Majority of Americans disapprove of U.S. military action against Iran, CBS News poll shows
CBS News
Mar 3, 2026
New CBS News polling captures how Americans feel about the war with Iran. CBS News executive director of elections and surveys Anthony Salvanto breaks down the findings.
.....

Pipob Udomittipong
11 hours ago
·
ผลสำรวจล่าสุดของ @CNN พบว่า คนอเมริกันเกือบ 6/10 คนไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการโจมตี #อิหร่าน เพราะกลัวว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารในระยะยาว ในทำนองเดียวกัน คนอเมริกัน 60% คิดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีแผนการที่ชัดเจนในการจัดการกับความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น
ส่วนอีก 62% บอกว่า ทรัมป์ควรขออนุมัติจากรัฐสภา หากจะมีการดำเนินการทางทหารใด ๆ เพิ่มเติม และมีเพียง 1/4 (27%) ที่เห็นว่าสหรัฐฯ ได้พยายามมากพอแล้วในการเจรจาทางการทูตกับอิหร่าน ก่อนจะใช้กำลังทหาร โดย 39% มองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการเจรจาทางการทูตก่อน และ 33% ไม่แน่ใจ
ก็แสดงว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ นอกจากไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ พวกเขายังเชื่อว่าทรัมป์เปิดฉากสงครามโดยไม่มีแผนรับมือกับผลลัพธ์ที่ตามมา เห็นนักข่าวถามทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกเมื่อวาน นับแต่เปิดฉากโจมตีเมื่อวันเสาร์ว่า มีแผนการอพยพคนอเมริกันที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร ทรัมป์ไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน คงเพราะไม่ได้เตรียมอะไรมาก่อนเลย
Stephen Zunes ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการโครงการศึกษาตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกให้สัมภาษณ์ @France24 (https://youtu.be/s0uTJrtFfFI) น่าสนใจมากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยประธานาธิบดีบุช ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ The State of Union ก่อนจะเปิดฉากสงครามใน #อิรัก
บุชใช้เวลากว่าครึ่งในการพูด เพื่อกล่อมคนอเมริกันให้สนับสนุนสงครามในอิรัก แม้ว่าข้ออ้างของเขา (Weapon of Mass Destruction ฯลฯ) จะได้รับการพิสูจน์ในเวลาต่อมาว่าเป็นข้อมูลเท็จก็ตาม แต่อย่างน้อยบุชทุ่มเทพลังงานและเวลาเพื่อโน้มน้าวใจคนอเมริกันและรัฐสภาให้สนับสนุนสงครามของเขา
ในทางกลับกัน ทรัมป์ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์เดียวกันนานถึง 1 ชม. 48 นาที นานสุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่เขาใช้เวลาเพียง 3 นาทีเพื่อพูดเรื่องอิหร่าน และพูดแบบกว้าง ๆ เท่านั้น แสดงว่าทรัมป์ไม่แคร์ว่าคนอเมริกันหรือรัฐสภาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ หรือตอนนั้นอาจยังไม่ชัวร์ว่าจะบุกอิหร่านหรือไม่
ทั้งที่การตัดสินใจครั้งนี้มีต้นทุนมหาศาลแน่นอน และ “Wars are expensive.” ขีปนาวุธแต่ละลูกที่ยิงเพื่อโจมตี หรือเพื่อป้องกัน (interception) มีมูลค่ามหาศาล และจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.แน่นอน
อล่าลืมว่า ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีครั้งแรก เพราะพวก “white working class” ที่เปลี่ยนใจจากการโหวตให้เดมโมแครต หันมาโหวตให้ทรัมป์ เพราะมองว่าฮิลลารี คลินตันมีภาพเป็น “เหยี่ยว” “hawkish” สนับสนุนสงครามในอิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย ฯลฯ ในขณะที่ทรัมป์เสนอตัวเองเป็น “peace candidate” “Bring the troops home” “America First” ซึ่งถ้าทรัมป์ปล่อยให้สงครามอิหร่านยืดเยื้อต่อไป เขาจะต้องสูญเสียโหวตเตอร์กลุ่มนี้ไป
และแน่นอนฐานเสียงสำคัญของเขาคือ #MAGA ซึ่งไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรในการทำสงครามเพื่อประเทศอื่น
ปมสำคัญอย่างหนึ่งของพวก MAGA คือ #อิสราเอล สาวกหลายคน รวมทั้ง Tucker Carlson มองว่า ทรัมป์เอาใจประเทศนี้มากเกินไป มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน MTG ที่เคยเป็นสาวกทรัมป์อย่างเหนียมแน่น แต่ตอนหลังลาออกจากการเป็นสส. เพราะขัดแย้งกับเขาเรื่องเอปสตีนไฟล์ ออกมาจวกทรัมป์แรงมาก “เรากำลังทำสงครามบ้า ๆ (_cking war) อีกครั้ง และทหารอเมริกันกำลังถูกฆ่า” “เราจำเป็นต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศนี้”
และตอนนี้หลังจากบอมบ์โรงพยาบาลไป 9 แห่ง บอมบ์โรงเรียนหญิงล้วน ฆ่าเด็กตายไป 150 กว่าคน สหรัฐฯ และอิสราเอลยังบอมบ์โรงยิมของนักบาสเกตบอลหญิง บอมบ์อาคารสภาเสี้ยวเดือนแดง บอมบ์สถานีโทรทัศน์ และโจมตีอาคารที่พักอาศัย ทำให้คนตายไปน่าจะเกิน 800 คนแล้ว โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะหาทางลงได้
สงครามในอิหร่านกำลังจะกลายเป็น “A forever war” อีกครั้ง แบบเดียวกับในอัฟกานิสถาน แบบเดียวกับอิรัก
แต่อาจจะเลวร้ายกว่านั้นอีก เพราะอิหร่านมีประชากรมากกว่าอิรักถึง 3 เท่า มีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์ ศาลนา ขนเผ่า อุดมการณ์ และความหลากหลายทางการเมืองมากกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแสวงหาอุดมการณ์ร่วม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชากรกว่า 90 ล้านคนได้ ขนาดอิรักที่เล็กกว่าถึงสามเท่า อเมริกายังไม่สามารถทำ “regime change” ที่นำไปสู่สันติภาพถาวรได้เลย
ไม่ต้องพูดว่าตอนนี้ ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA ให้สัมภาษณ์ NBC News ว่า คณะผู้ตรวจสอบของเขาไม่พบหลักฐานว่ามีโครงการสร้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นระบบในอิหร่าน แม้ว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างเช่นนั้นก็ตาม
ราฟาเอล กรอสซี บอกว่า หน่วยงานของเขายังไม่พบ "องค์ประกอบของโครงการที่เป็นระบบและมีโครงสร้าง ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์" ในอิหร่าน หมายความว่าที่อ้างว่า อิหร่านเป็น “imminent threat” “ภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น” กับสหรัฐฯ จึงน่าจะเป็นเรื่องโกหก แบบเดียวกับเรื่อง WMD ในสมัยสงครามอิรัก
ที่สำคัญอีกอย่างคือ คำอธิบาย “narrative” ที่กลับกลอกไปมา โดยก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ ต้องบอมบ์อิหร่าน เพราะอิสราเอลแจ้งว่าจะมีการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้อิหร่านตอบโกลับด้วยการบอมบ์เป้าหมายของสหรัฐฯ เช่นกัน เป็นเหตุให้สหรัฐฯ ต้องบอมบ์อิหร่านก่อน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อิหร่านบอมบ์สร้างความเสียหายให้กับฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือที่เรียกว่า “preemptive strike”
แต่เมื่อวาน ในการปรากฏตัวเพื่อให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกในรอบสามวัน (ซึ่งผิดปรกติวิสัยของทรัมป์ที่ขอบตอบคำถามสื่อ) ทรัมป์บอกว่า อิสราเอลไม่ใช่เป็นปท.ที่กดดันให้สหรัฐฯ บอมบ์อิหร่าน และมาร์โก รูบิโอที่พูดตรงข้ามกับที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ โดยบอกว่าเป็นสหรัฐฯ ต่างหากที่บอกให้อิสาราเอลยิงถล่มอิหร่านก่อน
จึงยังสรุปไม่ได้อยู่ดีว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพียงประเทศเดียวคืออิสราเอล ทำไมต้องบอมบ์อิหร่าน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงฉบับใหม่ โดยมีโอมานเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยวันเดียวกับที่ทรัมป์โจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ สื่อรายงานว่า รมต.ต่างประเทศโอมานให้สัมภาษณ์ CBS News บอกว่า มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์
โดยเขาบอกว่าเป็น "ความสำเร็จที่สำคัญที่สุด” และ “ผมเชื่อว่านี่คือข้อตกลงที่จะทำให้อิหร่านไม่มีวันจะมีวัตถุดิบเพื่อผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้" เขาบอกอีกว่า ตามข้อตกลงใหม่นี้ อิหร่านจะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบจาก IAEA เข้าไปในโรงงานนิวเคลียร์ของตนด้วย ซึ่งถือว่าเป็น "ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
ชัดเจนว่า ยุทธวิธีของอิหร่านตอนนี้คือการยิงแบบฟาดหัวฟาดหาง เพราะมันเป็นสงครามเพื่อ “ความอยู่รอด” ของระบอบทรราช ยิงหมดทุกประเทศแถวนั้น เท่าที่จะสามารถยิงได้ รวมทั้งการยิงถล่มโอมานที่เป็นมิตรประเทศด้วย เพื่อสร้างความปั่นป่วนทางทหารในภูมิภาค และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ
ทั้งหมดเป็นเพราะอิหร่านรู้ว่า ทรัมป์มีเวลาไม่มากในการทำสงครามราคาแพงครั้งนี้ เพราะอิหร่านรู้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการทำสงคราม ไม่ต้องพูดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าราคาน้ำมันกับก๊าซขึ้นไปอีก เพราะอิหร่านรู้ว่า คะแนนเสียงของทรัมป์ตกต่ำอย่างมาก เพราะอิหร่านรู้ว่า กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้ ซึ่งอาจทำให้รีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ทำลาย "trifecta" การครองเสียงข้างมากทั้งในฝ่ายบริหาร และทั้งสองสภาของทรัมป์ไป
https://www.facebook.com/photo?fbid=10163816759876649&set=a.10150096728651649
Shaiel Ben-ephraim of Atlas Global Strategies explains how the US public is reacting to US-Israeli war on Iran and what shifting public opinion could mean for future US support for Israel and its position in the region. pic.twitter.com/kRFXprufFE
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 4, 2026
https://x.com/AJEnglish/status/2029147614499717329