https://www.facebook.com/watch/?v=1001340418992290
We, The People
14 hours ago
·
#ยืนหยุดทรราชw161
2 พฤษภาคม 2569
คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการมีความเห็นว่ากรณี #ทนายอานนท์ เข้าข่ายการควบคุมตัวโดยพลการดังนี้
ประเภทที่ 1: การควบคุมตัวขาดฐานทางกฎหมายมารองรับ
ประเภทที่ 2: การควบคุมตัวบุคคลสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ประเภทที่ 3: เกิดการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมที่นำไปสู่การควบคุมตัว
ประเภทที่ 5: การควบคุมตัวสืบเนื่องมาจากการเลือกปฏิบัติโดยมิชอบด้วยเหตุแห่งความเห็นทางการเมือง
(อ่านรายละเอียด https://www.ohchr.org/.../a-hrc-wgad-2024-28-thailand...)
#คืนสิทธิประกันตัว
#นิรโทษกรรมประชาชน
#ปล่อยเพื่อนเรา
.....

Sunai Phasuk
Yesterday
·
คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการมีความเห็นว่ากรณี #ทนายอานนท์ เข้าข่ายการควบคุมตัวโดยพลการดังนี้
ประเภทที่ 1: การควบคุมตัวขาดฐานทางกฎหมายมารองรับ
ประเภทที่ 2: การควบคุมตัวบุคคลสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ประเภทที่ 3: เกิดการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมที่นำไปสู่การควบคุมตัว
ประเภทที่ 5: การควบคุมตัวสืบเนื่องมาจากการเลือกปฏิบัติโดยมิชอบด้วยเหตุแห่งความเห็นทางการเมือง
(อ่านรายละเอียด https://www.ohchr.org/.../a-hrc-wgad-2024-28-thailand...)
·
#ยืนหยุดทรราชw161
2 พฤษภาคม 2569
คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการมีความเห็นว่ากรณี #ทนายอานนท์ เข้าข่ายการควบคุมตัวโดยพลการดังนี้
ประเภทที่ 1: การควบคุมตัวขาดฐานทางกฎหมายมารองรับ
ประเภทที่ 2: การควบคุมตัวบุคคลสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ประเภทที่ 3: เกิดการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมที่นำไปสู่การควบคุมตัว
ประเภทที่ 5: การควบคุมตัวสืบเนื่องมาจากการเลือกปฏิบัติโดยมิชอบด้วยเหตุแห่งความเห็นทางการเมือง
(อ่านรายละเอียด https://www.ohchr.org/.../a-hrc-wgad-2024-28-thailand...)
#คืนสิทธิประกันตัว
#นิรโทษกรรมประชาชน
#ปล่อยเพื่อนเรา
.....

Sunai Phasuk
Yesterday
·
คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการมีความเห็นว่ากรณี #ทนายอานนท์ เข้าข่ายการควบคุมตัวโดยพลการดังนี้
ประเภทที่ 1: การควบคุมตัวขาดฐานทางกฎหมายมารองรับ
ประเภทที่ 2: การควบคุมตัวบุคคลสืบเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ประเภทที่ 3: เกิดการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมที่นำไปสู่การควบคุมตัว
ประเภทที่ 5: การควบคุมตัวสืบเนื่องมาจากการเลือกปฏิบัติโดยมิชอบด้วยเหตุแห่งความเห็นทางการเมือง
(อ่านรายละเอียด https://www.ohchr.org/.../a-hrc-wgad-2024-28-thailand...)
.....
เอกสารฉบับนี้ ซึ่งคือความเห็นที่ 28/2024 ได้รับการรับรองโดยคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการคุมขังโดยพลการ (United Nations Working Group on Arbitrary Detention) ในระหว่างการประชุมสมัยที่ 100 เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 เนื้อหาของเอกสารเกี่ยวข้องกับการคุมขังนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวไทยที่มีชื่อเสียง
ภาพรวมของคดี
เอกสารฉบับนี้ ซึ่งคือความเห็นที่ 28/2024 ได้รับการรับรองโดยคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการคุมขังโดยพลการ (United Nations Working Group on Arbitrary Detention) ในระหว่างการประชุมสมัยที่ 100 เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 เนื้อหาของเอกสารเกี่ยวข้องกับการคุมขังนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวไทยที่มีชื่อเสียง
ภาพรวมของคดี
นายอานนท์ถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกลงโทษจำคุกในคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ (Lèse-majesté) จำนวนสองคดีโดยเฉพาะ (คดีหมายเลขดำที่ อ. 2495/2564 และคดีหมายเลขดำที่ อ. 2804/2564)
คดีที่ 1: เกี่ยวข้องกับคำปราศรัยที่นายอานนท์กล่าวระหว่างการชุมนุมประท้วงโดยสันติเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2020 ซึ่งเขาได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
คดีที่ 2: เกี่ยวข้องกับโพสต์บนเฟซบุ๊กจำนวนสามโพสต์เมื่อเดือนมกราคม 2021 ซึ่งเขาได้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์และบทลงโทษที่รุนแรงตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (กฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์)
ณ วันที่จัดทำรายงานฉบับนี้ นายอานนท์ได้รับโทษจำคุกต่อเนื่องกันเป็นเวลาสี่ปีสำหรับแต่ละคดีดังกล่าว รวมระยะเวลาจำคุกทั้งสิ้นแปดปี ต่อมามีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมระบุว่าเขาได้รับโทษจำคุกเพิ่มอีกสี่ปีจากคำพิพากษาลงโทษในคดีที่สี่ ส่งผลให้โทษจำคุกรวมทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 14 ปี
การวิเคราะห์ทางกฎหมายและข้อค้นพบ
คณะทำงานได้พิจารณาประเมินการคุมขังนายอานนท์โดยเทียบเคียงกับเกณฑ์การจำกัดเสรีภาพโดยพลการในหลายหมวดหมู่ ดังนี้:
หมวดหมู่ที่ 1 (ขาดหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย): คณะทำงานมีความเห็นว่ามาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้นมีความคลุมเครือและกว้างขวางเกินขอบเขต จึงไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม เนื่องจากมิได้นิยามไว้อย่างชัดเจนว่าสิ่งใดบ้างที่ถือเป็นการ "ดูหมิ่น" หรือ "ข่มขู่" ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
หมวดหมู่ที่ 2 (การใช้สิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง): คณะทำงานวินิจฉัยว่าการคุมขังดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการที่นายอานนท์ได้ใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกของตน โดยคณะทำงานได้เน้นย้ำว่ากฎหมายระหว่างประเทศให้ความคุ้มครองแก่การถกเถียงทางการเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ ซึ่งรวมถึงประมุขของรัฐด้วย
หมวดหมู่ที่ 3 (การละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม): คณะทำงานได้ระบุถึงข้อบกพร่องทางกระบวนการยุติธรรมหลายประการ ดังนี้:
การคุมขังระหว่างพิจารณาคดี: นายอานนท์ถูกควบคุมตัวเป็นเวลาหลายร้อยวันก่อนเริ่มการพิจารณาคดี โดยปราศจากการพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างเหมาะสมว่ามีความจำเป็นที่จะต้องคุมขังเขาไว้จริงหรือไม่ ความล่าช้าอันมิชอบ: การพิจารณาคดีในคดีที่ 1 มิได้เริ่มต้นขึ้นจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึง 916 วันหลังจากที่เขาถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นความล่าช้าที่เกินสมควร
หมวดที่ V (การเลือกปฏิบัติ): คณะทำงานมีข้อสรุปว่า นายอานนท์ นำภา ตกเป็นเป้าหมายของการกระทำโดยมีมูลเหตุมาจากความคิดเห็นทางการเมืองและสถานะของเขาในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
บทสรุป: คณะทำงานวินิจฉัยว่า การถูกลิดรอนเสรีภาพของนายอานนท์ นำภา นั้นเป็นการกระทำโดยพลการ และได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อเยียวยาสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวนายอานนท์โดยทันที ตลอดจนการมอบสิทธิในการได้รับค่าชดเชยและการเยียวยาความเสียหายรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายให้แก่เขา