วันพุธ, ตุลาคม 21, 2569

‘ไอลอว์’ สอนกฎหมาย กรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) อย่าตกเป็นเครื่องมือกลุ่มการเมือง กดดันไม่ให้มีการเปิดโปงทุจริต ชี้ พรบ.ไม่ใช้บังคับแก่ NGO ‘องค์กรพัฒนาเอกชน’

‘ไอลอว์’ สอนกฎหมาย กรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) อย่าตกเป็นเครื่องมือกลุ่มการเมือง ที่ใช้อำนาจกดดันไม่ให้มีการเปิดโปงทุจริต กรณี ‘ภราดร’ รัฐมนตรีสำนักนายกฯ จี้ให้ตรวจสอบการทำงานของโครงการ ‘เพื่อกฎหมายประชาชน’

ต่อกรณีที่ ‘สคส.’ มีหนังสือถึงไอลอว์ ให้ตอบภายใน ๓๐ วัน ต่อข้อกล่าวหาโดย ภราดร ปริศนานันทกุล ว่าละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ จากการโพสต์ข้อความเมื่อ ๒๓ สิงหา ระบุในวันเลือก สว.ระดับประเทศ มีโทรศัพท์จากผู้สมัครถึงภราดรและกรวีร์

“มีภาพแคปหน้าจอข้อมูลการโทรศัพท์ ที่ปรากฏในรูปแบบตาราง Excel กับภาพของภราดร ปริศนานันทกุลและกรวีร์ ปริศนานันทกุล” ข้อมูลดังกล่าว ไอลอว์บอกว่าเป็นเพียง “น้ำจิ้ม” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า กกต.จะส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาโกงเลือก สว. ๒๒๙ คนไหม

ผลปรากฏว่า กกต.สั่งฟ้องเพียง ๗๗ คน และไม่มีชื่อนักการเมืองในพรรคภูมิใจไทย เลยแม้แต่คนเดียว(รวมทั้งภราดรและกรวีร์) และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เพียงแจ้งว่ามีการโทรศัพท์ติดต่อระหว่างผู้ได้รับคัดเลือกเป็น สว.จังหวัดอ่างทอง

กับสองพี่น้อง ‘ปริศนานันทกุล’ เท่านั้น “โดยไม่ได้เผยแพร่หมายเลขโทรศัพท์” แต่อย่างใด กระนั้นไอลอว์ได้ตอบคำถามจาก สคส.หลายข้อ รวมทั้งแจ้งว่าเป็น ‘องค์กรพัฒนาเอกชน’ หรือ NGO สื่อสารรณรงค์หลักประชาธิปไตย และเสรีภาพการแสดงออก

พร้อมทั้ง “ติดตามการทำงานของวุฒิสภาซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การทำงานขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงการติดตามกรณีการทุจริตกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา”

ข้อสำคัญ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ สคส.อ้าง มี มาตรา ๔ (๓) กำหนดว่า “ไม่ใช้บังคับแก่บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะเพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรม

อันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น” ดังนี้ด้วยหลักการ กม.มหาชน “ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ” หากกฎหมายไม่ได้บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพของประชาชน

เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจกระทำการใด ๆ ที่กระทบสิทธิประชาชนได้” ไอลอว์จึงไม่อยู่ในข้อบังคับ PDPA และ “ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องให้ข้อมูลตามที่ สคส.ร้องขอมา”

(https://www.ilaw.or.th/articles/59652)