
ภาพปก: วีระ แสงทอง หน้า สน.นางเลิ้ง เมื่อ 2 พ.ย. 2569
แกนนำแรงงานพม่า แจ้งความเอาผิดกลุ่มปกป้องสถาบันฯ จากการถูกทำร้ายร่างกาย ระหว่างชุมนุมเรียกร้องยกเลิก CI หน้าสำนักงาน UN ถนนราชดำเนินนอก เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.)
2 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 11.35 น. สน.นางเลิ้ง วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า ‘Bright Future’ และพวก รวมทั้งหมด 4 คน แจ้งความเอาผิดประชาชนกลุ่มปกป้องสถาบัน ข้อหาทำร้ายร่างกาย จนกิดอันตรายแก่ทั้งร่างกายและจิตใจ ระหว่างการชุมนุมหน้าสหประชาชาติ (UN) เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) เพื่อเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกศูนย์ CI
ขณะที่ทางตำรวจได้ลงมาคุยกับวีระ เผยว่าจะดำเนินการให้
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มของวีระ แสงทอง ได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก และเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกศูนย์ CI เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สร้างภาระให้กับแรงงานข้ามชาติ และไม่เป็นธรรม พร้อมขอให้ทางการไทยดำเนินการจัดทำทะเบียนเพียงฝ่ายเดียว และใช้บัตรสีชมพู หรือบัตรของผู้ไม่มีสัญชาติไทย เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนของแรงงานข้ามชาติพม่าเพียงใบเดียว
อย่างไรก็ดี ระหว่างที่วีระ กำลังอ่านแถลงการณ์ทิ้งท้าย ได้มีรถของกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ขับมาหาวีระ แกนนำกลุ่ม Bright Future และมีประชาชนชาวไทยที่มาด้วยกันกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปทำร้ายร่างกายหลายครั้ง โดยการทุบตี ใช้หมวกกันน็อกฟาด และใช้เท้าถีบ ขณะที่ตำรวจพยายามห้ามปราบ และพาตัววีระ ออกนอกพื้นที่
วีระ ให้สัมภาษณ์หลังแจ้งความว่า เหตุผลที่เขาอยากให้ยกเลิกศูนย์ CI เพราะเขามองว่ารัฐบาลพม่า พยายามออกมาตรการเก็บเงินแรงงานข้ามชาติพม่าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ศูนย์พิสูจน์แรงงานข้ามชาติพม่า หรือศูนย์ CI ของสถานทูตพม่า ซึ่งเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แรงงาน และเขามองว่าไม่เป็นธรรม
วีระ มีมุมมองด้วยว่า การเรียกร้องยกเลิกศูนย์ CI ยังถือเป็นการช่วยคนไทย โดยเฉพาะฝั่งนายจ้าง เพราะเวลามีการจ่ายเงิน นายจ้างก็ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้กับแรงงาน ดังนั้น เขาคิดว่าการกระทำของเขา จึงเป็นการยืนเคียงข้างคนไทยมากกว่า
“คนส่วนมากเขาไม่รู้ ทั้งๆ ที่นายจ้าง ผู้ประกอบการส่วนมากเป็นคนไทย และก็ชาวต่างชาติ เขาก็โดนไปด้วยเรื่อง CI เท่ากับว่ามินอ่องหล่าย เขามาปล้นคนไทย และทางผม ผมมาอยู่เคียงข้างปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย” วีระ กล่าว
ทั้งนี้ วีระ กล่าวว่า ทั้งกระบวนการทำ CI ตั้งแต่การใช้บริการนายหน้า ซึ่งก็มีนายหน้าเถื่อนด้วย จนถึงขั้นตอนการทำ CI การแจ้งเข้า-แจ้งออกนายจ้าง และทำใบอนุญาตทำงาน บางครั้งมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดทุกขั้นตอน สูงถึง 20,000 กว่าบาท และในอนาคต จะมีการทำสมาร์ทการ์ด ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาค่าขึ้นทะเบียนแรงงานสูงมากขึ้น
วีระ กล่าวต่อว่า เรื่องสภาพร่างกายหลังจากถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวานนี้ไม่มีปัญหา แต่ยังมีอาการปวดที่กรามด้านซ้าย โดยหลังจากนี้จะพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการปวด แต่คิดว่าไม่นานน่าจะหาย
เวลาประมาณ 13.40 น. วีระ ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตามใบนำส่งของ สน.นางเลิ้ง เพื่อทำการตรวจเช็กอาการบาดเจ็บ จะได้ประกอบเป็นข้อมูลหลักฐานสำหรับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
'ศศินันท์' จี้ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
ก่อนหน้านี้ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม หาตัวผู้กระทำผิด และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง
ศศินันท์ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) ถึงเหตุการณ์การทำร้ายร่างกาย วีระ และมองว่า เธอไม่เห็นด้วยกับการทำร้ายร่างกายไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และชีวิตของตัวเอง และต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม
เธอระบุว่า หากเห็นว่าการชุมนุมหรือข้อเรียกร้องมีปัญหา ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่การใช้กำลังทำร้ายร่างกาย
เธอเรียกร้องไปยังผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือตำรวจ ต้องไม่ใช่เพียงระงับเหตุ และนำผู้ถูกทำร้ายออกจากพื้นที่ แต่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพเหตุการณ์ และดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะสถานะ สัญชาติ หรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายใด
นอกจากนี้ การปกป้องสถาบัน หรือการมีอุดมการณ์ทางการเมือง เป็นสิทธิการแสดงออก แต่ไม่มีอุดมการณ์ใดที่ทำให้บุคคลมีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย หรือใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นได้
“หลักนิติรัฐจะไม่มีความหมาย หากกฎหมายคุ้มครองเฉพาะคนที่คิดเหมือนกับเรา แต่ไม่มีการคุ้มครองคนที่เห็นต่าง” โพสต์ระบุ
ที่มา ประชาไท
https://prachatai.com/journal/2026/11/119295