วันพฤหัสบดี, กันยายน 17, 2569

แน่มั้ย The Empire Strikes Back. เมื่อ กกต.จ่อฟัน ปชน. คณะก้าวหน้า และไอลอว์ ด้วยนิติสงคราม ท่ามกลางกระแส “ฝ่ายค้านลุยฟ้อง กกต.” เช่นกัน

แน่มั้ย The Empire Strikes Back. เมื่อ กกต.จ่อฟัน ปชน. คณะก้าวหน้า และไอลอว์ ด้วยนิติสงคราม ท่ามกลางกระแส “ฝ่ายค้านลุยฟ้อง กกต.” เช่นกันนั้น ก่อนอื่นต้องฟังการตอบข้อซักถามในสภาของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ ๑๖ กันยายน

ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ ซึ่งเป็นประธานคณะไต่สวนสอบสวนของ กกต.ชุดที่ ๒๖ แจ้งว่า สำนวนคดีฮั้ว สว.ที่เหลืออยู่ ๓ สำนวน ได้ส่งให้กรรมการชุดใหญ่แล้ว อยู่ระหว่างคำสั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติม ยังไม่มีข้อสรุปออกมา

๓ สำนวนดังกล่าว ตามที่เป็นข่าว “กกต.จ่อสั่งฟ้องพรรคประชาชน คณะก้าวหน้า I LAW และ สว.อิสระ” ก็คือ ๑. ปชน. คณะก้าวหน้า และไอลอว์ระดับจังหวัด ๒. ระดับประเทศ และ ๓.กลุ่ม สว.อิสระ ซึ่งไปจัดประชุมกันที่ห้องจูปีเตอร์ อิมแพคเมืองทองธานี

กลุ่มหลังนี่มีข้อหาว่า “มีผู้ออกเงินจัดเลี้ยงอาหารและค่าสถานที่ให้ โดยผู้สมัคร สว.ไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย” แต่มี สว.บางคนโต้ว่า “จ่ายเงินเองด้วยการหย่อนใส่กล่องหน้าห้องประชุม และซื้ออาหารรับประทานเอง” ทว่าผู้จัดงานไม่ได้ชี้แจง จึงถือว่ามีผิดตาม กม.

ข่าวไทยรัฐรายงานว่า ต้องรอการตัดสินใจของ กกต.ชุดใหญ่จะให้คณะไต่สวนสอบสวนชุดที่ ๒๖ ดำเนินการต่อไปอีกหรือไม่ เนื่องจาก ร.ต.อ.ชนินทร์ เกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ขณะเดียวกัน การเตรียมดำเนินการฟ้องร้อง กกต.ของฝ่ายค้านก็กำลังกรุ่น

ดังที่เป็นข่าวสองสามวันมานี้ว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยมีมติว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (รวมทั้ง กกต.) ซึ่งให้ผ่าน ปปช.หรืออัยการสูงสุด นั้นเป็นเพียงบทบัญญัติที่ให้ “เพิ่มช่องทาง” เท่านั้น

“มิได้หมายความว่าเป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองตาม ป.วิอาญา มาตรา ๒๘ (๒)” หากแต่ “ศาลฎีกาได้พิจารณาโครงสร้างของ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓ วรรคสอง (๑) แล้วเห็นว่า

“หากราษฎรเป็นผู้เสียหายฟ้องเอง สิทธิตาม ป.วิอาญา มาตรา ๒๘ (๒) ย่อมนำคดีมาสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้” เช่นกัน ถึงอย่างนั้นวิบากกรรมแห่งประเด็นนี้ยังไม่สิ้นสุด เมื่อประธานศาลอุทธรณ์เอาไปวินิจฉัยใหม่อีก จากคดีที่มีการยื่นฟ้องคณะ กกต.

“ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค ๔ และศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลางหลายคดี เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ เนื่องจากมี คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งศาลอาญาฯ ไม่รับฟ้อง คดีเข้าไปสู่ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยออกมา

อ้างรัฐธรรมนูญ ๖๐ มาตรา ๒๓๕ ว่าต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ปปช.ไต่สวนหาข้อเท็จจริง เมื่อพบมูลความผิด ให้ส่งสำนวนแก่อัยการสูงสุด ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง

(https://www.facebook.com/NationOnline/posts/2G6pzoR5mK, https://www.thairath.co.th/news/politic/2960015=QXrXKZhtQovgtEY4Mg และ https://www.facebook.com/watch/?v=1025106667218730)