วันอาทิตย์, สิงหาคม 09, 2569

ขนาดศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ ‘หมอไห่’ แล้ว อนุทินก็ยังทำหูทวนลม ไม่กราบบังคมทูลฯ เพื่อสั่งปลด สงสัยเพราะเกี่ยวข้องรายได้หลายหมื่นล้าน

อีกเรื่องที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีทำหูทวนลม ไม่รู้ไม่ชี้กับปัญหาวุ่นวายภายใน กสทช. องค์กรกำกับด้านโทรคมนาคม ซึ่งมักต้องเกี่ยวข้องดูแลกิจการมูลค่าหลายหมื่นถึงเกินแสนล้าน ตัวเงินสูงขนาดนี้จึงไม่น่าแปลก

ที่นายกฯ จะทำอะไรต้องคิดแล้วคิดอีกหลายตลบ เหลียวซ้ายเหลียวขวาดูหน้าดูอาการของเพื่อนพ้องน้องพี่ และ ครูใหญ่ก็ที่ความดึงดันของ หมอไห่ ยื้อตำแหน่งประธาน ทั้งๆ ที่ถูกกรรมการสามสี่คน บอยคอต ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมด้วย สามครั้งแล้วนี่

พวกเขายืนยันว่าคำสั่งคณะกรรมการสรรหาศักดิ์สิทธิ และไม่ต้องรอโปรดเกล้าฯ เสียก่อนจึงจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ การโปรดเกล้าให้พ้นตำแหน่งจะเป็นเพียงตามระเบียบทางการ ไม่ต้องเจาะจงเป็นทางปฏิบัติก็ได้ ยิ่งคำพิพากษาศาลปกครองออกมา ยิ่งแน่นอน

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งลงวันที่ ๗ ส.ค. ๒๕๖๙ คดีหมายเลขดำที่ ๑๕๕๕/๒๕๖๙ ไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ (บุญใบชัยพฤกษ์) ไว้พิจารณา” นั้นเป็นผลให้นายกฯ ต้องทำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อย้ำ ว่าหมอไห่ไม่ใช่ประธาน กสทช.

เพจ ‘The Room 44 วิเคราะห์ปัญหาภายใน กสทช.ว่าเกี่ยวโยงกับรักษาการเลขาธิการคู่ขาของ นพ.สรณ ซึ่งรักษาการมา ๖ ปี ด้วยความอนุเคราะห์ของประธาน คนที่ไม่ควรได้เป็นแต่แรกนี้ เขาชวนให้ไปดูการประมูลคลื่นความถี่ ๒.๑ กิกะเฮิ้ร์ซ เมื่อปี ๒๕๕๕

“สร้างรายได้เข้ารัฐกว่า ๔๔,๕๓๘ ล้านบาท ขณะที่การประมูลทีวีดิจิทัลสร้างรายได้กว่า ๓๘,๗๗๐ ล้านบาท” แล้ว “ยังมีเงินในกลไกกองทุนและภารกิจ USO ระดับหลายพันล้านถึงหลายหมื่นล้านบาท” และถ้าไปดูบทวิเคราะห์งบการเงินองค์กรนี้

ยังมี “รายได้ค้างรับอีกกว่า ๑๒๑,๗๖๑ ล้านบาท” ดังนั้นการที่หมอไห่จะอยู่หรือไป มีความสำคัญต่อการอยู่ยงของเลขาฯ ด้วยได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ผูกมัดกับองค์กรนี้ยิ่งกว่าใครๆ เขาเปรียบเป็นแมว ๙ ชีวิตของ กสทช. ก็ว่าได้

เขาเคยโดนบอร์ด กสทช.ลงมติ “๔ ต่อ ๒ ต่อ ๑ เมื่อปี ๒๕๖๖ ให้ไตรรัตน์พ้นจากการทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย กรณีเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก” ก็ได้ประธานฯ สรณชุบชีวิตให้

ในกลางเดือนมกรา ๒๕๖๗ กรรมการบอร์ด ๔ ต่อ ๓ ปฏิเสธไม่ยอมรับกระบวนการสรรหาเลขาฯ กสทช. ไตรรัตน์ก็เอาไปฟ้องศาลปกครองกลาง และแพ้คดีแบบเดียวกับหมอไห่ แต่เวลานี้ดูเหมือนว่ารักษาการเลขาฯ ไม่อยากไป ถ้าประธานฯ จะต้องไปแล้วแน่ๆ

จากการที่ “พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" กุนซือคนสำคัญผู้ดูแลหน้าเสื่อด้านกฎหมาย ยื่นหนังสือลาออกจากเก้าอี้เลขานุการประจำตัว นพ.สรณ เรียบร้อยแล้ว” และวิเคราะห์กันว่านั่นเป็นการสละเรือของเลขานุการประจำตัว นพ.สรณ

(https://www.nationtv.tv/news/politics/378981409=5-68aLwgxLQ และ https://theroom44channel.com/content/4161=IwY2xjaw317tj91PQ)