จนกระทั่งวันนี้ จะสิ้นเดือนอยู่รอมร่อ ก็ยังพูดกันถึงความพ่ายแพ้ของพรรคส้มในการเลือกตั้ง กทม.อยู่ไม่ขาด ทั้งที่ทางพรรคเอง ‘มู้ฟออน’ ไปถึงการอภิปรายงบประมาณ ๗๐ ของรัฐบาลอนุทินไปแล้วมั่นเหมาะ ทั้งที่การพ่ายแพ้เป็นเรื่องเชื่อแน่อยู่แล้ว
เหตุที่ผู้สมัครพรรคประชาชนมาเป็นที่สามในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.เป็นเรื่องเสียหายหลายแสนสำหรับติ่งส้มจำนวนไม่น้อย เพราะแพ้ ‘ติ่ง’ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข นั่นต่างหาก ชนิดขาดลอยน้อยกว่าอดีต ‘ตัวแต๋น’ พรรค ปชป.ราวแสนคะแนน
ซึ่ง “ใครบอกว่ามาจาก move ‘สุรพล’ นี่ก็หนอนหนังสือเว่อร์ มันไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้นในมิติโหวตเตอร์” ถ้อยคำ ‘มิตรสหาย’ ที่ Atukkit Sawangsuk คัดมาประกอบความเห็นที่ว่า “ผิดพลาดตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ การกำหนดตัวบุคคล
ส่ง ‘โจ’ (ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร) ซึ่งไม่พร้อม ไม่มีเวลาเตรียมตัว ตัดสินใจช้าไป” มาลง แม้ สุรพล นิติไกรพจน์ “มีผลต่อคะแนนแน่ แต่ไม่น่าจะส่งผลถึงขั้นแพ้ติ่ง” ดังน้าถึกว่าก็ได้ ส่วนจะโทษ ‘โปลิตบิวโร’ ว่า “คุณพลาด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
เช่นที่ สมชาย แซ่จิว ใส่แหลก พอได้อยู่ แต่ทั้งหมดต้องดูเลือก สก.ประกอบ คนส่วนใหญ่มองเผินๆ ว่าไม่ถึง ๒๕ ตามที่มุ่งหมาย เกิดอารมณ์ Deception ม่านบังตาว่าแพ้ยับเยินไปแล้ว ทั้งๆ ที่ สก. “มาเป็นอันดับหนึ่ง ได้ไปราว ๓๖% กวาด ๒๒ ที่นั่งจาก ๕๐...
ปี ๖๕ ได้ ๑๔ ที่ ปีนี้รักษาของเดิมไว้ครบแล้วเพิ่มใหม่อีก ๘” Teepagorn Champ Wuttipitayamongkol ชี้ เขาอธิบายว่า “เอาจริงคือคนกทม. มั่นใจแบบโคตรๆ ว่าชัชชาตินอนมา ความมั่นใจนั้นสะท้อนในตัวเลข turnout ด้วย หายไป ๑๒% คือไม่ธรรมดานะ”
เขาวิเคราะห์ต่อ “ดร.โจ เอาจริงๆ คือ ลุค ‘ไม่ทนแดด’ ด้วย...VS ลุคแบบ ‘ทนทาน’ ของชัชชาติ หรือกระทั่งมัลลิกาถึงจะอ๊องและตลกเรื่อง AI แต่ดู ‘ทน’ + จริงๆ” แต่เราว่าคน กทม.นี่ชอบผู้นำแบบแกร่งกล้าอย่างชัชชาติ และก๋ากั่นแบบมัลลิกาเสียมากกว่า
แล้วก็ผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภา กทม. ๕๐ คนงวดนี้ เป็น สก.หน้าเดิมๆ เสีย ๓๒ คน เช่นที่ Thanapol Eawsakul ว่า เท่ากับมี สก.หน้าใหม่เพียง ๑๘ คน ที่พรรคประชาชนเอาไปแล้ว ๑๖ คน ซึ่งมาแทนที่ สก.ชุดเดิมจากพรรคก้าวไกล “เมื่อย้ายพรรค สอบตกทุกคน”
ข้อแนะนำจากราย Teepagorn ชวนคิดยิ่งนักว่าทางแก้ไขของพรรคส้มน่าจะอยู่ที่ “ใช้ท้องถิ่นเป็นบันไดพิสูจน์ฝีมือ บริหารให้เห็นกับตาว่าเวิร์ก สร้างเคสตัวอย่างเป็นรูปธรรม (แล้ว) ค่อยขอเก้าอี้ใหญ่ ตอนนี้ส้มแพ้สนามบริหารท้องถิ่นเกือบหมด”
ซึ่งมันคือสนามที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องมาถึงพรรคก้าวไกล ก่อนจะต้องมาเป็นพรรคประชาชน
(https://www.facebook.com/teepagorn/posts/STL9dR72h, https://www.facebook.com/baitongpost/posts/meHktM4 และ https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/FJNQTaR3CP)
