามือสองที่จัดเป็นของหายากที่ถูกคัดสรรมาจากคนในวงการเสื้อผ้ามือสอง 6 เจ้า บางตัวมีมูลค่าถึงหลักแสน และบางตัวก็ไม่อาจประเมินค่าได้ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของเสื้อผ้าตัวนั้น
 


ฮาดีย์บอกว่า ถึงที่สุดแล้วการเล่าเรื่องราวของเสื้อผ้ามือสองกับคนปัตตานี มันคือการพยายามถอดรหัสรสนิยมในการเลือกสรรเครื่องแต่งกายของคนที่นี่ เป็นรสนิยมที่ไม่ได้อยู่ๆ ก็เกิดขึ้น แต่มันมาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมต่างๆ จากโลกภายนอกปัตตานีด้วย
“สิ่งนี้แหละครับที่เราอยากจะเล่า คือว่าคนที่นี่มันมีประเด็นกับเสื้อผ้า หนึ่งคือแน่นอนพยายามที่จะรักษาอัตลักษณ์ตัวเองอย่างแข็งแรงแน่ๆ กับสองคือก็รู้จักที่จะแต่งตัว แม้ทรัพยากรตัวเองจะจำกัด แต่ก็พยายามที่จะหาจะมาหยิบใส่ให้กับตัวเอง ซึ่งมันก็บอกว่าคนที่นี่มีรสนิยม ซึ่งสิ่งนี้แหละเรากำลังถอดรหัสอยู่ ว่าเอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้นนะในอุษาคเนย์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโลกมลายู เมื่อย้อนกลับไปร้อยกว่าปีมันเกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอ เราถึงมีความเข้าใจในเรื่องความเป็นไปในเรื่องของแฟชั่น ในเรื่องของเทรนด์”

“งานตัว Unparalleled รอบนี้ที่ไม่ได้แปลว่าเราเก็ทเรื่องเสื้อผ้าทั้งหมด แต่มันเริ่มจากสมมติฐานเราเลยว่า คนปัตตานีมันเท่ว่ะ ดูยังไงมันก็เท่ เอ๊ะมันเท่ได้ไงวะ แล้วมันเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง แล้วก็ไปทำการบ้านมาแล้วพบว่าเสื้อผ้ามือสองมันก็จัดจ้านนะ เสื้อในเชิงอัตลักษณ์เราก็ใช่ย่อย ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์มันไม่ใช่ว่าจู่ๆ ลอยมา แต่มันมาจากการผสมๆ อะไรแบบนี้ ดังนั้นสำหรับพวกเรา Pattani Decoded คือ กระบวนการ (process) ที่เราเองก็พยายามทำความเข้าใจเรื่องของพวกเรา และก็นำเสนอมันออกมาเป็นนิทรรศการดีไซน์แบบนี้ แล้วก็ชวนคนมาคุยกัน” ฮาดีย์กล่าว

‘Pattani Decoded’ แพลตฟอร์มในการมองหาโอกาสใหม่ของคนปัตตานี
สำหรับผู้จัดงาน Pattani Decoded พวกเขาบอกว่าต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รุนแรง หรือตัวเลข GDP ที่บอกว่าปัตตานีมีสัดส่วนคนยากจนอยู่มากแค่ไหนที่ได้กลายเป็นภาพจำของปัตตานีในสายตาคนนอกจำนวนไม่น้อย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและมีอยู่จริงในพื้นที่นี้
แต่พวกเขาก็อยากให้งาน Pattani Decoded ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วเป็นอีกแพลตฟอร์มที่สะท้อนให้เห็นอีกแง่มุมของปัตตานี นั่นคือการมีต้นทุนทางวัฒนธรรม และหวังว่าจะทำให้เกิดบทสนทนาว่าจะหยิบต้นทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาบอกเล่าหรือนำเสนออย่างไร และต้นทุนทางวัฒนธรรมที่นำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์จะเป็นอีกแพลตฟอร์มที่จะสร้างรายได้ หรือนำพาปัตตานีก้าวข้ามกับดักความยากจน หรือหาโอกาสใหม่ๆ ให้คนรุ่นใหม่ของปัตตานีได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่พวกเขามองว่างานเทศกาล เช่น Pattani Decoded จะเป็นโอกาสให้เกิดบทสนทนาเหล่านี้ขึ้น

“คือเราก็ไม่อยากจะบอกว่างานเราเลิศที่สุด เพอร์เฟ็กที่สุด แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้ผมว่าเราก็อยากจะชวนคุย ว่าบ้านเราก็มีดีนะ มันมีของดีอ่ะ แต่อยู่ที่เราจะพรีเซนต์ยังไง จะเล่ายังไง ลองวิธีสร้างสรรค์เล่าไหม” ฮาดีย์กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานก็ยังมองว่างานเทศกาลดีไซน์เช่น Pattani Decoded จะเป็นการช่วยนำเสนอมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมและงานสร้างสรรค์ของปัตตานีให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาร่วมกับโปรเจคนี้ด้วย

“นอกเหนือจากกลุ่มเด็กๆ เราก็มองถึงกลุ่มราชการ กลุ่มหน่วยงานต่างๆ ที่เรามองว่าที่ผ่านมาเราก็เจองานอีเวนต์รูปแบบต่างๆ ที่เรามองว่ามีความเป็นรูปแบบเดิมๆ แต่เราก็รู้สึกว่าพอเราทำงาน Pattani Decoded ขึ้นมาในรูปแบบที่มีความแตกต่างจากหน่วยงานราชการ แล้วเขาก็มาร่วมกับเราด้วย อย่างน้อยก็อาจจะเพิ่มมุมมองในด้านแปลกใหม่กว่าเดิม ให้เขาได้รู้สึกว่าเขาอาจจะหยิบไปใช้ในกิจกรรมของเขาได้บ้าง อย่างเช่นมหาวิทยาลัยก็เป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดว่าเดิมเขาก็อาจมีกลุ่มคนที่สร้างสรรค์กิจกรรมอยู่ แต่อาจจะเป็นรูปแบบของการเป็นหน่วยงาน พอมีกิจกรรมที่กลุ่มเราสร้างขึ้นก็มีความรู้สึกว่า มันก็เปิดโลกให้เขา แบบนี้มันก็ทำได้นี่นา แบบนี้มันก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจอะไรแบบนี้ค่ะ” บศกร กล่าว



ทั้งนี้ งาน Pattani Decoded 2024 ในธีม “Unparalleled” จะดำเนินไปจนถึงวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยจัดขึ้นใน 4 ย่านของเมืองคือ ถนนปัตตานีภิรมย์ ตลาดเทศวิวัฒน์ ถนนปรีดา และ ชุมชนจะบังติกอ โดยมีนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น
  • ฮิญาบ นิทรรศการที่จะชวนให้ผู้คนสนทนาถึงฮิญาบในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของนักเขียน นักสร้างสรรค์ และช่างภาพ
  • Fashion Lab นิทรรศการที่จะทำหน้าที่เป็นห้องทดลอง ปะติดปะต่อเรื่องราว และนำเสนอเบื้องหลังวิธีคิดด้านการแต่งกายของผู้คนในพื้นที่ผ่านมุมมองด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กระแสสังคม รวมทั้งเทรนด์แฟชั่นในยุคสมัยต่าง ๆ
  • Made in Pattani นิทรรศการที่ Pattani Decoded ร่วมกับสำนักงานส่ง เสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดแสดงผลงานของ 10 ผู้ประกอบการร้านค้าเก่าแก่ในย่านที่ได้ทำงานร่วมกับนักสร้างสรรค์ทั้งในและนอกพื้นที่โดยใช้เครื่องมืองานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์มา พัฒนา ต่อยอด บนพื้นฐานของทักษะดั้งเดิมและเอกลักษณ์ของพื้นที่
  • นิทรรศการแสง Pattani Decoded ได้ร่วมกับ ทีม LIGHT IS ออกแบบและจัดแสดงแสงไฟบนอาคารของมัสยิดรายอฟาฏอนี ซึ่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนาของคนในชุมชนเป็นเวลากว่า 180 ปี การออกแบบได้ขับเน้นให้อาคารมัสยิดแห่งนี้เปล่งประกายในเวลากลางคืนเพื่อสะท้อนถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันสวยงามและเรื่องราวที่รายล้อมมัสยิดแห่งนี้ตลอด 180 ปีที่ผ่านมา และ
  • Bek Woh กิจกรรมซึ่งมีรากคำมาจากภาษาอังกฤษว่า Big Work อันหมายถึงการจัดกิจกรรมกินเลี้ยงในชุมชนที่ต้องใช้แรงงานของผู้คนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานแต่งงานของสมาชิกในชุมชน และในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เองที่ทุกคนจะได้กินอาหารเมนูพิเศษที่มักจะมีอยู่แค่ในงานแต่งเช่น Gula Besar หรือแกงเนื้อชิ้นใหญ่ที่หาทานยากในช่วงเวลาปกติ เป็นต้น

โดยในฐานะผู้จัดงาน ฮาดีย์ทิ้งท้ายบทสนทนาของเรา ว่าอยากให้ทุกคนได้มากันเพราะ

“จะได้เห็นความเท่ของเมืองปัตตานีและคนปัตตานี จะรู้จักปัตตานีในอีกมุมหนึ่งเลย แล้วก็จะได้บรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟด้วย ความ เอ็กซ์คลูซีฟอย่างที่ผมเชื่อว่าใครมาปัตตานีในช่วง Decoded จะได้สัมผัสความยูนีคของความรู้สึกนี้เป็นพิเศษ คือมันมีโมเมนต์ที่มันมีนิทรรศการดีไซน์ที่ปรากฏอยู่ในย่านเมืองเก่าในที่ที่คนไม่คิดว่ามันจะมี”

และเมื่อบวกกับความพร้อมเป็นมิตรกับผู้มาเยือนของชาวปัตตานี ฮาดีย์บอกว่านี่ก็น่าจะทำให้คนนอกพื้นที่ที่มางานได้เห็นภาพใหม่ และประทับใจกับงานดีไซน์วีคในเมืองที่อาจ “ไม่น่าเชื่อว่าจะมีงานแบบนี้” อย่างปัตตานีด้วย

(https://theopener.co.th/node/2059)


“คู่แค้นแสนรัก” ความขัดแย้งจาก รุ่นพ่อ สู่ รุ่นอา ถูกทำให้จบลงในรุ่นลูก



“คู่แค้นแสนรัก” ย้อน 2 ทศวรรษการต่อสู้ พรรคทักษิณ-ประชาธิปัตย์ ก่อนร่วมรัฐบาล “แพทองธาร 1”

หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
28 สิงหาคม 2024

การจัดตั้งรัฐบาล “แพทองธาร” คล้ายส่งผลให้เกิดการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพรรคคู่แข่งทางการเมืองให้อ่อนแอลง ในจำนวนนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่รบพุ่งกับ “ระบอบทักษิณ” มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ทว่าวันนี้ได้รับเทียบเชิญจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่มีบุตรสาวของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

จุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ เกิดขึ้นหลังจาก เศรษฐา ทวีสิน ตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 14 ส.ค.

จากนั้น “ผู้มีบารมีสูงสุด” ของพรรค พท. ได้เดินเกมเร็ว-ชิงล็อกเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิมเอาไว้ได้ นำไปสู่การปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในเย็นวันเดียวกัน-ภายในบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบิดาของ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท.

แม้วันนั้นแกนนำพรรคสีฟ้าไม่ได้รับเชิญให้ร่วมวงหารือ เนื่องจากไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล “เศรษฐา” แต่ 2 สัปดาห์ผ่านไป เทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลก็ส่งตรงถึง เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.

“พรรคเพื่อไทยเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีอุดมการณ์ที่จะทำงานร่วมกันได้ จึงขอเรียนเชิญพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าร่วมรัฐบาล...” หนังสือขอเชิญร่วมรัฐบาล ลงวันที่ 27 ส.ค. ระบุตอนหนึ่ง และย้ำให้ส่งรายชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีผ่านทางเลขาธิการพรรค พท. โดยด่วน



พรรค ปชป. นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) 38 คน ร่วมกับ สส. 25 คน ในวันที่ 29 ส.ค. เพื่อขอมติเข้าร่วมรัฐบาล “แพทองธาร 1” ซึ่งในการผ่านความเห็นชอบต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม หรือ 27 จาก 53 เสียงขึ้นไป

ภาพที่สังคมภายนอกมองเห็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ณ วันนี้ คือ “พรรคแตก” ออกเป็น 2 ขั้วความคิด ระหว่างกลุ่ม “ขั้วอำนาจใหม่” นำโดย เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค กับ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ที่ต้องการนำ 21 สส. เข้าร่วมรัฐบาล ขณะที่กลุ่ม “ขั้วอำนาจเดิม” ประกอบด้วย 3 อดีตหัวหน้าพรรคซึ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ - ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ - และ สรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา ต้องการรักษาสถานะฝ่ายค้านเอาไว้

20 ปีแห่งการต่อสู้ระหว่าง พรรคสีฟ้า VS พรรคสีแดง

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พรรคสีฟ้า กับ พรรคสีแดง แข่งขัน-ขับเคี่ยวกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเป็นพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน (พปช.) และมาถึงพรรค พท. ต่อสู้กันมาทุกสนาม ทั้งในสนามเลือกตั้ง-รัฐสภา-บนท้องถนน

ในสนามเลือกตั้ง

ในสนามเลือกตั้งทั้ง 6 ครั้ง พลพรรคแม่พระธรณีบีบมวยผมไม่เคยเอาชนะ “พรรคทักษิณ” ได้แม้สักครั้งเดียว
  • 2544 พรรค ทรท. ภายใต้การนำของ ทักษิณ ชินวัตร ลงสนามเลือกตั้งครั้งแรก ก่อนชนะเลือกตั้งด้วยยอด สส. 248 เสียง ขณะที่พรรค ปชป. ภายใต้การนำของ ชวน หลีกภัย ตกที่นั่งพรรคอันดับ 2 ด้วยยอด สส. 128 ที่นั่ง
  • 2548 พรรค ทรท. ภายใต้การนำของ ทักษิณ ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย 377 เสียง และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ส่วนพรรค ปชป. ภายใต้การนำของ บัญญัติ บรรทัดฐาน กลายเป็น “พรรคต่ำร้อย” เหลือ สส. 96 คน
  • 2550 พรรค พปช. ภายใต้การนำของ สมัคร สุนทรเวช ชนะเลือกตั้งด้วยยอด สส. 233 เสียง ส่วนพรรค ปชป. ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นพรรคอันดับ 2 แต่มี สส. เพิ่มขึ้นเป็น 164 คน
  • 2554 พรรค พท. ที่ชู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ หญิง ชนะเลือกตั้งด้วยยอด สส. 265 เสียง ส่วนพรรค ปชป. ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ ยังเป็นพรรคอันดับ 2 ด้วยยอด สส. 159 เสียง
  • 2562 พรรค พท. ชนะเลือกตั้งด้วยยอด สส. 136 เสียง พรรค ปชป. ตกที่นั่ง “พรรคครึ่งร้อย” เหลือ สส. เพียง 52 เสียง ทำให้ อภิสิทธิ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคทันทีที่ทราบผลการเลือกตั้ง ทว่าสถานะไกลห่างจากพรรคคู่แข่ง-คู่แค้นทุกที เมื่อกลายเป็นพรรคอันดับ 4 ของสภา
  • 2566 พรรค พท. แพ้การเลือกตั้งเป็นครั้งแรกให้กับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ด้วยยอด สส. 141 ต่อ 151 เสียง ขณะที่พรรค ปชป. ภายใต้การนำของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค เหลือ สส. เพียง “เสี้ยวร้อย” หรือ 25 เสียงเท่านั้น หล่นลงไปเป็นพรรคอันดับ 6 ของสภา



ในรัฐสภา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทักษิณกับพวก มีความสามารถในการปรับตัวตามกติกาใหม่ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 2550 หรือ 2560 พวกเขามองเห็นช่องทางชิงความได้เปรียบทางการเมืองเสมอ

ทักษิณ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 23 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งออกแบบมาด้วยเจตนารมณ์ในการสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง พยายามให้การเมืองมี “2 ขั้ว” ทว่าหัวหน้าพรรค ทรท. ทำได้ยิ่งกว่านั้น ด้วยการเปิดฉาก “ดูด” นักการเมืองต่างสังกัดเข้ามาร่วมชายคาไทยรักไทย ซึ่งมีทั้งดูดรายบุคคล มาเป็นกลุ่ม และเหมายกพรรค ไม่เว้นกระทั่ง สส. ประชาธิปัตย์ ที่นายกฯ ชาวเหนืออย่าง ทักษิณ คาดหวังให้เป็น “แม่ทัพ” ช่วยปักธงในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพรรค ทรท. ไม่มีผู้แทนราษฎรแม้แต่คนเดียว

ถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรค ปชป. (ในขณะนั้น) เรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2544-2548 ว่า "ซื้อยกเข่ง เซ้งยกพรรค"

ก่อนรัฐบาล “ทักษิณ 1” ครบวาระ ปรากฏว่า พรรค ทรท. รวมรวม สส. ไว้ในสังกัดราว 350 คน ก่อนกลับเข้าสภาด้วยยอด สส. 377 เสียง

นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเห็นตรงกันว่า "ปฏิบัติการดูด สส.” เป็นไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในสภา และจงใจหลบเลี่ยงกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีแกนนำพรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์เป็นหัวหอกหลัก เพื่อให้ผู้นำรัฐบาลรอดพ้นจากการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งต้องอาศัยเสียง 2 ใน 5 ของสภา หรือ 200 เสียงขึ้นไป กลายเป็นที่มาของวาทกรรม "เผด็จการรัฐสภา"


ทักษิณ ชินวัตร ได้รับเสียงโหวตอย่างท่วมท้นกลางสภาให้กลับมาเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 เมื่อ มี.ค. 2548 หลังนำพรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายถึง 377 เสียง

บนท้องถนน

เมื่อข้ามไปดูการต่อสู้บนท้องถนน ทั้ง 2 พรรคการเมืองต่างมีมวลชนสนับสนุน และเคยออกมาชุมนุมใหญ่เพื่อโค่นล้ม “คู่แข่ง-คู่แค้นทางการเมือง”

ชาวประชาธิปัตย์มีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้รัฐบาล “ทักษิณและเครือข่าย” ต้องร่วงหล่นจากอำนาจ 2 ครั้ง

ท่ามกลางการชุมนุมขับไล่รัฐบาล “ทักษิณ 2” ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในปี 2548-2549 และการชุมนุมของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น (กปปส.) ซึ่งมี 9 สส. ปชป. นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. เป็นแกนนำหลักใน “ปฏิบัติการเป่านกหวีด” ขับไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ในปี 2556-2557 นายกฯ ชินวัตร ทั้งผู้พี่-ผู้น้อง เลือกใช้วิธียุบสภาด้วยความหวังว่าจะนำตัวเองออกจากวิกฤตการเมือง

ทว่าการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อพรรคอันดับ 2 ของสภาอย่างประชาธิปัตย์ประกาศ “คว่ำบาตรการเลือกตั้ง” งดผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 สุดท้ายความขัดแย้งบนท้องถนนจึงไม่ได้จบลงที่คูหาเลือกตั้ง แต่จบลงด้วยรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง

ส่วนในช่วงรัฐบาล “อภิสิทธิ์” มีการชุมนุมของกลุ่มเรียกตัวเองว่า แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งจบลงด้วยโศกนาฏกรรมใจกลางกรุงเทพฯ จากการสลายการชุมนุมเมื่อ เม.ย.-พ.ค. 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 98 ศพ

ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่เมื่อ 10 เม.ย. 2553

เมื่อ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ จะจับมือกันเป็นรัฐบาลในวันนี้ จึงน่าสนใจว่าคนเสื้อแดงรู้สึกอย่างไร

ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. และอดีตแกนนำ นปช. กล่าวยอมรับว่า คนเสื้อแดงจำนวนมากยังติดใจกับคำว่าพรรค ปชป. ซึ่งผู้บริหารในยุคปัจจุบัน คือ เฉลิมชัยและคณะ ไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงปี 2553 เป็นคนละทีมกับที่ออกคำสั่งใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความโหดเหี้ยม ต่า ปชป. ผลัดใบแล้ว

อดีตแกนนำ นปช. บอกด้วยว่า เท่าที่ได้สัมผัสหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ปชป. มีมุมมองต่อการเมืองที่ดี เป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในเชิงบวก ไม่ฝักใฝ่ทหาร ไม่ฝักใฝ่อำนาจนอกระบบ “ส่วนตัวผมไม่ติดใจเลย แต่ถ้าเป็นบุคคลที่เคยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 2553 และเข้ามาเป็นรัฐมนตรี อย่างนี้คงไม่เห็นด้วย”

เขาคาดหวังว่า การเข้ามาร่วมรัฐบาลของพรรค ปชป. จะทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น ช่วยลดความขัดแย้ง ลดความอคติในใจของคนเสื้อแดงด้วย

1 ปีที่รอคอยของ ปชป.

เฉลิมชัย ศรีอ่อน ขึ้นทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ปชป. คนที่ 9 มาได้ 9 เดือนแล้ว ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากคนในให้เร่ง “ปฏิรูป-กอบกู้-ฟื้นฟูพรรค” เพื่อดิ้นหนีภาวะ “ดำดิ่ง” จากการแพ้เลือกตั้งติดต่อกัน 8 ครั้ง ในรอบ 31 ปี, เหลือผู้แทนฯ เพียง 25 คน, ถูกพรรคอื่นกินส่วนแบ่งในภาคใต้ จนเหลือ สส. ใต้เพียง 17 คน จากทั้งหมด 60 คน, มีคะแนนมหาชน (ป็อบปูลาร์โหวต) ต่ำล้าน ทว่าสังคมยังไม่เห็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่าพรรค 78 ปีจะฟื้นศรัทธาอย่างไร

แม้มีคำชม “นักการเมืองฝีปากกล้า” จากประชาธิปัตย์ในระหว่างเปิดอภิปรายรัฐบาล “เศรษฐา” ทั้งเรื่องนโยบาย งบประมาณ อยู่บ้าง แต่นั่นหาใช่สิ่งที่ผู้มีอำนาจในพรรค ปชป. รอคอยตลอดปีที่ผ่านมา

ย้อนไปในช่วงจัดตั้งรัฐบาล “เศรษฐา” เดชอิศม์ ขาวทอง เดินทางไปเกาะฮ่องกง ท่ามกลางกระแสข่าวว่าได้พบปะ-พูดคุยกับ ทักษิณ ชินวัตร ผู้มีอิทธิพลเหนือพรรค พท. สร้างความไม่พอใจให้แก่บรรดา “ปูชนียบุคคล” ในประชาธิปัตย์

ในระหว่างการประชุม สส. ปชป. เมื่อ 3 ส.ค. 2566 ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ยิงคำถามเรื่องนี้ใส่ เดชอิศม์ ตรง ๆ และได้รับคำชี้แจงว่า “ไปแก้บน และคุณทักษิณเชิญให้เข้าไปพบ”

ด้าน บัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ตั้งคำถามผ่านสื่อว่า “พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ก็มีการพูดคุยกันว่าแนวคิดนี้ยังคงมีอยู่ในตอนนี้หรือไม่”

ร่องรอยความแตกแยกภายในพรรค ปชป. ปรากฏชัดเจนเป็นรูปธรรมผ่านคะแนนโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30 เมื่อ 22 ส.ค. 2566 เมื่อ เดชอิศม์ นำทีม 16 สส. ปชป. ร่วมลงมติ “เห็นชอบ” ให้ เศรษฐา เป็นนายกฯ ทั้งที่มติพรรคคือ “งดออกเสียง”

แม้ชาว ปชป. จะ “ทอดไมตรี” ให้ แต่แกนนำพรรค พท. ก็ยังไม่ดึงเข้าร่วมรัฐบาล “เศรษฐา” กระทั่งมีเหตุให้เปลี่ยนตัวนายกฯ คนใหม่ และเกิดปัญหาภายในพรรค พปชร. ประชาธิปัตย์จึงได้รับการพิจารณาให้เข้ามาเป็นพรรคร่วมฯ รายล่าสุด แม้ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารชุดใหม่ของ ปชป. จะปฏิเสธว่าพรรคของเขาไม่ใช่ “พรรคอะไหล่ทางการเมือง” ก็ตาม


3 อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. (จากซ้ายไปขวา) บัญญัติ บรรทัดฐาน, ชวน หลีกภัย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

ล่าสุด ชวน หลีกภัย แสดงจุดยืนเมื่อ 27 ส.ค. ว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว แต้ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

“ผมเคยรณรงค์ว่าอย่าไปเลือก แล้ววันหนึ่งผมจะกลับลำมาหนุนให้พรรคที่ผมบอกประชาชนว่าอย่าไปเลือก นั่นเท่ากับผมทรยศชาวบ้าน ผมทำไม่ได้หรอก” ชวน กล่าว

“อดีตผ่านมาแล้ว” และ “มีเพียงการให้อภัยกัน”

ในระหว่าง 2 เลขาธิการพรรคพบปะกันวันนี้ (28 ส.ค.) เพื่อส่ง-รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล “แพทองธาร” ทั้งคู่ต่างออกมาให้เหตุผลว่า “ประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อ”

สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ภายในพรรค พท. ไม่มีใครคัดค้านการเชิญพรรค ปชป. เข้าร่วมรัฐบาล เพราะเรื่องในอดีตผ่านมาแล้ว และประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อ แม้ในอดีต 2 พรรคจะมีการต่อสู้ทางการเมืองกันมา แต่เมื่อมีคนรุ่นใหม่ที่มาบริหารพรรค เรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองก็ส่วนอุดมการณ์ทางการเมือง แต่แนวทางการทำงานมั่นใจว่าไปด้วยกันได้

ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทั้ง 2 พรรค “หักหลังประชาชน” ทั้งที่ในอดีตก็พาประชาชนไปชุมนุม บาดเจ็บล้มตาย แต่สุดท้ายกลับมาจับมือกันนั้น เลขาธิการพรรค พท. ชี้แจงว่า อุดมการณ์ทางการเมืองระหว่าง 2 พรรคไม่เหมือนกับในอดีต วันนี้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคทั้ง 2 พรรค ทุกคนมุ่งหน้าทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และประเทศชาติถอยหลังไปหลายปี จึงถึงเวลาเดินหน้าร่วมกัน สงวนความขัดแย้ง และความไม่เข้าใจกันไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว เห็นตรงกันว่าถ้าเป็นประโยชน์แก่ส่วนร่วม ทุกคนเข้าใจได้

เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ปชป. ยืนยันว่า วันนี้พรรค ปชป. ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยกัน พร้อมขอให้เข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมา กับปัจจุบันไม่เหมือนกัน ปัญหาของประเทศและแนวคิดการพัฒนาประเทศ ก็แตกต่างกัน

“ดังนั้นเมื่อมีการพูดคุยได้ รักกัน และเดินหน้าไปด้วยกันได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม” เขากล่าว

ส่วนพรรค ปชป. จะผลักดันนโยบายอะไรเมื่อไปร่วมงานกับรัฐบาล เดชอิศม์ ตอบว่า “อยู่ที่นายกฯ ว่าจะให้กระทรวงใด เราสบายใจที่ได้ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เรามีความรักและการให้อภัยซึ่งกันและกัน”


สรวงศ์ เทียนทอง ส่งหนังสือขอเชิญร่วมรัฐบาล ให้แก่ เดชอิศม์ ขาวทอง เมื่อ 28 ส.ค.

ปชป. ร่วมรัฐบาล เมื่อพรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำ

เมื่อย้อนดูองค์ประกอบของรัฐบาลที่พรรค ปชป. เข้าร่วมใน 3 ครั้งหลัง จะพบว่า ปชป. มักได้ร่วมวงฝ่ายบริหาร เมื่อพรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำจัดดั้งรัฐบาล

พรรคสีฟ้าส่งหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ คนสุดท้ายได้เมื่อ 13 ปีก่อน ภายหลังเดินเกม “พลิกขั้วการเมือง” ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค พปช. ดัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ของสภาในเวลานั้น ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 27 ได้สำเร็จ (2551-2554) ยัดเยียดสถานะพรรคฝ่ายค้านให้พรรค พท. เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

แต่นั่นไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่พรรค ปชป. ได้ร่วมวงฝ่ายบริหาร เพราะภายหลังเลือกตั้ง 2566 พวกเขาได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ที่มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 หลังเลือกตั้ง 2562 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (2562-2566)

หลัง “เว้นวรรค” มา 1 ปี ชาวประชาธิปัตย์จะได้หวนกลับไปร่วมโต๊ะ ครม. อีกครั้ง ภายใต้การบริหารจัดการของพรรค พท. โดยมี อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร เป็นนายกฯ (2567)

ความขัดแย้งจาก รุ่นพ่อ สู่ รุ่นอา จึงถูกทำให้จบลงในรุ่นลูก

(https://bbc.in/3Z1oqhK)


เฌอ แชร์ ชุดราชินีนุ้ย ออกงานที่สเปน และ เปิด ธุรกิจของคุณ Kevin Whitcraft ผู้เชิญเธอ ไปเป็น Strategist แข่งเรือ



สมเด็จพระจักรพรรดินีศรีศศิเฌอปรางวัชรสุภางควดี
16 hours ago
·
นาตาเฌอเม้ามา เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ Kevin Whitcraft ผู้เชิญนางนั่งตลาดไปล่องเรือ
นางเป็นเจ้าของ บริษัท RMA Automotive โรงงานอยู่ที่แหลมฉบังค่ะ
และเป็นเจ้าของเรือยอร์ช เป็นผู้จงรักภักดี สุดติ่งกระดิ่งแมวเจ้าค่ะ มีเรือแข่ง เรือยอร์ช อยู่ที่พัทยา ภูเก็ต มากมายก่ายกอง และสนับสนุนเจ้าแบบสุดโต่ง
คนนี้แหละ คือ คนที่ฝ่ายขวาติดต่อให้นำเข้ากระจกกันกระสุนมาให้คุณอภิสิทธิ์ ตอนโดนถล่ม ที่ รอยัลคลิฟ
และยังเป็นผู้ทำรถกันกระสุนขายให้ สุเทพ และ ไอ้ลิ้ม
เป็นรถกันกระสุนใช้่ที่ระบุ End User ปลอม ๆ เพื่อหลบเลี่ยงกฎกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการค้ายุทโธปกรณ์ ที่ไม่อนุญาตให้ใช้รถกันกระสุนกับบุคคลธรรมดา
เลี่ยงข้อกฏหมาย โดยระบุว่าเป็นรถขนเงิน โดยการใส่เซฟอันเท่ากำปั้น ไว้ข้างหลัง ระบุว่าเป็นรถของสถาบันการเงิน แต่จริง ๆ เอาไปให้สุเทพกับสนธิใช้
...........
ว้าย ตายแล้ว สืบไปสืบมา มันก็วน ๆ กันอยู่เท่านี้อะเนอะ


Welcome Mat


Uninspired by Current Events
a day ago
·
You're Welcome





Wana Wanlayangkoon
9 hours ago
·
บางทีคุณอาจแกล้งสบถเล็กน้อย
ร้องไห้บ้างเล็กน้อย
แล้วพูดบางคำให้ใหญ่ๆ
บางทีคุณรำลึกถึงมันบ้างเล็กน้อย
กำซาบกระซิกสักเล็กน้อย
พองตัวเองขึ้นใหญ่ๆ
บางครั้งคุณหลงลืมมันบ้างเล็กๆน้อยๆ
เริ่มจำไม่ได้ทีละเล็กละน้อย
หวังว่าจะได้ของขวัญกล่องใหญ่
ความตายของคนเล็กคนน้อย
เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ของท่านผู้เป็นใหญ่
บ้างหวังจะได้อำนาจเล็กๆน้อยๆ
เห็นแก่ชัยชนะคำเล็กน้อย
ต้องสังเวยชีวิตสักเท่าไหร่
บันไดถูกสร้างทีละน้อย
บนกองซากศพนานับร้อย
ใช่เพื่อคว้าดวงดาวให้เจ้านายใหญ่
บันไดถูกสร้างทีละน้อย
นั่นคือเพื่อนเรานับร้อยร้อย
คนที่เคยฝันเห็นสังคมใหม่




ก่อแก้ว ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในปี 53 ต่อไป ในรายการกรรมกรข่าวฯ หลัง 'เพื่อไทย' จับมือ 'ปชป.' ร่วมรัฐบาล -- อ.พวงทอง อยากรู้ "จะหลอกกันไปถึงไหนคะ"


[คลิปเต็ม] เปิดใจ ทัศนีย์ - ก่อแก้ว พิกุลทอง หลัง 'เพื่อไทย' จับมือ 'ปชป.' ร่วมรัฐบาล


[คลิปเต็ม] เปิดใจ ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เพื่อไทย - ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.เพื่อไทย หลัง 'เพื่อไทย' จับมือ 'ปชป.' ร่วมรัฐบาล
.....

Puangthong Pawakapan
14 hours ago
·
เมื่อเช้าฟังคุณก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. ที่เพิ่งได้เป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ของเพื่อไทยได้ไม่ถึงเดือน ออกรายการกรรมกรข่าวฯ คู่กับคุณทัศนีย์ บูรณปกรณ์ คุณก่อแก้วยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในปี 53 ต่อไป -- จะหลอกกันไปถึงไหนคะ
คุณก่อแก้วอ้างถึงร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ที่นปช. โดยคุณณัฐวุฒิ เป็นโต้โผผลักดัน - ก็พรรคเพื่อไทยเป็นคนถอนร่าง พ.ร.ป. นี้ออกจากสภาตั้งแต่ ก.พ.67 และจนป่านนี้ก็ไม่เห็นสัญญาณว่าจะทำเรื่องนี้ต่อ
ดิฉันอยากจะบอกว่าที่พรรคเพื่อไทยไม่ดำเนินการเรื่องปี 53 ต่อ ไม่ใช่เพราะเกรงใจพรรคประชาธิปัตย์ แต่เพราะเกรงใจกองทัพต่างหาก เพราะเวลามีการไต่สวนเรื่องนี้ในศาล ก็จะต้องพาดพิงถึงกองทัพตลอด เ่ช่น กระสุนมาจากทิศทางที่ทหารตั้งอยู่, คนตายไม่มีอาวุธ, ไม่มีใครเห็นชายชุดดำในที่เกิดเหตุ, ทหารยิงอยู่ฝ่ายเดียว เป็นต้น และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลังรัฐประหาร 2557 ไม่ถึง 3 เดือน การดำเนินคดีกับสุเทพ-อภิสิทธิ์ในศาลอาญาสิ้นสุดลง ศาลบอกว่าตนไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้ ทั้งๆ ที่ดำเนินการไต่สวนการตายมามากกว่า 20 คดีนานกว่า 2 ปี คดีปี 53 จึงถูกโยนเรื่องไปให้ ปปช. พิจารณาแทน ซึ่งเราต่างก็เดาได้ถูกต้องว่าคำตัดสินจะเป็นประโยชน์กับใคร
ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้พรรคเพื่อไทยเชิญ ICC เข้ามาสอบสวนกรณีปี 53 เพราะกระบวนการยุติธรรมในประเทศมาถึงทางตันแล้ว แต่เพื่อไทยก็ปฏิเสธที่จะทำเรื่องนี้
ฝ่ายนปช. มีแต่อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ และนพ.เหวง โตจิราการที่สนับสนุนแนวทางนี้ ขณะที่คุณณัฐวุฒิก็ไม่กล้าผลักเรื่องนี้เพราะรู้ว่ายังไงเพื่อไทยก็ไม่เอา แต่เลี่ยงไปผลักดัน พรป. ปปช. แทน
ฉะนั้น ตราบเท่าที่เพื่อไทยยังซูเอี๋ยกับทหารต่อไป ก็อย่าหวังว่าจะคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตในปี 53
และหนึ่งในผลพวงสำคัญของการผสมพันธุ์ข้ามขั้วตั้งแต่ปี 2566 คือการมูฟออนจากความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตปี 53



วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 29, 2567

เค้าลางบางๆ ของขวากหนามทางการเมืองที่มีต่อรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง ซึ่งตอนนี้มีคุณพ่อออกหน้า

นายแบกถามว่ามันจะมีอะไรมากไหม ถ้ารัฐบาลอุ๊งอิ๊งของทักษิณปิดสวิทช์ พี่ใหญ่ ป.แล้วไปเปิดสวิทช์ ปชป. คำตอบไม่มี มีแต่เค้าลางบางๆ จากการดิ้นของค่ายบ้านป่ารอยต่อ เริ่มด้วย ชัยวุฒิ ตามด้วย วิรัช แล้วจึงมาถึง ไพบูลย์

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคโอบรับสถานะ ฝ่ายค้าน อย่างหน้าชื่น แถมทวนความหลังว่าการกระทำของเพื่อไทย เหมือนผู้ชายกะล่อน ขอหญิงแต่งงานเสร็จแล้วบอกเลิก ด้านวิรัช รัตนเศรษฐ์ รองฯ อีกคน มาแนวเดียวกัน

พูดถึงก๊วนแป้งของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าไม่มีการตัดขาดเพราะอยู่ด้วยกันมานาน แต่ก็ไม่วายเปรียบเปรยเรื่อง ลุงป้อม ว่ามีแต่ให้ใครๆ มาขอเงิน ได้แล้วเอาไปกินเหล้าเมาก็กลับมาเตะลุง หลังประชุมกรรมการบริหารพรรค บอกพร้อมเป็นฝ่ายค้านเต็มที่

สำหรับ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าอีกคนนั้นตั้งโต๊ะแถลงข่าว โอดครวญว่านายกหญิงคนใหม่ไม่รักษาคำมั่น จากการที่พรรคพลังประชารัฐลงมติเห็นชอบให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แล้ว พปชร.จะมีที่นั่งใน ครม.

ไพบูลย์แย้มอย่างหัวหมอเสียด้วยว่า มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๒ ว่าไว้ถึงเรื่อง “คำมั่นว่าจะให้รางวัลแก่ผู้ซึ่งกระทำการอันใด...แต่ไม่ปฏิบัติตามนั้นวิญญูชนก็จะว่าได้ อาจจะมีข้อครหาที่ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์”

ขณะที่คดีความที่มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญผ่าน กกต.ไว้ถึง ๕ ข้อหาว่า ทักษิณ ชินวัตร กระทำการครอบงำพรรคเพื่อไทย ข่าววงในเพื่อไทยบอกรู้ตัวแล้วว่าใครคือไอ้โม่งคนนั้น เป็นคนรูปร่างขาว สูง ที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ บ้านป่ารอยต่อ

อีกส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวหลังประชุมผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ มีหนังสือแต่งตั้งอย่างทางการ ให้ วัน อยู่บำรุง เป็นผู้ รับผิดชอบทางการเมืองของพรรค ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจวบกับกรณี เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประกาศถอนตัวจากรัฐบาล

เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าสภาพการณ์ทางการเมืองในห้วงที่ทักษิณกลับคืนสู่ศูนย์อำนาจ โดยมีลูกสาวเป็นหน้ากากนี้ หนีไม่พ้นมีขวากหนามปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว แต่จะเป็นเพียงแค่ก่อความรำคาญหรือไม่ ความเป็นไปได้ในวันข้างหน้าก็ยากที่จะปัดทิ้งเหมือนสวะ

(https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/DSpVU8R5UAx และ https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/twye1ozBRaW) 

วันนี้ กับ วันนั้น ช่างผิดกันไกล - เห็นใจคนเสื้อแดง


Puangthong Pawakapan
@PuangthongPa ·2h

ฉันพูดถึงคนตายตลอด 14 ปีที่ผ่านมา และจะพูดต่อไปแม้ว่าพวกคุณก้าวข้ามพวกเขาไปแล้วก็ตาม



 



ความไม่ชอบธรรม : บนความคิกคักสะใจ เพื่อไทยกำจัดป้อมหงายท้อง ชำแหละพลังประชารัฐ บนความครึกครื้นที่ได้หยามพรรคแมลงสาบ เอาเหยื่อล่อ 21 สส.มาร่วมรัฐบาล - อันตรายที่อาจตามมา...


Matichon Online
@MatichonOnline

ยังคงเป็นที่จับตา สำหรับครม.อิ๊งค์ 1 คณะรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น หลังจากที่ #พรรคเพื่อไทย ไม่เอา #พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรัฐบาล พร้อมส่งเทียบเชิญ #พรรคประชาธิปัตย์ แทน

ทำให้โควต้ารัฐมนตรี 4 ตำแหน่งของพรรคพลังประชารัฐเดิม ต้องแบ่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ 2 เก้าอี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วย 1 ตำแหน่ง คือ กระทรวงสาธารณสุข

มติชนออนไลน์ เปิดโผครม.อิ๊งค์ 1 ล่าสุด ดังนี้ .


#มติชนออนไลน์ #มติชนinfo #โผครม #ครมอิ๊งค์1
.....

Atukkit Sawangsuk
10 hours ago
·
ความไม่ชอบธรรม
:
บนความคิกคักสะใจ เพื่อไทยกำจัดป้อมหงายท้อง ชำแหละพลังประชารัฐ เอาสายผู้กองมาเป็นรัฐมนตรี "คนนอก"
บนความครึกครื้นที่ได้หยามพรรคแมลงสาบ เอาเหยื่อล่อ 21 สส.มาร่วมรัฐบาล ทิ้งเฒ่าชวนบัญญัติกอดรูปปั้นพระแม่ธรณี
บนความเฮฮาที่เอกณัฐ ปรี๊ดๆ จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี พร้อมกับเป็นพยานให้ทักษิณในคดี 112
:
สิ่งที่จะตามมาในความรู้สึกของประชาชน คนส่วนใหญ่ของประเทศ
ไม่ใช่แค่พวกสลิ่มนกหวีดที่ตอนนี้กำลังคลั่ง
ไม่ใช่แค่ด้อมส้ม ที่แม้มีอารมณ์ พรรคและมวลชนก็ยังยึดหลักการ
แต่เป็นความรู้สึกคนส่วนใหญ่ ต่อสถาบันนักการเมือง
"พวกแม่-ไม่มีพรรคไม่มีอุดมการณ์เอี้ยอ่าอะไรทั้งสิ้น พร้อมจะสุมหัวกันเพื่ออำนาจผลประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล"
ชาวบ้านพูดกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าคนเมืองคนชนบท
เชิญนายแบกนางแบกทั้งหลายไปอบรมบ่มสอนชาวบ้านกันให้ปากเปียกปากแฉะ เรื่องนักการเมืองทุกคนมาจากเลือกตั้งของประชาชน เสียงข้างมากในสภาเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย บลาๆๆ
:
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือสาเหตุให้เพื่อไทยดึง ปชป.ร่วมรัฐบาล
กำจัดเสี้ยนหนาม เหลือแต่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนที่จะไม่เล่นนอกกติกา (สบายใจเฉิบ)
หรือทำให้เจ้าของดีลเห็นว่าในระบบรัฐสภาไม่มีพรรคอื่นให้เลือกแล้ว ไม่เอาเพื่อไทยก็เหลือแต่พรรคประชาชนแก้ 112
หรือแค่อยากเอา Teen ลูบหน้าชวนให้คลั่งใจก่อนตาย
แต่ในภาพรวมของรัฐบาล มันยิ่งสูญเสียความชอบธรรมซ้ำสอง หลังจากข้ามขั้วตระบัดสัตย์ เพื่อเป็นรัฐบาล เพื่อเอาทักษิณกลับบ้าน เมื่อปีที่แล้ว
ครั้งนี้เป็นภาพของการสุมหัวข้ามทุกขั้วทุกพรรคเพื่ออำนาจผลประโยชน์
:
ความไม่ชอบธรรมนี้เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย
แต่พวกนางแบกก็จะชิงด่าพรรคประชาชน อย่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์นะ อย่าด่าเผด็จการรัฐสภา
ทั้งที่มันมาจากความไม่ชอบธรรมของเพื่อไทยเองของรัฐบาลเอง
ที่ทำลายความเชื่อถือต่อสถาบันนักการเมืองจากเลือกตั้ง
:
แบกอาจบอกว่าอ้าว พรรคประชาชนก็ทำการเมืองดีต่อไปสิ การเมืองดีแต่ปากไม่ได้อำนาจ
พรรคฝ่ายค้านที่มี 143 เสียง ไม่สามารถแบกความเชือถือต่อระบบรัฐสภาไว้แต่ผู้เดียวหรอก
ถ้าคนทั่วไปมองว่าการเมืองสามานย์สุมหัวเป็นรัฐบาล ก็อย่าโยนภาระให้ฝ่ายค้านว่าต้องทำตัวให้ตรงเป๊ะเป็นบรรทัดฐาน อย่าร้องศาลองค์กรอิสระ ต้องช่วยกันยับยั้งรัฐประหาร แล้วรัฐบาลจะไม่ชอบธรรมอย่างไรก็ได้
:
นี่ยังไม่พูดไปข้างหน้าว่า ถ้า 25 สส.ก้าวไกลโดนศาลจริยธรรมตัดสิทธิ เหลือแต่ สส.สมัยแรกในสภา
แม้ด้อมส้มที่แอคทีฟยังมุ่งมั่นหลักการ ด่าอำนาจอนุรักษนิยม รัฐธรรมนูญรัฐประหาร
แต่ประชาชนทั่วไปจะเห็นภาพของรัฐสภาที่เหลืออยู่ แล้วหมดความหวังหมดความเชื่อถือ ก่นด่าสามานย์
:
นี่ยังไม่พูดถึงพวกซอมบี้คลั่ง ซึ่งเกลียดชังทักษิณเพื่อไทย ด่าประณามเอกฌัฐ ประชาธิปัตย์ หันมาทางฝ่ายค้านก็เจอพรรคแก้ 112 อยากให้เกิดรัฐประหารแช่แข็งประเทศสักร้อยปี
พวกนี้มีไม่เยอะ แต่ความรู้สึกของคนทั่วไปต่อนักการเมือง เยอะกว่าและอันตราย
.....

Thanapol Eawsakul
18 hours ago
·
เมื่อชวน หลักภัยและ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อาจจะจับมือกันพาทักษิณ กลับไปติดคุกก็ได้
..................
ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยต้องเอาพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลเลย
(แม้จะถีบหัวพรรคพลังประชารัฐออกไป แต่ก็ยังมีกลุ่มธรรมนัสอีกร่วม 30 คน)
นอกจากความสะใจส่วนตัวของทักษิณ เอง ทีต้องการฉีกหน้าชวน หลีกภัย แล้วไม่มีความจำเป้นอะไรเลย
ทักษิณ ประเมินชวนต่ำเกินไป ชวนเป็นคนที่ตามประเด็น และเก็นหลักฐานเรื่องชั้น 14 ตลอด รวมทั้งมีเส้นสายที่ดีในวงการแพทยสภาด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยังประกาศถอนตัว ออกจากรํฐบาลตามมาอีกด้วย
สัมภาษณ์ล่าสุดของเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส บอกว่าไปพบทักษิณ ที่โรงพยาบาลตำรวจ 2 ครั้ง คือเดือนพฤศจิกายน 2566 และ 3 กุมภาพันธ์ 2567
เสรีพิศุทธ์ นี่แหละคือคนกุมความลับองทักษิณไว้
ดีไม่ดีทักษิณ จะต้องกลับไปติดคุกเพราะชวนกับเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นี่แหละ



 

กางชื่อว่าที่แคนดิเดตคณะรัฐมนตรี ลุ้นฝ่าด่านจริยธรรม


กางชื่อว่าที่แคนดิเดตคณะรัฐมนตรี ลุ้นฝ่าด่านจริยธรรม

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า
เหตุ : เคยมีคดีการครอบครองเฮโรอีนในประเทศออสเตรเลีย แต่ศาล รธน. วินิจฉัยว่าคำพิพากษาศาลต่างประเทศใช้ไม่ได้ในไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล
เหตุ มีข้อกล่าวหาปมธุรกิจครอบครัวก่อนมาเป็นนักการเมือง ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ปมเรียกรับผลประโยชน์สร้างโรงไฟฟ้าขนอม แต่พรรคยืนยันว่าอนุทินไม่เกี่ยวข้องกับซิโนไทยมากว่า 15 ปีและขายหุ้นมรดกไปแล้ว และอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ซิโนไทย

ชาดา ไทยเศรษฐ์
เหตุ : เคยตกเป็นจำเลยในคดีจ้างวานฆ่า โดยศาลชั้นต้น สั่งตัดสินให้จำคุก แต่ศาลฎีกายกฟ้อง

สันติ พร้อมพัฒน์
เหตุ : ให้ผู้อื่นปลอมบัตรนักศึกษา-ใบขับขี่ เพื่อทุจริตการสอบวิชาปรัชญาเบื้องต้น จึงถูกลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา แต่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชี้แจงว่า สันติ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จริง

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
เหตุ : เคยมีคำพิพากษาชั้นต้นจำคุก 1 ปี โดยรอลงอาญา ก่อนจะพิพากษากลับยกฟ้อง จากคดีเป็นแกนนำ กปปส. แต่ยืนยันว่าคดีจบแล้ว เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้อง

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
เหตุ สมัยเป็น ผบ.ตร. เคยเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องแล้ว

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
เหตุ คดีทุจริตการติดตั้งเครื่องสแกนวัตถุระเบิด CTX 9000 แต่ ป.ป.ช. สั่งไม่ฟ้อง เพราะหลักฐานไม่พอ

สมศักดิ์ เทพสุทิน
ถูกกล่าวหาว่าสมัยเป็น รมว.ยุติธรรม เคยปล่อยหรือลดโทษให้กับผู้ต้องหาคดีจำนำข้าว

สุชาติ ชมกลิ่น
เหตุ : DSI กล่าวหา อดีต รมต. 2 คน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ว่าเกี่ยวข้องกับการค่าหักหัวคิว แรงงานที่ไปเก็บผลไม้ป่าที่ ประเทศฟินแลนด์ จำนวน 12,000 คน และสุชาติฟ้องกลับอดีตอธิบดีเเละ ผอ.กองคดีค้ามนุษย์ DSI เพราะทำให้ครอบครัวตนเสียหา

เฉลิมชัย ศรีอ่อน
เหตุ : เคยมีกรณีคนใกล้ชิด ทั้งเลขาฯ ส่วนตัว และ ญาติ ถูกกล่าวหาพัวพัน "คดีหมูเถื่อน"

เดชอิศม์ ขาวทอง
เคยมีภาพถ่ายร่วมเฟรมกับ “โทนี่ เตียว” ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินผิดกฎหมายรายสำคัญที่ทางการมาเลเซียต้องการตัวและยังมีกรณีที่พี่สาวและญาติเกี่ยวข้องกับกรณีบุกรุกโบราณสถานเขาแดง จ.สงขลา

ที่มา Spring News
https://www.springnews.co.th/news/infographic/852373
27 Aug 2024


ถ้าคุณอ่าน เรื่องเล่าชายชุดดำ ปริศนาปี ’53 และชะตากรรมของกิตติศักดิ์ แล้วมีความคับแค้นใจในความอยุติธรรม แล้วแนะนำว่าควรดู Who's the Black Shirt? | 101 Documentary รับรองว่าความคับแค้นใจจะมากกว่าเดิม นับ10 เท่า


Thanapol Eawsakul
11 hours ago
·
ต้องเอาสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ของคณะรัฐประหาร
มาสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นอันดับแรก
.......
ถ้าคุณอ่าน
เรื่องเล่าชายชุดดำ ปริศนาปี ’53 และชะตากรรมของกิตติศักดิ์
https://www.the101.world/mystery-of-the-2010-black.../...
แล้วมีความคับแค้นใจในความอยุติธรรม
แล้วแนะนำว่าควรดู
Who's the Black Shirt? | 101 Documentary
https://www.facebook.com/the101.world/videos/1254084842273439
รับรองว่าความคับแค้นใจจะมากกว่าเดิม นับ10 เท่า
ยิ่งได้เห็นหน้าผุ้กระทำการ เช่น สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่เป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างหลักฐานะเท็จแล้ว
ผมคิดว่าเราต้องเอาสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ของคณะรัฐประหาร มาเสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นอันดับแรก


Who's the Black Shirt? | 101 Documentary

The101world

Aug 28, 2024 

อ้วน-กิตติศักดิ์ สุ่มศรี เป็นคนเสื้อแดงที่ถูกจับในฐานะ ‘ชายชุดดำ’ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 
หลังรัฐประหาร 2557 เขาถูกทหารลักพาตัวและซ้อมทรมานในค่ายทหาร ก่อนถูกตำรวจพาไปแถลงข่าวและทำแผนฯ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าต้องพูดอะไร ยืนตรงไหน ทำท่าอย่างไร 
สำหรับฝ่ายรัฐ การตามหาความจริงในกระบวนการยุติธรรมหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็น เมื่อการจับกุมครั้งนี้บรรลุเป้าหมายการยืนยันการมีอยู่ของชายชุดดำว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธของเสื้อแดง สอดรับกับเรื่องเล่าของ ศอฉ. ว่าการใช้ความรุนแรงในการปราบเสื้อแดงเป็นความชอบธรรม 
กิตติศักดิ์กลายเป็นตัวละครที่ช่วยเพิ่มความสมจริงให้เรื่องเล่าชายชุดดำที่ไม่สมบูรณ์ของภาครัฐ เขาติดคุกอยู่ 8 ปี 2 เดือน ถูกกล่าวหา 8 คดี ในตอนนี้ทุกคดีถูกยกฟ้อง เหลือเพียงอุทธรณ์ 1 คดี 
เรื่องชายชุดดำและความเป็นธรรมของคนเสื้อแดงยังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีคำตอบ 
สารคดีโดย วจนา วรรลยางกูร, เมธิชัย เตียวนะ และกอบบุญ บูรโชควิวัฒน์ 
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: 

#คดีชายชุดดำ #ชายชุดดำ #เสื้อแดง
.....

Thanapol Eawsakul
20 hours ago
·
รัฐบาลพรรรคเพื่อไทย ต้องเยียวยาอ้วน–กิตติศักดิ์ สุ่มศรี เหยื่อรัฐประหารที่ถูกลักพาตัว ซ้อมทรมาณ และต้องใช้ชีวิตในเรือนจำอยู่ 8 ปี 2 เดือน รวมทั้งเอาผิดผู้ร่วมก่อการด้วย
................
อ่านเรื่องราวของ อ้วน–กิตติศักดิ์ สุ่มศรี มวลชนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและนปช. มาตลอด และได้รับความอยุติธรรมอย่างถึงที่สุด
นับจากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มีกระบวนการ ลักพาตัว ช่มขู่ญาติพี่น้อง ซ้อมทรมาณให้รับสารภาพว่าเป็นชายชุดดำที่ร่วมฆ่า ร่มเกล้า ธุวธรรม และต้องถูกจำคุกในเรือนจำอยู่ 8 ปี 2 เดือน
จนในที่สุดศาลยกฟ้องในทุกข้อหา
เท่าที่อ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เชื่อว่าหลักฐาน และผู้ก่อเหตุทุกคนน่าจะยังมีชีวิตอยู่
ฝากไปยัง อ้วน ภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการนานกรัฐมนตรีที่ตอนนี้มัวแต่เล่นเก้าอี้ดนตรีกับพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ ว่าให้ความสำคํญกับชีวิตผุ้คนบ้าง
อย่างน้อยก็อย่าให้คนรุ่นหลังบอกว่า
คนอย่างภูมิธรรม สมควรเปีน "วีรชน 6 ตุลา" มากกว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้
................
เรื่องเล่าชายชุดดำ ปริศนาปี ’53 และชะตากรรมของกิตติศักดิ์
https://www.the101.world/mystery-of-the-2010-black.../...