กกต.จะว่าไง ‘ไอติม’ เอาคลิปมายันคาตาแล้วว่า มีการ ‘ฮั้ว’ เลือก สว.ชุดที่มาเป็น ‘สีน้ำเงิน’ โขลงใหญ่นั่นละ ได้เห็นได้ยิน “การเดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัคร สว.ในวันเลือกระดับประเทศ” จะจะกับหูกับตาแล้วว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว.แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
นั่นจากคลิปที่มีผู้ไปยื่นแก่พรรคประชาชนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เหตุเกิดเมื่อ ๒๖ มิถุนา เวลา ๑ ทุ่ม เจ้าหน้าที่ กกต. ๒ คน หญิงหนึ่งชายหนึ่ง รายผู้ชายนี่เป็นหนึ่งในกรรมการ กกต. ๗ คน ซึ่งประโยคที่เขาพูดสามารถตีความได้ว่า “มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต”
พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งข้อสันนิษฐานว่า แม้ “การจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป” ข้อสงสัยอยู่ที่ กรรมการ กกต.ได้เห็นอะไรในโพยบ้าง ทำให้ต้องพูดย้ำเรื่องความสุจริต
นอกจากนั้น “พ.ร.ป. สว.มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต.“สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่ได้” นั้น “กกต.ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา...ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่”
หลักฐาน ‘โพย’ ที่เก็บมา “ถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆ นี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่” แม้นว่า กกต.ได้ฟอกขาวตัวเองไปแล้วว่า “การนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก *ในตัวมันเอง* อาจไม่ถือเป็นความผิด”
ปัญหาอยู่ที่ “เราสามารถไว้วางใจ กกต.ได้แค่ไหน” ในเมื่อ ‘กรรมการเลือกตั้ง’ ชุดนี้ มี ๔ ใน ๗ คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ - ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต.” มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ไหม
มันสามารถโยงไปถึงข้อความไลน์อื้อฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” วิธีการตั้งคณะอนุกรรมการชดหนึ่งขึ้นมาให้ทำการวินิจฉัย เป็นการเฉพาะ “เพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว สว.” เรียกว่าอนุกรรมการชุดที่ ๓๖ ซึ่งกรรมการชุดนี้ มีหลายคนโดนข้อครหา แต่ก็ได้มีการยกคำร้องแล้ว
ข้อครหาดังกล่าวเป็นเรื่อง คดีทุจริตคอร์รัปชันและความเป็นกลางทางการเมือง หากแต่ว่ายังดันกันไปจนยกคำร้อง สว. ๒๒๙ คน (สวนทางกับมติคณะไต่สวนชุดที่ ๒๖) เข้าทางกับการ ‘ฟอกขาว’ ให้แก่ สว.สีน้ำเงินกว่า ๒๐๐ คน
