วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2569

นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์อังกฤษได้รับเชิญให้กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาสหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้มีการท้วงติงจากฝ่ายต่าง ๆ ว่า ควรเลื่อนการเสด็จเยือนอดีตอาณานิคมออกไป เพราะความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ #กษัตริย์ชาร์ลส์ ทำได้ดีเกินคาดหมาย

Pipob Udomittipong
10 hours ago
·
นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่กษัตริย์อังกฤษได้รับเชิญให้กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาสหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้มีการท้วงติงจากฝ่ายต่าง ๆ ว่า ควรเลื่อนการเสด็จเยือนอดีตอาณานิคมออกไป โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ลอบทำร้ายทรัมป์ และความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ #กษัตริย์ชาร์ลส์ ทำได้ดีเกินคาดหมาย

BBC รายงานว่า มีการยืนปรบมือแสดงความชื่นชมทั้งหมดประมาณ 12 ครั้ง โดยผู้ฟังทั้งสส.และสว. ปรบมือดังสนั่นเป็นระยะ ๆ ระหว่างพระราชดำรัส คอมเมนต์ในเน็ตจากทั้งสองฝั่งมหาสมุทรต่างชื่นชมสปีชนี้

“เขาเป็นเหมือนหัวหน้าห้อง” “He was the headmaster in the chamber” “ผมไม่ใช่ผู้สนับสนุนระบอบกษัตริย์ แต่ผมคิดว่าพระราชดำรัสนั้นดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยคที่ว่าชาวอเมริกันอาจพูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการเหน็บแนมทรัมป์ได้อย่างแนบเนียน” "Dare I say that, if it wasn't for us, you'd be speaking French…!"

นับเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนของ “ความสัมพันธ์พิเศษ” ระหว่างทั้งสองประเทศ ตามที่วินสตัน เชอร์ชิลล์เรียก เพราะอังกฤษไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ใน #สงครามอิหร่าน ไม่ยอมให้ใช้สนามบิน ซึ่งต่างสงครามก่อนหน้านี้มากที่อังกฤษทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของ “พันธมิตร” มาตลอด ทรัมป์จึงโพสต์ด่าเคียร์ สตรามเมอร์แทบทุกวัน

และจากการสำรวจของ YouGov ประมาณ 81% ของชาวอังกฤษมีความคิดเห็นในเชิงลบต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนคนอังกฤษที่รักทรัมป์มีประมาณ 14% เท่านั้น และมีคนอังกฤษเพียง 30% เท่านั้นที่รู้สึกดีต่อสหรัฐฯ

พูดได้ว่าการเสด็จไปเยือนสหรัฐฯ ของกษัตริย์ชาร์ลส์ ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่คนอังกฤษสนับสนุนมากนัก แต่กษัตริย์กลับทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่กษัตริย์พูด “king’s speech” เกิดจากการเตรียมข้อมูลเป็นเดือน และเป็นการเขียนร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับราชเลขาธิการ และกษัตริย์ ไม่ใช่กษัตริย์เขียนเอาเอง

เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวนาโต้และยูเครน เป็นสิ่งที่รบ.อังกฤษจับใส่ปากให้กษัตริย์พูดแน่นอน โดยเฉพาะการกล่าวถึงช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ 9/11 เมื่อนาโต้ประกาศใช้มาตรา 5 เป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ “มานานกว่าศตวรรษ เราต่อสู้เคียงข้างกันผ่านสงครามโลกสองครั้ง สงครามเย็น สงครามในอัฟกานิสถาน และช่วงเวลาต่าง ๆ ที่กำหนดความมั่นคงร่วมกันของเรา”

“วันนี้ ท่านประธานสภา ความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อเช่นเดียวกันนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปกป้องยูเครนและประชาชนผู้กล้าหาญที่สุดของประเทศนั้น”

นี่คือบทบาทสำคัญของ #สถาบันกษัตริย์ การเป็นตัวแทนที่ดีงาม ชาญฉลาด ไม่สิ้นเปลือง การทำหน้าที่กอบกู้วิกฤตด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บทบาทเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ต่างหากที่ทำให้คนอังกฤษไม่คิดจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ต่อให้ไม่มีกม.เอาผิดคนวิจารณ์ ต่อให้มีกลุ่มรีพับลิกที่เสนอให้โค่นล้มสถาบันฯ ทุกวัน มันก็ไม่มีผลอะไร

การรักษาสภาบันกษัตริย์ไม่ได้เกิดจากการบังคับใช้กม.เพื่อเอาผิดจับคนวิจารณ์เข้าคุก จริงมั้ย?

อ่านเมนต์ในโพสต์นี้ https://www.facebook.com/bbcnews/posts/pfbid02AV5rLzdLZDT4RDuFwewSPYVaRgy45rVYzurFoyaqjXX7Q9BXNBiKrxCK5SpP6DTdl

https://www.facebook.com/photo?fbid=10164074468916649&set=a.10150096728651649