วันอังคาร, สิงหาคม 30, 2565

อัยการสูงสุดคนใหม่เป็นหญิง ไม่สำคัญเท่าเป็นผลิตภัณฑ์ สว.ตู่ตั้ง

ใช่แล้ว ไม่สำคัญที่อัยการสูงสุดคนใหม่ เป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งสูงสุดขององค์กร ตราบเท่าที่ “กระบวนการยุติธรรมยังเละเทะแบบนี้” ดังที่ Thanapol Eawsakul ยกเอากรณีการรื้อฟื้นคดีเมื่อ ๗ ปีที่แล้วของ ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว มาจัดการ

คดีนั้นเมื่อปลายมีนาคม ๒๕๕๘ นักศึกษากลุ่ม ประชาธิปไตยใหม่ และ ดาวดินทำกิจกรรมอารยะขัดขืนต่ออำนาจรัฐประหารของ คสช. โดยเดินจากลานประติมากรรม ๖ ตุลา สู่อนุสรณ์สถานฯ แยกคอกวัว แล้วไปเปิดปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

รุ่งขึ้นมีกำลังทหารกว่า ๕๐ คน ไปจับกุมยังที่พัก สวนเงินมีมา นำตัว ๑๔ นักศึกษาไปศาลทหาร ออกคำสั่งฝากขัง ๑๒ วัน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และความผิดฐานปลุกปั่น ม.๑๑๖ หลังจากปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อต้นกรกฎาปีนั้น คดีกลายเป็น Cold case ไม่มีการพิจารณา

จนกระทั่งวุฒิสภา ตู่ตั้งพร้อมพรั่ง ๒๐๕ เสียง เห็นชอบแต่งตั้ง นารี ตัณฑเสถียร ให้เป็นอัยการสูงสุด มีสื่อสังคมปฏิกิริยา เดอะ เม็ตแตด สดุดีด้วยประโยคส่อเสียดฝ่ายตรงข้ามว่า “แน่น อกไหมครับ กรี๊ดสิครับ กรี๊ด” โดยขานรับรายงานของสื่อออนไลน์ ไตแลนด์วิชั่น

มี ผู้จัดการ ช่วยกันประโคมว่า ผลงานโดดเด่นของนารี ได้แก่คดีเพชรซาอุฯ คดีฆ่าเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดิอาราเบีย คดีจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคดีไร่ส้มซึ่งทำให้สรยุทธ สุทัศนะจินดา ต้องติดคุกอยู่พักหนึ่ง

ส่วนคดีอื้อฉาว เมียน้อย สว.ได้กินเงินเดือนพิเศษ กอ.รมน.ส่วนหน้า แต่ไม่ต้องไปประจำการภาคใต้ อ.สส. คนนี้คงไม่แตะ เมื่อมี สว.สายทหาร รองประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ตีกันไว้แล้วว่า ถ้าไม่ระบุตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้วละก็

“เราไม่มีหน้าที่ไปไล่สอบสวน หาข้อมูลว่าจะเป็นใคร และจะเหมารวมว่าเป็น สว. มันก็ไม่ใช่” ทั่นรองฯ สำคัญผิดไปนิดละนะ อันที่จริงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เมื่อมีคนในองค์กรโดนประจานความมิดี ก็ต้องตั้งกรรมการเข้าตรวจสอบ

อื้อฉาวขนาดนี้ ยังจะปัดสวะ อ่านเจตนาได้ง่ายๆ ว่าคงรู้เห็นเป็นใจ จึงได้ปกป้องกันอย่างไม่ฟังอีร้าค่าอีลม

(https://mgronline.com/politics/detail/9650000082960 และhttps://www.facebook.com/.../a.233115067.../3396624977254545) 

อย่าพลาดงานฟ้องกลับ ‘อานนท์’ เตรียมยื่นหนังสือ ก.ต. ให้สอบสวนรองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดี ม.112 จนตุลาการขาดความเป็นอิสระ


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
9h

ขอเชิญสื่อมวลชนและสาธารณชน ร่วมกันติดตามรายงานการยื่นหนังสือและการแถลงข่าวหน้าศาลอาญา
.
ในวันที่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญา #อานนท์นำภา และคณะ เตรียมจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงประธาน #คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และอธิบดีศาลอาญา ขอให้สอบสวนและดำเนินการทางวินัยต่อ นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจมีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีอาญาของตุลาการเจ้าของสำนวน ในคดีเขียนและโพสต์จดหมาย #ราษฏรสาส์น ถึงรัชกาลที่ 10 ที่อานนท์ถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
.
การยื่นหนังสือนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2565 ในวันนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานในคดีดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีต่อผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะที่นั่งพิจารณาคดี และผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 1 นัด และนัดสืบพยานจำเลยจำนวน 6 นัด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลได้จัดทำรายงานการพิจารณาให้แก่พนักงานอัยการโจทก์ และจำเลย ทราบถึงรายละเอียดจำนวนพยานและจำนวนวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายเรียบร้อยแล้ว
.
ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565 นายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกคำสั่งท้ายรายงานเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าว ให้ทำการตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะกรณียังมีการกำหนดให้สืบพยานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดประเด็นพิพาทในคดีและพยานความเห็น
.
จนต่อมาวันที่ 4 ส.ค. 2565 ศาลอาญาได้มีหมายแจ้งคำสั่งมายังจำเลยว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้นัดตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมในวันที่ 5 ก.ย. 2565 โดยมีนายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะผู้พิพากษาลงชื่อในหมายแจ้ง
.
อานนท์ในฐานะจำเลยเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย เพราะอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดี โดยคดีนี้ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้พิจารณาแนวทางการต่อสู้คดีและมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานตามที่ได้ระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้น ย่อมต้องถือว่าผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้ใช้ดุลพินิจมีคำสั่งเกี่ยวกับการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว อันเป็นอำนาจตามกฎหมายที่เป็นอิสระของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี
.
ดังนั้น นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีหมายเลขดำที่ อ.1395/2565 จึงไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งให้มีการตรวจพยานเพิ่มเติมได้ ถือเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
.
สำหรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 188 ได้รับรองหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษาว่า ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 66 ที่กล่าวว่าข้าราชการตุลาการต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น เป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม
.
.
อ่านรายละเอียดบนเว็บไซด์: https://tlhr2014.com/archives/47667
.....
Pipob Udomittipong
8h
นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดี แต่กลับออกคำสั่งให้มีการตรวจพยานเพิ่มเติม ถือเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรัฐธรรมนูญ
นี่ขนาดผู้พิพากษาฆ่าตัวตายไปแล้ว เขายังไม่ #คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา #คืนความยุติธรรมให้ประชาชน
นายอรรถการ ฟูเจริญ เป็นคนออกคำสั่งไม่ให้ เกท โสภณ ไปทำงานชั่วคราวแค่ 6 วันด้วย อ้างว่า “จำเลยไปสมัครงานก่อนที่จะขออนุญาตจากศาล ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด จึงให้ยกคำร้อง” สิทธิในการทำงานเป็นสิทธิมนุษยชน แต่ศาลไทยเข้าใจสิทธิมนุษยชนเปล่า?
.....
‘อานนท์’ เตรียมยื่นหนังสือ ก.ต. ให้สอบสวนรองอธิบดีศาลอาญาที่อาจก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดี ม.112 จนตุลาการขาดความเป็นอิสระ

29/08/2565 
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ในวันที่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญา อานนท์ นำภา และคณะ เตรียมจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และอธิบดีศาลอาญา ขอให้สอบสวนและดำเนินการทางวินัยต่อ นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจมีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีอาญาของตุลาการเจ้าของสำนวน ในคดีเขียนและโพสต์จดหมาย #ราษฏรสาส์น ถึงรัชกาลที่ 10 ที่อานนท์ถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

การยื่นหนังสือนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2565 ในวันนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานในคดีดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีต่อผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะที่นั่งพิจารณาคดี และผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 1 นัด และนัดสืบพยานจำเลยจำนวน 6 นัด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลได้จัดทำรายงานการพิจารณาให้แก่พนักงานอัยการโจทก์ และจำเลย ทราบถึงรายละเอียดจำนวนพยานและจำนวนวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565 นายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกคำสั่งท้ายรายงานเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าว ให้ทำการตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะกรณียังมีการกำหนดให้สืบพยานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดประเด็นพิพาทในคดีและพยานความเห็น

จนต่อมาวันที่ 4 ส.ค. 2565 ศาลอาญาได้มีหมายแจ้งคำสั่งมายังจำเลยว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้นัดตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมในวันที่ 5 ก.ย. 2565 โดยมีนายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะผู้พิพากษาลงชื่อในหมายแจ้ง
.
อานนท์ในฐานะจำเลยเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย เพราะอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดี โดยคดีนี้ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้พิจารณาแนวทางการต่อสู้คดีและมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานตามที่ได้ระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้น ย่อมต้องถือว่าผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้ใช้ดุลพินิจมีคำสั่งเกี่ยวกับการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว อันเป็นอำนาจตามกฎหมายที่เป็นอิสระของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี

ดังนั้น นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีหมายเลขดำที่ อ.1395/2565 จึงไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งให้มีการตรวจพยานเพิ่มเติมได้ ถือเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
.
การกระทำดังกล่าวของนายอรรถการ ฟูเจริญ ข้าราชการตุลาการดำรงตำแหน่งในระดับรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหาร อาจจะเข้าข่ายเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีของข้าราชการตุลาการที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดี หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม

ทำให้อานนท์ได้รับความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีของตน เพราะอาจจะทำให้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดีเกิดความหวั่นไหวในการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาคดี เพราะรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาซึ่งเป็นระดับผู้บริหารของศาลได้ออกคำสั่งเป็นอย่างอื่นให้ตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งที่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนได้ออกคำสั่งพิจารณาการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว อันอาจจะทำให้กระทบกระเทือนต่อหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีอย่างแท้จริงตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกระบวนกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

อีกทั้ง นายอรรถการ ฟูเจริญ ยังมีตำแหน่งสูงระดับรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อให้การสอบสวนกรณีดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นธรรม จึงขอให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งโอนย้ายนายอรรถการไปช่วยทำงานชั่วคราวในศาลอื่นและตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสอบสวนดังกล่าวด้วย
.
ในวันและเวลาดังกล่าวจึงขอเชิญสื่อมวลชนและสาธารณชน ร่วมกันติดตามรายงานการยื่นหนังสือและการแถลงข่าวหน้าศาลอาญา
.
สำหรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 188 ได้รับรองหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษาว่า ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 66 ที่กล่าวว่าข้าราชการตุลาการต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น เป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม
.
ข้อมูลจากเว็บไซต์ศาลยุติธรรม ระบุว่า ก.ต. เป็นหนึ่งในสามองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่บริหารงานของศาลยุติธรรม ซึ่ง ก.ต. มีบทบาทและภารกิจในการวางแผนกำลังคนฝ่ายตุลาการ เช่น การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนาบุคลากร การควบคุมให้ข้าราชการตุลาการอยู่ในกรอบจริยธรรม และมาตรการในการรักษาวินัย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้พิพากษามีหลักประกันว่าจะได้รับการสนับสนุนและการคุ้มครองให้มีความอิสระอย่างแท้จริง

#ตามหาคนหาย ในวัน #ผู้สูญหายสากล ไม่อยากให้ลืม "เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล" นายทหารที่พยายามลี้ภัย แต่ไม่สำเร็จ สันนิษฐานว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว นี่คือเรื่องราวของเขา


Andrew MacGregor Marshall
February 12, 2020
เรื่องของ เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล เหยื่อรายที่เก้าของนักลอบฆ่าไทยในต่างประเทศ
(Scroll down for English version)
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ชาวไทยผู้เห็นต่างจากผู้นำ ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ได้หายตัวไปจากที่พักพิงในประเทศเพื่อนบ้านในสี่ปีที่ผ่านมานี้ และอย่างน้อย มีสองท่านในจำนวนนั้น ได้เป็นที่ยืนยันแล้วว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว และก็เป็นไปได้มาก ว่าทั้งแปดคน ก็ถูกฆ่าตายไปแล้วด้วย โดยทหารฝ่ายปกครองที่นิยมเจ้า
อิทธพล สุขแป้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดีเจซุนโฮ หายตัวไปในลาวเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๐๑๖ และไม่มีใครได้ข่าวของเขาอีกเลย
ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม คศ ๒๐๑๗ มีชาย ๑๐ คน สวมชุดดำใส่หมวกคลุมหน้า เปิดแต่ตาจมูกปาก และพูดภาษาไทย บุกเข้าจับตัว นาย วุฒิพงษ์ กชธรรมกุล หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โกตี๋ ที่บ้านพักในประเทศลาวที่เขาลี้ภัยไปอาศัยอยู่
โกตี๋ กับภรรยาและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ด้วยกัน ถูกทำร้าย และช็อคด้วยปืนสตั๊นไฟฟ้า จากนั้นก็ถูกเอาผ้าปิดตา และมัดข้อมือไพล่หลังด้วยที่รัดพลาสติก แล้วโกตี๋ ก็ถูกจับขึ้นรถเอาตัวไป โดยคนร้ายทิ้งภรรยาและเพื่อนของเขาไว้ในบ้าน
ไม่มีใครได้ข่าวคราวของโกตี๋อีกเลยตั้งแต่ถูกอุ้มหายไป ตามแหล่งข่าวทางทหารที่ทราบเรื่องการปฏิบัติการนี้โดยตรง กลุ่มชายที่บุกลักพาตัวโกตี๋ เป็นทหารกำลังหน่วยพิเศษ ได้พาเขาไปในป่าทึบห่างไกลผู้คน แล้วโกตี๋ก็ถูกฆ่าในป่านั้น แล้วพวกลักพายังปัสสาวะใส่บนศพ แล้วฝังร่างในป่านั้น
ในเดือนธันวาคม ปี คศ ๒๐๑๘ นาย สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และสหายคือ นาย ชาติชาญ บุพวรรณ และ นาย ไกรเดช ลือเลิศ ได้หายตัวไปจากบ้านที่เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยในระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศลาว
เวลาต่อมาในวันที่ ๒๖, ๒๗ และ ๒๙ เดือนเดียวกัน มีศพ ๓ ศพลอยมาติดตลิ่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ทั้งสามศพถูกห่อด้วยกระสอบป่านหุ้มด้วยตาข่าย ถูกมัดด้วยเชือก
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยรักษาความสงบลำน้ำโขงของกองทัพเรือได้มาถึง ก็พบว่ามีศพหายไปหนึ่งศพ อีกสองศพถูกส่งไปชันสูตรในกรุงเทพ และได้รับการยืนยันว่าเป็น นาย ชาติชาญ และ นายไกรเดช สภาพทั้งสองศพ ขาทั้งสองข้างถูกหัก ซึ่งคงมาจากการทารุณกรรม ถูกมือมัดไพล่หลัง คว้านท้องยัดด้วยคอนกรีต
เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ผู้หลบภัยจากการมีความเห็นต่างสามคน มี ชูชีพ ชีวสุทธิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามว่า ลุงสนามหลวง และสหายอีกสองคน คือ สยาม ธีรวุธ และ กฤษณา ทับไท ก็หายตัวไป พวกเขาถูกจับขณะที่กำลังพยายามเดินทางเข้าประเทศเวียตนาม จากฝั่งลาว ด้วยพาสปอร์ตปลอม แต่ทางเวียตนามปฏิเสธไม่รับรู้ว่า ทั้งสามหายไปไหน และทางการไทยก็อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งนั้น
เป็นไปได้ว่า ทั้งสามถูกส่งตัวให้ฝ่ายไทย และถูกฆ่าไปในที่สุด
เรื่องของคนทั้งแปดที่หายไป ได้รับการรายงานในวงกว้าง ระหว่างสื่อนานาชาติและองค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชน แต่ยังมีเหยื่อรายที่เก้า ที่ยังไม่มีใครรายงานถึง นอกจากผม ผมได้ติดตามสืบเสาะเขามาตั้งแต่เดือน ๒๐๑๘ และนึ่คือเรื่องที่ผมได้ทราบมา
เหยื่อรายนี้คือ ร้อยโท เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล นายทหารหน่วยหมวกแดง ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับอดีตผู้บัญชาการทหารบก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ได้ให้การสนับสนุนด้านการงานของเขามาตลอด
ในวันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม ระหว่างที่อยู่ที่นราธิวาส เฉลิมศักดิ์ ถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพ เพราะต้องสงสัยว่า เป็นผู้อยู่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเฟซบุ๊ค เพจหมิ่นสถาบัน ที่มีชื่อว่า “พิซซ่าชาวใน” เขาได้ติดต่อ เฉลิมชัยเพื่อขอความช่วยเหลือปกป้องให้ความปลอดภัย แต่เฉลิมชัยกล่าวว่า มันเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากเกินกว่าที่เขาจะช่วยได้
ดังนั้น เฉลิมศักดิ์ จึงตัดสินใจหนีออกจากประเทศไทย โดยบินไปยังกรุงพนมเปญ หวังว่าจะไปขอความช่วยเหลือจาก UNHCR ที่นั่น แต่ก็ถูกปฏิเสธ ระหว่างที่อยู่ในกรุงพนมเปญ เขาพบว่าบัญชีธนาคารของเขาถูกปิด จึงคิดว่าที่กัมพูชาไม่ปลอดภัยเสียแล้ว เขาจึงบินไปถึงกรุงมนิลาในวันที่ ๖ เมษายน คศ ๒๐๑๘
ในขณะเดียวกัน ทางการไทยก็สั่งระงับพาสปอร์ตของเขา ทั้งฉบับทหารและพลเรือน
เฉลิมศักดิ์ ได้ติดต่อ UNHCR ในกรุงมนิลา และจะไปพบเจ้าหน้าที่ที่นั้น เมื่อจะเปิดทำการในวันจันทร์ที่ ๙ เมษายน คศ ๒๐๑๘ แต่เขาได้หายตัวไปในวันเสาร์อาทิตย์ ที่ ๗ หรือ ๘ เมษายน และทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ไม่ได้รับข่าวคราวของเขาอีกเลย
จากแหล่งข่าวทั้งไทยและทางการทูตนานาชาติกล่าวว่า เขาถูกจับตัวส่งกลับประเทศไทย โดยผ่านทางมาเลเซีย และสันนิษฐานว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว
ทางการไทยก็เงียบไปกับเรื่องการหายตัวของเฉลิมศักดิ๋ สื่อมวลชนทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่ม เอ็นจีโอ ต่างก็มิได้รายงานเช่นกัน
ผมขอร้องสื่อมวลชน และกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนนานาชาติ ให้ทำอะไรมากกว่านี้ที่จะนำเสนอเรื่องการหายไปของเฉลิมศักดิ์ เขาเป็นเหยื่อที่ถูกลืม ของพวกนักฆ่าไทยที่ไล่ล่าผู้เห็นต่างที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ จำนวนที่ทราบกันทั่วไปว่ามีแปดคน ไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วมันมีเก้าคน
โปรดอย่าปล่อยให้ เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล ถูกลืมไป
...............
𝗧𝗵𝗲 𝘀𝘁𝗼𝗿𝘆 𝗼𝗳 𝗖𝗵𝗮𝗹𝗼𝗲𝗺𝘀𝗮𝗸 𝗥𝘂𝗲𝗻𝗺𝗼𝗻𝗴𝗸𝗼𝗻 — 𝘁𝗵𝗲 𝗻𝗶𝗻𝘁𝗵 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺 𝗼𝗳 𝗧𝗵𝗮𝗶 𝗮𝘀𝘀𝗮𝘀𝘀𝗶𝗻𝘀 𝗮𝗯𝗿𝗼𝗮𝗱
It's widely known that eight Thai dissidents accused of insulting the monarchy have gone missing from other Southeast Asian countries over the past four years. Two are confirmed to have been killed, and it is probable all eight were murdered by the royalist military regime.
Ittipon Sukpaen, known as DJ Sunho, disappeared in Laos in June 2016, and nothing has been heard from him ever since.
In July 2017, 10 armed men dressed in black, wearing black balaclavas, and speaking Thai, seized dissident Wuthipong Kachathamakul, also known as Ko Tee, at his house in Vientiane where he had been living in exile.
Ko Tee, his wife, and a friend who was also in the house were beaten, shocked with electric stun guns, and were blindfolded and had their hands tied with plastic cuffs. The armed men drove Ko Tee away in a car, leaving his wife and friend at the house.
Ko Tee has also never been heard from since his abduction. According to a military source with direct knowledge of the operation, the men who kidnapped him were Thai special forces soldiers. They drove him to a remote area of forest where they murdered him, urinated on his corpse, and buried him.
In December 2018, Surachai Danwattananusorn and his comrades Chatcharn Buppawan and Kraidej Luelert also vanished from the house where they had been living in exile in Vientiane.
Later that month, on December 26, 27 and 29, three corpses washed up on the banks of the Thai side of the Mekong River. The corpses were wrapped in rice sacks and fish nets, tied with rope.
One of the corpses disappeared after police and a naval patrol boat arrived at the scene. The two other corpses were sent to the Forensic Science Institute in Bangkok and identified as Chatcharn and Kraidej. Their legs had been broken, probably as a result of torture, they were handcuffed, and they had been disembowelled and stuffed with concrete.
In May last year, three more dissidents — Chucheep Chiwasut, who was known as Uncle Sanam Luang, and his comrades Siam Theerawut and Kritsana Thapthai, also disappeared. They were arrested while trying to cross from Laos to Vietnam using fake passports. But the Vietnamese say they don't know where the three men are, and the Thai authorities also claim they don't know anything about it.
It's probable the three were handed over to Thai forces and murdered.
The stories of these eight victims have been widely reported by international media and human rights organisations. But there is a ninth victim, who nobody has reported on, apart from me. I have been investigating his case since his disappearance in April 2018. This is what I have been able to find out:
His name is Chaloemsak Ruenmongkon [เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล]. He was a sub-lieutenant in the elite "red beret" special forces, and was very close to former commander-in-chief Chalermchai Sitthisart who personally mentored him and supported his career.
On Friday March 30, 2018, while he was in Narathiwat, Chaloemsak was summoned back to Bangkok because he was suspected of being behind the anti-monarchy and anti-junta Facebook page “พิซซ่าชาวใน". He contacted Chalermchai, asking for reassurances about his safety, but Chalermchai said the case was so serious he could offer no help or protection.
So Chaloemsak decided to flee Thailand. He flew to Phnom Penh, where he planned to seek protection from the UNHCR. But they refused to help him. While in Cambodia he discovered his Thai bank accounts had already been shut down. He knew Cambodia was not safe, so he flew to Manila in the Philippines, where he arrived on April 6, 2018.
Meanwhile, the Thai authorities cancelled his civilian and military passports.
Chaloemsak made contact with the UNHCR in Manila, and planned to visit their office when it reopened on Monday April 9 2018. Sometime during the weekend of April 7/8, he disappeared, and none of his friends or family have ever heard from him again.
Several senior Thai and foreign diplomatic sources say he was captured and taken back to Thailand via Malaysia. He is also presumed to have been murdered.
There has been silence about the disappearance of Chaloemsak from the Thai authorities. Thai and international media and NGOs have so far failed to report it.
I would urge journalists and international human rights organisations to do more to highlight the disappearance of Chaloemsak. He is a forgotten victim of the Thai assassination squads targeting dissidents abroad. It's not correct that there have been eight victims so far. The number is nine.
Please don't let Chaloemsak Ruenmongkon be forgotten.
.....
Prim Maneechot
February 19
"เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล" คือนายทหารที่พยายามลี้ภัย แต่ไม่สำเร็จ
เฉลิมศักดิ์ ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแอดมิน 'เพจพิซซ่าชาวใน' เพจที่พูดคุยถึงข่าวคราวของวังทวีฯ เขาพยายามลี้ภัยออกทางมาเลเซีย ก่อนจะถูกจับกุมตัวกลับมาแล้วหายสาบสูญไป
เวลาที่ทหารตำรวจออกมาพูด ออกมายืนเคียงข้างประชาชน เขาไม่ได้เสี่ยงแค่หน้าที่การงาน หลายๆครั้งคือชีวิต ไม่ใช่แค่ของตัวเองด้วย ของพ่อแม่ ของลูกเมีย ของทุกคน
มันใกล้มือใกล้ตีน เวลาเห็นcomment ชาวเน็ตบอก "ลาออกมาเลยค่ะ" "ลาออกมา" มึงก็พูดง่ายคึเล่นขายของติ มันไม่ง่ายเหมือนเล่นเน็ตเนาะ
สำหรับเรา อยู่ไปเถอะ อยู่ไป อยู่เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงจากข้างใน ส่งข้อมูล อยู่เพื่อดูแลสวัสดิการทหาร อยู่ดูแลหลักสูตร อยู่แล้วเติบโต โตไปก็อย่าเป็นพี่แบบที่เราเกลียด
อยู่แล้ว connect กันไว้ อยู่ให้รู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อน มีพี่ มีน้องอยู่ฝั่งนี้เสมอ
อยู่เพื่อรอดูคนที่มันอุ้มหายเฉลิมศักดิ์ คนที่มันอุ้มหายวันเฉลิมชดใช้ให้พวกเราทุกคน
อยู่ก็อยู่ให้มันเป็นประโยชน์ด้วยเน่อ
.....

Phompan Charoenchuang
May 20, 2018
ร้อยโท เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล นายทหารหมวกแดง หายตัวไป
คาดว่า ถูกขังอยู่ที่คุกทวีวัฒนา
โดย กองทัพบก เชื่อว่า เฉลิมศักดิ์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
เฟซบุ๊ค เพจ พิซซ่าชาวใน (ปิดตัวไปแล้ว)
เป็นเพจที่วิจารณ์ การยึดอำนาจ และราชวงศ์
ต่อมาได้หนีออกนอกประเทศ ข่าวกรอง ทบ. ระบุว่า
หนีไปมาระหว่าง กัมพูชา และฟิลิปปินส์ หาประเทศลี้ภัย
โดยทาง กระทรวงต่างประเทศ ได้ยกเลิกพาสปอร์ตของ เฉลิมศักดิ์
ต่อมา เฉลิมศักดิ์ ถุกจับตัวได้ที่ มาเลเซีย และถูกส่งข้ามแดนมาไทย
แต่กลับไม่มีข่าวคราว ญาติหาตัวไม่พบ ว่าถูกคุมขังที่ไหน
ทำให้เชื่อว่า เฉลิมศักดิ์ ถูกส่งตัวเข้าคุกทวีวัฒนา
แทนการดำเนินคดีปกติทั่วไป
.....

โมกหลวงริมน้ำ
8h

#ตามหาคนหาย ในวัน #ผู้สูญหายสากล
วันที่ 30 สิงหาคมของทุกปี คือวันที่ตอกย้ำให้ประชาคมโลกตระหนักถึงการบังคับสูญหาย อนึ่ง การบังคับสูญหายมักถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐเผด็จการหรือผู้ทรงอิทธิพล เป็นการกระทำเพื่อปิดปากผู้เห็นต่าง และเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม
ปัจจุบันตามสถิติที่ถูกบันทึกโดยองค์การสหประชาชาติ ประเทศไทยมีผู้ถูกอุ้มหายมากถึง 86 คน ทั้งนี้ยังไม่นับว่ามีคนจำนวนมากที่ตกสำรวจเพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ ซึ่งในปีที่มีการรัฐประหารโดยคสช. มาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ได้รับการสืบทอดอำนาจมานั้น มีผู้ถูกอุ้มหายถึง 11 คน และมีผู้ที่ถูกยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว 4 คน
แต่วันผู้ถูกสูญหายสากลปีนี้ จะไม่เหมือนปีก่อน ๆ ปีนี้เราจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกบังคับสูญหาย และเราจะยืนหยัด ไม่สยบยอมต่ออำนาจเถื่อน
พบกัน
30 สิงหาคม 2565 เวลา 15.00 น. หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งถนนราษฎร์ประสงค์
มาร่วมตามหาคนหายไปด้วยกัน (และเตรียมพบกับบิ๊กเซอร์ไพรส์)
#โมกหลวงริมน้ำ #วันผู้สูญหายสากล

เคส 8 ปีประยุทธ์ มิใช่ปัญหากฎหมาย แต่เป็นปัญหาการเลือก ระหว่างประยุทธ์กับชาติ ถ้าเอาประยุทธ์ ชาติพัง !


Jaran Ditapichai
16h

8 ปีของประยุทธ์ มิใช่ปัญหากฎหมาย เพราะแจ้งชัดแล้ว แต่เป็นปัญหาการเลือก ระหว่างประยุทธ์กับชาติ ดังนั้น กษัตริย์ ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องตัดสินใจ
เอาประยุทธ์ ชาติพัง
.....

Andrew MacGregor Marshall
11h
For anyone who speaks Swedish, here’s a detailed report on Vajiralongkorn by national broadcaster Sveriges Radio, with some input from me

https://sverigesradio.se/avsnitt/rama-x-thailands-stenharde-playboykung

Judy Bemay
From google translate

In the spring of 2020, the Thai capital Bangkok is shaken by demonstrations. The protesters express their dissatisfaction with the current government. But the strong protests also mean a new chapter in Thailand's history. Even though the country's harsh majesty laws mean imprisonment for anyone who speaks negatively about the royal family, criticism and anger are now openly directed at the royal house. The reason is spelled Maha Vajiralongkorn, or Rama X, the country's regent who took over from his father, the popular King Bhumibol in 2016. Rama X is a trained fighter pilot and notorious girl charmer. He has been accused of preferring to stay in a luxury hotel in southern Germany, surrounded by beautiful women, than to be seen and care about the people of his homeland. And in a short time he has managed to destroy the legacy of his father King Bhumibol. This is the, for many, unknown story of a country whose turbulent modern history is at odds with the image of a carefree holiday paradise.

The episode features:
Karin Zackari, PhD in human rights and expert on Thailand's history
Andrew MacGregor Marshall, journalist and author

The episode was made by Studio Olga in the summer of 2022.
Program manager: Vendela Lundberg

Episode maker and reporter: Patrick Stanelius and Sally Henriksson
Sound mix: Fredrik Nilsson

The clips are taken from Sveriges Radio, France 24, The New York Times, Nine Network, Al Jazeera, Channel 4, CNA, Bloomberg, BBC, Thai PBS World, AP, VOA

The books "A kingdom in crisis" and "The king never smiles" have been of extra help during the research work

แฉรัฐประยุทธ์ 8ปี สั่งอุ้มฆ่าผูู้ลี้ภัยการเมือง



แฉรัฐประยุทธ์ 8ปี สั่งอุ้มฆ่าผูู้ลี้ภัยการเมือง

byKANOKWAN KANKAW
August 28, 2022
Prakaifai


ภาพโดย ไข่แมวชีส

แฉรัฐไทย สั่งอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัย ธิษะณา ชุณหะวัณ ขอโทษครอบครัวหะหยีสุหรง ในฐานะที่ทวดและลุงเขยคุณพ่อมีส่วนต่อการอุ้มฆ่าหะหยีสุหรง

30 สิงหาคม วันผู้สูญหายสากล คือวันรำลึกถึงบุคคลที่สูญหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ภาวะสงคราม การปราบปรามจากรัฐ ในประเทศไทยปี 2565 แอมเนสตี้-ประเทศไทย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม คณะราษฎรยกเลิก 112 ร่วมกันจัดงานรำลึกผู้สูญหายสในประเทศไทยขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในวันที่ 27 สิงหาคม 2565 ระหว่างเวลา 16.00-19.00 โดยมีญาติและครอบครัวผู้สูญหายหลายคนมาร่วมงาน การแสดงนิทรรศการ ปาถกถา และ เสวนาในหัวข้อ คนต้องไม่สูญหาย กฎหมายต้องเป็นธรรม

อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกคณะทำงานด้านการบังคับสูญหาย สหประชาชาติ ได้ปาฐกถาว่า การบังคับสูญหายของบุคคลทั่วโลก ปัจจุบันอยู่ในการดูแลกว่า 60,000 ราย จนถึงทุกวันนี้ คณะทำงานนี้เป็นช่องทางด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างรัฐบาล และผู้สูญหาย ที่ผ่านมาคณะทำงานฯสามารถชี้แจงถึงรายละเอียดของการถูกบังคับให้สูญหายได้มากถึง 13,000 กรณี สำหรับประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันให้อนุสัญญาห้ามกระทำให้บุคคลสูญหายของสหประชาชาติ อาชญากรรมนี้ไม่ได้มีผลทำให้คนหายไป แต่ยังทำให้คนที่มีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น สิ่งที่ครอบครัวต้องเผชิญทุกลมหายใจ คือ ความคลุมเครือของการสืบสวน การต่อสู้แม้เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และเจ็บปวด แต่สักวันหนึ่งความจริงจะถูกเปิด ผู้กระทำผิดจะไม่มีที่หลบซ่อน และความยุติธรรมจะกลับมา”

ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยานายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กล่าวว่า มีศพโผล่ที่แม่น้ำโขง 3 ศพ แต่อีกหนึ่งศพหายไป ซึ่งน่าจะเป็น สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หลังจากสุรชัย หายตัวไป ปราณี ต้องชดใช้ภาระการชำระหนี้เงินค่าประกันตัวของสุรชัยในคดีการชุมนุมที่พัทยา เป็นจำนวนถึง 500000 บาท ซึ่งขณะนี้ไม่มีรายได้ ต้องดิ้นรนหายืมเงินมาชำระในส่วนนี้ สร้างคงวามยากลำบากให้กับเธอจนถึงทุกวันนี้

อัญชนา หีมมิหน๊ะ อภิปรายว่า พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและอุ้มหายต่อให้กฎหมายฉบับดังกล่าว สามารถใช้ได้ แต่หากเจ้าหน้าที่รัฐยังมีแนวความคิดแบบเดิม ด้วยความแตกต่างทางศาสนาและเชื้อชาติ กฎหมายนี้ก็ไร้ความหมาย

สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้นำเสนอถึง การอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยการเมือง 9 คนที่เกิดจากรัฐประหาร 2557 ซึ่งระบุว่าเป็นฝีมือการอุ้มฆ่าโดยรัฐไทย นับตั้งปี 2475 จนถึงปัจจุบันรัฐที่ถูกเรียกว่า การปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการอุ้มฆ่า เป็นการใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุดกระทำต่อ ประชาชนที่ต่อต้านเผด็จการ การอุ้มฆ่าที่กระทำระหว่างประเทศ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐในการแลกเปลี่ยนผู้ลี้ภัย ทำให้สามารถส่งทีมอุ้มฆ่าเข้าไปสังหารผู้ลี้ภัยการเมืองที่ลาวและกัมพูชาได้ ทั้งนี้จะได้มอบหลักฐานที่รวบรวมได้ให้กับสส.เบญจา แสงจันทร์ หากได้เป็นรัฐบาลสมัยหน้าจะได้ทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญหายต่อไป

ส.ส.เบญจา แสงจันทร์ กล่าวว่าการอุ้มหายเป็นปัญหาที่สำคัญที่เกิดขึ้นยาวนาน ใช้เวลากว่า 15 ปีในการผ่านกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ซึ่งหากกฎหมายไม่ผ่าน จะต้องมีคนได้รับผลกระทบต่อไป “เราต้องไม่ปล่อยวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดอีกต่อไป ซึ่งเราจะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้องอาศัยประชาชนในการช่วยผลักดันให้สามารถสู้ต่อไปได้ “

หลังการอภิปรายได้ ได้มีการจุดเทียนถือรูปภาพผู้สูญหาย 12 คน และได้อ่านบทกวี ร้องเพลง นักสู้ธุลีดิน รำลึกถึงผู้สูญหายเนื่องในโอกาสวันผู้สูญหายสากล

ด้านธิษะณา ชุณหะวัณ ซึ่งร่วมการอ่านบทกวีได้กล่าวปิดงานเล่าถึง การอุ้มฆ่า หะหยีสุหรง เมื่อปี 2497 ทั้งนี้ได้กล่าวคำขอโทษครอบครัว หะยีสุหลงอีกครั้ง เพราะการหายตัวของคุณหะยีสุหลง ได้หายไปในช่วงสมัยของการรัฐประหารโดยจอมพล ผิน ชุณหะวัณ ทวดของดิฉัน และอธิบดีกรมตำรวจในเวลานั้นคือ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขยของคุณพ่อ


ธิษะณา ชุณหะวัณ ผู้สมัครสส.ก้าวไกล จ.กรุงเทพ กล่าวคำขอโทษต่อครอบครัวหะหยีสุหรง (ภาพโดยไข่แมวชีส)






"สมยศ" จี้ รัฐมนตรีแรงงาน "สุชาติ ชมกลิ่น" ต้องรับผิดชอบต่อการดักทำร้ายกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ขณะกำลังจะไปยื่นหนังสือให้


Somyot Pruksakasemsuk
Yesterday

รัฐมนตรีแรงงานสุชาติ ชมกลิ่น ต้องรับผิดชอบต่อการดักทำร้ายกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก
28.8.65 กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก กำลังเดินทางไปยื่นหนังสือ"นายสุขาติ ชมกลิ่น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ สนง.พรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการแก้ไข พรบ.แรงงานสัมพันธ์ที่มีบทบัญญัติลดการคุ้มครองลูกจ้างและเอื้อประโยชน์นายจ้างมากขึ้น
เมื่อขบวนรถจาก ตลาดมาบยางพร - บ่อวิน เดินทางมาถึงถ.บางแสน-อ่างศิลาเวลา 13.30 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 30 คนขี่มอเตอร์ไซต์ปิดป้ายทะเบียน ใช้ท่อนเหล็กและไม้ ทุบตีรถได้รับความเสียหาย นับเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน มีการเตรียมการมาอย่างดี เกิดขึ้นจากการที่กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก เดินทางมาร้องเรียนต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของนายสุชาติ ชมกลิ่น ดังนั้นเรื่องนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น จะต้องให้ตำรวจในพื้นที่จับกุมกลุ่มคนร้ายทุกคนมาดำเนินคดีให้ได้ในทันที มิเช่นนั้นแล้ว อาจเป็นที่สงสัยได้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นอาจเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของนายสุชาติ ชมกลิ่น
เป็นความรับผิดชอบของประวิตร วงศ์สุวรรณเช่นกัน ทั้งในด้านที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ในขณะนี้ ที่จะต้องจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เช่นกัน และหากพบว่า มีนักการเมืองของพรรคพลังประชารัฐเกี่ยวข้องให้จัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด การปล่อยปละละเลยหรือเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ คือ หลักฐานยืนยันความชั่วร้ายของการเป็นรัฐมาเฟียของประยุทธ์และประวิตร

.....

กรุงชล เกตุพิบูลย์ ชื่อนี้พ่อตั้งให้ is at ศูนย์ข่าวนิตยสารอินไซด์ตำรวจ ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี.
14h· Chonburi, Thailand ·
#ผู้การตำรวจภูธรชลบุรี #สั่งตามตามจับแก๊งทำร้าย #กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก
........จากกรณีกลุ่มพัฒนาแรง งานสัมพันธ์ตะวันออก ถูกกลุ่มคนขี่รถจักรยานยนต์ใช้ของแข็งตีกระจกรถยนต์ในขบวนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดตอนช่วงบ่ายวันที่ 28 ส.ค.65 นั้น
........พันตำรวจเอก เอกภพ อินทวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โฆษกตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ชี้แจงว่า ตามที่มีการเชิญชวนผ่านสื่อโซเชียลให้ประ ชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม คาร์ม็อบ ของกลุ่มพัฒนาแรงงาน สัมพันธ์ตะวันออก เนื่องในวาระครบรอบ 8 ปี ของการดำรงตำ แหน่งของ นายกรัฐมนตรี โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปยื่นหนังสือคัดค้านร่างปรับปรุง พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฉบับคณะกรรมการกฤษฎีกา
.......ซึ่งกลุ่มคาร์ม็อบฯ มีการนัดหมายรวมตัว เริ่มเคลื่อนขบวนจากอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 28 สิง หาคม 2565 โดยมีจุดหมายอยู่ที่ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ สำนักงานของรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
.........ต่อมาเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ขณะขบวนรถที่คาร์ม็อบกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก มาถึงบริเวณหน้าโรงน้ำปลาจิ้วฮวด ถนนบางแสน-อ่างศิลา ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้มีกลุ่มคนใช้รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ขับขี่ จำนวนประมาณ 30 คัน ได้ใช้ของแข็ง ลักษณะคล้ายไม้กอล์ฟ ทุบตีกระจกรถยนต์ที่มาร่วมขบวนกิจกรรมคาร์ม็อบ จนรถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มรถจักรยานยนต์ ดังกล่าวได้พากันหลบหนีไป
.......จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลตำรวจตรี อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรแสนสุข และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เร่งดำเนินการประสาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน นำผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บ และพยานที่เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำ เพื่อติดตามผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ โดยมอบหมายให้ พันตำรวจเอก ณรัช มูลศาสตรสาทร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นผู้ควบคุมดูแลคดีอย่างใกล้ชิด
Cr:หนังสือพิมพ์เสียงมหาชน

เรื่องเกี่ยวกับ ร.5 ที่เด็กไทยอาจจะยังไม่รู้


Pakinai Chomsinsubmun
10h
ไม่สร้างสรรค์กว่าเดิมอีก

Pakinai Chomsinsubmun
เห็นข่าวหม่อมคนหนึ่งเสนอเรื่องเกี่ยวกับ ร.5 ให้เด็กๆเรียนรู้มากขึ้น ผมเห็นด้วยมากๆครับ ต้องเพิ่มเนื้อหาตามนี้เลย
1. รัชกาลที่ 5 รวบอำนาจเข้าสู่มือตัวเองยังไงบ้าง
2. รัชกาลที่ 5 มีส่วนสำคัญในการปราบหัวเมืองต่างๆยังไงบ้าง
3. รัชกาลที่ 5 ทำลายราชวงศ์ทางล้านนา และ ล้านช้าง รวมถึงราชวงศ์ทางใต้ ยังไงบ้าง
4. รัชกาลที่ 5 มีบทบาทอย่างไรในกิจการค้าไม้สักทางเหนือ มีความร่วมมือกับต่างชาติเข้าไปแย่งชิงทรัพยากรแถวๆเชียงราย เขียงใหม่ ลำพูน ยังไงบ้าง
5. ก่อนปฎิรูปการปกครอง รัชกาลที่ 5 ไปดูงานของอังกฤษที่ไหน เพื่อเอามาเป็นต้นแบบใช้ในการล่าอาณานิคมภายในสยาม เอามาเป็นต้นแบบการปกครองแบบเจ้าอาณานิคมปกครองเมืองขึ้นภายใน
6. รัชกาลที่ 5 มีภรรยากี่คน ท่านบริหารจัดการภรรยาแต่ละคนอย่างไร
7. กุศโลบายเรื่อง "เอาคนในราชวงศ์แห่งอื่นมาเป็นตัวประกัน" เอาไว้สำหรับจัดการเรื่องอะไร
ฯลฯ
ตื่นเต้นที่ให้เด็กๆเรียนรู้ ปวศ ของ ร.5 เหล่านี้ครับ
.....

ช่อ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า วิเคราะห์พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกของ 2 ป. แค่สลับบทนายกฯ ประเทศชาติไม่ใช่ โรงลิเก


#thepolitics #ช่อพรรณิการ์วานิช #8ปีประยุทธ์
สัมภาษณ์พิเศษ: ช่อ พรรณิการ์ ชี้ ประวิตร-ประยุทธ์ สลับบทนายกฯบ้านเมืองไม่ใช่โรงลิเก :Matichon TV

Aug 29, 2022

matichon tv

สัมภาษณ์พิเศษ: ช่อ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า วิเคราะห์พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกของ 2 ป. ประชาชนไม่ได้อะไร แค่สลับบทนายกฯ ประเทศชาติไม่ใช่ โรงลิเก ประวิตร ไม่ได้ดีกว่าประยุทธ์ เป็นแค่จำอวดหน้าม่าน ประชาชนได้อะไรบ้าง เตือนระบอบและเครือข่ายอำนาจยังอยู่ครบ

เรื่องจริงประเทศไทย ! เจ้าของคอกวัวชนโหด ล่ามโซ่ เฆี่ยนตี เด็กเลี้ยงวัวในค่าย


เจ้าของคอกวัวชนโหด ล่ามโซ่ เฆี่ยนตี เด็กเลี้ยงวัวในค่าย

ไทยรัฐออนไลน์
29 ส.ค. 2565

เด็กเลี้ยงวัวชนที่สงขลา หนีมาขอความช่วยเหลือจากทหาร ในสภาพโดนล่ามด้วยโซ่ขนาดใหญ่ที่ข้อมือ บอกถูกลูกพี่ เป็นเจ้าของคอกวัวและน้องชายนักการเมืองท้องถิ่นจับล่ามโซ่ ชกเบ้าตา ตีด้วยท่อนเหล็ก ปล่อยอดข้าวอดน้ำ เพราะคิดว่าขโมยปืน เอกซเรย์พบกระดูกหักแต่ไม่ยอมนอนรพ. รีบให้เพื่อนมารับพาออกนอกพื้นที่ กลัวลูกพี่มาเจอ โดนทำร้ายอีก

ที่จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 28 ส.ค. ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 (ค่ายธนพัฒน์) ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ให้การช่วยเหลือ นายแมน อายุ 33 ปี ชาวจ.สงขลา ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์สกู๊ปปี้ไอ สีขาวตัดชมพู เข้ามาขอความช่วยเหลือจากทหาร ในสภาพตกใจกลัวร้องไห้ตลอดเวลา ที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกล่ามด้วยโซ่และล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาจนข้อมือเริ่มบวมเป่งเพราะขาดเลือดไหลเวียน ตามตัวมีร่องรอยถูกทำร้ายทุบตีจนเขียวช้ำเกือบทั้งตัว ในตาช้ำเลือด และบอกว่าอดข้าวอดน้ำมา 2 วันแล้ว ทหารจึงช่วยเหลือโดยการใช้คีมเหล็กตัดโซ่ที่ล่ามอยู่ที่มือออกและให้น้ำให้อาหารประทังความหิว


จากการสอบถามที่มาที่ไป นายแมน บอกว่า หลบหนีออกมาจากคอกวัวชนแห่งหนึ่ง หลังจากที่ถูกล่ามโซ่ ถูกทำร้ายร่างกาย จึงได้ชิงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขับหลบหนีมาจากคอกวัว ซึ่งอยู่ห่างจากฐานทหารราว 2 กิโลเมตร นายแมนบอกด้วยว่า ตนเป็นลูกน้องเลี้ยงวัวชนให้กับน้องชายนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในพื้นที่บ้านด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา สาเหตุที่ถูกล่ามโซ่และถูกทำร้ายมาจากเจ้าของวัวให้ตนนำอาวุธปืนไปฝังไว้ใต้กอไผ่ แต่ต่อมาปืนได้หายไป เจ้าของวัวชนคิดว่าตนเป็นคนขโมยปืน จึงจับขังไว้ในคอกวัวล่ามด้วยโซ่ เฆี่ยนตี ทุบด้วยท่อแป๊บ และต่อยเข้าเบ้าตา ปล่อยให้อดข้าวอดน้ำมา 2 วัน จนทนไม่ไหวจึงพยายามดึงโซ่จนหลุดและชิงรถจักรยานยนต์ขี่มาขอความช่วยเหลือจากทหาร



ทั้งนี้ หลังจากทหารได้ให้การช่วยเหลือ ได้ประสานตำรวจสภ.สะเดา ทราบเหตุ และรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลสะเดาเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย จากการเอกซเรย์พบว่ากระดูกแขนหัก ร่างกายทั้งภายนอกภายในบอบช้ำ แพทย์ต้องการให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่นายแมนปฏิเสธที่จะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล กลัวว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะเจ้านายมีอิทธิพลในพื้นที่ รวมทั้งปฏิเสธที่จะแจ้งความกับตำรวจ และต้องการออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยติดต่อเพื่อนให้มารับพาออกจากพื้นที่อ.สะเดา ไม่ยอมเปิดเผยว่าจะไปพักรักษาตัวที่ใด เพราะกลัวว่านายจ้างจะตามเจอและถูกทำร้ายอีก

ป่าไม้ระดมกำลังกว่า 300 นาย เข้ารื้อถอน 5 รีสอร์ตม่อนแจ่ม ชาวบ้านลุกฮือต้าน รวมตัวถือป้ายนั่งขวางถนน ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า

 (มีคลิป) ป่าไม้ เข้ารื้อถอน 5 รีสอร์ทม่อนแจ่ม


29 Aug 65
Chiangmai News

ป่าไม้ระดมกำลังกว่า 300 นาย เข้ารื้อถอน 5 รีสอร์ตม่อนแจ่ม ชาวบ้านลุกฮือต้าน รวมตัวถือป้ายนั่งขวางถนน ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า

ช่วงเช้าวันนี้ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้ง สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด รวมทั้งเจ้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.แม่ริม และ ชุดควบคุมฝูงชน รวมกว่า 300 นาย ร่วมประชุม เพื่อเตรียมเข้าหรือถอนบ้านพักและรีสอร์ททั้งหมด 5 แห่ง บนพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม ตำบลแม่แรมอำเภอแม่ริม



โดยในส่วนของการดำเนินการในครั้งนี้ ประกอบด้วย หลังสวนโฮมสเตย์ ม่อนดาวเรือง ม่อนดูดาว ม่อนแสงระวี และ แสงเหนือแคมปิ้ง ซึ่งทั้งหมดถูดตรวจสอบและมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้เนื่องจากมีการ ใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์และมีการเปลี่ยนมือให้กับนายทุนหรือนอมินีเข้ามาประกอบกิจการแทน

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านเดินทางมาในนามของเครือข่ายสิ่งแวดล้อมม้ง 12 หมู่บ้าน ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอหางดง และ อำเภอแม่ริม คัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โดยขอให้พิจารณาชะลอการหรือถอนสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้านออกไปก่อนและขอให้รอคำพิพากษาของศาลออกมาว่าจะมีผลเป็นอย่างไร ซึ่งชาวบ้านก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลเมื่อถึงเวลานั้น

ขณะที่ นายสัมพันธ์ พุฒด้วง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้เชียงใหม่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบที่พักรีสอร์ทบริเวณดอยม่อนแจ่ม พบว่า 122 แห่ง มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการโรงแรม และ พรบ.ควบคุมอาคารจำนวน 86 แห่ง ซึ่งในส่วนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลและมีบางแห่งที่ศาลพิพากษาความผิดแล้ว

ส่วนอีก 36 แห่ง ตรวจสอบอย่างละเอียดพบข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนมือถ่ายโอนไปให้กับนายทุนเข้ามาประกอบกิจการแทนรวมทั้งมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงมาดำเนินการหรือถอนในส่วนนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนและเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ชี้แจงไปแล้ว

มีรายงานว่าในวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านหลายร้อยคนรวมตัว ถือป้ายนั่งขวางถนนทางเข้าออกรีสอร์ทที่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกหรือถอนทำให้จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเคลื่อนกำลังเข้าหรือถอนตามแผนที่วางไว้ได้ สถานการณ์ตึงเครียด

ภาพเมฆดำทะมึน เปลี่ยนกรุงเทพตอนเช้าให้เป็นเหมือนตอนกลางคืน ตัวอย่างของ extreme weather ที่เราเจอและจะเจออีก


ภาพจากเพจ ชมรมคนรักมวลเมฆ

Thon Thamrongnawasawat
11h

ภาพเมฆดำทะมึน เปลี่ยนกรุงเทพตอนเช้าให้เป็นเหมือนตอนกลางคืน คงเป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนธรณ์ตกใจ
นั่นคือเมฆโลกร้อน เกิดจากทะเลร้อน น้ำระเหยเยอะ อากาศร้อน จุไอน้ำได้มากขึ้น กลายเป็นเมฆจุน้ำมหาศาล พร้อมจะเททะลักลงมากลายเป็นฝนห่าใหญ่
เคราะห์ดีที่หนนี้ลมพัดผ่านไป ฝนตกไม่มาก แต่ยังมีหนหน้าและหนต่อไป เพราะนี่คือการเริ่มต้นของยุค extreme weather
สภาพภูมิอากาศสุดขั้วเกิดจากความแปรปรวนของโลก หลังจากที่มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสะสมกันมานาน และยังคงปล่อยต่อไป
กลายเป็นภัยพิบัติที่จะสร้างผลกระทบสาหัส โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเปราะบางทางเศรษฐกิจ
ตัวอย่างเห็นชัด ปากีสถาน เจอมหาอุทกภัย จากสภาพอากาศเช่นนี้
ไม่ใช่เพียงฝนตกหนัก 8 สัปดาห์รวด ปริมาณน้ำจากฟ้ามากกว่าค่าเฉลี่ยเป็นเท่าๆ ยังรวมถึงธารน้ำแข็งบนหิมาลัยที่ละลายแบบไม่เคยเกิดมาก่อน
ปากีสถานเป็นประเทศที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุดในโลก (ไม่นับแถบขั้วโลก) น้ำจากยอดเขาไหลทะลักมารวมน้ำฝน เกิดเป็นอุทกภัยทำให้ผู้เสียชีวิตนับพัน คน 33 ล้านคนเดือดร้อน แหล่งเกษตรเสียหายยับเยิน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นนับว่าเกินความสามารถประเทศที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินไม่ดี จะรับมือได้
เมืองไทยเองก็กำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่หลายแห่ง น้ำทางเหนือกำลังมา
ในขณะที่ลำธารและน้ำตกใกล้ภูเขา บางแห่งเจอน้ำป่าฉับพลัน ต้องปิดการท่องเที่ยวบางจุด
รวมไปถึงเมฆสีดำทะมึน ฝนตกรุนแรงในพื้นที่เล็กๆ เกิดน้ำท่วมรวดเร็ว
คนเมืองเหนื่อยเหลือเกินกับการไปทำงาน/กลับบ้าน รถติด/น้ำเข้าบ้าน
นั่นคือบางตัวอย่างของ extreme weather ที่เราเจอและจะเจอต่อไป
มันไม่หายไปหรอก แต่มันจะแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ขึ้นกับว่าจะแรงขึ้นเร็ว/ช้า ทั้งหมดอยู่ที่เราในวันนี้
ระหว่างที่เรากำลังไปอย่างเชื่องช้า เมฆสีดำลูกใหญ่กว่ากำลังเคลื่อนเข้ามา
เคลื่อนเข้ามาแทนความสุขของพวกเราที่กำลังจางหายไป
อยากให้ความสุขอยู่ต่อไปอีกหน่อย ทุกคนทราบดีว่าเราควรทำอย่างไร
ทำตามนั้น ทำให้มากสุดเท่าที่ทำได้
อาจไม่สะดวกสบาย อาจลำบากบ้าง
แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้า นี่ไม่ใช่ความลำบากอะไรเลย…

ภาพ FM91 trafficpro /credit lekbb


ลางบอกเหตุในไทยทั้งท้องฟ้าและทะเลบางแสน.ข้อมูลใหม่,29/08/2022

Aug 29, 2022

ทุนนิยมไทย ใครรวย?

https://www.youtube.com/watch?v=UCqvBAAVpws
ทุนนิยมไทย ใครรวย?

Aug 11, 2022

Common School

เวลาเราบอกว่าเศรษฐกิจไทยไม่พัฒนา คนไทยไม่มีโอกาสทางเศรษฐกิจ ประโยคเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะมีภาคธุรกิจจำนวนมากในไทยที่ไม่ได้แข่งขันกันเสรี และธุรกิจพวกนี้ไม่เสรีได้เพราะรัฐไทยช่วยอำนวยให้การกีดกันเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ความสำเร็จจึงดีใจได้อยู่แค่กลุ่มเดียว และสภาวะเช่นนี้ปิดโอกาสของสังคมและโครงสร้างเศรษฐกิจไปมากน้อยแค่ไหนกัน?
-----
สนับสนุน Common School ทำงานทางความคิด เปลี่ยนแปลงสังคมไทย สมัครสมาชิก Facebook Subscribe 99 บาทต่อเดือน หรือผ่านบัญชีธนาคารกรุงศรี ชื่อบัญชีมูลนิธิคณะก้าวหน้า เลขที่บัญชี 493-1-08675-7 และกดส่งดาวให้กับเรา

อ.พนัส พบคนThai American ฟังคำถามหัวใจจะวาย


พนัสพบอเมริไทย ฟังคำถามหัวใจจะวาย

Aug 28, 2022

Sunai Fanclub

เปิดสมาชิก VIP VVIP SUPER VIP // YouTube Sunai TV \\ ดูสิทธิพิเศษสำหรับการเป็นสมาชิก https://www.youtube.com/channel/UCCR9...