เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
Yesterday
·
เปิดภาพล่าสุดปี69
"บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ" หรือ (หมู่บ้านป่าแหว่ง) หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้กับ "กรมธนารักษ์" มานานกว่า5ปี ปัจจุบัน ตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ส่วนพื้นที่โดยรอบมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมตัวบ้านและถนนจนรกทึบไปหมด ส่วนภายในตัวอาคารเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังคงอยู่ในสภาพดี จึงอยากเรียกร้องให้ "กรมธนารักษ์" ช่วยส่งมอบเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ,เก้าอี้ ,เตียง,ตู้,แอร์,เครื่องทำน้ำอุ่น ไปให้กับหน่วยงานราชการอื่นๆนำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ เพราะครุภัณฑ์เหล่านี้ จัดซื้อมาจากภาษีของประชาชน จึงไม่ควรปล่อยให้ชำรุดเสียหายไปอย่างเปล่าประโยชน์........
ตำนาน หมู่บ้านป่าแหว่ง
"หมู่บ้านป่าแหว่ง" หรือโครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดของข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีจุดเริ่มต้นและลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
จุดเริ่มต้นโครงการ (พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา): ทางสำนักอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ได้ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุในความดูแลของกองทัพบกบริเวณเชิงดอยสุเทพ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการและบ้านพักข้าราชการ โดยโครงการได้รับการอนุมัติและดำเนินการก่อสร้างเรื่อยมา จนกระทั่งตัวสิ่งปลูกสร้างรวมถึงบ้านพักและแฟลต (อาคารชุด) หลายสิบหลังเกือบแล้วเสร็จสมบูรณ์
การจุดชนวนกระแสคัดค้าน (พ.ศ. 2561): ภาพถ่ายมุมสูงเผยให้เห็นแนวป่าสีเขียวที่ถูกแผ้วถางจนแหว่งเป็นรอยกว้างเพื่อก่อสร้างกลุ่มอาคารและบ้านพักดังกล่าว จนเกิดเป็นกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์และภาคประชาชน นำโดย "เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" ประชาชนและนักอนุรักษ์มองว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ชิดกับเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และรบกวนระบบนิเวศ รวมถึงทำลายทัศนียภาพอัน
ข้อเรียกร้อง "รื้อถอนคืนป่า": เกิดการชุมนุมประท้วงและการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เรียกร้องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด เพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้กลับมาเป็นผืนป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ จนกลายเป็นวาระระดับประเทศที่ภาครัฐต้องเข้ามาหาทางออกร่วมกัน
ทางออกและการส่งมอบพื้นที่ (พ.ศ. 2565): ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เจรจาจนได้ข้อสรุปว่า ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ย้ายกำลังพลออกและทำการส่งมอบพื้นที่บ้านพักพร้อมครุภัณฑ์คืนให้กับ "กรมธนารักษ์" เพื่อเตรียมแผนฟื้นฟูและปลูกป่าทดแทน
สภาพปัจจุบัน: เนื่องจากไม่มีการเข้าไปอยู่อาศัยและไม่มีการใช้ระบบสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้าหรือน้ำประปา ประกอบกับเวลาที่ผ่านไปนาน ทำให้ตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม และถูกต้นไม้รวมถึงวัชพืชขึ้นปกคลุมหนาแน่นจนมีสภาพกลายเป็นพื้นที่รกร้างตามภาพข่าวที่ปรากฏ