Iran said it launched missile and drone strikes on US bases in Kuwait and Bahrain, escalating tensions days after both sides agreed to an interim deal to end their conflict https://t.co/RvmOFeVE1K pic.twitter.com/2UQ4dVl1jS
— Reuters (@Reuters) June 28, 2026
.....
รายละเอียดสำคัญของสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและผลกระทบที่ตามมาในทันที มีดังนี้:
เป้าหมายและความเสียหาย: IRGC อ้างว่าได้โจมตีฐานทัพหลักของสหรัฐฯ 8 แห่ง โดยระบุชื่อฐานทัพอากาศ Ali Al Salem ในคูเวต และฐานทัพเรือของกองเรือที่ 5 (Fifth Fleet) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ท่าเรือ Salman ในบาห์เรนอย่างชัดเจน
คูเวต: กองทัพคูเวตยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นภัยคุกคามที่เข้ามาได้สำเร็จ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธนำวิถี (ballistic missiles) 2 ลูกและโดรนจำนวนมาก โดยรายงานว่าไม่มีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายต่อฐานทัพของสหรัฐฯ หรือคูเวตในทันที
บาห์เรน: แม้จะมีการเปิดสัญญาณเตือนภัยทางอากาศทั่วประเทศ แต่การโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธของอิหร่านได้สร้างความเสียหายแก่อาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้นในจังหวัด Muharraq ใกล้กับสนามบินนานาชาติ ส่งผลให้หน้าต่างแตกกระจายและชั้นบนสุดของอาคารพังเสียหาย ทั้งนี้ ไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บ และทางการระบุว่าจุดที่ถูกโจมตีอยู่ห่างจากกองบัญชาการกองเรือที่ 5
ชนวนเหตุแห่งความล้มเหลวของข้อตกลง: การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างแม่นยำของสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินการโดยเครื่องบินขับไล่ของกองทัพเรือและกองทัพอากาศในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 10 แห่ง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเฝ้าระวัง ระบบสื่อสาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บโดรน และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด หลังจากกล่าวหาว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งชักธงปานามา ในช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อพิพาทเรื่องจุดยุทธศาสตร์สำคัญ: เบื้องหลังการปะทะกันด้วยอาวุธในครั้งนี้ คือข้อพิพาทพื้นฐานเกี่ยวกับการกำกับดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดการโจมตี กลุ่มความร่วมมือทางทะเลนานาชาติที่นำโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนขยายเส้นทางเดินเรือทางเลือกใกล้กับโอมาน เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่การสัญจรเข้าและออกของเรือ อิหร่านได้คัดค้านเรื่องนี้อย่างรุนแรง โดยนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เตือนว่าการจัดเส้นทางเดินเรือทางเลือกใดๆ ที่หลีกเลี่ยงการกำกับดูแลของอิหร่านถือเป็นการยั่วยุโดยตรง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้การเปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการต้องล่าช้าออกไป
ผลกระทบทางการทูตและถ้อยแถลงตอบโต้: อนาคตของกรอบข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 60 วันกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหนัก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงอย่างเป็นทางการว่าปฏิบัติการล่าสุดของสหรัฐฯ ละเมิดข้อ 1 ของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด และเตือนว่าการกระทำที่ดำเนินต่อไปจะทำให้กระบวนการทางการทูตทั้งหมด "หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง" ในทางกลับกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับปกป้องการโจมตีตอบโต้บนโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาเตหะรานว่าละเมิดข้อตกลงสันติภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเตือนว่าการยกระดับความขัดแย้งต่อไปจะผลักดันให้สหรัฐฯ "ดำเนินการทางทหารเพื่อปิดฉากภารกิจ" พันธมิตรในภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ได้ประณามการโจมตีของอิหร่านอย่างรุนแรงว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งเสี่ยงต่อการทำลายช่องทางการทูตที่ได้มาอย่างยากลำบากโดยสิ้นเชิง