วันพุธ, มีนาคม 30, 2565

เหอๆ ในที่สุด โป๊ะแตก ? กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เตรียมเปิดการสอบสวนไทยจากข้อกล่าวหา ปล่อยทุนจีนสวมสิทธิ์ผลิตแผงโซลาร์เพื่ออาศัยแหล่งกำเนิดสินค้าไทยส่งไปสหรัฐเพื่อหลบเลี่ยงภาษี


@Unrulycat2511
· 8h
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เตรียมเปิดการสอบสวนไทยจากข้อกล่าวหา ปล่อยทุนจีนสวมสิทธิ์ผลิตแผงโซลาร์เพื่ออาศัยแหล่งกำเนิดสินค้าไทยส่งไปสหรัฐเพื่อหลบเลี่ยงภาษ

จากข่าวกกต. เรียกสอบพรรค #ก้าวไกล เนื่องจากการอภิปรายงบ #ส่วนราชการในพระองค์ อยากชวนดูบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง ว่าในประเทศไทย ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น “เสียง” ของประชาชน ถูกรับฟังแค่ไหน?

ประเทศไทย
มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตลอดเวลาที่ผ่านมา
“เสียง” ของประชาชน ถูกส่งไปยังสถาบัน 
ที่มีสถานะประมุขของรัฐมาตลอด 
ซึ่งก็ “ไปถึง” บ้าง “ไปไม่ถึง” บ้าง

แล้ว “เสียง” สู่สถาบันพระมหากษัตริย์
ถูกส่งไปถึงแค่ไหนกัน ?


โปรเจกต์นี้ได้ทำการรวบรวมตัวอย่างข้อมูลเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยต่าง ๆ เพื่อนำมาพิจารณาถึงรายละเอียดและผลลัพธ์ของ “เสียง” ที่ถูกส่งไปยังสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

อ่านต่อที่ https://dearyourmajesty.com/


THE RISE OF ASIAN แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme


THE RISE OF ASIAN แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme

Mar 28, 2022

The Thailanders

"โทนี่" ขอร้องฝ่ายการเมือง "อย่าเอาเรื่องในวัง มายุ่งการเมือง"


สำนักข่าวราษฎร - Ratsadon News
4h ·

"โทนี่" ขอร้องฝ่ายการเมือง "อย่าเอาเรื่องในวัง มายุ่งการเมือง" ชี้ ท่านอยู่เบื้องสูง อย่าเอาท่านลงมา และไม่ต้องเอ่ยถึงทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมสนทนาในรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse ตอน มองเมืองดูไบ ใส่ใจกรุงเทพฯ ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจยังคิมิโนโตะ
ในช่วงท้ายของรายการ ทักษิณ หรือ โทนี่ ได้กล่าวว่า มีคนออกจากพรรคผมไปตั้งพรรค เสร็จแล้วก็พูดไปพูดมา ไปเจอพวกไฮโซทั้งหลาย เขาถามว่าทำไมออกจากผม นายคนนั่นตอบว่า ตนไม่เอาในหลวง ทำไมท่านอยู่เบื้องสูงแล้วไปเอาท่านลงมา จริงๆขอเรียนว่า ตนไม่เคยมีอคติ หรือความไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัว เพราะตนถวายงานท่านตั้งแต่เป็นนักธุรกิจ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องไร้สาระ
"และคนพวกนี้ ไปชวน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้มาอยู่พรรคใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เพื่อไทยถูกยุบแน่เพราะในหลวงไม่เอา ปัดโธ่ บังอาจจริงๆ ไม่น่าเลย เรื่องนี้พระเจ้าอยู่หัวท่านอยู่สูง ท่านไม่มายุ่งกับการเมือง" โทนี่ กล่าว
โทนี่ กล่าวต่อว่า การเมืองสกปรก อย่าไปเอาท่านลงมา อันนี้เป็นสิ่งที่เลวทรามมาก พอไปลงพื้นที่ก็ไปบอกกับคนในพื้นที่ว่าเป็นพรรคสาขากัน เลือกใครก็เหมือนกัน มันสับสนกันไปหมด เพราะฉะนั้นใครออกจากเพื่อไทย ก็เป็นลูกน้องเก่า พูดคุย กินข้าวกันได้ตลอด ขออย่าไปด่าพ่อล่อแม่ผมเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่บังควรที่จะเกิดขึ้น
"และเรื่อง กกต.ที่ไปจดทะเบียนพรรค ที่เอาพระเจ้าอยู่หัวมาอ้าง เช่น หมอคนหนึ่งไปตั้งพรรคตั้งชื่อว่าถ้าใครรักในหลวงต้องเลือกเขา ตนถือว่าเรื่องนี้บังอาจมาก เพราะพระเจ้าอยู่หัวท่านอยู่สูง อย่าเอาท่านลงมายุ่งการเมือง กกต. ก็ต้องระวังถ้ามีใครมีพฤติกรรมแบบนี้ ก็อย่าไปจดทะเบียน" โทนี่ กล่าว
โทนี่ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอร้องฝ่ายการเมือง ในนามตนเป็นอดีตนายก ที่รับผิดชอบบ้านเมืองมา และเป็นอดีตหัวหน้าพรรคใหญ่ อย่าบังอาจเอาเรื่องในวัง มายุ่งการเมือง บางคนไปอ้างว่ามีไลน์คนรอบข้างท่าน ซึ่งมันเลว ใช้ไม่ได้ ไม่ควรเลย ขอให้ความชั่วความดีอยู่ที่นักการเมืองด้วยกัน ไม่ต้องไปเอ่ยถึงเจ้านายทั้งต่อหน้าและลับหลัง
อ่านข่าวบนเว็บไซต์ https://ratsadonnews.co/content/104

ไม่พูดดีกว่า


Somsak Jeamteerasakul
2h ·

โทนี่ วู้ดซั่ม พูดเกี่ยวกับในหลวง 29 มีนาคม 2565
"ผมไม่เคยมีอคติหรือความไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไร้สาระ...
พระเจ้าอยู่หัวท่านอยู่สูง อย่าเอาท่านไปยุ่งกับการเมือง"
บางทีคุณ "โทนี่" น่าจะงดพูดถึงเสียดีกว่า การพูดโกหกซ้ำๆอย่างนี้ไม่ดี
"เขาบรรยายถึงในหลวงด้วยความรู้สึกเซ็งที่แทบซ่อนไว้ไม่อยู่ว่า "บ้านนอก" ไม่รู้ตัวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลก ("ไม่เคยนั่งโบอิ้ง 747") และกล่าวหาพระองค์ว่า "คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ" 06BANGKOK2990
...

Cable ที่ อ.สมศักดิ์ อ้างถึง

หมดคำด่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ ยกคำร้อง "รวิสรา" ครั้งที่ 6 ขอไปศึกษาต่อเยอรมัน


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
10h ·

29 มี.ค. 2565 เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดไต่สวนคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนี ของ รวิสรา เอกสกุล บัณฑิตจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในจำเลยคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 ซึ่งถูกสั่งฟ้องในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116
.
รวิสราได้รับทุนไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทของรัฐบาลเยอรมนี The German Academic Exchange Service (DAAD) แต่ด้วยเงื่อนไขการประกันตัวของศาลทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ โดยที่ผ่านมาเธอได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาลแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2565 โดยสองครั้งแรก ศาลไม่อนุญาต 5 ครั้งถัดมา ศาลให้ยื่นเอกสารต่างๆ เพิ่มเติม โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2565 รวิสราได้นำหนังสือจากมหาวิทยาลัยออสนาบรึค ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่รวิสราได้รับทุนให้เข้าศึกษาต่อ พร้อมผ่านการรับรองเอกสารจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยแล้ว เข้ายื่นต่อศาล และศาลนัดไต่สวนคำร้องเป็นวันนี้
.
ตามกำหนดของรวิสราหลังได้รับทุนการศึกษา เธอต้องเดินทางไปศึกษาในหลักสูตรเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ถึง 30 ก.ย. 2565 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ก่อน
.
เวลา 10.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 705 ศาลได้นั่งบัลลังก์และแจ้งก่อนดำเนินการไต่สวนคำร้องว่า วัตถุประสงค์ในการนัดไต่สวนวันนี้ เพราะศาลต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้กำกับดูแลของรวิสราทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและประเทศเยอรมนี โดยต้องการให้ผู้กำกับดูแลทั้งสองคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ อีกทั้งต้องการให้ผู้ปกครองช่วยติดต่อกับผู้กำกับดูแลทั้งสองอีกทางหนึ่งด้วย
.
.
พยานปากที่ 1: รวิสรา เอกสกุล (ผู้ร้อง)
.
รวิสราแถลงต่อศาลว่า นายประกัน (สงวนชื่อและนามสกุล) และเสนอตัวเป็นผู้กำกับดูแลที่ 1 ในคดีนี้ เป็นอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคณะที่ตนศึกษาจบมา ในคดีนี้ อาจารย์ได้มาสังเกตการณ์และติดตามอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากมีนิสิตจุฬาฯ ถูกดำเนินคดีด้วย
.
ต่อมาในวันที่อัยการมีคำสั่งฟ้องในคดีนี้ อาจารย์ได้เดินทางไปดูแลลูกศิษย์ในวันนั้นด้วย และได้เสนอตัวเป็นนายประกันให้รวิสรา เนื่องจากเธอยังไม่มีนายประกัน อาจารย์จึงได้ทำหน้าที่เป็นนายประกันให้กับรวิสราในคดีนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
หลังจาก อาจารย์เป็นนายประกันในคดีนี้ รวิสราก็จะคอยส่งข่าวคราวให้เป็นระยะๆ และเมื่อรวิสราได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมนี รวิสราก็ได้แจ้งกับ อาจารย์เป็นคนแรกและได้พูดคุยกันถึงความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยอาจารย์ได้แนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อาจารย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เธอได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมนีในครั้งนี้แต่อย่างใด
.
ต่อมาศาลได้ถามถึงเหตุผลที่เลือก “ชัช ขำเพชร” เป็นผู้กำกับดูแลที่ 2 โดยรวิสราแถลงว่าชัชเป็นนักวิจัยระดับศึกษาปริญญาเอกที่สถาบันกฎหมายระหว่างประเทศวัลเธอร์ชึคกิ้ง ที่ประเทศเยอรมนี เหตุผลที่เสนอชื่อชัชเป็นผู้กำกับดูแลคนที่ 2 ต่อศาล เนื่องจากได้รับการแนะนำมาจากอาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยได้เรียนภาษาเยอรมันด้วยกัน
.
จากนั้น รวิสราจึงได้ลองติดต่อกับชัช เพื่อร้องขอให้เป็นผู้กำกับดูแลในคดีนี้ โดยแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้กำกับดูแลและเอกสารที่ต้องจัดเตรียม โดยเบื้องต้นทราบว่าชัชจะพำนักอยู่ที่ประเทศเยอรมนีอีกประมาณ 1-3 ปี
.
รวิสราได้แถลงต่อศาลเพิ่มเติมว่า หลังยื่นคำร้องขอไปศึกษาต่อครั้งล่าสุด และศาลมีคำสั่งให้ผู้เสนอตัวเป็นผู้กำกับดูแลนำเอกสารส่วนบุคคลต่างๆ ไปขอการรับรองจากสถานทูตไทยประจำประเทศเยอรมนีเพิ่มเติมด้วยนั้น ชัชได้แจ้งกลับมาว่าจำเป็นจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้ากับสถานทูตไทยตามลำดับก่อน โดยเมื่อเข้าไปดูลำดับนัดหมายแล้วพบว่า ลำดับนัดหมายที่เร็วที่สุดอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2565
.
รวิสราจึงได้ร้องขอต่อศาลว่า จะขอส่งเอกสารดังกล่าวในภายหลัง โดยหากศาลอนุญาตให้ส่งเอกสารในภายหลังได้ ชัชจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปทันที โดยศาลตอบรับว่าจะขอไปพิจารณาดูก่อน
.
.
พยานปากที่ 2: นายประกัน (สงวนชื่อและนามสกุล) - ยันวริสราปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องทิ้งโอกาสเรียนต่อ แจงเข้าใจดีว่าศาลลำบากใจ เพราะต้องการสร้างมาตรฐานออกนอกประเทศ
.
นายประกัน (สงวนนามสกุล) และผู้เสนอตัวเป็นผู้กำกับดูแลคนที่ 1 ในคดีนี้ แถลงต่อศาลว่า ตนประกอบอาชีพเป็นอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนหน้านี้เคยเป็นนายประกันให้กับนิสิตจุฬาฯ ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองหลายคน แต่ทั้งนี้รวิสราไม่ได้มีคุณสมบัติที่ตนจะเป็นนายประกันให้ เนื่องจากจบการศึกษาไปแล้ว
.
แต่เนื่องจากในคดีนี้มีนิสิตปัจจุบันของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ถูกดำเนินคดีด้วย 1 ราย ตนจึงเดินทางไปสังเกตการณ์และติดตามตั้งแต่การรับทราบข้อกล่าวหา และในวันที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ตนเห็นว่ารวิสราไม่มีนายประกันจึงได้เสนอตัวเองเป็นนายประกัน แม้รวิสราจะเป็นบัณฑิตของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และไม่ได้เป็นศิษย์ปัจจุบันแล้ว แต่ตนมีความมั่นใจในตัวของเธอว่าเป็นคนดี มีความตั้งใจ และรักความยุติธรรม ในความเห็นของตน รวิสราเป็นเด็กที่มีนิสัยเรียบร้อย ขี้เกรงใจ ตรงไปตรงมา และมีความจริงใจ
.
ก่อนจะตัดสินใจเป็นนายประกันให้กับรวิสรา ตนได้สอบถามเกี่ยวกับประวัติการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ไปพูดคุยกับอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของรวิสราเมื่อครั้งยังเป็นนิสิตอยู่ โดยอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาได้ยืนยันว่ารวิสรามีความประพฤติดี ตั้งใจเล่าเรียน
.
อาจารย์แถลงกับศาลเพิ่มเติมอีกว่า ไม่รู้จักกับนายชัช ขำเพชร ผู้เสนอตัวเป็นกำกับดูแลคนที่ 2 ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี หากศาลต้องการให้ติดต่อสื่อสารกันในฐานะผู้กำกับดูแลระหว่างที่รวิสราเดินทางไปศึกษาต่อ ตนก็มีความยินดีและไม่ได้ติดขัดในเรื่องใด
.
อาจารย์แถลงอีกว่า เข้าใจดีว่าในคดีนี้ศาลมีความลำบากใจ เนื่องจากต้องการสร้างมาตรฐานในการขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยเฉพาะคดีตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ แต่ “สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นครู คือการสร้างอนาคตให้กับผู้เรียน” ที่ผ่านมาตนได้พยายามผลักดันให้นิสิตหลายคนได้รับทุนการศึกษาเพื่อเล่าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และพบว่าทุกคนต่างก็มีชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิมทั้งนั้น ฉะนั้นตนจึงไม่เห็นเหตุผลใดเลยที่รวิสราจะต้องโยนทิ้งโอกาสในการไปเรียนต่อครั้งนี้ ในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งตนพร้อมจะสนับสนุนอย่างสุดความสามารถให้รวิสราได้ไปเรียนต่อ และมีอนาคตที่ดีขึ้นตามที่ตั้งใจไว้
.
สุดท้าย อาจารย์แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่รวิสราถูกกล่าวหาในคดีนี้ก็ได้เดินทางมาศาลตามนัดหมายทุกครั้ง และเมื่อศาลร้องขอเอกสารใดๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา รวิสราก็ได้จัดการหามาให้โดยทันทีและครบถ้วน โดยไม่ได้ใช้วิธีที่ผิดกฎหมายหรือหลบหนีและหลบเลี่ยงแต่อย่างใด จึงมั่นใจว่าหากศาลอนุญาตให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี รวิสราจะยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดต่อไปอย่างแน่นอน
.
.
พยานปากที่ 3: ธนชาติ เอกสกุล (บิดาของรวิสรา) - ขอโอกาสให้ลูกสาวเรียนต่อ แจงความฝันของคนที่เรียนภาษาเยอรมันมาทั้งชีวิตคือการได้ไปเรียนที่เยอรมันสักครั้ง
.
บิดาของรวิสราแถลงว่า ลูกสาวเป็นเด็กที่มีความขยัน ตั้งใจเรียนหนังสือ ภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวนั้นอาศัยอยู่ที่จังหวัดลพบุรี แต่รวิสรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสอบเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ โดยการสอบคัดเลือกครั้งแรกนั้นรวิสราไม่ผ่านการคัดเลือก ในปีต่อมาจึงเข้ารับการสอบคัดเลือกอีกครั้งจนผ่านการคัดเลือก สามารถเข้าเรียนต่อในสายการเรียนเอกภาษาเยอรมันได้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนอย่างมาก
.
เมื่อรวิสราเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เธอได้สมัครสอบคัดเลือกและได้เข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาภาษาเยอรมัน ที่จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย และเมื่อจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา รวิสราตัดสินใจหางานทำเพื่อฝึกประสบการณ์ก่อนสัก 1 ปี แล้วจึงจะค่อยยื่นขอทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี แต่ต่อมาถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ในคดีนี้เสียก่อน จึงเพิ่งได้มีเวลายื่นขอทุนการศึกษาจนได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีในครั้งนี้
.
บิดาของรวิสราแถลงยืนยันว่า การที่ลูกสาวเพิ่งยื่นขอทุนการศึกษาในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เพราะมีเจตนาจะหลบหนีจากการถูกดำเนินคดีมาตรา 112 แต่อย่างใด แต่เป็นความตั้งใจที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว และได้บอกอีกว่า “ความฝันของคนที่เรียนภาษาเยอรมันมาตลอดทั้งชีวิต คือการได้ไปเรียนที่ประเทศเยอรมันจริงๆ สักครั้ง”
.
รวิสราเป็นคนที่รักษ์โลกและสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงได้สมัครคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในสาขาการจัดการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และขอให้ศาลได้อนุญาตให้รวิสราได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี
.
บิดาของรวิสราได้บอกกับศาลอีกว่า จริงอยู่ที่ลูกสาวถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่ในขณะนี้ความผิดดังกล่าว ศาลยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ากระทำผิดจริง ฉะนั้นจึงไม่เป็นการยุติธรรมหากจะตัดสิทธิ์ไม่ให้เธอไปศึกษาต่อ เพียงเพราะว่าถูกดำเนินคดีนี้ จึงขอให้ศาลได้ใช้ดุลยพินิจและให้การถูกกล่าวหาเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องพิสูจน์กันในชั้นศาลต่อไป
.
เวลา 11.30 น. หลังดำเนินการไต่สวนพยานทั้ง 3 ปากแล้วเสร็จ ศาลได้แจ้งว่าให้รอฟังคำสั่งภายในวันนี้
.
.
ศาลยกฟ้องคำร้อง ชี้คุณสมบัติผู้กำกับดูแลทั้งสองคนยังไม่เป็นไปตามระเบียบศาลยุติธรรม
.
เวลา 17.30 น. นายสันติ ชูกิจทรัพย์ไพศาล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งยกคำร้องของรวิสรา โดยระบุเหตุผล
.
“พิเคราะห์คำร้องของจำเลยที่ 11 แล้ว เห็นว่า ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราว…พ.ศ. 2561
.
ข้อ 4 ผู้กํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มิใช่บุคคลตามข้อ 5 ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
.
(1) เป็นผู้ที่รู้จักผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นอย่างดีและผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ความเคารพเชื่อฟัง หรือเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีที่อยู่อาศัยให้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และ (2) เป็นผู้สมัครใจ มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
.
ข้อ 5 ผู้กํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่มีหน้าที่ในการให้คําปรึกษาเพื่อป้องกันการหลบหนี หรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
.
(1) เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการให้คําปรึกษา หรือผ่านการอบรม การให้คําปรึกษาทางจิตสังคมตามหลักสูตรที่สํานักงานศาลยุติธรรมจัดหรือรับรอง และ (2) เป็นผู้สมัครใจ มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ศาลมอบหมาย
.
ข้อ 6 บุคคลต่อไปนี้ต้องห้ามเป็นผู้กํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว…(2) ผู้ประกัน บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
.
ดังนั้นเมื่อบุคคลที่จำเลยที่ 11 ได้แสดงต่อศาล เพื่อขอให้เป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราว คือรองศาสตราจารย์ดร.แพร จิตติพลังศรี เป็นผู้ประกันจำเลยที่ 11 ในคดีนี้ จึงเป็นบุคคลต้องห้ามตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมดังกล่าว
.
ส่วนนายชัช ขำเพชร ซึ่งจำเลยที่ 11 ประสงค์ให้เป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวขณะไปศึกษาและพักอาศัยที่ประเทศเยอรมนี จำเลยที่ 11 เบิกความตอบศาลว่าตนเองมิได้รู้จักนายชัช เพียงแต่อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นเพื่อนกับพี่สาวจำเลยที่ 11 แนะนำให้ทราบถึงบุคคลที่คิดว่าจะเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวได้ในระหว่างที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี จำเลยที่ 11 จึงติดต่อนายชัชเพื่อขอให้เป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกกปล่อยชั่วคราว จึงน่าเชื่อว่านายชัชเองก็ไม่ได้รู้จักจำเลยที่ 11 เป็นอย่างดีเช่นกัน เท่ากับว่านายชัชมิได้มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 11 ตามข้อ 4 ของระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมดังกล่าว
.
ในชั้นนีจึงยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสมมีคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราว…พ.ศ. 2561 ในอันที่จะกำกับดูแล หรือให้คำปรึกษา หรือคอยกำชับ หรือตักเตือนให้ผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด และป้องกันการหลบหนีของจำเลยที่ 11 ในระหว่างที่จำเลยที่ 11 จะเดินทางไปศึกษาและพักอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี จึงยังไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะอนุญาตให้จำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตามที่จำเลยที่ 11 ร้องขอ”
.
.
อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/42054

งานพิธีฌาปนกิจ วัฒน์ วรรลยางกูร ผู้ลี้ภัย112คนแรกๆที่ได้มีพิธีศพ หลายคนก่อนหน้านี้แม้แต่ร่างก็ยังหาไม่เจอ


Wana Wanlayangkoon
15h ·

พิธีฌาปนกิจของพ่อ
วัฒน์ วรรลยางกูร
จะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.30น.ตามเวลาท้องถิ่น
ที่โรงพยาบาล Centre hospitalier régional universitaire de Besançon
11.10 เคลื่อนร่างไปยัง Crematorium de Bersancon St Claude 1
10.15 การแสดงดนตรีโดยวงไฟเย็น
11.30 พิธีสงฆ์
กล่าวอาลัยนำโดย อาจารย์ จรัล ดิษฐาอภิชัย
คุณ Rachel Harrison
และ ครอบครัว
12.00 วางดอกไม้จันทน์ ฌาปนกิจ
*ทั้งนี้เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาในประเทศไทย5ชั่วโมง
*มีไลฟ์สดช่องไฟเย็น

พิธีฌาปนกิจ วัฒน์ วรรลยางกูร / Crématorium de Besançon Frace 29-3-2022. - !!! LIVE !!! -

Streamed live 12 hours ago

Faiyen Channel

คนในขบวนประชาธิปไตยกล่าวหากันต้องมีข้อมูลหลักฐานที่หนักแน่น


Nattharavut Kunishe Muangsuk
14h ·
ถ้าฝ่ายกล่าวหาหมายถึงคลิปเดียวกันนี้
ก็ดูท่าคดีพลิกจริงๆ นั่นแหละ หรืออาจเป็นความเข้าใจผิดกันธรรมดาๆ ก็ได้ (แต่กล่าวหากันหนักอยู่ อันนี้เขาซูมมาใกล้ๆ พอจะเห็นชัดขึ้น
(ตอนแรกผมเข้าใจว่าในห้องประชุมทำนองนั้น)
เพราะดูแล้วก็ไม่มีจังหวะที่เรียกว่าจ้องหน้าอกอย่างที่หมายถึง ดูเป็นการพูดคุยปกติ แล้วคุณวิโรจน์หันมาทางผู้กล่าวหาน้อยมาก(แต่มันดูแววตาไม่ชัดขนาดนั้น)​ แต่เท่าที่ดูอากัปกิริยา ผู้กล่าวหามีท่าทีอึดอัดต่อการมีคุณวิโรจน์อยู่ในวงสนทนา คือรู้สึกได้ว่าไม่ชอบ ไม่อยากสนทนาด้วย อันนี้เรามองจากคนนอกที่เห็นแค่คลิปอ่ะนะ ตรงกับที่คุณวิโรจน์ปฏิเสธและแสดงความไม่มีเจตนา แต่เรายังไม่เห็นการโต้แย้งจากฝ่ายผู้กล่าวหา
...

อึ้งเงียบทั้งงาน! ‘ศิริกัญญา’ ชี้ไทยกำลังมีวิกฤตรออยู่ข้างหน้า ต้องรื้อรัฐรวมศูนย์-ทลายทุนผูกขาด

‘ศิริกัญญา’ ชี้ไทยกำลังมีวิกฤตรออยู่ข้างหน้า ต้องรื้อรัฐรวมศูนย์-ทลายทุนผูกขาด



เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2565) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวในงาน Nation Dinner Talk 2022: Thailand Future อนาคตประเทศไทย 2022 ว่า วิกฤตยังรออยู่ข้างหน้าอีกมาก ไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีศักยภาพมากขึ้น จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างได้ ซึ่งต้องเริ่มจากการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ และเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจให้กระจายความมมั่งคั่งออกไป
.
ในงานเสวนาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ Centara Grand at Central World ศิริกัญญากล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นได้ถูกจังหวะ ที่ควรมาคุยกันอย่างจริงจังเกี่ยวกันอนาคตของประเทศไทย เพราะไทยกำลังอยู่ท่ามกลางช่วงพลิกผันของประวัติศาสตร์โลก ไทยต้องฟื้นฟูและสร้างประเทศใหม่จากโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ อีกทั้งยังอยู่ท่ามกลางสงครามและวิกฤติทางภูมิรัฐศาสตร์โลกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
.
ในอนาคตอันใกล้ยังมีวิกฤตสังคมสูงวัยที่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และอาจทำให้กองทุนประกันสังคมล้มละลายในอนาคตอันใกล้ รวมถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะโลกร้อนหรือโลกรวนที่จะทำให้คนรุ่นลูกต้องเจอภัยพิบัติมากกว่าคนรุ่นนี้ถึง 7 เท่า
.
“วิกฤตข้างหน้าเรามากมายขนาดนี้ เราต้องมีรัฐบาลที่มีศักยภาพมากขึ้นไม่ใช่ลดลง ซึ่งศักยภาพที่เราพูดถึงนี้ไม่ใช่ขนาดแต่หมายถึงขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาในประชาชนได้อย่างตรงเป้า ตอนนี้ความสามารถของรัฐไทยในการแก้ปัญหาให้ประชาชนมาถึงขีดสุดแล้วและจะลดน้อยถอยลงไปทุกวัน” ศิริกัญญา กล่าว
ศิริกัญญา อธิบายว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยขาดดุลงบจำนวนมากแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ เพราะงบประมาณ 40% หมดไปกับเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการ เหลือ “พื้นที่ว่างทางการคลัง” (Fiscal Space) ไม่ถึง 1 ใน 3 ของงบประมาณ และยิ่งมีวิกฤตโควิด สงคราม ค่าครองชีพสูงที่ทำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการระยะสั้นมาพยุง ก็ยิ่งสร้างหนี้และภาระผูกพันต่างๆ ให้ต่อไป ส่งผลให้รัฐบาลไทยในอนาคตไม่มีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาให้ประชาชน
.
ศิริกัญญา เสนอว่า ประเทศไทยจะรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ จะต้องปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ รื้อโครงสร้างภาครัฐและระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ รวมถึงรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจที่กระจุกตัวและทุนผูกขาดเสือนอนกินที่ได้ประโยชน์จากความไม่เปลี่ยนแปลง
.
ไทยต้องเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากกระจุกเป็นกระจาย ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจตอนนี้กระจุกตอนอยู่กับทุนนิยมพวกพ้องที่ใกล้ชิดภาครัฐ (Crony Sector) ที่ประเทศไทยมี Crony Sector อันดับ 9 ของโลกจากการจัดอันดับโดย The Economist ถ้าไม่ทลายทุนผูกขาดที่อิงแอบกับอำนาจรัฐเหล่านี้ได้ ก็จะไม่สามารถกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปให้กับทุกคนได้
.
นโยบายต้องเปลี่ยนจาก top-down เป็น bottom-up และคำตอบที่ง่ายที่สุดคือการกระจายอำนาจ คืนอำนาจและงบประมาณ ให้โอกาสการทำมาหากิน ผ่านการปลดล็อกท้องถิ่นที่จะเป็นการระเบิดพลังทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้
.
ศิริกัญญาย้ำว่า ไทยต้องปรับโครงสร้างรัฐให้ปรับตัวยืดหยุ่นได้ ปัจจุบัน กฎระเบียบภาครัฐเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจไม่สามารถที่จะขยายตัวได้หรือขยายการลงทุนไปแข่งขันในตลาดโลกได้ ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลกตลอด แต่ภาครัฐไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยมาตลอด 20 ปี ทั้งโครงสร้าง กระทรวง กรม ต่างๆ ไปจนถึงวิธีคิดของข้าราชการ
.
“นี่คือจุดต่างของพรรคก้าวไกล หัวหน้าพรรคท่านอื่นอาจจะเสนอไอเดียต่างๆ มากมาย แต่ไอเดียต่างๆ เป็นไปไม่ได้ถ้าเรายังอยู่ในโครงสร้างรัฐหน้าตาแบบเดิม เราต้องรื้อรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ ทลายทุนผูกขาด เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ภาครัฐ เติมศักยภาพให้ประชาชน” คุณศิริกัญญากล่าว

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์

ถามเอง ตอบเอง


kovitw
@kovitw1
ถามเอง ตอบเอง



คำขอโทษของ วิลล์ สมิธ ต่อสาธารณะ และต่อ คริส ร็อก




การตรวจสอบงบประมาณ รวมทั้งงบสถาบันกษัตริย์ คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ถ้าตรวจสอบไม่ได้ เราจะมีสภาไปทำไม ? ชั่ย !


พรรคก้าวไกล - Move Forward Party
14h ·

[การตรวจสอบงบประมาณ รวมทั้งงบสถาบันกษัตริย์ คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ถ้าตรวจสอบไม่ได้ เราจะมีสภาไปทำไม?]
.
พรรคก้าวไกลขอยืนยันว่า การตรวจสอบงบสถาบันกษัตริย์เป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร และ ส.ส. พรรคก้าวไกลก็จะยังคงทำหน้าที่ในการตรวจสอบตามปกติ เพื่อให้คุ้มค่าภาษีที่ประชาชนจ่ายมาให้พวกเราทำงาน แม้จะมีความพยายามโยงว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่มีแจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่าผิดอย่างไร
.
-ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลได้รับหนังสือจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) เรียกไปชี้แจงกรณีจากการที่สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ทำหน้าที่อภิปรายตรวจสอบงบประมาณและเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยราชการในพระองค์ ระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เมื่อเดือนสิงหาคม 2654 อาจขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92(2) เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่
.
-ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า หนังสือที่ กกต. ส่งมา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ข้อความใดของ ส.ส. และพรรคก้าวไกล ที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข มีแต่ความคลุมเครือ ทั้งที่ข้อหาร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง
.
-ขณะที่การอภิปรายงบประมาณก็เป็นการทำหน้าที่ตามปกติที่ผู้แทนราษฎรต้องปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง และไม่ใช่เหตุที่ทำให้ถูกยุบพรรคได้
.
-“การทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล มีแต่ทำให้เกิดผลประโยชน์กับประชาชนในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด และยังทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพ ดำรงอยู่อย่างสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย มีพระราชสถานะดำรงไว้ดังเช่นนานาอารยประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ” ชัยธวัชกล่าว
.
-ด้านเบญจา แสงจันทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่าการอภิปรายทั้งหมดเป็นการอภิปรายตามชื่อโครงการและหน่วยงานตามเอกสารรับงบประมาณทั้งสิ้น เมื่อ ส.ส. เห็นงบประมาณไม่เหมาะสม ก็มีหน้าที่ตัด จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นที่ ประชาชนก็สนับสนุนการตัดลดงบส่วนราชการในพระองค์ และให้กำลังใจพรรคก้าวไกลให้ทำงานต่อไป
.
“ในฐานะ ส.ส. ยืนยันว่า จะยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และตรวจสอบงบประมาณต่อไป เราจะต่อสู้ ยืนหยัด ยืนตรง ประจันหน้าต่อผู้มีอำนาจ เพื่อเรียกศรัทธาให้กับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน” เบญจา กล่าว
.
-ขณะที่ รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า การที่ ส.ส. ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วถูกฟ้องร้องข้อหาถึงยุบพรรคเช่นนี้ สุดท้ายก็จะตัดงบประมาณไม่ได้เลย ก็ไม่รู้ว่าจะมีสภาผู้แทนราษฎรไว้ทำไม
.
-พรรคก้าวไกลจะพิทักษ์ผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด
.
-หากประชาชนต้องการสนับสนุนพรรคก้าวไกล สามารถทำได้ในขั้นตอนการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.) ให้พรรคก้าวไกล รหัส 164 เราจะนำเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนบริจาคผ่านการจ่ายภาษีมาทำกิจกรรม ทำหน้าที่เป็นพรรคการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน เคียงข้างประชาชนอย่างถึงที่สุด
.
#ก้าวไกล #งบประมาณ65 #งบสถาบัน

#คณะก้าวหน้า #ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขJuangroongruangkit #ธนาธร
ก้าวไกลแถลงกรณี อภิปรายตรวจสอบงบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ตุลาธน เบญจา แสงจันทร์ ก้าวไกล

Streamed live 19 hours ago

ก้าวหน้าก้าวต่อไป

พรรคก้าวไกล - Move Forward Party 
[ ตรวจสอบงบสถาบันเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ] 
ชัยธวัช ตุลาธน - Chaithawat Tulathon เลขาธิการพรรคก้าวไกล 
Bencha Saengchantra - เบญจา แสงจันทร์ ส.ส. พรรคก้าวไกล 
Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม 
แถลงกรณีพรรคก้าวไกลถูก กกต. เรียกไปชี้แจงจากการที่ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ทำหน้าที่อภิปรายตรวจสอบงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ 
.
พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของทุกหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ เป็นสิ่งที่กระทำได้เป็นปกติในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 
.

วันอังคาร, มีนาคม 29, 2565

‘ก้าวไกล’ ช่วงนี้ตกที่นั่งลำบากหนัก ไหนจะ กกต.จ่อฟัน แล้วยัง 'มุก' จวก 'วิโรจน์' ลามก ซ้ำเจอ ‘ลุงเหลิม’ เรียก “ไอ้” แค่เรื่องชนะนิดเดียว

ก้าวไกล ช่วงนี้ตกที่นั่งลำบากหนักหน่อย ไหนจะโดน กกต.เรียกตัวไปสอบสวน (เขาใช้ภาษา เลี่ยงบาลี ว่าให้ “เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง”) เรื่องที่เคยอภิปรายในสภา “เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะให้ปรับปรุง” เกี่ยวงบประมาณแผ่นดิน

รวมทั้ง เสนอให้ปฏิรูปงบสถาบันฯ มี ส.ส.ของพรรคนี้แยกประเด็นอภิปรายกันหลายคน และที่เด่นเห็นจะเป็นคำอภิปรายของ ส.ส.เบญจา แสงจันทร์ ที่ว่า “ความจงรักภักดีไม่ได้วัดกันที่จำนวนหน่วยถวายรักษาความปลอดภัย จำนวนข้าราชบริพาร จำนวนซุ้มเฉลิมพระเกียรติ”

เหล่านั้นล้วนใช้งบประมาณจำนวนมากถึง ๘,๗๖๑ ล้านบาท แต่ไม่ลงรายละเอียดเฉกเช่นงบประมาณทั่วไป ทั้งที่เป็นจำนวนมากกว่ากระทรวงสำคัญๆ ถึง ๗ แห่ง เช่น คมนาคม แรงงาน พาณิชย์ ต่างประเทศ พลังงาน อุดมศึกษา และท่องเที่ยว เป็นต้น

โดยเฉพาะการเลี้ยงดูบุคคลากรของส่วนราชการในพระองค์ ซึ่งมีมากถึง ๑๔,๒๗๕ คน ไม่ใช่เรื่องที่จะห้ามแตะต้อง ในแง่ของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินโดยกระบวนการรัฐสภา ในเมื่อตัวเงินที่นำไปใช้กันนั้นมาจากภาษีอากรที่เก็บจากประชาชนทั่วไป

แต่ก็มี ผู้ร้องเรียนจนได้ว่าการตรวจสอบเพื่อให้การใช้จ่ายเงินทองของภาครัฐ รวมทั้งส่วนราชการในพระองค์แสดงความบริสุทธิ์ผ่องใส อีกทั้งประหยัดงบประมาณแผ่นดินพร้อมกันไปด้วย เป็นการ “กระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์

ต่อการปกครองระบอบ...อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” จนได้ อ้างว่าฝ่าฝืนมาตรา ๙๒() แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ให้ปรับลดงบประมาณสำหรับกษัตริย์ (๓๓๗ ต่อ ๔๗)

หาก กกต.เห็นพ้องกับผู้ร้องว่าการอภิปรายในสภาของพรรคก้าวไกลในสภาเป็นความผิด แล้วส่งให้ศาลดำเนินคดีต่อผู้อภิปราย ก็อาจนำไปสู่การร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคได้ แม้จะมีข้อกฎหมายและความเที่ยงธรรมให้ถกเถียงได้ เคยมีตัวอย่างมาแล้ว

การตัดสินเช่นนั้น แม้ผิดผีผิดไข้ ก็ดันกันไปได้ และยิ่งจะไปคล่องถ้ากระแสสังคมเออออคล้อยไปด้วย เลยไม่แปลกที่อดีต ส.ส.วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ซึ่งพรรคส่งให้เสนอตัวชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม.ด้วยแนวหาเสียงแหวกม่าน ประกาศชนดะอำนาจ อิทธิพล และคอรัปชั่น

ปะเหมาะเกิดข้อครหาต่อวิโรจน์ขึ้นมา จากดาราโซเชียลนางหนึ่ง ว่าผู้เสนอตัวของพรรคก้าวไกลคนนี้อุปนิสัยลามก จ้องอก Miss A แบบจ้องแล้วจ้องอีก อาจจะเพราะคนโดนจ้องรูปร่างค่อนข้างผอมบาง ยากแก่การจ้องให้เจอ

Mook@ppetchnamrob อ้างว่า “เคยมีเพื่อนไปทำงานที่พรรคก้าวไกลแล้วโดนคุณวิโรจน์จ้องหน้าอกไม่หยุด จะทวงคืนสนามหลวงแต่มารยาททางสังคมพื้นฐานยังไม่มี” เลยตีความได้ว่าปัญหาอยู่ที่ สนามหลวงนโยบายทวงคืนกลับมาให้ประชาชนของวิโรจน์

พรรคก้าวไกลจึงต้องแถลงชี้แจง ว่าดูคลิปจาก CCTV แล้ว เหมือนอย่างที่ใครๆ ได้ดู “ไม่ปรากฏว่าวิโรจน์กระทำดังกล่าว แต่ต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ และพรรคยืนยันว่าพฤติกรรมคุกคามทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”

เรื่องนี้คงไม่เท่าไร ขี้หมูราขี้หมาแห้งพวกพรรคนั้นเขาคงพอทน อดกลั้น กันได้ โดนกันมานักแล้ว ยุบพรรค (อนาคตใหม่) ตัดสิทธิการเมืองแกนนำ โดนฟ้องร้องข้อหา ๑๑๒ กันเรียงหน้า ไม่ว่าธนอน ปิยบุตร และช่อ โดยเฉพาะหัวหน้าเจอหลายขนาน

อีกทั้งลมปากจาก สลิ่ม’ ก็ขรม แล้วยังโดนงัด แซะ และกระแทกจาก นางแบก กับ นายโบกแห่งฟากเดียวกัน ที่ไม่ใช่ มิตรสหายท่านใดระดับที่ปรึกษาพรรคอีกคน เผลอหลุดอ้างถึง “ไอ้ก้าวไกล” ในการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับมิติใหม่

นักข่าวถามว่า “การมาลงการเมืองของคุณอุ๊งอิ๊ง มีส่วนช่วยพรรคเพื่อไทยได้มากแค่ไหนครับ” พ่อของ ส.ส. วัน อยู่บำรุง ตอบว่า “ช่วยได้เยอะ ช่วยให้จนชนะแหละ ช่วยได้มาก เพราะหลานเขาเก่ง ดูเขาพรีเซ้นต์สองสามรอบเนี่ย เก่ง”

แล้วสืบสาวท้าวความต่อ “ก็วันนี้คะแนนพรรคก็อันดับหนึ่ง คะแนนคนนี่สูสีกับไอ้ก้าวไกล ถ้ารวมพรรคกะคน เราชนะแล้ว ถ้าเลือกพรุ่งนี้เช้านะ อ่าาา” พวกที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตย ได้ยินเข้า ต้องชะงัก ฉงนว่าพรรคเพื่อไทยนี่เขาแข่งกับใคร

ยิ่งย้อนรอยไปยังคำพูดของ ลุงเหลิม ก่อนตอบคำถามนั้น แกได้ยินคำ ฝ่ายประชาธิปไตยเส้นกระตุกทันที “เอ้า ถ้าเราบอกเราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย อ้าวแล้วใครเป็นเผด็จการ เขาก็ลงสมัครเหมือนกัน ใช่มั้ย...อย่าไปพูดอย่างนั้น ไม่ดี”

คงต้องตอบ คำตอบ นั้นว่า ใช่ถ้าพูดอย่าง นักเลือกตั้ง แท้ๆ ไม่แคร์ ไม่สนว่ากลุ่มคนที่มีอาวุธหนักในครอบครอง แล้วทำการยึดอำนาจจากพวกทั่นหลายครั้งหลายหน สืบทอดอำนาจด้วยเล่ห์กลเอาเปรียบทางกฎหมาย ไม่ใช่ฝ่ายเผด็จการ ก็โอเค

และด้วยพฤติกรรมบุลลี่ของพวกนั้น จะมาลงเลือกตั้งอีกที โดยมีกองกำลังทางการเมือง ๒๕๐ คนเป็นหลักประกันว่าจะได้เป็นนายกฯ อีก ละก็ว่าไปเลย ถ้าทั่นชนะไอ้ก้าวไกลแต่ไม่ชนะเขา อาจได้รับแบ่งเศษเนื้อและเสี้ยวกระดูกให้แทะเล็ม

ถ้าเขาไม่แบ่งอะไรให้เลยก็รออีกสัก ๕ ปี ๘ ปี พอหลานๆ โตแล้วมาแข่งกับไอ้ก้าวไกลใหม่

(https://twitter.com/webdevxp/status/1508354375571632129..., https://youtu.be/_AeVt1X57Os และ https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand/posts/525113249178032)