https://www.facebook.com/reel/1970538806961164
พรรคประชาชน - People's Party
is with Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์.
8 hours ago ·
รัฐบาลรับมือภัยพิบัติแบบไร้ฐานข้อมูล ไร้ศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบถูไถไปรายวัน ปล่อยประชาชนอยู่กับน้ำท่วมแบบเคว้งคว้าง-สับสน
.
จนถึงวันนี้ แผนที่ภัยพิบัติบนเว็บไซต์ ปภ. ยังแสดงจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ที่ '0 จังหวัด' อยู่เลย
พรรคประชาชน - People's Party
is with Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์.
8 hours ago ·
รัฐบาลรับมือภัยพิบัติแบบไร้ฐานข้อมูล ไร้ศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบถูไถไปรายวัน ปล่อยประชาชนอยู่กับน้ำท่วมแบบเคว้งคว้าง-สับสน
.
จนถึงวันนี้ แผนที่ภัยพิบัติบนเว็บไซต์ ปภ. ยังแสดงจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ที่ '0 จังหวัด' อยู่เลย
.....

พรรคประชาชน - People's Party
7 hours ago ·
[ เช้าบอกอย่าง เย็นบอกอีกอย่าง: ระบบเตือนภัยพิบัติของรัฐกำลังทำประชาชนสับสนหนัก ]
.
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในเวลานี้ สิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะมีความคิดทางการเมืองอย่างไรน่าจะเห็นพ้องต้องกัน ก็คือการที่ระบบเตือนภัยของประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
.
หลายปีที่ผ่านมาทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ ได้มีการพูดถึงเรื่อง Cell Broadcast และการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยโดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ประเทศไทยมีอยู่มาใช้ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็อ้างว่าได้พยายามแล้วที่จะลงทุนงบประมาณไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
.
แต่สุดท้ายเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าทุกอย่างที่พูดและถอดบทเรียนกันมา เอาเฉพาะในด้านการเตือนภัยเพียงอย่างเดียว มันไม่มีความหมายเลย
.
ในวันนี้ (1 ต.ค. 2569) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ปภ. จึงได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐบาล ถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ไล่ตั้งแต่ข้อมูลเตือนภัย ไปจนถึงฐานข้อมูลที่รัฐบาลใช้บัญชาการสถานการณ์ ว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราได้เดินไปข้างหน้าหรือเดินถอยหลังอย่างไรกันแน่ ทำไมอาการเดิมๆ ของความไม่สามารถเตือนภัยประชาชน ถึงได้สะท้อนออกมาให้เห็นอีกครั้งในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้
.
[ หน่วยงานรัฐ ต่างคนต่างมีข้อมูลคนละชุด ]
.
ภัทรพงษ์ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดมาให้เห็น ว่าโรคสุดคลาสสิกของหน่วยงานรัฐอย่างการที่ต่างหน่วยงานต่างมีข้อมูลคนละชุดคนละตัวเลขกัน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบริหารสถานการณ์อยู่ แม้จนกระทั่งในปัจจุบัน
.
แค่ตัวเลขการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประชาชนได้รับข้อมูลตั้งแต่ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไปจนถึง 2,500 และ 2,800 ลบ.ม./วินาที ขณะที่กรณีเขื่อนแม่กลอง กรมชลประทานแจ้งตัวเลขอย่างหนึ่ง แต่ Cell Broadcast จาก ปภ. กลับแจ้งอีกตัวเลขหนึ่ง
.
สำหรับประชาชน นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ตัวเลขคลาดเคลื่อน’ เพราะตัวเลขเหล่านี้หมายถึงระดับน้ำที่อาจต่างกันเป็นสิบเซนติเมตรหรือมากกว่าหนึ่งเมตร และหมายถึงการตัดสินใจว่าควรจะย้ายของ ย้ายรถ หรืออพยพครอบครัวหรือไม่
.
นี่คือโจทย์เดิมโจทย์เก่าที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้เสียที ทำไมรัฐบาลถึงมีข้อมูลชุดเดียวกันไม่ได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับคำเตือนที่ถูกต้อง ทันเวลา และเข้าใจว่าต้องทำอะไร?
.
[ ระบบ 116 ล้านบาท จมน้ำไปแล้วก็ยังไม่ขึ้นเตือน ]
.
นอกจากนี้ ภัทรพงษ์ยังเปิดข้อมูล ‘ระบบแผนที่สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ ห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC)’ ที่อยู่บนเว็บไซต์ของ ปภ. ซึ่ง ณ บ่ายวันที่ 30 กันยายน ขณะที่หลายพื้นที่จมน้ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ระบบกลับยังคงแสดงจังหวัดที่ ‘ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ’ อยู่ที่ 0 จังหวัด
.
ซึ่งระบบนี้ ใช้งบประมาณปี 2567-2568 ในการลงทุนรวมทั้งสิ้น 116 ล้านบาท
.
ในภาวะวิกฤต แน่นอนว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่สามารถแยกร่างลงไปเห็นทุกพื้นที่ได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลจึงต้องมีฐานข้อมูลที่ตอบได้ทันทีว่าจังหวัดไหนกำลังเกิดอะไร พื้นที่ไหนที่สถานการณ์เกินกำลัง จังหวัดไหนต้องการเครื่องมือหรือกำลังคนเพิ่ม ภัยกำลังเคลื่อนจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดอย่างไร และส่วนกลางต้องส่งทรัพยากรอะไรไปที่ไหน
.
ถ้าข้อมูลตรงนี้ไม่พร้อม จะตั้งขึ้นมาสักกี่ War Room ก็ไม่มีทางที่จะบัญชาการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง
.
[ ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง ]
.
จากทุกอย่างที่ภัทรพงษ์ได้อภิปรายไป อย่างน้อยที่สุดก็ยังดีที่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับดูแล ปภ. ที่มาตอบกระทู้วันนี้ ยืนยันด้วยตัวเองกลางสภาฯ ว่าปัญหานี้มีอยู่จริง
.
โดยยอมรับว่าเว็บไซต์ที่ถูกนำมาแสดงนั้นมีปัญหา ถึงขั้นระบุว่าตัวเอง ‘ก็ไม่ใช้เลย’ และยอมรับด้วยว่าปัจจุบันการเชื่อมโยงข้อมูล EOC จากจังหวัดเข้าสู่ส่วนกลางยังมีปัญหา จนส่วนกลางไม่สามารถเปิดดูได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าแต่ละจังหวัดกำลังรับมือหรือแก้ปัญหาจุดใดอยู่
.
และยังดีที่รัฐมนตรียอมรับออกมาเองแล้วว่าทางกรม ‘ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง’ ในเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับศูนย์บัญชาการแห่งชาติ อย่างน้อยที่สุด การยอมรับว่าปัญหามีอยู่จริงและต้องได้รับการปรับปรุงจริง ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี
.
การเตือนภัยประชาชนเป็นจุดบอดที่สุดของรัฐบาลในการรับมือภัยพิบัติมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการบริหารสถานการณ์
.
ภัยพิบัติหลายครั้งไม่ใช่เรื่องที่ป้องกันได้ หรือถ้าป้องกันได้ก็ยังอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นได้ แน่นอนส่วนนี้ทุกคนเข้าใจดี
.
แต่อย่างน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ประเทศไทยมี หรือต่อให้ไม่มีแต่โลกก็มีมาหลายทศวรรษแล้ว สามารถหามาใช้ได้ไม่ยาก ไม่ใช่การส่งจรวดไปดวงจันทร์ ประเทศไทยควรที่จะสามารถแจ้งเตือนภัยประชาชนให้ทราบได้ล่วงหน้า
.
โดยเฉพาะในกรณีน้ำท่วมล่าสุดที่คาดการณ์ได้จากปริมาณน้ำฝน ไม่ใช่เหตุแบบฉับพลันขนาดนั้นที่เกิดปุบปับไม่ทันตั้งตัว แบบไม่มีสัญญาณมาให้รู้ล่วงหน้าได้ก่อน ฝนตกหนักมาหลายวันแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนและแม่น้ำต่างๆ ก็แสดงตัวเลขตลอด
.
ขั้นต่ำที่สุดของสิ่งที่รัฐบาลต้องทำได้ คือการแจ้งเตือน เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่ประชาชนต้องเผชิญให้มากที่สุด
.
กี่บทเรียนมาแล้ว เราควรต้องทำได้ดีกว่านี้

พรรคประชาชน - People's Party
7 hours ago ·
[ เช้าบอกอย่าง เย็นบอกอีกอย่าง: ระบบเตือนภัยพิบัติของรัฐกำลังทำประชาชนสับสนหนัก ].
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในเวลานี้ สิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะมีความคิดทางการเมืองอย่างไรน่าจะเห็นพ้องต้องกัน ก็คือการที่ระบบเตือนภัยของประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
.
หลายปีที่ผ่านมาทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ ได้มีการพูดถึงเรื่อง Cell Broadcast และการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยโดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ประเทศไทยมีอยู่มาใช้ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็อ้างว่าได้พยายามแล้วที่จะลงทุนงบประมาณไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
.
แต่สุดท้ายเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าทุกอย่างที่พูดและถอดบทเรียนกันมา เอาเฉพาะในด้านการเตือนภัยเพียงอย่างเดียว มันไม่มีความหมายเลย
.
ในวันนี้ (1 ต.ค. 2569) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ปภ. จึงได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐบาล ถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ไล่ตั้งแต่ข้อมูลเตือนภัย ไปจนถึงฐานข้อมูลที่รัฐบาลใช้บัญชาการสถานการณ์ ว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราได้เดินไปข้างหน้าหรือเดินถอยหลังอย่างไรกันแน่ ทำไมอาการเดิมๆ ของความไม่สามารถเตือนภัยประชาชน ถึงได้สะท้อนออกมาให้เห็นอีกครั้งในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้
.
[ หน่วยงานรัฐ ต่างคนต่างมีข้อมูลคนละชุด ].
ภัทรพงษ์ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดมาให้เห็น ว่าโรคสุดคลาสสิกของหน่วยงานรัฐอย่างการที่ต่างหน่วยงานต่างมีข้อมูลคนละชุดคนละตัวเลขกัน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบริหารสถานการณ์อยู่ แม้จนกระทั่งในปัจจุบัน
.
แค่ตัวเลขการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประชาชนได้รับข้อมูลตั้งแต่ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไปจนถึง 2,500 และ 2,800 ลบ.ม./วินาที ขณะที่กรณีเขื่อนแม่กลอง กรมชลประทานแจ้งตัวเลขอย่างหนึ่ง แต่ Cell Broadcast จาก ปภ. กลับแจ้งอีกตัวเลขหนึ่ง
.
สำหรับประชาชน นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ตัวเลขคลาดเคลื่อน’ เพราะตัวเลขเหล่านี้หมายถึงระดับน้ำที่อาจต่างกันเป็นสิบเซนติเมตรหรือมากกว่าหนึ่งเมตร และหมายถึงการตัดสินใจว่าควรจะย้ายของ ย้ายรถ หรืออพยพครอบครัวหรือไม่
.
นี่คือโจทย์เดิมโจทย์เก่าที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้เสียที ทำไมรัฐบาลถึงมีข้อมูลชุดเดียวกันไม่ได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับคำเตือนที่ถูกต้อง ทันเวลา และเข้าใจว่าต้องทำอะไร?
.
[ ระบบ 116 ล้านบาท จมน้ำไปแล้วก็ยังไม่ขึ้นเตือน ].
นอกจากนี้ ภัทรพงษ์ยังเปิดข้อมูล ‘ระบบแผนที่สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ ห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC)’ ที่อยู่บนเว็บไซต์ของ ปภ. ซึ่ง ณ บ่ายวันที่ 30 กันยายน ขณะที่หลายพื้นที่จมน้ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ระบบกลับยังคงแสดงจังหวัดที่ ‘ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ’ อยู่ที่ 0 จังหวัด
.
ซึ่งระบบนี้ ใช้งบประมาณปี 2567-2568 ในการลงทุนรวมทั้งสิ้น 116 ล้านบาท
.
ในภาวะวิกฤต แน่นอนว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่สามารถแยกร่างลงไปเห็นทุกพื้นที่ได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลจึงต้องมีฐานข้อมูลที่ตอบได้ทันทีว่าจังหวัดไหนกำลังเกิดอะไร พื้นที่ไหนที่สถานการณ์เกินกำลัง จังหวัดไหนต้องการเครื่องมือหรือกำลังคนเพิ่ม ภัยกำลังเคลื่อนจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดอย่างไร และส่วนกลางต้องส่งทรัพยากรอะไรไปที่ไหน
.
ถ้าข้อมูลตรงนี้ไม่พร้อม จะตั้งขึ้นมาสักกี่ War Room ก็ไม่มีทางที่จะบัญชาการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง
.
[ ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง ].
จากทุกอย่างที่ภัทรพงษ์ได้อภิปรายไป อย่างน้อยที่สุดก็ยังดีที่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับดูแล ปภ. ที่มาตอบกระทู้วันนี้ ยืนยันด้วยตัวเองกลางสภาฯ ว่าปัญหานี้มีอยู่จริง
.
โดยยอมรับว่าเว็บไซต์ที่ถูกนำมาแสดงนั้นมีปัญหา ถึงขั้นระบุว่าตัวเอง ‘ก็ไม่ใช้เลย’ และยอมรับด้วยว่าปัจจุบันการเชื่อมโยงข้อมูล EOC จากจังหวัดเข้าสู่ส่วนกลางยังมีปัญหา จนส่วนกลางไม่สามารถเปิดดูได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าแต่ละจังหวัดกำลังรับมือหรือแก้ปัญหาจุดใดอยู่
.
และยังดีที่รัฐมนตรียอมรับออกมาเองแล้วว่าทางกรม ‘ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง’ ในเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับศูนย์บัญชาการแห่งชาติ อย่างน้อยที่สุด การยอมรับว่าปัญหามีอยู่จริงและต้องได้รับการปรับปรุงจริง ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี
.
การเตือนภัยประชาชนเป็นจุดบอดที่สุดของรัฐบาลในการรับมือภัยพิบัติมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการบริหารสถานการณ์
.
ภัยพิบัติหลายครั้งไม่ใช่เรื่องที่ป้องกันได้ หรือถ้าป้องกันได้ก็ยังอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นได้ แน่นอนส่วนนี้ทุกคนเข้าใจดี
.
แต่อย่างน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ประเทศไทยมี หรือต่อให้ไม่มีแต่โลกก็มีมาหลายทศวรรษแล้ว สามารถหามาใช้ได้ไม่ยาก ไม่ใช่การส่งจรวดไปดวงจันทร์ ประเทศไทยควรที่จะสามารถแจ้งเตือนภัยประชาชนให้ทราบได้ล่วงหน้า
.
โดยเฉพาะในกรณีน้ำท่วมล่าสุดที่คาดการณ์ได้จากปริมาณน้ำฝน ไม่ใช่เหตุแบบฉับพลันขนาดนั้นที่เกิดปุบปับไม่ทันตั้งตัว แบบไม่มีสัญญาณมาให้รู้ล่วงหน้าได้ก่อน ฝนตกหนักมาหลายวันแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนและแม่น้ำต่างๆ ก็แสดงตัวเลขตลอด
.
ขั้นต่ำที่สุดของสิ่งที่รัฐบาลต้องทำได้ คือการแจ้งเตือน เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่ประชาชนต้องเผชิญให้มากที่สุด
.
กี่บทเรียนมาแล้ว เราควรต้องทำได้ดีกว่านี้
https://www.facebook.com/photo?fbid=122211297716480817&set=a.122093096804480817