https://www.facebook.com/reel/2836919390000731
Megyn Kelly นักข่าว แสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) ที่อนุญาตให้ทรัมป์ยกเลิกสถานะคุ้มครองผู้อพยพชาวเฮติและซีเรียนับพันคนว่า: “เราไม่ต้องการพวกคุณ เราไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะรู้สึกแย่หรือเปล่า... ก็ไสหัวกลับไปที่เฮติซะสิ”
.....
Megyn Kelly นักข่าว แสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) ที่อนุญาตให้ทรัมป์ยกเลิกสถานะคุ้มครองผู้อพยพชาวเฮติและซีเรียนับพันคนว่า: “เราไม่ต้องการพวกคุณ เราไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะรู้สึกแย่หรือเปล่า... ก็ไสหัวกลับไปที่เฮติซะสิ”
.....
ใครสร้างอเมริกา
คำถามที่ว่าใครเป็นผู้ "สร้าง" สหรัฐอเมริกานั้นมีความซับซ้อน โดยคำตอบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเรามองในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ รากฐานทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทางการเมือง หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่
ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มคนหลากหลายกลุ่ม ดังนี้:
1. ผู้ถูกกดขี่เป็นทาสและชนพื้นเมือง
รากฐานทางเศรษฐกิจ: ความมั่งคั่งและโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ของอเมริกาในยุคแรก โดยเฉพาะในภาคใต้ เกิดขึ้นจากการใช้แรงงานบังคับของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันที่ตกเป็นทาส ผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นขุมพลังขับเคลื่อนระบบทุนนิยมยุคแรกของสหรัฐฯ (เช่น ฝ้าย ยาสูบ และข้าว) ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของคนกลุ่มนี้โดยตรง
ผืนดิน: การขยายตัวทางกายภาพของประเทศอาศัยการบังคับโยกย้ายถิ่นฐานและการยึดครองที่ดินจากชนพื้นเมืองอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้ดูแลและเพาะปลูกบนผืนดินแห่งนี้มานานนับพันปีก่อนการเข้ามาของชาวยุโรป
2. คลื่นแรงงานผู้อพยพ
โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของอเมริกายุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ตึกระฟ้า คลอง และเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นระลอก ซึ่งมักต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทารุณ:
ศตวรรษที่ 19: แรงงานชาวไอริชและชาวจีนเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้สร้างทางรถไฟข้ามทวีป (Transcontinental Railroad) ส่วนผู้อพยพชาวเยอรมัน อิตาลี และยุโรปกลาง/ตะวันออก เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยทำงานในโรงถลุงเหล็ก เหมืองถ่านหิน และโรงงานสิ่งทอ
ศตวรรษที่ 20 และ 21: ภาคเกษตรกรรม การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมบริการในยุคปัจจุบันต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติอย่างมาก โดยเฉพาะจากเม็กซิโก อเมริกากลาง และภูมิภาคแคริบเบียน ในขณะเดียวกัน ภาคเทคโนโลยีและการแพทย์ก็ได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่มีทักษะสูงซึ่งเป็นผู้อพยพจากเอเชียและทั่วทุกมุมโลก
3. ชนชั้นแรงงานและความเคลื่อนไหวทางแรงงาน
ชนชั้นกลางของอเมริกาและวิถีชีวิตประจำวันที่เป็นรูปธรรมล้วนถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าแรงงานทั่วไป
ความเคลื่อนไหวทางแรงงาน (สหภาพแรงงาน) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นผู้ผลักดันให้เกิดวันหยุดสุดสัปดาห์ การทำงานวันละ 8 ชั่วโมง มาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และค่าจ้างที่เป็นธรรม
นับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีกลุ่มแรงงานหญิงอย่าง "Rosie the Riveter" (สัญลักษณ์ของแรงงานหญิงในโรงงานผลิตอาวุธ) ไปจนถึงคนงานดูแลโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน การบำรุงรักษาประเทศในเชิงกายภาพล้วนต้องอาศัยชนชั้นแรงงาน
4. ปัญญาชน ผู้ร่างกฎหมาย และนักปฏิรูปสังคม
กรอบทางกฎหมาย: โครงสร้างทางการเมืองและกฎหมายถูกออกแบบโดย "บิดาผู้ก่อตั้งประเทศ" (Founding Fathers) ซึ่งเป็นกลุ่มนักกฎหมาย พ่อค้า และเจ้าของไร่ในยุคแสงสว่างทางปัญญา (Enlightenment) ผู้ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา การขยายตัวของประชาธิปไตย: การทำให้หลักการ "เสรีภาพและความยุติธรรมสำหรับทุกคน" กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้นั้น เป็นผลงานของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง กลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีในการเลือกตั้ง (suffragettes) ผู้รณรงค์เลิกทาส และนักปฏิรูปสังคม (อาทิ Harriet Tubman, Martin Luther King Jr. และ Cesar Chavez) ซึ่งต่อสู้ผลักดันให้ระบบกฎหมายสอดคล้องกับอุดมการณ์ที่เป็นรากฐานของประเทศ
กล่าวโดยสรุป แม้ว่าชื่อของนักการเมืองและนักอุตสาหกรรมผู้มั่งคั่ง (เช่น ตระกูล Rockefeller, Carnegie และเจ้าพ่อวงการเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน) มักจะปรากฏอยู่บนอาคารหรือธนบัตร แต่แท้จริงแล้วประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งในเชิงกายภาพ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยแรงงานธรรมดา ผู้อพยพ ทาส และนักเคลื่อนไหวจำนวนนับล้านคน