The United States has been shaped by immigrants seeking opportunity, freedom and a new life, contributing to its economy, culture, diplomacy and science.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 2, 2026
As it marks its 250th anniversary, Al Jazeera’s @Manuel_Rapalo reports. pic.twitter.com/tGljXA60P5
https://x.com/AJEnglish/status/2072540770175738097
.....
เพิ่มเติม
นี่คือรายชื่อบุคคลสำคัญจากหลากหลายสาขาที่อพยพเข้าสู่สหรัฐอเมริกาเพื่อแสวงหาโอกาส เสรีภาพ หรือชีวิตใหม่ และต่อมาได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่จนกลายเป็นรากฐานสำคัญใน 4 ด้านหลักของประเทศ:
📈 ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Economy & Industry)
แอนดรูว์ คาร์เนกี (Andrew Carnegie) | จากสกอตแลนด์: ย้ายมาอเมริกาในฐานะแรงงานเด็กที่ยากจน ก่อนจะพยายามผลักดันตัวเองจนสามารถปฏิวัติอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของสหรัฐฯ เขาเกลียดการผูกขาดและกลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นผู้บุกเบิกงานการกุศลด้วยการบริจาคเงินสร้างห้องสมุดสาธารณะกว่า 2,500 แห่ง
เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) | จากสหภาพโซเวียต: ลี้ภัยจากการเหยียดเชื้อชาติต่อชาวกลุ่มเซมิติก (ชาวยิว) พร้อมครอบครัวตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ต่อมาเขาได้ร่วมก่อตั้ง Google ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก แต่ยังปฏิวัติการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของมนุษยชาติ
ลิซ เคลบอร์น (Liz Claiborne) | จากเบลเยียม: ย้ายมาตั้งรกรากในสหรัฐฯ และได้เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นด้วยการออกแบบเสื้อผ้าที่ทันสมัย มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย และราคาเข้าถึงได้ เพื่อรองรับกระแสผู้หญิงยุคใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดแรงงานและโลกของคนทำงานออฟฟิศในช่วงทศวรรษ 1970-1980
🎨 ด้านศิลปวัฒนธรรม (Culture & Arts)
เออร์วิง เบอร์ลิน (Irving Berlin) | จากรัสเซีย: หลบหนีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในรัสเซียมาพร้อมกับครอบครัวในปี 1893 เขากลายเป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน โดยเป็นผู้ประพันธ์เพลงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่าง "God Bless America" และ "White Christmas"
ซีเลีย ครูซ (Celia Cruz) | จากคิวบา: ตัดสินใจออกจากคิวบาหลังการปฏิวัติในปี 1959 และย้ายมาตั้งรกรากในสหรัฐฯ จนได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งเพลงซัลซ่า" (Queen of Salsa) เธอเป็นผู้เผยแพร่ดนตรีแอฟโฟร-คิวบันสู่เวทีโลกและกลายเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่
ไอ. เอ็ม. เป่ย (I.M. Pei) | จากจีน: เดินทางมาสหรัฐฯ ในปี 1935 เพื่อศึกษาวิชาสถาปัตยกรรม ต่อมาเขากลายเป็นหนึ่งในสถาปนิกที่ได้รับการยกย่องที่สุดในโลก โดยเป็นผู้ออกแบบแลนด์มาร์กสำคัญของอเมริกา เช่น อาคารทิศตะวันออกของหอศิลป์แห่งชาติ (National Gallery of Art) และหอสมุดประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้
🕊️ ด้านการทูตและการบริการสาธารณะ (Diplomacy & Public Service)
แมดเดเลน ออลไบรต์ (Madeleine Albright) | จากเชโกสโลวาเกีย: ครอบครัวของเธอต้องลี้ภัยทั้งจากกองทัพนาซีและต่อมาคือระบอบคอมมิวนิสต์ที่สหภาพโซเวียตหนุนหลัง โดยเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ในฐานะผู้ลี้ภัยเมื่อปี 1948 เธอเติบโตในสายงานจนได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหญิงคนแรกของสหรัฐฯ และมีบทบาทอย่างสูงในการวางนโยบายต่างประเทศยุคหลังสงครามเย็น
เฮนรี คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) | จากเยอรมนี: หลบหนีการกวาดล้างของนาซีเยอรมนีพร้อมครอบครัวในปี 1938 เขากลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพล (และมีข้อถกเถียงในเชิงประวัติศาสตร์) อย่างมากในเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยดำรงตำแหน่งทั้งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติและรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ
ซาแมนธา พาวเวอร์ (Samantha Power) | จากไอร์แลนด์: อพยพมาอยู่สหรัฐฯ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เธอเริ่มต้นจากการเป็นผู้สื่อข่าวสงคราม นักสิทธิมนุษยชน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN)
🔬 ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (Science & Innovation)
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) | จากเยอรมนี: แม้จะเป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว แต่เขาต้องลี้ภัยจากการกดขี่ชาวยิวของนาซีในปี 1933 และย้ายมาพำนักที่เมืองพรินสตัน นิวเจอร์ซีย์ ผลงานทางทฤษฎีและการขับเคลื่อนทางสังคมของเขาเปลี่ยนโฉมหน้าฟิสิกส์สมัยใหม่และทิศทางของประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล
เจียน-ซียุง อู๋ (Chien-Shiung Wu) | จากจีน: เดินทางมาสหรัฐฯ ในปี 1936 เพื่อศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา เธอได้รับฉายาว่า "สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งวงการฟิสิกส์" (First Lady of Physics) มีส่วนสำคัญในโครงการแมนแฮตตัน (Manhattan Project) และเป็นผู้ทำการทดลอง "Wu experiment" ที่ล้มล้างกฎพื้นฐานทางฟิสิกส์เดิม (กฎการอนุรักษ์พาริตี)
กาทาลิน คาริโก (Katalin Karikó) | จากฮังการี: ย้ายมาสหรัฐฯ ในปี 1985 ด้วยเงินติดตัวเพียงน้อยนิด แม้จะเผชิญกับการปฏิเสธทุนวิจัยและความกังขาจากแวดวงวิทยาศาสตร์อยู่นานหลายทศวรรษ แต่ความมุ่งมั่นในงานวิจัยเทคโนโลยี mRNA ของเธอ ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 (เช่น Pfizer-BioNTech และ Moderna) ซึ่งช่วยชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลกในเวลาต่อมา