สนธิ ลิ้มทองกุล จะไม่น่าไว้วางใจเพียงไรสำหรับกระบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่การที่เขาไล่บี้ เนวิน ชิดชอบ รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคประชาชน ก็ทำให้เห็นชัดแจ้งยิ่งขึ้นว่าตัวการใหญ่ในระบอบสีน้ำเงินเหล่านั้นไม่ควรแก่การกินรวบประเทศเพียงใด
สำนักข่าว News1 เขียนถึง ทองเจือ ชาติกิจเจริญ “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และบุคคลที่หลายฝ่ายเรียกว่า
เป็นคนใกล้ชิดหรือมือทำงานของเนวิน” ไว้อย่างสุดเสียดว่าถูกกรรมาธิการเรียกให้ปากคำในการไต่สวนเรื่องโกงสอบท้องถิ่น “แล้วไม่ไปจะทำไม”จะเรียกว่าทองเจือเขาใหญ่จริงหรือแบ็คดีสุดวิเศษอย่างไรก็ตาม มันแสดงถึงความอหังการของเนวินไม่มากก็น้อย พอๆ กับที่สนธิเสียดสีว่าเป็น ‘ราชวงศ์บุรีรัมย์’ เพราะการที่ทองเจือไม่ยอมไปชี้แจงต่อ กมธ. เช่นเดียวกับอนุทิน ซึ่งทำอย่างนี้ประจำละก็
ย่อมแสดงว่ารัฐบาลอนุทินเป็นอุปสรรคต่อระบอบรัฐสภา โดยแฝงฝังหนอนบ่อนไส้เอาไว้ล้นหลาม ไม่เพียงเสียงส่วนมากในวุฒิสภาที่มาจากการ ‘ฮั้ว’ ทุจริตโกงเลือกตั้ง แล้วยังมีประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่คอยตัดบทฝ่ายค้านไม่ให้แตะต้องรัฐบาลด้วย
ข่าวนิวส์ ๑ กล่าวถึงการที่ทองเจือไม่ยอมไปตอบคำถาม กมธ.ด้านกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ทั้งๆ ที่ รังสิมันต์ โรม ประธานชี้ว่า “มีการติดต่อประสานกับบุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสอบท้องถิ่น
ทั้งที่ทองเจือไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในกระบวนการจัดสอบ” ขณะที่รังสิมันต์ยืนยันว่า อาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเบื้องหลังของกระบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ อาทิเช่นการเปลี่ยนตัวมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ “การแก้ไขคะแนน ไปจนถึงข้อมูลการพบปะระหว่างบุคคลระดับสูงกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสอบ”
ทำให้ถูกมองว่า “เป็นการ ‘ตัดตอน’ คดี โดยปล่อยให้ผู้บงการตัวจริงหลุดจากการตรวจสอบ” จำเพาะเจาะจงที่ตัวทองเจือเป็นคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ถูกตรวจสอบคดีทุจริตโดย ปปช. ข่าวนิวส์ ๑ บอกว่า “คดีนี้จึงไม่ได้มีคำถามแค่ว่าใครเป็นคนแก้คะแนน หรือใครรับเงิน
แต่กำลังขยายไปถึงว่า ใครส่งรายชื่อ ใครเปิดทาง ใครได้ประโยชน์ และมีใครอยู่เหนือขบวนการนี้อีกหรือไม่” กมธ.ชุดของรังสิมันต์ได้เรียกทองเจือไปให้การแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับความร่วมมือ
หากจะอ้างว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง “เหตุใดจึงไม่มาชี้แจงให้ชัดเจนต่อ กมธ.”
