วันอาทิตย์, กันยายน 06, 2569

ทั้ง 2 รัฐบาล (เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย) ควรได้เครดิตทั้งคู่ 1. ส่วนลดจาก 36% เหลือ 19% นั่นมันผลงานรัฐบาลเพื่อไทย จากกรอบความตกลงเดิม 2. ส่วนการทำภารกิจรอบล่าสุดของ คุณศุภจี คือการเจรจาเชิงเทคนิคเพื่อรักษาสิทธิ์และเพดานภาษี 19% นั้นไว้ไม่ให้ถูกปรับเพิ่มขึ้นตามมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ


Ringsideการเมือง
17 hours ago
·
จาก 36% เหลือ 19% ! จบภารกิจสหรัฐฯ “ศุภจี” ปิดดีล ART รักษาภาษีไทยแข่งขันได้
.
“ศุภจี” จบภารกิจเจรจาการค้าสหรัฐฯ ไทย-สหรัฐฯ หาข้อสรุปสาระสำคัญ ART ร่วมกันได้ เดินหน้าปิดรายละเอียดทางเทคนิค หวังรักษาความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทย หลังไทยเคยเผชิญภาษีต่างตอบแทนสูงถึง 36% ก่อนลดลงเหลือ 19% ชี้ตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าส่งออกกว่า 2.37 ล้านล้านบาท เชื่อมโยงการจ้างงานคนไทยมากกว่า 400,000 ตำแหน่ง
.
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการหารือกับนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR และนายริก สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า การหารือระหว่างไทยและสหรัฐฯ มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในสาระสำคัญของการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ได้แล้ว
.
ขั้นตอนจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคเร่งเก็บรายละเอียดและประเด็นปลีกย่อยที่ยังเหลืออยู่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่า ไทยจะได้รับการพิจารณาอัตราภาษีอย่างเป็นธรรมและอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ก่อนสหรัฐฯ ประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นอีกช่วงสำคัญของการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังจากก่อนหน้านี้ไทยเคยถูกกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariff ภายใต้กฎหมาย IEEPA สูงถึง 36% ก่อนที่การเจรจาและการจัดทำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะทำให้อัตราดังกล่าวลดลงเหลือ 19% และนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลง ART เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
.
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านภาษีของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า การจัดเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สหรัฐฯ จึงหันมาใช้มาตรา 122 จัดเก็บภาษีจากทุกประเทศในอัตรา 10% และเปิดการไต่สวนตามมาตรา 301 เพิ่มเติม ทั้งกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง และกรณีประเทศที่ไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ
.
สำหรับกรณีแรงงานบังคับ ปัจจุบันสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 12.5% สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ ขณะที่ประเทศซึ่งมีกฎหมายดังกล่าวหรือสามารถสรุปความตกลง ART กับสหรัฐฯ ได้แล้ว จะถูกกำหนดอัตราที่ 10% ส่วนผลการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
.
นางศุภจีระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการเดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งนี้ คือการทำให้อัตราภาษีของสินค้าไทยอยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศคู่แข่งในภูมิภาคได้ เพราะสหรัฐฯ ถือเป็น ตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกในปี 2568 มากกว่า 2.37 ล้านล้านบาท และเชื่อมโยงกับการจ้างงานในประเทศไทยมากกว่า 400,000 ตำแหน่ง
.
หากไทยสามารถสรุปความตกลง ART ได้สำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย รวมถึงช่วยประคองการผลิต การจ้างงาน และรายได้ของประชาชนในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ
.
ทั้งนี้ ART ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะเรื่องอัตราภาษีนำเข้า แต่ยังรวมถึงการจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี การค้าดิจิทัล และการเปิดโอกาสทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยประเทศที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ มีโอกาสได้รับการพิจารณาอัตราภาษีในระดับที่ต่ำลงและรักษาความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น
.
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวมมากกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ 2.37 ล้านล้านบาท นำเข้าประมาณ 7 แสนล้านบาท และไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ ประมาณ 1.68 ล้านล้านบาท
.
การหารือที่กรุงวอชิงตันจึงไม่ใช่เพียงการเจรจาตัวเลขภาษี แต่เป็นการรักษาตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ท่ามกลางการปรับกติกาการค้าโลก โดยเป้าหมายของไทยคือปิดรายละเอียด ART ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อให้อัตราภาษีของสินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ รักษาฐานการผลิต การลงทุน และงานของคนไทยในระยะยาว

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1678173623877440&set=a.504697237891757
.....

(มีผู้รู้บอกว่า ก่อนไปก็ 19% กลับมาก็ 19% ส่วนไอ้ที่ลดจาก 36% เหลือ 19% นั่นมันผลงานรัฐบาลเพื่อไทย)

เรื่องอัตราภาษีจาก 36% เหลือ 19% มีรายละเอียดและความเชื่อมโยงทางนโยบายที่คาบเกี่ยวกันอยู่ดังนี้

ความเป็นมาของตัวเลขภาษี

จุดเริ่มต้นที่ 36%: ไทยเคยถูกสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ไว้สูงถึง 36% จากปัญหาการเกินดุลการค้า

การปรับลดลงมาที่ 19%: ในช่วงรัฐบาลก่อนหน้า ได้มีการจัดทำแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ จนนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลง ART (Agreement on Reciprocal Trade) เมื่อช่วงปลายปี 2568 ซึ่งทำให้ตัวเลขการเรียกเก็บลดลงมาอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 19%

บทบาทและการดำเนินการล่าสุด

แม้ตัวเลข 19% จะเคยถูกเจรจาไว้ในกรอบเดิม แต่ในช่วงต่อมาสถานการณ์ภาษีของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและการไต่สวนเพิ่มเติม (เช่น การไต่สวนตามมาตรา 301 เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินและประเด็นแรงงานบังคับ) ซึ่งทำให้ไทยเสี่ยงที่จะถูกปรับเพิ่มอัตราภาษีกลับไปใกล้เคียงกับระดับเดิมอีกครั้ง

การเดินทางไปเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ของคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในรอบนี้ เป็นการเข้าปิดดีลรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อล็อกอัตราภาษีนำเข้ารวมให้อยู่ที่ไม่เกิน 19% ตามกรอบเดิม ไม่ให้ทะลุสูงขึ้นไปตามผลการไต่สวนใหม่

ดังนั้น ข้อเท็จจริงคือการลดจาก 36% มาเป็น 19% เกิดขึ้นจากกรอบความตกลงเดิมที่ทำไว้จริง ส่วนการทำภารกิจรอบล่าสุดคือการเจรจาเชิงเทคนิคเพื่อรักษาสิทธิ์และเพดานภาษี 19% นั้นไว้ไม่ให้ถูกปรับเพิ่มขึ้นตามมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ