วันพุธ, มกราคม 29, 2563

เปิดใจคนไทย ที่อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019




https://www.facebook.com/WorkpointNews/videos/2650418361679604/


คำถามวันนี้ - การแลกระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวจีน กับ ความเสี่ยงที่จะเกิดการป่วยไข้แพร่หลายของไวรัสอู่ฮั่น... จะเลือกอะไร ???





ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น --> ย้อนศรโลกาภิวัตน์
%%%%%
ในการแถลงผลวิจัยจากตัวแบบจำลองการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น เกเบรียล เลือง ประธานแพทยศาสตร์สาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮ่องกง https://time.com/5772…/wuhan-coronavirus-infections-higher/… นั้น คำหนึ่งที่เขาเน้นย้ำหลายครั้งคือความจำเป็นเร่งด่วนที่ทางการจีนต้องดำเนินมาตรการจำกัด "การเคลื่อนที่ของประชากร" (population mobility) ในเมืองต่าง ๆ ของจีนที่ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดกวดขันยิ่งและเป็นการใหญ่ มิฉะนั้นไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นจะกลายเป็นโรคระบาดในขอบเขตทั่วโลกในเวลาอันมิช้านาน ขณะที่ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นล่าสุดทั่วโลกขยับขึ้นเป็น ๔,๕๖๕ ราย และถึงแก่ความตาย ๑๐๖ คนแล้ว https://www.scmp.com/…/china-coronavirus-death-toll-climbs-…

"การเคลื่อนที่" (mobility) ของทุน สินค้า วัตถุดิบ แรงงาน นักท่องเที่ยว เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งในระยะก่อนเคยเป็นพลังพลวัตและสุดยอดปรารถนาของโลกาภิวัตน์ มาบัดนี้ เมื่อเผชิญกับไว้รัสอู่ฮั่นที่มีศักยภาพจะกลายเป็นโรคระบาดกระจายทั่วโลก (global pandemic) เข้า มันกลับกลายเป็นช่องทางนำหายนะมาสู่ผู้คนและพื้นที่ต่าง ๆ และเป็นสิ่งแรกที่ต้องถูกควบคุมจำกัดขวางกั้นอย่างจริงจังเข้มงวดกวดขันที่สุด

ส่วนข้างไทยเรา รัฐบาลยังคงต้อนรับ mobility ของนักท่องเที่ยวจีนรวมทั้งของเชื้อไวรัสอู่ฮั่นที่ย่อมติดตัวพวกเขาเข้ามาบ้างอย่างทองมิรู้ร้อน https://www.matichon.co.th/politics/news_1924862 ราวกับว่าถ้าต้องแลกระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวจีน กับ ความเสี่ยงที่จะเกิดการป่วยไข้แพร่หลายของไวรัสอู่ฮั่นในหมู่ประชาชนคนไทย รัฐบาลย่อมเลือกรายได้จากการท่องเที่ยวจีนและพร้อมจะแลก โดยปลอบโยนตัวเองว่าไวรัสอู่ฮั่นแม้จะแพร่ง่ายแพร่เร็ว แต่อัตราการตายต่ำ แค่ราว ๓% ของผู้ป่วย จึงคุ้มค่าที่จะแลกการเสี่ยงชีวิตของคนป่วยไทยส่วนน้อยกับรายได้จากการท่องเที่ยวจีนมหาศาลนั้น

แต่นี่จะเป็นหลักเกณฑ์การตัดสินใจที่ชาญฉลาดหรือไม่? และมันจะเป็นที่ยอมรับเห็นด้วยของประชาชนคนไทยในระบอบเผด็จการประชาธิปไตยหรือเปล่า? นี่คือคำถามที่เราต้องถามละพยายามตอบเองต่อไป
...



วันที่ 28 เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ Deutsche Welle ของเยอรมนี รายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แถลงยืนยันว่า กรณีชายชาววัย 33 ปี ชาวเมือง สตรานแบร์ก ที่ทำงานให้กับ Webasto บริษัทจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 มาจากเพื่อนร่วมงานที่มาจากจีน และเชื่อว่าจะเป็นรายแรกของยุโรปที่ติดเชื้อจากคนสู่คน
.
ผู้ติดเชื้อคนแรกในเยอรมนี ซึ่งผลการทดสอบเชื้อเป็นบวก เข้าร่วมการประชุมของบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีเพื่อนร่วมงานหญิงจากเซี่ยงไฮ้เข้าร่วมด้วย
.
อันเดรส ซาพฟ์ หัวหน้าสำนักงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยอาหารแห่งแคว้นบาวาเรียแถลงว่า หญิงสาวจากเซี่ยงไฮ้ เริ่มรู้สึกไม่สบายขณะเดินทางกลับประเทศจีนด้วยการโดยสารเครื่องบินเมื่อวันที่ 23 ม.ค.
.
โดยมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ก่อนจะเดินทางมาประชุมที่เยอรมนี หญิงสาวได้พบกับพ่อแม่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่ห่างจากเมืองอู่ฮั่นโดยทั้งคู่เดินทางมาเยี่ยมลูกสาวที่เซี่ยงไฮ้
.
ส่วนอาการล่าสุดของชายวัย 33 ปี ได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างดี ขณะที่ผู้ที่ใกล้ชิดกับทั้งสองคนได้รับการติดตามตรวจสอบว่าได้รับการแพร่กระจายเชื้อด้วยหรือไม่ นอกจากนี้แถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันจันทร์ระบุว่าชาวแคว้นบาวาเรียคนอื่นๆ ยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนาในระดับต่ำ
.
อ้างอิง https://www.dw.com/en/germany-confirms-human-transmission-of-coronavirus/a-52169007


“ลุงตุ่”สอนวิธี ใส่ Mask แนะ กินร้อน ช้อนกลาง รับมือ ไวรัส โคโรน่า




“ลุงตุ่”สอนวิธี ใส่ Mask
แนะ กินข้าวร้อน เอ้ย!! กินร้อน ช้อนกลาง

รับมือ ไวรัส โคโรน่า

เปรย....”เวลา นายกฯโกรธ ให้ดูที่ตา นะ ดูที่หน้า ไม่เห็น”


ถาม...นกอะไรบินไวที่สุด ? ตอบ...นกรู้ ! - บวชหนี...ภัย เหมือนไพร่สมัยก่อน หนีมูลนาย ไปบวช... ???




ภาพจาก
Jaran Ditapichai
...



“สุรเชฏฺฐโพธิ”

“ผู้มีปัญญา เครื่องตรัสรู้ ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ”

“บิ๊กโจ๊ก” บวชพระ ที่พุทธคยา อินเดีย ได้ฉายา ““สุรเชฏฺฐโพธิ” แปลว่า “ผู้มีปัญญา เครื่องตรัสรู้ ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ”

“บิ๊กโจ๊ก”พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลาบวช ที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 9 วัน ในเย็นวันนี้ 28 มค.2563

โดยมี ฉายาว่า” สุรเชฏฺฐโพธิ”
แปลว่า ผู้มีปัญญา เครื่องตรัสรู้ซึ่งเจริญที่สุด ด้วยความกล้าหาญ

ทั้งนี้ บิ๊กโจ๊ก ยืนยันว่า ตั้งใจบวช มานาน และเตรียมการล่วงหน้า ในการเตรียมตัว และลาราชการ แล้ว ไม่ใช่ บวชหนีการเมือง แต่เป็นความตั้งใจ ที่จะบวช สักครั้งในชีวิต


ทุเรศมะ ! ทหาร"ดอดเงียบกลับไทย" พวกคุณต้องกลับเป็นกลุ่มสุดท้ายด้วยซ้ำ แต่นี่หลบๆซ่อนๆ ทำไมไม่รอ นศ.ไทยตรวจสอบเสร็จแล้วกลับพร้อมกัน?



คำถามนักข่าวต้นคลิปหายไปนิดนึงนะครับ "ในโซเชียลตั้งคำถามว่า ทหารกลับได้ ทำไมนักศึกษากลับไม่ได้?"

สอง ลำดับความสำคัญในสายตารัฐบาลคือทหารสำคัญกว่าประชาชน และการติดต่อประสานงานกับจีนก็มีจริงแต่คุณเลือกประสานงานให้ทหารกลับก่อนคนไทยในอู่ฮั่น สาม ภาพลักษณ์ที่ทหารพยายามสร้างให้ประชาชนเห็นว่า เป็นฮีโร่ผู้เสียสละ แข็งแรง กล้าหาญไม่กลัวอริราชศัตรู มันปลอมซะยิ่งกว่า fake news

ที่จริงอยากด่าต่ออีกเยอะมากอะแต่พื้นที่หมด คือมันสะท้อนความเฮงซวยของ #รัฐบาลเฮงซวย ได้หลายแง่มุมเลยนะ หนึ่งคือคุณจงใจปกปิดเรื่องนี้ จะเพราะกลัวคนด่าหรืออะไรไม่ทราบได้ แต่นี่ยืนยันแล้วว่ารบ.ไม่ได้บอกทุกเรื่องกับประชาชน (เรื่องนี้ขอยกความดีความชอบให้เจ๊วาส555)

บ่นไปเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะแซะมงแซะมงแซะมงมง @hengsuaycountry
...





Humanity RIP or Survival Instinct ??? องค์การอนามัยโลกแก้ไขความเสี่ยงไวรัสโคโรน่า 2019 จากระดับกลางเป็นระดับสูงแล้ว



แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเจ๊งแล้วครับ เจอไวรัสโคโรน่า ฝนแล้ง ค่าเงินบาทแข็ง และนาย ก คนนี้...


ออกสื่อใหญ่ - Thailand admits it is 'unable to stop the spread' of China's deadly coronavirus as health minister warns more cases are coming


Thailand is 'not able to stop the spread' of the deadly Wuhan coronavirus which has been imported from China, according to a health minister in the country.

With 14 confirmed cases of the disease, Thailand is the worst-affected nation outside of China.

And it became the first one to confirm overseas cases on January 13, before Japan followed suit on January 16.

But health minister Anutin Charnvirakul has reportedly admitted the country cannot stop the virus from spreading because there are so many Chinese travellers there.

Almost 4,600 people have caught the Wuhan coronavirus around the world so far, and 106 have died in China.
...


วันอังคาร, มกราคม 28, 2563

ถามได้ 'ไหวมั้ยบอกมา' "ทั้งที่ส่งออกยังไม่ฟื้น บาทแข็ง ภัยแล้ง ท่องเที่ยวเจอไวรัสโคโรน่า...แบบนี้ไม่รักกันจริงนี่หว่า"


 
“ใจสู้หรือเปล่า ไหวมั้ยบอกมา” ตู่ไปร้องเพลงกับน้องๆ พี่ๆ เตรียมทหาร ครื้นเครง ไม่รู้ถามใคร ถ้าถามนักศึกษากับคนไทยราว ๖๐ ที่อู๋ฮั่นละก็คงได้ว่า ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ อะ ไหวมั้ยไม่รู้สิจะทนได้นานแค่ไหน

ถ้าถามคนไทยในประเทศจำนวนมาก เขาสู้จะไม่ไหวอยู่แล้ว ซ้ำบ่นบอกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คุณแมร่งฟังกันที่ไหน ดังที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ @Pichailive ซัดประยุทธ์ “เพ้อไปแล้ว บอกสภาอุตฯ ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโต ๓.๓-๓.๘%

ทั้งที่ส่งออกยังไม่ฟื้น บาทแข็ง ภัยแล้ง ท่องเที่ยวเจอไวรัสโคโรน่า งบประมาณเจอกดบัตรแทนกัน หนี้ครัวเรือนพุ่ง แล้วจะโตได้ไง แค่ ๒.๕% เท่าปีก่อนยังยาก” โอเค อดีต รมว.อุตสาหกรรมล้ำไปนิด

เนื่องจากแบ๊งค์ชาติเพิ่งชี้เมื่อต้นเดือน “ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๒.% จากเดิมที่คาดการณ์ ๓.% เนื่องจากการชะลอตัวของภาคการส่งออกเป็นสำคัญ” ถึงแม้ตัวเลขที่ว่ายังวางใจไม่ได้อยู่ดี

แบ๊งค์ชาติก็เถอะ ผิดบ่อยเหมือนกัน ชอบประเมินสูงเว่อตามอย่างพวกศิษย์เก่าเตรียมทหาร ดูแต่เมื่อวานพาดหัวไทยรัฐโพนทะนา “หุ้นไทยไข้ขึ้น ร่วงกราวรูด” ผลจากความหวาดผวาของประชากร ต่ออาการระบาดน่าสะพรึงกลัวของไข้หวัดสายพันธุ์โคโรน่าในจีน

“เมื่อเปิดตลาดในช่วงเช้าวันที่ ๒๗ ม.ค. พบว่าดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงรุนแรง และปรับตัวลงต่อเนื่อง (เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ลงไป ๑๔.๑๗ จุด) โดยลงมาต่ำสุดที่ ๑,๕๑๙.๐๓ ลดลง ๕๐.๒๘ จุด ก่อนปิดทำการที่ ๑,๕๒๔.๑๕ จุด”

นั่นคือ “ลดลง ๔๕.๔๐ จุด หรือลดลงร้อยละ ๒.๘๙” โดยมีข้อสังเกตุว่า “ดัชนีลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ ๓ ปี” เช้านี้เอาอีก พอเปิดตลาดก็หล่นลงไปติดลบ ๒.๔๕ จุด ตามข่าวไอเอ็นเอ็นว่า เพราะ “ไวรัสโคโรน่ากดดัน”

ประการสำคัญอย่างยิ่ง ผลกระทบจาก #ไวรัสโคโรน่า โดยตรงต่อไทยก็คือนักท่องเที่ยวจีนลดลงแน่ๆ สมาคมโรงแรมเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้อัตราการจองที่พักจากนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง ๒๐%

ยิ่งเมื่อทางการจีนประกาศยับยั้งกรุ๊ปทัวร์ออกจากประเทศในช่วงวิกฤตโรคระบาด เท่ากับลดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยไปด้วย ในเมื่อนักท่องเที่ยวประเภทนี้มีจำนวน ๖๐% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เข้าไทย


แม้นว่าเวลานี้ทางการไทย พวกตัวเอ้ๆ ทั้งหลาย นายกฯ รมว.สาธารณสุข รมว.ต่างประเทศ ล้วนออกมายืนยันว่า เอาอยู่ยังไม่มีการระบาดสู่คนไทย ผู้ป่วย ๘ รายขณะนี้ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวจีน แม้แต่นักโทษจีนที่ติดอยู่ในคุกไทย ๑๔ คนก็ไม่มีใครป่วย

แต่ที่เขาคุยกันทาง #โซเชียล บอกว่าต้องรอเวลาดูตอนเชื้อไวรัสฟักตัวราวต้นกุมภานี่แหละเสียก่อน เพราะนักท่องเที่ยวจีนที่มาป่วยในไทย (ซึ่งทางการอ้างว่า ๕ คนรักษาหายแล้ว คนหนึ่งกลับไปแล้ว) ส่วนใหญ่จีนยังไม่รับกลับ เหล่านี้เข้ามานานที่สุดเมื่อ ๑๙ มกรา
 
ส่วนนักศึกษาและชาวไทยที่อู๋ฮั่น ไล้ฟ์คลิปวิงวอนขอให้ทางไทยเร่งไปรับกลับ อีกไม่นานอาจจะตายเพราะอดอาหารกัน ผู้นำไทยโดยเฉพาะ ไอทู้บ ตัวดี กลับโยกโย้ อ้างว่าเตรียมเครื่องบินไว้พร้อมหลายวันแล้ว แต่ต้องรอไฟเขียวจากจีนเสียก่อน

ไอทู้บคนนี้บอกว่าทางจีนยังไม่จัดให้เพราะไม่มีคนไทยขอกลับ ถามกระทรวงต่างประเทศก็ว่ายังไม่มีการร้องเรียน แต่พวกที่ออกคลิปวิงวอนยืนยันกับนักข่าว #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ว่า “แทบทุกคนแจ้งสถานทูตไปแล้วว่าอยากกลับบ้าน ทุกคนลำบากและเป็นกังวล”

ไอทู้บอีกแหละดันคุยโวเสียด้วยว่า สั่งการเอาไว้ตั้งเดือนหนึ่งมาแล้ว ชาวบ้านตลึงงันว่านายกฯ คนนี้วิเศษจริงๆ เพราะเพิ่งเกิดข่าวหลุดออกมาจากจีนเมื่อสักสิบกว่าวันนี้เอง ก่อนหน้านั้นทางการจีนพยายามปกปิด แต่ผู้นำไทยรู้ล่วงหน้าเป็นเดือน

เสร็จแล้วกลุ่มคนที่ได้กลับมาจากจีนเป็นคณะทหารเรือ ๒๐ คนที่ไปดูการต่อเรือดำน้ำให้ไทยลำแรกนั่น Wassana Nanuam เขียนข่าวเสียจนเกือบจะเป็นฮีโร่กัน อวดว่าเล็ดลอด ดอดเงียบออกมาได้ ถึงไทยโดยสวัสดิภาพตรวจร่างกายไม่มีใครติดเชื้อสักคน

แต่เมื่อประชาชนพลเรือนได้อ่าน ได้ฟังมากๆ ก็พากันร้องเฮ้ย ทีพวกทหารแค่ไปดูต่อเรือดำน้ำ ไหงรีบทะยอยพากลับมาจน “ครบหมดแล้ว ด้วยเครื่องบินพลเรือน ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ ม.ค. ๖๓” แล้วพวกนักศึกษา ประชาชนล่ะ

ทั่นผู้นัมพ์มีญานทิพย์รู้ล่วงหน้าเป็นเดือนอย่างนี้ น่าจะคิดถึงประชาชน ทะยอยเอากลับมากันเสียก่อน ที่ทางการจีนจะประกาศ ‘locked down’ ห้ามเข้าห้ามออก แบบนี้ไม่รักกันจริงนี่หว่า

รัฐบาลของใคร ? ไหนบอกว่าไม่มีเงินแจกหน้ากาก... ???




รัฐบาลของใครก็จะให้ความสำคัญกับคนนั้นมากกว่า เงินนะมีแต่เลือกว่าให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่า ตอนแจกพระบรมฉายาลักษณ์ไม่เห็นบ่นว่าไม่มีตังค์เลย

มท.มอบ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง พระราชินี 23 ล้านแผ่น ให้ผู้ว่าฯ นำแจก ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1683754

บิ๊กตู่ แนะ ประชาชน อย่ารอรัฐบาลแจกหน้ากาก ใครซื้อได้ ซื้อใส่ไปก่อนเลย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1916001

พวกมึงเริ่มกลัวแล้วใช่ไหม ถึงได้เริ่มหาทางปกป้องตัวเองกันใหญ่ - สภาตรวจเข้ม! ตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าวัดไข้-แจกหน้ากากอนามัย ป้องกัน ไวรัสอู่ฮั่น




พวกมึงเริ่มกลัวแล้วใช่ไหม ถึงได้เริ่มหาทางปกป้องตัวเองกันใหญ่ พวกมึงไม่ยอมเสี่ยง และไม่ต้องการเสี่ยง แต่ทีกับประชาชน มึงหาว่าพวกกูตื่นตูมตื่นตระหนก รัฐมนตรีบอกก็แค่ไข้หวัดชนิดนึงเท่านั้น แล้วสิ่งที่พวกมึงทำก่อนเข้าสภาฯแบบนี้คืออะไร ??

พวกกูประชาชาชนก็กลัวเหมือนกัน แต่พวกกูต้องช่วยตัวเองต้องปกป้องตัวเองกันเอง มีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี เอาแต่โกหกพวกกู เอาแต่ปิดบังพวกกู ที่ผ่านๆมาไม่คิดจะทำไม่คิดจะคัดจะกรองคนเข้าประเทศแบบที่พวกมึงทำที่รัฐสภาฯและที่ทำเนียบ #เพื่อลดความเสี่ยงให้ประชาชน เลย ปล่อยให้พวกกูประชาชนตาดำๆตกอยู่ในความเสี่ยงตลอดมา ..

ปล่อยประชาชนเสี่ยงวาสนากันตามยถากรรม กูเจ็บใจปวดใจจริงๆ แม้นแต่หน้ากากอนามัยอันละไม่กี่ตังค์ รัฐก็ไม่ยอมแจก #มึงแจกแต่เฉพาะพวกชนชั้นปกครองด้วยกันเองเท่านั้น ทั้งๆที่นักการเมืองในสภาทุกตัว มีรายได้เป็นแสนทั้งนั้น แต่กับประชาชนมึงไม่ยอมแจกไม่ยอมให้ ทุกวันนี้ นาทีนี้พวกมึงรู้กันบ้างไหมว่า หน้ากากอนามัยทุกแบบแทบหมดตลาดแล้ว ประชาชนหาซื้อกันแทบไม่ได้แล้ว ไอ่พวกระยำเอ๊ยยย มึงรู้บ้างมั้ย !!

ข้อเท็จจริงข่าวสารอันเป็นจริงในสิ่งที่รัฐจะทำก็ไม่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนรู้ มาตรการอันใดที่เป็นส่วนกลางแห่งชาติก็ไม่มีเป็นรูปธรรม ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างสั่ง ต่างคนต่างความเห็น หมอพูดอย่างนึง อธิบดีกรมควบคุมพูดอีกอย่างนึง รัฐมนตรีสธ.พูดอีกอย่างนึง แบบนี้แล้วประชาชนอย่างพวกกูต้องฟังใคร ?? ประชาชนอย่างพวกกูต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ??

รัฐบาลบริหารความเสี่ยงเป็นไหม บริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเป็นไหม บริหารจัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางการแพทย์เป็นไหม ?? วปอ.วปรอ.ที่พวกมึงแย่งกันหัวสั่นอยากเข้าไปเรียนๆกันมา อยากได้เข็มมาติดอกนั่นน่ะ เค้าเคยสอนผู้บริหารระดับสูง สอนนักการเมือง สอนข้าราชการระดับสูงไว้อย่างไร พวกมึงจำได้ไหม ไปหยิบตำรามากางดูได้เลย ถ้าไม่มีเรื่องพวกนี้สอนอยู่ มากระทืบกูได้เลย เพราะพวกกูเขียนเองกับมือเพื่อสอนพวกมึงไง สอนให้รู้ ให้จดให้จำขั้นตอน วิธีการ สำหรับผู้บริหารรัฐระดับสูง สำหรับการเผชิญเหตุทางความมั่นคงพวกนั้นไง ??

ประชาชนเสี่ยงช่างแม่ง!! แต่นักการเมืองเสี่ยงไม่ได้ ชนชั้นปกครองเสี่ยงไม่ได้ ประชาชนอย่างพวกกูกำลังคิดอยู่ว่า #กูมีรัฐบาลไว้ทำไม ??

#รัฐบาลเฮงซวย 😤


โดนจัดหนัก เสียงสะท้อนของประชาชนที่ฟังนายกฯ อ่านแถลงการณ์...







วิธีสู้วิกฤติไข้หวัดนกในปี2548 ยุคดร.ทักษิณ ชินวัตร





วิธีสู้วิกฤติไข้หวัดนกในปี2548 ในยุคดร.ทักษิณ ชินวัตร
-------------------------------------

1.จัดการเสวนาให้ความรู้กับสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้สื่อมวลชนมีความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดนก แล้วเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบ

2.ในระยะสั้น สั่งยาไข้หวัดนก ทามิฟลู 660,000แคปซูล ซึ่งเป็นยารักษาไข้หวัดนกที่ดีที่สุด และตั้งใจจะสะต๊อกยาชนิดนี้ในปี2549-2550 เป็น1,000,000แคปซูล

3.เนื่องจากยาทามิฟลูต้องสั่งจองจากต่างประเทศ ทำให้ล่าช้าในการสั่งซื้อ ในระยะยาวจะส่งเสริมให้ประเทศไทยผลิตเองได้ โดยให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ผลิต และให้ขึ้นทะเบียนได้ในตค.2549 (ตอนนี้มีหรือยังไม่แน่ใจเพราะโดนรัฐประหารก่อนในกย.2549)

4.จัดเตรียมอุปกรณ์เทสคิส ทดสอบไข้หวัดใหญ่37,000ชุดกระจายตามจังหวัดต่างๆ และ เตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 200,000โด๊ส ฉีดแล้วมีภูมิคุ้มกัน1ปี (ตั้งใจจะเพิ่มสะต๊อกเป็น300,000โด๊สในปี2549-2550)

5.ต่อจากข้อ4 วัคซีนดังกล่าว จะเน้นฉีดให้แพทย์ พยาบาล ผู้เลี้ยงไก่ ผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดไข้หวัดนก โดยกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ อนุมัติงบกลางเรียบร้อยแล้วผ่านสภา 150,000 โด๊ส

6. ส่วนวัคซีนที่ป้องกันไข้หวัดนกในคน ยังประสานงานกับญี่ปุ่นอยู่ ใช้เวลาประมาณ2-3ปีในการทดสอบ ถ้าทดสอบสำเร็จจะได้ใช้ในปี2550-2552 (ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันมีแล้วหรือไม่)

7.หลังจากนี้ รัฐดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับระบบฟาร์มปิดเพื่อให้เกษตรกรเน้นการเลี้ยงสัตว์แบบฟาร์มปิดมากขึ้น โดยวิธีดังกล่าวจะทำให้มูลค่าของสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย

8.นอกจากมีมาตรการในประเทศแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน โดยการส่งวัคซีนเข้าไปช่วย และส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไป พร้อมทั้งในประเทศไทยนั้นจะใช้ระบบเอกซเรย์ในเชิงรุก โดยไม่ให้เกิดปัญหาก่อน

9.ใครมีข้อมูล เอามาแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมหน่อยน้าา
บทความทั้งหมดอ้างอิงจาก

https://mgronline.com/qol/detail/9480000144301

ขอบคุณการสรุปจากมิตรสหายในทวิตเตอร์
#ไข้หวัดนก #รัฐบาลเฮงซวย #ไวรัสโคโรน่า

..