วันศุกร์, พฤษภาคม 30, 2557

"กองทัพไทยประกาศว่าการเลือกตั้งที่รวดเร็วนั้นเป็นไปไม่ได้"



รองเสนาธิการทหารบกชี้แจงว่า กองทัพจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาสักช่วงหนึ่งเพื่อให้ทุกฝ่ายสงบลง ก่อนจะจัดการเลือกตั้ง

รัฐบาลทหารไทยแสดงให้เห็นถึงความหวังอันน้อยนิดในการจัดการเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว หนึ่งสัปดาห์หลังกองทัพเข้ายึดอำนาจ พวกเขาชี้ว่า ต้องรอเงื่อนไขที่เหมาะสมและให้การแบ่งฝักฝ่ายจบสิ้นลงเสียก่อน ก่อนจะจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนได้

“ความตั้งใจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติคือการสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสม สำหรับการนำประเทศไทยสู่หนทางของการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม” พลโทฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบกได้ชี้แจงเกี่ยวกับรัฐบาลทหาร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

“ผมอยากถามพวกคุณว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มที่ยืดเยื้อมากว่า 10 ปี” ฉัตรเฉลิมกล่าว

“ทั้งสองกลุ่มไม่จำเป็นต้องรักกัน แต่เราอยากให้สถานการณ์คลี่คลายเสียก่อน เราจำเป็นต้องอาศัยเวลาสักระยะเพื่อให้ทุกฝ่ายสงบลง”

กองทัพที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา

'แบ่งฝักแบ่งฝ่าย'

ประเทศไทยแตกแยกเป็นฝักฝ่ายระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพี่ชายผู้ทรงอิทธิพลของเธอ อย่างทักษิณ ชินวัตร กับกลุ่มชนชั้นปกครองนิยมเจ้า ที่มองว่า แนวทางประชานิยมและการสนับสนุนภาคธุรกิจ เป็นภัยอันตรายต่อระบอบเก่า

ฉัตรเฉลิมไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าอะไรคือเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการจัดการเลือกตั้ง แต่กล่าวว่ากองทัพต้องการเห็นความปรองดองและจุดสิ้นสุดของความขัดแย้งทางการเมืองที่ปะทุขึ้นหลังทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2544

รองเสนาธิการทหารบกกล่าวว่า กองทัพถูกบีบบังคับให้เข้าแทรกแซงการเมืองอย่างไม่เต็มใจ เนื่องมาจากการประท้วงที่ยืดเยื้อถึง 6 เดือน โดยกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลที่กำลังอ่อนแรง ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยนักการเมืองผู้สนับสนุนชนชั้นปกครอง อย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ

“การบริหารงานที่เป็นอัมพาตได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย และสร้างผลกระทบให้กับ จีดีพี ของประเทศที่หดตัว”

ประยุทธ์ได้เข้าพบคณะที่ปรึกษาเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังสะดุดลง

ในบรรดาที่ปรึกษาของเขา มีชนชั้นนำที่ทรงอำนาจอยู่สองคนที่เป็นศัตรูกับทักษิณ ผู้ซึ่งยังคงเป็นแกนกลางของความขัดแย้งทางการเมืองนับตั้งแต่ที่เขาถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหารในปี 2549 โดยในตอนนี้ เขากำลังลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ

สองคนที่ว่า ได้แก่ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ และอดีตผู้บัญชาการทหารบก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งต่างก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประยุทธ์ ทั้งสามเป็นฝ่ายนิยมเจ้าที่ซื่อสัตย์ และได้ช่วยกันโค่นล้มทักษิณในปี 2549

รายงานของรอยเตอร์เมื่อเดือนธันวาคมเปิดเผยว่า ประวิตรและอนุพงษ์ ให้การสนับสนุนอย่างลับ ๆ แก่ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่โค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลง ยิ่งลักษณ์ถูกศาลสั่งถอดถอนเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบ จากนั้น การรัฐประหารจึงได้ขับไล่คณะรัฐมนตรีที่ยังเหลืออยู่ออกจากตำแหน่ง


ที่มา: http://www.aljazeera.com/news/asia-pacific/2014/05/thai-military-rules-out-early-elections-201452954048738182.html

  • เรื่องเกี่ยวเนื่อง...



An illuminating Al Jazeera debate on Thailand, with input from Fai Suluck,Saksith Saiyasombut, Kasit Piromya (!) and others...

Credit


  • Krittidech Chaisingharn Two yellow shirts against one girl, Siam voice blogger is very knowledgable but these debates are very superficial
    9 hrs · Like · 2


    Thiraboon Somboontakerng I really feel that Khun Saksit, the most fluent English speaker, has given the most interesting take and it is down to earth; that is, the 11 coups couldn't do much to improve anything, and surely the 12th one will never break the cycle! he he he he! Hit the nail on the head!!... ;D
    8 hrs · Like · 2


    Tandolita Seikoya Not only this debate but also another interview from most of the international News program ,Kasit was always considering his own interest to speak non stop and interrupt the question from interviewer. High up the tone to ensure he could take more air time, never listen to others just like Abhisit. He was really brand represent of his party indeed.
    7 hrs · Like · 3


    JRyn JaMes 12th time lucky .. what Kasit believes
    7 hrs · Edited · Like · 2


    Kornsakdi Chatiprachaseri OMG, Saksith looks appealing in this video.
    6 hrs · Like · 1


    Manik Sethisuwan Once that yellow shirted guy starts speaking, this video/debate takes a huge nose dive.
    5 hrs · Like


    Manik Sethisuwan Well, this debate is a sample of what democracy is like. People free to express their views and opinions. Subject to fact check of course. If they can have 100s of debates like these between two sides on national TV every week, and the two sides are able to speak freely without fear of imprisonment, then it should go towards solving a lot of problems in Thailand.
    5 hrs · Like · 6


    Manik Sethisuwan Andrew, in the spirit of pretend democracy and The Rachel Maddow Show type honesty, what are/and where can one read about Thaksin Shinawatra's actual achievements/failures WHILE in office? I mean, in terms of the country's economic issues like unemploy...See More
    4 hrs · Like · 1


    Krittidech Chaisingharn Actually, Manik, there are a lot of achievements made by Thaksin era but written in Thai. You can ask any Thai friend to find them in google.
    2 hrs · Like


    Marc Smith Thailand really does not know what democracy is. And probably never will. If the army has so much power... every time the ultra-royaliist get the shits,,.. the army steps in... its fucked
    47 mins · Edited · Like · 1

ลึกสุดใจ!“นิสิต สินธุไพร” ในวันที่(เขาว่า)นปช.พ่ายแพ้ ?


ที่มา สำนักข่าวอิศรา

“…ยังไม่มีใครพูดว่าพ่ายแพ้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นเพราะทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่ประชาชนไม่ได้พ่ายแพ้ เรามองว่า อยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว ประกาศฟื้นฟูประชาธิปไตยโดยเร็ว เลือกตั้งโดยเร็ว จะนำมาซึ่งสันติภาพโดยเร็ว เพราะทางออกอื่นไม่มีอีกแล้ว การเลือกตั้งเป็นกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ ต้องบอกว่า ถ้าประเทศคลุมเครือก็จะมีปัญหาหมักหมมมากขึ้น…”

เป็นเวลาราว 1 สัปดาห์ที่ “แกนนำหลัก” กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกควบคุมตัวโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2557

โดยระหว่างแกนนำ นปช. ถูกควบคุมตัวนั้น คสช. นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช. ออกประกาศและคำสั่งเชิญบุคคลมารายงานตัวอย่างล้นหลาม โดยกว่าครึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย หรือ นปช.

ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า ถึงคราวที่มวลชนคนเสื้อแดง “ล่มสลาย” เสียแล้ว !

“ยังไม่มีใครพูดว่าพ่ายแพ้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นเพราะทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่ประชาชนไม่ได้พ่ายแพ้”

เป็นคำยืนยันจาก “นิสิต สินธุไพร” แกนนำหลักของ นปช. หนึ่งในลิสต์รายชื่อของ คสช. ที่ถูกตัวนำไปควบคุมพร้อมกับบรรดาแกนนำ นปช. คนอื่น ๆ เช่นกัน

ทำไม “นิสิต” จึงกล่าวเช่นนั้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org มีคำตอบ ดังนี้

@ในวันที่ คสช.ประกาศยึดอำนาจ แกนนำ นปช.ที่เหลือบนเวทีถนนอักษะ ทำอย่างไร, มีการประเมินไว้ก่อนหรือไม่

ไม่ได้ตกใจอะไร เราคาดการณ์กันอยู่แล้วว่า ในที่สุดก็ต้องโดนยึดอำนาจ เราประเมินสถานการณ์เช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่การเคลื่อนไหวชุมนุมของ กปปส. จะเร็วหรือช้าท้ายสุดมันก็นำไปสู่การยึดอำนาจ อย่างไรก็ดีเราก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดเงื่อนไขเผชิญหน้า หรือสร้างความรุนแรงมาโดยตลอด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องประหลาดใจอะไรที่เกิดการยึดอำนาจ เพราะเป็นเรื่องที่เราวิเคราะห์มานาน และขึ้นพูดปราศรัยบนเวทีตลอด

“เราประเมินสถานการณ์กันหลายรอบ ตั้งแต่การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ กปปส. กับกลุ่มเครือข่ายอำมาตย์ และทหาร ในที่สุดก็มีการประกาศกฎอัยการศึกดังที่คาดไว้ หลังจากนั้นก็จะมีการรัฐประหารอย่างแน่นอน แม้ว่าเราจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเงื่อนไขนี้ แต่ในที่สุดก็เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ”

@ในวันที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ไปหารือ 7 ฝ่ายวันที่ 2 ซึ่งต่อมาถูก คสช.ยึดอำนาจ ได้ฝากฝังอะไรไว้หรือไม่

คุณจตุพร ไม่ได้บอกอะไร เพียงแค่หารือถึงแนวทางที่ต้องเสนอในที่ประชุมเท่านั้น อย่างไรก็ดีก่อนออกไปคุณจตุพร พูดว่า “เวลารัฐประหารใกล้เข้ามาแล้ว” ซึ่งก็เป็นตามที่เราวิเคราะห์ไว้ ตรงกันหมด หลังจากนั้น เมื่อเกิดเหตุยึดอำนาจ ผมก็ได้รักษาเวทีไว้

@ขณะที่ คสช.ยึดอำนาจ ทำอะไรอยู่

วันนั้นผมไปขึ้นศาลมา และก็มีภารกิจบางอย่างที่ต้องกลับบ้าน พร้อมกับเอาเสื้อผ้ามาซัก และจะได้เอาชุดใหม่ไปเพื่อนอนต่อในที่ชุมนุม ขณะที่ออกจากบ้านเกิดหิวข้าว เลยแวะกินข้าวเสียก่อน หลังจากนั้นก็ขึ้นรถแท็กซี่ ปรากฏว่าเมื่อใกล้จะถึงที่ชุมนุม วิทยุบนรถแท็กซี่ก็เผยแพร่ประกาศ คสช.ที่ยึดอำนาจ
“เราก็เข้าไปไม่ได้ ได้แต่วนอยู่รอบ ๆ ที่ตรงนั้น พร้อมทั้งโทรบอกมวลชนให้ระมัดระวังตัว ส่วนเราก็พยายามกันตัวเองออกมา แต่ตอนนั้นมวลชนเหลือไม่เยอะ รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 5,000 คนเท่านั้น”

@ภายหลังที่คุณเข้ารายงานตัวกับ คสช. เขานำตัวแกนนำ นปช.ไปไว้ที่ไหนบ้าง

ทีแรกก็ไม่ทราบว่าเป็นที่ไหน พอไปอยู่สักระยะถึงทราบว่าเป็นค่ายกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพักอาศัยในบ้านหลังที่ 2 อยู่กับนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนสภาพความเป็นอยู่ก็กินข้าวราดแกง รสชาติค่อนข้างดี พวกผมกินง่ายนอนง่าย เลยไม่ลำบากอะไร

“ส่วนคุณจตุพร กับคุณณัฐวุฒิ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาควบคุมตัวไปไว้ที่ไหน แต่วันควบคุมตัวเขาเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เอาผ้าปิดตา มัดมือ หลังจากนั้นพอถึงสถานที่ก็ให้แยกกันอยู่คนละห้อง พอวันปล่อยตัวเขาก็เอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เอาผ้าปิดตา มัดมือเหมือนเดิม จนกลับมาถึงกรุงเทพฯจึงค่อยเปิด ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาไปไหน”

@ในค่ายดังกล่าวมีบ้านพักกี่หลัง แต่ละฝ่ายอยู่หลังไหนบ้าง

รู้สึกจะมีประมาณ 5 – 6 หลัง โดยหลังที่ 1 เป็นของพวกอดีตรัฐมนตรี หลังที่ 2 ผมกับคุณขวัญชัยอยู่ หลังที่ 3 เป็นพวก กปปส. เช่น คุณสุริยะใส กตะศิลา พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ นายจุมพล จุลใส นายณัฏฐพล – นางทยา ทีปสุวรรณ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นต้น ขณะที่น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร เมื่อรถตู้มาส่งตัว อีกสักพักก็พากลับออกไปในทันที และบ้านหลังที่ 4 เป็นของอดีตส.ส.หญิง กับอดีตรัฐมนตรีหญิง อยู่ด้ยกัน โดยเป็นฝั่งพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

@ขณะอยู่ในค่ายทหารได้คุยกับคนในพรรคเพื่อไทยหรือไม่

ไม่ได้คุยอะไรมาก เพราะมีทหารเฝ้าดูอยู่ตลอด ถูกประกบติดเลย ไปคุยอะไรมากไม่ได้ แต่หลัง ๆ ก็ผ่อนปรนมากขึ้น เดินไปมาหาสู่ พูดคุยกันได้บ้าง แต่ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกันเลย

@ภายหลังออกมาแล้วได้หารือกับแกนนำคนอื่น ๆ เพื่อกำหนดแนวทางหรือยัง

เมื่อวาน (28/5/57) ก็อยู่คุยกันประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง คุยกันสนุกสนาน มีคุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร อาจารย์ธิดา หมอเหวง คุณก่อแก้ว คุณพายัพ คุณวีระกานต์ ก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน เขาก็ถามผมว่าไปอยู่ไหน ผมบอกว่าไปอยู่ค่ายวังน้อย และก็ผลัดกันเล่าสถานการณ์ความเป็นอยู่ของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ดีไม่ได้มีการหารือกำหนดแนวทางต่อไปเลย เพราะต้องยอมรับว่า พวกเราเองก็เพิ่งได้มาพบกัน และต่างคนต่างก็แยกกันอยู่ นอกจากนี้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา (ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก) ก็นั่งคุยอยู่ด้วยประมาณ 2 ชั่วโมง เลยไม่ได้คุยประเด็นนี้

@พล.อ.ประยุทธ์ ยื่นข้อเสนออะไรให้ นปช.

ไม่มี เขาแค่ขอความร่วมมือว่า ให้สร้างความสงบสุขเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูประชาธิปไตยให้เร็วขึ้น ขอความร่วมมือในการเข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องปฏิรูปประเทศ และเราก็คุยกับเขา พร้อมขอร้องเขาว่า ให้พิจารณาปล่อยตัวแกนนำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง กปปส. หรือ นปช. เพราะถ้าปล่อยแกนนำต่าง ๆ จะนำไปสู่การร่วมไม้ร่วมมือกันมากขึ้น เราก็สัญญาว่าจะทยอยปล่อยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ก็เหลือแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอีกไม่มาก

@พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งศูนย์ปรองดองฯ ทาง นปช. ได้หารือประเด็นนี้หรือไม่

ยังงไม่ได้หารือกับแกนนำในประเด็นนี้ อย่างไรก็ดีศูนย์ปรองดองฯเป็นเพียงแนวคิด ที่ยังไม่รู้ว่ารูปแบบเป็นอย่างไร แต่ส่วนตัวคิดว่าการสลายสีเสื้อทำไม่ได้ เพราะสีเสื้อเป็นความคิด เป็นอุดมการณ์ความเชื่อ ดังนั้นไปทำลายความเชื่อคนอื่นมันทำไม่ได้ แต่ศูนย์ปรองดองฯต้องทำให้ทุกความเชื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ มีพื้นที่ของตัวเอง และอยู่กันอย่างยุติธรรมเท่าเทียม

@สรุปสถานการณ์ขณะนี้ นปช.พ่ายแพ้แล้วหรือยัง

ยังไม่มีใครพูดว่าพ่ายแพ้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นเพราะทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่ประชาชนไม่ได้พ่ายแพ้ เรามองว่า อยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว ประกาศฟื้นฟูประชาธิปไตยโดยเร็ว เลือกตั้งโดยเร็ว จะนำมาซึ่งสันติภาพโดยเร็ว เพราะทางออกอื่นไม่มีอีกแล้ว การเลือกตั้งเป็นกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ ต้องบอกว่า ถ้าประเทศคลุมเครือก็จะมีปัญหาหมักหมมมากขึ้น

@หมายความว่า นปช.จะกลับมาเคลื่อนไหวต่อในวันใดวันหนึ่งใช่หรือไม่

เบื้องต้นขอเรียนว่า เราเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้เรียกร้องอย่างอื่น อยากให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย อยากให้บ้านเมืองเกิดความเสมอภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย แต่ตอนนี้เราก็ขอพักกันสักครู่ ต่างคนต่างอยู่ไปก่อน เพราะเขาขอความร่วมมือมา เราก็ให้ความร่วมมือกับเขา

----
ทั้งหมดนี้คือความในใจของแกนนำ นปช.ชื่อ “นิสิต” ภายหลังถูกปล่อยตัวจากการควบคุมของ คสช. ที่ยืนยันว่า นปช.ไม่ได้พ่ายแพ้ และสักวันหนึ่งจะกลับมาเคลื่อนไหวต่ออย่างแน่นอน

แต่จะเป็นในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป !


....

เรื่องเกี่ยวเนื่อง...

แรมโบ้ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

ยุติ อพปช. ห้ามแอบอ้างชื่อ ให้ยุติความรุนแรง

http://www.youtube.com/watch?v=9Pf2qCjtn4Y&feature=youtu.be

ช็อตเด็ดวันนี้ : ตำหวดกะตะหาน น่ารักจุงเบย

ไปไหนไปกัน ซ้อนมอไซค์

รองผบ.ตร.ระบุการข่าวทหารมีความชัดเจนว่าผู้ชุมนุมต่อต้านคสช.มีแกนนำชักชวนและมีการสนับสนุนด้านการเงิน ไม่ใช่การชุมนุมโดยบริสุทธิ์ใจ

รองผบ.ตร.ยังบอกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งท./ตร.ที่บาดเจ็บจากดูแลพื้นที่จะมีการดำเนินคดี/ไม่ยินยอมให้เกิดความวุนวายอีกเด็ดขาด

ในส่วนของการดูแลความเรียบร้อยรอบอนุเสาวรีย์ชัยรับมือกลุ่มต้าน รรท.ผบช.น.บอกจะใช้กำลังทหาร 4 กองร้อย ตำรวจ 4 กองร้อย
Credit


ข้อสงสัยวันนี้...

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย ชูกระดาษเอ 4 ไล่ทหาร..แค่นี้ทำให้ทหารกลัว ถึงขั้นไล่จับ...

โดย อรรถชัย อนันตเมฆ

7 ชั่วโมงที่แล้ว
พาดหัวข่าววันนี้

-พล.อ.ประยุทธ์ เตือนพวกยุยง ในโซเขี่ยล มีเดีย มีความผิด วอนทุกฝ่าย ร่วมมือ คสช. ยันไม่ได้ ทำเพื่อฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง แต่เพื่อ ชาติสงบ

-**ข้อสงสัยผมวันนี้

1.ทำไม ควบุคุมตัวแต่ สส.พรรคเพื่อไทย ทั้งที่เค้าเป็น รัฐบาล แต่ปล่อยตัว สส. ประชาธิปัตย์ทั้งหมด ทั้งๆที่ปชป .เป็นคนเดินนอกเกมก่อน ออกมาประท้วง ข้างถนน ก่อเหตุก่อน ด้วยซ้ำ

2.ทหารค้นบ้าน แกนนำ นปช.ทุกคนหมด แบบไม่มีแจ้ง บุกยึดปิดล้อม แต่บ้านแกนนำ กปปส. ทำไมไม่บุก ไม่ยึด ไม่ค้น ล่ะท่าน

3.กปปส. ชุมนุม มา6 เดือน ฆ่าคนถ่วงน้ำ ปืนยิงหัว การ์ดซ้อมคนปางตาย บางคน เป็นลูกน้องท่าน ด้วยซ้ำ ไม่เห็น ท่านจะเดือดร้อน จะจัดการอะไร อันนี้ คนออกมา ต้านรัฐประหาร ไม่มีอาวุธ มีแต่ปากกา ท่านเอาทหาร มาล้อม มากระทืบ เอาปืนมาขู่ หมายความว่าอย่างไร

4.จากแถลงการณ์ ล่าสุดของท่าน ยืนยันแล้วว่า ท่านเอา อดีตนายกฯ ไปกักขัง ไว้จริง อย่าว่าแต่ ขอกักบริเวณ 1 อาทิตย์เลย 1 วันก็ไม่ได้ เพราะอดีตฯนายก ยุบสภา โดนองค์กรณ์อิสระ ของท่านปลดแล้ว ตอนนี้ ต้องนับว่า เป็นพลเรือน ท่านมีสิทธิ์อะไร ไปควบคุมตัว พลเรือนครับ

5.ท่านบอกว่า ทำเพื่อชาติ หวังว่าเป็นชาตินี้นะท่าน เพราะท่าน ไม่ได้ให้ คำมั่นสัญญาอะไรเลย ว่าชาติไหน ไม่ได้กำหนด เวลาอะไร ว่าขอกี่เดือน จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ แล้วประชาชน จะเชื่อคำพูดทหาร ที่เพิ่งตะบัตสัตย์ ได้อย่างไร เดือนก่อนๆๆๆ ท่านบอกว่า ไม่ยุ่งการเมือง ไม่ปฏิวัติ ท่านยังกลืน น้ำลายตัวเองได้ ไม่ใช่หรือครับ

6.ก่อนที่ท่าน จะอ้างสิทธิ์ ว่าจะมา ช่วยเหลือประเทศ ส่งบัญชีทรัพย์สิน ของท่านๆทั้งหลายให้ ปปง. ตรวจสอบก่อน หรือยังครับ ถ้ายัง ทำไมท่านไม่ทำล่ะครับ ถ้าท่านทำเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่ออำนาจ จริงๆ

7.ตอนนี้ท่าน กำลังทำให้ประเทศไทย เป็นเช่น รัฐบาลเกาหลีเหนือ เผด็จการ ยึดอำนาจ บังคับ ขู่เข็ญ ตัดสิทธิ เสรีภาพประชาชน ที่พึงมี จนตอนนี้ ประเทศอื่นๆ เค้าจะตัดขาดเรา อยู่รอมร่อแล้วท่าน ทำเพื่ออะไรครับ หรือต้องการ ปิดประเทศ ตามที่สุเทพฯขอไว้ ท่านช่าง เป็นกลางจริงๆครับ

8.การตั้ง รัฐบาลทหาร ปราศจากพลเรือน ท่านจะบอกว่า ทหารกลางที่สุด เหรอครับ งั้นย้อน ไปอ่านข้อ 1-7 นะครับ อันไหน ที่แสดงว่า ท่านยุติธรรม กับทุกฝ่าย ตามที่ท่าน พูดกรอกหูเรา ทุกวันมั่ง เราเป็นประชาชน ของชาติ

คำพูด ที่ท่านพูดว่า*** ถ้าไม่มีทหาร ก็ไม่มี ประเทศ อย่างทุกวันนี้** ผมขอ ย้อนกลับนะครับ " ถ้าไม่มี ประชาชน แล้วจะมีประเทศ ได้อย่างไร" ทหารก็ย้าย ไปตั้งประเทศใหม่ สิครับ เพราะทหาร แค่ไม่กี่แสน แต่พลเรือน หลายสิบล้าน นะครับท่าน ผบ.ทบ. 

Credit

อียูออกแถลงการณ์ ให้ไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด พร้อมปล่อยตัวผู้ถูกคุมตัว


อียูออกแถลงการณ์ ให้ไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด พร้อมปล่อยตัวผู้ถูกคุมตัว

สหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา แสดงความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงในไทย และเรียกร้องให้ไทยจัดการเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและน่าเชื่อถือเพื่อหวนกลับสู่กระบวนการทางประธิปไตยโดยเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ทางอียูยังเรียกร้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปล่อยตัวตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลทางด้านการเมืองและยกเลิกการจำกัดเสรีภาพสื่อ

"เราเรียกร้องให้ผู้นำทหารปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวด้วยเหตุผลทางการเมืองในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทั้งหมด และยกเลิกการจำกัดเสรีภาพสื่อ" แถลงการณ์ ระบุ และขอร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ และเคารพปฏิบัติตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานและสิทธิมนุษยชน

อียู ย้ำทิ้งท้ายไว้ว่า การสนับสนุนไทยของอียูจะดำเนินต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อไทยมีการเลือกตั้งและการคืนการปกครองสู่ระบอบภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด


S T A T E M E N T 
  
on the situation in Thailand 

"We are following current developments with extreme concern. Thailand must urgently restore the legitimate democratic process and the Constitution, through credible and inclusive elections. We urge the military leadership to free all those who have been detained for political reasons in recent days and to remove censorship. We call on all parties to exercise the utmost restraint. Respect for human rights and fundamental freedoms must be upheld. Only an early and credible roadmap for a return to constitutional rule and elections will allow for EU's continuous support." 

Credit

คลิปภาพคนร้าย ยิงปืนใส่บ้าน อ.วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่เมืองไทย หมายเอาชีวิตครอบครัว หรือข่มขู่


https://www.youtube.com/watch?v=3lO5xiZ7dKA



ภาพเบาะแส คนร้าย ชัดเจนอะไรขนาดนั้น ขอให้ จนท. ตร. รีบจับให้ได้โดยเร็ว



ที่มา Dangdd.com
...

https://www.youtube.com/watch?v=CWcA44bVNT8

Video Clip : Foreigner arrested for holding T-shirt stating "Peace Please" จับชาวต่างชาติชูเสื้อยืด

https://www.youtube.com/watch?v=XR5ds7TvIH8

Published on May 29, 2014
29 พ.ค. 2557 - 18.05 น. เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจจับชาวต่างชาติชูเสื­้อที่เขียนข้อความ "Peace Please" ที่ทางเท้าใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจับสุภาพสตรีไทย 2 รายที่ชูป้ายต้านรัฐประหาร ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่สโมรส­รทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต

http://prachatai.com/journal/2014/05/...

29 May 2014 - 6.05 p.m. A foreigner was arrested by the military after he was found hold Tshirt stating "Peace Please"
after buying from a vendor at Victory Monument. He was taken away by soldiers and polices along with the other two Thai women, who were holding placards with anti-coup messages.

ooo

ภาพทหารยึดอนุสาวรีย์ชัยฯ จับฝรั่งซื้อเสื้อ 'Peace Please' 2หญิงชู A4 'No Fascist'







ที่มา ประชาไท

ช่วงเย็นวันนนี้(29 พ.ค.57) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกว่า 1,000 นาย ควบคุมพื้นที่ทั้งบริเวณด้านล่างและบนสกายวอล์ค พร้อมปิดเส้นทางจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ฯ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มต้านรัฐประหารมาชุมนุม

อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเย็นไม่พบกลุ่มต้านรัฐประหารรวมตัวบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด มีเพียงเวลา 18.05. น. ชายชาวต่างประเทศไม่ทราบชื่อ ซื้อเสื้อสีขาวสกีนข้อความ 'Peace Please' จากร้านบริเวณอนุสาวรีย์ฯ และนำเสื้อพร้อมไม้แขวนมาเกี่ยวกับเสื้อตัวเอง พร้อมติดป้ายราคาตัวละ 100 บาท เดินผ่านเจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าวบริเวณนั้นจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารจะเข้าควบคุมตัว และนำตัวออกไป โดยหลังถูกควบคุมตัวเขากล่าวกับเจ้าหน้าที่ทหารด้วยภาษาไทยว่า เขาเพียงแต่ต้องการสันติภาพ

นอกจากนี้ยังมีหญิงไม่ทราบชื่อ 2 คน ชูป้ายกระดาษ A4 ข้อความ 'No Fascist' และ 'Prayudh get out' ในบริเวณดังกล่าวก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไป

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการควบคุมตัว แต่ไม่ได้รับคำตอบ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ความว่าจะนำตัวทั้ง 3 คนไปที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อทำการซักถามต่อไป

หลังจากนั้นเวลา 18.20 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดเส้นทางจราจรทำให้รถสามารถสัญจรบริเวณดังกล่าวได้ตามปกติ
...

Not just Thai. Even foreigner if you say anything about peace. You will be arrest.

http://www.youtube.com/watch?v=Io5pZ-xolIc

Published on May 29, 2014
This foreigner bought a shirt that say 'PEACE PLEASE' at Victory Monument Bangkok, Thailand and was arrested by Thai soldier. Wonder what his embassy would say?

ฝรั่งคนนี้ถูกจับหลังจากที่ซื้อเสื้อที่มี­เขียนว่า 'PEACE PLEASE' บริเวณอนุสาวรีย์ชัย แล้วยืนถ่ายรูปกับทหาร ทำให้ถูกจับคาดว่าส่งตัวไปสโมสรกองทัพบก สถานทูตของฝรั่งคนนี้จะว่าไงเนี้ย?

คู่มือการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)




ที่มา ilaw

กรณีถูกเรียกให้ไปรายงานตัว ผู้ถูกเรียกตัวและญาติควรปฏิบัติ ดังนี้
• แจ้งญาติ เพื่อน คนใกล้ชิด 
• เมื่อไปรายงานตัวควรมีญาติหรือคนใกล้ชิดเดินทางไปด้วยมากกว่าหนึ่งคน
• ควรจะนัดหมายให้ผู้ถูกเรียกตัวคนอื่นๆ ที่รู้จักไปพร้อมกัน
• ญาติ เพื่อน บุคคลใกล้ชิด ควรสร้างความรู้จักกันเพื่อติดตามสถานการณ์
• ผู้ถูกเรียกตัวและญาติควรทำบันทึกรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ที่ไปรายงานตัว ชื่อและยศของเจ้าหน้าที่ผู้รับรายงานตัว เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดเท่าที่มีให้ได้มากที่สุด
• ก่อนไปรายงานตัวควรเก็บหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาพร่างกาย เช่น การถ่ายรูปส่วนต่างๆ ของร่างกาย ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) เป็นต้น
• สอบถามระยะเวลาที่ใช้ในการรายงานตัว ถ้าไม่ปล่อยตัว ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าจะควบคุมตัวที่ไหน กี่วัน
• ให้ญาติสอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องช่องทางการติดต่อสื่อสารกับผู้ถูกเรียกตัว 
• ให้ผู้ถูกเรียกตัวนำของใช้ส่วนตัว ยาประจำตัวติดตัวไปด้วย
• ถ้าถูกปล่อยตัว ให้ทำบันทึกเวลา สถานที่ และสภาพร่างกายทันที ถ่ายรูปบันทึกสภาพร่างกายเพื่อเป็นหลักฐาน



กรณีถูกซักถามโดยเจ้าหน้าที่ ผู้ถูกซักถามควรปฏิบัติ ดังนี้
• ถ้าแน่ใจว่าข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่กล่าวหาไม่ถูกต้อง ต้องปฏิเสธ

• ให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
• ไม่ควรพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เกินกว่าที่จำเป็น ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
• หากเจ้าหน้าที่ให้ลงชื่อ ควรอ่านเอกสารให้ครบถ้วน และดูว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ต้องไม่ใช่สิ่งที่ผู้ถูกควบคุมคิดหรือคาดเดาไปเอง หากไม่ถูกต้องให้เจ้าหน้าที่แก้ไขให้ถูก หากเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ผู้ถูกควบคุมตัวมีสิทธิไม่ยอมลงชื่ได้ 
• โปรดระวังว่าเอกสารทุกชนิดถูกนำมาใช้ในชั้นศาลได้


มาตรการเตรียมตัวเมื่อมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุม (เช่น กรณีจะไปชุมนุม)
• ผู้มีความเสี่ยงก่อนออกไปควรแจ้งสถานที่ที่จะไป และการติดต่อต่างๆ 
• ควรถ่ายรูปขณะเดินทางหรือขณะชุมนุม เพื่อให้คนอื่นติดตามที่อยู่ได้
• ควรบันทึกการแต่งกาย ของมีค่าและของใช้ที่ติดตัวไป


กรณีถูกจับกุม
• ผู้ถูกจับกุมควรบอก ชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อญาติหรือคนใกล้ชิด ให้คนที่อยู่บริเวณที่ถูกจับกุมทราบ
• ควรสอบถามว่าจะถูกควบคุมตัวไปไว้ที่ไหน
• ควรแชร์ตำแหน่งที่อยู่ของตนเป็นระยะ 
• ขออนุญาตเจ้าหน้าที่แจ้งญาติทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมตัวในโอกาสแรก หากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ติดต่อให้
• ควรแจ้งให้ญาติหรือคนใกล้ชิดมาขอเยี่ยมทันทีที่ถูกกักตัว

กรณีถูกซักถามโดยเจ้าหน้าที่
• ถ้าแน่ใจว่าข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่กล่าวหาไม่ถูกต้อง ต้องปฏิเสธ
• ให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
• ไม่ควรพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เกินกว่าที่จำเป็น ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม

กรณีถูกกักตัว
• เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเต็มในการกักตัวได้ไม่เกิน 7 วัน ตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก มาตรา 15 ทวิ หากมีการควบคุมเกินกว่านั้น จะเป็นอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งต้องอาศัยหมายจากศาล
• กรณีที่ญาติอยู่ด้วยระหว่างมีการจับกุม ญาติควรตามไปเพื่อให้ทราบสถานที่กักตัวหรือควบคุมตัว
• กรณีไม่ทราบสถานที่กักตัว ให้ญาติติดต่อสอบถามหน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้องโดยแจ้งจุดที่ถูกจับให้เจ้าหน้าที่ทราบ 
• ญาติควรเจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมในโอกาสแรก
• ญาติควรเข้าเยี่ยมผู้ถูกกักตัวตั้งแต่วันแรก และ บ่อยเท่าที่เป็นไปได้
• เมื่อครบ 7 วัน ญาติควรไปรับตัวจากสถานที่ควบคุมตัว หากครบ 7 วัน ยังไม่มีการปล่อยตัวให้ติดต่อทนายความเพื่อยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัว เนื่องจากเป็นการควบคุมตัวมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม มาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 
• ในระหว่างการกักตัว หากมีการนำตัวผู้ถูกเรียกให้รายงานตัวและถูกจับไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ให้ขอตำรวจแจ้งญาติทันที และให้เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัว
• เมื่อถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว มีสิทธิขอประกันตัวต่อพนักงานสอบสวน

สิทธิของผู้ถูกจับ 
• กรณีการจับกุมตามกฎหมายพิเศษ เจ้าหน้าที่ใช้กำลังดำเนินการได้เท่าที่จำเป็น
• ผู้ถูกจับมีสิทธิแจ้งหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับไว้วางใจ  ทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมตัวในโอกาสแรก
• ผู้ถูกจับมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว 
• ผู้ถูกจับมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนในชั้นสอบสวนได้
• ผู้ถูกจับมีสิทธิได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อญาติได้ตามสมควร
• ผู้ถูกจับมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย
• ผู้ถูกจับมีสิทธิได้รับแจ้งสิทธิจากเจ้าพนักงานหรือตำรวจในโอกาสแรก
• ได้รับแจ้งข้อกล่าวหาหรือรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ทราบ  หากมีหมายจับ  ต้องแสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับทราบขณะจับกุม การจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  และตามป.วิฯอาญา จะมีหมายจับ  เว้นแต่เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า หากจับตามกฎอัยการศึกไม่ต้องมีหมายจับ
• ผู้ถูกจับมีสิทธิมีสิทธิจะไม่ให้การหรือให้การก็ได้
• ผู้ถูกจับมีสิทธิมีสิทธิได้รับสำเนาบันทึกการจับกุม

คลิปฮอต : 27-5-57 นาทีทหารล็อคตัวกลุ่มต้านรัฐประหาร ณ แยกราชประสงค์

https://www.youtube.com/watch?v=0BCjjlWxGp4&app=desktop

Published on May 27, 2014

จิ๋วแต่แจ๋วนะ....But Not For Me...



“ประยุทธ์” สั่งปรับลดขนาดโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ - สกัดการเมืองแทรก


วันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.)กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร(กอ.รมน.) สำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่

โดยในที่ประชุม ได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่วนสำนักงานข่าวกรอง ให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน. รองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนสำนักงบประมาณ ให้จัดทำร่างงบประมาณประจำปี2558 เสนอ คณะคสช. รวมทั้งจะหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าร้อยละ95 ในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายวิธีการงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ในส่วนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะรวบรวมแผนงานหรือ โรดแมท ของ หัวหน้า คสช. จัดทำยุทธศาสตร์ หากมีเกิดความซ้ำซ้อรให้เสนอให้ หัวหน้า คสช.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะพิจารณาและนำเสนอความเป็นไปได้และความเร่งด่วนในการจัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายหัวหน้า คสช. รวมทั้งจะติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านเสรษฐกิจ เพื่อเสนอแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ2557

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 29, 2557

เหรอ...แต่...สถานทูตสหรัฐเขาออกมาปฏิเสธแล้วนี่...


รองโฆษกกองทัพบกเผย เผย ผบ.ทบ. สหรัฐฯโทรให้กำลังใจ  "พล.อ.ประยุทธ์" แสดงความเข้าใจการทำรัฐประหาร พร้อม ยก 3 เหตุผลแจงต่างประเทศ


แต่ Pantip แจ้งว่า...

สถานทูตสหรัฐออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องผู้บัญชาการทหารสหรัฐต่อสายหา พลเอกประยุทธ์ ที่รายงานข่าวโดยเนชั่น
จริงๆ จะโทษเนชั่นก็คงไม่ได้ เพราะในเนื้อหา ระบุว่า .. Winthai claims  แสดงว่าโฆษก กองทัพเองที่ ...


  • เมนต์กันมัน...

  • ฮาฮา ข่าวนี้ทำผมต้องหัวเราะหึหึอยู่นาน
  • สิ้นคิดจริงๆ ต้องเต้าข่าวสู้
    เหรอ... ขรรมมาก

    สหรัฐอาหรับเอมิเรทส์ รึเปล่า? คงโทรมาเป็นภาษาอาหรับ ท่านประยุทธ์อาจจะฟังภาษาอาหรับไม่แตกฉานก็ได้

    กล้าเนอะ
  • อยากฟังประยุทธพูดภาษาอังกฤษ

    What did he say? Google translate?

    ดูคลิปที่มีคนถ่ายตอนแกคุยกับทูต ตปท อยู่ ภาษาอังกฤษแกก็โอเคน่ะ ไม่เข้าใจว่าจะใช้ล่ามทำไมให้มันขาดความต่อเนื่อง
  • อืม เหรอ
  • คนโทรนี่ชื่อแรมโบ้รึเปล่าครับท่าน พวกรักสงบสันติเหมือนกัลลลล

    ละเมอ..ป่าว
  • ส่กระโปรงเถอะท่านโฆษก
  • อาย หมา แมว บ้างเหอะ

    ไอ้กันเค้าปฎิเสธแล้วว่าไม่จริง

    พูดได้แค่แนะนำตัวเอง นอกนั้นใช้ล่ามดูจากคลิบAndrewMcgrager Mashall ในไทอีนิวส์ 27พ.ค.

    จะไม่ให้โอเคได้ไงละครับ ภริยาท่านผู้นำเป็นถึงอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ จุฬา เชียวนะ
  • จะพยายามเชื่อย่ะ แต่คงยากส์

    พาดหัวข่าวแบบนี้ กระดาษทรายเบอร 0 เรียกพี่เลยนะคะ หลักๆคือเขาแสดงความห่วงใย และให้ใช้เวลาช่วงนี้ (รปห) ให้สั้นที่สุด แปลความว่ารีบๆคืนอำนาจให้ประชาชนเลยยยยยย

    ยากเชื่อวะ...

    ผมก็ให้กำลังใจท่านครับ อยากให้ท่านไปเกิดใหม่เร็วๆ

    เขาโพสต์โต้แล้วครับว่าบิดเบือนhttp://pantip.com/topic/32104137

    สถานทูตสหรัฐpantip.com
    สถานทูตสหรัฐออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องผู้บัญชาการทหารสหรัฐต่อสายหา พลเอกประยุทธ์ ที่รายงานข่าวโดยเนชั่น

    ข่าวที่ออกมาจากคณะรัฐประหารสันนิษฐานไปเลยว่าเท็จครับ เขากำลังสร้างความชอบธรรมให้แก่ตัวเอง เหมือนปี53 ที่ สรรเสิญ แก้วกำเหนิดพูดครับ
  • ดิฉันอยู่ที่อเมริกาไม่เห็นได้ยินข่าวที่ว่าเลย ถ้าจะติดโรคสลิ่มนะคะท่านทหารทั้งหลายอย่ามโนให้มากนะคะ

    เชื่อ ก้ โง่

    คงเพราะแถลงแบบนี้ ถึงได้อยากจะปิดเฟสบุ๊ค
    กลัวคนเค้าจะรู้ว่าพูดไม่จริง

    เสียเวลาเปล่าๆ เอาเวลาทำอะไรก็ด้าย......ที่มันใช้ปัญญามั่งสิคับ ท่านทหาร ท่านไม่อายเค้าเหรอ นี่มันยุค 3G/4G แล้วนะไม่ใช้ยุค 486 หรือยุค Z80 ที่ท่านเคยใช้...โธ่เอ๊ย อย่างนี้นี่เล่าเค้าถึงไม่อยากให้ทหารมาปกครองปท.ไง แค่ปกป้องปท.ก็โอเคแล้ว

ช็อตเด็ดวันนี้ : สีแดงยังเห็นเป็นสง่า


วันอังคาร, มีนาคม 25, 2557

คลิปงานเปิดตัวหนังสือ – Book launch "โจนาทาน ลิฟวิงสตัน:นางนวล ฉบับสมบูรณ์ ภาค 4 ค้นพบใหม่ + "บินสู่อิสรภาพ....แด่ "โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล" ทุกท่าน


https://www.youtube.com/watch?v=Br_iQcZHgT8&feature=youtu.be

เสวนาโจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล ภาพตัวแทนผู้แสวงหาเสรีภาพ






Sat, 2014-12-13 23:06

ที่มา ประชาไท


เสวนาเปิดตัวหนังสือโจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล (ภาคจบ) วิทยากรชี้เป็นวรรณกรรมติดปีกให้คนหนุ่มสาวผู้ใฝ่หาเสรีภาพและสิ่งใหม่ พร้อมสะท้อนภาพสังคมเผด็จการ ที่สั่งสอนให้คนทำตามกัน

12 ธ.ค. 2557 ที่สำนักหอสมุดปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดกิจกรรมเสวนาเปิดตัวหนังสือ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งชาญวิทย์ เกษตรศิริ แปลจาก Jonathan Livingston : Seagull ต้นฉบับของริชาร์ด บาก (Richard Bach) จัดโดยสำนักพิมพ์จินต์ ร่วมกับมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และหอสมุดปรีดี พนมยงค์ โดยภายในงานเสวนาครั้งนี้มีผู้สนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 คน

“แม่ ฉันไม่กลัวที่จะเหลือแต่กระดูกและขน ฉันเพียงแต่อยากรู้ว่า เมื่อฉันอยู่ในอากาศ ฉันจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ ฉันเพียงแต่อยากรู้เท่านั้นเอง” ส่วนหนึ่งจากหนังสือโจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล

ชาญวิทย์ เริ่มต้นด้วยเล่าถึงเหตุผลที่เลือกแปลหนังสือเรื่อง โจนาธานฯ ครั้งแรกเมื่อปี 2515 ว่าเป็นเพราะ ในช่วงนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในสังคมอเมริกัน และในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการที่คนหนุ่มสาวในอเมริกาออกมาต่อต้านสงครามเวียดนาม ซึ่งนั่นเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของโจนาธานฯ คือการทำหน้าที่เป็นกระจกที่สะท้อนสังคมอเมริกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยุคแสวงหา หรือยุคบุพพาชน เป็นช่วงเวลาที่คนหนุ่มสาวลุกคนมาตั้งคำถามต่อระบบระเบียบเดิมหลายๆ สิ่ง ทั้งวัฒนธรรม ธรรมเนียม ประเพณี และพิธีกรรม แล้วแสวงหาสิ่งใหม่ในแนวทางของตนเอง

โจนาธานฯ เกิดขึ้นมาพร้อมกับการปฏิเสธสิ่งเก่า ประเพณี และความเชื่อโบราณที่คร่ำครึ แล้วต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ หรือต้องการที่จะบินในเส้นทางของตัวเอง ฉะนั้นความรู้สึกของการแสวงการบินค้นพบอะไรบางในตัวของเราเอง โจนาธานฯจึงถูกหยิบยกออกมาพิมพ์ หรือพูดถึงกันในหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ผู้คนถูกกดทับให้อยู่ภายในกรอบ หรือระเบียบของสังคม

ชาญวิทย์ได้กล่าวต่อไปว่า การจัดพิมพ์ครั้งใหม่นี้เนื่องมาจากได้มีการค้นพบต้นฉบับที่ผู้เขียนได้เขียนภาคจบไว้ แล้วได้รับมาตีพิมพ์ โดยเนื้อหาในส่วนที่ได้ตีพิมพ์เมเข้ามาใหม่ได้สะท้อนถึงการทำให้โจนาธาน กลายเป็นสถาบัน ถูกทำให้เป็นเทพ หรือลัทธิบูชาตัวบุคคล ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาต้องการ

ด้านประจักษ์ ก้องกีรติ เริ่มต้นด้วยการหยิบยกประโยคหนึ่งในหนังสือเรื่องโจนาธานฯ ซึ่งเป็นช่วงที่โจนาธานเริ่มออกบินในวิถีทางของตน แล้วถูกนกผู้ใหญ่เรียกมาตักเตือนว่า “คุณจะทำแบบนี้ทำไม เรามาอยู่ในโลกนี้เพียงเพื่อหากิน และพยายามมีชีวิตให้ยืนยาวเท่าที่เราจะทำได้” ซึ่งนั่นเป็นประโยคที่ส่งผลให้ผู้อ่านเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของชีวิต โจนาธานจึงเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวที่เริ่มตั้งคำถามกับชีวิต และสังคม ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบของกาลเวลา ทว่าเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวทุกยุคสมัย

“โจนาธานทำให้เห็นว่า ชีวิตที่ดีที่สุดคือชีวิตที่แหกคอก ผมสรุปได้อย่างนี้ เพราะถึงที่สุดถ้าคุณไม่แหกคอก คุณจะมีวันได้เจออะไร และคุณจะไม่มีวันรู่ว่าคอกที่คุณอาศัยอยู่มันใหญ่โตและแน่นหนาขนาดไหน จนเมื่อเดินออกไปแล้วถึงจะหันกลับมามองได้” ประจักษ์กล่าว

ขณะเดียวกัน ประจักษ์ ได้เล่าถึงเรื่องของพ่อ Malala Yousafzai หญิงสาวผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปีนี้ ซึ่งได้ตอบคำถามของนักข่าวว่า สอนลูกสาวอย่างไรถึงได้มีจิตที่ใฝ่หาเสรีภาพ และต่อสู้เพื่อการศึกษาของเด็กทุกคน ซึ่งพ่อของ Malala ได้ตอบคำถามของนักข่าวไปว่า “อย่าถามว่าผมทำอะไรให้กับเธอ ให้ถามผมว่าไม่ได้ให้กับเธอ สิ่งที่ผมไม่ได้ทำกับเธอคือ ผมไม่ได้เด็ดปีกของเธอ” ซึ่งเป็นประโยคที่สะท้อนถึงการที่มนุษย์ทุกคนโตมาพร้อมกับปีกติดอยู่กับหลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ระบบการศึกษา และสังคมที่เด็กคนหนึ่งโตเติบมาว่า ได้หล่อเลี้ยงให้ปีกนั้นเติบโตและงอกงามหรือไม่ ถ้าเปิดให้มีเสรีภาพ ให้ปีกนั้นงอกงามได้ เด็กก็จะบินได้ สามารถที่ค้นหาแนวทางของตัวเอง ทว่าเมื่อย้อนมามองสังคมไทยกลับเป็นสังคมที่เด็ดปีกของมนุษย์ตั้งแต่เด็ก ทุกคนจะเติบโตมาด้วยสูตรสำเร็จแบบเดียวกัน ที่ถูกกำหนดพ่อแม่ ระบบการศึกษา และรัฐ ซึ่งเป็นสังคมที่ต้องการทำให้คนเชื่อง ในแง่นี้สังคมไทยจึงไม่เอื้อให้มีคนอย่างโจนาธานได้ และการเป็นอย่างโจนาธานในสังคมไทยมีราคาที่ต้องจ่ายสูง เพราะหลายครั้งการไม่เชื่อฟังกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนด สุดท้ายแล้วนำไปสู่การกำจัดผู้ที่คิดต่าง

ด้านสุชาติ ได้กล่าวถึงนัยยะสำคัญทุกครั้งที่มีการพิมพ์ใหม่หนังสือเรื่องโจนาธาน และหนังสืออีกหลายเล่มที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่ม และหากย้อนกลับไปมองช่วงเวลาที่มีการตีพิมพ์หนังสือโจนาธานฯ 4 ครั้งที่ผ่าน และรวมครั้งนี้ด้วยเป็นครั้งที่ 5 ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมในยุคนั้นๆ ซึ่งเป็นยุคเผด็จการ ซึ่งโจนาธานก็ทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญอีกทางหนึ่งที่ทำให้คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาตั้งคำถาม ด้วยฐานขอความคับข้องใจที่มีต่อสภาพสังคม การเมืองการปกครองในยุคสมัยของตน เปรียบเหมือนกาติดปีกอีกหลังจากถูกเด็ดทิ้ง

สุชาติกล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่โจนาธานฯ ตีพิมพ์ครั้งแรก และครั้งที่สอง ได้ถูกโจมตีอย่างหนักจากนักกิจกรรมฝ่ายซ้าย ซึ่งปัจจุบันคนเหล่านั้นกลับยอมรับการรัฐประหารครั้งล่าสุดอย่างน่าแปลกใจว่า งานแปลของชาญวิทย์ เป็นงานประเภทจิตนิยม และพยายามสร้างตัวตนให้ผู้อ่านมีจิตวิญญาณอิสสระ เป็นพวกวีระชนเอกชน ซึ่งมีลักษณะเป็นปัจเจกนิยม และถึงที่สุดไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม ทว่าสุชาติกลับไม่ได้มองว่าโจนาธานฯเป็นเช่นนั้น แต่กลับจุดเริ่มต้นของการนับหนึ่งของผู้แสวงหาเสียมากว่า ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น
ooo




โดย ลูกเสือหมายเลข9
ที่มา  oknation.net

ยามเช้า ....

       .....ดวงตะวันใหม่สดใสส่องแสงสีทองทอดทาบระลอกทะเลที่สงบเยือกเย็น เรือตกปลาลำหนึ่งจอดลอยอยู่ห่างจากชายฝั่งหนึ่งไมล์ ส่งสัญญาณให้อาหารนกกระจายขึ้นไปในอากาศ และแล้วฝูงนางนวลจำนวนพันก็โผบินเข้ามาแย่งอาหารกันกิน  วันแห่งความสับสนอีกวันหนึ่งก็เริ่มขึ้น......   

       แต่ไกลออกไปจากชายฝั่งและเรือ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล กำลังฝึกบินอยู่เดียวดาย 

        มันบินสูงขึ้นไปในท้องฟ้าหนึ่งร้อยฟุต ลดเท้าที่ติดกันลง เชิดปากขึ้น และกระชับปีกเข้าหากันเพื่อหักมุมเลี้ยวที่แสนยากเย็น เมื่อมันเลี้ยวโจนาธานก็บินได้ช้าลง และเมื่อมันบินช้าๆ สายลมก็พัดผ่านหน้าราวกับเสียงกระซิบ เบื้องล่างท้องทะเลดูสงบนิ่ง 

       โจนาธานหรี่ตาตั้งสติแน่วแน่กลั้นหายใจ แล้วก็บังคับให้ตัวหักมุมเลี้ยว….อีกหนึ่งนิ้วฟุต…

       แต่แล้วขนของมันก็กระจุย มันชงักเสียหลักตกลงมา  


 นี่คือบทเริ่มต้น...ในหนังสือเรื่อง"โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล" แปลโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

        เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบ...และเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องการคิดนอกกรอบ(ของใครหลายคน)


 ความจริงแล้ว เรื่องของโจนาธาน ผมอ่านฉบับแปลโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อนอ่านของอ.ชาญวิทย์ด้วยซ้ำ

       หม่อมคึกฤทธิ์ใช้ชื่อหนังสือว่า "จอนะธัน ลิฟวิงสตัน นางนวล"


       ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เขียนคำนำว่า "...เมื่ออ่านแล้วเกิดความจับใจในธรรมะที่ได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีทั้งมนุษยธรรมและธรรมอันเป็นความจริงแห่งชีวิตซึ่งตรงตามที่พระพุทธเจ้าผู้ซึ่งเป็นพระบรมศาสดา และสรณะของผมได้ทรงแสดงไว้เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้วมากมายหลายอย่าง..."

       ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เขียนต่อว่า "...คนที่ผมอยากให้อ่านหนังสือเล่มนี้คือคนไทยทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิตนักศึกษาและนักเรียน เพราะจะได้กำลังใจในอันที่จะเล่าเรียนและทำประโยชน์ต่อไปได้มาก สำหรับคนที่เคยได้เล่าเรียนวิชาจากผมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นวิชาใด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด และไม่ว่าจะมากหรือน้อย ผมขอถือโอกาสนี้ส่งข่าวมาให้ทราบว่า...


       
"ผมอยากให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ทุกคน จะอ่านจากภาษาอังกฤษหรืออ่านจากคำแปลนี้ก็ได้ แต่ขอให้อ่านให้ได้ และในการอ่านนั้น ขอให้โปรดใช้ความคิดให้มากประกอบไปด้วย อย่าอ่านเพียงสักแต่ว่าผ่านสายตาไป นกนางนวลมันรักศิษย์ของมันฉันใด ผมก็รักพวกคุณทุกคนฉันนั้น"

      
".....สิ่งที่ทำให้ นางนวล โด่งดังขึ้นมาคงจะเป็นความง่ายของหนังสือเป็นประการแรก หนังสือเล่มนี้ง่ายในความหมายที่ว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่อ่านได้สบายๆ ในขณะเดียวกันก็แฝงปรัชญาความคิดเอาไว้ด้วย ลักษณะของหนังสือเป็นเรื่องผสมผสานกันระหว่างความเก่าและความใหม่ ความใหม่ที่แทรกเข้ามาก็คือ ความทันสมัยและวิทยาศาสตร์ในรูปของ Science Fiction คือ เรื่องของการบินเร็วและสามารถจะ บินได้เร็วเท่าความคิด นอกเหนือไปจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ประทับใจคนอ่านก็คือ อิสระเสรีภาพ  คนอ่านไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีอิสระที่จะตีความหนังสือเล่มนี้ได้ตามใจชอบดังนั้นจึงไม่น่าสงสัยอะไรเลย ที่มีคนตีความว่าปรัชญาของนางนวล เป็นฮินดูบ้างเป็นพุทธศาสนาบ้าง เป็นคริสตศาสนานิกาย Christian Science บ้าง หรือแม้กระทั่งว่าเป็นปรัชญาเก๊ๆ ก็มี ..."

       ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เขียนไว้ใน"คำตาม"


       หนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงโจนาธาน นกนางนวลที่ชอบ"แหกคอก" ด้วยการ"ฝึกบิน"

       เพราะสำหรับนกนางนวลนั้น พวกมันบินเพื่อหาอาหาร


       "ทำไมนะ จอน ทำไม" แม่ถามขึ้น "ทำไม่มันยากนักรึที่จะทำตัวให้เหมือนนกอื่นๆ ในฝูง หือ จอน ทำไมแกไม่ปล่อยให้การบินระดับต่ำเป็นเรื่องของนกเพลิแกน หรือนกอัลบาทรอส แล้วทำไมแกไม่กินซะบ้าง จอน แกน่ะเหลือแต่กระดูกและขน!"  

      
"แม่ ฉันไม่กลัวที่จะเหลือแต่กระดูกและขนฉันเพียงแต่อยากรู้ว่าเมื่อฉันอยู่ในอากาศ ฉันจะทำอะไรได้หรือทำไม่ได้ ฉันเพียงแต่อยากรู้เท่านั้นเอง" 

     
 "นี่นะโจนาธาน" พ่อพูดขึ้นอย่างไม่ไร้ความปรานี "หน้าหนาวก็ไม่ไกลนัก แล้วเรือหาปลาเหลือไม่กี่ลำ และปลาผิวน้ำก็จะว่ายลงสู่น้ำลึก ถ้าแกจะต้องเรียนรู้ แกก็ต้องเรียนรู้เรื่องอาหาร และก็หาอาหารกินให้ได้ เรื่องการบินนี่นะดีอยู่หรอก แต่แกก็น่าจะรู้ว่าการบินการร่อนกินเข้าไปไม่ได้ อย่าลืมว่าเหตุที่แกบินก็เพื่อเอาไว้หากิน"   

       โจนาธานพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง


       อย่างไรก็ตาม เมื่อ"ลับหลังพ่อและแม่...โจนาธานก็แหกคอก หลังจาก(พยายาม)ทำตัวเหมือนนกนางนวลตัวอื่นๆ นั่นคือส่งเสียงร้อง สู้ ร่อนลงแย่งเศษปลาและขนมปังกับฝูงนกที่ท่าน้ำและเรือตกปลา 

       โจนาธานคิดว่าการทำเช่นนั้น ไม่มีจุดหมาย บ่อยครั้งที่มันยอมทิ้งปลาแห้ง(ซึ่งหามาได้อย่างยากเย็น)ให้กับนกนางนวลแก่ๆที่หิวโหย


       โจนาธานคิดว่ามันควรจะใช้เวลาทั้งหมดในการฝึกบิน เพราะมีอะไรมากมายที่จะต้องเรียนรู้ 

       ไม่นานต่อมา โจนาธาน สามารถบินได้เร็วถึง 90 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งนั่นเป็นการทำลายสถิติความเร็วในหมู่นกนางนวล!!!


       สิ่งที่โจนาธาน"เรียนรู้"หลังฝึกบินก็คือ นกนางนวลไม่บินยามค่ำและบินเร็ว เพราะหากเป็นเช่นนั้น ธรรมชาติก็จะต้องให้มีตาเหมือนนกฮูก และมีปีกสั้นเหมือนนกเหยี่ยว


       แต่เมื่อต้องการเรียนรู้...โจนาธาน จึงทดลองทำ...ทุกอย่าง


       จึงไม่น่าเชื่อว่า โจนาธานสามารถบินได้เร็วถึง 210 ไมล์ต่อชั่วโมง และขยับเป็น 214 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลาต่อมา!!!

       สุดท้าย โจนาธานถูกขับออกจากฝูง...เพราะถือว่าเป็นการสร้าง"ความอับอาย"ในการเป็นนกนางนวล


      
"…สักวันหนึ่ง โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล แกจะรู้ว่าการไร้ความรับผิดชอบไม่มีประโยชน์อะไร ชีวิตเป็นเรื่องลี้ลับ และจะเรียนรู้ไม่ได้ เรามาอยู่ในโลกนี้เพียงเพื่อกิน และพยายามมีชีวิตอยู่ให้ยืนยาวเท่าที่เราจะทำได้"  นางนวลผู้เป็นใหญ่พูด

       ต่อมา...โจนาธาน พบกับนางนวลฝูงใหม่ 

       ซึ่งที่นี่ โจนาธาน พบกับ"เจียง" นางนวลเฒ่า ที่บอกโจนาธานด้วยความเมตตา
"ว่าไงลูก..เธอกำลังเรียนรู้อีกแล้วนางนวลโจนาธาน" 

       รวมทั้งได้พบ นางนวลซัลลิแวน นางนวลเฟลทเชอร์ ลินด์ นางนวลเมย์นาร์ด นางนวลโลเวล นางนวลชาลส์-โรแลนด์


       ทั้งหมดคือ"เพื่อน"...ในการเรียนรู้ของโจนาธาน


       "กฎที่แท้จริงอันเดียวคือ กฎที่นำไปสู่อิสระเสรีภาพ" บทสรุปของโจนาธาน

       และผมถือว่าเป็นบทสรุปที่"สุดยอด" ...สำหรับการอ่านหนังสือเล่มนี้