วันจันทร์, กันยายน 21, 2569

การที่รัฐบาลทรัมป์ ห้ามสื่อ CNN MSNOW และ Politico เข้าทำเนียบขาวทำข่าว น่าจะเรียกรัฐบาลนี้ได้กระมังว่าเป็น "รัฐบาลอำนาจนิยมในคราบประชาธิปไตย" ทางด้านสำนักข่าวที่ได้รับผลกระทบต่างออกแถลงการณ์ ว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะต่อสู้กับมาตรการจำกัดสิทธิดังกล่าว


CNN, MS NOW, Politico White House ban: Is it legal?

LiveNOW from Fox

Sep 19, 2026

President Trump announced Friday that he was banning CNN, MS NOW (formerly MSNBC) and Politico from the White House, accusing the organizations of spreading "fake news" and "fiction and lies." Following the announcement, journalists and photographers from the three prominent news outlets were officially denied entry to the White House grounds on Saturday and had their press passes confiscated by security. In response, the affected media outlets issued statements strongly defending their First Amendment rights, calling the decision an unconstitutional and illegal assault on the free press, while vowing to fight the restriction. USA Today reporter BrieAnna Frank joins LiveNOW's Alexandra Goldberg to discuss.

https://www.youtube.com/watch?v=7ru6_9O1GK4
......

ในทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และสื่อสารมวลชน การที่รัฐบาลหรือผู้นำตัดสิทธิ์สำนักข่าวเฉพาะกลุ่ม (เช่น CNN, MS NOW, Politico หรือ Associated Press) ไม่ให้เข้าทำข่าวในพื้นที่ของรัฐบาลเนื่องจากไม่พอใจการนำเสนอข่าว ถูกจัดประเภทและอธิบายได้ด้วยแนวคิดและคำศัพท์หลายรูปแบบ ดังนี้:

1. อำนาจนิยมแบบสถิตในระบบประชาธิปไตย (Competitive Authoritarianism)

คำนี้ใช้อธิบายรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่ใช้อำนาจรัฐแทรกแซงและตัดลดความได้เปรียบของคู่แข่งหรือผู้เห็นต่าง โดยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) การปิดกั้นสื่อเฉพาะสำนักที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ถือเป็นพฤติกรรมหลักของระบอบประเภทนี้ เพื่อควบคุมกระแสข่าวสารและลดทอนการตรวจสอบจากภาคประชาชน

2. การเลือกปฏิบัติทางมุมมองความคิดเห็น (Viewpoint Discrimination)

ในทางนิติศาสตร์และการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน (เช่น สิทธิสรีภาพตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 หรือ First Amendment) การกระทำนี้ถูกเรียกว่า Viewpoint Discrimination หมายถึง การที่รัฐบาลใช้อำนาจเลือกลงโทษ เลือกตัดสิทธิ์ หรือกีดกันองค์กรสื่อโดยอิงจาก "ทัศนคติทางการเมือง" หรือ "ระดับความพึงพอใจต่อเนื้อหาข่าว" ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง

3. รัฐบาลที่มีแนวโน้มต่อต้านสถาบันสื่อสารมวลชน (Anti-Press / Illiberal Administration)

นักวิชาการมักใช้นิยามว่า "Illiberal Democracy" (ประชาธิปไตยที่ไม่เป็นเสรีนิยม) ซึ่งหมายถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อและสถาบันตรวจสอบต่างๆ หรือนิยามว่าเป็นรัฐบาลที่มีนโยบาย Anti-Press / Press-Hostile ที่มองว่าสื่อมวลชนเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง มากกว่าจะเป็นกลไกตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาล

จุดแตกต่างจากระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ

แม้พฤติกรรมนี้จะสะท้อนถึง "การคุกคามเสรีภาพสื่อ" แต่ในทางโครงสร้างรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมีความแตกต่างจากเผด็จการเบ็ดเสร็จ (เช่น เกาหลีเหนือ หรือโซเวียตยุคสตาลิน) ในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

การสั่งปิดสื่อvsการตัดสิทธิ์เข้าพื้นที่: รัฐบาลยังไม่มีอำนาจสั่งปิดสำนักข่าว CNN หรือ Politico โดยสมบูรณ์ หรือสั่งจับกุมบรรณาธิการเพียงเพราะลงข่าววิจารณ์ แต่เป็นการใช้อำนาจบริหารกีดกันไม่ให้เข้าพื้นที่ทำข่าวทำเนียบขาว (Access Restriction)

การตรวจสอบผ่านอำนาจตุลาการ: สำนักข่าวที่ถูกตัดสิทธิ์สามารถยื่นฟ้องต่อศาลเปิดเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้ ซึ่งในอดีต ศาลสหรัฐฯ มักตัดสินว่าการตัดสิทธิ์สื่อโดยอิงจากเนื้อหาข่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

สรุปได้ว่า พฤติกรรมในลักษณะนี้สะท้อนถึง "รัฐบาลอำนาจนิยมในคราบประชาธิปไตย" (Competitive Authoritarian / Illiberal) ที่ใช้อำนาจบริหารแทรกแซงและคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างเปิดเผย.....






https://x.com/jaketapper/status/2101375551344648639


“หากต้องเลือกว่าเราควรมีรัฐบาลที่ปราศจากหนังสือพิมพ์ หรือมีหนังสือพิมพ์ที่ปราศจากรัฐบาล ข้าพเจ้าคงไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเลือกอย่างหลัง” — โทมัส เจฟเฟอร์สัน


“การประกาศว่าห้ามวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดี หรือการบอกว่าเราต้องยืนเคียงข้างประธานาธิบดีไม่ว่าเขาจะถูกหรือผิดนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกรักชาติและแสดงถึงความยอมจำนนอย่างน่าละอายเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการทรยศต่อประชาชนชาวอเมริกันในทางศีลธรรมอีกด้วย” — เท็ดดี รูสเวลต์


“หากปราศจากการถกเถียงและการวิพากษ์วิจารณ์แล้วไซร้ ทั้งฝ่ายบริหารและประเทศชาติย่อมไม่อาจประสบความสำเร็จ และระบอบสาธารณรัฐก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้” — จอห์น เอฟ. เคนเนดี


“ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพ เข้มแข็ง และเป็นอิสระ สำหรับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเรา” — โรนัลด์ เรแกน


“ย่อมมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับประเทศที่ยอมให้ผู้คนเขียนเรื่องราวในเชิงลบโดยเจตนาได้” — โดนัลด์ ทรัมป์
.....

ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จที่จำกัดเสรีภาพสื่อ:

• เยอรมนีในยุคนาซี (ค.ศ. 1933–1945)
• สหภาพโซเวียตในยุคสตาลิน (ค.ศ. 1924–1953)
• เกาหลีเหนือ (ค.ศ. 1948–ปัจจุบัน)
• สเปนในยุคฟรังโก (ค.ศ. 1939–1975)
• อิตาลีในยุคฟาสซิสต์ของมุสโสลินี (ค.ศ. 1922–1943)
• ชิลีในยุคปิโนเชต์ (ค.ศ. 1973–1990)
• คิวบาในยุคคอมมิวนิสต์ (ค.ศ. 1959–ปัจจุบัน)