‘อนุทิน’ ไปใช้มธุรสวาจา ‘สั่ง’ สว. โหวตงบประมาณ ๔ แสนล้านบาท พวกสีน้ำเงินเสียงท่วมท้นอาจจะหลับหูหลับตายกมือพรึ่บ แต่ก็ยังมีข้อเท็จจริงโผล่ขึ้นมาจากการอภิปราย เมื่อ สว.พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ประกาศไม่เห็นด้วย เพราะ
มีเนื้อในสอดไส้ไว้ลอยๆ เหมือนตีเช็คเปล่า สว.ท่านนี้ตรวจสอบดูแล้วพบ ‘พิรุธ’ จมหู ๙ ประการ แม้นว่าปัญหาพลังงานมีอยู่จริง ราคา “สูงขึ้นจริง ค่าครองชีพสูงขึ้นจริง กำลังซื้อชะลอตัวจริง และประชาชนกำลังเดือดร้อนจริง”
และจริงกว่าจริงของปัญหาอยู่ที่ วิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาล “ไม่ถูกต้อง” การจะกู้เงินมาใช้แก้ปัญหาในเกณฑ์ใหญ่ขนาดนี้ มันต้องมีรายละเอียดและจำเพาะเจาะจง ต้องทำด้วยพระราชบัญญัติ ที่ผ่านการวิเคราะห์แยกแยะ และตรวจสอบ
การใช้ พระราชกำหนด โดยอ้างภาวะฉุกเฉิน แต่มันฉุกเฉินจริงแค่ไหน เงินกู้ส่วนแรก ๒ แสนล้าน รัฐบาลจะเอาไปใช้ประคองเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน แต่ ๒ แสนส่วนหลังสำหรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น สร้าง ‘Smart Grid’ เอย
“ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ๑ ล้านหลังคา การเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี มันฉุกเฉินตรงไหน หากไม่ได้ทำ ๓ สิ่งนี้ภายใน ๓-๖ เดือนนี้ประชาชนจะอยู่ไม่ได้จริงหรือ” สว.พรชัยถาม และว่าโครงการระยะยาวอย่างนี้ต้องใช้ พรบ. แต่เลี่ยงมาใช้ พรก. แทน
เพื่อ “ตัดตอนลดอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภา” ใช่ไหมล่ะ แล้วเงิน ๔ แสนล้านที่จะกู้ไม่ใช่น้อยๆ จะกู้ต้องมีตัวเลขจะแจ้ง “ว่าหลังจากใช้เงินแล้วประเทศไทยจะลดการนำเข้าพลังงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ ค่าไฟจะลดลงกี่บาท เงิน ๑ บาทที่ลงทุนไป
จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้กี่บาท” ไม่เช่นนั้น “แบบนี้เขาเรียกว่าโลภแต่ชุ่ย” ชุ่ยแบบไหน แน่ๆ คือไม่โปร่งใส เพราะมีเอกสาร “ให้ท้องถิ่นเสนอรายการตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิ.ย. ทั้งที่หลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการออกในวันที่ ๒๖ มิ.ย.
เป็นการเปิดช่องให้สงสัยว่า “เป็นการเกี้ยเซียะให้กับผู้รับเหมาหรือเครือข่ายด้านพลังงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคนใดในรัฐบาล” นอกจากนั้นเกี่ยวกับโครงการติดตั้งแผงโซลาร์ ๕ แสนถึง ๑ ล้านหลังคาเรือน แต่ที่ทำได้ปีที่ผ่านมา แค่ ๑ แสนหลัง
ปีหน้าเพิ่มนิดเป็น ๑.๔ แสน อย่างนี้ถ้าจะให้ได้ ๑ ล้านหลัง ต้องใช้เวลา ๕ ปี การกู้แบบไม่รู้สี่รู้แปดเช่นนี้ “คือความพินาศทางวินัยการเงินการคลัง...สัดส่วนหนี้สาธารณะจะสูงขึ้นไปเกือบถึง ๗๐%” สว.พรชัย ปิดท้ายว่า
“บ้านเรากำลังถังแตก วงเงินกู้เกือบเต็ม สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ลดค่าใช้จ่ายในบ้านและหารายได้เพิ่ม ไม่ใช่รูดบัตรเครดิตใบสุดท้ายที่ใกล้เต็มวงเงิน เพื่อมาติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาเช่นนี้”
(https://www.khaosod.co.th/politics/news_10380676?fbclid=58G1tyJYpddA)
