วันศุกร์, สิงหาคม 28, 2569

iLaw เปิดอีก 📞พบเส้นทางการโทรศัพท์ “สว.บุรีรัมย์” โทรหา “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. (ขอเป็นกำลังใจให้ ILAW ความจริงก็คือความจริง การเปิดเผยครั้งนี้มีประโยชน์กับอนาคตไทยมาก คนที่รักชาติจริงเขาต้องไม่ทำให้ชาติถดถอย )


iLaw
7 hours ago
·
พบเส้นทางการโทรศัพท์ “สว.บุรีรัมย์” โทรหา “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.
.
จากข้อมูลเส้นทางการโทรศัพท์ของผู้สมัคร สว. พบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของ “ปราณีต เกรัมย์” สว. กลุ่ม 16 จังหวัดบุรีรัมย์ อดีตคนขับรถของ ชัย ชิดชอบ โทรหา “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ในวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ระยะเวลาการโทร 39 วินาที
.
ปราณีต เกรัมย์ สว. กลุ่ม 16 จังหวัดบุรีรัมย์ อดีตคนขับรถของ ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย หนึ่งใน 14 สว. จากบุรีรัมย์ และเป็น สว. ที่ได้คะแนนรอบเลือกไขว้ล้นกระดานที่ 54 คะแนน
.
ในปี 2567 ปราณีตเคยถูกยื่นคำร้องต่อ กกต. กรณีสมัคร สว. โดยรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานในด้านที่สมัครไม่ถึงสิบปี อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป. สว.ฯ) มาตรา 11 (16), 13 (3), และ 74
.
ปราณีต ระบุในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าเป็น “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547” ซึ่งเมื่อคำนวนจากอายุพบว่า ในปี 2567 ปราณีตมีอายุ 61 ปี หมายความว่าระหว่างปี 2527-2547 ปราณีตมีอายุ 21-41 ปี ในขณะที่ข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดให้นักกีฬาอาวุโสต้องมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เท่ากับว่า หากพิจารณาประสบการณ์ในฐานะนักกีฬาอาวุโสเพียงอย่างเดียว ปราณีตจะมีประสบการณ์สูงสุดเพียง 6 ปี คือระหว่างอายุ 35 - 41 ปี ระหว่างปี 2541 ถึง 2547 ซึ่งไม่ครบ 10 ปีตามเกณฑ์คุณสมบัติของผู้สมัคร
.
อย่างไรก็ดี ในกระบวนการไต่สวน ปราณีตชี้แจงว่า มีประสบการณ์เป็นนักฟุตบอลเกิน 10 ปี โดยเริ่มแข่งขันระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้รับการคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลของกองพันระหว่างรับราชการทหารในปี 2527 ก่อนจะแข่งขันระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องถึงปี 2547
.
แต่ในการสมัคร สว. ปราณีตไม่ได้เป็นคนกรอกใบสมัครเองให้แต่ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้บันทึกข้อมูลให้ แต่เนื่องจากวันนั้นไม่ได้นำแว่นตาไปด้วยทำให้เซ็นรับรองความถูกต้องคลาดเคลื่อนไป โดยยืนยันว่าได้แจ้งเพียงว่าเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่ปี 2527 ถึง 2547 แต่เจ้าหน้าที่ได้เติมคำว่าอาวุโสลงไปเอง
.
ต่อมาในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 กกต.ได้มีคำวินิจฉัยที่ 251/2567 ให้ยกคำร้องโดยระบุว่า ผู้ถูกร้องเป็นนักกีฬาฟุตบอลจริงและกรณีที่เขียนใบสมัครคลาดเคลื่อนจาากความเป็นจริงเห็นว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหาจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
.
คำวินิจฉัย กกต. ที่ 251/2567 https://www.ect.go.th/.../m_laws_file_2608...
.
#สั่งฟ้องสว
https://www.facebook.com/photo?fbid=1500498335457114&set=a.625664036273886
.....

สุดจะทน คนอย่างเธอ
·
เป็นกำลังใจให้ ILAW ความจริงก็คือความจริง การเปิดเผยครั้งนี้มีประโยชน์กับอนาคตไทยมาก ขอให้ทุกคนหูตาสว่างขึ้น อย่าหลับหูหลับตาเชียร์เพียงเพราะพวกมันอ้าง รักชาติ จำไว้คนที่รักชาติเขาต้องไม่ทำให้ชาติถดถอย และเขาจะไม่ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก
.....


iLaw
4 hours ago
·
27 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) เผยแพร่มติ กกต. จากการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 และวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สั่งฟ้องผู้สมัคร สว. ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม 1,767 คน ในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภาฯ มาตรา 74 ที่ระบุว่า

“ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครรับเลือกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย”

อย่างไรก็ตาม การเลือกสว. ชุดที่ 13 เสร็จสิ้นไปแล้วในเดือนมิถุนายน 2567 แต่มติสั่งฟ้องผู้สมัคร 1,767 คน เกิดขึ้นตามหลังซึ่งผ่านมาแล้ว 2 ปีแล้ว แม้สำนักงาน กกต. จะไม่ได้ระบุว่าผู้สมัครสว. ทั้ง 1,767 คนดังกล่าวเป็นใคร หรือผ่านการเลือกในระดับใดบ้าง แต่ระบบการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 หากผ่านทุกด่านไปได้จนถึงระดับประเทศ ผู้สมัครแต่ละคนมีอำนาจโหวตเลือก สว. มากถึง 42 เสียง

ในการเลือกสว.ระดับอำเภอและระดับจังหวัดมีระบบเหมือนกัน สำหรับรอบเลือกกันเองภายในกลุ่มอาชีพ ผู้สมัครสามารถเลือกได้ 2 เสียง ส่วนรอบเลือกไขว้ข้ามกลุ่มอาชีพจะเลือกผู้สมัครจากกลุ่มอื่นได้อีก 4 เสียง ผู้สมัครแต่ละคนหากผ่านสองด่านนี้ก็จะมีสิทธิเลือกรวมทั้งหมด 12 เสียง

ส่วนระดับประเทศ ในรอบเลือกกันเอง ผู้สมัครสว.เลือกกันเองภายในกลุ่มอาชีพได้ถึง 10 เสียง ส่วนในรอบเลือกไขว้ข้ามกลุ่มอาชีพจะเลือกผู้สมัครจากกลุ่มอื่นได้อีก 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 เสียง รวมเสียงรอบไขว้ 20 เสียง

เท่าว่าการตัดสิทธิผู้สมัคร 1 คน หากผู้สมัครรายดังกล่าวผ่านด่านทั้งสามระดับไปได้จนถึงรอบสุดท้ายก็จะได้ลงคะแนนเลือก สว. ในระดับประเทศไปแล้ว 42 เสียง และเสียงโหวตของผู้สมัครทั้ง 1,767 เสียงเหล่านั้นก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งให้ผู้สมัคร สว. อีกจำนวนหนึ่งได้เป็นตัวจริง 200 คนก็เป็นได้
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=1500610678779213&set=a.625664032940553