วันอังคาร, กรกฎาคม 29, 2557

เปิดใจพนักงาน 'ควีนปาร์ค' เมื่อรู้ชะตากรรม กำลังถูกลอยเเพ - เจ้าของธุรกิจโรงแรมขอร้องให้ผ่อนคลายกฎอัยการศึก


ที่มา สำนักข่าวอิศรา

“เข้าใจนะว่า โรงแรมต้องการที่จะเจริญเติบโตทางธุรกิจ แต่ที่จริงก็ปิดปรับปรุงบางส่วนแล้วยังจ้างพนักงานอยู่ก็ได้ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่ความพอใจของผู้บริหาร ป้าไม่โกรธไม่ได้แค้น ”

“อย่าให้ผมเล่าเลยครับว่า รู้สึกอย่างไรในวันที่ได้ยินว่าจะถูกเลิกจ้างในวันแรก พูดไม่ออก ผมทำงานที่นี่มา13 ปี ผูกพันมานาน เงินเดือนที่นี่ก็ไม่ได้สูงมากแต่เราก็ยังอยู่”

นี่คือเสียงแรกของพนักงานโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ภายหลังจากที่ได้รับทราบว่าบริษัททีซีซี โฮเทล แอสเสท แมนเนจเม้นท์ จำกัด มีนโยบายปิดปรับปรุงโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค เกือบ 2 ปี และเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ ไปอยู่ภายใต้เครือแมริออท และอาจมีการเลิกจ้างพนักงานโรงแรมอิมพีเรียลฯ จำนวน 800 คน

เขาสมัครงานทิ้งไว้แล้ว 3-4 แห่งแล้ว ยิ่งเมื่อรู้ข่าวว่า ตัวเองจะต้องออกจากงานในวันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันนี้ยังไม่มีที่ไหนสักแห่งเรียกเข้าไปสัมภาษณ์สักที

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาต้องมานั่งกรอกใบสมัครงานทิ้งไว้ โดยหวังว่าจะได้งานทันที่ตัวเองถูกเลิกจ้าง แต่หากโชคไม่ดีต้องตกงาน เงินชดเชยที่จะได้ตอบแทน ก็คงเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะใช้ปะทังชีวิตและสู้หางานไปเรื่อยๆ

"คนที่อายุงาน 10 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ก็จะได้เงินชดเชยกันหลักแสนขึ้นทุกคนก็คงจะเอาเงินตรงนี้มาใช้กันก่อน หากยังไม่ได้งาน" เขาคุยไป ถอนหายใจไป ขณะที่มือก็ง่วนอยู่กับการกรอกประวัติลงในใบสมัครงาน

ช่วงสายๆ ของวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ได้มีการจัดงาน Job fair ขึ้นเพื่อให้พนักงานได้มองหาช่องทางอื่น หลังจากถูกเลิกจ้าง ซึ่งมีบริษัทธุรกิจโรงแรมให้ความร่วมมือเข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 20 แห่ง


ทันที่ที่ก้าวเท้าย่างเข้าโรงแรมแห่งนี้ สิ่งที่เห็นไม่ใช่หน้าตาที่เศร้าหมองของพนักงาน แต่คือใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับการให้บริการอย่างเป็นมิตร ซึ่งหากไม่ทราบข่าวมาก่อนหน้านี้ ใครเลยจะคิด พนักงานบริการเหล่านี้ ส่วนหนึ่งกำลังถูกลอยแพในเวลาไม่ช้า

ยิ่งเมื่อเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ของโรงแรมฯ สิ่งที่เห็นคือเหล่าพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟ เบล์บอย พ่อครัว ต่างนั่งรวมตัวกันหน้าลานชั้น 2 ก้มหน้าก้มตากรอกใบสมัครกันอย่างคึกคักด้วยความหวังว่าพวกเขาจะได้งานทำ เปลี่ยนข่าวร้ายให้เป็นข่าวดี จากงาน Job fair ครั้งนี้

พนักงานเสิร์ฟ วัย 25 ปี ที่ทำงานที่นี่มากว่า 3 ปี เล่าให้เราฟังพร้อมนั่งเขียนใบสมัครไปด้วยว่า เธอมีโอกาสทำงานที่นี่ถึงเดือนสิงหาคม

"ตอนนี้ก็ยังไม่ได้งานที่ไหน เพิ่งจะทำการสมัครงานภายในงานนี้ และหากต้องออกจากงานในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม และยังไม่ได้งาน ก็จะยังคงหางานต่อไปเรื่อยๆ พยายามใช้เงินชดเชยที่ได้ให้คุ้มที่สุด"

เมื่อถามถึงเงินชดเชย ที่บริษัทฯ จะให้ เธอบอกว่า “เงินชดเชยได้ไม่เท่ากันหรอกอยู่ที่อายุงาน ใครอยู่นานเงินเดือนสูงก็ได้กันเป็นแสน แต่อย่างของหนูไม่ถึงหรอกเพราะอายุงานน้อย เขาก็ให้ตามกฎหมายกำหนด”

ตำแหน่งสูงขึ้นมาหน่อย หัวหน้างานของพนักงานเสิร์ฟ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทุกคนก็หวังที่จะได้งานจาก Job fair ครั้งนี้ ส่วนเงินที่จะมีการขอเพิ่มเติมตอนนี้ก็ไม่มีความคืบหน้า เราไม่หวังว่าจะได้แล้ว เนื่องจากไม่มีใครเป็นแกนนำหลัก อย่างคนที่วุฒิการศึกษาสูงๆ เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะเขามีทางเลือก ขณะที่บางคนก็มีธุรกิจอาชีพทำ คนที่จะเดือนร้อนส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มแม่บ้าน เบล์บอยที่อายุมากและวุฒิการศึกษาน้อยๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว


คนสุดท้ายที่ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา ไปพูดคุยด้วย แม่บ้านวัย 52 ปี ที่ทำงานมานานกว่า 20 ปี บอกว่า ตอนแรกก็ยอมรับไม่ได้ที่อยู่ๆ จะต้องออกจากงาน เพราะมีภาระทางบ้านที่ต้องดูแล ลูกสาวคนโตเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 ส่วนคนเล็กก็กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หากเธอยังทำงานลูกๆ ของเธอก็จะได้ไม่ลำบากเรื่องทุนการศึกษา

"ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะทำอย่างไรดี เพราะอายุก็มากแล้ว หางานทำลำบาก" เธอบอกถึงสิ่งที่อัดอั้นข้างใน และว่า "ป้าเข้าใจนะว่าโรงแรมต้องการที่จะเจริญเติบโตทางธุรกิจ แต่ที่จริงก็ปิดปรับปรุงบางส่วนแล้วยังจ้างพนักงานอยู่ก็ได้ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่ความพอใจของผู้บริหาร ป้าไม่โกรธไม่ได้แค้น แต่เราก็พยายามเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ใครๆ ก็ต้องการความเจริญรุ่งเรือง”

ส่วนเงินชดเชยที่แม่บ้านวัย 52 ปีคนนี้ได้ จากการต้องออกจากงานครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท แต่เธอคิดว่า ไม่คุ้มกับการถูกเลิกจ้าง เพราะหากเธอทำงานต่อไปจนอายุ60 ปี เธอจะมีรายได้มากกว่าเงินชดเชยที่ได้รับ

แม้จะมีพนักงานหลายคนลุกขึ้นมาเรียกร้องขอเงินชดเชยเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะไม่มีแกนนำที่ชัดเจน เนื่องจากหลายคนที่ลุกขึ้นมาคัดค้านหรือเรียกร้องสิทธิมักถูกผู้บริหารเรียกไปพบ

“พนักงานส่วนใหญ่กลัวจะมีผลกระทบต่อการได้รับเงินชดเชยทุกคนเลยตกอยู่ในสภาวะจำยอมคือทำอะไรไม่ได้แล้ว ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาทำอะไรแล้ว บางคนเขาก็ไม่ได้เดือนร้อน เรียกว่าจำยอมแบบจำใจที่จะต้องตกงาน”

เธอ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จริงๆแล้วพนักงานที่นี่ทำงานดีทุกคน มีประสิทธิภาพทุกคน แม้ว่าจะอายุมากแล้วก็ตาม อย่างตัวเธอเองอายุ 52 ปี แต่ก็ยังแข็งแรงและทำงานได้ไม่แพ้คนอายุ 30 แต่เวลาสมัครงานส่วนใหญ่พอเห็นแค่อายุยังไม่ได้มีการพูดคุย ก็มักจะถูกปฏิเสธก่อนอยู่แล้ว เพราะคิดว่าคนอายุมากจะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆ ที่จริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

ก่อนจากไป เธอตั้งความหวังถึงการสมัครงานว่า จะได้รับโอกาสสักที คงมีที่ไหนสักแห่งมองข้ามเรื่องอายุของเธอไป



นอกจากนี้โลกโซเชียลมีเดียอย่างเฟชบุ๊ก ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งเป็นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของพนักงาน หลายคนตกอยู่ในสภาวะจำยอม และต้องทนรับชะตากรรม กำลังกลายเป็นผู้ตกงานในไม่ช้า

แม้ผู้บริหารระดับสูง หรือนายทุนจะไม่ยอมฟังข้อเรียกร้อง เราลองไปฟังเสียงคนเล็กคนน้อยสักนิด...

"ครั้งหนึ่ง..ที่นี้เปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่น..แต่ตอนนี้..เขาไม่ตอ้งการลูกๆ 700 กว่่าคน เขาตีค่าลูกๆ 700 กว่าชีวิตดว้ยเศษเงินของเขา..เสียดายเวลา...แทบทั้งชีวิตที่ทุ่มเทไปกับ.บ้านหลังนี้"

"มองจากบนตึกที่เราทำงานยังมีตึกที่ต่ำกว่าอีกมากมายต่อจากนี้ไปไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาสัมผัสอีกไหมนะ"

"ลองทำตัวเป็นคนตกงานดูสามวันมันก็สบายดีเหมือนกันนะนั่งๆนอนๆดูทีวีอยู่หน้าคอมฯถึงเวลากินก็กินได้เวลาไปรับลูกกลับจากโรงเรียนก็ไปแต่ถ้านานๆไปจะมีความรู้สึกอย่างไรไม่รู้เพราะนี่เป็นแค่การทดลอง 5 แต่ก็คงอีกไม่นานคุณๆก็จะได้สัมผัสกันบ้างสักระยะนะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย"

"ทำงานมา10กว่าปีโรงแรมปิดทั้งที่ได้แค่หมื่นห้า"

"อีก 3เดือนข้างโ่รงแรมนี้จะปิดแล้ว ไม่น่าทำกับพนักงานแบบนี้เลย"

"เมื่อวันที่ 17 ก.ค เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าใจค่ะ มีเพื่อนพนักงานท่านหนึ่ง ช็อคเมื่อได้ยินว่า วันนี้เขาต้องทำงานเป็นวันสุดท้ายแล้ว ทั้งๆที่ กำหนดจริงคือ 15 ส.ค. แต่ทางบริษัท ทีซีซี บังคับให้เขาหยุดโดยการใช้วันลาพักร้อนที่เหลือทั้งหมด เขาร้องไห้ เดินเหมือนคนไร้ชีวิต เพื่อนต้องเรียกสติกลับมา สักพักเขาก็ร้องไห้ จนหลับไปเอง คิดดูว่า ถ้าเขาคิดสั้นทำอะไรไป ลูกชายที่ยังเล็กจะทำเช่นไร นั่งมองแล้วมองอีกมันเป็นความผิดของใครกัน"

"กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงแรมแห่งหนึ่งที่กำลังจะปิดกิจการเพื่อปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์ในการบริหาร โดยการลอยแพพนักงานอย่างมโหฬารเป็นประวัติศาสตร์ เห็นมีแต่พนักงาน ST level - Supervisor level และ Management บางท่าน ที่ช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มอบคำปลอบประโลม หาหนทางสารพัดในการเผชิญปัญหาตกงาน / อนาคตมืดมิด / ครอบครัวคล้ายจะล่มสลาย ให้กับพนักงานที่ต้องจำนนต่อเหตุการณ์ "

บางครั้งเราก็มองความทุกข์ยากของคนอื่นเป็นเรื่องไกลตัวและหลายคนคิดว่าเงินจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องแต่นั่นก็อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องและเป็นธรรมเสมอไป
...

เรื่องเกี่ยวเนื่อง...

Hotel body urges martial law easing

Average occupancy rates plummet in June

Thailand's hotel industry is not expected to recover by the start of the high season in October if martial law remains in effect, says the Thai Hotels Association (THA).

Source: Bangkok Post

วันจันทร์, กรกฎาคม 28, 2557

คสช.: ทหารให้ความสำคัญเรื่องสิทธิ...


ที่มา บีบีซีไทย

"ประยุทธ์"ขอความเห็นใจระบุใช้อำนาจอย่างระวังแล้ว ชี้กำลังเตรียมตั้งกรรมการดูแลเรื่องสิทธิ แต่ในวันเดียวกันกลุ่มฮิวแมนไรซ์วอชออกแถลงการณ์ใหม่ หนนี้วิจารณ์รธน.ให้อำนาจคสช.มากไปไม่มีมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิ

ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในเนื้อหาของรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ประจำวันที่ 25 กค. ในเนื้อหารายการที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องราวต่างๆหลากหลายคล้ายการรายงานสรุปความคืบหน้าของสถานการณ์ต่างๆ มีหลายครั้งที่หัวหน้าคณะคสช.เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าใจเจตนาของคสช. ความจำเป็นของการทำงานที่อาจจะกระทบกระทั่งพร้อมขอความร่วมมือ โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงออกของสื่อ

แต่ในขณะที่หัวหน้าคณะคสช.กล่าวถึงเรื่องนี้ กลุ่มรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนในสหรัฐคือฮิวแมนไรซ์วอชก็ได้ออกแถลงการณ์ฉบับใหม่ วิจารณ์รัฐธรรมนูญชั่วคราว ว่าให้อำนาจทหารมากเกินและไม่มีมาตรการรับมือหากมีละเมิดสิทธิหรือมาตรการลงโทษ

ในแถลงการณ์เรื่อง “ประเทศไทย:รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้อำนาจอย่างกว้างขวาง” ฮิวแมนไรซ์ ระบุว่ามีหลายประเด็นที่น่าห่วงในรธน.ฉบับนี้ เพราะโดยรวมแล้วเป็นการให้อำนาจทหารมาก และเป็นรธน.ที่ออกโดยไม่ผ่านการกระบวนการหารือกับสาธารณะเลย นายแบรด อดัมส์ แห่งกลุ่มฮิวเมนไรซ์บอกว่า รธน.ฉบับนี้มีเนื้อหาอ่อนมากในเรื่องการคุ้มครองสิทธิ อนุญาตให้คสช.ดำเนินการต่างๆได้โดยไม่มีมาตรการตรวจสอบดังนั้นหากละเมิดสิทธิไปแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ “แม้มาตรา 4 จะให้การยอมรับอย่างกว้างๆต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพตามประเพณีประชาธิปไตยและพันธะกรณีระหว่างประเทศ แต่คสช.มีอำนาจตามมาตรา 44 และ 47ในการจำกัด ระงับหรือยับยั้งการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน”

ฮิวแมนไรซ์วอชหยิบยกมาตราที่ 44 มาพูดถึงค่อนข้างมากในแถลงการณ์โดยบอกว่าเป็นมาตราที่ให้อำนาจคสช.สั่งระงับยับยั้งการกระทำใดๆ “ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหารหรือในทางตุลาการ”

มาตรการตรวจสอบเอาผิดในกรณีมีการละเมิดกลับไปอยู่ที่พันธะกรณีกับต่างประเทศ โดยฮิวแมนไรซ์วอชบอกว่า แม้ว่าในรธน.จะระบุไว้ในมาตรา 48 ให้นิรโทษกรรมคสช. แต่กฎหมายระหว่างประเทศรับรองสิทธิในการที่ผู้ที่ถูกละเมิดและจะได้รับการเยียวยา ทั้งรัฐบาลยังจะต้องสอบสวนข้อกล่าวหาในกรณีที่มีการละเมิดอย่างร้ายแรงรวมทั้งต้องดำเนินคดีด้วย

ก่อนหน้านี้กระทรวงต่างประเทศได้ออกมาแถลงโต้ฮิวแมนไรซ์วอชเรื่องการออกแถลงวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสิทธิมนุษยชนของไทย โดยระบุว่าเป็นการใช้ข้อมูลเก่า

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ก็กล่าวในรายการวันนี้ว่า จนท.ได้เชิญผู้แทนขององค์การนิรโทษกรรมสากลไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องประเด็นสิทธิมนุษยชนตลอดไปจนถึงเรื่องการดูแลปัญหาแรงงานต่างด้าว พร้อมกับบอกว่า หลังพูดคุยผู้แทนของนิรโทษกรรมสากลเข้าใจ มีท่าทีเห็นด้วย และมีทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานของคสช.

พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาไม่น้อยในการหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นพูดหลายตอนในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” สิ่งหนึ่งที่ย้ำตลอดรายการคือการที่บอกว่าคสช.ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างมาก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ

“วันนี้คสช.อยากจะเรียนให้ต่างประเทศเข้าใจว่า เรามิได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงแต่ประการใด เราไม่มีนโยบายให้เกิดกรณีการทำร้าย ทารุณอย่างรุนแรงต่อศักดิ์ศรีมนุษย์ การฆ่า การทรมาน”

อย่างไรก็ตาม หน.คณะคสช.เตือนว่า ในการทำงานต้องมีผลกระทบด้วย “แต่ในสภาวะไม่ปกติเช่นนี้ เราคงมีความจำเป็นในบางเรื่องที่อาจจะส่งผลกระทบอยู่บ้างต่อสิทธิ์ของประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างเรื่องของสื่อ ที่กำหนดให้สื่อมีความระมัดระวังในการเสนอข่าว ซึ่งในเรื่องของสื่อนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังขนายความด้วยว่า คสช.มิได้มีเจตนาเข้าไปควบคุมสื่อ แต่สื่อต้องทำงานอย่างระมัดระวังตัวเอง

“หากท่านไม่ได้มีเจตนาให้ร้าย วิพากษ์วิจารณ์เกินกว่าเหตุ เจตานาไม่บริสุทธิ์ ก็คงไม่มีใครไปทำอะไรท่านได้”

“ขอให้ผู้รับผิดชอบแต่ละสมาคมได้ดูแลกัน อย่าให้มีการล่วงละเมิดโดยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่เป็นจริง หรือให้ข่าวโดยไม่มีหลักฐาน”

ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนที่คสช.ถูกตำหนิมากด้วยคือเรื่องการจัดการกับผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คสช.ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลก แต่ที่แปลกก็คือตลอดเวลาที่ผ่านมาซึ่งมีปัญหาโดยตลอดทุกมิติทำให้ข้าราชการทำงานได้ยากและมีปัญหาความปลอดภัยของประชาชน จนคสช.พยายามเข้ามาแก้ไข “ควรจะไปหาว่าใครทำให้เกิดสถานการณ์เหล่านั้นมากกว่า หากท่านประณามเรา เราเข้ามาแก้ไข ไม่น่าจะถูกต้องเท่าไหร่ ก็ขอความเป็นธรรมด้วย”

พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันหลายครั้งว่าคสช.มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่มีเจตนาคงไว้ซึ่งอำนาจ พร้อมกับเรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับคสช.

“ทุกพวกทุกฝ่ายน่าจะร่วมมือกับคสช.ในการทำงาน อย่ามองเฉพาะประชาธิปไตยอย่างเดียว ถ้ามองเฉพาะเรื่องนั้นจะไปเรื่องอื่นไม่ได้”

หัวหน้าคณะคสช.บอกว่าสิ่งที่คสช.ทำในวันนี้เป็นความพยายามจะลดความรุนแรง ด้วยการให้พบปะและหารือกัน ในเนื้อหาที่น่าจะต้องการสื่อสารกับบรรดาผู้สนับสนุนคสช.แต่ยังไม่พอใจกับการทำงานเพราะเห็นว่าขาดความเด็ดขาดในการจัดการคนบางกลุ่มบางพวก พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า สำหรับผู้ที่กระทำผิดก็ต้องผ่านการดำเนินคดี คสช.เองไม่มุ่งหวังทำลายล้างใคร

“หากเราไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมปกติดำเนินการ คงมีข้อขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก วันนี้ถ้าเราต้องการจะทำลายจริง เราคงลงโทษไปแล้วฐานะเป็นรัฐฐาธิปัตย์ซึ่งมีอำนาจมากมาย แต่เราไม่ได้ใช้ บางพวกว่าไม่ใช้ ผมถามกลับว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ถ้ากระบวนการยุติธรรมปกติไม่ได้สอบสวน อย่าใช้ความรู้สึกอย่างเดียวเพราะวันข้างหน้าต้องอยู่ร่วมกันอีก”

คำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ในการออกอากาศ นอกจากขอความเป็นธรรมและความเข้าใจแล้วยังขอให้ประชาชนระงับการเคลื่อนไหวต่อต้าน “คราวนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่จะต้องร่วมมือกันให้ได้มากที่สุด และถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของประเทศไทย กรุณาอย่าเรียกร้องอะไรกันมากนัก” และในช่วงท้ายยังมีการขอบคุณบรรดาแกนนำม๊อบ “ที่ยุติการเคลื่อนไหวไปทำกิจกรรมส่วนตัว พักผ่อนออกกำลังกาย ดูแลครอบครัวประกอบอาชีพและเตรียมตนเองในเรืองการปฏิรูป” พร้อมแสดงความหวังด้วยว่าจะได้รับความร่วมมือด้วยดีต่อไปในอนาคต

Comments:

พูดสวนทางกับการกระทำมากครับท่าน

อำนาจเหมือนไฟ ยิ่งใช้มาก ยิ่งร้อนมาก/คนใช้อำนาจอย่างไม่มีเหตุผล แต่กลับอ้างว่าใช้อย่างมีเหตุผล เห็นแก่ตัวเองและพวก อำนาจจะร้อนและเผาไหม้ตัวเองและพวก ในที่สุด

พูดสวนทางกับการกระทำมาก//// ผมจะไม่ยึดอำนาจ..ประยุดเคยกล่าวไว้ !!!

ถ้าคุณทำตามกฏหมาย ปฏิบัติตามกฏหมายไม่แหกกฏหมาย แต่แรก บ้านเมืองมันคงดำเนินไปตามบริบทของมัน ไม่รู้จะรัฐหารไปทำไม ทำตามกฏหมาย มีม๊อบก็สลาย ใครทำผิดกฏหายก็ว่าไปตามนั้น ไม่ใช้เอ๊ะอะก็รัฐประหารแล้วเมื่อไรประเทศจะเดินหน้าจริงๆ

ล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญ กักขัง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เพื่อให้ประชาธิปไตยประเทศไทยเข้มแข็ง//ช็อค แพ๊บ....

อำนาจเมื่อเสพแล้วจะห้ามตัวเองได้ยากแม้นแต่คำพูดของตัวเองก็ลืมได้

ประเทศนี้ไม่ใช่ของลุงตู่คนเดียวนะครัช ถามประชาชนส่วนใหญ่รึยัง?

การกระทำกับคำพูดสวยหรู มันช่างสวนทางกัน ละอายเป็นมั้ย นี่หรือผู้นำ นี่หรือคนมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี

ผมจะไมืนิรโทษกรรมตัวเองรวมถึงคณะ แล้วม.48 มันแปลว่าอะไร

ใครเอ่ย การกระทำตรงข้ามกับคำพูด

ถ้าให้เลือกตั้งก่อน แล้วมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ท่านคงไม่ต้องออกมาแก้ข่าวอยู่แบบนี้

ละครหลงโรงพระเอกหลงจอ5555

ผมจะไม่ยึดอำนาจ.../// ใครไม่รู้เคยกล่าวไว้ !!!

มันไม่ใช่พัฒนาการของประชาธิปไตยแต่เป็นการเห็นแก่ตัวและอำนาจของคนกลุ่มนี้ ให้ได้มาซึ่งจุดประสงด์รักษาไว้ในเผด็จการ ไม่อยากเปลี่ยนขั้วอำนาจที่แท้จริง ต้องการคลายความเข็มแข็งแห่งประชาธิไตยให้อ่อนลง กระจายผลประโยชน์และอำนาจให้พวกตน ไม่ใช่ชายชาติทหารที่ตายในสนามรบ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายในระบอบประชาธิปไตย ทั้งหมดทำมาเพื่อเผด็จการเปลี่ยนรูป

นางอมรา ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นอมสาก แล้วค่ะ

ใหญ่ในกะลา

นี่ใช้อำนาจอย่างระวังแล้วเหรอ? แล้วไม่ทราบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทยที่นำโดยนางอมราทำอะไรบ้างเหรอครับ ไม่เห็นจะมีบทบาทหรือหน้าที่อะไรเลย

คำเชื่อของ คสช.ไม่น่าเชื่อถือจากคำประกาศของผู้นำก่อนปฏิวัติรัฐประหาร สรุป เสือ จระเข้ งูเหลือม เลี้ยงยังไงก็กัดกินเจ้าของ ประชาชนและประเทศไทยเช่นกัน

ทุบโต๊ะ แล้วความขัดแย้งจะหมดไป เจ็บมื่อเปล่า ครับท่าน

ชอบพูดใครหลบหนีให้มามอบตัวซะ เรา คสช. ให้ความยุติธรรม ( สัส )

รธน.นี้ให้ต่างชาติดูคงมีแต่ขำกลิ้ง มีที่ไหนอำนาจล้นฟ้าไร้การตรวจสอบขนาดนี้ แต่เราโดนปืนจ่อ จะต่อต้านก็ลำบาก

รัฐประหารไม่ใช่ทางออก ใครก็ไม่รู้กล่าวเอาไว้

ประยุทธ์อย่าผายลมทางปาก

แค่รัฐธรรมนูญ คุณก็กำจัดไม่ให้คู่ขัดแย้งเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว เงื่อนไขของ สนช. สมาชิกสภาปฏิรูป คือไม่เคย ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หมายถึง กรรมการบริหารพรรค ทรท พปช. ทั้งหมด ที่ถือเป็นส่วนสำคัญของปัญหา ไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาได้ -*-

นี่ขนาดใช้อย่างระวังนะนี่ ถ้าไม่ระวังจะแค่ไหน

ระบอบประชาธิปไตยคือตรวจสอบได้ในสภา อย่างนี้ทำ no confidence motion ไม่น่าจะได้ครับ

แก้ตัวนะเนี่ย

จัดงานวันเกิดยังไม่ได้เลยบ้าอำนาจไปแล้ว

ขอบอกเลยว่า คสช มีเจตนารวบอำนาจ ริดรอนสิทธิประชาชน

เหงาจัง เบ้ย จัดงานวันเกิดก็ไม่ได้..อิอิ

กบฏ กุมอำนาจในประเทศ

นี่ละเขาว่ามึอถึอสากปากถึอสีน 5555

หราาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน
ห้ามสุริยะแสงจันทร์ ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า

คนผิดจริงไม่ใช่ท่าน แต่เป็นคนที่สั่งให้ท่านทำ...ตาสว่างครับ

ตอนนี้ คสช. เป็นเจ้าชีวิตของคนทุกคนในประเทศนี้นะครัช ในฐานะรัฐาธิปัตย์ ท่านผู้นำอันเป็นที่รักจะยิงท่านทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้แต่ท่านก็ไม่ทำ ท่านมีเมตตามากนะ เกิดมายังไม่เคยพบเคยเปรี่ยมด้วยเมตตาเช่นนี้ พูดแล้วน้ำตาจิไหล

พฤติกรรมพวกกบฏ เป็นอย่างที่คุณ"ค้างคาว กอธแธม"เปรียบเทียบไม่มีเพี้ยน

อำนาจเป็นสิ่งหอมหวานของคน ที่อยากมีอำนาจ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกมากเกินไป เรียกว่าบ้าอำนาจ ระวังอำนาจจะเผ่าตัวเอง ผลของการบ้าอำนาจนำไปสู่ความเสื่อม การกระทำอยู่นี้รวมอำนาจไว้ที่ตัวเองเพียงคนเดียว ประเทศประกอบไปด้วยประชาชน ทุกคนมีสิทธิ์เสรีภาพ ในชีวิต ในความคิด จะมากด บังคับเขาไม่ได้ ระวังความอึดอัดมันจะระเบิดนะ

เชื่อลูกเกิดก็เป็นลิง

มันรู้จริงๆหรึอเรียงสิทธิคน

พวกปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ

ชงเอง กินเอง อร่อยกว่าเยอะ ลองดูดิ้

ผมจะไม่รํฐประหาร...ผมจะไม่นิรโทษกรรมตัวเอง...แมวที่ไหนหว๋าาาา...ผายลมออกมา

ไอ้หยา...ประเทศนี้ต้องให้ทหารมานำปฏิรูปการศึกษา...


เห็นข่าวนี้แล้วหัวร่อด้วยความสมเพช ประเทศนี้ต้องให้ทหารมานำปฏิรูปการศึกษา

เรามีผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการศึกษา ที่มีสติปัญญามากกว่าพลเอกของกองทัพไทยเป็นพันเป็นหมื่นคนมั้ง แต่ต้องให้ทหารมานำ ทหารรู้เรื่องไรวะ ทหารมันเรียนหนังสือเพื่อเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้นเอง ไม่ได้เรียนเพื่อมีความคิดสร้างสรรค์

นี่คือตัวอย่างของการปิดซ่อมประเทศ

ประเทศมีปัญหา เปรียบเหมือนบริษัทที่ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์เสีย แต่เอา "ยาม" มาซ่อม เพียงเพราะยามมีอาวุธ สั่งให้ผู้บริหารผู้ถือหุ้นทั้งหมดอยู่เฉยๆ เดี๋ยวยามจะซ่อมโปรแกรมให้เอง

ใบตองแห้งประชาไท
...

เรื่องเกี่ยวข้อง...

กลาโหม รับฟังความเห็นปฏิรูปการศึกษา แก้ล้าหลัง ด้อยคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ



วันที่ 27กรกฎาคม ที่ห้องพินิตประชานาถ กระทรวงกลาโหม พล.ร.อ. ชุมนุม อาจวงศ์ หัวหน้าคณะเตรียมการปฏิรูป ได้เป็นผู้แทนพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหมอในการเปิดงานประชุมเชิงปฏิบัติการสมัชชาการศึกษา ครั้งที่ 3 โดยได้รับการร่วมมือจากเครือข่ายยุวทัศน์กรุงเทพฯ ในฐานะเครือข่ายเยาวชนปฏิบัติงานด้านการปฏิรูปการศึกษา และคณะเตรียมการปฏิรูป โดยมีเยาวชนมาเข้าร่วมงานจำนวนหนึ่ง

พล.ร.อ. ชุมนุม กล่าวในพิธีเปิดว่า การที่ให้เยาวชนนักศึกษามาแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปการศึกษานั้น ทางพล.อ.สุรศักดิ์ เล็งเห็นว่าการปฏิรูปด้านการศึกษา ควรเริ่มจากเยาวชนทั้งหลายเป็นศูนย์กลางสำคัญ แต่ที่มากไปกว่านั้นทางกระทรวงกลาโหมเป็นฝ่ายจัดงานถือเป็นสถานที่เก่าแก่ ที่อยากจะให้เยาวชนได้เข้าใจมิติทางประวัติศาสตร์ ที่จะสะท้อนทางการเมืองการปกครอง นับจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นต้นมาก็มีปัญหามาตลอด ทั้งนี้การศึกษาในประวัติศาสตร์คือ บ้าน วัด โรงเรียน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความก้าวหน้ามีมากขึ้น จนทำให้รับรู้สิ่งต่างๆมีเพิ่มขึ้น และนับเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าผลการศึกษาทางรัฐบาลให้งบประมาณมากที่สุด ทว่าประสิทธิผลที่ออกมาไม่ดีนัก เพราะการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 8 ในประเทศอาเซียน

ฉะนั้นในวันนี้การจัดเสวนาหัวข้อกิจกรรม “การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน ซึ่งจะถือเป็นการคิดไปสู่อนาคตของการศึกษาไทย ทั้งนี้จากการที่คณะทำงานเตรียมการปฏิรูป ที่เตรียมให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปดำเนินการต่อไปนั้น และการเตรียมข้อมูลพบว่าความหวังของผู้ที่เสนอข้อมูลมากมายหลายความคิดเห็น ซึ่งประเด็นที่พูดถึงและอยากให้เยาวชนมีคุณภาพอย่างไรนั้นก็ ต้องมีซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้ มีความเป็นจิตอาสา และกล้าแสดงความรับผิด เป็นสิ่งสำคัญในการปลูกฝังเยาวชนต่อไป
...

Comments:

ทหารเก่งทุกอย่าง คสช พ่อ ทุกสถาบัน

มันเก่ง อัจฉริยะ ได้ทุกเรื่อง คุ้นๆ

ที่เคืองที่สุด คือ
ยามที่มาซ่อม ดันตาเหล่ ซะด้วย

จะแก้เรื่องการศึกษาไทยล้าหลัง? แต่กลับจะให้ไปเรียนวิชาเหมือนโรงเรียนเมื่อสมัยรุ่นปู่เนี่ยนะ

เด็ดขาดปะเทดนี้ 555

สมองแม่งเหล่กว่าตามันอีก. ฮา

กรอบคิดของทหารล้าหลังยิ่งกว่า ปฏิรูปกองทัพก่อนดีไหมครับทั่นประยุทธ์

ยามไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง เลยสั่งฟอร์แมทฮาร์ดิสก์แล้วลงโปรแกรมใหม่ จะได้ไม่ต้องมีคนตั้งคำถามอีกต่อไป

หัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก

อาจเหมือนเยอรมันยุคฮิตแล้วกระมัง555

วันเกิด "แม้ว" ชื่นมื่น "เหยียนปิน" เพื่อนรักโต้โผจัดงาน “เด็กพท.” บ่น ส่งดอกไม้อวยพรวันเกิดให้ “ชวน” แต่กลับสั่งยกเลิกจัดงานวันเกิด “แม้ว”


ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครบรอบ 65 ปีนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า งานวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ จะเริ่มอย่างเป็นทางการในเวลา 19.00 น. ที่ ห้อง the Salon Autcuil โรงแรมโฟรซีซั่นประเทศฝรั่งเศส เป็นการต้อนรับแบบค๊อกเทล จากนั้นเวลา 20.00 น. จะเลี้ยงอาหารเย็นที่ห้อง Salon Vendome สำหรับคนที่จะมางานวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณจะต้องติดริบบิ้นสีม่วง ตามที่ได้แนบไว้ในการ์ดเชิญเข้าร่วมงานวันเกิด เพื่อแสดงว่าได้รับเชิญเข้างานวันเกิดในครั้งนี้ นอกจากนี้ขอให้บุคคลที่ร่วมเข้างานต้องแต่งกายโดยชุดสูทสำหรับสุภาพบุรุษ และชุดราตรีสำหรับสุภาพสตรี

โดยผู้จัดงานวันเกิดครั้งนี้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ นายชาญชัย รวยรุ่งเรือง หรือ "เหยียน ปิน" นักธุรกิจซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ และมีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่าคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยาของ พ.ตท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานที่ประเทศฝรั่งเศสแต่อย่างใด



ทั้งนี้บรรยากาศภายในงาน นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาว และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สวมชุดราตรีสีแดง ควงแขนกึ่งโอบกอดกัน

ขณะที่นายพานท้องแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ลงเฟสบุ๊ก Oak Pantongtae Shinawatra

เมื่อเวลา 14.39 น. เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคม มีอายุครบ 65 ปีในปีนี้ด้วย ข้อความว่า


"Happy Birthday ครับพ่อ
ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ แม่ โอ๊ค เอม พงศ์ รวมถึงญาติพี่น้อง และคนไทยอีกหลายล้านคนที่รักพ่อ ทุกคนอยากไปร่วมงานวันเกิดพ่อ แต่ไม่สามารถจะไปได้ เนื่องจากสภาวะปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย"

นายพานทองแท้ยังโพสต์ต่อว่า "อวยพรพ่อผ่านตัวหนังสือมา7-8ปีแล้ว หวังมาทุกปีว่าครั้งต่อไป น่าจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว พวกเราทุกคนต่างก็รอวันนั้นครับ เรายังยืนยันคำเดิม หากได้พ่อกลับคืนมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดังเดิม พวกเราทุกคน(รวมถึง"หลานตา"สมาชิกใหม่ในอนาคต) จะดึงพ่อให้ออกไปให้ไกลๆ ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย ขอความสุขที่แท้จริง จงกลับคืนมาสู่ พ่อ ครอบครัว และพี่น้องไทยทุกคนครับ"

ด้านนางสาวพินทองทา ชินวัตร น้องสาวของนายพานพองแท้ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว aimpintongta ถึง พ.ต.ท.ทักษิณเช่นกันว่า

"ปีนี้ไม่ได้อยู่กับพ่อในวันเกิดและไม่ได้เจอคุณพ่อมาหลายเดือนแล้ว คิดถึงพ่อ อยากกอดพ่อมากๆ วันเกิดปีนี้ลูกขอพรเหมือนเดิม ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนเดิมอย่างนี้ตลอดไป เพื่อคนที่รักคุณพ่อ รอคุณพ่อ อีกมากมาย อย่างน้อยๆก็ครอบครัวของเรานะคะ ลูกรักคุณพ่อและภูมิใจทุกวินาทีที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อค่ะ Happy Birthday to our most terrific daddy"
...

เรื่องเกี่ยวเนื่อง...

“เด็กพท.” บ่น ส่งดอกไม้อวยพรวันเกิดให้ “ชวน” แต่กลับสั่งยกเลิกจัดงานวันเกิด “แม้ว”



ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิก และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้ประเทศไทยนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์นั้น สิ่งที่ต้องทำคือยึดประกาศฉบับที่ 63/2557 เรื่องความเป็นธรรม ยุติธรรม เสมอภาค ตรงไปตรงมา อย่างกรณีที่เห็นคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้มอบหมายให้นายทหารท่านหนึ่ง มอบแจกันดอกไม้พร้อมคำอวยพรให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องในวันครบรอบวันคล้ายเกิดครบ 76 ปี เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา

แต่ขณะเดียวกันการจัดงานวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ซึ่งเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ ทหารกับถึงให้ไปปลดรูปภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นภาพที่สองพี่น้องกอดกันเมื่อพบกันที่สนามบินฝรั่งเศส

“เรื่องนี้มองได้ว่าเป็นการให้โอกาสของแต่ละฝ่ายที่จะนำไปสู่การปรองดอง นำไปสู่การหันหน้าเข้าหากันหรือไม่ มองถึงเรื่องความเสมอภาค และการจะนำประเทศไปสู่ความสันติสุขได้ต้องยึดความยุติธรรม ความเท่าเทียม ความเสมอภาค เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากให้คสช.ได้ดำเนินการตามที่มีประกาศไว้ด้วย ซึ่งการจัดงานของนายชวนไม่ได้มีการยกเลิก นอกจากนี้ยังมีการส่งกระเช้าดอกไม้ไปให้ ซึ่งต่างจากการจัดงานวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ทหารกลับขอให้ยกเลิกจัดงาน” นายสิงห์ทอง กล่าว 
 

Statement of the Organisation of Free Thais for Human Rights and Democracy on the junta's interim constitution

Picture from Thailand Dictator Watch

Source: FB Andrew MacGregor Marshall

Statement of the Organisation of Free Thais for Human Rights and Democracy regarding our rejection and condemnation of the dictatorship regime’s interim constitution

The National Council for Peace and Order (NCPO) - the title the May 2014 Thai coup-makers bestowed on themselves - received from the King, on July 22nd, a document they’ve called the 2014 interim constitution. In order to do so the NCPO has exercised power by stealing the people’s sovereignty and illegally enforcing itself as the highest law in Thailand. The FT-HD wants to make it clear that NCPO is a criminal organisation that has committed outrageous wrongdoing and which has sought to intentionally destroy democracy. The NCPO claimed that it seized power in order to solve the country’s problems and return “happiness” to the Thai people but, all along, it was aware of and taking part in a plot to topple the democratically-elected government. Therefore it has no legal rights and legitimacy to give any kind of orders as if it were Thailand’s head of state. The Thai people have no legal duty to abide by this “interim constitution”. We want to affirm that we will not accept the NCPO’s power which comes via both physically enforcement and intimidation and we ask those who support democracy to stand with us in firm unity.

The contents of each section-including section 48-of the Royally-endorsed interim constitution, contradicts basic democratic principles. Overall, it is a document created in order to serve a small group of people in Thailand which includes the network of the establishment and the privileged. The interim constitution dismisses 65 million people and treats them as if they are subordinates who can be arbitrarily ordered by the ruler. This dictatorship-mindset appears in the entire interim constitution and it is evident that the establishment-network which ordered the coup has completely abandoned democracy. The ongoing-conflict is deeply rooted in Thai society and primarily derives from this backward establishment mindset so nobody should be fooled by the coup makers and the NCPO’s propaganda.

Nevertheless, we want to focus on specific examples in the interim constitution as we are shocked that such instruments of governance still exist in the modern world. We want to stress that we are opposed to the dictatorship-regime that now dominates Thailand. We ask ordinary people to examine with good conscience these following sections of the interim constitution by themselves:

Section 35 is intentionally laid down by Thai dictator in order to potentially create a permanent monopoly of power. This section aims to destroy any opportunity for Thai society to return to a stable democratic system. It destroys the political party system and any majority in the parliament is dismissed as being sovereign as the constitutional court would be given excessive power and allowed to destroy the election mechanism at anytime. It also gives huge powers to the Election Commissioner to make final decision as to who violated the law regarding vote buying and it has power to ban that person from political activity forever. Without any democrat oversight this could easily lead to persecution and the curtailment of political rights. In short, this section aims to destroy the people’s opportunity to vote for the political party of their choice.
Section 38 grants power to repeatedly draft a new constitution over and over, without any timeframe, until they find one that fits their purpose the best. It is similar to what happened during the military dictatorship of Field Marshal Sarit Thanarat and Field Marshal Thanom Kittikachorn during the 1950s and 60s-then it took 12 years to finish drafting the constitution. The coup makers and the establishment network can use this section as a pretext to delay the constitution drafting process as long as they want. As we at the FT-HD have warned the point of the coup is to seize power and dominate Thailand for a period of time until they are certain that ordinary Thai people will not be able to stand up and make demands again.
Section 44 is not much different from section 17 of Field Marshal Sarit Thanarat’s constitution as this section gives unlimited and absolute power to the coup makers, who, ultimately rely on the of use force to seize power. It grants impunity for them and whoever colludes with them, so completely and utterly they can never be held to account for their crimes. This section is shameful and reduces the dignity of Thailand and its people.

This document grants huge power to governmental officers as it allows them to hold political positions. The principle that Thai people should be in control of the direction of the state and its officers is destroyed immediately. From now on, we might see governmental officers using power to intimidate Thai citizens. It will take Thailand backwards to a past when governmental officers held power over and above the taxpayers and citizens who pay for their work. Such unaccountable power is as at the centre of the dictatorship regime’s nature.

The FT-HD and its supporters believe that regulations regarding the rights and freedoms of the Thai people as they appear in this interim constitution are completely meaningless as the document grants overbearing power to the authorities, allows them to dominate the whole system. We affirm that the coup makers and its dictatorship network is an enemy of the Thai people and their rights and freedom.

The NCPO have announced repeatedly that they seized power illegally because they wanted to begin a “political reform” process to “reduce conflict. However it has become evident that the interim constitution is setting out to establish a dictatorship in order to curtail people’s power and destroy the election process completely. It should be noted that there is nothing in the interim constitution that talks about reforming the court, the judiciary power, the so-called “independent organs”, the bureaucracy and even the army itself, all of which are key elements in exacerbating Thailand’s political problems over the last decade. These elements have all used illegal power to force the people into the direction they want and have used weapons to suppress the people. We want to condemn the document called “the 2014 interim constitution” which has been produced by the coup makers as it is an illegal document which seeks to destroy democracy.

In the coming days and weeks the FT-HD will present the People’s Constitution in order to return democracy and sovereignty to the Thai people. Meanwhile, Thais and foreigners who support democracy should continue to protest against illegal power of the NCPO by distributing the FT-HD’s symbol whenever the opportunity allows in order to show that those who support democracy still exist and are ready to stand up to the establishment.
...

ในภาวะที่คณะท่านผู้นำยำผลงานออกมาแยะเลย...รวมความว่า แม้จะ 'ผ่าน' มาแล้วสองเดือน ยังไม่ได้ 'พ้น' ทักษิณ


ที่มา FB Thai E-News

ในภาวะที่คณะท่านผู้นำยำผลงานออกมาแยะเลย :

http://prachatai.org/journal/2014/07/54783?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter

ก็ปรากฏเสียงแว่วมาจากฝั่งที่ไม่เข้าใคร :

ชูวิทย์ I'm No.5 "ทำไมกลัวทักษิณ?"

https://www.facebook.com/ChuvitOnline?fref=ts

กับฝ่ายที่ยังไง ยังไง กรูก็ไม่เอามรึง :

"เลือกตั้งปีหน้าจ่าประสิทธิ์,คุณขวัญชัย ก็น่าจะเข้ามาเป็นส.ส. ส่วนผมหากลงเลือกตั้งอีกก็"น่าจะ"ได้เข้ามาเป็นส.ส.อีกเช่นกัน(หรืออาจไม่ได้ ก็ได้) และพรรคเพื่อไทยก็คงกลับมาเป็นรัฐบาลอีก นี่คือความเป็นจริง!"

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=718732351531226&id=134404053297395

รวมความว่า แม้จะ 'ผ่าน' มาแล้วสองเดือน ยังไม่ได้ 'พ้น' ทักษิณ

คืนความสุขฮัฟ...PSY - HANGOVER cover by Paryut


https://www.youtube.com/watch?v=Y-bwc1HJmJg

คลิปเกี่ยวเนื่อง...



https://www.youtube.com/watch?v=bf61z-IWmAM


https://www.youtube.com/watch?v=gXz1DyqZ_bk

ในขณะที่คสช.ป่าวประกาศรัวๆในทีวีว่าเศรษฐกิจดีขึ้น.. ลูกค้าแห่ทิ้งใบจองคอนโดฯลางร้าย!อหังสาริมทรัพย์ไทย


ลูกค้าแห่ทิ้งใบจองคอนโดฯลางร้าย!อหังสาริมทรัพย์ไทย

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปีม้า ใช่ว่า...มีแต่ข่าวคราวของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ที่หนีตาย ไม่ว่าจะเป็นการชะลอหรือปรับลดการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ แต่! เวลานี้ ได้เริ่มเห็นสัญญาณของผู้บริโภค...ที่กำลังหนีตายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบรรดาผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เริ่มมีอาการ ทั้งการทิ้งเงินดาวน์ ทั้งการเลื่อนการรับโอนในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

ยิ่ง...มีการทิ้งเงินจอง เลื่อนรับโอน หรือกระทั่งไม่รับโอนมากขึ้นเท่าใด ยิ่ง...เป็นสัญญาณอันตรายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้ธุรกิจอสังหาฯ ทรุดลงไปได้ง่าย ๆ ทันที

สิ่งเหล่านี้...ไม่ใช่สัญญาณใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น! แต่ทุกอย่างเป็นไปตามผลกระทบจากลูกโซ่ลูกแรก...มาสู่ลูกโซ่ลูกสุดท้าย ที่เริ่มต้นจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่ยาวนาน และไม่มีวี่แววว่าจะยุติโดยเร็ว ทำให้ทุกฝ่ายไม่มั่นใจ ไม่มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยฟากฝั่งของนักลงทุนก็ไม่กล้าลงทุน ด้านผู้บริโภคก็ไม่กล้าซื้อของที่ต้องผูกพันระยะยาว ทำให้กำลังซื้อหดลง ขณะที่ผู้ประกอบการก็กล้า ๆ กลัว ๆ และส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนออกไปก่อน ยิ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่แล้ว กลับถดถอยลงไปอีก ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

ขณะที่รายได้ของประชาชนแม้จะมีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเข้ามาช่วย แต่สินค้า ค่าครองชีพสารพัดกลับแพงขึ้นมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น นั่นเท่ากับว่า ต้องใช้เงินมากขึ้น จึงมีผลทำให้ความสามารถในการชำระเงินลดลงไปด้วย ทำให้บรรดานายแบงก์ที่เคยเจ็บตัวหนักจากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 ต้องเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเข้าอีก

เมื่อกู้เงินไม่ผ่าน... แถมยังหาช่องทางจากการขายทำกำไรจากใบจองซื้อคอนโดฯ ไม่ได้ ก็ต้องถอย!! ซึ่งขณะนี้คอนโดฯ ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ เริ่มเกิดภาวะล้นตลาด และขายได้ยากขึ้น จากบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และราคาที่ดินปรับลดลงไปมาก หลังพ.ร.บ.เงินกู้ฯ 2 ล้านล้านบาทไม่ผ่าน แม้จะเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงไปมากแล้วก็ตาม

ขณะที่ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านอย่างแท้จริง ยังมีเหตุให้ต้องทิ้งเงินดาวน์ หรือขายใบจองไปบ้าง เพราะกู้เงินธนาคารไม่ผ่าน บางกลุ่ม..ผ่อนดาวน์ไม่ไหวจริง ๆ จากสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลง ทำให้ผู้ซื้อเริ่มมีปัญหาการใช้จ่ายเกิดขึ้น แม้เวลานี้หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินยังไม่เพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องดี

แต่...จากนี้ไปเกรงว่าสภาพคล่องในระบบอาจเริ่มมีปัญหา!

แม้ว่าปัญหาการทิ้งเงินดาวน์ อาจยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักในช่วงที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่การซื้อคอนโดฯ ยังเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงสัดส่วนสูงถึง 60% แต่ภาวะตลาดปัจจุบัน ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะผู้ที่ซื้อเพื่ออาศัยจริงนั้น ชะลอการซื้อออกไป ขณะที่ในส่วนของนักเก็งกำไรสัดส่วน 20% แทบล้มหายตายจาก เห็นได้จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา แทบขายใบจองไม่ออก ซึ่งมีบางส่วนที่รับซื้อไว้เอง แต่บางส่วนก็ทิ้งเงินดาวน์ไป

โดยเฉพาะโครงการที่รับวางดาวน์ต่ำ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้เวลาก่อสร้างนาน รวมทั้งโครงการที่มีแคมเปญลด แลก แจก แถมมากเกินไป หรือราคาไม่สูงนัก และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับล่าง ที่มีราคาขายต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาท แต่อีกส่วนหนึ่งนั้น ไม่ได้เกิดจากพิษความวุ่นวายทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีสินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากด้วยในปี 56 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น แต่ท้ายที่สุด หน่วยเหลือขาย ที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้นั้น จะกลับมาเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระการขายต่อไป

สัญญาณที่ชัดเจนทยอยส่งออกมา ตั้งแต่จำนวนลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการบ้าน คอนโดฯ น้อยลงไปเรื่อย ๆ บางพื้นที่ บางประเภทโครงการแทบจะไม่มีผู้เข้าชม ส่งผลให้ยอดจองซื้อใหม่ กลับลดลงอย่างมาก การจัดกิจกรรมก็น้อยลงไปด้วย เพราะทำไปก็สูญเปล่า ในเมื่อผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จะซื้อ ที่สำคัญ เมื่อถึงวันที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ แต่ลูกค้าที่หวั่นไหวกับรายได้ในอนาคตโดยเฉพาะนักเก็งกำไรคอนโดฯ ก็ชะลอการโอน หรือทิ้งเงินดาวน์ ไม่ยอมโอน ทำให้เจ้าของโครงการไม่ได้รับเงินตามแผน

เรียกได้ว่า... วันนี้ “วิกฤติการเมือง” กระทบธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ยอดขาย รายได้ การจ้างงาน และย้อนกลับมามีผลกับยอดขายอีกรอบแล้ว และปัญหายอดจองสูง แต่ยอดโอนต่ำ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ประกอบการปรับเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ให้สูงขึ้นเท่าตัว จากเดิมที่ดาวน์ต่ำเพียง 5% ของราคาห้องชุด เพิ่มเป็น 10-30% เพื่อป้องกันปัญหาแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ

กว่าระบบนี้จะเข้าที่คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ระหว่างนี้ ลูกค้าต้องจ่ายเงินดาวน์มากขึ้น ส่งผลกระทบทำให้ตลาดคอนโดฯ ซึ่งปัจจุบันแข่งขันกันรุนแรงอยู่แล้ว และหลายทำเลเริ่มล้นตลาด ชะลอตัวเพิ่มขึ้นอีก เพราะลูกค้าจำนวนมากยังมีรายได้ค่อนข้างจำกัด ไม่สามารถแบกรับภาระเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เจ้าของโครงการทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือ ต้องสำรองเงินสดไว้ พร้อมทั้งเตรียมหาแหล่งเงินทุนสำรอง ชะลอการซื้อที่ดินแปลงใหม่ออกไป หรือซื้อเฉพาะที่จำเป็น ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ และก่อสร้างเฉพาะในส่วนที่มีคำสั่งซื้อแล้วก่อนเท่านั้น ส่วนรายเล็กคงต้องหยุดกิจการชั่วคราวไปก่อน

แม้ว่าขณะนี้ภาวะทางเศรษฐกิจไทยจะยังแข็งแรงดีอยู่ แต่หากยังต้องอยู่นิ่ง ๆ แบบนี้ไปอีก 4-5 เดือน ก็เชื่อว่า จะบั่นทอนทำให้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สะสมไว้นั้นจะค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารงานเต็มร้อยเข้ามาบริหารงาน.

ณัฐธินี มณีวรรณ

สารจากท่านเลขาฯองค์การเสรีไทย ส่งตรงจากแดนไกล ถึงสมาชิกเสรีไทยในประเทศไทย




ที่มา FB เสรีไทย ปราบกบฏ 2014

สารจากท่านเลขาฯองค์การเสรีไทย ส่งตรงจากแดนไกล ถึงสมาชิกเสรีไทยในประเทศไทย...ทุกท่านครับ

ออกมาสูดอากาศชานเมืองช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ...ในช่วงนี้ผมและแนวร่วมองค์การเสรีไทยฯ ได้เดินทางเข้าพบองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆในยุโรป (อาจจะดูเหมือนหายหน้าหายตาจาก media ไปบ้าง แต่ยังคงเดินหน้าทำงานตามแผนที่เคยได้นำเรียนไว้ก่อน อย่างเข้มแข็งครับ) การเข้าพบก็เป็นไปเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยมิใช่เพียงตั้งแต่ คสช.ล้มอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่มาจากประชาชน แต่นับเนื่องไปถึงการรัฐประหารครั้งก่อนๆ หากนำเหตุการณ์และตัวละคร มาประติดประต่อจะเห็นภาพทฤษฎีสมคบคิดของเครือข่ายกลุ่มอำนาจเก่า อย่างชัดเจน

หลักใหญ่ใจความอีกประการหนึ่ง คือ รธน.ฉบับชั่วคราวของ คสช. ซึ่งมิได้เป็นเครื่องรับรองสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมของประชาชนเลย ซ้ำร้ายมีการผูกโยงข้อกฎหมายสืบทอดอำนาจ และการนิรโทษกรรมให้ตนเองและคณะพ้นผิดในทุกการกระทำ

เอ.....ยังจำได้ว่า หน.คสช.เคยกล่าวว่าท่านออกมารับผิดชอบเอง แต่ดันนิรโทษกรรมเสียแล้ว เมื่อคนเรารู้ว่าตนเองทำอะไรไม่ผิด และมีกฎหมายสูงสุดการันตีให้เสร็จ อย่างนี้ เวลาจะทำอะไรต่อไปจะต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีกเล่า ถือเป็นเผด็จการอย่างสูงสุด การใช้อำนาจทหารล้มการปกครอง และเข้ามาบริหารบ้านเมืองตามความคิดของตน ตามอำเภอใจ เป็นกงล้อซ้ำๆของประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย เช่น จอมพลสฤษดิ์ ผู้ที่ใช้อำนาจเผด็จการเต็มขั้น อย่างมาตรา 17 สั่งจบชีวิตใครก็ได้ ภายใต้ข้ออ้างว่า “เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประเทศชาติ”

ประเทศชาติเป็นพหุสังคม ต้องมีความหลากหลาย มิใช่กองทัพบกที่พล.อ.ประยุทธ เคยปกครองซึ่งกฎหมายให้อำนาจผบ.ทบ.ในการบริหารสั่งการ แต่ประเทศชาตินั้นอำนาจเป็นของประชาชน การบริหาร การแก้ไขปัญหาต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนซึ่งเรียกกันว่า "ประชาธิปไตย" และอย่างการบริหารประเทศโดยใช้คำสั่งต่างๆ ของคสช. มันมิได้มาจากอำนาจของประชาชน แม้จะอ้างคำว่าความสงบเรียบร้อยบ้าง ความมั่นคงบ้าง ถือว่าเป็น "คำลวง" ทั้งสิ้นครับ

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
27 ก.ค 2557

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 27, 2557

โหรว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนใจเย็น ... จริงๆ นะเธอววววว์ ดูคลิป


คณะท่านผู้นำทำจริง และว่าด้วย Thesis กับ Exhibit


๑. มาตรา ๔๔ บัญญัติไว้ตอนหนึ่ง "ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้"

ครั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร คณะท่านผู้นำก็ส่ง Pol Col Wathanyu Witthayapalothai, who is accompanying Ms Yingluck on the trip, to compile information about the former prime minister throughout her travels.

http://www.bangkokpost.com/news/politics/422547/military-monitors-yingluck


๒. เมื่อกระทรวงศึกษาธิการของคณะท่านผู้นำเห็นชอบระเบียบจัดทำสมุด 'พาสปอร์ตความดี' ก็มีคอลัมนิสต์คมคำท่านหนึ่งสาธยายให้เห็นผลที่ได้อย่างจะใจว่า For moral points, I’m ready to give up any idea — to denounce my inner life, to let my prejudices run deep and my intelligence run low in order to live in a happy stupor forever.

http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/422533/a-passport-to-happiness-is-all-you-need

อ.ปวิน พูดแทนคนไทยหลายล้านคน ให้สัมภาษณ์เต็มๆ กับวิทยุออสเตรเลีย ABC เรื่องรัฐธรรมนูญชั่วคราว


ผมให้สัมภาษณ์เต็มๆ กับวิทยุออสเตรเลีย ABC ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวาน เรื่องรัฐธรรมนูญชั่วคราว สาระคือ
1. แทบไม่มีส่วนใดที่ระบุถึงการสร้างเสริมประชาธิปไตยและปกป้องสิทธิมนุษยชน
2. จุดมุ่งหมายคือการฝังรากของระบบเผด็จการ จึงเขียน รธน มาเพื่อการณ์นั้น
3. การที่ประยุทธตั้งตัวเองเป็นนายก การที่ไม่เปิดให้มีประชามติต่อ รธน ก็ชี้ชัดถึงเป้าหมายที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย
4. คนไทยยังถูกปิดปาก กลัวถูกจับกุม และต้องทนต่อไป
.....ที่น่าสนใจคือ ทาง ABC สัมภาษณ์ปณิธานด้วย ที่ออกมาแก้ตัวให้ทหารในมาตราที่ 44 ว่า ทหารจะใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น.... อกอีแป้น!
My full interview with Australia's ABC on the interim constitution, which I highlighted that it seriously lacked democratic principles but seemed to further entrench military rule. Interestingly, ABC also interviewed Panitan, the former spokesman of the Abhisit government who defended Article 44 of the constitution... read the article for details...


http://www.radioaustralia.net.au/international/2014-07-25/thailands-draft-constitution-will-not-restore-democracy-expert-says/1348399

หนุ่มเรดนนท์ ทำไมผมถึงไม่ไป "รายงานตัว"


ที่มา noomrednon.com

"ผมไม่เคยเสียใจเลยนะ ที่ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวกับ คสช." แม้หลายคนจะบอกให้คิดทบทวน แต่ผมก็ยังคงจะยืนยันเหมือนเดิม

ทันทีที่เสียงประกาศของเผด็จการทหาร คสช. ฉบับที่ 5/2557 เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 สิ้นสุดลง โดยสั่งให้บุคคลเข้าไปรายงานตัว 35 คน ผมก็ไม่รีรอที่จะเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น แล้วรีบออกจากที่พักที่เคยอยู่ตั้งแต่ครั้งเมื่อออกจากคุกมาในทันที

บอกตามตรงเลยว่าเวลานั้น รู้สึกตื่นเต้น ปนกลัวนิดๆ กลัวว่าจะหลบไปซ่อนตัวไม่ทัน แต่ไม่รู้ละ ขอแค่ปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนจะทำอะไรต่อไปแล้วค่อยว่ากันอีกที ว่าแล้วก็เริ่มก้าวเท้าออกจากที่พัก โดยไม่รีรออะไร

ผมตัดการสื่อสารทุกอย่าง ทั้งโทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ต เรียกได้ว่า ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง นี่ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรก ที่จะต้องหลบหนี ซึ่งหนีอะไรก็ไม่รู้ โดยมีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลาว่า "เราทำผิดอะไร" "แล้วทำไมเราต้องหนีด้วยนะ?"

ผมเฝ้ารอดูข่าวคราวต่างๆ ในเฟซบุ๊ก ก็ได้แต่ดูเฉยๆ โดยไม่กล้าโพสต์อะไร และวันหนึ่ง ก็ได้พบว่า มีเพื่อนหลายคน เข้าไปรายงานตัว แล้วก็ได้ปล่อยตัวออกมา โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ม.112 ผมเคยคิดอยู่ช่วงหนึ่งว่า บางทีผมอาจจะเลือกที่จะเข้าไปรายงานตัวกับเขาบ้างก็ได้ เพราะก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่แบบสงบๆ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน

แต่ทางเลือกนั้น ถูกปิดสนิทไป เมื่อเพื่อนหลายคน หลังจากรายงานตัวออกมา ส่งข่าวมายังผมว่า "หนุ่มเลือกถูกแล้วละที่จะไม่ไปรายงานตัว" เพราะเพื่อนแทบจะทุกคน ถูกถามคำถามเดียวกันเกี่ยวกับตัวผม และพยายามโยงผม ให้เข้ากับทางคุณ "อเนก ซานฟราน" ที่อยู่อเมริกาให้ได้ นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากผม

ถึงตอนนี้ คำตอบที่ผมได้ก็คือ เผด็จการทหาร มีความพยายามจะทำให้ "ผังล้มเจ้า" ฉบับนั้น กลับมาใช้งานให้ได้อีกครั้ง !

ผมสะเทือนใจนะ เสียใจ แบบเจ็บลึกๆ ที่ผ่ายเผด็จการทหาร ยังจองล้างจองผลาญผมไม่เลิก แม้ผมจะได้รับโทษติดคุกถึง 3 ปีเศษ ในข้อหาที่แทบจะไม่มีที่ใดในโลกเขาใช้กันแล้ว เขาทำกับคนธรรมดาอย่า่งผม เพียงเพราะต้องการให้เกิดความชอบธรรม เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามที่มีความคิดเห็นต่าง มันช่างโหดร้ายกับคนธรรมดาอย่างผมจริงๆ


อย่างที่ผมเคยโพสต์ลงในเฟซบุ๊กอยู่บ่อยครั้ง ว่าการข่าวของฝ่ายตรงข้ามนี่มันช่างมั่วจริงๆ เพราะพวกเขายังคงเชื่อว่า หลังจากที่ผมออกมาจากคุกแล้ว ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการที่พวกเขาเรียกว่า "กระบวนการล้มเจ้า" ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเลย เพราะหลังจากผมออกมาแล้ว ผมก็ประสบกับความยากลำบากในชีวิต เช่นเดียวกับอดีตนักโทษการเมืองคนอื่นๆ ที่พ้นโทษออกมา ไม่มีการช่วยเหลือ ไม่มีการสนับสนุนใดๆ จากคนใน "ผังล้มเจ้า" ที่ผมถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องเลย อีกทั้งผมเองได้ให้ข่าวกับสื่อภายนอกอย่างแข็งขันมาตลอดว่าไม่ได้มีความประทับใจในแนวทางการต่อสู้ของ นปช. โดยเฉพาะการทอดทิ้งประชาชนคนธรรมดา ให้ประสบชะตากรรมโดยลำพัง ภายในเรือนจำ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น และต่อมาผมจึงได้คิดเคลื่อนไหว "กลุ่มอดีตนักโทษการเมือง" ขึ้นมา เพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทางการเมือง เน้นเฉพาะผู้ที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

เรื่องเหล่านี้ ใครๆ ก็รู้ว่าผมทำเพื่ออะไร เกี่ยวข้องกับการเมืองไหม? หากมีสมองคิดหน่อย จะรู้เลยว่า ผมพยายามจะถอยห่างการเมือง โดยกลับมายืนอยู่เคียงข้าง "ประชาชน" และให้ความสำคัญกับ "สิทธิมนุษยชน" มากขึ้น นั่นคือในบทบาทของประชาชนคนหนึ่งที่ตื่นตัวด้านสิทธิมนุษยชน และในอีกบทบาทหนึ่ง ผมเองก็พยายามจะก่อร่างสร้างตัว เพราะมีลูกเล็กที่จะต้องรับผิดชอบ และกำลังสร้างครอบครัวใหม่

ถ้าไม่อัคติ หรือระแวงผมจนเกินไป เรื่องแค่นี้.. ทำไมจะไม่รู้


และการที่ผมไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง งานเสวนาต่างๆ ก็เพราะผมยังคงสนใจเรื่องการเมืองอยู่บ้าง เพราะผมเชื่อว่าการแสดงออกทางการเมือง มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนอยู่แล้ว อีกอย่าง ผมก็นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ผ่านคุก ผ่านตะรางมานานพอสมควร สิ่งต่างๆ ที่ผมประสบพบเจอมา มันได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการจะศึกษา เรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องราวต่างๆ ในเรือนจำ ที่ผมได้สะท้อนออกมาในหลายๆ บทความ และในหลายๆ เวทีเสวนาต่างๆ

เรื่องเหล่านี้ที่ผมทำ.. มันน่ากลัวตรงไหน เป็นภัยอันตรายต่อประเทศชาติอย่างไรกัน?

ที่มาภาพ: กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ
เอาละ มาถึงเหตุผลของผม ที่ว่าทำไมถึงไม่เข้าไปรายงานตัว ว่ามันคืออะไรกันแน่ เหตุผลแรกเลยคือ ผมยอมรับไม่ได้กับการยึดอำนาจของคณะทหาร คสช. และยอมรับไม่ได้ต่อการยึดอำนาจใดๆ ที่ไม่ได้มาจากความเห็นพร้องต้องกันของประชาชน ซึ่งการยึดอำนาจครั้งนี้ มันไม่ต่างจากปี 2549 ที่ทำให้ผม และใครต่อหลายคน ตื่นตัวทางการเมือง และเหตุการณ์นั้น ทำให้ประชาชนธรรมดามากมาย ออกมาแสดงสิทธิทางการเมืองมากขึ้น นี่คือเหตุผลหลักๆ ของผม

เพราะพวกคุณเป็นใครกัน ถือดียังไง มาปล้นอำนาจจากผู้แทนของประชาชน มันง่ายเกินไปหรือเปล่า !!

เหตุผลอีกข้อคือ ผมไม่อาจไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมของไทยได้อีกต่อไป หลังจากที่ผมเคยอดทน ต่อสู้เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ในคดีหมิ่นฯ ที่ผมโดนตัดสินมาถึง 13 ปี โดยไม่ได้รับการประกันตัว เคยต่อสู้ เรียกร้องเพื่อสิทธิในการประกันตัว ขอความเป็นธรรมต่างๆ แต่ก็ไม่เคยได้รับความเมตตานั้น จากเคยศรัทธา กลายเป็นความแค้น และไม่เคยให้ความศรัทธาใดๆ กับระบบยุติธรรมไทยอีกเลย นับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ว่า.. นั่นเป็นกรณีศาลพลเรือนนะ แต่นี่ยิ่งกว่า เพราะเป็นศาลทหาร เด็ดขาดกว่าเยอะ ซึ่งหากเขาจะยัดข้อหา จะใส่ร้ายอะไรผม ผมคงไม่มีสิทธิ์จะโต้แย้งอะไร

50% หลุด 50% รอด หากเข้าไปรายงานตัว เวลานั้น ผมไม่อยากวัดอะไรทั้งนั้น.. ขอรอดชัวร์ๆ 100% ดีกว่า..

ถ้าคุณเป็นผม ที่เคยโดนนักโทษรุมกระทืบ โดยมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ พอคุณจะปริปากแก้ตัว แค่อ้าปากก็โดนตบ โดนเตะ แล้ว เพราะพวกเขาไม่ฟัง คุณจะเข้าใจความรู้สึกของผมดี

ถ้าคุณเป็นผม ที่เคยโดนทหาร ตำรวจหลายสิบคน ล้อมหน้าล้อมหลัง ทำเหมือนเราเป็นผู้ร้ายฆ่าคน ตอนปี 53 ที่พวกเขามาล้อมจับผม เขาจะยัดเยียด ข่มขู่เรายังไงก็ได้ เอาเรื่องลูกที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาขู่บังคับให้ผมรับสารภาพ โดยไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอะไรทั้งนั้น คุณจะเข้าใจความรู้สึกของผมดี

การตัดสินใจที่จะไม่ไปรายงานตัว จึงเกิดจากเหตุผลเหล่านี้ และวันนี้ ผมเลือกที่จะสูญเสียอีกครั้ง สูญเสียครอบครัว ลูก สูญเสียคนรัก เพราะผมไม่อาจยอมรับได้ กับการถูกกดขี่ รังแก ได้ต่อไปอีก ผมเคยพลาดมาแล้ว ในปี 2553 ครั้งนั้นพลาด เพราะถูกกฎหมายไร้สาระเล่นงาน แต่ครั้งนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก และผมจะไม่ยอมให้อำนาจเถื่อน เฮงซวย ย้อนกลับมาเล่นงานผมได้อีก


หลังจากนี้ ผมเลือกที่จะไปประเทศที่ 3 เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยฝากลูกชาย ที่ผมรักสุดหัวใจเอาไว้กับพ่อและแม่ของผม ซึ่งเวลานี้ พวกท่านก็โดนข่มขู่ไม่เว้นวัน มีตำรวจ ทหาร ไปเยี่ยมเช้าเย็น จนแม่ผมต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะความเครียด นี่คือความเลวทรามของคณะทหารที่ยึดอำนาจจากประชาชน

ผมรู้ว่าผมทำผิดกับครอบครัว และคนรักมากๆ แต่ผมไม่มีทางเลือก หวังว่าทุกคนจะให้อภัย

ลาก่อนประเทศไทยที่ผมรัก วันนี้ ประเทศนี้ มันยังไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างเราอย่่างแท้จริง และเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย (แท้จริง) เมื่อไหร่ เป็นของประชาชนจริงๆ เมื่อไหร่ เมื่อนั้น เราคงมีโอกาสได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง

ฝากบอกไปยังคณะทหารผู้ทำการยึดอำนาจในครั้งนี้ด้วยนะ คุณไม่มีทางจะเปลี่ยนชีวิต จิตวิญญาณของพวกเราได้หรอก คุณทำได้แค่ทำให้เรากลัว และหลบอยู่นิ่งๆ เพราะคุณมีปืน มีอาวุธ แต่สักวันเมื่อถึงเวลา คุณจะได้เห็นการรวมตัวของประชาชนอีกครั้ง และถึงเวลานั้น คุณจะรู้ว่า.. เวรกรรม มีจริง

เชื่อมั่น และศรัทธา
หนุ่มเรดนนท์
26 กค. 2557